เปลวไฟสีน้ำเงิน

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Heart 03 : ข้อตกลง 2 อัพครบ

ชื่อตอน : Heart 03 : ข้อตกลง 2 อัพครบ

คำค้น : Warm Heart, พี่อิน,ทอฝัน,รัก,ฟิน,

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 946

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 23 พ.ค. 2562 09:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Heart 03 : ข้อตกลง 2 อัพครบ
แบบอักษร

‘ปล่อยให้พี่คิดเอง พี่ก็คิดจริงๆ นะทอฝัน’

 

 

@ ร้านอาหารภายในโฮมสเตย์

“ว้าว บรรยากาศดีมากเลย ทำไมตอนกลางวันพี่อินไม่พาฝันมาทานคะ”

“...”

“เดินเร็วๆ หน่อยค่ะ นั่งตรงมุมนั้นกันดีกว่า ส่วนตัวดี”

รู้ไหมครับว่าตอนนี้ผมเหมือนไม่ใช่คนพามาเลี้ยงเลย แต่กลับเป็นฝันมากกว่าที่จับแขนผมลากเอาๆ ราวกับจะเหมาทั้งร้านเพื่อกินข้าวกันสองคน เธอดูตื่นเต้นมาก แถมยังเลือกมุมที่ลับตาคนไม่น้อยเลยทีเดียว

‘เพราะอยากอยู่แบบส่วนตัว หรือเพราะกลัวผมใช้ชีวิตปกติไม่ได้กันแน่นะ’

“รับอะไรดีครับ”

“...”

ผมกับฝันค่อยๆ หันไปมองพนักงานของร้านพร้อมกัน ขณะที่เราสองคนกำลังแตะถึงพื้นเก้าอี้ในฝั่งเดียวกัน พนักงานก็เอ่ยปากถามทันทีราวกับสั่งอาหารคือเรื่องง่ายขนาดนั้น

แน่นอนว่าผมคงตอบไม่ได้ จะมีก็แต่คนข้างๆ “โอ๊ะ ตรงนี้มีกระดาษ ขอดูเมนูอาหารก่อนนะคะ”

‘เข้าใจเลี่ยงการกดดันได้ดีนะเนี่ย’

“ครับ” พนักงานขานรับ แต่ก็ยังยืนอยู่ที่เดิม ทำเอาเราสองคนงงไปเลยเพราะกระดาษให้เขียนเองก็มีอยู่บนโต๊ะ แสดงว่าแผนเลี่ยงนี้ไม่เป็นผล ผมจึงหยิบเมนูมาอ่านดูเฉยๆ แล้วรอให้ฝันเป็นคนสั่งให้แทน

ทว่าผ่านไปนานเกือบนาที ฝันก็ยังเงียบกริบจนผมต้องแอบเอาศอกสะกิดด้านข้างเธอเบาๆ ฝันก็หันมาแล้วยิ้มให้ เธอทำท่าเหมือนจะสั่งแต่ก็ไม่สั่ง จนสุดท้ายผมคิดว่านานไปแล้วก็เลยหยิบโทรศัพท์ตัวเองออกมาเพื่อจะพิมพ์ให้พนักงานอ่าน แต่ก็ไม่ทัน...

“พี่อินคะ เมนูที่เป็นภาษาเหนือฝันแปลไม่ออก พี่อินช่วยแปลให้ได้ไหมคะ” ไม่พูดเปล่า เธอยังเอื้อมมือไม่หยิบกระดาษกับปากกาที่วางบนโต๊ะมาให้ผม

ว่าแต่อาหารเหนือแล้วผมจะแปลเป็นภาษากลางอีกทีได้ยังไงในเมื่อมันเป็นชื่อเฉพาะ

“เมนูนี้ค่ะ”

‘สั่งอะไรไม่ดูหน้าคนแปลเลย’

“น้ำพริกหนุ่ม หมูทอด ไส้อั่ว น้ำพริกอ่อง ไข่ต้มยางมะตูม ข้าวเหนียวสองค่ะ” ผมเขียนเมนูตามที่ฝันบอกทุกคำ ไม่มีแปลแม้แต่คำเดียวเพราะไม่รู้จะแปลยังไงจริงๆ และแทนที่เธอจะโกรธหรือบ่น แต่ไม่เลย... ฝันแค่หยิบไปอ่านแล้วก็ยกยิ้มมุมปาก เธอใช้อีกมือแตะท่อนแขนผมไว้ จากนั้นก็ยื่นกระดาษที่ผมเป็นคนเขียนให้พนักงานไป

“ไม่รู้ว่าพี่อินจะทานไหม แต่ยอมเขียนลงไปแสดงว่าทานได้แล้วนะคะ”

ผมโดนหลอก?

“มาด้วยกันก็ต้องสั่งด้วยกันสิ รอฝันคนเดียวได้ยังไง”

“...”

“ใช่ไหมคะ?”

ใช่หรือไม่ใช่ผมก็ต้องยิ้มจนปากแทบฉีกแล้วครับแบบนี้ เพราะผมรู้แล้วว่าฝันไม่ต้องการให้ผมรู้สึกแย่กับการที่ผมบอกพนักงานไม่ได้ ไม่ต้องการให้เป็นปัญหาใหญ่ระหว่างเรา ซึ่งเธอทำให้ผมรู้สึกดีมาก ดีซะจนต้องรีบพิมพ์บอกความรู้สึกกับฝันตอนนี้เดี๋ยวนี้เลย

‘ขอบคุณที่เข้าใจพี่มากขนาดนี้ พี่จะค่อยๆ ปรับตัวและให้เป็นเรื่องของเรา’

‘มื้อต่อไป พี่จะสั่งให้เอง’

“แล้วถ้าฝันไม่ชอบอาหารที่พี่อินสั่งให้ล่ะคะ”

‘พี่จะถามก่อน’

“แล้ว...จะแอบคิดว่าเป็นปัญหาอีกไหมคะ ขอโทษนะที่ฝันถามตรงๆ”

‘ไม่ครับ’

“อยู่กับฝันไม่ต้องกลัวปัญหาที่ต้องเจอหรอก ขอแค่อย่างเดียว...” ฝันพูดค้างไว้ เธอย่นจมูกแบบน่ารักๆ และยื่นหน้าเข้ามาใกล้อีกนิด เธอจะรู้ไหมว่าผมเริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง อยากเอนตัวหนีระยะอันตรายนี้ไปให้ไกล แต่ก็กลัวฝันเข้าใจผิด ก็เลยต้องนั่งตัวแข็งทื่อเลิกคิ้วถามในสิ่งที่เธอพูดค้างไว้อยู่ที่เดิม

“ถ้ากลับไป ช่วยหาเวลาว่างมาเจอกันได้ไหมคะ ไม่เอาแค่คุยกันแล้ว”

ตึกตัก ตึกตัก เหมือนตัวเองกำลังจะขาดใจตาย หัวใจเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ ใครจะคิดว่าฝันกล้าเอ่ยปากขอร้องหรือให้พูดตรงๆ ก็กล้ารุกผมแรงขนาดนี้

“นะคะ ตอนเย็นก็ได้”

ผมรีบพยักหน้าโดยที่ยังไม่รู้ว่าจะหาเวลาไปเจอได้ไหม แต่เชื่อสิ! ใครเห็นสีหน้าท่าทางตอนฝันอ้อน ต้องตอบตกลงทุกราย

‘เสียอาการไม่เท่าไหร่ แต่คงเสียใจหากปล่อยเธอออกไปจากชีวิต’

“ขอบคุณค่ะ” แกล้งปิดโทรศัพท์แล้วบอกว่าแบตหมดจะทันไหมครับ แค่ฝันพูดขอบคุณแล้วขยิบตาให้ ผมก็แทบไม่อยากจะตอบหรือพิมพ์อะไรอีกแล้ว มือก็สั่น ร่างกายก็ร้อนไปทุกส่วน

ยอมรับว่าทุกครั้งที่มีการตกลงหรือทำความเข้าใจ ผมตื่นเต้นมากเพราะเหมือนกับว่าเรากำลังเริ่มต้นใหม่ไปด้วยกัน

คนแบบผมอาจทำอะไรได้ไม่มาก แต่สัญญาว่า ‘จะแสดงออกมาทั้งหมด เท่าที่หัวใจรู้สึก’

ไม่รู้ว่ามากหรือน้อย เพราะตอนนี้ก้อนเนื้อตรงอกข้างซ้าย มีแค่ฝันเพียงคนเดียว ลองจับตรงพื้นที่นั้นยังรับรู้เลยว่ามันเต้นแรงมากจริงๆ

“พี่อิน”

“...”

“พี่อินคะ!!”

ขวับ! เพราะเผลอคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยอยู่คนเดียว กว่าจะรู้ตัวก็ตอนที่ฝันเรียกด้วยระดับเสียงที่ดังกว่าปกติ มิหนำซ้ำเธอยังลากสายตามองผมตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วมาหยุดตรงที่อกข้างซ้าย ผมจึงค่อยๆ ลดมือลงและทำเนียนไปหยิบข้าวเหนียวมาใส่ปากไปหนึ่งคำแก้เขิน

แต่ฝันไม่หลงทางนี่สิ

“พี่อินไม่ได้เจ็บปวดทางร่างกายใช่ไหมคะ อย่างเช่น ตรงหัวใจ”

‘ไม่หลงทาง แต่หลงประเด็นนะ’ ผมหวั่นไหวกับเธอ ไม่ใช่เพราะเจ็บปวดสักหน่อย

“ไม่สบายก็ให้รีบบอกฝันนะคะ กว่าจะไปโรงพยาบาลได้คงใช้เวลานาน อุบ!!” ไม่รอให้เธอจินตนาการล่วงหน้าไปไกลกว่านี้ ผมก็จัดการหยิบหมูทอดยัดใส่ปากเธอทันที แล้วพอฝันมองค้อนก็ขอโทษเธอด้วยการยื่นข้าวเหนียวให้ แต่เธอไม่รับนี่สิ

“ทานเองได้ค่ะ ให้พี่อินป้อนเดี๋ยวติดคอตาย ฝันคงต้องไปโรงพยาบาลแทน”

โอเค ในเมื่อแอบนอยด์ที่ผมไม่ยอมบอกว่าเป็นอะไร ก็คงต้องง้อเธอก่อนที่ดินเนอร์จะพังแล้วล่ะ เรื่องบางเรื่องผมก็ไม่อยากปกปิด แต่หากบอกไปมันก็เขินกันทั้งคู่ไง แทนที่จะได้ทานข้าวอร่อยๆ ก็กลายเป็นไม่กล้าทาน

เอาเป็นว่า...

‘ถ้ามื้อแรกงอนกัน มื้อต่อไปจะเป็นแบบนี้ไปตลอดนะครับ’ ผมก้มหน้าพิมพ์จนจบ วางโทรศัพท์ไว้ตรงหน้าฝันพร้อมกับข้าวเหนียวที่ถูกปั้นเป็นรูปหัวใจโดยฝีมือผมเอง

รู้ว่าฝันไม่กล้าทานหรอกครับ แต่ถ้าเธอเห็นก็ต้องยิ้มแน่ๆ

“อารมณ์ไหนเนี่ย”

ยิ้มจริงๆ ด้วยครับ

“ไม่ได้เจ็บป่วยอย่างที่ฝันคิด แต่พี่อาจเป็นบ้านะ”

ปากก็พูดไป แต่ผมเห็นนะว่าแอบเหลือบมองข้าวรูปหัวใจของผมตั้งหลายครั้ง แถมยังหันมาตีแขนผมทุกทีที่สบตากัน

เพียะ! “เลิกแกล้งฝันนะ เดี๋ยวก็ตีแรงๆ หรอก”

ช่างเป็นคำขู่ที่น่ากลัวจริงๆ คนอะไรเสียงก็น่ารัก ตอนบ่นก็น่ารัก น่ารักไปหมด รู้สึกว่าเราสองคนทานข้าวได้เยอะด้วยเพราะทานไปเล่นกันไป กว่าจะรู้ตัวว่าควรพอก็ตอนที่อาหารหมดเกลี้ยงนั่นแหละ

“อาหารเหนืออร่อยเนอะ” ฝันว่า ผมก็เลยแกล้งต่อด้วยการยื่นเมนูให้เธอเป็นเชิงว่าสั่งมาอีกสิ แล้วก็โดนไปตามคาด

เพียะ! “ฝันตัวเล็กนิดเดียว กินแค่นี้ก็อิ่มแล้ว”

‘แค่นี้!!!’ ให้ตายเถอะ ไม่อยากจะเล่าหรอกครับว่าฝันแอบขโมยข้าวเหนียวผมไปตั้งหลายคำ ก็ได้แต่นั่งเท้าคางและกลอกตามองไปทางซ้ายมือ ให้เธอรู้ว่าคำพูดเมื่อกี้น่ะ เอียงและเข้าข้างตัวเองมากเลย

“พี่อินรู้ไหม เวลาที่พี่แสดงออกทางสีหน้า มันเจ็บกว่าตอนที่พี่พิมพ์บอกฝันอีก”

“...”

“พี่ว่าฝันตอแหลอะ”

พรึบ! ไม่รอให้สงครามขนาดใหญ่ระหว่างเราเกิดขึ้นอีกครั้ง ผมก็รีบยกมือเรียกพนักงานมาเก็บเงินทันที และพอเห็นว่าฝันเตรียมทำร้ายร่างกายอีกรอบ ผมก็หนีด้วยการทำเนียนลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเหมือนว่ากางเกงมันแน่น ดึงกระเป๋าสตางค์ออกมาลำบาก ทั้งที่ความจริงคือเตรียมวิ่งครับ

“รอเงินทอนสักครู่นะครับ”

‘ไม่ต้อง’ ผมโบกมือปฏิเสธเงินทอน แล้วค่อยๆ ก้าวขาหนีทีละนิด ฝันก็มองตามตลอดราวกับรู้ดีว่าผมกำลังคิดอะไรในใจ

และแล้วก็... หมับ! “มาถ่ายรูปกันค่ะ”

เธอแสบมากเลยคุณทอฝัน ทำท่าเหมือนอยากตีผมให้ตาย แต่สุดท้ายจบลงตรงที่จับผมถ่ายรูปคู่!

“มุมไหนดีคะ แต่ตอนนี้มันมืดแล้วก็คงจะมีมุมเดียวแหละที่ถ่ายได้ ไปค่ะ...ไปถ่ายมุมห้องนอนกัน”

อะไรคือความหมายขอบคำว่า ‘มุมห้องนอน’ ก็ได้แต่ทำหน้างงแล้วเดินไปตามแรงฉุดดึง ถึงผมจะเป็นคนดี ไม่คิดร้าย แต่ผมก็อดคิดไม่ได้นะว่าชวนผมไปทำอะไรในห้อง

‘ปกติฝันพูดเก่งนะ ช่วยอธิบายอีกนิดไม่ได้หรือไง’

‘ปล่อยให้พี่คิดเอง พี่ก็คิดจริงๆ นะทอฝัน’

 

 

 

#คอมเมนต์ให้พี่อินเยอะๆ หน่อยนะ

#ตอนแรกว่าจะแต่งเป็นเรื่องสั้น แต่ตอนนี้น่าจะเป็นเรื่องยาวแล้วล่ะ 5555555

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}