Minchol

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 86 Together Forever

คำค้น : ซอฟท์วาย,ไป๋หลง,หลงไป๋,ไป๋อวี่,จูอี้หลง,เผิงหลง

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 158

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 10 มิ.ย. 2562 14:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 86 Together Forever
แบบอักษร

 

 

 

... 

  "ฉันยังไม่อยากกลับ" คุณนายไป๋พูดห้วนๆ  

  "หา?" ไป๋เทียนจ้าวหันมามองหน้าอย่างไม่เห็นด้วย แต่มือกลับตบปุปุลงบนพนักเก้าอี้ตัวที่หันหน้าเข้าหาเขา คนขับรถชำเลืองมองบอดี้การ์ดที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ด้านข้าง เห็นเขาพยักหน้าให้ จึงเคลื่อนรถวนหาที่จอด  

  "ยังไงวันนี้ฉันก็ต้องคุยกับเขาให้รู้เรื่อง" คุณนายไป๋ยืนยัน เธอจะปล่อยให้อาอวี่เป็นทุกข์จนเสียงานเสียการไม่ได้ 

  "จะกลับเข้าไปในงานเหรอ" 

  "ไม่ ฉันจะรออยู่นี่ คุณให้ใครไปหาโอกาสพาเขามานี่" ไป๋เทียนจ้าวมองดูบอดี้การด์ที่นั่งเยื้องอยู่ด้านหน้า แล้วก็เปลี่ยนใจ หมอนี่ไม่ยอมห่างจากหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายแน่ๆ คงจะใช้วิธียกหูสั่งงานให้คนอื่นทำ เรื่องมันก็จะยิ่งเอิกเกริก ...ไป๋เทียนจ้าวยกโทรศัพท์ ตัดสินใจโทรหาถังซัน 

... 

 

  จูไฉ่หงยัดโทรศัพท์ลงกระเป๋าเสื้อโค้ท เธอขยับเข้าใกล้หลินชิงหูแล้วกระซิบกรอกหูเขา 

  "คุณนายไป๋อยากคุยกับอาหลง" หลินชิงหูหันมาส่งสายตาเป็นคำถาม ก็คุยไปแล้วไง... จูไฉ่หงยักไหล่ 

  "พี่ซันโทรมาบอกว่าเธอรออยู่ในรถ ลานจอด G3" 

  "G3? ตายห่า... " ...แล้ว .... คงไม่เห็นอาหลงกับเผิงเหล่าซือนะ ... หลินชิงหูนึก 

  "นานแค่ไหนก็รอได้ ... เขาว่างั้น" 

 

........ 

 

  จูอี้หลงเดินเข้างานด้วยสีหน้าที่ดูไม่ค่อยดีนักแม้เขาจะพยายามยิ้มปรับให้เป็นปกติ แต่ก็ยังเห็นได้ชัดว่าเขาดูซีดเซียวและเหนื่อยอ่อน* ผมที่เซ็ทไว้แต่แรก ตอนนี้ยุ่งเล็กน้อย ผมด้านหน้าก็เป็นกลีบลีบลงบนหน้าผาก ไม่โป่งนูนได้ทรงสวยเหมือนที่เซ็ทไว้ในตอนแรก สไตลิสต์ทำได้แค่รีบใช้นิ้วหยิบผมเขาให้เข้าทรง โชคดีที่ใบหน้าหล่อเหลาช่วยให้ทรงผมที่เสียกลายเป็นทรงผมที่ดูมีสไตล์ขึ้นมา 

  จูอี้หลงนั่งอยู่ในงานอย่างสงบ ไม่มีใจจะคุยกับใครมากนักเลยได้แต่ทักทายสองนักแสดงสาว**ที่นั่งข้างๆเพียงคำสองคำ แค่คุยกับสองสามีภรรยาสกุลไป๋เขาก็ต้องเสียพลังงานสมองไปไม่น้อย รู้สึกเหมือนอยู่ในสมรภูมิที่ตนอาจจะถูกฆ่าตายได้ทุกเมื่อ กล้ามเนื้อบริเวณแก้มปวดระบมไปหมดเพราะเขาต้องฝืนยิ้ม ให้ไม่มากไปไม่น้อยไป จูอี้หลงป่องแก้มเป็นจังหวะเพื่อคล้ายกล้ามเนื้อ หยางมี่นักแสดงรุ่นพี่จากมหาวิทยาลัยเดียวกันแวะเข้ามาทักทายแล้วนั่งลงข้างๆแทนที่นักแสดงสาวที่ลุกไป .... ดูเหนื่อยมากเลยนะ กองฯเต้ามู่คงหินน่าดู...เธอทัก ก่อนจะตบท้าย 

  "เอาไว้จะหาสคริปต์ดีๆให้ มาทำงานด้วยกันสักเรื่องนะ" 

  "ครับ" จูอี้หลงตอบเบาๆ ยกน้ำขึ้นจิบ 

  "เป็นพรีเซนเตอร์ที่ดีมากเลยนะเนี่ย งานเขาก็จัดน้ำให้ แต่ยังพกกระติกน้ำมาด้วย" หยางมี่แซวเล็กๆ จูอี้หลงยิ้มเขินๆตอบ 

  "เกิดราศีเมษไม่ใช่เหรอ ทำไมใช้กระติกราศีกุมภ์ล่ะ" เธอทัก คงจะเพื่อชวนคุยมากกว่าเพื่อจับผิดอะไร 

  "ผมมีครบทุกราศี" จูอี้หลงตอบเรียบๆ คลี่ปากยิ้มน้อยๆ 

.... 

.... 

 

  พอจูอี้หลงลงจากเวที จูไฉ่หงก็รีบเขาไปกระซิบบอกเขาว่าหมายกำหนดการเปลี่ยน เขาต้องออกมาตอนนี้เลย ทำไมล่ะ เขาถาม สีหน้าระบายยิ้มบางๆเพราะเขารู้ว่าตอนนี้คงมีคนกำลังถ่ายรูปเขาอยู่หลายสิบคน 

  "คุณนายไป๋ยังอยากคุยต่อ" จูไฉ่หงยิ้มตอบแข็งๆ  

  "จะให้กลับไปที่ห้องเดิม?" เขาเลิกคิ้วถาม รอยยิ้มยังไม่จางจากใบหน้า 

  "ไม่ ไปลานจอดรถ" จูไฉ่หงบอก เสียงดังขึ้นเพื่อแข่งกับเสียงจากลำโพง 

  "งั้นขอผมไปเอากระติกน้ำแป๊ป" จูอี้หลงลอบถอนใจ ใบหน้ายังมีรอยยิ้มจางๆอยู่  

  "ทิ้งไปก็ได้...." จูไฉ่หงรีบบอก แต่จูอี้หลงยังคงหมุนตัวเดินแทรกเหล่าดาราทั้งหลายกลับไปที่ที่นั่ง ..... เฮ้อ คงทิ้งไม่ได้สินะ ก็มันเป็นกระติกน้ำร้อนที่จูเหล่าซือให้เผิงเหล่าซือไว้นี่นา .... ก็แค่เอาอันใหม่ให้ไป .... จะอะไรกันนักหนา สปอนเซอร์ให้มาทั้งเซ็ท จูไฉ่หงนึกในใจ 

... 

... 

  บอดี้การ์ดกับคนขับรถลงจากรถไปโดยไม่ต้องให้บอก จูอี้หลงก้าวขึ้นมานั่งข้างๆคุณนายไป๋ ไป๋เทียนจ้าวย้ายไปนั่งเก้าอี้ที่หันหลังให้ด้านหน้าของตัวรถตั้งแต่แรกแล้ว ที่จริงคุณนายไป๋อยากจะเชิญสามีของเธอลงจากรถไปด้วย แต่ก็กลัวเขาจะเสียหน้า เธอจึงนิ่งไว้ นึกภาวนาในใจว่าเขาจะไม่ทำให้เสียเรื่อง 

  "เรื่องสร้อยขนนกนั่น.... " คุณนายไป๋เริ่มบทสนทนาขึ้นก่อน 

  "ถ้ามันไม่หนักอย่างที่คุณว่าแล้ว คุณจะรับมันคืนไปได้ไหม" คุณนายไป๋ถาม เธอเริ่มเข้าใจความรู้สึกของจูอี้หลงแล้ว มันไม่ใช่ความรู้สึกเดียวกันกับที่เธอเคยรู้สึกเมื่อสามสิบกว่าปีก่อนหรอกหรือ ความเข้าใจนี้ทำให้เธออยากจะคุยกับเขาให้รู้เรื่องเสียภายในวันนี้ ไม่อยากให้ข้ามวันไป.... 

  จูอี้หลงกระแอมเบาๆ แต่เสียงที่เขาเอ่ยออกมาก็ยังแหบแห้งอยู่ดี 

  ".... ที่จริงคนเราสามารถอยู่ด้วยกันได้ตลอดเวลา แม้จะไม่เห็นหน้ากันเลยก็ตาม ...." เขานึกถึงคำว่า together forever ที่เขาเขียนให้ไป๋อวี่ 

  "Together forever" ไป๋เทียนจ้าวเอ่ย เหมือนจะรู้ว่าจูอี้หลงกำลังคิดอะไรอยู่ 

  "คุณรู้...?" จูอี้หลงถามด้วยความแปลกใจ กล้ามเนื้อหลังเกร็งขึ้นอย่างระแวดระวังภัย ...ไป๋เทียนจ้าวหัวเราะเบาๆเป็นคำตอบ 

  "อาอวี่คุยกับแม่เขาแทบทุกเรื่อง" เขาอธิบาย 

  "ที่จริงมันเป็นคำขวัญ" จูอี้หลงบอก ผ่อนคลายกล้ามเนื้อลง 

  "คำขวัญ?" สองสามีภรรยาเอ่ยขึ้นพร้อมกัน 

 

  "หลงกวนเทียน together forever" จูอี้หลงบอก สีหน้าประรอยยิ้ม  

  "ตอนนั้นคุณอยากจะบอกอาอวี่ว่า ตั้งแต่นี้ให้เป็นเพื่อนกันตลอดไป...?" คุณนายไป๋รำพึง รู้สึกปวดใจแทนไป๋อวี่ 

  "อืมม ครับ" ...ตอนนั้นนะ.... จูอี้หลงคิด ....แต่ดูเหมือนไป๋อวี่จะไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพยายามจะบอก เรื่องมันถึงได้กลายมาเป็นอย่างนี้ 

  "คุณยังไม่ได้ตอบคำถามเมียผม คุณจะรับสร้อยนั่นกลับไปไหม ถ้าคุณรู้สึกหนักอีก ก็แค่ถอดมันขว้างทิ้งไป" 

  "ผมไม่เข้าใจ ไม่ใช่ว่าคุณกลัวว่าผมจะทำให้ชีวิตของไป๋อวี่ไม่มั่นคงไม่ใช่เหรอครับ" จูอี้หลงมองตาไป๋เทียนจ้าวตรงๆ 

  "ผมก็เป็นพ่อแบบนี้ แบบที่คิดว่าทำอย่างนี้จะดีกับลูกที่สุด แต่พอเห็นเขาไม่มีความสุข ผมก็ยิ่งเป็นทุกข์" จูอี้หลงขมวดคิ้ว แล้วพยักหน้าทำท่าเหมือนเพิ่งจะเข้าใจ ...ไป๋อวี่ถูกตามใจมาตลอดนี่เอง คนที่บ้านคงไม่เคยขัดใจเขาเลย 

  "ถึงผมจะยอมรับ แต่ผมไม่ชอบตามใจใคร" จูอี้หลงบอกไป๋เทียนจ้าว.... แต่กี่ครั้งแล้วล่ะที่เขาตามใจไป๋อวี่... จูอี้หลงถามตัวเองแล้วนิ่งเงียบไป ... 

  ... 

 

  จูอี้หลงนิ่งคิดอยู่นาน เขาเองก็เคยยอมรับแล้วว่าเขารักไป๋อวี่ แต่ทำไมเมื่อเขาเจอไป๋อวี่เขาจึงมักจะรู้สึกหนักอึ้งไปหมด ตอนนี้ยังเพิ่มความรู้สึกหายใจไม่ออกเข้าไปด้วย การที่เรารักใครสักคนหนึ่ง ปราถนาใครสักคนหนึ่ง มันจะหนักอึ้งและบีบรัดจนทำให้หายใจไม่ออกได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ... โชคดีที่มีกวนอิง... ความสงบของกวนอิงช่วยให้เขาผ่อนคลายและหายทุรนทุรายจนแทบหายใจไม่ออกได้ ... จูอี้หลงใช้นื้วเขี่ยขนนกโลหะออกมาคลึงเล่น 

  ... เขาคงไม่ถึงกับขาดใจตายเพราะความรักกระมัง ...ช่างมันเถอะ อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด... เขาตัดสินใจแล้ว...  

  ที่จริงมันไม่ใช่การตัดสินใจอย่างปุบปับในตอนนี้ จูอี้หลงคิดและพิจารณาเรื่องของไป๋อวี่มาตลอดระยะเวลากว่าหนึ่งขวบปีที่ผ่านมา เขาคิดจะหันหลังหนี เขาคิดจะปล่อยมือก็หลายครั้ง แต่ทุกครั้งเมื่อเขามองเห็นไป๋อวี่อยู่ตรงหน้า เขาก็อดใจละลายไม่ได้ ที่เคยนึกว่าจะเลิก จะปล่อยมือ เขาก็กลับลืมไปหมด 

  หากการต้องปล่อยมือทำให้เขาทรมานไม่น้อยไปกว่าการทำตามความปราถนาของตนเอง แล้วเขาจะปล่อยมือทำไม สู้กำมันไว้ให้แน่น ถึงจะทรมานแค่ไหนเขาก็ยังมีอะไรอยู่ในมือ อย่างนี้จะไม่ดีกว่าหรือ... 

... 

  "สร้อยเส้นเดียวคงถ่วงให้ผมจมน้ำไม่ได้ ถึงจมไป ก็จะมีคนช่วยผมขึ้นมาอยู่ดี" เขาประสานสายตากับไป๋เทียนจ้าวตรงๆอีกครั้ง 

  "แน่นอน แน่นอน" ไป๋เทียนจ้าวหัวเราะเบาๆรับคำ แต่ในใจกลับนึกหงุดหงิดขึ้นมาเมื่อมองเห็นภาพคนที่จะช่วยจูอี้หลงขึ้นมาจากน้ำ 

  "ถึงยังไงคุณก็ไม่ทิ้งเผิงกวนอิงสินะ" ไป๋เทียนจ้าวตัดสินใจพูดตรงๆ คุณนายไป๋ส่งสายตาวาบมาทางเขา แต่เขาไม่สนใจ 

  "จะทิ้งได้ยังไง เขาเป็นเสื้อชูชีพของผม" จูอี้หลงก้มหน้าลงดูขนนกโลหะในมือ .... ไป๋เทียนจ้าวพูดไม่ออก 

  "เขาช่วยไม่ให้ผมจมน้ำ ถ้าผมไม่จมน้ำ ผมก็ช่วยไป๋อวี่ไม่ให้จมน้ำได้" 

  "แล้วใครจะช่วยเผิงเหล่าซือล่ะ" 

  "ผมไง" จูอี้หลงบอก ยังไม่เงยหน้าจากสร้อย 

  "แล้วถ้าทั้งอาอวี่กับเผิงเหล่าซือกำลังจะจมน้ำทั้งคู่คุณจะช่วยใคร" 

  "กวนอิง" จูอี้หลงตอบโดยไม่หยุดคิด ไป๋เทียนจ้าวรู้สึกเหมือนมีใครเอาของแหลมแทงเข้าใส่หัวใจเขา คุณนายไป๋ยกมือขึ้นกุมหน้าอกโดยไม่รู้ตัว 

  "พวกคุณคงช่วยไป๋อวี่ได้ก่อนที่ผมจะช่วยกวนอิงด้วยซ้ำ" จูอี้หลงอธิบายเรียบๆนัยน์ตาที่มองไป๋เทียนจ้าวกับคุณนายไป๋เหมือนมีรอยยิ้มแฝงอยู่ แต่มันช่างเป็นรอยยิ้มที่ดูอึดอัดชอบกล 

  ไป๋เทียนจ้าวเข้าใจแล้วว่าทำไมไป๋อวี่ถึงได้หวาดระแวงเผิงกวนอิงมากถึงขนาดนั้น ... 

... 

  "ไป๋อวี่อาจจะสำคัญที่สุดในหัวใจของผม แต่กวนอิงมีเนื้อที่มากที่สุดในนี้" จูอี้หลงใช้กำปั้นเคาะบนหน้าอกตัวเอง ในกำปั้นนั้นเขากำขนนกโลหะไว้แน่น 

  สำคัญที่สุดในหัวใจเหรอ ... แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว คุณนายไป๋สูดหายใจลึก 

  "หมายความว่าคุณไม่ได้รังเกียจอาอวี่ใช่ไหม คุณยอมคบหา คุณยอมให้อาอวี่เป็นคนพิเศษของคุณใช่ไหม" เธอเอื้อมมือทั้งสองมากุมมือข้างที่วางบนหัวเข่าของจูอี้หลงไว้ 

  "ครับผม" จูอี้หลงตอบหลังหยุดคิดเพียงชั่วครู่ เขาค้อมหัวลงน้อยๆ ปลายนิ้วมืออีกข้างยังไม่ละจากขนนกโลหะที่โผล่พ้นสาบเสื้อออกมา... 

 

  ได้แค่นี้ก็ดีหนักหนาแล้ว คุณนายไป๋คิด ส่งยิ้มอ่อนโยนให้ชายหนุ่มที่นั่งข้างๆ ไป๋เทียนจ้าวทำปากยื่น ริมฝีปากล่างที่ยื่นออกมามากกว่าริมฝีปากบนสั่นน้อยๆ เขายังไม่พอใจ  

... 

 

  .... เรื่องความรักมันเป็นเรื่องของคนสองคน มันจะมีคนที่สามพ่วงเข้ามาได้ยังไง .... ใครมันจะรับได้วะ! 

 

... 

...

*จูอี้หลงเดินเขางาน Weibo Night ด้วยใบหน้าที่ซีดเซียวและเหนื่อยอ่อนจริงๆค่ะ ผมก็ดูไม่เป็นทรงนิดๆด้วย ตอนให้สัมภาษณ์ก็ดูเหนื่อยมากจนใครที่เห็นคลิปช่วงนี้ต้องเอ่ยทัก ว่าพี่คงเหนื่อยจากการถ่ายทำเต้ามู่มาก คนแต่งเลยจับมากาวตรงนี้ว่าพี่วีดเพราะพี่เครียดแล้วหมดพลังไปกับการรับมือสองสามีภรรยาสกุลไป๋

**ในงาน จูอี้หลงนั่งโดยมีกู้ลี่นาจากับตี้ลี่เรอปานั่งขนาบสองข้างค่ะ แต่ไม่เห็นคุยอะไรกันเท่าไหร่ แล้วมีช่วงหนึ่งที่หยางมี่เข้ามานั่งแทนที่ตี้ลี่เรอปา

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}