Minchol

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 87 ผมไม่ทิ้งเขาหรอกครับ

ชื่อตอน : บทที่ 87 ผมไม่ทิ้งเขาหรอกครับ

คำค้น : ซอฟท์วาย,ไป๋หลง,หลงไป๋,ไป๋อวี่,จูอี้หลง,เผิงหลง

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 158

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 22 พ.ค. 2562 18:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 87 ผมไม่ทิ้งเขาหรอกครับ
แบบอักษร

  คุณนายไป๋ไม่ใส่ใจท่าทางไม่ตกลงปลงใจของไป๋เทียนจ้าว เธอถามจูอี้หลงว่าจะอยู่คุยกับเธอต่ออีกได้ไหม เขาก็รับคำเบาๆ บอกว่าตามที่วางแผนไว้แต่แรก เขาจะอยู่จนงานเลิกเพื่อเป็นการรักษามารยาทแล้วจึงจะกลับที่พักเพื่อเตรียมบินแต่เช้า

  "คุณรู้จักอาอวี่ของฉันดีแค่ไหน" คุณนายไป๋ถามเสียงอ่อนโยน

  "ใช่ แล้วคุณรู้มั้ยว่าไป๋อวี่เคยมีคนรักมาก่อน" ไป๋เทียนจ้าวแทรกขึ้นมา ... คิดว่านายมีเผิงกวนอิงแล้วอาอวี่ไม่มีคนอื่นหรือยังไง ...ไป๋เทียนจ้าวอยากตะโกนใส่หน้าจูอี้หลงว่าอย่างนั้นแต่ก็กลัวมีเรื่องกับคุณนายไป๋

  หลังจากยอมรับความรู้สึกของตนเองที่มีต่อไป๋อวี่กับสองสามีภรรยาสกุลไป๋ จูอี้หลงก็รู้สึกผ่อนคลายลงมาก เขาวางมือทั้งสองข้างลงบนเข่า ก้มหน้าลงเล็กน้อย

  "ไป๋อวี่ที่ผมรู้จักเป็นคนเปิดเผย ความสัมพันธ์ของเขากับหลิวเหมิงเหมิงไม่ใช่ความลับอะไร เขาพอใจเขาสบายใจที่จะยอมรับหัวใจตัวเองและไม่กลัวที่จะบอกให้ทุกคนรู้ ผมนับถือเขาในจุดนี้จริงๆ" จูอี้หลงระบายความในใจ ไม่นึกว่าคนที่รับฟังเขากลับเป็นพ่อแม่ของไป๋อวี่ ไม่ใช่พ่อแม่ของเขาเอง

  "แต่ความสัมพันธ์ของเขากับผม มันไม่เหมือนกับความสัมพันธ์ของเขากับหลิวเหมิงเหมิง มันเป็นความสัมพันธ์ที่เปิดเผยหรือบอกให้ใครรู้ไม่ได้..." จูอี้หลงหยุดเว้นระยะ เงยหน้าขึ้นมองคุณนายไป๋ สายตาของเธอมองตอบมาด้วยความเข้าใจ

  "ผมไม่คิดว่าเขาจะทนคบกับผมได้นาน แค่ปีเดียว ผมก็ไม่รู้ว่าจะไปรอดไหม" จูอี้หลงหลบตาลงต่ำอีก เขามองดูนิ้วมือที่กำลังเขี่ยหัวเข่าไปมาเหมือนคนใจลอย แต่เขาไม่ได้ใจลอย ตอนนี้เขามีสติแจ่มใสที่สุด มีสติมากเสียยิ่งกว่าครั้งไหนๆที่เขานึกถึงไป๋อวี่

  "ไป๋อวี่คบหากับหลิวเหมิงเหมิงอย่างเปิดเผยได้ห้าปี แล้วจู่ๆ ผมก็โผล่เข้ามาในชีวิตของเขา... ตอนนี้ก็เหมือนกัน ไม่รู้ว่าอีกสักปีหรือครึ่งปีต่อจากนี้ไป จะมีใครโผล่เข้ามาในชีวิตเขาอีก.." จูอี้หลงระบายลมหายใจช้าๆ นัยน์ตามองปลายนิ้วของตนเองที่จู่ๆก็หยุดเคลื่อนไหว

  "ผมไม่ได้คาดหวังอะไรมาก" เขาเงยหน้าขึ้นมองไป๋เทียนจ้าวที่นั่งไขว่ห้างเอนตัวพิงพนักเก้าอี้เหมือนปลอดโปร่งใจเสียยิ่งกว่าอะไร จะมีก็แต่เท้าข้างที่วางกับพื้น มันเขย่าขึ้นลงถี่ๆ บอกให้รู้ว่าเขาว้าวุ่นใจ ไม่ได้สบายอกสบายใจอย่างที่แสดงออก

  "พวกคุณก็คงไม่ได้คิดที่จะให้ไป๋อวี่มีชีวิตอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆตลอดไปใช่ไหมครับ" จูอี้หลงถามคำถามที่ทั้งสองสามีภรรยาพยายามจะไม่นึกถึงมัน

  "ผมรู้ว่าเขารักผม แต่ความรักที่เร่าร้อนแบบนี้ มีแต่จะลุกโพลงจนเผาไหม้ตัวมันเองลงอย่างรวดเร็ว" แล้วถ้ามันดับมอดลง....? คำถามผุดขึ้นในใจจูอี้หลง...

 

  "คุณจะทิ้งอาอวี่" คุณนายไป๋พูดแทรกขึ้นมา

 

  "ไม่ ผมไม่ทิ้งเขาหรอกครับ" จูอี้หลงหันไปมองเธอ

  "ผมก็ต้องการความเร่าร้อนแบบนี้บ้างเหมือนกัน." เขาเอ่ยต่อ แต่แววตาที่จับจ้องเธอนั้นเหมือนมันล่องลอยไปที่อื่นแล้ว

  "เมื่อวันที่ความเร่าร้อนนั้นหมดไป ทุกอย่างก็จะมอดดับลงเอง ตอนนั้นเราก็คงจะต่างคนต่างไป ... " เขาปรับแววตาที่เลื่อนลอยนั้นอย่างรวดเร็ว ประสานสายตาเข้ากับสายตาของคุณนายไป๋

  "แต่ผมจะไม่ทิ้งเขาก่อนแน่" จูอี้หลงเอ่ยอย่างมั่นใจ

 

  "ทำไม เพราะอะไร" คุณนายไป๋เอ่ยถามเหมือนคนละเมอ

 

  "ไป๋อวี่รู้จักแต่จะเดินหน้า เขาไม่รู้จักถอยหรือหยุด เพื่อที่จะรอ... ผมต้องขอโทษด้วยที่ผมอาจจะไม่ได้รักเขามากเท่าที่เขารักผม แต่ผมรักเขาได้นานกว่าที่เขารักผมแน่ๆ ความรักของผมคงไม่เร่าร้อนเท่าความรักของเขา แต่มันอบอุ่นพอและจะยังให้ความอบอุ่นอยู่อย่างนี้ตลอดไป ขอเพียงแค่... เมื่อเขาไม่รักผมแล้ว เขาจะไม่คิดทำลายความเป็นเพื่อนของเราลง"

  คุณนายไป๋ยิ้มน้อยๆ นับว่าเป็นคนหนุ่มที่เข้าใจชีวิต คิดอะไรเหมือนเห็นโลกมานาน ไม่เหมือนคนอายุแค่สามสิบ ตัวเธอเองก็มีความคิดหลายๆอย่างตรงกับจูอี้หลง เธอรู้จักลูกชายเธอดี ความซื่อตรงต่อความรู้สึกของตัวเองเป็นคุณสมบัติที่มีเสน่ห์ของไป๋อวี่ ความเปิดเผยจริงใจกับคนรอบข้างยิ่งทำให้คนเกลียดเขาไม่ลง มองเห็นเขาน่ารักน่าเอ็นดูไปแทบทุกอริยาบท ไป๋อวี่มีใจให้จูอี้หลงมากถึงขนาดนั้นและเขาก็ไม่กลัวที่เปิดเผยความในใจของเขาออกมา แค่นี้ก็เพียงพอที่จะทลายทุกเกราะกำบังที่ห่อหุ้มนักแสดงผู้เคร่งครัดกับชีวิตอย่างจูอี้หลงแล้ว คุณนายไป๋ไม่เชื่อว่าจะมีใครต้านทานเสน่ห์ของอาอวี่ของเธอได้ จูอี้หลงก็ไม่มียกเว้น

  ที่เธอไม่กังวลมากนักกับความสัมพันธ์ต้องห้ามนี้ ส่วนหนึ่งจูอี้หลงก็เอ่ยได้อย่างตรงใจเธอ เธอรู้ว่ามันเร่าร้อนเกินกว่าที่เธอจะเข้าไปขัดขวาง ยิ่งไป๋อวี่เป็นคนที่ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุอยู่ด้วย หนทางเดียวที่จะทำให้เรื่องนี้คลี่คลายก็คือ ให้ไป๋อวี่ได้ในสิ่งที่เขาต้องการ ความเร่าร้อนทุรนทุรายที่อาจจะทำให้ไป๋อวี่ก่อปัญหาก็จะหมดไป ... แล้วก็อย่างที่จูอี้หลงว่า .... สักวันหนึ่งความเร่าร้อนนี้ก็จะหมดไป ... เธอเองก็คิดอย่างนั้น ไป๋เทียนจ้าวเองก็คงคิดไม่ต่างกัน ... แม้ครั้งนี้ไป๋อวี่ดูจะมีความรู้สึกรุนแรงมากกว่าทุกคราว จูอี้หลงดูจะมีอิทธิพลต่อไป๋อวี่มากกว่าใครๆที่ไป๋อวี่เคยรู้จัก แต่เธอก็คิดเพียงว่าเพราะเขามีความต่าง เขาไม่ใช่เด็กสาวๆอย่างที่ไป๋อวี่เคยคบหา การที่เขาเป็นผู้ชายคนหนึ่ง คงเป็นเหมือนปราการสูงใหญ่ที่แสนท้าทายให้ไป๋อวี่จะต้องปีนข้ามไปให้ได้ ไป๋อวี่คงจะต้องใช้ทุกอย่างที่เขามีเพื่อเอาชนะ เพื่อเข้าสู่เส้นชัย เมื่อถึงเส้นชัยแล้ว เขาคงจะไม่หยุดอยู่เพียงแค่นั้น เขาคงจะมองหาความท้าทายใหม่ๆต่อไป ทั้งเธอและจูอี้หลงมีความคิดตรงกัน... ที่ว่าเส้นชัยนี้ มันจะค่อยๆหมดความท้าทายลง ความเร่าร้อนที่จะเอาชนะมันจะค่อยๆเจือจางลง แล้วไป๋อวี่ก็จะมองหาจุดหมายปลายทางใหม่ต่อไป...

  คุณนายไป๋มองหน้าสามี ที่ตอนนี้หรี่ตามองจูอี้หลงอย่างใช้ความคิด ไป๋เทียนจ้าวคิดไม่เหมือนเธอ... แต่เขาคงไม่ได้คิดว่าไป๋อวี่จะหยุดชีวิตทั้งชีวิตไว้ที่จูอี้หลงกระมัง...

...

...

 

  คุณนายไป๋เอ่ยปากถามคำถามนี้กับสามี เมื่อทั้งคู่กลับมาถึงบ้านแล้ว...

  "คุณคงไม่คิดว่าอาอวี่จะหยุดชีวิตของเขาไว้ที่จูเหล่าซือใช่ไหม" เธอถามขณะช่วยเขาถอดเสื้อนอก

  "ทำไมล่ะ คุณเคยเห็นใครที่มีอิทธิพลกับอาอวี่มากถึงขนาดนี้หรือเปล่าล่ะ" ไป๋เทียนจ้าวย้อนถาม ค่อยๆปลดกระดุมแขนเสื้อแบรนด์ดังออกแล้วยื่นให้ภรรยา ก่อนหมุนตัวเดินตรงไปที่เตียง

  "เขาก็แค่ไม่เหมือนคนอื่นที่อาอวี่มีใจให้นี่นา เขาเป็นผู้ชายทั้งแท่ง เคยมีผู้ชายคนไหนมีอิทธิพลทางบวกกับอาอวี่บ้างเล่า จะมีก็แต่คุณที่ให้แต่พลังทางลบกับลูก แบบนี้อาอวี่ก็ต้องสนใจเขามากกว่าคนอื่นๆอยู่แล้ว" คุณนายไป๋รับกระดุมมาพร้อมค้อนสามีวงใหญ่ แล้วเอ่ยต่อ

  "คุณก็อย่าตั้งแง่กับจูเหล่าซือเรื่องของเผิงเหล่าซือเลย..." ไป๋เทียนจ้าวชะงักเท้า เขาหันมามองภรรยา

  "คุณคิดว่าพ่อเผิงกวนอิงนั่นเป็นแค่เพื่อนของจูอี้หลงเรอะ"

  "คุณมันคนไม่มีเพื่อน คุณไม่รู้หรอกว่าการมีเพื่อนที่เข้าใจเรา ค่อยอยู่เคียงข้างเราไม่ว่าจะยามสุขยามทุกข์น่ะเป็นยังไง" คุณนายไป๋ติง

  "ทำไมจะไม่มี ผมมีคุณเป็นเพื่อนที่เข้าอกเข้าใจผม คอยอยู่เคียงข้างผมไม่ว่ายามสุขยามทุกข์อยู่นี่ไง" ไป๋เทียนจ้าวเริ่มเสียงดัง

  "แล้วคนที่จะเป็นเพื่อนใจได้ถึงขนาดนี้ มันจะเป็นแค่เพื่อนธรรมดาได้ยังไง มันจะต้องเป็นเพื่อนที่สนิทกันถึงขนาดไหนล่ะ คุณว่า" เขาจบคำพูดด้วยการปลดกางเกงพรวดลงมาพร้อมๆกับทรุดนั่งลงบนเตียง คุณนายไป๋วางกระดุมแขนเสื้อลงบนโต๊ะเล็กข้างเตียงก่อนจะก้มลงช่วยดึงกางเกงที่วางกองอยู่ที่เท้าสามีออกมา

  "เพื่อนแบบไหน ที่จะช่วยผมถอดกระดุมเสื้อ จะช่วยผมถอดกางเกง จะห่มผ้าให้ผมตอนผมนอน จะเช็ดตัวให้ตอนผมเมาล่ะ" คำถามของไป๋เทียนจ้าวทำเอาคุณนายอึ้ง

  "เพื่อนแบบไหนที่จะให้ผมนอนหนุนแขนจนสว่าง"

  "คะ คุณพูดอะไร" คุณนายไป๋ตะกุกตะกัก

  "เพื่อนแบบไหนที่จะกอดผมอย่างทะนุถนอมได้ถึงขนาดนั้น... ก็มีแต่คุณไม่ใช่เหรอ"

  "นอนหนุนแขนอะไร" คุณนายไป๋ถามโกรธๆ เรื่องกอดเธอเห็นอยู่กับตา แต่เรื่องนอนหนุนแขนเธอเพิ่งเคยได้ยิน

  "ให้ตายเถอะ ถึงแม้มันจะไม่ใช่ความลับอะไร แต่ผมไม่ให้ใครนอนหนุนแขนนอกจากคุณ หรือคุณเคยให้ผู้ชายคนอื่นนอนหนุนแขน ห๊ะ? ... ไม่นับอาอวี่นะ"

  "ถ้ามันไม่ใช่ความลับอะไร มันก็แค่พฤติกรรมระหว่างเพื่อนไม่ใช่เหรอ" คุณนายไป๋ติง

  "เพื่อนผู้ชายด้วยกันมันไม่นอนหนุนแขนกันหรอก ขนาดอยู่ในกองทัพก็ยังไม่ทำเลย ไม่มีอะไรหนุนก็หนุนแขนตัวเอง" ไป๋เทียนจ้าวจ้องหน้าภรรยาแล้วถอนหายใจ

  "ผมเป็นผู้ชาย ผมรู้ คุณอย่าเอาความรู้สึกแบบผู้หญิงของคุณมาวัด หญิงชายคิดไม่เหมือนกันอยู่แล้ว" เขาเริ่มปลดหูกระต่ายกับกระดุมเสื้อ คุณนายไป๋เลิกช่วยสามีถอดเสื้อผ้า เธอมาทรุดตัวนั่งลงข้างๆเขาแทน

  "เฮ้อ .... ผู้ชายน่ะ ถ้าไม่มีความรู้สึกอยู่บ้าง มันไม่ยอมให้ผู้ชายอีกคนหนุนแขนหรอก รู้ไว้ซะ ยิ่งนอนหนุนจนถึงเช้า ทำเอาเคล็ด ลำบากให้ผู้จัดการมาทายานวดให้เนี่ย มันไม่ใช่แค่ความรู้สึกของเพื่อนแล้ว"

  ไป๋เทียนจ้าวคงไปรู้อะไรที่เธอไม่รู้มาสินะ... หัวใจที่พองโตของคุณนายไป๋เริ่มหดลงเหลือนิดเดียวแล้ว

 

  "คุณต้องคิดเผื่อ ... ถ้าอาอวี่อยากจะหยุดชีวิตของเขาลงตรงแค่จูอี้หลงล่ะ... คุณคงไม่อยากให้ลูกต้องยอมรับเผิงกวนอิง ไอ้เสื้อชูชีพนั่น ไปตลอดชีวิตนะ" ไป๋เทียนจ้าวถาม

...

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}