เปลวไฟสีน้ำเงิน

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Heart 03 : ข้อตกลง 1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 917

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 20 พ.ค. 2562 21:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Heart 03 : ข้อตกลง 1
แบบอักษร

‘ขอเอกสารโรงเรียน ABC ด้วยครับ’

‘เดี๋ยวผมลงไปทานเองดีกว่าครับ’

‘ขอบคุณครับ’

‘ไม่เป็นไรครับ’

‘ผมหยุด 10 วัน งานเก่าผมเคลียร์แล้ว งานใหม่เอาวางไว้ที่โต๊ะเลยครับ’

ถือว่าเรื่องความจริงใจใช้ได้อยู่นะพี่อินของทอฝันเนี่ย จากการสังเกตในไลน์และโน้ตที่ยังไม่ถูกลบไป เขามีไว้เพื่อสื่อสารกับคนอื่นในเรื่องที่จำเป็นเท่านั้น ไม่มีคนคุยมากมายหรือบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตประจำวันให้ใครฟังนอกจากฉัน

แบบนี้ก็ยิ้มแก้มแตกไปสิ

ทว่าเหลือบมองพี่อินอีกที เขาก็หลับไปแล้วจริงๆ หึ สงสัยเมื่อคืนตื่นเต้นจนไม่ได้นอนใช่มั้ย ถึงหลับง่ายขนาดนี้ แต่ก็ดี..ให้เขาพักผ่อนเยอะๆ เก็บแรงไว้พาฉันเที่ยวเนอะ

“อื้อ~ จัดเสื้อผ้าดีกว่า ใครไม่รู้ยัดเข้าไปทั้งกระเป๋าเลย” ว่าแล้วก็บิดขี้เกียจ เอี้ยวตัวไปซ้ายทีขวาทียืดเส้นยืดสายสักหน่อยแล้วค่อยลุกออกจากเตียง คืนโทรศัพท์ให้พี่อินโดยการแอบเอาไปวางบนฝ่ามือเขาเบาๆ “ขอให้ไม่แฟนอย่างที่ฝันเข้าใจนะ”

“...”

“ขอบคุณที่ให้ดูนะ...คะ”

ฮือ จะบ้าตาย เพียงแค่พี่อินงอปลายนิ้วเพื่อจับโทรศัพท์ไว้แล้วมือมาโดนมือฉันที่ยังจับอยู่ เสียงฉันก็ขาดๆ หายๆ จนทำอะไรไม่ถูก

แค่ปลายนิ้วแตะกันเองนะทอฝัน ทำไมต้องเหมือนไฟช็อตขนาดนี้ด้วยเนี่ย บ้าจริง!!

แต่จะให้แสดงอาการมากไปคงไม่ดีเพราะพี่อินไม่ได้หลับสนิทอย่างที่คิดสักหน่อย ฉันก็เลยทำเนียนดึงออกช้าๆ ใช้หลังมืออีกข้างปิดปากกันเสียงกรี้ดของตัวเองไว้ แล้วจากนั้นก็รีบแบกใบหน้าร้อนเห่อของตัวเองออกจากจุดเสี่ยงทันที

ฟู่ พี่อินห้ามตื่นเด็ดขาด ฝันขอสงบสติอารมณ์ให้เย็นลงก่อน

แล้วก็ได้รู้ว่าไม่ง่ายเลยที่จะนั่งมองคนที่เราคิดอะไรกับเขาไปแล้วแบบอยู่เฉยๆ ได้ ขณะที่จัดเสื้อผ้า ดวงตาที่เป็นอวัยวะส่วนหนึ่งในร่างกายฉันกลับอยู่เหนือการควบคุม คอยเหลือบมองพี่อินเป็นระยะๆ เก็บมาคิดแล้วนั่งยิ้มคนเดียว เพ้อคนเดียวเหมือนเป็นบ้า จนอยากหาเทปกาวมาปิดทั้งตาทั้งปากไว้จริงๆ

“มองมากไปเดี๋ยวใจสั่น พอๆ ๆ” บอกตัวเองเสร็จก็ตบตรงหน้าอกข้างซ้ายหลายๆ ที แล้วตั้งใจจัดการเสื้อผ้าตรงหน้าต่อ หวังว่าพี่อินจะไม่แกล้งหลับแล้วเห็นอาการบ้าบอของฉันนะ

บทบรรยาย พี่อิน

‘ขอให้ไม่แฟนอย่างที่ฝันเข้าใจนะ’

คำขอนี้เป็นจริงตั้งนานแล้วฝัน เพราะถ้าไม่เป็นจริง โทรศัพท์ที่เป็นเครื่องมือสำคัญในการสื่อสารกับคนอื่น ผมคงไม่กล้าให้เธอดู ฝันเป็นคนบอกเองว่าในนี้หลักฐานแน่นหนา ผมก็เลยให้ดูเพื่อความสบายใจทั้งสองฝ่าย

หากสงสัยว่าผมพูดไม่ได้ แล้วทำไมไม่ใช้ภาษามือบ้างเลย ความจริงก็ใช้บ้างแต่ไม่บ่อย เพราะการทำงานและคนรอบข้างคือคนปกติทั่วไป หรือเรียกว่าผมก็ไม่ต่างอะไรกับคนปกติ เพียงแค่บางอย่างมันกลับคืนมาไม่ได้และผมก็ยอมรับที่จะอยู่กับมันแค่นั้นเอง

แต่เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน ตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนมีอะไรมาทิ่มตรงแก้มและเสียงหัวเราะคิกคักอยู่ไม่ไกลนะ

“ป้อจาย...น่าฮัก”

ว่าแล้วเชียวต้องเป็นฝันที่แอบแกล้ง แต่คำพูดของเธอทำไมช่างน่ารักแบบนี้ ลองนึกภาพตอนผมนอนหลับตาแล้วได้ยินเสียงเธอสิ

‘เหมือนฝันที่เป็นจริงสุดๆ ไปเลย’

ต่อให้เธอแกล้ง ผมก็จนอดทนไม่ลืมตา เผื่อจะมีโอกาสได้ฟังอะไรที่ดีต่อหัวใจอีกสักหน่อย

“น่าฮักแปลว่าน่ารัก แล้วถ้าฮักจะแปลว่ารักไหมคะ”

ใจโคตรสั่น ถ้าไม่กลัวเธอตกใจ ผมจะรีบตื่นแล้วตอบเธอไปเลยว่า...

‘รักเหมือนกัน’ รักที่แปลกว่ารักจริงๆ ไม่ใช่รักที่แปลความหมายในสิ่งที่เธอถาม แต่เพื่อความสงบสุขและไม่เกร็งจนทำตัวไม่ถูกของเราสองคน ผมคงตอบรับคำว่ารักของฝันแค่นี้ไปก่อน

คิดแล้วก็ขยับตัวแสร้งทำเหมือนพึ่งตื่น พลิกตัวนอนหงาย เลื่อนมือขึ้นไปจับแก้มตัวเองดูว่าเมื่อกี้ฝันเอาอะไรมาทิ่ม แต่ให้ตายสิ! ผมคงไม่เนียนเอาซะเลย ฝันถึงได้ตกใจแล้วทิ้งหลักฐานไว้ ทำให้ผมเห็นขณะลืมตาขึ้นพอดี

‘ดอกไม้’ ผมกลอกตามองดอกไม้ข้างแก้มที่มือตัวเองตะปบอยู่ ก่อนที่จะลากสายตาไปหาฝันที่นั่งยิ้มเจื่อนเพราะโดนจับได้อยู่ข้างเตียง

“ฝันตั้งใจจะปลุกน่ะ แต่พี่อินตื่นก่อน”

‘ไม่เนียนนะ เมื่อกี้ยังแอบบอกรักกันอยู่เลย’ ผมเถียงในใจ

“ขอดอกไม้คืนนะคะ กลัวพี่อินจะแพ้แล้วสิวขึ้น”

‘กลัวแพ้ แต่ก็แกล้ง’

“ขอนะ”

((-.- ) ( -.-)) ผมส่ายหน้าปฏิเสธทันทีเมื่อฝันแบมือมาตรงหน้าเพื่อขอกันตรงๆ และพอเห็นว่าเธอยู่ปากคล้ายกับงอน ผมจึงลุกขึ้นนั่งตัวตรงและเอี้ยวตัวเอาดอกไม้ไปเก็บไว้ในสมุดโน้ตตรงหัวเตียง

แค่ดอกไม้สารภาพตอนผมหลับก็นับเป็นของสำคัญเหมือนกัน

“ชิ แย่งของฝันอะ”

ผมยิ้มให้แค่นั้น ไม่ว่ายังไงผมก็ไม่คืน

“ถ้าพี่อินไม่คืน งั้นพี่อินก็กินดอกไม้ไปนะ ฝันหิวข้าว”

อ๋อ ที่มาปลุกเพราะว่าหิวใช่ไหม แล้วที่แอบพูดกับผมเมื่อกี้ล่ะ แค่เผลอหรือตั้งใจจริงๆ กันแน่ แต่จะอะไรก็ช่าง ตอนนี้ผมควรรีบไปล้างหน้าให้สดชื่นแล้วพาฝันไปหาอะไรทานก่อนจะดีกว่า ไหนๆ ก็อยู่ในเงื่อนไขเลี้ยงข้าวเธอตลอดทริป ปล่อยให้มองเหมือนจะกินหัวผมนานๆ คงไม่ดี

“หิวข้าวอะ”

ผมค่อยๆ ปรายตามองฝันที่เดินมาหยุดตรงหน้า เธอสลัดอาการงอนเมื่อครู่ทิ้งแล้วบอกเสียงอ้อนแทน เป็นเพราะผมไม่ตอบใช่ไหม เธอถึงได้คิดว่าผมไม่พาไป

ถ้างั้นก็คงต้อง...

“พี่อินคะ ฝันหิวขะ..” ทั้งง้อและตอบด้วยการยื่นมือไปลูบหัวเธอเบาๆ ยิ้มหวานให้ อีกมือก็คว้ากระเป๋าสตางค์มาถือไว้ละกัน 

ทว่าผมทำมากเกินไปหรือเปล่า ฝันถึงได้ชะงักและกลอกตามองด้านบน โดยที่มือผมยังลูบหัวเธอค้างไว้

“เหมือนพี่อินแอบคิดว่าฝันเป็นแมวที่โวยวายตอนหิวข้าว ก็เลยลูบหัวปลอบใจไปก่อน”

‘คิดได้ยังไงเนี่ยทอฝัน’

“พี่อินชอบว่าฝันแอบนินทาในใจ ฝันก็เลยพูดออกมาเพราะฉะนั้นพี่อินตอบเลย...ลูบหัวเพราะแอบรำคาญเสียงฝันใช่ไหม”

เห็นทีการสื่อสารด้วยท่าทางอย่างเดียวคงไม่พอแล้วมั้ง นอกจากจะเข้าใจผิดแล้วยังบ่นไม่เลิกเลย อันที่จริงผมไม่เคยรำคาญเสียงเธอเลยนะ ดีเสียอีกที่ผมเงียบแล้วเธอไม่เงียบตาม เพราะอย่างน้อยฝันก็ทำให้ผมรู้ว่าระหว่างเรามีอะไรให้คุยเยอะแยะไปหมด

‘ชอบเสียงของฝัน พี่คงไม่เหงาแน่ๆ ถ้าได้อยู่ใกล้กัน’ ผมพิมพ์บอกความคิดตัวเองให้ฝันรู้ก่อนเป็นอันดับแรก พอเธออ่านเสร็จก็บอกใหม่อีกรอบ

‘ทานข้าวมื้อแรกอย่างเป็นทางการกับพี่นะ’

“...” ฝันไม่ตอบครับ แต่เธอก็ยิ้มบางๆ ให้ แล้วเดินออกไปยืนรอนอกห้อง พอผมเดินตามออกไปและเห็นว่าฝันกำลังทำอะไรอยู่ก็แทบคลั่งตามเธอเหมือนกัน วูบวาบไปทั้งตัวสุดขั้วถึงหัวใจเลยทีเดียว

รู้ไหมว่าเธอทำอะไร

“เก็บดอกไม้ ชอบเสียง ทานข้าว พี่อินไม่ได้ยินตอนที่แอบพูดหรอกใช่ไหม” ก็นั่นแหละครับ เธอแอบบ่นกับต้นไม้ใบหญ้าแล้วก็เอามือมาทาบแก้มตัวเอง ตบลงเบาๆ คล้ายกับเรียกสติแล้วก็ยืนสูดหายใจเข้าเหมือนคนบ้าเลย

‘เขินก็บอกเขินสิ ทำเหมือนชอบพี่ฝ่ายเดียวไปได้’

“อะ ไปกันยังคะ”

ผมพยักหน้าและเม้มปากไว้แน่น เพราะไม่อยากยิ้มหรือแสดงท่าทีให้ฝันรู้ว่าผมได้ยินอีกแล้ว เดี๋ยวเธอจะเขินจนทานข้าวไม่ลง หมดกันที่แอบฝันไว้ตั้งแต่เมื่อคืนว่าจะดินเนอร์ภายใต้ธรรมชาติที่งดงาม

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}