หน่มน๊ม

เชิญเข้ามาสนุกกับนิยายที่น่ารัก ^^

บทที่3 : จูบรักสิ (1)

ชื่อตอน : บทที่3 : จูบรักสิ (1)

คำค้น : Yuri หลงทูนหัว

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 315

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 23 พ.ค. 2562 11:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่3 : จูบรักสิ (1)
แบบอักษร

.

 

.

บทที่3

จูบรักสิ

 

 

“รักชอบคุณเอวา!”

 

“...”

 

“ชอบมาก รับรักรักด้วยนะคะ!”

 

“แต่เราไม่ชอบเธอ เกลียดด้วยซ้ำไป”

 

“เฮือก!”

 

ฉันสะดุ้งตื่นจนเผลอกลิ้งตกจากเตียงนอน แผ่นหลังรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวด เมื่อกี้นี้ฉันคงสะดุ้งแรงไปหน่อย เลยไม่ได้คำนึงว่าตัวเองนั้นนอนอยู่บนเตียง ให้ตายสิ...วันนี้มันวันอะไรกันนะ ทำไมข้างนอกถึงได้ดูวุ่นวายกันจัง

 

แล้วเมื่อกี้ฉันฝันถึงอะไร...เอวารีอีกแล้วเหรอ

 

เหตุการณ์ที่ฉันหอบดอกไม้ช่อโตไปขอคบเอวารีเมื่ออาทิตย์ก่อน มันยังคงวนเวียนไม่จบไม่สิ้น มันเป็นฝันร้ายที่เข้ามาเล่นงานฉันในเวลาเข้านอนเสมอ คนใจร้ายคนนั้นปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย ดอกไม้ที่ฉันตั้งใจจะเอาไปให้แหลกสลายไปกับฝ่ามือของฉันเอง

 

ในเมื่ออีกคนปฏิเสธ...ฉันจะเก็บมันเอาไว้ทำไม

 

ฉันนั่งมองรอบห้องอยู่สักพักก่อนจะหยัดตัวลุกขึ้น  เดินไปยังตู้เสื้อผ้าเพื่อหาชุดใส่ พอได้ชุดตามที่ตัวเองต้องการ ฉันก็ไม่รอช้ารีบสาวเท้ามุ่งตรงเข้าไปยังห้องน้ำสุดหรู

 

ถึงบ้านที่ฉันอาศัยอยู่มันจะเป็นบ้านสุดหรูออกแนวยุโรปหน่อยๆ แต่มันกลับไม่ทำให้ฉันมีความสุขเลยสักนิด บ้านหลังนี้เคยมีพ่อและพี่ชายของฉันอาศัยอยู่ด้วยกัน

 

มันเป็นช่วงเวลาที่มีความสุข...แต่คุณพ่อกลับทำมันพัง

 

ท่านฉ้อโกง หลอกลวงคนบ้านหลังนี้ที่ให้ที่อยู่ที่กิน สุดท้ายก็ถูกจับด้วยคดีร่วมกันฟอกเงินร่วมกับพี่ชายของฉัน แถมคุณพ่อยังโดนข้อหาทำร้ายร่างกายคุณยายทวดและพี่ต้นหอมรวมถึงแม่แมลงสาบวารีไปอีกหนึ่งกระทง

 

ตอนไปเยี่ยมท่านที่เรือนจำครั้งแรก เราสองพ่อลูกไม่ได้พูดอะไรกันมากมาย ฉันเพียงซื้อข้าวซื้อน้ำดีๆ ไปให้ แต่รู้ไหมคนเป็นพ่อพูดกับฉันว่ายังไง

 

‘ถ้าฉันออกไปได้เมื่อไหร่...ฉันจะฆ่าครอบครัวนังซีกมลให้หมด แล้วจะพาแกหนีไปอยู่ต่างประเทศ!’

 

อืม...มันอาจเป็นเรื่องที่น่าตกใจที่พ่อพูดแบบนั้นต่อหน้าลูกสาว แต่นี่แหละคือวิถีของคุณพ่อ ท่านไม่เคยโทษตัวเองและไม่เคยคิดว่าตัวเองผิดเลยสักครั้ง ทั้งที่สิ่งที่ท่านกระทำมา ล้วนแต่เป็นสิ่งที่คนดีๆ เขาไม่คิดจะทำกัน

 

จะไม่ยอมให้ท่านฆ่าเอวารีได้หรอก

 

ฉันรักของฉัน

 

ใครหน้าไหนก็ห้ามแตะทูนหัว

 

ฉ่า~

 

น้ำที่ไหลกระทบผิวกายมันเย็นแปลกๆ แต่มันก็ทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นมาก วันนี้ต้องมีแต่สิ่งดีๆ แน่เลย เพราะมันเป็นวันที่ฉันจะได้ไปเดินดูโกดังเก็บไม้พร้อมกับเอวารี ครั้งนี้ฉันจะไม่พลาดเด็ดขาด

 

ต้องขอคบเอวารีอีกครั้ง...

 

ก๊อกๆ!

 

“ใคร ป้าชื่นเหรอคะ”

 

“เอ่อ...ใช่ค่ะคุณหนูรัก ตอนนี้คุณหนูเอวาหน้าไม่รับแขกเลย สงสัยคงรอคุณหนูรักลงไปทานข้าว”

 

“รักอาบน้ำอยู่ บอกให้เอวากินก่อนได้เลยค่ะ”

 

“ถ้าจะให้ดีคุณรักรีบลงไปดีกว่านะคะ คุณต้นหอมไปเรือนเล็กหาครอบครัว ส่วนนายหญิงซีกมลออกไปทำงานตั้งแต่เช้า มีเพียงคุณหญิงมณีและคุณหนูเอวารีที่รอทานข้าว ดิฉันเกรงว่า ถ้าคุณหนูรักลงไปช้าอาจโดนดุได้นะคะ”

 

“...”

 

พอสิ้นเสียงของป้าแม่บ้านฉันก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เพราะต้องเร่งความเร็วในการอาบน้ำ กลัวจับใจว่าอาหารเช้าตัวเองจะไปนอนเอกเขนกอยู่ในถังขยะ คนขี้โมโหนั่นยิ่งชอบแกล้งให้ฉันดูคล้ายกับแมลงสาบเกาะกินอยู่ด้วย

 

เพียงเสี้ยวนาทีฉันก็อาบน้ำเสร็จ ก่อนจะรีบเดินออกมาสวมใส่เสื้อผ้า วันนี้ฉันขอใส่แค่ชุดเดรสกระโปรงลายลูกไม้ก็พอ เพราะไม่ได้เข้าบริษัท แค่ไปแนะนำส่วนต่างๆ ของโกดังให้ว่าที่ผู้บริหารอย่างเอวารีรับทราบเท่านั้น คงไม่ต้องใส่สูทไปหรอก

 

บริษัทของตระกูลสกุลนารีมีฉันดำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหาร มีพี่ก้านพลูเป็นผู้บริหารสาขาย่อยและภัตตาคารขนมไทยของตระกูล ถ้าหากว่าเอวารีเรียนจบเมื่อไหร่หล่อนคงจะขึ้นเป็นผู้บริหารแทนฉันทันที และฉันคงต้องไปเป็นบริหารสาขาย่อยแทน

 

แต่นั่นมันก็ดีแล้ว

 

เพราะฉันอยากให้เด็กคนนั้นเป็นผู้เป็นคนเสียที อยากให้หล่อนมีหัวใจไม่ใช่วันๆ เอาแต่หมกตัวอยู่ในห้อง ทำตัวเหมือนผีลอยไปลอยมา

 

กึก กึก

 

ฉันก้าวเท้าลงไปยังชั้นล่างของตัวบ้าน เพียงเท้าแตะถึงพื้นด้านล่างสายตาก็พลันสบมองเข้ากับดวงตาเรียวเฉียบคมของคนที่นั่งมอง แอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ก่อนที่ฉันจะรีบสาวเท้ามุ่งตรงหายเข้าไปยังห้องครัว เพื่อที่จะได้ทานอาหารเช้าของตัวเองให้เสร็จสรรพ

 

“อ้าวหนูรัก ไปนั่งกินอะไรตรงโน้น มานั่งกินด้วยกันสิ”  คุณหญิงมณีไม่ว่าเปล่าหล่อนรีบเดินมาหยิบจานข้าวของฉัน ก่อนจะเดินเอาไปวางลงบนโต๊ะขนาดกว้าง ซึ่งมีหนึ่งบุคคลกำลังนั่งจิบกาแฟอ่านหนังสือพิมพ์สบายใจ

 

คุณหญิงมณีหล่อนคือแม่แท้ๆ ของเอวารีและเป็นแม่เลี้ยงของฉัน เพราะหล่อนเคยแต่งงานกับคุณพ่อ แต่ตอนนี้เลิกกันไปแล้ว และคงไม่ได้กลับมารักกันอีก

 

“หนูรักแม่บอกให้มานั่งทานข้าวกับแม่ เอวาก็อีกคนชอบแกล้งพี่เค้า” คุณหญิงมณีเริ่มทำเสียงแข็ง “ยังอีก มาทานข้าวสิรัก”

 

“ค่ะ”

 

สุดท้ายฉันต้องจำใจเดินไปนั่งลงข้างๆ เอวารี อีกคนไม่มองมาเลยแถมยังอ่านหนังสือพิมพ์สบายใจอีก

 

“เอวาวันนี้หนูต้องไปดูโกดัง อย่าดื้อกับพี่รักนะรู้ไหม”

 

“อืม...”

 

“เฮ้อ แม่ไว้ใจหนูได้ใช่ไหม”  คุณหญิงส่ายหน้าด้วยความเหนื่อยใจ หล่อนลูบต้นแขนฉันเบาๆ เป็นการปลอบโยน ส่วนฉันทำได้แค่ยิ้มๆ แล้วรีบจัดการข้าวและอาหารรสชาติเยี่ยมตรงหน้า เพราะเดี๋ยวเอวารีจะแอบเอาแมลงสาบมาใส่ ไม่ก็เอาข้าวฉันไปเททิ้งเหมือนวันก่อนๆ “ฝากด้วยนะหนูรัก อย่าให้เอวาแกล้งนะรู้ไหม”

 

“ค่ะ คุณหญิงอย่าห่วงเลยนะคะ”  ฉันตอบรับคุณหญิงแต่สายตากลับจ้องมองไปยังเด็กสาวร่างเล็ก ซึ่งมีฐานะเป็นน้องต่างสายเลือด ดวงตาตี๋ๆ คล้ายสาวเกาหลีนั้นน่าหลงใหลมาก ยิ่งเวลาไม่ได้แต่งเครื่องสำอาง ใบหน้าของเธอไม่ต่างอะไรจากใบหน้าของรูปปั้นเทพีที่ถูกศิลปินฝีมือทองบรรจงปั้นออกมา

 

ฉันคงจะจ้องหล่อนนานเกินไป ถึงได้ทำให้เอวารีลดระดับหนังสือพิมพ์ลงเล็กน้อย เผยให้เห็นแววตาอันนิ่งเรียบไร้ซึ่งความคิดใดๆ

 

“มองอะไร”

 

“อึก”

 

“ห้ามมอง!”

 

“รักแค่...”

 

“เอ้าๆ อย่าทะเลาะกัน”  คุณหญิงมณีรีบเอ่ยห้ามก่อนที่ฉันกับลูกสาวหล่อนจะเปิดศึกกันไปมากกว่านี้ แค่มองเอง...อีกคนจะโมโหใส่ทำไม ทั้งที่เจ้าตัวก็รู้อยู่แก่ใจว่าฉันนั้นรักหล่อนมากแค่ไหน “โอ้...จริงสิหนูรัก เดี๋ยวพี่ดินจะกลับมาแล้วนะ งานที่ระยองเริ่มคงตัวแล้ว แม่เลยจะให้กลับมาหนูดีใจไหมลูก”

 

“จริงเหรอคะ แบบนี้รักต้องหาของขวัญไว้ต้อนรับพี่ชายแล้วสิ” ฉันยิ้มเต็มหน้าเมื่อได้ยินข่าวดี แต่ต้องหุบยิ้มเมื่อไปสะดุดกับสายตาไร้ความรู้สึกของเอวารี

 

“ไม่ต้องหาของขวัญหรอก ฮ่ะๆ หนูรักน่ะเป็นของขวัญที่แสนวิเศษของพี่ดินแล้วแหละ” คุณหญิงว่าไปยิ้มไปราวกับฉันและพี่ดินเป็นแฟนกัน ที่ต้องห่างไกลกันไปนานอะไรเทือกนั้น “จริงไหมเอวา พี่ดินกับพี่รักเข้ากันไหม”

 

“...” คำถามของคุณหญิงกลายเป็นฟองอากาศที่ลอยขึ้นสูงแล้วแตกดังโป๊ะ ลูกสาวหน้าขรึมของหล่อนไม่ยอมตอบ แถมยังทำเสียงอ้วกใส่แก้วน้ำที่เจ้าตัวเพิ่งจะจิบไป คุณหญิงยู่ปากใส่ลูกสาวในไส้ แล้วได้แต่มองเอวารีลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าที่ไร้อารมณ์สุดๆ “ได้เวลาแล้ว ขอตัวนะคะ”

 

“อ้าว”

 

คุณหญิงมองลูกสาวย่างกรายออกไปนอกห้องรับประทานอาหาร ส่วนฉันต้องจำใจลุกขึ้น เดินตามคนหน้าขรึมออกไปยังตัวรถ

 

"อ่ะ! "

ฉันตกใจเมื่อคนด้านหน้าหยุดฝีเท้า เอวารีทำหน้าเหมือนหล่อนลืมอะไรสักอย่าง แล้วหล่อนก็วิ่งกลับเข้าไปในบ้าน โดยที่ไม่เอ่ยบอกกล่าวอะไรเลยสักคำ

 

"คุณเอวาจะไปไหนคะ คุณต้องไปโกดังนะ"

 

"เงียบซะ"

 

"รักกลัวนะอย่าทำตัวแบบนี้สิ"

 

"บอกให้หุบปากไปไง อย่าตามเราขึ้นมารออยู่ด้านล่าง"

 

"เดี๋ยวสิคะ"

 

ได้แต่มองคนหน้าขรึมหายเข้าไปในห้อง หล่อนเปิดประตูห้องตัวเองเอาไว้เล็กน้อยเหมือนจงใจให้ฉันเดินตามขึ้นไป...สงสัยมานานแล้วว่าเอวาทำไมถึงชอบอยู่ในห้องคนเดียว ฉันจึงตัดสินใจแหกคำสั่งเดินช้าๆ ขึ้นไปยืนยังหน้าประตูห้องของคนหน้าขรึม...ช่องเล็กๆของบานประตูที่ปิดไม่สนิท

 

มันทำให้ฉันสามารถมองเข้าไปได้เพียงเล็กน้อย

 

แต่ภาพที่เห็นมันกลับชัดเจน

 

เอวารีในตอนนี้กำลังเดินไปยังตู้ไม้ขนาดใหญ่ หล่อนก้มหยิบกุญแจจากในลิ้นชักแล้วเอามันมาเปิดตู้ออกช้าๆ เผยให้เห็นตุ๊กตาผู้หญิงหน้าฝรั่งนั่งส่งยิ้มอยู่ด้านใน ฉันตกใจจนต้องก้าวเท้าถอยห่าง แต่ความสงสัยมันมีมากจึงแอบดูคนหน้าขรึมผ่านบานประตูต่อไป

 

"อยู่ตรงนี้นะ"

 

หล่อนพูดกับตุ๊กตาในขณะที่เอามันไปนั่งยังตู้อีกตัว ฝ่ามือเรียวนั้นลูบไล้กรอบหน้าของตุ๊กตาแผ่วเบา ราวกับว่ากลัวมันจะเป็นรอย

 

"เดี๋ยวจะกลับมาเล่นด้วย"

 

รอยยิ้มที่ถูกยกขึ้นมุมปากพลันทำให้ฉันใจสั่นตุ๊บๆ ภายในหัวเกิดคำถามขึ้นมากมาย

 

เอวารี...หล่อนจะเล่นอะไรกับตุ๊กตาตัวนั้น

 

แล้วทำไมถึงได้...

 

หนึ่งวินาทีเท่านั้นที่ทำให้ร่างของฉันหยุดการเคลื่อนไหว เอวารีในตอนนี้กำลังหันกลับมามองหน้าฉัน เหมือนหล่อนรับรู้อยู่แล้วว่าฉันจะแอบตามขึ้นมา

 

"มีคนเห็นเข้าแล้วสิ"

น้ำเสียงน่าขนลุกนั่นมันทำให้ฉันก้าวเท้าถอยห่าง เอวารีหันกลับไปจ้องหน้าตุ๊กตาแล้วเอาปลอกคอที่ทำจากเชือกไปผูกยังบริเวณต้นคอของมัน เสร็จแล้วก็ปิดประตูลงกลอนจนสนิท

 

"แอบดูแบบนี้ คงอยากเป็นตุ๊กตา"

 

"อึก"

 

ไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร ฉันตกใจมากจึงเตรียมเท้าจะวิ่งหนีแต่ทว่าเอวารีเร็วกว่าฉันมาก  หล่อนวิ่งมาฉุดดึงข้อมือก่อนจะดึงฉันให้เซเข้าไปในห้อง

 

"ขัดคำสั่ง ต้องโดนอะไร! "

 

"รักข..ขอโทษ รักไม่ได้ตั้งใจ รักก็แค่ ก็แค่.."

 

"ก็แค่สอดรู้ สอดเห็น"

 

เอวารีกระชับฝ่ามือก่อนผลักฉันแนบชิดไปกับผนังห้อง จมูกโด่งที่คลอเคลียไม่ห่างต้นคอมันทำให้ฉันเกร็งไปทั้งตัว หล่อนสอดฝ่ามือเข้าใต้กระโปรง แล้วใช้นิ้วกรีดเรียวขาจนสติฉันแทบหลุดไปไกล

 

"อย่านะคุณกับรักไม่ได้เป็นอะไรกัน" ฉันหันกลับไปจ้องหน้าอีกคน เอวาจะทำแบบนี้ไม่ได้ หล่อนจะลวนลามฉันแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด "ถ้าจะลวนลามรักคุณเอวาต้องรับรักรักก่อน แล้วต้องคบกับรัก ต้องแต่งงานกับรักด้วย"

 

"..." เอวารียืนนิ่งหล่อนหยุดการกระทำทุกอย่างลง แล้วเงยหน้าขึ้นมาสบตา รอยยิ้มไร้เยื่อใยผุดขึ้นข้างมุมปาก ก่อนที่หล่อนจะเอ่ยคำพูดที่ทำร้ายจิตใจฉันออกมา "ลูกปลิงทะเลไม่มีสิทธิ์แต่งงานกับเรา อีกอย่างห้ามเธอเข้ามาในห้องนี้อีก ถ้าไม่เตรียมตัวขนข้าวของออกไปอยู่ข้างถนนได้เลย หรือไม่เธออาจต้องกลายเป็นอย่างอื่น...! "

 

"รักชอบคุณเอวา! ไม่เข้าใจเหรอว่ารักรักคุณ เมื่อไหร่คุณจะเปิดใจให้รักสักที! " ฉันสวมกอดอีกคนเอาไว้แน่นราวกับกลัวว่าเอวารีจะทิ้งไป "เปิดใจให้รักสักครั้งไม่ได้เหรอคะ ลูกปลิงก็มีหัวใจเหมือนกันนะ"

 

"จะไม่มีวันนั้น"

 

"คุณเป็นคนช่วยรักให้มีชีวิตอีกครั้ง ทำให้รักมีความรักเป็นครั้งแรกแล้วทำให้รักอยากมีชีวิตอยู่ต่อบนโลกสีเทาๆ นี่ต่อไป แต่คุณเอวากลับจะทำให้รักไม่มีทางเดินด้วยตัวคุณเอง"

 

"แค่ช่วยอย่าเอามาผูกพัน"

 

"ทำไมต้องปฏิเสธรักตลอดเวลา รักไม่เข้าใจตั้งแต่วันที่รักเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้คุณเอวาก็แกล้งรักตลอด แต่คุณกลับไปช่วยรักจากความตายทั้งที่วันนั้นฝนตกหนัก คุณอาจจะพลาดไปด้วย...แต่ทำไมถึงกระโดดลงไปช่วยรักล่ะ ถ้าคุณไม่รักรักแล้วทำแบบนั้นทำไม"

 

การที่เรารักใครแล้วถูกปฏิเสธมันเจ็บมากนะ แต่ฉันกลับไม่เคยยอมแพ้ที่จะรักเลยสักครั้ง แม่บอกว่าฉันคือรัก

 

รักจะเป็นรักเสมอ

 

อืม...ตอนนี้ฉันก็เริ่มเชื่อแล้วแหละว่าตัวเองคือรัก รักแบบไร้เหตุผล รักทรหดอดทนนี่แหละคือฉัน

 

"เราไม่รักเธอ ไม่รักใคร ไม่อยากรักใคร"

 

สุดท้ายคำพูดนี้ก็เป็นสิ่งที่ย้ำเตือนว่าฉันถูกปฏิเสธอีกครั้ง เอวารีเดินจากไปปล่อยทิ้งไว้เพียงความเงียบงัน

 

โอเคแม่คนขี้เลือก...ฉันมันไม่ได้สวยเหมือนผู้หญิงที่มานั่งโชว์หน้าอกให้หล่อนวาดเก็บไปสะสมนี่ อีกอย่างฉันมันไม่ได้สวยเหมือนยัยตุ๊กตาหน้าฝรั่งดองในตู้บ้าๆ นี่ด้วย เอวารีถึงไม่ยอมชายตามองมาสักที

 

คืนนี้ฉันคงต้องจดสถิติลงในไดอารี่ ว่าตัวเองถูกปฏิเสธเป็นครั้งที่สองและเจ็บกว่ารอบแรกเป็นเท่าตัว

 

แล้วอาจต้องพึ่งน้ำใบบัวบกอีกสักแก้วสองแก้ว

 

เฮ้อ...นี่แหละชีวิตของยัยเพลงรัก

 

แกมันไร้วาสนาการมีคู่!

 

 

 

TBC.

แหมเอวารียังคงรูปแบบปากร้ายเช่นเดิมมมมมม

คุณพี่รักตัดพ้อตัวเองแล้วเห็นไหม ไร้วาสนา5555

ฝากคอมเม้นต์กดใจเพิ่มเป็นเรื่องที่ชอบไว้นะ

จะได้ไม่พลาดการอัพเดท

บายแล้วเจอกันที่โกดังพรุ่งนี้นะ...อะฮิอะอิ

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}