Rensaki
email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ​ EP : 8 ของขวัญ

คำค้น : Rensaki

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 719

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 20 พ.ค. 2562 23:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
​ EP : 8 ของขวัญ
แบบอักษร

 

 

 

EP : 8 ของขวัญ

 

 

 

 

 

 

 

 

“อ๊ะ หัวของข้า” ทันทีที่รู้สึกตัวเยี่ยเฟิงก็ร้องขึ้นมาทันที และอีกสองคนก็มีอาการไม่ต่างกันมากนัก ทั้งสามมองหน้ากัน ก่อนจะมองเลยไปที่โต๊ะข้างๆ ที่มีกลิ่นอาหารลอยมาเตะจมูกของพวกเราพร้อมกับมีหรงซู่จินและหวางชูแล้วก็ฉินหลงที่พากันนั่งทานกันอยู่อย่างเงียบๆ

 

“พวกท่านตื่นแล้ว ดื่มนี่ก่อน มันจะช่วยให้ท่านสดชื่นได้” หรงซู่จินพร้อมกับรินชาใส่จอกให้กับทั้งสาม พลางใส่น้ำผึ้งกับน้ำมะนาวไปด้วย ทั้งสามมองกันอย่างไม่เข้าใจแต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไร เยี่ยเฟิงเป็นคนแรกที่เดินไปนั่งข้างกับฉินหลงแล้วคว้าจอกน้ำชาดื่มก่อนผู้อื่น ตามด้วยเยี่ยฟงที่เดินมานั่งข้างๆ กับน้องชายตัวเองแล้วคว้าจอกน้ำชาดื่มก่อนจะนิ่งไปอาการไม่ต่างกับน้องชายฝาแฝดของตัวเองเลย องค์รัชทายาทที่ตามมาที่หลังต้องจำใจนั่งลงข้างๆ กับหวางชูอย่างช่วยไม่ได้ คิดดูสิ คนไม่ชอบขี้หน้ากันมานั่งก็ใกล้ๆ กันมันจะเกิดอะไรขึ้นละ

 

องค์รัชทายาทที่เห็นองครักษ์ของตัวเองที่ดื่มน้ำชาแล้วก็นิ่งไปก็ได้แต่งุนงง ก่อนจะคว้าน้ำชาจอกสุดท้ายแล้วจิบเบาๆ ก่อนจะนิ่งไปเหมือนกันเหมือนรับรู้รสชาติ ความเสียใจของก่อนหน้านี้และอาการเมาค้างได้หายไปหมดแล้วเพราะถูกน้ำชาที่ดื่มไปเมื่อกี้เข้ามาแทรก น้ำชาอะไรกัน ทำไมมันรสชาติดีอย่างนี้

 

“ข้าไม่เคยดื่มน้ำชาที่รสชาติดีเช่นนี้มาก่อน” องค์รัชทายาทพูดขึ้นเมื่อได้สติ นางช่างเพียบพร้อมที่จะเป็นพระชายาของเขายิ่งนัก แต่เหตุใดท่านเพททั้งหลายจึงไม่ส่งให้นางมาเจอเขาก่อนที่นางจะเจอกับคนรักของนางกันนะ

 

“ท่านชอบข้าก็ดีใจ ตอนนี้พวกท่านทั้งสามต้องทานอาหารก่อน เพราะท่านยังไม่ได้ทานอาหารตั้งแต่ตอนเที่ยงแล้ว” หรงซู่จินพูดอย่างบังคับเพราะไม่ชอบใจเท่าไรเวลาเห็นใครไม่ยอมทานอาหารให้ตรงตามเวลา

 

“ข้าเข้าใจแล้ว” องค์รัชทายาทรับคำอย่างว่าง่ายและรู้สึกเป็นสุขยิ่งนักที่นางยังห่วงใยเขาอยู่บ้าง ไม่มีหญิงใดดีเท่านางอีกแล้ว

 

หวางชูที่มองหน้าขององค์รัชทายาทแวบเดียวก็รู้ถึงความคิด ก็ได้แต่คิดว่ารอให้ได้เห็นอีกด้านของหรงซู่จินก่อนเถอะ แล้วจะ พูดไม่ออก

 

“งั้นก็รีบท่านเถอะเจ้าค่ะ เพราะพวกเราจะต้องเตรียมตัวไปฝึกฝนกันก่อนที่พวกเราจะแยกย้ายกันไป” หรงซู่จินเอ่ยขึ้น เพราะเธอคิดว่ามิตินี้ถึงแม้จะเป็นของเธอแต่ว่าถ้าไม่มีคนพวกนี้เธอก็ไม่รู้ว่าจะเจอกับสถานที่แบบนั้นและหวางชูหรอก หรงซู่จินได้ปรึกษากับหวางชูแล้วว่าฝึกฝนกันโดยให้ทั้งสามคนนี้เข้าไปฝึกในมิติของเธอด้วยแน่นอนต้องเอาฉินหลงไปด้วย

 

“ฝึกฝนที่ใดกัน” เยี่ยฟงเอ่ยถามอย่างสงสัยเพราะพวกเขาต้องรีบกลับวังให้เร็วที่สุด ทั้งๆ ที่นางก็รู้เหตุผล แต่เหตุใดจึงชวนพวกเขาฝึกฝนกัน

 

“ก็ใน…มิติของข้าไง” หรงซู่จินพูดแล้วก็หยุดลงเล็กน้อยพร้อมกับมองไปรอบๆ ตัวเอง แล้วกางมานอักขระพร้อมกับกล่าวขึ้นมา แล้วก็นั่งจิบน้ำชาไปด้วย

 

ทั้งสามมองหรงซู่จินอย่างตกใจเพราะไม่คิดว่านางจะให้พวกเขาเข้าไปในนั้นและอีกอย่างถึงจะสนิทกันยังไงก็คงไม่มีให้ใครเข้าไปง่ายๆ หรอก แต่ดูนางสิ ชวนพวกเขาไปฝึกฝนในมิติตัวเองหน้าตาเฉย แถมลมปราณในนั้นจะต้องแน่นหนามากแน่ แล้วไหนจะสระน้ำวารีสรรค์ขนาดใหญ่แล้วก็พวกอื่นๆ อีก สิ่งเหล่านั้นมันเป็นของหายากไม่ใช่ว่าใครจะเอามาแบ่งปันกันง่ายๆ แถมถ้าเกิดมีใครรู้ว่าหรงซู่จินมีของมีค่าแบบนี้อยู่กับ ก็ไม่ต่างจากการทำให้เกิดสงครามขึ้นมาได้ไม่ยากเลย

 

“สิ่งนั้นมันมีค่ามากเกินไป” เยี่ยเฟิงพูดขึ้นอย่างเกรงใจ

 

“ข้าเห็นด้วย” แม้แต่องค์รัชทายาทก็เห็นด้วยกับคำพูดของเยี่ยเฟิง เพราะมันมากเกินไปจริงๆ นั้นมันของหรงซู่จินและมันมีค่ามากมายนัก

 

“แต่พวกท่านก็สหายคนสนิทของข้า อีกอย่างข้ายังไม่เคยมีสหายคนสนิทมากก่อนเลยตั้งแต่เด็กๆ พวกท่านสามคนเป็นสหายกลุ่มแรกที่ข้ามี” อันนี้หรงซู่จินพูดจริงเพราะไม่มีใครอยากจะคบกับคนที่ไม่มีประโยชน์อย่างหรงซู่จินหรอก เมื่อทั้งสามได้ยินแบบนั้นก็ต่างพากันนิ่งเงียบ

 

นางช่างน่าสงสารนัก

 

ทั้งสามคิดเหมือนกัน แม้จะไม่อยากจะเป็นสหายคนสนิทนัก แต่ตอนนี้ถือว่าดีมากแล้ว ใครว่าสหายคนสนิทจะเปลี่ยนมาเป็นคนรู้ใจไม่ได้เล่า

 

“ตกลง” องค์รัชทายาทพูดขึ้นเมื่อไม่อยากจะทำร้ายจิตใจของว่าที่พระชายาของตัวเอง ยังไงเขาก็ต้องรีบแข็งแกร่งขึ้นเร็วๆ เพื่อที่จะได้ปกป้องนางได้และสามารถต่อกรกับหวางชูได้

 

“งั้นตกลงตามนี้ ทานเสร็จแล้วพวกท่านไปหาข้าที่ห้องนะเจ้าค่ะ ข้าก็ไปเตรียมสถานที่ก่อน” หรงซู่จินพูดจบก็ยิ้มส่งท้ายแล้วก็เดินไปกับหวางชู เพื่อจะไปเตรียมสถานที่เพราะเธอยังไม่ได้จัดเตรียมอะไรเลย ยังไม่แม้แต่จะเข้าไปในมิติของตัวเองด้วยซ้ำ

 

 

 

“ข้าเห็นว่าวันพรุ่งนี้เราจะแยกย้ายกันกลับและกว่าจะไม่ได้เจอกันอีก ข้าก็เลยอยากจะให้พวกท่านใช้เวลาอยู่ภายในมิติของข้าให้คุ้มค่าและหวังว่าพวกท่านจะเลื่อนระดับได้นะเจ้าคะ” หรงซู่จินพูดขึ้นเมื่อทุกคนเข้ามาในห้องของเธอครบกันแล้ว หรงซู่จินยิ้มออกมานิดๆ ก่อนจะพาทุกคนเขาไปในมิติของเธอที่เพิ่งจะจัดระเบียบเรียบร้อยเสร็จแล้วเมื่อไม่นานมานี้เอง

วูบ!!

 

“สวยมาก” ทันทีที่ทั้งสี่เข้ามาก็พูดออกมาทันที มันสวยงามมากจริง การจัดส่วนสมุนไพรสระน้ำวารีสรรค์ที่แบ่งออกเป็นสองอย่างที่ทำเหมือนเป็นเกาะลอยฟ้าที่มีน้ำไหลตกลงมาที่สระน้ำวารีสวรรค์อีกสระที่อยู่ด้านล่าง แถมยังมีบ้านรูปทรงแปลกๆ ที่พวกเขาไม่รู้จักอีก มันดูไม่เหมือนกับที่ไหนในโลกนี้เลย แถมยังมีต้นไม้ใหญ่หนึ่งที่อยู่ใกล้กับสระน้ำวารีสวรรค์อีกด้วย ซึ่งต้นไม้ต้นนี้หรงซู่จินได้ให้หวางชูไปหามา พร้อมกับดอกไม้นิดหน่อย

 

“กว้างกว่าที่คิดแหะ” ฉินหลงพูดขึ้นเหมือนสายตามองไปรอบๆ ตัวอย่างสนใจมันให้ความรู้สึกแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้ ภายในมิตินี้น่าจะกว้างได้ราวๆ ยี่สิบไร่เห็นจะได้

 

“เรารีบฝึกกันดีกว่า เพราะเรามีเวลาเพียงแค่แปดวันในการอยู่ในนี้เท่านั้นเจ้าค่ะ” หรงซู่จินพูดเพราะเวลาข้างนอกกับในมิติของเธอมันต่างวันมาก ง่ายๆ เลยก็คือข้างนอกผ่านไปหนึ่งชั่วโมงภายในมิติแห่งนี้ก็เท่ากับหนึ่งวัน

 

“อืม” ทั้งสามรับ คำก่อนจะเลือกที่ของตัวเองให้การฝึกฝนแต่ก่อนที่ทั้งสามจะเดินออกไป หรงซู่จินที่คิดว่าควรจะให้ผลึกแก้ววารีสวรรค์ให้กับทั้งสามดีหรือไม่ เธอยืนคิดอยู่นานก่อนจะตัดสินใจให้ทั้งสามคนละหนึ่งผลึกก็แล้วกันไหนๆ เธอก็มีเยอะอยู่แล้วแถมคนพวกนี้ยังเป็นสหายคนสนิทคิดไม่ซื่อกับตัวเองอีกด้วย แค่สามผลึกเองไม่เป็นไรหรอก

 

“เดี๋ยวก่อนเจ้าค่ะ พอดีข้ามีของให้พวกท่านด้วยมานี่ก่อนเจ้าค่ะ” เมื่อทั้งสามได้ยินเสียงหวานๆ ของหรงซู่จินก็หยุดชะงักเท้าของตัวเองทันที พร้อมกับหันกลับไปมองหรงซู่จินแทบจะพร้อมเพียงกันเลยทีเดียว

 

“อะไรเหรอ” หน้าตาและท่าของแต่ละคนนั้นตื่นเต้นเป็นอย่างมาก หรงซู่จินจะให้อะไรกับพวกเขากันนะ ชักอย่างรู้เสียแล้วสิ

 

“อ๊ะ นี่”

 

“ผะ…ผลึกแก้ววารีสวรรค์!” เยี่ยเฟิงพูดขึ้นมาด้วยน้ำสั่นๆ ก่อนจะตะโกนขึ้นมาในตอนท้ายอย่างตกใจ เพราะไม่อยากจะเชื่อว่าหรงซู่จินจะมอบสิ่งมีค่าขนาดนี้ให้กับพวกเรา แค่เรื่องให้เขามาฝึกในมิตินี่ก็มากพอแล้ว แต่นี่ยังให้ผลึกแก้ววารีสวรรค์ มันไม่มากไปเหรอ ของหายากเลยนะเนี่ย

 

“ใช่ ถือว่านี่เป็นของขวัญจากข้านะเจ้าคะ ห้ามปฏิเสธด้วยเจ้าค่ะ” หรงซู่จินพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม แล้วเอ่ยดักทางเยี่ยฟงที่ทำท่าจะเอามาคืนให้กับเธอ

 

“ถ้ามันเป็นของขวัญจากเจ้า ข้าก็จะรับเอาไว้” องค์รัชทายาทกล่าวขึ้น เขาจะไม่ใช้มันเขาจะเอาเก็บเอาไว้ดูเป็นของต่างหน้ายามเขาคิดถึงหรงซู่จิน

 

“ดีเจ้าค่ะ ต้องใช้ในมิตินี้นะเจ้าค่ะ”

 

“งั้นพวกข้าจะรีบไปฝึกเดี๋ยวนี้ล่ะ” องค์รัชทายาทกล่าวขึ้นอย่างไม่มีทางเลือกมากนัก อยากตามใจนางจนลืมนึกว่าตัวเองนั้นจะเก็บเอาไว้ดูต่างหน้า

 

“เจ้าค่ะ แล้วเจอกันนะเจ้าค่ะ” หรงซู่จินตอบองค์รัชทายาทพร้อมกับเดินไปที่บ้านพักขนาดใหญ่รูปทรงเป็นมาเหลี่ยมพีระมิดสร้างมาจากดิน ภายในมีห้องนอนสามห้องมีห้องนั่งเล่นห้องครัวแล้วห้องอาบน้ำ ที่เธอดัดแปรงมาจากโลกที่เธอเคยอยู่ เธอนำรากต้นไม้มาทำชนิดหนึ่งที่มีรูพอให้น้ำไหลผ่านไปได้ เพื่อทำเป็นสายแล้วเอามาต่อกับหินอ่อนที่เธอใช้ให้หวางชูหลอมเป็นรูปฝักบัวหวางชูก็ทำให้เธอแบบงุนงงเพราะไม่รู้ว่านางต้องการจะทำอะไรกันแน่

 

“ข้าจะอยู่ในห้องของข้านะเจ้าค่ะ พวกท่านก็ตามสบายเลยเจ้าค่ะ” หรงซู่จินเอ่ยเสร็จก็เดินไปยังห้องของตัวเองที่มีมุมอยู่ใกล้กับน้ำตาเกาะลายฟ้าพอดี

 

“ข้าจะต้องอยู่ในระดับลมปราณสวรรค์ก่อนถึงจะกลับตระกูลได้” หรงซู่จินกล่าวพร้อมกับนั่งสมาธิแล้วทำการดูดกลืนลมปราณรอบห้องที่เธอให้หวางชูอันเอามาในนี้แน่นหนามากกว่าข้างนอกเยอะๆ เพื่อที่เธอจะฝึกในนี้ไม่ต้องออกไปฝึกข้างนอก อีกอย่างเธอต้องใช่ลมปราณมากกว่าคนอื่นๆ มากนักจึงจะเลื่อนระดับขั้นได้

 

 

 

ผ่านไปสามวันภายในมิติที่กับการฝึกฝนและช่วงเวลาหรงซู่จินที่ตอนนี้หมดโอสถไปหลายเม็ดแล้วและลมปราณในห้องก็ใกล้จะหมดแล้วด้วย ร่างบางที่นั่งสมาธิอยู่ก็คิดว่ามันจะทำให้เธอทะลวงเลื่อนระดับขั้นสรรค์ได้หรือไม่ เพราะเมื่อวันก่อนเธอเพิ่งจะทะลวงเลื่อนระดับลมปราณนภาปลายมาได้เอง

 

หรงซู่จินยิ้มออกมานิดหน่อยเมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองยังมีผลึกแก้ววารีอยู่ ไม่รอช้าหรงซู่จินรีบเอาผลึกแก้ววารีสวรรค์ออกมา ทันทีพร้อมกับรีบดูดซับมันพร้อมกับโคจรลมปราณไปด้วย และเพียงไม่นานการทะลวงเลื่อนระดับขั้นก็มาถึง แต่มันก็เกินความคาดหมายของเธอนิดหน่อย

 

ปัง! ปัง! ปัง!

 

“เฮ้อ มาไกลกว่าที่คิดแหะ” ทันทีที่หรงซู่จินสำรวจตัวเองว่าตอนนี้อยู่ในระดับลมปราณไหน และก็มองเนื้อตัวของน้ำเองที่มีคราบดำๆ อยู่ตามตัว หรงซู่จินสะบัดมือเบาๆ ใช้ธาตุน้ำในการทำความสะอาดตัวเองแล้วก็รอบตัวให้สะอาด ก่อนจะนั่งปรับสมดุลลมปราณให้คงที่ต่ออีกนิดหน่อย เมื่อเสร็จแล้วก็เดินออกจากห้องไปหาหวางชูและฉินหลงที่ตอนนี้กำลังพูดอะไรกันบางอย่างอยู่

 

“เราจะทำยังไงกับสัตว์พวกนี้ดีขอรับ” ฉินหลงถามหวางชูพลางมองซากกวางสองตัวที่พวกเขาออกไปล่าจากป่ามาเพื่อจะเอามาทาน แต่เพราะอยากจะทานอาหารเหมือนพวกมนุษย์ที่เขาทำกันแต่ก็ทำไม่เป็นและอีกอย่างตอนนี้ทุกคนก็ดูดซับลมปราณที่จะทะลวงเลื่อนระดับกันอยู่ ไม่อยากจะไปรบกวนพวกนั้นด้วย เลยต้องมานั่งคิดหาวิธีให้การทำอาหาร

 

“พวกเนื้อยางก็โอเคนะ” หรงซู่จินพูดขึ้นมาแต่ทั้งสองที่สนใจอยู่กับกวางสองตัวไม่รู้ว่าหรงซู่จินนั้นได้มายืนอยู่ข้างหลังพวกเขาแล้ว

 

“ก็ดีนะ” ฉินหลงพูดขึ้นเพราะนึกว่าหวางชูพูดแต่พอได้ทวนน้ำเสียงและคำพูดแปลกๆ เขาก็ขมวดคิ้วก่อนจะหันไปทางต้นเสียงที่อยู่ข้างหลังของพวกเขาตอนไหนก็ไม่รู้ แถมยังระดับลมปราณยังเลื่อนระดับไปไกลมากอีกด้วย

 

“เจ้า! เจ้ามาถึง…ระดับลมปราณสวรรค์ขั้นปลายแล้ว ว่าแต่ไอ้ที่เจ้าพูดว่าโอเคนี่มันคืออะไรรึ” ฉินหลงร้องทักขึ้นมาอย่างตกใจที่เห็นว่าระดับลมปราณของหรงซู่จินมาเลื่อนขั้นไปไกลมาก ก่อนจะขมวดคิ้วเมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าหรงซู่จินพูดอะไรแปลกๆ

 

“อ๋อ มันก็หมายความตกลงนะ”

 

“พวกเนื้อย่างก็ตกลงนะ แบบนี้ใช่หรือไม่” ทันทีที่หรงซู่จินได้ยินฉินหลงพูดแบบนั้น ก็อดที่ขำไม่ได้กับสิ่งที่ฉินหลงพูดออกมา จริงๆ จะพูดว่าก็ดีนะ ก็ได้ คำว่าโอเคมันก็คือตกลง แต่ก็ไม่ใช่คำตายตัวหรอกนะ แล้วว่าจะใช้กับประโยคนั้นยังไง แต่ว่ามันก็แปลกๆ อยู่ดีนั้นแหละ ไม่น่าเอาลืมพูดภาษาเดิมเลยเรา

 

“ฮ่าๆ อ่า ต้องขอโทษด้วยเจ้าค่ะ จริงๆ ข้าจะบอกว่าทำเป็นพวกเนื้อย่างก็ดีนะเจ้าค่ะ” เธอรีบแก้ความหมาย เพราะยังไม่อยากจะปวดหัวมาสอนภาษาหรืออธิบายภาษาให้ทั้งสองฟังตอนนี้

 

“งั้นลงมือเสียสิ ข้าหิวแล้ว” หวางชูที่ยืนเงียบมานานก็พูดขึ้นมาพลางมองไปที่หรงซู่จินนิ่งงันเพราะสงสัยในตัวของหรงซู่จินเป็นอย่างมาก นางมีอะไรแปลกๆ ที่ต้องทำให้เขานั้นต้องแปลกใจตลอด

 

“มันจะดีมากเจ้าค่ะ ก็ได้ๆ งั้นพวกท่านช่วยทำหม้อรูปร่างแบบนี้ให้กับข้า” หรงซู่จินพูดขึ้นพร้อมกับนำกระกระดาษกับพู่กันมาวาดรูปหม้อตามที่เธอต้องการมีทั้งย่างและต้มไปด้วยในตัว ทั้งสองมองก่อนจะพยักหน้ารับ

 

“ก็ได้เดี๋ยวข้าทำให้” ฉินหลงรับคำ

 

“เอาหินอ่อนนะหวางชูแบบที่ท่านไปหามาให้ข้าทำเป็นฝักบัวในห้องน้ำนะ” หรงซู่จินบอกก่อนจะใช้ลมปราณยกกวางทั้งสองตัวเข้าครัวไปชำแหละชิ้นส่วนต่างๆ อาหารวันนี้เธอจะทำก็คืออาการที่เธอชอบท่านในตอนที่อยู่โลกของก่อนหน้านี้นั้นเอง

 

มือบางที่ถือกระบี่ทำการชำแหละผิวหนังของกวางออกอย่างสวยงามก่อนจะชำแหละเนื้อของแต่ละส่วนแยกกันเอาไว้ หรงซู่จินที่ไม่รู้ว่าจะเก็บเนื้อมากมายพวกนี้ไปไหนที่ก็ตะโกนหาหวางชูทันที

 

“หวางชูท่านช่วยทำถังไม้ขนาดใหญ่เพื่อมาใส่เนื้อพวกนี้ให้ข้าได้หรือไม่” ถามไปแบบนั้นแต่จริงแล้วความหมายของเธอคือการให้หวางชูทำให้ ซึ่งดูเหมือนหวางชูจะรู้โดยที่หรงซู่จินไม่ต้องบอกเขาอีกรอบ

 

“ได้ รอสักครู่” หวางชูที่เพิ่งออกไปหาหินอ่อนมาได้ก็ต้องออกไปหาถังไม้มาอีก เขาไปหาต้นไม้ไม่ไกลจากโรงเตี๊ยมมากนัก เขาทำการตัดต้นไม้ใหญ่ค้นนั้นทิ้งพร้อมกับทำการหลอมมันให้เป็นถังที่สามารถบรรจุเนื้อกวางได้พอดี หวางชูมองท่อนไม้ที่ยังเหลืออยู่อีกเยอะ จะทิ้งไปก็เสียดาย ก็เลยย่อขนาดให้มันเล็กนิดเดียวแล้วพากลับเข้าไปในมิติ จริงๆ แล้วเขากลัวหรงซู่จินใช้ออกมาอีกต่างหาก เลยต้องเอาท่อนไม้พวกนี้กลับไปด้วย

 

 

 

 

มาแล้วจร้า ตอนนี้กำลังเรื่อยไม่มีอะไรมานะคะ จะเม้นหรือกดใจกำลังใจเราก็ได้นะ

แหมๆ แต่ละคนเนี่ยนะ คงมีแค่หวางชูสินะที่รู้ว่านิสัยของรงซู่จินเป็นยังไงนะ

 

 

 

ความคิดเห็น