นางฟ้าโสมม
email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : แผนทวงคืน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.3k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 21 พ.ค. 2562 21:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
แผนทวงคืน
แบบอักษร

เมื่อกลับเข้ามาในห้อง สิ่งแรกที่แพรพลอยทำคือหาโทรศัพท์มือถือของเธอก่อน ซึ่งเธอก็พบว่ามันอยู่ในกระเป๋าสะพายข้างของเธอ เธอคงเผลอหยิบใส่ไว้ก่อนที่จะหลับ พอลองเปิดเครื่องดู ปรากฏว่าแบตเตอรี่ยังเหลือเกินกว่าครึ่ง แปลก...แล้วเครื่องดับได้ยังไง? คิดอยู่ไม่นานก็มีข้อความเด้งเข้ามาเกือบร้อย ส่วนใหญ่มาจากเครือข่ายที่ใช้งาน มีข้อความของพี่ตั้ม แล้วก็ของรินลภัทรที่ล่าสุดบอกว่าติดต่อเธอไม่ได้ หญิงสาวกดโทรทางไกลทันที

“ฮัลโหล น้องแพร” ไม่นานรินลภัทรก็รับสาย

“ทำไมพึ่งโทรหาอา อาเป็นห่วงรู้มั๊ย เมื่อวานโทรหาตั้มก็ไม่ยอมรับสาย อาจะบ้าอยู่แล้ว” ทันทีที่รับสายก็ร่ายยาวจนหญิงสาวพูดไม่ทัน ไม่รู้จะตอบอย่างไหนก่อนดี

“คือ.. แพรขอโทษค่ะ พอดีโทรศัพท์แพรมีปัญหาค่ะอาริน” เธอเลือกจะตอบง่ายๆแค่นั้น

“แล้วเราไม่เป็นไรใช่มั๊ย ปลอดภัยดีนะ ห้ามหลอกอานะ”

รินลภัทรก็คือรินลภัทร เพราะแบบนี้ไงเธอถึงรักรินลภัทรเหมือนแม่แท้ๆอีกคน พอลองนึกดูแล้วมุณินก็ไม่เคยเป็นห่วงเธอจริงๆจากใจแบบนี้เลยซักครั้ง ความรู้สึกระหว่างเธอกับมุณินมันเหมือนมีเส้นบางๆกั้นอยู่ ซึ่งเธอก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร

“ไม่หลอกแน่ค่ะ แพรจะกล้าหลอกอารินได้ยังไงล่ะค่ะ” หญิงสาวตอบยิ้มๆ ได้ยินเสียงถอนหายใจโล่งอกจากคนทางโน้น

“ดีนะแพรโทรมาก่อน ไม่งั้นอากับโร๊ปจะบินไปหาเราที่โน่นเลยแหละ” รินลภัทรบอกเธอ จากนั้นก็คุยกันอีกนิดหน่อยก่อนวางสายไป โดยรินลภัทรก็ย้ำกับเธอว่ามีปัญหาอะไรก็ให้บอก ไม่ต้องเกรงใจ

หลังจากคุยกับรินลภัทรเสร็จ เธอก็เก็บของออกจากกระเป๋าจัดใส่ตู้และชั้นต่างๆอย่างเรียบร้อย เมื่อทุกอย่างเสร็จหมดแล้วเธอก็เอนกายลงนอนอย่างเมื่อยล้า งีบซักนิดดีกว่า หญิงสาวบอกตัวเองไม่นานก็เข้าสู่นิทรา....

 

//////....

 

“วันนี้แหละวันของเรา ไม่รวยไม่เลิก” พิไลเพื่อนรักของมุณินพูดขึ้นหลังจากที่วันนี้เธอรู้มาว่าบ่อนที่เธอไปประจำมีเศรษฐีใหญ่จากกรุงเทพฯเดินทางมาเปิดคาสิโนสาขาใหม่ด้วยตนเอง

“แต่ชั้นคงลงหนักไม่ได้นะไล ตอนนี้ชั้นแย่หน่อยแกก็รู้” มุณินบอกเพื่อนเสียงเบา วันนี้เธอพกเงินสดมาห้าหมื่น ถ้าหมดนี้แล้วเธอคงไม่ต่อ

“เอาน่า มีชั้นอยู่ทั้งคน” พิไลบอกเพื่อนรักอย่างใจป้ำ ถึงไหนถึงกัน

หลังจากที่ทั้งคู่มาถึงบ่อน พนักงานต้อนรับก็นำทั้งสองคนไปยังห้องประจำ ในห้องมีคนหน้าใหม่เพิ่มมาสองคน ที่เหลือก็ขาประจำทั้งนั้น เธอนั่งเก้าอี้ตัวที่ว่างใกล้กับเจ้ามือ

“เป็นไงวันนี้ พร้อมแก้มือ?” เจ้ามือใหญ่เมียเจ้าของโรงจำนำชื่อดังในจังหวัดเอ่ยถาม

“วันนี้พกดวงมาเต็มที่ ไม่รวยไม่เลิก” เธอยืมคำพูดพิไลมาพูด เจ้ามือขาใหญ่หัวเราฮ่า เธอชอบนักคนใจถึงแบบนี้

“ดีๆๆ มาๆๆ” เจ้ามือเริ่มจ่ายไพ่

วันนี้ดวงเธอดีจริงๆด้วย ตั้งแต่เล่นมาเธอไม่เสียเลยซักตา ป๊อกตลอด จากทุนห้าหมื่นตอนนี้เพิ่มมาเป็นแสนแล้ว ส่วนเจ้ามือนั้นเจ๊งไม่เป็นท่า พอเจ้ามือหมดตูดก็ต้องเปลี่ยนเจ้า แล้วใครจะเป็นเจ้าล่ะทีนี้ ทุกคนมองหน้ากันรอบโต๊ะไปมา

“ขาดเจ้ามือหรือครับ”

ทันใดนั้นก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามานั่งลงตรงตำแหน่งเดิมของเจ้ามือคนเก่าที่พึ่งลุกออกไป เขาอายุราวสามสิบกลางๆ ใบหน้าคมเข้มนั้นช่างดูหล่อเหล่า ผิวพรรณสะอาดสะอ้าน บุคลิกดูไม่น่าเป็นคนที่จะใช้ชีวิตอยู่ในแหล่งอโคจรแบบนี้ได้ มุณินมองชายหนุ่มที่นั่งข้างเธออย่างพิจารณา ทำไมคุ้นๆเหมือนเคยเจอที่ไหนมาก่อน แววตาคู่นี้เธอเคยเจอที่ไหนนะ นึกไม่ออกจริงๆ

“ถ้าไม่มีใครว่าอะไร ผมขอเป็นเจ้านะครับวันนี้”

ชายหนุ่มกล่าวยิ้มๆ มุณินจึงได้สติ เธอดวงดีขนาดนี้แล้ว ไม่อยากเสียฤกษ์เธอจึงลงเงินทันทีเป็นการยอมรับ คนที่เหลือในวงก็ลงตามเธอติดๆ

เพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเจ้ามือหน้าใหม่ก็จ่ายไพ่เลยเช่นกัน แรกๆมุณินก็ได้บ้างเสียบ้าง หลังๆเสียหนักจนจะหมดทุนเดิมที่พกมา ตั้งแต่เปลี่ยนเจ้ามือดวงเธอที่ว่าพุ่งแรงก็เหมือนค่อยๆชะลอแล้วหยุดชะงักกลางอากาศ

“คุณน้าต่อมั๊ยครับ?” เจ้ามือถามเธอเมื่อเขาไม่เห็นเธอวางเงินอีก พิไลเองก็มองหน้าเพื่อนว่าจะเอายังไงต่อ เพราะเธอก็หมดตัวแล้วเหมือนกัน มุณินอ้ำๆอึ้งๆ ทำให้คนในวงเริ่มหงุดหงิด ชายหนุ่มยิ้มอย่างใจเย็น วางเงินปึกหนึ่งลงตรงหน้าเธอ

“เอาไปก่อนก็ได้ครับ ได้แล้วค่อยใช้คืน”

เขาใจดีให้เธอยืมก่อนหนึ่งแสนบาท เหมือนสวรรค์เป็นใจส่งทุนก้อนใหญ่มาให้เธอต่อยอดยาวทั้งคืน...

จากค่อนคืนยันสว่าง มุณินเป็นหนี้พนันถึงหกแสน เงินตั้งหกแสนเธอจะไปหาที่ไหนมาใช้คืนล่ะทีนี้ หนี้เก่าก็ยังไม่เคลียร์หนี้ใหม่ก็เพิ่มมาอีก ตายๆๆ เธอตายแน่งานนี้ มองดูชายหนุ่มเจ้าของเงินที่ให้เธอยืมเล่นกับเขาทั้งคืนอย่างใจป้ำ เขาเคาะนิ้วไปมาลงลงบนโต๊ะอย่างรอคำตอบ

“เอ่อ..คือ...คือว่า ตอนนี้ฉันไม่มีจริงๆ แต่ฉันจะหามาใช้คืนแน่นอน” มุณินบอก

ชายหนุ่มยิ้มเย็น เขาถอนหายใจออกยาวๆหนึ่งครั้งก่อนลุกขึ้นยืนเต็มความสูงกว่าร้อยเก้าสิบเซนติเมตร ขายาวก้าวเพียงไม่กี่ก้าวก็มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้ามุณินที่นั่งตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า น่ากลัวเกินไปแล้ว...เขายืนค้ำหัวเธอขณะที่เธอนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเล็กๆในห้องส่วนตัวที่มีแค่เธอกับเขาสองคน ส่วนพิไลนั้นถูกสั่งให้รออยู่ข้างนอก

“คุณน้าจำผมไม่ได้จริงๆ เหรอ” สิ้นสุดคำถาม มุณินก็เงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มอย่างตกใจ นี่เรารู้จักกันมาก่อนจริงๆหรือนี่ แล้วใครกันล่ะ เธอก็ยังคิดไม่ออกอยู่ดี

“ผมดินไงครับน้าณิน”

แค่นั้นแหละ มุณินเหมือนหยุดหายใจไปชั่วขณะ

เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามรวบรวมสติ ถ้าที่เขาพูดเป็นความจริง แสดงว่าเขาก็คือดิน เด็กหนุ่มข้างบ้านที่เมื่อก่อนชอบมาที่บ้านเธอบ่อยๆ เธอจำได้แล้ว มองหน้าเขาชัดๆอีกทีเพื่อความมั่นใจ ใช่จริงๆด้วย

พอมุณินรู้ว่าเขาเป็นใครก็เปลี่ยนท่าทีเป็นหยิ่งยโสขึ้นมาทันที ลืมไปว่าตัวเองเป็นลูกหนี้เขาอยู่แท้ๆ หึ เด็กเหลือขอแบบนี้โตมาในที่แบบนี้ ก็ไม่น่าจะดีกว่านี้นักหรอก ดินเห็นสายตาของลูกหนี้ที่เปลี่ยนไปเขากลับไม่สนใจ

“ตกลงเรื่องเงินหกแสนคุณน้าจะว่ายังไงครับ”

เขาถามเธออีกครั้ง

“ไม่มี” เธอตอบอย่างอารมย์เสีย

“ระดับคุณนายมุณินเจ้าของไร่เมฆา เงินแค่นี้จะไม่มีได้ยังไงล่ะครับคุณน้า”. ชายหนุ่มถามยียวน ซึ่งมุณินฟังแล้วราวกับโดนดูถูก

“นี่แก...แก...แกจะเอายังไงก็ว่ามาเลย” เธอพูดด้วยความโมโห

“งั้น...บ้านคุณน้าล่ะครับ” เขาพูดสบายๆเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“แกจะบ้าไปแล้วรือไง เงินแค่หกแสนแกถึงกับจะเอาบ้านฉันเลยหรือ?” มุณินไม่พอใจกับสิ่งที่ชายหนุ่มพูดออกมา

“งั้นก็คืนเงินผม” เขาตอบกำปั้นทุบดิน

มุณินพยายามคิดหาทางออก ที่ดินในมือเธอก็ขายหมดแล้ว เหลือแค่บ้านที่อาศัยอยู่เท่านั้น ตอนนี้เธอมืดแปดด้านแล้วจริงๆ

“ฉันขอเวลาสามวัน” เธอต่อรอง ชายหนุ่มยกคิ้วขึ้นหนึ่งข้างอย่างผู้ที่เหนือกว่า

“ได้...สามวัน ผมจะรออยู่ที่นี่” เขาตอบอย่างไม่เดือดร้อน

เป็นอันตกลงตามนั้น มุณินกลับมาถึงบ้านเอาตอนสายของอีกวัน เธอแบกร่างที่ไร้เรี่ยวแรงขึ้นไปบนห้องอย่างหดหู่ ตอนนี้เธอคิดอะไรไม่ออกทั้งนั้น ขอนอนก่อนก็แล้วกัน

//////....

 

ตั้งแต่เช้าตรู่ แพรพลอยก็ออกมาที่ไร่ เธอปั่นจักรยานที่สาวใช้กลับมาจากซื้อของที่ตลาด เมื่อมาถึงพื้นที่ฟาร์ม เธอก็เห็นใครบางคนก้มๆเงยๆ ซ่อมแซมคอกม้าส่วนที่ชำรุด คนที่เธอคุ้นเคยตั้งแต่เด็ก ผมที่เคยดกดำเริ่มมีสีขาวแซมเป็นหย่อมๆ หญิงสาวจอดจักรยานไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่ เดินเข้าไปไกล้เขาจากทางด้านหลัง

“พี่วัติ”

เสียงหวานใสเอ่ยเรียกเขาหนึ่งครั้ง เขาค่อยๆยืดตัวขึ้นตรง หันหลังกลับมาช้าๆ เป็นเธอใช่ไหม? เขาพินิจมองคนตรงหน้าอีกครั้ง หญิงสาวยืนส่งยิ้มแป้นให้เขาอย่างน่ารัก เป็นเธอจริงๆ เขาก็ทิ้งค้อนไม้ในมือทิ้ง ยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อน แพรพลอยเดินเข้าไปหาเว้นระยะห่างจากเขาเพียงครึ่งก้าว

“พี่วัติ น้องแพรกลับมาแล้วค่ะ” เธอยื่นมือออกไปคว้ามือหนาของวัติขึ้นมากุมไว้ พร้อมส่งยิ้มให้

“คะ คุณหนู” เขาเอ่ยด้วยเสียงแหบแห้ง

“คุณหนูจริงๆด้วย” เขาพูดซ้ำอีกที

แพรพลอยพยักหน้าให้เขา วัติน้ำตารื้นขอบตา เขาดึงเธอเข้ามากอด เมื่อวานควรเป็นเขาที่ไปรับเธอที่สนามบิน แต่อยู่ดีๆคุณนายก็บอกเขาว่าไม่ต้องไป มีคนไปทำหน้าที่แทนเขาแล้ว เขาจึงได้แต่รออยู่ที่นี่และเข้าไปทำความสะอาดห้องไว้รอเธอ แต่ดูตอนนี้สิ คุณหนูตัวน้อยๆของเขาตอนนี้โตเป็นสาวแล้ว นาย นายเห็นมั๊ย ลูกของนายกลับมาแล้วนะ...

แพรพลอยลูบหลังวัติเบาๆอย่างอ่อนโยน ร่างใหญ่ของเขาสั่นเทิ้มเนื่องจากกลั้นน้ำตาเอาไว้ เป็นนานกว่าเขาจะปล่อยเธออก

“ทำชุดคุณหนูเลอะหมดแล้ว” เขาพูดแก้เขิน ใช้มือเช็ดน้ำตาที่ซึมออกมาเล็กน้อย หญิงสาวหัวเราะเสียงใส ทำให้คนงานที่อยู่แถวนั้นสองสามคนหันมามองเธออย่างสนใจ

“ปะคุณหนู พี่วัติจะแนะนำคุณหนูให้ทุกคนรู้จัก”

วัติบอกและพาเธอเดินเข้าไปที่โรงครัวเล็กๆ ซึ่งตอนนี้เป็นช่วงเวลาอาหารเช้าพอดี คนงานในไร่จึงมารวมกันอยู่ที่นี่ทั้งหมด

เมื่อทำความรู้จักแล้ว วัติก็พาหญิงสาวเดินดูส่วนต่างๆของฟาร์มม้า และโคนม เธอได้พบกับไทเกอร์อีกครั้ง เจ้าม้าแคระของเธอตอนนี้มันโตเป็นหนุ่มแล้ว โตแค่ไหนก็สูงแค่เอวเธอเท่านั้นแหละ จากนั้นก็ไปดูพื้นที่เพาะปลูก ตอนนี้กิจการซึ่งเป็นรายได้หลักก็มีแค่นี้ ทั้งฟาร์มและที่ดินที่เหลือตรงนี้เป็นชื่อของเธอ มุณินจึงไม่สามารถทำอะไรได้

ตลอดหลายวันมานี้เธอง่วนอยู่ในไร่ทั้งวัน แทบจะใช้ชีวิตกินนอนในไร่เลยทีเดียว วัติบอกเธอว่าลุงศักดิ์กับปิ่นลาออกหลังจากที่พ่อเธอเสียได้ไม่นาน คนงานเก่าแก่คนอื่นๆก็ทยอยลาออกเช่นกัน วันนี้ไร่เมฆาไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ลำพังแค่ตัวเธอคงไม่สามาถที่จะรวบรวมไร่ของพ่อให้กลับมาเป็นเหมือนเมื่อก่อนได้อีก เธอคงทำได้เพียงดูแลรักษาที่ดินผืนสุดท้ายเอาไว้ให้ดีที่สุดเท่านั้น

 

////////......

 

สามวันผ่านไป....

ครบกำหนดจ่ายหนี้หกแสนของมุณินแล้ว แต่เธอยังหาเงินได้ไม่ถึงครึ่งของยอดหนี้ด้วยซ้ำ เรื่องนี้เธอไม่กล้าบอกอิงฟ้าเพราะรู้นิสัยบุตสาวดีว่านอกจากจะไม่ช่วยแล้วยังจะซ้ำเติมอีก ส่วนจะให้เธอขายบ้านก็ใช่ว่าเธอไม่คิด แต่เพราะมีเวลาสามวันยังไงก็ขายออกไม่ทันอยู่ดี วันนี้เธอจึงตั้งใจจะต่อรองขอยืดเวลาออกไปอีกซักหน่อย

เมื่อมาถึงบ่อนประจำเธอก็แจ้งความประสงค์กับพนักวงานว่ามาติดต่อธุระกับบดินทร์ วันนี้เธอไม่ได้มาเล่น พนักงานเดินนำเธอไปยังห้องๆหนึ่งอย่างรู้หน้าที่ เมื่อเธอเข้ามาในห้องก็พบว่าเขารอเธออยู่ก่อนแล้ว มุณินเดินเข้าไปหย่อนสะโพกนั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงข้ามเผชิญหน้ากับเขา มองชายหนุ่มที่นั่งไกว่ห้างวางมือทั้งสองข้างประสานกันไว้บนตัก

“วันนี้ฉันมาขอต่อรอง” เธอเอ่ยเข้าประเด็นก่อน

....ชายหนุ่มยกคิ้วเข้มขึ้นอย่างใจเย็น หึๆ เขารู้อยู่แล้วว่าเธอต้องมาไม้นี้ แต่ในเมื่อเกมส์เริ่มแล้วก็ต้องเล่นให้จบ

“ผมจำได้ว่าเราไม่ได้คุยกันไว้แบบนี้” ดินเอ่ยเสียงเรียบ ไม่แสดงอารมย์ว่าเขากำลังโกรธหรือไม่พอใจแต่อย่างใด

“ฉันยังหาไม่ได้ตอนนี้ รอก่อนไม่ได้หรือไง...”

เขาไม่ตอบ

“เราก็คนกันเองแท้ๆ แค่นี้ถือว่าเห็นแก่ฉันหน่อยเถอะ”

เมื่อเห็นเขาเงียบเธอก็พยายามลำลึกอดีต เผื่อเขาจะเห็นแก่ความสัมพันธ์อันดีระหว่างเขากับสามีเธอบ้าง อย่างน้อยเธอก็เป็นภรรยาของเมฆา

ชายหนุ่มยิ้มเย็น เขาลุกขึ้นช้าๆ เดินไปหยุดยืนที่ริมหน้าต่างบานใหญ่มองวิวข้างนอกยามค่ำคืน เหมือนเขากำลังคิดอะไรอยู่ในใจ มุณินเริ่มรู้สึกแล้วว่าผู้ชายคนนี้น่ากลัวจริงๆ

“ผมมีข้อเสนอ” ในที่สุดเขาก็พูดออกมา

มุณินหูผึ่งทันทีที่ได้ยินว่าเขามีข้อเสนอให้ แต่หลังจากนั้นเธอแทบเป็นลม

“ยกลูกสาวคุณให้ผม...อิงฟ้า”

 

///////.....

 

มุณินกลับมาถึงบ้านตอนไหนไม่รู้แน่ เธอรู้แต่ว่าเธอต้องคุยเรื่องนี้กับอิงฟ้าทันที เพราะเขายื่นคำขาดมาแล้วว่าถ้าพรุ่งนี้เขาไม่ได้รับคำตอบที่พอใจ เขาให้เธอเก็บของย้ายออกจากบ้านทันที มุณินตั้งสติก่อนโทรหาบุตรสาว เป็นไงเป็นกัน

“ฮัลโหล” ปลายสายงัวเงียเพราะเธอโทรไปกลางดึกของที่โน่น

“ฟ้า แม่มีเรื่องสำคัญต้องคุยกับแกตอนนี้” มุณินกล่าวเสียงแข็ง

“ฮ้าววว...มีอะไรอ่ะแม่” อิงฟ้าอ้าปากหาวหวอด พยายามฟังว่าแม่ของเธอมีเรื่องอะไรถึงได้โทรมาดึกดื่นขนาดนี้ หรือว่าจะขอเงินอีก

“แม่เป็นหนี้ เจ้าหนี้เขาอยากได้ตัวแก ถ้าแกไม่ตกลงเขาจะไล่แม่ออกจากบ้าน”

มุณินตัดสินใจพูดรวดเดียวให้รู้เรื่องไปเลย เมื่อมุณินพูดจบอิงฟ้าตาสว่างทันที

“ห้ะ!!! แม่ว่ายังไงนะ” เธอถามมารดาอีกที มุณินก็บอกเธอซ้ำด้วยประโยคเดิมเช่นกัน

“เขาเป็นใคร เจ้าหนี้ของแม่คือใคร?” หลังจากเงียบไปซักพักถึงได้เอ่ยปากถามมารดาว่าใครกันที่ต้องการตัวเธอ มุณินกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ไม่รู้จะบอกยังไง

“เอ่อ...แกจำนายดินที่เมื่อก่อนอยู่ไร่ข้างๆได้หรือเปล่า” มุณิณลองหยั่งเชิง

“นี่แม่อย่าบอกนะว่าแม่ไปเป็นหนี้ไอ้คนเหลือขอนั่นน่ะ” อิงฟ้าพูดอย่างรังเกียจ มุนิณมองบน พยายามใจเย็นอย่างที่สุด

“ใช่ ตกลงแกจะช่วยแม่มั๊ย?” เธอถามอิงฟ้าอย่างต้องการคำตอบตอนนี้เลย

“แม่!!!” เธอเรียกมุณินเสียงดังจนคนฟังหูแทบแตก

“แม่จะบ้าหรือไง ไอ้ดินเนี่ยนะ ฟ้ายอมตายดีกว่าถ้าต้องเป็นเมียมัน” เป็นตายยังไงเธอก็ไม่ยอม

“แล้วแกจะให้มันมายึดบ้านเราหรือไง แล้วชั้นจะไปอยู่ที่ไหน” มุณินเองก็โมโหที่อิงฟ้าไม่ยอมเชื่อฟัง เมื่ออิงฟ้าเห็นว่ามุณินเริ่มอารมย์ไม่ดีจึงเอ่ยเสียงอ่อนลง

“แม่...ตอนนี้ฟ้าก็มีเอดเวิร์ดอยู่ทั้งคน ฟ้าจะไปเป็นเมียไอ้ดินอีกคนได้ยังไง” เธออธิบายด้วยเหตุผล

“ช่างหัวมันสิไอ้ฝรั่งนั่น ตอนนี้แม่แกจะตายอยู่แล้ว แกรู้บ้างมั๊ย ชั้นขายที่หมดไปตั้งเท่าไรเพื่อส่งแกไปอยู่เมืองนอก แล้วไอ้ฝรั่งเอดเวิร์ดอะไรนั่นอีกล่ะ มันดูแลแกดีแค่ไหนกันเชียว เงินที่แกผลาญเล่นอยู่ทุกวันนี้มันเงินชั้นทั้งนั้น แกยังไม่สำนึกอีก”

มุณินพูดอย่างอัดอั้น ในเมื่อลูกสาวคนเดียวที่เธอหวังเป็นที่พึ่งสุดท้ายกลับทำอะไรเพื่อเธอไม่ได้ซักอย่าง มันน่าเจ็บใจนัก ตอนนี้เธอไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้แล้ว หากใครจะบอกว่าเธอขายลูกกินก็ให้พูดไป คนอื่นไม่ได้มาร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเธอเสียหน่อย อีกอย่างบดินทร์เองก็บอกว่าถ้าอิงฟ้าตกลงเขาก็จะแต่งงานกับเธอไม่ให้เธอต้องอับอาย แล้วแบบนี้มันแย่ตรงไหนกัน แต่งไปแล้วค่อยหย่าทีหลังก็ได้

“แม่...” อิงฟ้าเอ่ยเรียกมารดาอย่างสำนึกผิด

ตั้งแต่เล็กจนโตมุณินตามใจเธอมาตลอด ไม่เคยเลยซักครั้งที่จะดุด่าเธอ แต่ครั้งนี้เธอคงเจอเรื่องที่หนักจริงๆ ถึงได้ต่อว่าเธอขนาดนี้ หลังมุณินวางสายไป อิงฟ้าก็นอนไม่หลับ เธอคิดหาทางช่วยเหลือแม่ของเธอทั้งคืน

 

//////....

 

07.00 น. // บนโต๊ะอาหาร

แพรพลอยตั้งใจแล้วว่าวันนี้เธอจะไปสมัครเรียนที่มหาลัยในตัวจังหวัด เธอจึงนำเรื่องนี้มาปรึกษากับมุณินแต่เช้า

“แม่ณินคะ น้องแพรมีเรื่องจะปรึกษาค่ะ” เธอรวบรวมความกล้าพูดออกไป

มุณินเหลือบตามองเธอนิดหน่อย แล้วบอกว่าเธอมีเรื่องอะไรก็ให้พูดมา แพรพลอยจึงอธิบายให้เธอฟังเรื่องการศึกษาต่อภาคอินเตอร์และรายละเอียดค่าใช้จ่ายคร่าวๆ

ยังไม่ทันพูดจบ มุณินวางช้อนลงทันที ตบโต๊ะดังปัง!! เธอชักสีหน้าโกรธเคืองใส่แพรพลอยประหนึ่งว่าแพรพลอยทำอะไรผิดลับหลังเธอ

“แกไม่เห็นหรือไงว่าตอนนี้เรากำลังเดือดร้อนกันอยู่ แกยังจกล้าขอให้ฉันส่งแกเรียนอีกหรอ?”

มุณินพูดอย่างไม่พอใจ แพรพลอยลอบกลืนน้ำลายลงคอ

“งั้นแม่ณินจ่ายแค่ค่าเทอมแรกให้แพรได้มั๊ยค่ะ ที่เหลือเดี๋ยวแพรหาทางเอง” หญิงสาวพูดเสียงเบา เธอยังคงพยายาม

“หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ!” มุณินลุกขึ้นชี้หน้าเธอ

“จะค่าอะไรฉันก็ไม่จ่ายให้ทั้งนั้น ลำพังแค่ต้องส่งให้ยัยฟ้าก็แทบไม่มีอยู่แล้ว ในเมื่อกลับมาแล้วก็อย่ามาเป็นภาระให้ฉัน” เธอพูดอย่างโมโห อารมย์เสียแต่เช้า คนยิ่งเครียดๆอยู่ มุณินมองหน้าเธออย่างจะกินเลือดกินเนื้อ

แพรพลอยกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ใจร้ายเกินไปแล้ว... เธอไม่คิดมาก่อนเลยว่าการที่ตัวเองกลับมาจะกลายเป็นภาระให้ใคร อีกอย่างค่าเล่าเรียนที่นี่ก็ไม่ได้แพงเหมือนที่เมืองนอก แม่ณินจะไม่มีเงินได้อย่างไรกัน เงินขายที่ได้ตั้งเยอะไปไหนหมด

“หึ...สำออย”

มุณินกล่าวทิ้งท้ายก่อนเดินออกไป ปล่อยให้เธอนั่งร้องไห้อยู่คนเดียวในห้อง แพรพลอยยกมือแนบไว้ที่หน้าอกตรงกับตำแหน่งล็อกเกตของพ่อ น้ำตาไหลลงมาที่แก้มเนียนใสทั้งสองข้าง หวนนึงถึงวันที่พ่อเป็นคนสวมสร้อยเส้นนี้ให้เธอ ก่อนเธอจะไปอยู่ที่อังกฤษ คืนนั้นเธอได้นอนกอดพ่อทั้งคืน และหลับอยู่บนอกพ่อจนถึงเช้า พ่อเมฆจ๋า...ถ้าพ่อยังอยู่คงไม่เป็นแบบนี้ น้องแพรคิดถึงพ่อ...

เธอคิดถึงบิดาที่จากไปแล้วอย่างสุดหัวใจ หากพ่อเธอยังอยู่เธอคงมีความสุขกว่านี้ คงมีอนาคตที่สดใสกว่านี้ อย่างน้อยเวลานี้เธอก็ยังมีพ่อที่คอยปลอบใจ มีรอยยิ้มและกอดอุ่นๆของพ่อที่คุ้นเคย

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น