น้ำหมึก_หลากสี
facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 4

คำค้น : น้ำหมึก_หลากสี ผู้หญิงโคตรเลว

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 279

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 24 พ.ค. 2562 10:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4
แบบอักษร

 

หัวใจฉันเต้นโครมคาม เมื่อวันนี้คือรอบสุดท้ายที่ฉันจะต้องประกวดเพื่อซิงตำแหน่งนางแบบหน้าใหม่ในรอบปี 

 

เงินรางวล หนึ่งล้านบาท คอนโดมิเนียมใจกลางกรุงมูลค่ากว่า สามล้าน รถยนต์ชุปเปอร์คาร์อีกหนึ่งคัน และ เช็นสัญญากับบริษัทเทวาสยามกรุ๊ป อินเตอร์เนชั่นแนล อีกห้าปี ซึ่งถ้าฉันได้ ทุกอย่างที่ฉันตั้งใจไว้ ชีวิตครับครัวของฉัน ที่ตั้งใจไว้ จะสามารถเชิดหน้า ชูตาได้มากกว่านี้

 

"ทุกคน....ฉันมีเรื่องจะพูดด้วย คือ...เราก็อยู่กันมาหลายเดือน. เวทีนี้เป็นเวทีที่ดีที่สุด ไม่ว่าใครจะได้ หรือไม่ได้ ขอให้มิตรภาพความเป็นเพื่อน คงอยู่แบบนี้นานๆได้ไหม" น้ำตาลลุกขึ้นพูด หลังจากที่พวกเรากำลังจะเตรียมตัวขึ้นเวที มิตรภาพของการแข็งขันที่ฉันคิดว่าไม่มีอยู่จริง แต่วันนี้กับเปลี่ยนความคิดของฉันโดยสิ้นเชิง

 

"ฉันจะไม่ลืมพวกเธอทุกคน" เราห้าคนยิ้มให้กันอย่างเป็นมิตร รอบแรกคือการเดินบนพรมแดง แสงแฟลชสาดส่องเข้ามาจนทำให้ฉันเสียความหมั้นใจไปเลยละ เพราะความตื่นเต้น

 

ฉันทำใจดีสู้เสือ ก่อนจะก้าวเท้าขึ้นไปยืนบนเวที หายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะระบายยิ้มออกมา พร้อมกับก้าวเดินไปข้างหน้า 

 

โพสท่าสวยๆ ให้สมกับที่ฝึกซ้อมกันมาหลายวัน

 

ฉันเดินมาหยุดตรงหน้าคุณเทวา เขายิ้มให้ฉัน ฉันจึงยิ้มตอบ จากนั้นก็เดินกลับเข้าไปหลังเวที

 

"ชนี เวลาเดินไปหยุดตรงหน้าคุณเทวา หรือ คุณเพทาย ช่วยฉีกยิ้มยั่วๆให้พวกเขาประทับใจด้วยย่ะ รู้ไหมฉันดันหล่อนมากกว่าคนอื่นๆ" เจ๊ดาด้า เดินมาหาฉัน ฉันหันออกไปมองสองพ่อลูก ที่นั่งกันคนละมุม คุณเพทาย หล่อไม่แท้พ่อเลย ความเจ้าชู้ก็เช่นกัน 

 

"รู้แล้วน่า..." ฉันเดินไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนจะออกมา เติมแป้ง อีกแค่รอบเดียวเท่านั้น สู้ๆ ฉันพึพำกับตัวเอง ตื่นเต้นจนหูอื้อ ตามัว มือเย็นเฉียบ ทำอะไรไม่ถูกเลย

 

"น้องอิงค์คะ มีเรื่องด่วน"  พี่ทีมงานวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา จนทำให้ทุกคนหันมามองเป็นจุดเดียว เจ๊ดาด้า กับ มัดหมี่เดินมาอย่างสงสัยไม่ต่างจากฉัน

 

"มีอะไรคะ" ฉันขมวดคิ้วอย่างสงสัย

 

"เพื่อนน้องอิงค์ ที่ชื่อเจนบอกว่าคุณยาย ล้มหัวฟาดพื้น ตอนนี้อาการ 50/50" เหมือนฟ้าผ่าลงกลางหัวใจ มันเป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้ เรี่ยวแรงที่มีมันหดหายจนเซ ดีที่เจ๊ดาด้า กับ มัดหมี่ช่วยกันประครองไว้ 

 

"หล่อนเอาอะไรมาพูด" เจ๊ดาด้า หันไปเอ็ดพี่ทีงาน เรื่องแบบนี้ใครเขาเอามาพูดเล่น

 

"จริงๆนะเจ๊" พี่ทีมงานยืนยันหนักแน่น

 

ฉันได้แต่ภาวนา ว่านี่คือฝัน แต่ต้องยอมรับว่านี่คือความจริง เมื่อฉันกัดริมฝีปากตัวเอง จนรู้สึกเจ็บ

 

"อิงค์...สติ ตั้ง สติ" แม้แต่เสียงของเจ๊ดาด้า ฉันก็ไม่ได้ยิน ห่วงที่สุดก็คงเป็นยาย ญาติเพียงคนเดียวในชีวิตที่เหลืออยู่

 

"เจ๊....อิงค์จะไปหายาย"

 

"หล่อนจะบ้าหรอ เดินอีกแค่รอบเดียว ไม่เกินสองชั่วโมงก็จะเสร็จแล้ว" เจ๊ดาด้าค้านเสียงแข็ง ไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของฉัน แต่จะให้ฉัน เดินประกวดต่อ ฉันคงทำไม่ได้

 

"เจ๊....ยายสำคัญกับอิงค์มาก"

 

"ความฝันหล่อน อยู่แค่เอื้อมแล้วนะอิงค์"

 

"เจ๊...ไม่มียาย ความฝันก็ไม่มีความหมาย"

 

"เจ๊จะจัดการเรื่องของยายหล่อนให้"

 

"ไม่...ไม่....อิงค์ขอโทษ เรื่องชุด อิงค์จะเอามาคืนทีหลัง" ฉันสะลัดมือเจ๊ดาด้าออก แล้วหอมกระโปรงวิ่งออกมา แม้ความฝัน ที่เหลือเพียงไม่กี่ก้าว มันก็จะกลายเป็นความจริง แต่ความฝัน ที่ไร้ลมหายใจของอีกคน ฉันไม่ต้องการ

 

" อิงค์....เร็วเข้า" วิ่งออกมาก็เจอเจน ที่ยืนรออยู่อย่างร้อนใจ

 

"เจน...ยาย...ยายเป็นไงบ้าง"

 

"ไม่มีเวลาเล่าแล้ว"

 

เจนลากแขนเรามาที่รถ เป็นรถกะบะสี่ประตู คนที่ยืนรออยู่ก็คือนาวา 

 

"ฉันจะขับเอง เอากุญแจมา"

 

นาวาโยนกุญแจให้เจน จากนั้นเราก็ขึ้นไปนั่งบนเบาะหลังโดยมีวาเป็นคนกุมมือไว้แน่น

 

"วา...ยายเป็นไงบ้าง"

 

"ยายต้องปลอดภัย อิงค์ทำใจให้สบาย " คำปลอบโยนของวา พร้อมกับอ้อมกอดที่อบอุ่น ทำให้ฉันไม่อาจกลั้นน้ำตาไว้ได้

 

ฉันได้แต่ร้องให้ เหมือนคนขาดสติ แขนสองข้างโอบกอดวาไว้แน่น เหมือนว่าเขาคือที่พึ่งที่ดีที่สุดในเวลานี้

 

@โรงพยาบาล

 

กลิ่นยาคละฟุ้ง มันเป็นกลิ่นที่ฉันเกลียดมากที่สุดในชีวิต ถ้าเป็นไปได้ ฉันไม่ขอป่วย เพราะไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้

 

" คุณหมอ...ยายฉัน ยายอยู่ไหน"

"......."

 

'คุณยาย อาการโคม่า หนักพอสมควร หมอขอให้ญาติ ทำใจไว้ก็จะดีไม่น้อยครับ'

 

คำพูดของหมอ ดังก้องอยู่ในหัว อะไรคือให้ฉันทำใจ ไม่จริงหรอก ยายต้องปลอดภัยสิ

 

ฉันวิ่งทั้งที่ใส่ส้นสูง ตรงไปทางห้องไอซียู ประตูบานใหญ่ถูกฉันพลักให้เปิดออก

 

"ยะ...ยาย!!!!!!!!!!!" ฉันวิ่งเข้าไปหาหญิงแก่ชรา ที่ตอนนี้มีแต่สายระโยง ระยางเต็มไปหมด ที่สำคัญ มีเครื่องช่วยหายใจ มันเป็นภาพที่ไม่น่ามอง

 

"ยายจ๋า ยายตื่นมาคุยกับอิงค์สิจ๊ะ" ฉันกอดยายทั่งน้ำตา หัวใจถูกบีบรัด จนรู้สึกเจ็บปวด ความรู้สึกต่างๆมากมาย พลั่งพูเข้ามา 

 

"อิงค์...." เสียงของยางเรียกฉันแผ่วเบา มันเหมือนเสียงสวรรค์ ที่ชุบชีวิตของฉันให้มีชีวิต และความหวังขึ้นอีกครั้ง

 

"ยาย....อึก...อิงค์อยู่นี่ อยู่ตรงนี้ " ฉันจับมือขายมาแนบไว้ข้างแก้ม มือเหยียวของคนที่นอนอยู่ตรงหน้า บ่งบอกว่า เขาลำบากแค่ไหน กว่าจะเลี้ยงฉันมา 

 

"ร้องให้ทำไม"

 

คำพูดมันจุกอยู่ที่อก น้ำตายังคงหลั่งไหลไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

 

"ยาย....ฮื้อ.."

 

"อิงค์เอ้ย....เอ็งโตเป็นสาวแล้วนะ ทำอะไรให้คิดหน้าคิดหลัง อย่าให้ยายเป็นห่วง"

 

"อึก...ฮื้อ" ฉันมองที่จอ คลื่นหัวใจยายแผ่วลงเรื่อยๆ มันไม่จริงใช่ไหม ยายต้องไม่เป็นอะไรสิ

 

"สิ่งที่เอ็ง...ถามยายมาตลอด ยี่สิบกว่าปี....คำตอบของมัน....อยู่ในห้องยาย....สร้อยล็อคเก็ต ซ่อนอยู่ใน...กล่องไม้....มันจะนำพาเอ็ง.........ไปพบกับพ่อแท้ๆ"

 

"ไม่.. อิงค์ไม่อยากรู้แล้วว่าใครเป็นพ่อ อิงค์ไม่ตามหาเขาแล้ว" ยายหายใจติดขัด ก่อนจะกุมมือฉันไว้แน่น ตอนนี้ไม่มีอะไรสำคัญกับฉัน แม้แต่เรื่องของพ่อก็เถอะ

 

"เป็นไงบ้าง...การประกวด"

 

".......อิงค์ชนะแล้วจ้ายาย" ฉันเลือกที่จะโกหก เพราะเป็นสิ่งสุดท้าย ที่ฉันทำได้ดีที่สุดในชีวิต ยายยิ้มให้ฉัน มันเป็นยิ้มที่สวยที่สุด น้ำตายายค่อยๆไหลลงข้างแก้ม มือที่กุมมือฉัน ค่อยๆคลายออก

 

"ดูแล..ตัวเองด้วย........"

 

ติ๊ด..ติ๊ด...ติ๊ด.....ตี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดบนหน้าจอแสดงเส้นตรง พร้อมกับมือของยายล่วงลงจากมือฉัน หัวใจฉันแทบแตกสลาย 

 

"ไม่จริง....  กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด"

 

"ยายจ๋า...อย่าทิ้งอิ้งค์ไปแบบนี้" หมอและพยาบาล กันตัวฉันออกห่าง ก่อนจะช่วยกันปั้มหัวใจ คนแก่วันหกสิบกว่า ถูกหมอและพยาบาลลุ่มทึ้ง ร่างกายคงเจ็บหน้าดู

 

"พอแล้ว...พอเถอะ...."

 

หมอ และ พยาบาลก้มหน้าลง ก่อนจะกล่าวแสดงความเสียใจ แล้วยืนไว้อาลัยให้ยาย ฉันทำอะไรไม่ถูก มันเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่เหลือเกิน 

 

-----------------------------------

 

ชีวิตที่ไร้ซึ่งยาย ต่อจากนี้จะเป็นยังไง.....

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น