ลมหนาว l เคียงจันทร์ l ัYoshisuki

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

สุดแท้เเล้วเเต่จะ...รัก 2

ชื่อตอน : สุดแท้เเล้วเเต่จะ...รัก 2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 17.8k

ความคิดเห็น : 26

ปรับปรุงล่าสุด : 22 พ.ค. 2562 19:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
สุดแท้เเล้วเเต่จะ...รัก 2
แบบอักษร

 “ชั่งเถอะค่ะ ขี้เกียจเถียงด้วย”

 “พี่...” ยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไรเลย เขมมิกาก็เอ่ยชื่อเขาแทรกขึ้นมาเสียก่อนแล้ว แถมครั้งนี้มันยังนิ่งเรียบไม่เหมือนหลายวันที่ผ่านมาเลย เขาทำอะไรผิดอีกเนี่ย เมียจะไม่ยอมคุยด้วยเหรอ

 “คุณวิน...” เธอมองมาเขาจ้องตาของชายหนุ่มที่ยามนี้ตาของเขามันสั่นระริกมาก

 

 “ต่อไปนี้เขมจะตีพี่ยังไงก็ได้ พี่จะไม่ร้องสักแอะเดียว จริงๆนะ สัญญา อย่าโกรธกันนะ” เขารีบชิงพูดขึ้นมาก่อนที่เขมมิกาจะได้พูดต่อ

 “อะไรคะ? เขมยังไม่ได้ว่าอะไรคุณเลยสักอย่าง”

 “อ้าว...แล้วเรียกพี่มีอะไรครับ” ไอเราก็นึกว่าจะโกรธกันที่ไหนได้ไม่ใช่สักหน่อย

 “เขมอยากกินมะม่วง...มะม่วงบนต้นโน้น” นิ้วมือของเขมมิกาชี้ออกไปที่ต้นมะม่วงต้นใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลจากที่ทั้งสองคนนั่งมากนัก ซึ่งมันก็คือพื้นที่บริเวณสวนของสาวเจ้าที่มารดาชอบมาเพาะปลูกต้นไม้เล็กใหญ่ไว้รวมทั้งต้นมะม่วงต้นนั้นด้วย

 “ได้สิ ที่สอยอยู่ไหนล่ะเดี๋ยวพี่เก็บให้” ภรรยาอยากกินอะไรก็ไม่เกี่ยง ไออัศวินคนนี้นี่แหละจะหามาให้ ไม่ว่าจะเป็นกุ้ง หอย ปู ปลาหรือแม้กระทั้งกุ้งมังกรเจ็ดสีพี่ก็จะไปดำน้ำเอามาให้

 “ไม่มีค่ะ” ตอนเด็กๆเธอก็เคยปีนเล่นอยู่บ้างสองสามครั้ง ไอไม้สอยน่ะมันไม่มีหรอก

 “อ้าวแล้วที่นี้จะทำยังไงล่ะ มันอยู่ตั้งสูง”

 “ปีนค่ะ” เธอบอกเขาพร้อมกัยส่งยิ้มให้ชายหนุ่ม

 “หะ...ห๊ะ! ปีน”

 “ใช่ค่ะ ปีน”

 

 ร่างของปานธิดาที่ยามนี้แทบจะไม่มีเรี่ยวแรงให้ลุกเดินแถมตอนนี้ยังแทบจะกอดโถชักโครกกับถังขยะไว้ไม่ให้ห่างกายเลยก็ว่าได้ สองสามวันมานี้เธอไม่รู้ว่าตนเองนั้นเป็นอะไรทำไมถึงได้รู้สึกมึนเวียนแล้วอาเจียนเยอะขนาดนี้

 “เป็นอะไร” เสียงนี้ดังขึ้นจากข้างหลังเธอจนสาวเจ้าที่กำลังอ่อนระโหยโรยแรงต้องหันไปมอง เพราะได้ยินเสียงอาเจียนอ้วกอากของสาวเจ้าจึงรีบเดินเข้ามาดู

 “คุณ! เข้ามาได้ยังไงเนี่ย”

 “เปิดประตูเข้ามาไง แล้วทำไมไม่ไปทำงาน”

 “รู้สึกไม่สบายนิดหน่อย”

 “กินยากินข้าวแล้วหรือยัง”

 “กินแล้ว แล้วมันก็ออกทางเดิมหมดแล้ว” ใช่...เธอกินข้าวกินยาอะไรเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่สุดท้ายมันก็ออกมาทางเดิมจนตอนนี้มันไม่เหลืออะไรแล้วในไส้ในพุงเธอ เรี่ยวแรงตอนนี้ก็แทบจะไม่มี ยามที่จะเดินมาเข้าห้องน้ำยังมึนเบลอราวกับว่าโลกนี้มันกำลังหมุนติ้ว หมุนติ้ว อย่างไงอย่างงั้น

 อัครินพินิจมองอาการของสาวเจ้าอยู่สักพักเขาก็ตัดสินใจอุ้มเธอขึ้นให้อยู่ในท่าเจ้าสาวเพราะสภาพแล้วไม่น่าจะไหล ถ้าเขาไม่มาเจอวันนี้มีหวังคงจะได้นอนในห้องน้ำแทนห้องนอนนั้นแหละ

 “นอนอยู่นี่แหะเดี๋ยวฉันไปหาข้าวหายามาให้กิน” เขาพูด

 สักพักต่อมาอัครินก็กลับมาพร้อมกับข้าวต้มที่จัดอยู่ในชาม ส่วนอีกมือก็หิ้วถุงยาไว้ที่นิ้วมือก็ถือแก้วน้ำเดินตรงมาที่ปานธิดาที่กำลังปิดเปลือกตาอย่างอ่อนล้า

 “ขอบคุณค่ะ” เขาวางชามข้าวต้มลงก็นั่งอยู่ข้างหญิงสาว มือเรียวหนานั้นก็หยิบช้อนหมายจะตักป้อนคนบนเตียง

 “ไม่เป็นไร ฉันกินเองดีกว่า” เธอบอกเขาก่อนที่จะเอามือไปหยิบช้อนขึ้นมา แต่ทว่ายามที่จะเอาเข้าปากกินแปลกๆมันก็ตีขึ้นจมูกของเธออย่างแรงจนอดไม่ไหวที่จะรีบลุกออกจากเตียงด้วยสภาพที่มึนเบลอก่อนที่จะรีบเข้าห้องน้ำ เมื่อเห็นแบบนั้นอัครินจึงรีบวิ่งตามเธอเข้าไปในห้องน้ำทันที

 “เป็นอะไรดา ทำไมถึงได้อาเจียนขนาดนั้น”

 “ฉันก็ไม่รู้ กลิ่นข้าวต้มมันเหม็นฉันกินไม่ลง คุณช่วยเอาไปเก็บให้ทีนะคะ” ปานธิดาหันมาบอกแก่อัคริน

 “อาการเธอมันเป็นยังไงกันแน่ดา ทำไมถึงได้เหม็นอาหาร” อาการเหม็นอาหารแถมยังอาเจียนแบบนี้เขารู้สึกว่ามันคุ้นๆนะ

 “ฉะ...ฉันไม่รู้”

 “รออยู่นี่นะ เดี๋ยวฉันมา”

 พูดจบก็เดินออกไปทันที ทิ้งความสงสัยไว้ให้ปานธิดาว่าเขาจะไปไหนกันแน่ แต่แล้วสมองก็พลันคิดและนึกถึงอาการที่เธอเป็นอยู่ อาการที่จู่ๆก็เหม็นอาหารขึ้นมาเสียดื้อทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เธอก็พอจะทานได้แต่ทว่ามันก็ยังมีกลิ่นอยู่แต่ไม่ได้เหม็นแรงเท่ากับครานี้ อีกทั้งอาการอาเจียนที่ทำให้เธอไม่มีเรี่ยวแรงนี้อีก...มือของปานธิดาลูบคลำลงที่หน้าท้องของตัวเองโดยอัตโนมัติ

 “ทะ...ท้องเหรอ” คำถามนี้มันเกิดขึ้นในหัวของปานธิดา

 

 อัครินกลับมา เขากลับมาพร้อมกับที่ตรวจครรภ์จำนวนสองถึงสามแท่ง เขายื่นให้ปานธิดาที่นอนพักอยู่บนเตียง “ฉันซื้อมาหลายแบบ จะได้แน่ใจว่าท้องไม่ท้อง” สาวเจ้าเองก็รับมาแบบไม่ลังเลเธอก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าสรุปแล้วอาการที่เธอเป็นมาสองสามวันนี้มันคืออาการของคนที่เป็นอะไรกันแน่

 มือที่สั่นเทาของปานธิดามันกำลังสั่นแรงหัวใจของเธอเต้นโครมครามราวกับว่ากำลังจะทะลุออกมาจากอก ในมือคือสิ่งที่เธอถืออยู่ทุกอย่างมันเป็นคำตอบชัดเจนแล้วว่าสิ่งที่เธอเป็นอยู่มันคืออะไรกันแน่

 “ก๊อก ก๊อก ก๊อก”

 เสียงมือหนาเคาะประตูทำให้คนที่อยู่ภายในเช่นสาวเจาต้องสะดุ้งตกใจ ในหัวคิดสารพัดอย่างเธอจะทำอย่างไร...เธอจะทำอย่างไรดี หยดน้ำตาไหลออกมาจากดวงตาทั้งสอง ระหว่างเธอและเขามันชั่งต่างกันนักหากเธอบอกเขาไปแล้วเขาจะยังคงยอมรับจริงๆหรือ

 “ดา เปิดประตู” เพราะเห็นว่าหายเข้าไปนานมากนัก หัวใจเขาเองมันก็สั่นไหวและหวั่นไหวยามเมื่อคิดว่าสาวเจ้ากำลังตั้งท้องลูกของเขา

 ปานธิดาเปิดประตูห้องน้ำออกมาด้วยแววตาที่เอ่อไปด้วยคราบน้ำตา เธอตัดสินใจแล้วว่าเธอจะบอกเขา ถึงแม้ว่าอัครินจะไม่ยอมรับเธอก็สัญญาว่าจะดูแลเด็กคนนี้ให้ดีที่สุดเพราะสุดท้ายยังไงมันก็ผิดพลาดแล้วเธอไม่สามารถกลับไปแก้ไขอะไรได้แล้ว มือบางของปานธิดายื่นส่งแท่งตรวจครรภ์ให้เขาครบทุกอันแล้วทุกแท่งผลของมันก็เด่นชัดปรากฏตรงกันหมดทุกอย่าง รอยขีดสีแดงที่ปรากฏเป็นสองขีดบ่งบอกชัดเจนว่ายามนี้ภายในท้องของปานธิดากำลังมีเด็กตัวน้อยๆอยู่ในนั้น

 “ทะ...ท้องเหรอ”

 “......” เธอไม่ตอบแต่จ้องหน้าเขา สิ่งที่เขาเห็นมันก็ประจักษ์ชัดแล้วนิว่าทุกอย่างมันเป็นยังไง

 “เธอท้อง...ดาเธอท้อง” แต่ทว่าจู่ๆรอยยิ้มสดใสก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของอัคริน ทุกอย่างมันผิดคาดปานธิดาไปหมด ยามแรกเธอคิดว่าเขาต้องไม่ยอมรับเรื่องนี้แน่ แต่ที่ไหนได้เขากลับดีใจมากกว่าเธอเสียอีก

 กายหนาเข้ามาโอบกอดร่างของหญิงสาวไว้ กอดรัดแน่นๆ ในมือนั้นก็ยังคงกำแท่งตรวจครรภ์ไว้ ปากที่ฉีกรอยยิ้มออกมามากจนตอนนี้มันแทบจะหุบไม่อยู่ “ฉันดีใจนะ ที่เธอท้อง”

 “ฉะ...ฉันคิดว่าคุณจะไม่ยอมรับเสียอีก”

 “ใครมันจะบ้าไม่ยอมรับลูกที่เกิดจากตัวเองกันล่ะ ฉันดีใจมากจริงๆนะปานธิดา ฉันสัญญาว่าจะดูแลเธอกับลูกให้ดีที่สุด” แม้ว่าความรักระหว่างเขาและเธอมันเกิดขึ้นเพราะความเจ็บแค้นในอดีตที่ยังตามหลอกหลอนเขา จนพลาดทำให้คนที่เจ็บต้องเป็นหญิงสาวตรงหน้าและสุดท้ายทุกอย่างมันก็นำพามาซึ่งความรักที่เขานั้นมีต่อเธอมากชนิดที่ว่าไม่อาจจะมีให้ใครได้อีก...

 “แต่ฉันกลัว...เรื่องนี้มันเกิดขึ้นโดยที่มันคือ...ความผิดพลาด ฉะ...ฉันกลัวแม่เสียใจ...” เธอเป็นลูกที่แย่ ปล่อยให้ตัวเองตั้งท้องได้ ความไว้เนื้อเชื้อใจที่มารดาฝากฝังไว้มันมลายหายไปสิ้นเสียแล้ว หยดน้ำตาใสไหลนองยามที่คิดว่ามารดาจะต้องร้องไห้และเสียใจในตัวเธอมากเพียงไหน

 “ไม่ดา ฉันจะทำให้มันถูกต้องที่สุด”

 “คะ...คุณหมายความว่ายังไง”

 “แต่งงานกับฉันนะ ฉันจะดูแลเธอกับลูกและแม่เธอเอง...เชื่อใจฉันนะ” อัครินพูดจากใจ เขาจะแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้และสัญญาว่าจะดูแลเธอกับลูกและมารดาของสาวเจ้าให้ดีที่สุด! ส่วนปานธิดาจ้องมองเขาด้วยหลายความรู้สึกตอนนี้เธอทั้งตกใจและดีใจจนแทบจะพูดไม่ออก ไม่เคยคิดเลยด้วยซ้ำว่าผู้ชายที่ทำร้ายตัวเองให้ต้องเจ็บซ้ำนักจะมาขอรับผิดชอบทุกอย่างที่กระทำต่อเธอ...

 

 “ลูกนั้นแหละค่ะ” เสียงใสของเขมมิกาที่กำลังสนุกกับการดูคนตัวโตปีนต้นมะม่วงต้นใหญ่ที่ท่าทางดูเงอะๆงะๆ ทำอะไรก็ไม่ค่อยจะเป็น เขาอยู่บนนั้นมาได้เกือบจะยี่สิบนาทีแล้ว แต่ทว่าก็ไม่มีท่าทีเลยว่าเจ้าตัวจะลงมาเสียทีก็เพราะความลีลาของเจ้าพ่อคุณเขานั้นแหละ จะเอาลูกนั้นก็หาว่ามันเล็กไป จะเอาอีกลูกก็บอกว่าลูกมันไม่สวย สรุปจะให้กินอะไรกันแน่

 “พี่ว่าลูกนี้มัน...”

 “คุณวินคะ? อยู่บนนั้นจะยี่สิบนาทีแล้วนะ เขมยังไม่ได้กินมะม่วงสักลูกเลย” คนที่อยู่ข้างล่างรีบขานตัดประโยคที่อัศวินจะพูด

 “โอเคๆ ลูกนี้ก็ได้เนอะ”

 “ค่ะ” กว่าจะได้มาแต่ละลูกนี่มันแสนยากลำบากนักแต่ว่ามันไม่ใช่เราะมะม่วงหรอกมันเพราะเขานั้นแหละ

 “ระวังนะคะ ตรงนั้นมีรังมดแดงอยู่” ยามที่เขาจะขยับตัวไปจุดอื่นสายตาของเธอก็พลันเห็นรังมดแดงไม่เล็กไม่ใหญ่กำลังเดินกวักไกวกันเต็มไปเลยล่ะ

 “พี่ว่าช้าไปแล้วล่ะ...” เธอพูดช้าไปก่อนที่มือเขานั้นจะเผลอสัมผัสเขาที่รังมดแดงไปเพียงเสี้ยวนาที

 “อะ...โอ๊ย! โอ๊ย!” เอาเข้าแล้วมดแดงมันเริ่มโจมตีเขาเสียแล้ว แถมมันยังทั้งเจ็บทั้งคันไปหมด

 “ระวังค่ะ! ระวัง! ว๊าย!” ไม่ทันแล้ว อัศวินกระโดดลงมาหล่นลงพื้นเสียแล้ว

 ‘ตุ้บ!’

 เขมมิการีบก้าวเท้าไวๆไปตรงที่เขาล่วงหล่นลงมา แม้ว่าท่าทางที่อุ้ยอ้ายของเขมมิกามันจะดูน่ารักนักยามที่สาวเจ้าก้าวเดินแต่ยามนี้เขาไม่มีเวลามาเชยชมภรรยาสาวเสียหน่อย ควรจะห่วงตัวเองมากกว่าไม่รู้ว่ากระดูกจะหักหรือเปล่าเนี่ย! ไอมดแดงบ้าเอ๊ย! กัดใครไม่กัด! เดี๋ยวพ่อจะเอาไฟมารมควันเสียให้หมดเลย!

 

 

มาเเล้วจ้าาา

คอนนี้อิคุณพี่ขอโชว์สกิลปีนต้นมะม่วงกันหน่อยนะคะ 555

งืมมม ส่วนอีกคนก็ใช่ว่านางจะเวเป้นอย่างเดียวนะคะ ทำเรื่องดีๆก็มี ถึงเเม้ว่ามันจะเกิดจากความผิดพลาดก็เถอะ

ปล.คอมเม้นกันเข้ามาเยอะๆนะคะ ไรท์จิรออ่าน หุหุ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น