Bizxual

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

LOVE NO BOUNDARIES 2 [Chapter26.] >>>100%

ชื่อตอน : LOVE NO BOUNDARIES 2 [Chapter26.] >>>100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.2k

ความคิดเห็น : 54

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ม.ค. 2563 21:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
LOVE NO BOUNDARIES 2 [Chapter26.] >>>100%
แบบอักษร

“บอกแล้วไงว่าเวลาทะเลาะกันอย่าเดินหนี” ปิงเดินตามต้นไม้เข้ามาภายในบ้านพักอย่างรวดเร็ว ต้นไม้ชะงักกึกและรีบหันมามองคนพูด

“...” ใบหน้างอง้ำจ้องเขม็งสองแขนยกขึ้นสลับทำท่ากอดอก

“โกรธนักรึยังไง”

“อืม” ต้นไม้ตอบในลำคอ

“กูขอโทษ”

“คุณจะขอโทษผมเรื่องอะไร” ต้นไม้ถามกลับ

“ก็ทุกเรื่องที่ทำให้มึงไม่สบายใจ” ปิงตอบกลับทันควัน

“งี่เง่า” ต้นไม้พึมพำ

“กูรู้ แต่กูก็ไม่อยากว่ามึงแบบนั้นหรอก” ปิงพูดขึ้นหน้าตาเฉย

“ผมหมายถึงคุณต่างหากที่งี่เง่า” ต้นไม้เชิดใบหน้าขึ้นเล็กน้อย ปิงขำในลำคอเขาคว้าต้นไม้เข้ามาสวมกอด

“เรามีเรื่องไม่เข้าใจกันมามากพอแล้วนะต้นไม้ กูรักมึงมากแค่ไหนมึงเองก็น่าจะรู้ดี อย่าโกรธเลยนะ” ปิงพูดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านจนถึงปัจจุบันให้ต้นไม้ฟัง ร่างโปร่งดิ้นขลุกขลักในอ้อมกอด ไม่นานต้นไม้หมดแรงหนีหมดแรงดิ้นก็ยอมหยุดเอง

“ทำไมต้องทำเรื่องง่ายให้มันเป็นเรื่องยากอยู่เรื่อย เพราะคุณ!!! ผมคงเป็นบ้าตายเข้าสักวัน” ต้นไม้พูดขึ้น

“ชู่วว์” ปิงทำเสียงปลอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

“ผมจะเชื่อใจคุณได้ยังไงอีกหะ” ต้นไม้ถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“แล้วกูต้องทำยังไง บอกกูสิ” ปิงถามกลับ

“...” ต้นไม้นิ่งเงียบ เขารู้มันยากที่จะพูดออกไป ใช่แต่งงาน จดทะเบียนสมรส เขาต้องการเป็นเจ้าของผู้ชายคนนี้คนเดียว

“ช่างเถอะถ้าคุณไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง ผมเหนื่อยแล้วล่ะ” ต้นไม้ดันอกแกร่งเพื่อจะผละตัวออกจากอ้อมกอดของชายคนรักที่ตอนนี้กักขังเขาราวกรงเหล็ก

“กูจะขึ้นไปผสมน้ำไว้รอ” ปิงพูดขึ้น ต้นไม้ชะงักนิดหน่อยกับประโยคนั้นแต่ก็ยอมพยักหน้ารับช้าๆ

“ที่หมอกฤตมาที่นี่ ก็แค่จะมาปรึกษาเรื่องหลีหยวนขอหมอแต่งงาน และที่มึงเห็นกูกอดกัน..” ปิงพ่นลมหายใจออกมาเล็กน้อย ใช่เขาต้องอธิบายถึงแม้ว่ามันจะไม่จำเป็นก็เถอะ แต่นี่เป็นต้นไม้ คนรัก..เขาจึงต้องยอมอธิบาย ขยายความ บอกให้รู้ ช่างเถอะ เขายอมแพ้คนคนนี้แล้วล่ะ

“ก็แค่แสดงความยินดีเท่านั้น” ปิงพูดสั้นๆ

“แต่งงาน!!! หึ เป็นเรื่องที่น่ายินดีจริงๆ” ต้นไม้สบถลมหายใจและพูดด้วยน้ำเสียงขมขื่น ช่างเป็นเรื่องที่น่ายินดีไม่ใช่เหรอ ที่หมอกฤตไม่ได้มาตามราวีแย่งคนรักไปจากตนเอง แต่ทำไมเมื่อได้ยินเรื่องแต่งงานมันเหมือนทุกอย่างมันยิ่งตอกย้ำให้คนตรงหน้ารู้ว่าสมควรต้องทำอย่างไรไม่ใช่เหรอ แต่นี่กลับ ช่างเถอะ..ผู้ชายคนนี้เขามันก็แค่มาเฟียจอมเผด็จการ ที่ไม่เคยรับรู้ถึงจิตของคนอื่น แล้วเขาจะหวังอะไร

“ต้นไม้..”

“ไหนคุณบอกจะเตรียมน้ำให้ผมอาบไม่ใช่เหรอ” ต้นไม้เปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็ว พยายามกลบเกลื่อนสีหน้าครุ่นคิดของตนเองแทบจะไม่มิดแต่ก็แสร้งทำเป็นไม่รู้สึกรู้สาอะไร

“อะ อืม ขึ้นไปพร้อมกัน” ปิงคว้ามือต้นไม้ให้เดินตามเขาขึ้นชั้นสอง ต้นไม้ก็ยอมเดินตามโดยไม่ได้พูดอะไร เมื่อเข้ามาภายในห้อง ทุกอย่างเงียบสนิทจนต้นไม้ต้องเปิดเพลงจากเครื่องเล่นเบาๆ เพื่อกลบบรรยากาศอันน่าอึดอัดนี้ซะ ต้นไม้ยืนอยู่มุมห้องน้ำเพื่อรอ

“ถอดเสื้อผ้าออกสิ” ปิงถกแขนเสื้อขึ้นเล็กน้อยเขาสวมเสื้อเชิ้ตคอจีนสีฟ้าอ่อน กางเกงขาสั้นเหนือหัวเข่าผ้าคอตเนื้อดีตัดเย็บปราณีต ทั้งที่ดูธรรมดา แต่เมื่อผู้ชายคนนี้สวมใส่มันกลับไม่ธรรมดา คงเป็นเพราะขายาวๆของเขานั่นละมั้งทำให้ใส่อะไรก็ดูดี แถมไหล่กว้างๆนั่นอีก ต้นไม้ได้แต่ยืนถอนหายใจให้กับร่างกายของตนเองที่สะท้อนผ่านกระจกเงาคู่กับเขาคนนี้

“ต้นไม้ จะถอดเองหรือจะให้กูถอดให้ล่ะ” ปิงถามเสียงเข้มเมื่อเห็นต้นไม้เอาแต่ยืนถอนหายใจ

“...” เสียงจิ๊จ้ะในลำคอดังขึ้นเล็กน้อย ต้นไม้ปกติไม่ค่อยงอแงหรือดื้อใส่เขาเท่าไหร่หากเปรียบกับตอนที่ยังมองไม่เห็นและตอนนี้ ต่างกันนิดหน่อย แต่ถ้าให้นึกย้อนกลับไป เขากำลังนึกไปถึงตอนที่เจอกันใหม่ๆ ต้นไม้ดื้อกว่านี้มากนัก

“นี่ ถ้าคุณยังไม่หยุดลวนลามผมผมจะไปอาบในห้องชาวเวอร์” ต้นไม้พูดด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์เพราะมือปลาหมึกของปิงซุกซนจับโน่นจับนี่ตามร่างกายเขาไม่หยุด ทั้งสองนั่งอยู่ในอ่างอาบน้ำใบโต

“เล็กๆน้อยๆก็ให้ไม่ได้รึไง ไม่ได้จะจับกินซักหน่อย” ปิงบ่น

“...” ต้นไม้นิ่งเงียบเขาไม่อยากเถียงกับปิงเรื่องพวกนี้อีกต่อไป ได้แต่ส่งเสียงฮึดฮัดออกมา เป็ดน้อยสีเหลืองน้ารักลอยเต็มอ่างน้ำ จะของใครอีกล่ะ ก็ของเจ้าตัวในอ้อมกอดเขาเนี่ยแหละ ปิงแกล้งดีดเจ้าเป็ดตัวเล็กไปไกลๆจากฝูงของมัน ต้นไม้หันมาทำตาเขียวใส่ทันที

“อย่าทำแบบนั้นได้มั้ย” ต้นไม้ดุ

“กูทำอะไร” ปิงบีบปลายจมูกด้วยความมันเขี้ยว

“คนนิสัยไม่ดี ฮะ ฮัดชิ้ว!!!” เสียงจามเพียงครั้งเดียวของต้นไม้นั่นก็พอที่จะให้การเล่นสนุกในอ่างอาบน้ำของต้นไม้จบลง

ซ่า!!! ปิงลุกจากอ่างอาบน้ำโดยไม่ลืมที่จะอุ้มต้นไม้ให้ออกไปพร้อมกัน

“ไม่ต้องทำแบบนี้ก็ได้” ต้นไม้รีบห้าม

“กูเต็มใจ” ปิงพาต้นไม้ออกจากห้องน้ำทั้งสองรีบจัดการเช็ดเนื้อเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้า ต้นไม้ถูกจับให้สวมชุดนอนแต่ในตู้ที่บ้านพักตากอากาศนี่ดันมีแต่ชุดตอนลายการ์ตูนน่ารัก ปิงเห็นก็อดยิ้มไม่ได้ ส่วนปิงสวมกางเกงนอนขายาวเพียงตัวเดียว เขายืนท้าวสะเอวมองเด็กดื้อข้างเตียง

“ลุกขึ้นมาเป่าผมก่อนต้นไม้”

“แต่ผมง่วง” ต้นไม้ทำเสียงอู้อี้และทำท่าจะมุดผ้าห่มหนี

“ไม่เอาน่า เดี๋ยวเป็นหวัด” ปิงรั้งผ้าห่มผืนหนาออกจากตัวต้นไม้

“ลุกขึ้นมาก่อน” ปิงสั่งเสียงเข้ม ต้นไม้ดีดตัวลุกขึ้นนั่งและรับผ้าเช็ดผมจากปิงมาเช็ดผมตัวเองแรงๆ เพื่อประชดที่ปิงไม่ยอมให้ตนนอน แต่ด้วยความรุนแรงและความซุ่มซ่ามของตัวเอง

“อ๊ะ ซี๊ด” เสียงอุทานของคนดื้อดังขึ้น ปลายเล็บดันไปข่วนเข้าที่หางคิเวจนแสบจี๊ด ร่างสูงเห็นแล้วได้แต่ส่ายหัว เขาแย่งผ้าเช็ดผมจากมือต้นไม้มาถือไว้เอง และค่อยๆบรรจงซับผมให้เบาๆ

“ไหนขอดูหน่อยสิ” ปิงเสยผมหน้าม้าที่ปรกปิดดวงตาของต้นไม้ขึ้นเบาๆ ปลายนิ้วเกลี่ยอย่างระวัง

“ฟู่วว์ หายเจ็บนะ” ปิงเป่าเบาๆและพูดเหมือนปลอบเด็กเล็ก ต้นไม้ยกมือขึ้นปิดโดยไม่ให้ปิงทำกับตนเองแบบนั้น

“ผมไม่ใช่เด็กๆ ไม่ต้องมาเป่าเพี้ยงแล้วจะหายเจ็บ”

“หึหึ” ปิงขำในลำคอ ต้นไม้พยายามแย่งผ้าเช็ดผมเพื่อจะรีบเช็ดผมตนเองให้แห้งเร็วๆเพราะตอนนี้เริ่มง่วงเต็มที

“เช็ดแรงแบบนั้นเดี๋ยวก็ปวดหัวหรอก” ปิงพูดขึ้น ต้นไม้ไม่ยอมพูดยอมจาเอาแต่หลับตาอย่างเดียว

“ทำเหมือนเด็กๆ”

“...” ต้นไม้ไม่ตอบโต้ ปิงยิ้มบางๆ เมื่อเช็ดผมจนแห้งสนิทเขาก้มจูบไปที่หน้าผากของต้นไม้หนึ่งทีและผละออก เขาลุกขึ้นเพื่อจัดแจงที่หลับที่นอนให้เข้าที่และลดไฟหัวเตียงลง

“เอาล่ะ เสร็จแล้วนอนได้” ปิงบอก แต่ต้นไม้ยังนั่งนิ่งไม่ยอมขยับบนเตียงกว้าง ปิงรั้งศีรษะของต้นไม้มาแนบกับหน้าท้องของตนเองและลูบผมนุ่มเบาๆ

“กูรักมึงมากนะต้นไม้ อย่าดื้อเลยนะ” ปิงพูดขึ้น ต้นไม้ยกสองแขนขึ้นโอบรอบเอวของร่างสูง

“...” ต้นไม้นิ่งเงียบกอดเอวของปิงไว้แน่น ผ่านไปสักพักในเมื่อเห็นว่าต้นไม้นิ่งเงียบ เขาดันร่างบางออกจากการโอบกอดเอวของตนเองและพูดขึ้น

“ชีวิตนี้กูคงรักใครไม่ได้อีกแล้ว เชื่อใจกูเถอะนะ” ปิงย้ำน้ำเสียงของเขาหนักแน่นเหมือนทุกครั้ง

“ก็อยากจะเชื่ออยู่หรอก ถ้าคุณ..” ต้นไม้หยุดพูดเพราะถูกปลายนิ้วยาวกดห้ามไว้ที่ริมฝีปากเพื่อไม่ให้พูดต่อ

“กูรักมึง รู้แค่นี้ก็พอ ไม่มีถ้า ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น รักมึงยิ่งกว่าตัวกูเอง กูยอมเสียทุกอย่างบนโลกนี้ได้ แต่กูยอมเสียมึงไปไม่ได้..ต้นไม้” ปิงพูดจบ เขาก้มลงจูบไปที่ศีรษะของต้นไม้เบาๆ ปิงนั่งลงบนเตียงและโอบกอดร่างบางจากด้านหลัง

“อยากได้อะไร ต้องการอะไร ขอแค่มึงเอ่ยปาก กูจะทำให้ทุกอย่าง” ปิงถามเขารู้ว่าว่าต้นไม้รู้สึกอย่างไรเมื่อได้ยินข่าวการแต่งงานของหลีหยวนและหมอกฤต

“ไม่ต้องทำอะไร ลำบากคุณเปล่าๆ” ต้นไม้พูดเสียงเรียบ

“ทำอะไรเพื่อมึงไม่ได้ลำบากยากเย็นอะไร” ปิงตอบกลับ

“...” ต้นไม้ฟังเงียบๆ เขายอมนั่งนิ่งในอ้อมกอดของปิง

“กูไม่อยากเห็นมึงร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดอีกแล้วล่ะต้นไม้” ปิงกระซิบ

“กู..ไม่อยากเห็นแล้วจริงๆ” น้ำเสียงเจ็บปวดแทบจะกลืนหายเข้าไปในลำคอ เขาสูดลมหายใจเข้าปอด เขารู้ว่าต้นไม้หลับไปนานหลายนาที แต่เขาก็ยังคงพร่ำบอกแบบนั้นซ้ำๆ และในที่สุดเขาก็ตัดสินใจได้ว่าตนเองจะต้องทำยังไงต่อไป หากไม่อยากเสียต้นไม้ไป

“นายครับ” เสียงกระซิบคุ้นหูดังขึ้นข้างๆเพียงครั้ง นั่นทำให้ปิงลืมตาตื่นขึ้นทันที เขาไม่ได้ตกใจอะไรและการขยับตัวลุกขึ้นของเขานั้นไม่ได้รบกวนการนอนของคนข้างกายเลยสักนิด

“อืม” ปิงตอบรับด้วยน้ำเสียงแหบแห้งผ่านลำคอ เขาหันไปจุมพิตเบาๆบนหน้าผากของต้นไม้

“มีคนมารายงานเรื่องคุณชาคริยาครับ” เจ็ทรีบรายงานเสียงของเขานั้นเบามาก แต่ก็ไม่ได้เบาซะจนปิงฟังประโยคของเขาไม่ออก

“ออกไปคุยกันข้างนอก” ปิงออกคำสั่งสั้นๆ เขาลุกออกจากเตียง เจ็ทรีบหยิบเสือคลุมมาสวมให้ผู้เป็นนายอย่างรวดเร็ว ปิงรีบไม่ลืมจัดแจงเก็บปลายผ้าห่มให้ต้นไม้ ปกติเขาก็ทำแบบนี้ให้เสมอ เมื่อทุกอย่าเรียบร้อย ปิงและเจ็ทยืนเงียบๆสักพักข้างเตียงทั้งสองก็เดินออกจากห้องนอนไปอย่างเงียบๆ..

 

“เรียบร้อยดีใช่ไหม”

“ครับเรียบร้อย แต่ว่าเธอ..” เจ็ทเว้นช่วง

“แต่อะไร” ปิงถามกลับเสียงเข้ม

“เธอไม่น่าจะปล่อยคนของคุณพระอาทิตย์ไปง่ายๆ” เจ็ทตอบ ปิงนิ่งคิดเล็กน้อยเขายกนิ้วขึ้นดันหัวคิ้วเล็กน้อย เขานั่งลงที่โต๊ะทำงาน สีหน้าของเขาไม่ค่อยสู้ดีนักเขาไม่สนใจเรื่องชาคริยาหรอก แต่เรื่องที่อยากได้ยินมากกว่านั้นคือเรื่องอะไรนั้นคนตรงหน้านั้นรู้ดีที่สุด

“เรื่องนั้นพระอาทิตย์จะเป็นคนจัดการ ไม่มีอะไรต้องห่วง”

“ครับ” เจ็ทก้มศีรษะลงเล็กน้อยเขาไม่ยอมแหงนหน้าขึ้นมองหน้าเจ้านายอย่างเคย ปกติเจ็ทมักเป็นคนเดียวที่ยอมสู้สายตากับผู้เป็นนายอย่างเขา แต่ครั้งนี้ไม่

หึ..ปิงหรี่ตาจ้องมองลูกน้องคนสนิทของเขาเงียบๆ เขายกสองขาขึ้นสลับซ้ายขาไขว้ห้าง สองมือยกขึ้นประสานกันตั้งฉากไว้บนโต๊ะทำงาน เจ็ทรู้สึกได้ว่าเจ้านายของเขาจ้องมองเขาไม่ยอมละสายตา

“คะ..คือว่า นาย ไปนอนพักต่ออีกซักหน่อยเถอะครับ เดี๋ยวคุณต้นไม้ตื่นขึ้นมาจะโกรธเอาได้นะครับ” เจ็ทหาข้ออ้างให้ผู้เป็นนายกลับไปนอนต่อ

“นี่แกกำลังไล่ฉันให้กลับขึ้นเตียงไปหาเมียฉันอยู่รึไง” ปิงคำรามเสียงเข้ม

“ปะ เปล่าครับนาย” เจ็ทห่อไหล่น้ำเสียงของเขาตะกุกตะกักแทบไม่เป็นประโยค

“ฉันควรจะจัดการกับคนอย่างแกยังไงดีหะเจ็ท” ปิงขอความคิดเห็นจากลูกน้องตนเอง

ตุ๊บ!!!! กระแทกของหัวเข่ากับพื้น น้อยครั้งที่จะเห็นลูกน้องในโอวาทของตนเองนั่งคุกเข่าต่อหน้าต่อตาถ้าไม่ทำผิดเรื่องร้ายแรงจริงๆ

“หึ แกทำผิดมากนักรึไงถึงมานั่งคุกเข่าต่อหน้าฉันหะเจ็ท” ปิงถามเข้ม เขาไม่ได้รับคำตอบใดๆจากลูกน้องที่ได้ชื่อว่าเขาไว้ใจมากๆคนหนึ่งอย่างเจ็ท

“ปัง!!! ฉันถามว่าแกทำผิดมากนักรึยังไงหะ!!!” ปิงถามเสียงลอดไรฟันเขาตบโต๊ะเสียงดัง และนั่นทำให้หัวไหล่ของเจ็ทกระตุกเล็กน้อยเท่านั้น

“ใช่สิ ฉันคงสอนแกมาเรื่องยอมปิดปากเงียบแบบนี้ งั้นก็ดี” ปิงขยับเปิดลิ้นชักเขาควักปืนลูกโม่ออกมาวางบนโต๊ะทำงาน

“นะ..นายจะทำอะไรครับ” เจ็ทถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน

“เปิดปากได้แล้วสินะ” ปิงดันปลายกระบอกปืนหันไปทางลูกน้องคนสนิท เจ็ทไม่เคยกลัวตายยิ่งด้วยน้ำมือของผู้เป็นนายด้วยแล้วเขาไม่เคยกลัวแม้แต่น้อย

“เรื่องวันนั้น พ่อเลี้ยงไม่ได้คิดจะใช้คนมาทำร้ายนายถึงในไร่นะครับ” เจ็ทเปิดปากโพล่งเสียงดังในที่สุด

“หึ แล้วมันเรื่องอะไรที่แกไม่คิดจะกลับมาที่นี่หะ!!!” ปิงเสียงดังไม่แพ้กัน

“...” เจ็ทเถียงไม่ออกในข้อนี้

“คือผม..” ก่อนที่เจ็ทตะหาคำแก้ตัวให้ตนเองเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น เจ้านายของเขานั้นไวพอๆกันรีบลุกจากเก้าอีกมาประคองตัวเขาให้ลุกขึ้นจากพื้น น้อยครั้งที่ปิงมีท่าท่าแบบนี้ใช่สิก็ต้นไม้ให้ท้ายเจ็ทเสมอ จนลูกน้องคนอื่นๆ เขม่นเจ็ทกันหมด ขอบคุณพระเจ้า

ก๊อกๆๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้น

“Shit!!! รีบๆลุกขึ้นมา” ปิงรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงานและเดินไปประคองเจ็ทให้ลุกขึ้นจากพื้น คนด้านนอกไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาตบานประตูถูกผลักเข้ามาอย่างรวดเร็ว

“เสียงเอะอะโวยวายอะไรกัน” ต้นไม้ถามเสียงเรียบ เขาเลิกคิ้วเมื่อเห็นเจ็ท

“เจ็ท” ต้นไม้อุทานเรียกชื่อ

“สวัสดีครับ”

“เป็นห่วงแทบแย่” ต้นไม้สวมกอดเจ็ทไว้แน่น ปิงนิ่งเงียบเขามองการกระทำของคนทั้งคู่เงียบๆโดยไม่พูดอะไร เขารู้ว่าต้นไม้เป็นห่วงเจ็ทมากแค่ไหนและการที่เขาสั่งเจ็ทให้ไปทำอะไรที่เสี่ยงอันตรายนั้นเป็นอะไรที่ต้นไม้ไม่เห็นด้วยสักครั้งเดียว

“ผมปลอดภัยดีครับ” เจ็ทกระซิบ

“ปล่อยเจ็ทไปพักเถอะ” ปิงดึงต้นไม้ให้ออกห่างจากเจ็ทอย่างแนบเนียบอย่างที่เคยทำแต่ก็ก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากต่อว่าอะไรเพราะรู้ดีว่าปิงนั้นหวงต้นไม้แค่ไหน

“อีกเดี๋ยวพวกเราจะออกเดินทางกันแล้ว” ปิงกระซิบแผ่วเบา

“เดินทาง? จะไปไหน” ต้นไม้ถามด้วยน้ำเสียงแปลกใจ

“เนเธอร์แลนด์” ปิงตอบเพียงสั้นๆ

“เนเธอร์แลนด์..ปะ ไปทำไม” ต้นไม้ถามเสียงสั่นตามหัวใจที่กำลังสั่นไม่เป็นจังหวะ ปิงใช้มือจับแก้มใสของคนรักประคองเบาๆด้วยความทะนุถนอม อันที่จริงเขาควรหาเวลาและสถานที่ๆมันเหมาะสมและโรแมนติกกว่านี้บอกเรื่องนี้กับต้นไม้ แต่ดันมาเกิดเรื่องซะก่อนก็เจ้าลูกน้องตัวปัญหานะสิ ปิงตะวัดสายตายไปยังลูกน้องคนสนิทด้วยความไม่พอใจ เขาถอนหายใจออกมาหนักๆ เขาหัวเสียเล็กน้อยกับลูกน้องคนนี้

“จดทะเบียน” ปิงเว้นช่วงและยิ้มบางๆ เพราะต้นไม้ดันปล่อยน้ำตาต่อหน้าเขา อีกครั้งที่ทำให้ต้นไม้ร้องไห้เพราะตนเอง น้ำตาของคนที่เขารักที่สุดในชีวิต

“แต่งงานกับกูนะต้นไม้”

“ทำไมคุณไม่รู้จักความโรแมนติกเอาซะเลยนะ” ต้นไม้ทั้งขะเขิน ทั้งงงงวย ความรู้สึกปนเปไปหมด

“ก็ถ้าแก..” ปิงทำท่าคาดโทษเจ็ท

“ยินดีด้วยนะครับนาย คุณต้นไม้!!!” เปะๆๆ เจ็ทยืนปรบมือรัวให้เจ้านายทั้งสองหน้าตาเฉย หมดกันความโรแมนติกที่ปิงวางแผนมาทั้งคืน เพราะเจ้าลูกน้องแสนซื่อบื้อของเขาคนนี้แท้ๆ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น