เจ้าชิบะ

ฝากสนับสนุนนิยายด้วยนะคะ

รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 20

ชื่อตอน : รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 20

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 34.6k

ความคิดเห็น : 32

ปรับปรุงล่าสุด : 23 พ.ค. 2562 00:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 20
แบบอักษร

20 

 

 

 

 

 

“เฮ้ย! เกิดอะไรขึ้น!” เพลิงรีบวิ่งเปิดประตูเข้ามาดูอย่างตกใจ เพราะได้ยินเสียงแหกปากโวยวายลั่นบ้านจากห้องน้ำ เพลิงเห็นกราฟกับพีคเงยหน้ายืนช็อคติดกับโอ่งใส่น้ำ ไม่รู้ว่าสองคนนั้นเจออะไร ก่อนเดินขมวดคิ้วเงยหน้ามองขึ้นไปดูอย่างสงสัย และเมื่อเห็นสิ่งที่เกาะอยู่ตอนบน เพลิงก็เลิกคิ้วอ๋อทันที 

“ตุ๊กแก? กลัวตุ๊กแกกันหรอไง” เพลิงหันไปถาม และหน้าช็อคของทั้งคู่ที่มองมาที่เพลิงก็เป็นคำตอบชัดเจน เพลิงถอนหายใจออกมาหน่อยๆ ไม่ได้เพราะเซ็งหรือว่าอะไร แต่กำลังตลก ยิ่งเสียงกรี๊ดของใครก็ไม่รู้ตะโกนลั่นออกมา ยิ่งทำให้เพลิงนึกขำอยู่ในใจ 

“อะ..ไอ้เพลิง มึงทำอะไรสักอย่างซิ!” กราฟบอกเสียงตะกุกตะกัก เพลิงเหล่มองพี่ชายที่ดูกลัวจัด 

“เดี๋ยวไล่ให้ กูขอไปเอาไม้กวาดแปป ...ยาย! ไอ้ตัวในห้องน้ำนี่ใช่ไอ้เบิ้มหรือเปล่า” เพลิงไม่ปฏิเสธ เดินย้อนออกไปจากห้องน้ำ ไม่วายตะโกนถามยายเรื่องตุ๊กแก ซึ่งยายก็ขานตอบเพลิงอีกที ส่วนทางด้านของทั้งสองคน กราฟรีบพาพีคขยับตัวออกไปด้านนอกช้าๆ สายตาจ้องตัวด้านบนไม่วางตา และดูเหมือนว่าเจ้าตัวด้านบนจะเห็นทั้งคู่ขยับ มันเลยทำตัวเหมือนแกล้ง รีบเดินไต่ลงกำแพง ทำเอากราฟกับพีควิ่งเพ่นออกจากห้องน้ำอย่างแตกตื่น ซึ่งเพลิงที่เดินถือไม้กวาด ต้องหยุดเดิน ยืนมองทั้งสองคนอย่างงงๆ 

“เป็นอะไรวะ?” เพลิงย่นคิ้วถาม 

“ไอ้เหี้ย แม่งไต่ลงกำแพงมา มึงรีบไปไล่มันเร็วๆเลย!” กราฟสั่งรัว รีบดันหลังเพลิงเดินไปหน้าห้องน้ำอย่างรวดเร็ว ทำเอาคนโดนดันหลังถือไม้กวาดเดินไปอย่างงงๆ เมื่อมาหยุดอยู่หน้าห้องน้ำ เพลิงชะโงกหน้าไปดูก็พบเจ้าตัวจุดกำลังเกาะกำแพงในห้องน้ำนิ่งๆ พลางเหล่มองกราฟที่ยืนตื่นกลัวอยู่ด้านหลัง พยักพเยิดให้เพลิงเข้าไปจับโดยเร็ว เพลิงยอมเดินเข้าไปไล่ให้ เพราะเห็นว่ากราฟกลัวจัด แต่ระหว่างเดินเข้าไป ดันมีความคิดบางอย่างแว๊บเข้ามาในหัว เพลิงหางตามองกราฟอีกครั้ง ก่อนจะกลับมามองเจ้าตัวจุด แล้วแสยะยิ้มขึ้นอย่างชั่วร้าย จากนั้นก็คว้าจับเจ้าตุ๊กแกแล้วรีบวิ่งไปหากราฟอย่างรวดเร็ว 

“ตั๊กแก!” เพลิง 

“ว้ากกกกกก!! ไอ้เหี้ยเพลิง!!” กราฟร้องลั่น วิ่งพรวดกลับไปหาพีคกับยายที่อยู่กลางบ้าน พร้อมร่างของเพลิงที่วิ่งถือตุ๊กแกไล่ตามกราฟมา ส่วนพีคที่ยืนอยู่กลางบ้านเห็นกราฟวิ่งโวยวายออกมาพร้อมเพลิงที่วิ่งตามหลัง ใจคอก็เริ่มไม่ดี และเมื่อเห็นเจ้าสิ่งที่อยู่ในมือเพลิง พีคเบิกตากว้าง รีบวิ่งนำกราฟปีนขึ้นโซฟาไปหลบหลังยาย รวมทั้งกราฟด้วย 

“มึงหยุดเดี๋ยวนี้เลยนะเว้ย!” พีครีบห้าม 

“ยาย ช่วยพวกผมด้วย!” กราฟหันไปขอความช่วยเหลือ เขย่าแขนยายรัวๆ 

“กลัวอะไรกัน แค่ตุ๊กแก” เพลิงว่า  

“แค่!? มึงใช่คำว่าแค่เนี่ยนะ! ตุ๊กแกนะเว้ย! ตัวเบ้อเร่อ! แล้วกูให้จับออกไป ไม่ใช่ให้มาจับวิ่งไล่กู” กราฟโวยวายลั่น ทำหน้าเหยเกเหมือนจะร้องไห้ แต่เพลิงกลับทำหน้าตายก้มมองตุ๊กแกในมือ พลางไหวไหล่หันกลับมามองกราฟกับพีค 

“น่ารักออก”  

“น่ารักกับผีดิ! มึงรีบเอาออกไปเดี๋ยวนี้เลย ไอ้เพลิง” พีคว่าเสียงดุ แต่ก็กลัวไอ้ตัวในมือของเพลิงพอๆกับกราฟ นี่เป็นครั้งแรกที่เพลิงรู้สึกว่าตัวเองอยู่เหนือพีคกับกราฟสุดๆ จากปกติตัวเองโดนทำอะไรต่อมิอะไรมากมาย และครั้งนี้ เมื่อโอกาสมาถึง มีหรือที่เพลิงจะยอมปล่อยไปง่ายๆ 

 

// ขอแก้แค้นหน่อยเหอะ // เพลิงว่าในใจ 

 

“ปล่อยก็ได้ ..ยาย เดี๋ยวยายขึ้นไปนอนได้แล้วนะ พรุ่งนี้ต้องตื่นมาใส่บาตรแต่เช้า” เพลิงพูดเหมือนยอมปล่อย ก่อนเรียกยายให้ขึ้นไปนอนด้านบน ส่วนเพลิงก็เดินเปิดประตูไปด้านนอก ทำราวกับว่าเอาเจ้าตุ๊กแกไปปล่อย พีคกับกราฟโล่งอก ตัวหายเกร็งทันที รีบลุกจากโซฟาพายายไปที่บันได แต่ก็มีเหล่ๆมองทางประตูบ้านที่เพลิงพึ่งเดินออกไปเมื่อกี้ ก่อนจะเดินย้อนกลับมาหลังเห็นว่ายายเดินขึ้นไปด้านบนแล้ว เหลือแต่ใครบางคนที่พึ่งปิดประตูกลับเข้ามา ยังอยู่ข้างล่างเป็นเพื่อนพวกเขา 

“เอาไปปล่อยแล้ว?” พีคถาม ซึ่งเพลิงพยักหน้าตอบ 

“อือ ปล่อยไปแล้ว”  

“เฮ้อออ! นึกว่าจะไม่รอดแล้วซะอีก” กราฟทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างโล่งใจ  

“แล้วนี่เอาไง มึงจะไปอาบน้ำต่อ หรือพากันนอนทั้งอย่างนี้เลย” พีคยืนหันไปถามกราฟใกล้ๆ กราฟเอียงคอเหลือบมองขึ้นมาด้วยสีหน้าเหนื่อยๆ ตอนนี้ใจก็อยากอาบ แต่ความกลัวมันวิ่งล้ำหน้าความสะอาดไปแล้ว เพราะงั้น.. 

“กูไม่อาบ กูจะนอนทั้งอย่างนี้แหละ กูไม่ไว้ใจห้องน้ำ” กราฟว่า ก่อนจะลุกเดินตรงเข้าไปในมุ้ง พีคหันหน้าไปมองเพลิงแปปนึง ซึ่งเพลิงก็มองตอบพลางไหวไหล่ ก่อนเดินกลับขึ้นบันได พีคมองตามเพลิงจนกระทั่งร่างบางได้หายไป จึงกลับเข้ามุ้งไปนอนในสภาพไม่ต่างจากกราฟ  

“พรุ่งนี้มึงจะไปไหนมั้ย กูว่าจะขับรถมึงไปเที่ยวตลาดน้ำซะหน่อย” กราฟถามขึ้น ขณะนั่งเช็คอะไรบางอย่างอยู่ในโทรศัพท์ 

“จังหวัดนี้มีตลาดน้ำด้วยหรอวะ” พีคย่นคิ้วสงสัย 

“เอ้า นี่มึงไม่รู้จักดำเนินสะดวกหรอ ดังนะเว้ย” กราฟรีบเงยหน้ามองเพื่อน ประหลาดใจที่คนอย่างพีคไม่รู้จักตลาดน้ำที่เขาว่า 

“รู้จักแต่อัมพวา” พีคตอบเสียงเรียบ เพราะไม่รู้จักจริงๆ 

“งั้นพรุ่งนี้ก็ลองไปดิ ของน่าเที่ยวเยอะนะ” เพลิง 

“เฮ้ย!” กราฟ 

“ไอ้เพลิง” พีค 

ทุกคนดูตกใจที่เห็นเพลิงโผล่มาไม่ให้สุ้มให้เสียง กำลังยืนไขว้หลังอยู่ด้านนอกมุ้ง พร้อมรอยยิ้มที่หาได้ยากจากเจ้าตัว แต่ทว่า ถ้าดูดีๆ รอยยิ้มนั้นกลับมีเลศนัยอะไรบางอย่างที่ทำเอาพีคสังหรณ์ใจไม่ดี 

“มึงลงมาทำไมอีก” พีคถามขึ้น 

“เอาของมาให้พวกมึงน่ะ” เพลิงตอบน้ำเสียงปกติ แต่ดูมีความทะเล้นออกมาหน่อยๆ ซึ่งนั่นทำให้พีคกับกราฟรู้สึกระแวงเพลิงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน 

“อะไร!?” กราฟรีบพูดถามทันควัน 

“หึหึหึ พี่เบิ้ม” เพลิงยกยิ้มหัวเราะในลำคอดัง ก่อนจะหุบยิ้มฉับพลัน ยกตุ๊กแกจากด้านหลังขึ้นมาโชว์ และที่พิเศษไปกว่าเดิม คือตุ๊กแกมีเพิ่มขึ้นมาอีกตัวและใหญ่กว่าเดิม

“เหี้ยย!! / เหี้ยย!!” พีคกับกราฟเบิกตากว้างช็อค รีบเขยิบถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว  

“ตุ๊กแก ไม่ใช่เหี้ย ..แหม อุตส่าออกไปจับเพิ่ม” เพลิงว่า 

“ไอ้เพลิง มึงจะไปจับเพิ่มมาทำเหี้ยอะไร! เอาออกไป! เอาออกไป๊!” กราฟกลับมาโวยวายลั่น และลั่นหนักเป็นสองเท่า เมื่อเพลิงเดินเข้ามาใกล้มุ้ง “ไอ้เพลิ๊งง!” 

“ฝันดี คืนนี้ก็ระวังมันวิ่งเข้ามุ้งล่ะ” ว่าจบ เพลิงก็วางตุ๊กแกตัวใหญ่สองตัวไว้บนมุ้ง ก่อนจะหันหลังแสยะยิ้มชั่วออกมา 

 

แหมะ 

 

“ว๊ากกกกกกกก!!!” กราฟ 

“ไอ้เหี้ยเพลิงงง!!” พีค 

“ฝันดีนะทุกคน บัย” เพลิงหันหน้ามองนิดนึง ก่อนเดินหัวเราะโครตชั่วขึ้นไปข้างบนอย่างสะใจ ปล่อยให้ผู้ชายตัวใหญ่สองคนนั่งช็อคติดแหง็กอยู่ในมุ้ง โดยที่ถ้าใครสักคนเดินออกมา จะต้องโดนตุ๊กแกกระโดดใส่แน่นอน 

 

******************************************** 

 

ที่วัดเช้า 

 

“นี่ถ้าเมื่อคืนน้าไม่กลับมา สองคนนั้นไม่ช็อคตายไปแล้วหรือไงห๊ะ พระเพลิง”  

“แค่นี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำ โอ๊ย! น้าาา” เพลิงสะดุ้งร้องเมื่อถูกน้าสาวหยิกเข้าที่เอว ขณะนั่งอยู่ในศาลาวัด กำลังจัดห่อขนมกับน้ำให้แขกที่มางาน  

“สมน้ำหน้า ถ้าแม่เราอยู่คงโดนไม้เรียวไปแล้วด้วยซ้ำ” น้าเพลิงยังคงดุเพลิงต่อ 

“น้า ผมอายุ 20 แล้วนะ เดือนหน้าก็ 21 แล้วเนี่ย ไม่ใช่เด็กๆที่จะต้องมาโดนไม้เรียวซะหน่อย” เพลิงเถียงเสียงงอน 

“ยังไงเราก็เด็กกว่าน้า” น้าว่า “แล้วนี่สองคนนั้นจะมาวัดมั้ยวันนี้ วันนี้สวดวันสุดท้ายก่อนขึ้นเมรุ” 

“อ่าว มีสวดไปก่อนหน้านี้แล้วหรอครับ ผมนึกว่าเมื่อวานเป็นวันแรก” เพลิงย่นคิ้วถาม 

“มีสวดไปก่อนหน้านี้แล้ว และวันนี้ก็วันสุดท้าย”  

“ผมว่าสองคนนั้นไม่น่ามาหรอก เห็นเมื่อคืนบอกจะไปดำเนินสะดวก ที่จริงขับจากบ้านเราไปก็ไม่ไกลมากด้วย น่าจะไปตรงนั้นก่อน”เพลิงพูดบอก ก่อนลุกหยิบถาดขนมไปวางบนโต๊ะวางอาหาร พลางมองดูคนอื่นที่มาช่วยงานในนี้ เพื่อที่ตัวเองจะได้เข้าไปช่วยต่อ เพราะที่ทำกก่อนหน้าเสร็จไปแล้ว แต่เพลิงกลับย่นคิ้วสงสัยขึ้นมา เมื่อไม่เห็นครอบครัวญาติอีกคน 

“น้าดาว ผมไม่เห็นครอบครัวน้าหน่อยเลย หายไปไหนกัน” เพลิงถามขึ้น 

“โอ๊ย อย่าไปสนใจมันเลย คงจะไปตามผัวมันที่ร้านเหล้านั่นแหละ รายนั้นนะหมดเงินไปกับค่าเหล้า กินจนเป็นหนี้เป็นสิน ส่วนลูกมันก็คงจะไปแว๊นเที่ยวนอนบ้านผัวมันอย่างทุกที ” เสียงน้าบ่นเหมือนคนปลง ซึ่งเพลิงก็พอเข้าใจ เพราะไม่ว่าจะกี่ปีๆ ลุงก็มักจะเป็นแบบนี้ แต่ไม่คิดว่าลูกสาวจะทำตัวแบบนี้ไปอีกคน  

“เหนื่อยน้าเลยล่ะสิ ที่ต้องมาคอยดูครอบครัวน้าหน่อย” เพลิงพูด 

“แต่ก็ไม่เท่าแม่เราหรอก ถ้าตอนนั้นผัวนางหน่อยกับนางหน่อยไม่ไปติดหนี้คนอื่นเป็นแสนๆ แม่เราก็คงไม่ต้องไปทำงานแบบนั้น” น้าดาวบ่นอย่างทุกที แต่น้ำเสียงก็แฝงไปด้วยความคิดถึงปนเศร้า เพลิงยิ้มน้อยๆให้ มันเป็นต้นเหตุที่น่าเจ็บใจ แต่เรื่องมันก็ผ่านไปนาน ให้ย้อนไปเอาอะไรกลับมาตอนนี้ก็ไม่ได้แล้ว เวลาพบครอบครัวของน้าหน่อย เพลิงจึงเลือกที่จะเย็นชา เลี่ยงจากน้าหน่อยให้มากที่สุด 

“แล้วหนี้ขนาดนั้นหมดได้ยังไงอ่ะน้า ช่วงนั้นแม่หาเงินจ่ายให้ไม่หมดหรอก ไหนจะค่าเรียน ค่าเช่าบ้านผมที่กรุงเทพ” เพลิงถามด้วยน้ำเสียงปกติ นึกสงสัยขึ้นมา เพราะตั้งแต่โดนให้ไปอยู่กรุงเทพ เพลิงเคยแตะที่นี่แค่สองครั้ง แต่ก็แค่ไปเช้าเย็นกลับ และตอนนั้นไม่ได้ถามเรื่องพวกนี้ด้วย

“จะอะไรซะอีกล่ะ ก็พ่อเราเค้าจ่ายหนี้ให้ เพื่อแลกกับที่เราต้องไปอยู่กับเค้าไงล่ะ ตอนแรกที่มา ตากับยายตกใจกันใหญ่ ไม่คิดว่าพ่อเราเค้าจะเป็นพวกคนรวย แถมยังบอกว่าจะไม่ให้เพลิงมาที่นี่อีก เพราะไม่อยากให้อยู่ในสังคมแบบนี้ แหม ตอนแรกน้าก็โกรธนะที่บอกสังคมแบบนี้ แต่ถ้าดูดีๆ เป็นน้า น้าก็ไม่ให้อยู่หรอก วันๆเจอแต่พวกขี้เหล้า สร้างแต่หนี้สิน ไหนจะเรื่องความเป็นอยู่อีก”  

เพลิงนิ่งอึ้งไปกับสิ่งที่น้าพูด คาดไม่ถึงเลยว่าคนอย่างพ่อเขาจะเข้ามาทำอะไรแบบนี้ให้ และเริ่มเข้าใจขึ้นมาถึงเรื่องที่ไปรับเพลิงหลังจบงานศพแม่วันสุดท้าย และไม่พูดถึงครอบครัวฝั่งยายให้ฟังเลย มีแต่บอกว่ายายสั่งให้เขาเอามาเลี้ยง เพลิงพึ่งรู้ว่าทั้งหมดคือการพยายามให้เพลิงออกห่างจากสภาพแวดล้อมแบบนี้ 

“อย่าบอกนะ ว่าเค้าไม่ได้บอกอะไรเราเลย” น้าเลิกคิ้วถาม  

“ไม่เคย..” เพลิงก็ส่ายหน้า 

“งั้นแสดงว่าไม่รู้อีกล่ะสิ ว่าพ่อเราเป็นพวกปากอย่างใจอย่าง และพ่อเราก็ไม่รู้ด้วย ว่าเพลิงแอบมาที่นี่ตั้งสองครั้ง” น้าดาวหรี่ตาถามอย่างสงสัย ซึ่งเพลิงก็ส่ายหน้า ทำให้เธอรู้ว่าเพลิงกับพ่อยังเย็นชาใส่กันเหมือนเดิม อีกคนก็อคติเรื่องแม่สูง อีกคนก็ปากแข็ง แล้วทีนี้จะสนิทกันได้ยังไง 

“อยู่นี่จริงๆด้วย” เสียงเรียกของพีคดังจากข้างหลัง ทำให้เพลิงหันไปหา แอบตกใจนิดหน่อยที่พีคมาที่นี่แทนที่จะไปโผล่ที่ดำเนินสะดวก 

“ไอ้กราฟล่ะ” เพลิงถามเมื่อเห็นพีคเดินมาคนเดียว 

“นอนน็อคตายอยู่บนรถ เพราะมีเด็กเปรตแกล้งเมื่อคืน” พีคบอกพลางยกยิ้มเย็นใส่ ทำเอาเพลิงสะอึกลืมเรื่องที่คุยกับน้าไปเลย  

“แกล้งอะไร เค้าเรียกทดลองเป็นมิตรกับธรรมชาติ” เพลิงตอบเสียงเรียบ หาเรื่องแถแบบโง่ๆ จนโดนพีคจับเขกหัวไปหนึ่งทีแรงๆ 

 

โป้ก! 

 

“โอ๊ย! ไอ้เหี้ยพีค” เพลิงร้อง รีบยกมือกุมศรีษะทันที 

“เป็นมิตรพ่อมึงดิ กูไม่เดินมาเตะมึงปลิวก็ดีเท่าไรแล้วห๊ะ ยอมด้วยหน่อยทำเหลิงนะมึง” เพลิงว่าเสียงเข้ม แต่ไม่ได้จริงจังเหมือนทุกที แต่เพลิงก็ทำหน้ามุ้ยเหลือบมองพีคอย่างเคืองๆ  

“แล้วนี่มึงไม่ไปตลาดน้ำหรือไง” เพลิงถาม 

“ไป แต่กูแวะมาเอามึงไปด้วย” พีคตอบเสียงเรียบ แต่เพลิงย่นคิ้วเบิกตากว้างไม่ค่อยเข้าใจ 

“เดี๋ยวๆ กูต้องอยู่ช่วยงานที่นี่ มึงจะไปมึงก็ไปดิ” เพลิงรีบปฏิเสธ  

“น้าครับ ผมอยากจะขอตัวเพลิงพาเที่ยวตลาดน้ำ น้าสะดวกอยู่งานที่นี่คนเดียวมั้ยครับ” พีคเมินเพลิง หันไปถามน้าที่อยู่ด้านหลังเพลิง ซึ่งน้าก็ยิ้มตอบไม่ปฏิเสธ 

“ตามสบายเลยจ่ะ ไม่ต้องห่วงน้านะ ที่นี่ยังมีเพื่อนน้ามาช่วยกันเยอะ เดี๋ยวสายๆครอบครัวพี่สาวน้าเข้ามาช่วยอีกที “ 

“แต่น้า..” เพลิงกำลังจะพูดแย้ง แต่ก็ถูกน้าพูดขัดเสียก่อน 

“พีคใช่มั้ย เอาเจ้าเพลิงไปเลยลูก นานๆกลับมาที่นี่ทั้งที ให้ออกไปเที่ยวในจังหวัดบ้าง”  

“เดี๋ยวเย็นๆพวกผมกลับมา ขอตัวก่อนนะครับ ไป” ว่าจบ พีครีบลากแขนเพลิงเดินไปที่รถอย่างรวดเร็ว ก่อนจะจับเพลิงยัดใส่รถฝั่งคนขับ ส่วนตัวเองเดินมานั่งข้างๆคนขับ เหมือนว่าตอนนี้ทั้งคู่สลับตำแหน่งนั่งกัน 

“ไอ้พีค กูว่ามึงให้กูนั่งผิดที” เพลิงพูดท้วง 

“ถูกแล้ว กูจะนอน ง่วง” พีคบอกพร้อมเอนเบาะลงนิดหน่อย ก่อนหลับตานอน 

“เอ้า แล้วจะ..” 

“อย่าบ่น ขับไปซะ ถึงแล้วก็ปลุกกูกับไอ้กราฟด้วย นอนล่ะ” ว่าจบ คราวนี้พีคชิ้งหลับไปจริงๆ เพลิงเอื่อมไปสะกิดคนข้างๆ แต่พีคไม่มีท่าทีจะตื่นขึ้นมา หันมองไปทางกราฟ ไอ้พี่ชายก็นอนสลบไสลอยู่เบาะหลังสภาพเหมือนคนไม่เคยนอนมาก่อน ก่อนที่เพลิงจะถอนหายใจเพลีย แล้วขับรถเดินทางไปตลาดน้ำดำเนินสะดวกอย่างช่วยไม่ได้ 

 

************************************************ 

 

ณ ตลาดน้ำดำเนินสะดวก 

 

 

 “ไอ้พีค..ไอ้พีค!” เพลิงหันไปปลุกคนข้างๆให้ตื่น พีคลืมตาเหลือบมองเพลิง ก่อนจะดันตัวเองขึ้นนั่งหลังตรงพลางมองด้านนอกกระจกเพื่อปรับสายตา และรู้แล้วว่าตอนนี้เขาได้มาหยุดอยู่ที่ลานจอดรถเข้าตลาด 

“ถึงเร็วจังวะ ..ไอ้กราฟ ตื่น!” พีคพูดบ่นเพราะยังง่วงๆ ก่อนหันไปปลุกกราฟที่เบาะหลังเสียงดัง ทำเอาคนนอนฝันดีสะดุ้งลืมตาตื่น ย่นคิ้วมองพีคสลับกับเพลิงอย่างงงๆ 

“ทำไมไอ้เพลิงมาด้วยวะ?” กราฟถามอย่างสงสัย 

“กูก็ไม่ได้อยากมากับคนอย่างมึงหรอก ถ้าไอ้พีคไม่ไปลากกูที่วัด” เพลิงตอบเสียงห้วน  

“ก็ไม่ได้ว่าอะไร กูแค่งงเฉยๆที่ตื่นมาเจอมึง แล้วนี่..ถึงแล้วหรอ กี่โมงแล้ว” กราฟถาม ขณะยันตัวขึ้นนั่ง 

“ตอนนี้เก้าโมงกว่าและเราก็ถึงตลาดแล้ว ไป ลง” พีคบอกเสียงเข้ม ไล่เพื่อนให้ลงรถ ก่อนที่ทั้งสามคนจะลงจากรถแล้วเดินมุ่งหน้าเข้าไปตลาด ยิ่งช่วงเช้าของตลาดแห่งนี้ผู้คนค่อนข้างครึกครื้น เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวและแม่ค้าที่พายเรือเร่ขายของกิน เพลิงยืนมองเรือที่ขับผ่านไปมาอยู่ตรงขอบทางเดินริมน้ำ ในขณะที่พีคนั่งสั่งผลไม้จากเรือที่จอดเทียบอยู่ข้างๆ ส่วนกราฟแยกตัวไปดูนู่นดูนี่คนเดียวแปปนึง  

“มึงกินอะไรมั้ย” พีคเงยหน้าถามเพลิงที่ยืนอยู่ข้างๆ 

“ไม่ มึงจะกินอะไรก็เรื่องของมึงเหอะ” เพลิงบอกปฏิเสธ พีคยกยิ้มไม่ได้ใส่ใจ ก่อนจะรับถุงผลไม้แล้วลุกมายืนข้างๆเพลิง 

“ทำตัวสบายๆหน่อย เมื่อไรจะเลิกทำหน้าตึงซะทีห๊ะ มาเที่ยวนะเว้ย” พีคหันไปพูดกึ่งขำ เพราะเห็นว่าเพลิงทำหน้าตึงเหมือนที่ผ่านมา 

“กูไม่ได้อยากมาซะหน่อย อีกอย่าง มีไอ้กราฟมาด้วย มึงคิดว่ากูจะเอ็นจอยกับเรื่องเที่ยวหรือไง” เพลิงบ่นหน้ามุ้ย ขณะมองเรือที่พายขับสวนกันอยู่บนน้ำ 

“งั้นแสดงว่าเที่ยวกับกูสองคน มึงจะโอเคถูกป่ะ” พีคยกยิ้มมุมปาก หรี่ตามองคนข้างๆไม่วางตา เพลิงนิ่งชะงักก่อนเลิกคิ้วเบิกตาหันไปมอง  

“ใครบอก พวกมึงทั้งคู่นั่นแหละที่กูไม่อยากอยู่ด้วย” เพลิงว่า พร้อมกลับมาทำหน้าตึงเหมือนเดิม “โอ๊ะ” 

“ยังจะทำหน้าตึงอีก ยิ้มน่ะยิ้ม ทำเป็นมั้ย” พีคยื่นมือเข้าไปหยิกแก้มเพลิงข้างนึง พลางจับขยับซ้ายขวานิดนึงอย่างขำๆ เพลิงย่นคิ้วหน้าบึ้งกว่าเดิม จ้องหน้าพีคนิ่ง เป็นเชิงบอกว่าเมื่อไรจะหยุดหยิกแก้มเขา แต่พีคกลับแค่ยกยิ้มมองเท่านั้น 

“ป่ะ” จู่ๆพีคพูดขึ้นแค่นั้น ก่อนจะจับข้อมือเพลิงเดินไปที่เรือเช่าอย่างไม่ทันตั้งตัว เพลิงเดินตามพีคไปอย่างงงๆ ไม่เข้าใจว่าพีคตั้งใจจะทำอะไร  

“จะพาไปไหน?” เพลิงถามอย่างสงสัย แต่พีคไม่ตอบ แต่กลับไปคุยกับลุงบนเรือแทน 

“ลุง เช่าเรือหน่อย ไปกันสองคน” พีคก้มไปคุยกับลุงบนเรือ พร้อมชูสองนิ้วบอกจำนวนคน เพลิงย่นคิ้วมองไม่ค่อยเข้าใจพีคเท่าไร คุยได้สักพัก พีคก็เรียกเพลิงให้ขึ้นไปนั่งบนเรือ ตามด้วยตัวของพีคเองที่ลงมานั่งด้านหลังเพลิง “ไปเลยครับลุง” 

“เฮ้ย! แล้วไอ้กราฟอ่ะ” เพลิงรีบหันไปถามอย่างตกใจ 

“เดี๋ยวมันก็นั่งของมันมาเองแหละ" พีคยกยิ้มบอก พอดีกับที่ตัวเรือเคลื่อนตัวออกจากฝั่ง เพลิงรีบหันหลังไปมองที่ฝั่ง พยายามมองหากราฟที่ถูกทิ้งอย่างไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ก่อนกลับมาย่นคิ้วหรี่ตาใส่พีค 

“ถ้ากูเป็นมัน กูโกรธมึงแน่ๆ” เพลิงว่า 

“ไม่โกรธหรอก กูรู้จักมันดี แต่ถ้าจะโกรธ กูว่ามันต้องโกรธมึงเรื่องเมื่อคืนมากกว่า ..เก็บกดหรอเรา หื้ม” พีคยแกล้งแซวเรื่องเมื่อคืน เพลิงรีบหันหน้าหนีกลับทางเดิมไม่คุยด้วย ซึ่งพีคก็ยกยิ้มขำในลำคออยู่ด้านหลัง พลางมองแผ่นหลังของเพลิงที่กำลังนั่งเท้าคางมองไปข้างหน้า  

บรรยากาศคึกคักเต็มไปด้วยแม่ค้าและนักท่องเที่ยวหลากหลายประเทศ คนพายเรือก็พายพร้อมพูดแนะนำร้านที่ตั้งเทียบฝั่งให้ฟัง รวมทั้งใต้สะพานที่ไม่คิดว่าจะมีร้านค้าตั้งอยู่ พีคนั่งฟังพลางดูนู่นดูนี่อย่างไม่ใส่นัก ขณะหยิบผลไม้ที่ซื้อเข้าปาก ต่างจากเพลิง หลังจากนั่งมาได้สักพัก สีหน้าตึงในตอนแรกเริ่มคลายลงมากจนอารมณ์ดีอย่างเห็นได้ชัด พร้อมมองรอบๆอย่างสนใจ ยิ่งอาหารที่นั่งทำขายกันสดๆบนเรือ สายตาเพลิงดูเปล่งประกายเป็นพิเศษ  

“ลุง ช่วยเทียบเรือกับร้านก๋วยเตี๋ยวหน่อยครับ” เพลิงหันไปตะโกนบอกลุงที่พายเรือให้อยู่ด้านหลังอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะพายเทียบกับเรือขายก๋วยเตี๋ยวที่จอดอยู่ข้างฝั่ง เพลิงนั่งดูเมนูที่เขาส่งมาให้ พร้อมหันไปถามพีค “เอาป่ะ” 

“ก๋วยเตี๋ยวอะไร?” พีคถามเสียงเรียบ 

“น้ำตก” เพลิงบอก 

“ไม่ล่ะ มึงกินเหอะ” พีคบอก เพลิงจึงหันไปสั่งก๋วยเตี๋ยวน้ำตกกับคนขาย พร้อมคืนแผ่นเมนูที่ให้มาตอนแรก เพลิงนั่งรออยู่สักพัก เจ้าตัวก็โบกเรียกเรือขายน้ำมะพร้าวเพื่อซื้ออีกคัน ไม่นานเพลิงก็ได้ทั้งก๋วยเตี๋ยวทั้งน้ำพร้อมกัน ก่อนที่เรือที่นั่งอยู่จะพายออกไปต่อ พีคเริ่มสังเกตว่า ขณะที่เรือพายเที่ยวตรงไปเรื่อยๆ เพลิงกลับซื้อของกินจุกจิกเยอะกว่าตัวพีคเองที่ซื้อแค่ไม่กี่อย่าง จนไม่แน่ใจแล้วว่าใครตั้งใจมาที่นี่กันแน่ และดูเหมือนว่าเพลิงจะซื้อกินไม่หยุด พีคถึงกับต้องรีบห้าม ก่อนที่เพลิงจะโบกเรืออีกคัน 

“ไอ้เพลิง เลิกแดกได้แล้ว กินเยอะไปแล้วนะมึง” 

“ก็มันอร่อย” เพลิงหันมาบอก 

“เดี๋ยวก็ปวดท้องหรอก ยิ่งเป็นไข้ด้วย ร่างกายมึงจะแย่” พีคว่าเสียงดุ กลัวว่าเพลิงจะกินเยอะไปจนไม่สบายกว่าเดิม แต่เพลิงส่ายหน้าปฏิเสธเรื่องไข้ พร้อมยกมืออังหน้าผากตัวเองกับเถียงพีค 

“ไข้กูลดแล้วเหอะ"

"ไหน เอาหัวมาวัดดิ๊" พีคพูด ก่อนจับมือเพลิงออก แล้วเลื่อนมือยื่นไปอังหน้าผากวัดไข้เหมือนทุกที ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นมา เพราะไข้เพลิงดูลดลงแล้วจริงๆ

"ไง บอกแล้วว่าลด" เพลิงบอก

"ดีแล้ว จะได้ไม่ต้องลำบากซื้อยา" พีคว่า พลางนึกถึงยาที่ซื้อไว้ที่บ้านก่อนหน้านี้

"เออ มึงลองนี้ กล้วยปิ้งมะพร้าวอ่อน โครตอร่อย” จู่ๆเพลิงก็เปลี่ยนเรื่อง พูดบอกพีคเรื่องขนมที่พึ่งซื้อมาล่าสุด ก่อนหันกลับไปหยิบจานพลาสติกที่มีกล้วยปิ้งโรยมะพร้าวอ่อนอยู่ด้านใน หันหลังยื่นไปให้พีคลองชิม ส่วนพีคย่นคิ้วทันทีที่เห็นของหวาน 

“กูไม่กินหวาน”  

“ลองหน่อย อร่อยจริงๆนะเว้ย” เพลิงพูดชง ยื่นจานเข้าไปใกล้พีคอีก  

“ก็บอกไม่กินไง” พีคพูดเสียงเข้ม ใช้มือดันจานเพลิงกลับไปหาเจ้าตัว ซึ่งเพลิงก็เคลื่อนมือกลับมาที่ตัว ก่อนจะหันกลับไปตักกล้วยเข้าปากกินเอง เพลิงไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตอนนี้ตัวเองกำลังทำหน้านอยด์ ที่พีคปฏิเสธของกินที่ตั้งใจให้ลอง ด้านพีคเองก็สังเกตเห็นความผิดปกติของคนข้างหน้า พยายามมองว่าเพลิงเป็นอะไร  

“ไอ้เพลิง” พีคเรียก 

“อะไร” น้ำเสียงที่ตอบกลับมาห้วนต่างจากก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง พีคยกยิ้มขึ้น จับได้ทันทีว่าเพลิงเป็นอะไร ก่อนจะคุยกับเพลิงอีกครั้ง 

“แค่นี้งอน?” 

“ทำไมกูต้องงอนมึงด้วย” เพลิงยังพูดเสียงห้วนกับพีคเหมือนเดิม ฟังยังไงก็เหมือนคนงอนชัดๆ 

“หันมานี่” พีคสั่งคนข้างหน้า ซึ่งเพลิงก็เอียงคอหันมานิดหน่อย ก่อนจะกลับไปตักกล้วยปิ้งเข้าปากเหมือนเดิม 

“ไอ้เพลิง อย่าให้กูต้องเป็นคนจับหันเองนะ” พีคขู่เสียงเข้มกว่าเดิม คราวนี้เพลิงยอมหันมาหาด้วยใบหน้าบึ้ง พีคเห็นก็อดยิ้มขำไม่ได้ เพราะคำพูดกับการกระทำสวนทางกันเลย ส่วนเพลิงก็ยังตักขนมในมือกินเรื่อยๆ ก่อนจะถูกพีคคว้ามือดึงขนมที่จิ้มเตรียมเข้าปาก ดึงเข้าปากของพีคไป  

“เฮ้ย “ เพลิงมองพีคอึ้ง ตกใจที่พีคคว้ามือเขากินขนมกล้วยปิ้งที่อยู่ในมือไปหน้าตาเฉย พีคเองก็นั่งเคี้ยวย่นคิ้วนิดหน่อยเมื่อความหวานแพร่กระจายไปทั่วปาก แต่ใช่ว่าจะไม่อร่อยเลย เพราะมีรสความเค็มของมะพร้าวแห้งช่วยไว้ ก่อนจะยกหลังนิ้วชี้ไปเคาะหน้าผากเพลิงหนึ่งที จนเพลิงหลับตาปี๋ไปแปปนึงก่อนลืมตาขึ้นอย่างงงๆ 

“กูกินให้และ แต่จะดีมากถ้าน้ำตาลในน้ำเชื่อมไม่เยอะ” พีคว่า เพลิงนิ่งอึ้งอยู่สักพัก ก่อนปรับสีหน้าเป็นปกติ เรียกว่าเกือบจะอารมณ์ดี พีคยกยิ้มมุมปากเมื่อได้ผลลัพธ์ที่เขาต้องการ พร้อมสบตาเพลิงไม่วางตา  

“มึงไม่ต้องกินก็ได้มั้ง ไม่ชอบไม่ใช่หรอ” เพลิงพูดบอก  

“แล้วหมาตัวไหนมันทำหน้างอนกันห๊ะ ถ้าไม่อยากให้กินก็ไม่ต้องให้ลองตั้งแต่แรก เข้าใจหรือเปล่า” พีคว่าเสียงเรียบ ซึ่งเพลิงแอบหน้ามุ้ยนิดหน่อย 

“กูไม่ได้งอนซะหน่อย” เพลิงเถียง 

“หึ ปากบอกไม่งอน แต่หน้ามึงมันแปะคำว่างอนชัดซะขนาดนั้น ยังจะมาเถียงกูอีก” พีคพูดว่า พร้อมเอานิ้วจิ้มตรงหว่างคิ้ว เพื่อคลายปมคิ้วที่ม้วนติดกัน  “แล้วอีกอย่าง..” 

“อะไร” เพลิงถาม คิดว่าพีคจะติอะไรอีก 

“มันอร่อยมาก วันหลังถ้าเกิดจะทำกินเอง เอาน้ำตาลน้อยกว่านี้นะ กูจะได้กินด้วย”  

“อือ” เพลิงตอบสั้นๆ ก่อนหันกลับไปมองข้างหน้าปกติ แต่ทว่าสิ่งที่พีคพูดบอกธรรมดา กลับทำให้เพลิงนั่งยิ้มขึ้นมาได้อย่างประหลาด พีคเองก็ยิ้มให้แผ่นหลังของเพลิงด้วยความรู้สึกเดียวกัน พลางส่ายหน้าน้อยๆหยิบน้ำเปล่าขึ้นมากินแก้เลี่ยนในปาก ใครจะไปรู้ว่าความรู้สึกของสองคนนี้ต่างกำลังบีบตัวขยับเข้าหาอีกฝ่ายทีละน้อย โดยเฉพาะพีคที่ดูเหมือนจะแสดงออกเร็วกว่าที่คิด กราฟที่นั่งเรือตามทั้งคู่มาใกล้ๆ สังเกตเห็นฉากเมื่อกี้ชัดเจน แถมหลุดหัวเราะขำพีคสุดๆ เพราะก่อนหน้านี้ยังปฏิเสธเรื่องของตัวเองกับเพลิงอยู่เลย ในขณะที่ดูแล้วเพลิงพึ่งจะเริ่มแท้ๆและคงไม่รู้สึกตัวด้วยมั้งว่าพีคคิดอะไร

“พ่อหนุ่ม จะแวะซื้ออะไรเพิ่มมั้ย หรือจะให้ลุงพายตามเรือลำนั้นไปเลย” ลุงที่พายเรือให้กราฟถามขึ้น 

“ตามไปเลยลุง ผมแวะซื้อเยอะเกินแล้ว” กราฟบอก ซึ่งลุงก็พยักหน้าพายตามเรือพีคให้ 

“แล้วนี่พ่อหนุ่มตามสองคนนั้นทำไมกันล่ะ เพื่อนกันหรอ” ลุงถามอีกครั้ง  

“อีกคนเพื่อน อีกคนน้องน่ะลุง ไอ้สองคนนั้นมันหนีผมไม่ให้ไปเป็นกขค.พวกมันน่ะ ผมถึงได้นั่งเที่ยวคนเดียวนี่ไง แต่ดูเหมือนจะมีอะไรสนุกๆให้ผมดูแก้ว่างอยู่ ผมถึงให้ลุงพายตามพวกนั้นไป อยากรู้ว่าเพื่อนผมมันจะทำอะไรบ้าง” กราฟพูดพลางยิ้มอย่างสนุก ตอนแรกกราฟไม่ได้จะนั่งเรือแยกกับพีคและเพลิง แต่เพื่อนตัวดีดันพาน้องเขาหนีไปขึ้นเรือกันเองซะก่อน กราฟเลยถือโอกาสนี้ตามดูเพื่อนตัวเองเพื่อเช็คอะไรบางอย่างให้แน่ใจพร้อมเที่ยวไปในตัว และดูเหมือนสิ่งที่ทำให้เขาเห็นเริ่มมีเปอร์เซ็นต์ความเป็นไปได้สูงเลยว่าเพื่อนเขาต้องคิดเกินเลยสถานะที่ตั้งใจจับเพลิงมาตอนแรกแน่นอน จนกราฟแอบอยากพาณดลนั่งเรือมาตามดูกับเขาเหลือเกิน 

“แหมะ นึกถึงประโยคที่ไอ้ดลเคยพูดเลย ‘ น้ำหยดลงหินทุกวัน แต่หินไม่รู้ ’ “ 

 

*********************************************** 

เดี๋ยวหินก็รู้แหละแก อีกไม่นานหรอก 555555

ลูกเป็นเด็กฮาร์ดคอนิดนึงค่ะ จับตุ๊กแกเล่น

#เจ้าชิบะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น