matchty

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : กับดักที่ 23

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 42.2k

ความคิดเห็น : 23

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ส.ค. 2558 23:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กับดักที่ 23
แบบอักษร

กับดักรัก...เกมหัวใจ

 

กับดักที่

- 23 -

 

            Tru...Tru...Tru...

 

ปอเหลือบมองโทรศัพท์ในมือแว่บนึง ถอนหายใจเซ็งๆก่อนจะตัดสินใจรับสาย

 

"ครับพ่อ" ปอพูดด้วยน้ำเสียงเนือยๆ

 

เขาพาไอ้เลิฟเข้ามานอนจนแน่ใจว่ามันหลับสนิท เลยตัดสินใจหยิบโทรศัพท์มาเปิดเครื่องดู มีทั้งเบอร์ไอ้ปิง น้องปราง พวกไอ้กิง และก็พ่อเขา โทรกระหน่ำมาเป็นสิบๆสาย ยิ่งคนสุดท้ายโทรมาจะห้าสิบสายเล่นเอาซะหลอน พ่อจะโทรอะไรขนาดนั้นวะครับแค่กระทืบเหี้ยเอง (เปรียบมันเป็นเหี้ยยังเกรงใจเหี้ยเลยครับ)

 

ปอเปิดเครื่องยังไม่ทันไร พ่อเขาก็โทรเข้ามาทันที นี่พ่อนั่งเฝ้าโทรศัพท์รึเปล่าวะ พอกดรับปั๊บก็ได้ยินเสียงดุๆเป็นเอกลักษณ์ของพ่อดังออกมา

 

"(เมื่อคืนมึงไปสร้างวีรกรรมอะไรมา)" คุณปรีชากรอกเสียงเข้มมาตามสาย พอปอได้ยินก็กรอกตาขึ้นข้างบนแบบเบื่อโลกทันที

 

"กระทืบเหี้ย" ปอว่าเรื่อยๆไม่สะทกสะท้าน

 

"(มึงกระทืบตัวเอง)" คุณปรีชาย้อนกลับกวนๆ

"ถ้าพ่อมีลูกเป็นเหี้ยก็ใช่แหละ" ปอเองก็กวนพ่อกลับอย่างไม่ยอมแพ้

"(กวนตีนนะมึง ตอบกูมามึงไปกระทืบเขาทำไม)" คุณปรีชากลับมาถามเสียงเข้มเหมือนเดิม เมื่อกี้ท่านเผลอเล่นกับลูกชายอีกแล้ว ได้ยินเสียงลูกชายคนเล็กทีไรท่านอดกวนประสาทมันไม่ได้ บางทีท่านก็กลุ้มใจตัวเองเหมือนกันนะ

"มันปากหมากวนส้นตีน" ปอตอบไปเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา

"(เหตุผลแค่นั้น)" คุณปรีชาถามย้ำ เพราะท่านแน่ใจว่าตัวเองรู้จักลูกชายดีพอสมควร แค่คนกวนตีนหรือปากหมาใส่ลูกชายท่านคงไม่ทำรุนแรงขนาดนี้

 

"แค่นั้นแหละพ่อ" ปอตอบปัดๆ ไม่อยากตอบคำถามมากกว่านี้

 

"(แค่นั้นก็แค่นั้น แต่ไอ้คนที่มึงกระทืบมันยังไม่ฟื้น)"

 

"มันยังไม่ตาย?" ปอทำเสียงแปลกใจ นึกว่าแม่งจะตายเสือกอึดยิ่งกว่าแมลงสาบอีก

 

"(ปากดีนะมึงถ้ามันตายมึงก็ติดคุก)" คุณปรีชาว่าดุๆ

 

"พ่อจะปล่อยผมติดคุก?" ปอว่่าอย่างรู้ทัน

 

"(เออ!!กูคงปล่อยมึงติดหรอก)" คุณปรีชากระแทกเสียงใส่อย่างหมั่นไส้ที่ลูกชายรู้ทัน

 

 

"หึ หึ นี่พ่อโทรมาแค่นี้" ปอหัวเราะเบาๆ ก้มเอามือลูบแก้มใสของคนตัวเล็กที่นอนหลับตาพริ้มอยู่ข้างๆแผ่วเบา ก่อนจะยิ้มบางๆออกมา

 

"(กูโทรหามึงตั้งแต่เมื่อวาน มึงรับโทรศัพท์กูวันนี้ กูจะด่ามึงกูก็ลืมหมดแล้วว่าจะด่าอะไร)" คุณปรีชาว่าเหวี่ยงๆ

 

"ฮ่าๆๆๆๆ" ปอหลุดขำก๊ากออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

"อื้อ" เลิฟครางออกมาเพราะเสียงของปอรบกวนการนอน

 

"(นัั้นเสียงใครวะ)" คุณปรีชาถามขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงเลิฟดังเข้ามาในโทรศัพท์

 

"ไม่มีรัยหรอกพ่อ"

 

 

"(มึงอย่าโกหกกู คนของกูบอกว่ามึงลากเด็กผู้ชายมากกที่ห้องเป็นเดือนแล้ว )" คุณปรีชาว่าเสียงเรียบ

 

"พ่อส่งคนตามผมหรอ" ปอถามด้วยเสียงติดจะหงุดหงิด แล้วลุกออกจากเตียงไปคุยที่ระเบียง เขาว่าแล้วทำไมช่วงนี้เหมือนมีคนตาม เป็นพ่อเขานี้เองที่ส่งคนมาทั้งที่รู้ว่าเขาไม่ชอบ

 

"(กูจำเป็นช่วงนี้สถานการณ์ไม่ดี ไม่ใช่แค่มึงพี่มึงน้องมึงกูก็ส่งคนตามดูแลหมด)" คุณปรีชาว่าขึ้นเสียงเครียด

 

"มีอะไรรึป่าวพ่อ" ปอขมวดคิ้วเป็นปมอย่างสงสัย น้ำเสียงพ่อมันเหมือนมีอะไรเกิดขึ้น

 

"(ไม่มีอะไรมากมึงไม่ต้องห่วง แต่มึงผิดสัญญากับกูนะปอ)" คุณปรีชาพูดตัดบทก่อนเปลี่ยนมาถามจี้ปอเพราะนึกขึ้นได้

 

"ผมกระทืบไอ้เหี้ยนั้นนอกมหา'ลัย แล้วก็นอกเวลาเรียน สรุปไม่ผิดวะพ่อ" ปอตอบกวนๆ แต่ในใจก็ยังนึกสงสัยเรื่องที่พ่อส่งคนมาตาม พ่อบอกไม่มีอะไรมากแสดงว่าต้องมี แค่ไม่อยากพูดออกมาเท่านั้น

 

"(มึงอย่ามาหัวหมอกับกูไอ้ลูกเวร)"

 

 

"ผมเรียนวิศวะเผื่อพ่อจะลืม"

 

"(มึงนี่มัน...กวนตีนได้ใครวะ คุยกับมึงทีรัยกูปวดหัวฉิบหาย)" คุณปรีชาเอามือขึ้นมาคลึงขมับตัวเองเบาๆ เพราะปวดหัว ยิิ่งคุยด้วยเหมือนความดันจะขึ้น

 

"พ่อมีอะไรอีกมั้ย"

 

"(กูแค่จะโทรมาบอกว่าช่วงนี้ให้ระวังตัว แล้วก็ช่วยอย่าสร้างปัญหาทำตัวให้มันดีๆหน่อย ถือว่ากูขอร้องในฐานะพ่อมึงก็ได้ ส่วนเรื่องไอ้คนที่มึงไปกระทืบเค้า พี่มึงมันไปเคลียร์ให้แล้วอย่าลืมไปขอบคุณเค้า เข้าใจมั้ย)" คุณปรีชาบอกลูกชายตัวเองอย่างเหนื่อยใจ เพราะรู้ว่าพูดไปก็เท่านั้นเคยฟังกันที่ไหน แต่ช่วงนี้มันก็ทำตัวดีขึ้นเยอะ

 

"ครับพ่อผมจะพยายาม" ปอบอกพ่อว่าจะพยายามแทนที่จะรับปาก เพราะรู้ว่าตัวว่าทำไม่ได้แน่ๆ

 

"(ปอ)" คุณปรีชาเรียกลูกชายด้วยเสียงจริงจัง

 

"............" ปอนิ่งไปนิดเพราะรู้ว่าน้ำเสียงแบบนี้ของพ่อไม่ได้ล้อเล่นแบบทุกที

 

"(พ่อกับแม่อยากอุ้มหลาน เข้าใจความหมายที่พูดใช่มั้ย)" คุณปรีชาว่าเรื่อยๆเหมือนไม่มีอะไร แต่ปอรู้ดีว่าพ่อจะบอกอะไร เพราะพ่อจะไม่แทนตัวเองว่าพ่อถ้าไม่จริงจัง

 

 

"ครับ" ปอตัดสินใจตอบครับออกไป และไม่พูดอะไรต่อซึ่งคุณปรีชาก็เดาไว้แล้วว่าปอจะตอบแบบนี้ คำตอบที่ไม่รับปากและไม่ปฏิเสธ

 

"(งั้นแค่นี้แหละ)" คุณปรีชาบอกแล้วตัดสายไป

 

ปอก้มมองโทรศัพท์ในมือนิ่ง เดินไปหยิบบุหรี่มาจุดสูบ มองควันสีขาวที่ตัวเองพ่นออกมาปล่อยความคิดไปเรื่อยๆ เขาไม่รู้ว่าพ่อสังเกตุเห็นอะไรหรือคิดอะไรถึงได้พูดขึ้นมาแบบนั้น แต่มันทำเอาใจเขาไม่สงบ รู้สึกไม่ดีและเป็นห่วงความรู้สึกของอีกคนขึ้นมาซะอย่างนั้น

 

"เป็นเหี้ยอะไรวะกู" ปอสบถเบาๆเอามือขยี้หัวตัวเองจนฟูไปหมด ก่อนจะดับบุหรี่แล้วเดินเข้าห้องนอน แวะหอมแก้มเนียนของคนตัวเล็กแล้วเดินไปหาคนอื่นๆที่ห้องนั่งเล่น

 

 

ออกมาที่ห้องนั่งเล่นก็ไม่เห็นใครแล้ว เหลือแค่ไอ้ปิงที่ไม่รู้ว่าโผล่มาตอนไหนนั่งอยู่ พอมันเห็นหน้าเขาก็อ้าปากเตรียมจะด่า จนเขาต้องรีบยกมือห้ามเพราะแค่เมื่อกี้ก็ปวดกบาลจะตายแล้ว

 

"ถ้ามึงจะด่ากูขอร้องเลยขี้เกียจฟัง" ปอบอกอย่างเซ็งๆ แล้วนั่งลงที่โซฟาข้างๆ

 

"ทียังงี้เสือกขี้เกียจฟังตอนทำเสือกไม่คิด" ปิงอดที่จะแดกดันน้องชายไม่ได้

 

“เออๆแล้วนี้พวกแม่งไปไหนหมดวะ” ปอถามแล้วกวาดสายตามองไปรอบๆอีกครั้ง

 

“กลับไปแล้วกูไล่กลับเอง” ปิงเป็นคนไล่ทุกคนกลับเองเพราะอยู่หลายคนเขาบ่นไอ้ปอไม่ถนัด ปอเองก็พยักหน้ารับรู้แล้วก็ถามต่อ

“ไอ้เหี้ยนั้น" ที่ถามหาไม่ใช่ว่าเป็นห่วงแต่ถามเพราะอยากรู้ว่ามันใกล้ตายหรือตายไปแล้ว

 

"หมอให้นอนโรง'บาลอาทิตย์นึง ซี่โครงร้าว อวัยวะบอบช้ำเพราะได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง ตอนนี้สลบยังไม่ฟื้น" ปิงว่าแล้วจ้องหน้าน้องชายเขม็ง

 

"หึ ก็ยังไม่ตาย" ปอว่าอย่างไม่สนใจ

 

 

"เออไม่ตาย!!แต่เกือบตาย พ่อแม่เค้าจะแจ้งความรอแค่แม่งฟื้น ถ้ามันตื่นแล้วพูดอะไรขึ้นมา มึงคิดมั้ยว่าเรื่องจะยุ่งแค่ไหน ฝ่ายนั้นก็ไม่ใช่เล่นๆ กว่ากูจะเคลียร์เรื่ิองได้ประสาทจะแดก แถมเสือกไม่จบต้องลุ้นว่ามันตื่นขึ้นมาจะพูดอะไรอีก คราวหลังถ้ามึงจะกระทืบขนาดนั้น กูแนะนำเอาให้ตายเรื่องจะง่ายกว่านี้เยอะ" ปิงใส่ปอเป็นชุดเพราะโมโหน้องชายและบวกับหงุดหงิดพ่อตัวเองด้วย ตอนไอ้กิงโทรเรียกเขามาเคลียร์เรื่องที่ไอ้ปอก่อ เขาโทรบอกพ่อเพราะเบื่อที่จะยุ่งเรื่องมัน แต่พ่อดันบอกว่าให้เขาจัดการเพราะเชี่ยวชาญ

 

ใช่เขาโคตรจะเชี่ยวชาญเรื่องตามล้างตามเช็ดเลยละ เพราะตอนไอ้ป้องยังไม่ไปเมืองนอกเขาก็ต้องตามเก็บเรื่องให้ แก้ปัญหาให้พวกแม่งตลอดจนไม่รู้ว่าใครเป็นพี่ใครเป็นน้อง ขยันสร้างเรื่องแต่คนรับหน้าเป็นเขาทุกที บางทีแม่งโคตรอยากลาออกจากการเป็นพี่เป็นน้องกับพวกมัน ทันไหมครับตอนนี้ตอบเขาที

 

ปอมองพี่ชายตัวเองที่ทำหน้าเหมือนโลกจะแตกแล้วก็ทั้งสงสารทั้งขำ เข้าใจความรู้สึกมันนะครับมันคงเหนื่อยแหละ ที่ต้องมาดูแลน้องชายกับพี่ชายตัวเองเหมือนลูก จริงๆมันจะไม่สนใจก็ได้ปล่อยให้พ่อจัดการก็จบ แต่นิสัยมันขี้เป็นห่วงไงครับ แล้วถึงมันจะบ่นเหมือนแม่แต่มันก็ทำทุกอย่างให้ เพราะไม่อยากให้พ่อเหนื่อยและไม่อยากให้พวกเขามีปัญหา ถ้าจะโทษใครก็โทษตัวมันเองเหอะที่ทำให้พวกเขาติดสันดานเสียๆแบบนี้ตั้งแต่เด็กยันโต

 

 

"เออๆกูสัญญาจะพยายามไม่ก่อเรื่องให้มึงปวดหัวอีก แต่ขอบใจมึงนะเว้ยพี่ชาย" ปอว่ายิ้มๆแล้วเอามือตบลงบ่าพี่ชายเบาๆ

 

"แค่ได้ยินคำว่าพยายามจากปากมึงกูก็ซึ้งจนน้ำตาไหล" ปิงว่าเนือยๆ

 

เขาบ่นเพราะเป็นห่วงและที่เสนอหน้าเคลียร์เรื่องให้ตลอด เพราะเคยปล่อยให้มันเคลียร์กันเองเรื่องแม่งเละกว่าเดิมไงครับ ด้วยนิสัยพวกมันเป็นคนตรงๆอ่อนให้ใครก็ไม่เป็น โคตรจะพากันหัวแข็งประนีประนอมนี่ไม่มีในพจนานุกรมพวกมันหรอกครับ แต่ถึงอย่างนั้นพวกมันก็ไม่เคยหาเรื่องใครก่อน ไม่งั้นเขาคงไม่ช่วยออกหน้าคุยกับคู่กรณีมันให้(ส่วนนึงที่คุยให้เพราะกลัวคู่กรณีจะตายครับ)

 

“มึงรู้เรื่องที่พ่อส่งคนตามดูเราป่ะวะ” ปอลองถามพี่ชายดูเผื่อจะรู้อะไรบ้าง

 

“รู้”

 

 

“มีกูไม่รู้คนเดียวว่างั้น”

 

 

“ก็ถ้าบอกมึงจะยอมมั้ย” ปิงว่ากัดๆเพราะรู้ว่าน้องชายไม่ชอบให้คนของพ่อตามประกบ จนพ่อต้องส่งคนตามมันห่างๆ ไม่งั้นพ่อจะรู้ได้ไงว่ามันไปมีเรื่องกับใคร ไปทำอะไรมาบ้าง

 

“แล้วมึงรู้มั้ยว่ามีเรื่องอะไร พ่อถึงส่งคนตามดูเรา” ปอถามต่อเพราะปกติพ่อจะส่งคนตามเขาห่างๆ แบบไม่ให้รู้ตัว(แต่เขาก็รู้อยู่ดี) จะไม่ให้ตามจนเขารู้สึกตัวได้ขนาดนี้ แสดงว่าต้องมีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นแน่ๆ

 

“กูไม่รู้พ่อไม่ยอมบอกถามไอ้ป้องมันก็ไม่รู้เหมือนกันไม่รู้ว่าเกี่ยวกับปู่มั้ย”

 

 

“แล้วน้อง” ปอถามถึงน้องสาวด้วยความเป็นห่วง เพราะถึงน้องจะเก่งแค่ไหนยังไงก็ผู้หญิง แถมถ้าเรื่องเกี่ยวกับปู่อย่างที่ไอ้ปิงว่าบอกเลยว่าไม่ใช่เรื่องเล็กๆ

 

“ไม่ต้องห่วงกูเองก็ช่วยดู แต่มึงอย่าคิดมากเลยว่ะกูก็แค่เดา พ่อเองก็ยังนิ่งอยู่บางทีอาจจะแค่มีคนขัดขาในเรื่องธุรกิจแล้วแม่งเล่นไม่ซื่อก็ได้ มึงก็รู้บ้านเราศัตรูเยอะกว่ามิตร” ปิงว่าสบายๆเพราะถ้าเรื่องปู่จริงพ่อก็คงไม่นิ่งขนาดนี้

 

 

“อ่ะพ่อฝากมาคืนมึง” ปิงหยิบเอาบัตรเครดิตในกระเป๋าออกมาให้ปอ ปอมองนิดๆแล้วยกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถาม

 

“เค้ารู้แล้วว่ากูให้บัตรมึงใช้เพราะมึงเล่นไม่กลับไปขอเงินเลย เค้าเลยฝากกูมาคืนให้มึง” ปิงว่าแล้วยัดลงมือปอ

 

“เอาของกูคืนมาด้วย”

 

 

“อยู่ในห้องเดี๋ยวกูคืน ว่าแต่กุญแจรถกับกุญแจบ้านกูละ” ปอถามหาของที่เหลือเพราะคิดว่าพ่อจะคืนให้หมด

 

“อ่ะ” แล้วปิงก็ยื่นกุญรถมาให้ พอปอมองดีๆก็เห็นว่าเป็นกุญแจฟีโน่นี่พ่อยังเก็บมันไว้เหรอวะ

 

“เอากลับไปเหอะ” ปอว่าเซ็งๆ

 

“ฮ่าๆพ่อเค้าให้กูเอามาให้มึงว่ะ ฝากมาบอกด้วยว่าของที่เหลือจะให้คืนตามเงื่อนไขเดิม”

 

“เมื่อไหร่พ่อจะเลิกเล่นวะ กูเบื่อแม่ง” ปอว่าเสียงหงุดหงิดหน้าบึ้ง

 

“ทนเอาน่าแป่บเดียว กูกลับละไม่กวนเวลามึงกกเมีย” ปิงตบบ่าให้กำลังใจน้องชายเบาๆ ก่อนจะลุกเดินออกไปนอกห้อง

 

ปอมองตามหลังพี่ชายที่เดินออกไปแล้วหันกลับไปมองเวลาที่นาฬิกาบนผนัง ก่อนจะเดินกลับเข้าไปล้มตัวนอนลงข้างๆอีกคนที่หลับอยู่ ดึงคนตัวเล็กเข้ามากอดซึ่งเจ้าตัวก็ซุกตัวเข้าหาด้วยความเคยชิน เดี๋ยวเย็นๆค่อยพาไอ้เลิฟไปหาซื้อของใช้เข้าห้องตอนนี้ขอนอนเอาแรงก่อนละกัน ไม่นานนักปอก็หลับตามเลิฟไป

 

...

...

 

ตกเย็นปอพาเลิฟออกมาเดินหาซื้อของใช้เข้าคอนโดที่ห้างแถวๆมหา'ลัย ตอนแรกปอว่าจะไม่พามาแล้วเพราะเลิฟดูเพลียๆแถมตัวยังอุ่นๆ แต่เจ้าตัวงอแงจะมาให้ได้อ้างเหตุผลว่าปอเลือกของสดไม่เป็น เหตุผลที่ดูติ๊งต๊องแต่ปอต้องยอมรับ

 

อย่าว่าแต่เลือกของสดอะไรที่เกี่ยวกับครัวปอไม่เคยยุ่งไม่คิดจะสนใจ หิวก็บอกแม่บ้านไม่งั้นก็ไปหากินข้างนอก ไม่ค่อยใส่ใจเรื่องพวกนี้เท่าไหร่ แต่พอมีอีกคนมาใช้ชีวิตอยู่ด้วย ตู้เย็นที่เคยมีแต่เหล้าเบียร์ตอนนี้มีสารพัดของกินเต็มไปหมด

 

ทุกวันนี้ถ้าไม่ได้ออกไปไหนกลับถึงคอนโดเลิฟก็จะทำอาหารให้กิน ดูแลเก็บกวาดห้องจนปอแอบคิดว่าจะจ้างแม่บ้านมาทำไมให้เปลืองเงิน ในเมื่อไอ้ตัวเล็กของปอทำตัวยิ่งกว่าศรีภรรยา แต่ก็นั้นแหละสุดท้ายปอก็สั่งห้ามให้เลิฟทำความสะอาดเพราะมีแม่บ้านทำอยู่แล้ว ส่วนเรื่องทำอาหารเจ้าตัวอยากทำก็ปล่อยให้ทำไป

 

"มึงจะซื้ออะไรบ้าง" ปอหันมาถามเลิฟที่ยืนอยู่ข้างๆ

 

"ก็ของใช้กับของสดไว้ทำอาหารอ่ะ" เลิฟบอกในสิ่งที่ต้องการแล้วเงยหน้าขึ้นมองปอ

 

 

ก่อนจะมาซูเปอร์มาเก็ตในห้าง ปอพึ่งพาเขาไปลางานกับพี่เมย์มา เพราะดูเหมือนเขาจะไม่สบาย จริงๆเขาก็บอกไปแล้วว่าไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่รู้สึกเพลียกับปวดตัวนิดหน่อย แต่ปอก็ไม่ยอมแถมดุเขามาอีกต่างหาก ไม่รู้พันธุ์อะไรจะขอไปเฝ้าบ้านสักตัว

 

"เหม่ออะไร" ปอหันมาถามเลิฟที่ยืนเหม่ออยู่กับที่ไม่ยอมขยับไปไหน

 

"ปะ...ป่าว ไปซื้อของกันเหอะ" เลิฟสะดุ้งเล็กน้อยเพราะปอเรียกก่อนจะรีบลากปอไปซื้อของ เมื่อกี้เขามัวแต่เหม่อและเผลอคิดว่าปอดุเหมือนหมา

 

 

ปอกับเลิฟเดินซื้อของไปเรื่อยๆไม่รีบร้อน ปอปล่อยให้เลิฟเลือกของใช้ได้ตามใจ ส่วนตัวเองก็เข็นรถตามเงียบๆ เลิฟหยิบนั้นหยิบนี้ใส่จนจะเต็มรถ ปอเองก็ไม่ได้ว่าอะไรแต่แอบคิดในใจ ถ้าบัตรเครดิตที่พึ่งได้คืน พ่อของเขาแกล้งระงับบัตร ตอนจ่ายตังบัตรใช้ไม่ได้คงสนุกน่าดูละที่นี้ เล่นเลือกซะเต็มคันรถ

 

 

"เอาอันนั้นมึงใช้แล้วมันหอมดี" ปอชี้ไปที่สบู่เหลวอาบน้ำในมือข้างซ้ายของเลิฟ เพราะเห็นว่าเลิฟลังเลและเขาเองก็จำได้ว่าเลิฟใช้ตัวนี้แล้วมันหอมติดจมูกดี

 

"ปอชอบอันนี้หรอ เอาอันนี้ก็ได้" เลิฟวางขวดสบู่เหลวที่ปอเลือกลงรถเข็นแบบไม่ลังเล ก่อนจะเดินเลือกของต่อเรื่อยๆไม่รีบร้อน จนกระทั่งมีเสียงๆนึงเรียกปอขึ้น

 

"ปอ....ใช่ปอจริงๆด้วย" เสียงใสทักขึ้นจากด้านหลังปอเสียงดังด้วยความตื่นเต้น ด้านปอเองที่โดนทักก็หันกลับไปมองพอเห็นว่าเป็นใครปอก็ยิ้มออกมานิดๆ ก่อนที่หญิงสาวจะโผเข้ากอดปอเต็มแรง จนปอต้องกอดตอบเพื่อพยุงอีกฝ่ายไว้ไม่ให้ล้ม

 

"ดีใจจังที่เจอยู ไอไม่คิดว่าจะเจอยูที่นี่เลยนะ" หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงดีใจ ก่อนจะหอมแก้มซ้ายแก้มขวาของปอ แล้วก้มลงประกบจูบปอแบบที่ปอเองก็ไม่ทันตั้งตัว

 

เลิฟมองภาพตรงหน้าด้วยความตกใจใบหน้าขาวเปลี่ยนเป็นซีดเผือดใจมันเจ็บขึ้นมาแปล๊บๆ เลิฟเม้มปากตัวเองแน่นตัดสินใจเบือนหน้าหนีภาพบาดตา แล้วเดินออกมาจากตรงนั้นด้วยความเร็ว

 

ไม่รู้ว่าตัวเองเดินมาไกลแค่ไหน รู้แค่ว่าอยากเดินออกมาให้ไกลจากตรงนั้นที่สุด คิดได้แบบนั้นขาสองข้างมันก็พาเขาเดินมาเรื่อยๆ จนเดินมาเจองานจัดแสดงดอกไม้ในโซนนึงของห้าง

 

เลิฟมองเข้าไปในงานอย่างสนใจ ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปข้างใน เขาชอบดอกไม้และต้นไม้มากถึงเลือกทำงานพิเศษที่ร้านดอกไม้ ทั้งที่ค่าจ้างไม่ได้เยอะเหมือนงานแต่เพราะได้ทำในสิ่งที่รัก เลิฟเลยมีความสุขกับมันมากว่าที่จะสนเรื่องค่าตอบแทน

 

"ไว้วันหลังชวนปอมาดีกว่า" เลิฟยิ้มออกมาบางๆเมื่อคิดถึงอีกคน ก่อนจะหุบยิ้มลงทันทีเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อกี้ ภาพลูกครึ่งสาวสวยจัดยืนจูบปอมันยังคงวนเวียนอยู่ในหัว จนหน้าใบหน้าหวานหมองลงถนัดตา

 

 

"เฮ้อ..." เลิฟถอนหายใจเหนื่อยๆ เขาอยากรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใครแต่อีกใจก็ไม่อยากรู้ขึ้นมา แต่ดูแล้วผู้หญิงคนนั้นคงสนิทกับปอไม่น้อย ก็เล่นกอดเล่นหอมกันซะขนาดนั้นแถมจูบอีก

 

"ฮึ้ย"  เลิฟส่งเสียงออกมาอย่างหงุดหงิด เขาเกลียดไอ้ความรู้สึกแบบนี้ที่สุดมันอึดอัด จะหวงก็หวงไม่ได้มาก จะหึงก็หึงได้ไม่เต็มที่ อยากบีบคอปอชะมัด

 

"ดอกไม้เขาช้ำหมดแล้วมึง" เสียงทุ้มคุ้นหูพร้อมกับแรงกดที่หัว กับสัมผัสที่เอวทำให้เลิฟรีบหันไปมองอย่างเร็ว

 

"ตามมาทำไม" เลิฟว่าด้วยน้ำเสียงติดเหวี่ยงๆ หยุดมือที่กำลังจิ้มดอกไม้ระบายความหงุดหงิดลง

 

"ไม่อยากให้ตามงั้นกูกลับ" ปอว่าเสียงเรียบแล้วปล่อยแขนจากตัวเลิฟ ขยับถอยหลังห่างออกมาเล็กน้อย ตั้งท่าจะหันหลังกลับ

 

"ปอ!!!" เลิฟขึ้นเสียงใส่ ทำหน้าบึ้งปากยื่น

 

"มึงเป็นอะไร" ปอลองถามดูแต่ก็เดาออกแหละว่าเป็นอะไร

 

"ไม่ได้เป็น" เลิฟว่าเสียงงอนๆ

 

"เพื่อน" ปอพูดขึ้นลอยๆ พอเห็นเลิฟทำหน้าเป็นหมางงเลยพูดต่อ

 

"ลิซ่าเป็นเพื่อนมันไม่มีอะไร"

 

 

"แต่ว่า..." เลิฟมองหน้าปอด้วยแววตาสบสน เขาอยากจะเชื่อแต่ภาพที่เห็นมันเชื่อได้ยาก

 

 

"กูไม่เคยโกหกตอนนี้ลิซ่ากับกูเป็นเพื่อนกัน" ปอว่าเสียงเรียบมองหน้าเลิฟนิ่งๆ

 

"อือ" เลิฟส่งเสียงในลำคอเบาๆ แล้วส่งยิ้มให้ปอ

 

"ไว้วันหลังกูพาไปเจอ" ปอว่าเสียงอ่อนโยนแล้วยกมือขยี้หัวเลิฟเบาๆ

 

"คราวหลังมีอะไรให้ถามไม่ใช่เดินหนีมาแบบนี้" ปอว่าดุๆ

 

"ดุอีกละ ๆม่ต้องมาใกล้เลย" เลิฟทำหน้าตากวนๆใส่ปอ

 

"กูอยากอยู่ด้วย...ไม่ได้" ปอพูดออกมาด้วยสีหน้าไม่เปลี่ยน แต่เป็นเลิฟที่หน้าค่อยๆขึ้นสี

 

"จะยิ้มก็ยิ้มไม่ต้องมาทำเป็นเก๊ก" ปอแซวขึ้นขำๆเพราะเห็นเลิฟพยายามกลั้นยิ้ม

 

 

"ปออ่ะ ชอบทำให้เขินอ่ะ" ในที่สุดเลิฟก็กลั้นยิ้มไว้ไม่อยู่หลุดยิ้มออกมาจนได้ ยกมือสองข้างมาปิดแก้มไม่ให้ปอเห็นว่าตัวเองยิ้ม เมื่อกี้เขาโมโหแทบตาย แต่ตอนนี้โคตรมีความสุข ปอบอกว่าอยากอยู่กับเขาล่ะ

 

"กลับๆเอาไว้ไปเขินที่บ้าน" ปอว่าขำๆพร้อมกับส่ายหัวน้อยๆกับความติ๊งต๊องของเลิฟ

 

"เดี๋ยว!!!แล้วของที่จะซื้ออ่ะ" เลิฟรั้งปอไว้ไม่ให้เดินต่อเพราะนึกขึ้นได้ว่าซื้อของยังไม่เสร็จ

 

"กูจ่ายตังเอาของไปเก็บที่รถแล้ว มึงจะเอาอะไรเพิ่ม" ปอหันมาถามซึ่งเลิฟก็ส่ายหัวเพราะนึกไม่ออกว่าจะซื้ออะไรอีก

 

เดินสักพักก็มาถึงรถที่จอดเอาไว้ เลิฟตรงไปเปิดดูของที่ท้ายรถเพื่อเช็คดูว่าจะเอาอะไรเพิ่มมั้ย จะได้ไม่ต้องเสียเวลามาอีก แต่พอเปิดถุงไปเรื่อยก็เจอของบางอย่างที่ใส่รวมมากับถุงของใช้ส่วนตัว

 

เลิฟหน้าขึ้นสีอีกครั้งเพราะสิ่งที่เขาเห็นคือเจลหล่อลื่นเป็นสิบๆหลอด แค่เมื่อคืนเขาก็แทบจะเดินไม่เป็นแล้วนะ วันนี้ออกมาข้างนอกเขาต้องใส่เสื้อแขนยาว เพราะรอยบนตัวมันชัดมากแถมเต็มไปหมด

 

"มึงว่าพอป่ะ" ปอที่เดินมาเงียบๆกระซิบลงที่ข้างหูเลิฟเบา จนเลิฟขนลุกขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

 

"ไอ้หื่น!!!" เลิฟตวาดเสียงเขียวแล้วหยิบเอาเจลหล่อลื่นในถุงเขวี้ยงใส่ปอ ก่อนจะเดินกระทืบเท้าหน้าแดงเข้าไปนั่งรอในรถ

 

"หึ หึ" ปอหัวเราะเบาๆแล้วเก็บของทุกอย่างเข้าที่ ก่อนจะเดินกลับมานั่งประจำที่คนขับ

 

"ถามจริงอายบ้างมั้ยซื้อมาเยอะขนาดนั้น" เลิฟหันไปถามปออย่างทนไม่ไหว หน้าก็แดงไปด้วยอย่างห้ามไม่อยู่

 

"อายทำไมเรื่องธรรมชาติ" ปอตอบเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาใครๆก็ทำ

 

"แต่ซื้อเยอะขนาดนั้นไม่มีใครเขาทำหรอก"

 

 

"ก็กูนี่ไง" ปอว่าหน้าตาย

 

"หน้าด้าน" เลิฟอดที่จะด่าออกมาไม่ได้ คนอะไรพูดให้อายยังไม่ยอมอายอีก

 

"ด้านก็ผัวมึง" ปอว่าแล้วก้มลงหอมแก้ทเลิฟไปที เห็นแล้วมันอดไม่ได้โคตรหมันเขี้ยว

 

“ไม่ต้องมาหอมเลยไปหอมคนชื่อเกี๊ยวซ่านู้น” เลิฟว่าน้ำเสียงติดงอนๆ มือเรียวพยายามผลักหน้าของปอให้ออกห่างๆ ถึงจะตัดสินใจเชื่อในสิ่งที่ปอบอกแต่มันอดเคืองไม่ได้นี่นา

 

“เขาชื่อลิซ่า” ปอว่าขำๆ

 

“ก็นั้นแหละเพื่อนกันทำไมต้องหอมแก้มด้วยแถมจูบอีก” เลิฟถามเสียงเหวี่ยงทำตาเขียวใส่ปอ เขากล้าถามเพราะปอบอกเองว่ามีอะไรให้ถามตรงๆ

 

“ลิซ่าเขาเป็นลูกครึ่งโตเมืองนอกเขาทักทายแบบนี้เป็นเรื่องปกติ”

 

“แค่เพื่อนจริงหรอ” เลิฟถามต่อด้วยเสียงอ่อยๆ

 

“ถ้ามึงอยากรู้จริงๆกูจะเล่าแต่มึงต้องสัญญาว่าจะไม่ร้องไห้” ปอหันมาบอกเลิฟด้วยน้ำเสียงจริงจัง

 

“งั้นไม่อยากรู้แล้ว” เลิฟว่าเสียงแผ่ว เขาอยากรู้แต่ถ้าปอพูดมาแบบนี้เขาร้องไห้ชัวร์

 

“กูไม่ใช่คนดีมึงเองก็น่าจะรู้ อยู่กับกูมึงจะต้องเจอแบบนี้อีกเยอะ ถ้ามึงอยากไปกูจะไม่ห้าม” ปอว่าแล้วหันกลับมามองเลิฟที่นั่งก้มหน้าส่ายหัวตอบจนผมยุ่งไปหมด

 

“กูไม่ได้ไล่เพราะกูเบื่อมึงแต่กูให้โอกาศมึงเลือกในตอนที่มึงยังเลือกได้” ปอพูดเสียงเรียบๆแต่แฝงความหมายบางอย่าง

 

“หมายความว่าไงอ่ะ” เลิฟถามงงๆเพราะไม่เข้าใจในคำพูดของปอ

 

“ช่างเหอะ...แค่มึงรู้เอาไว้ว่ากูไม่เคยเป็นแบบนี้กับใครก็พอ” ปอยิ้มมุมปากนิดๆให้เลิฟ

 

“อื้อ” เลิฟเองก็ยิ้มให้ปอแล้วจับมือปอที่ใหญ่กว่าตัวเองพอสมควรมาวางทาบกับมือตัวเอง

 

“มือปอใหญ่กว่าตั้งเยอะแนะดูดิ” เลิฟจับมือของตัวเองกับปอที่ประกบกันอยู่ยกขึ้นให้ปอดู

 

“อือ...แล้วมึงว่ามือกูปกป้องใครได้มั้ยถ้าเกิดอะไรขึ้น” ปอถามกลับเสียงเรียบ

 

“โหย....ได้ดิตัวเองมือหนักตีนหนักจะตาย” เลิฟพูดแล้วก็อดนึกถึงคืนนั้นไม่ได้ คนอะไรโคตรโหด

 

“ถ้างั้นมึงบอกกูได้มั้ยว่ามึงมีเรื่องอะไรกับพี่ชายมึง” ปอตัดสินใจถามออกไป เลิฟที่นั่งเล่นมือปออยู่ถึงกับหยุดชะงักไปทันที

 

“ถ้ามึงไม่อยากเล่ากูก็จะไม่ถามอีก” ปอพูดด้วยเสียงที่จริงจัง

 

“..............”

 

“กูจะไม่บังคับให้มึงบอก”

 

“...............”

 

“เพราะกูอยากได้ยินจากมึงด้วยความเต็มใจ”

 

 

“..............”

 

            เลิฟเงยหน้าขึ้นมาสบตาปอช้าๆ สิ่งที่เขาเห็นในแววตาของปอคือความจริงจัง และไม่ได้มีสายตาบังคับและท่าทีคุกคามแต่อย่างใด เหมือนเป็นการยืนยันให้เขารู้ว่าปอจะทำตามที่พูดจริงๆ ถ้าเขาไม่พูดปอจะไม่คาดคั้นและจะไม่ถามอีก ครั้งนี้ปอให้เขาเลือกเองว่าจะบอกอะไรไหม บอกอะไรบางอย่างที่เขาเลี่ยงจะพูดถึงมาตลอดเกือบสิบปี

 

2 Be Con...

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++

คุยกันซักนิดนะยูว์ 

จะบอกทุกคนว่าคอมคนเขียนฌาปนกิจศพไปแล้วนะจ๊ะ

หลังจากนี้นิยายที่ช้าก็จะช้ายิ่งกว่าที่เคย 55

แต่สัญญาว่าไม่ทิ้งคับ 

ตอนนี้ก็ยังเรื่อยๆเลิฟโผล่มานิดเดียว

เพราะคนเขียนต้องการให้นางได้ฟื้นฟูร่างกายเพื่อครั้งหน้า

(กำลังคิดว่าจะระเบียง สระน้ำ ในรถ หลังม้า ตามด้วยโซ่ แส้ เทียน กุญแจมือดีมั้ย)

รักคนอ่านนะคับ ^^

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}