พราวนภา/เนตรอัปสรา/มณีหยาดฟ้า

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บุพเพอาละวาด (50%)...น่าร้ากกกกกกก

ชื่อตอน : บุพเพอาละวาด (50%)...น่าร้ากกกกกกก

คำค้น : จอมโอหังเผด็จรัก , พราวนภา

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 974

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 20 พ.ค. 2562 19:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บุพเพอาละวาด (50%)...น่าร้ากกกกกกก
แบบอักษร

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

'มอบพรหมจรรย์ให้ผมเถอะนะทูนหัว ผมสัญญาว่าจะพาคุณไปพบกับความหฤหรรษ์ ที่ทั้งสนุกสุดเหวี่ยงและเสียววาบยิ่งกว่านั่งรถไฟเหาะตีลังกาเสียอีก’ เสียงห้าวเจือแหบที่ยังก้องในหูไม่สร่างซา และติดหนึบอยู่ในห้วงความทรงจำ ทำให้แม่สาวไร้เดียงสาอดขนลุกไม่ได้       

“ให้ตายสิยัยดาด้า เธอกำลังคิดบ้าอะไรอยู่เนี่ย!” จู่ๆ เธอก็เผลอเอ็ดตัวเองเสียงดัง จนคนที่กำลังขับรถอยู่ถึงกับสะดุ้งโหยง แล้วเหล่ตามองหน้าเจ้านายสาวด้วยความประหลาดใจ

“น้องดาด้าเป็นอะไรหรือเปล่าคะ” แอนนาถามอย่างนึกเป็นห่วง

“ดาด้าปกติดีค่ะพี่แอนนา เมื่อกี้ก็แค่คิดอะไรเพลินไปหน่อยเท่านั้นเอง” ทนายความสาวมากความสามารถรีบปั้นหน้านิ่งกลบเกลื่อนมาดหลุดของตัวเอง ก่อนจะเอ่ยแก้ตัวอย่างน้ำขุ่นๆ จากนั้นก็เฉไฉชวนอีกฝ่ายคุยเรื่องสัพเพเหระไปเรื่อย จนรถมาหยุดลงตรงหน้าสำนักงานทนายความวิสเลอร์ หลังจากกล่าวราตรีสวัสดิ์สารถีสาวใหญ่ อารดาก็ก้าวลงจากรถของอีกฝ่าย แล้วเดินลิ่วไปขับน้องเขียวสะอื้นกลับบ้านทันที    

 

 

 

คฤหาสน์โบลาโกนี ย่านแมนฮัตตัน รัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา

“ให้ตายสิวะ! แกมาป่วนฉันในวันหยุดอีกแล้วนะไอ้เดเรค” นั่นเป็นคำทักทายที่หลุดออกมาจากปากเจ้าของบ้านซึ่งกำลังเดินเข้ามาในห้องรับแขกด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับ      

“ก็ป่วนคนอื่นมันไม่สนุกเหมือนป่วนแกนี่หว่า” เดเรคลอยหน้ายียวน แววตาฉายประกายขบขัน ก่อนจะเคลื่อนกายออกมาจากบริเวณริมหน้าต่าง แล้วทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาสีเบดด้วยท่วงท่าสง่างาม   

“มาถึงก็แกว่งปากหาบาทาเลยโว้ย” ฟรานเชเซียส โบลาโกนี เจ้าพ่อค้าอาวุธสงครามรายใหญ่ของโลกทำเสียงขึ้นจมูกอย่างนึกฉุน ก่อนจะทรุดกายลงนั่งในฝั่งตรงกันข้ามกับเพื่อนซี้     

“เฮ้! จะมาทำหน้าบูดเป็นตูดหมึกทำไมวะพวก ถ้าแกไม่อยากต้อนรับฉันจะไปไหนก็ไปสิวะ ฉันมาหาคุณนกไม่ใช่แกเสียหน่อย” พ่อหนุ่มขี้เล่นลอยหน้ายวนยั่วให้อีกฝ่ายได้ของขึ้น

“ฝันไปเถอะ ว่าแกจะได้อยู่กับเมียฉันตามลำพัง” คนขี้หึงและหวงเมียสุดใจขาดดิ้นคำรามกระหึ่ม แล้วเข่นเขี้ยวตอบโต้ หากแต่พ่อหนุ่มมาดกวนกลับทำเพียงไหวไหล่กว้างอย่างไม่ยี่หระ      

ยังไม่ทันที่สองมหาเศรษฐีหนุ่มหล่อจะได้ปะทะคารมกันในแบบกวนๆ ไปมากกว่านั้น เสียงเดินเตาะแตะก็ดังแว่วมากระทบโสตประสาท ก่อนที่จะปรากฏร่างจ้ำม่ำของหนูน้อยอาลาเล่ โบลาโกนี เด็กหญิงวัยสองขวบ หน้าตาน่ารักน่าชัง ผิวขาวอมชมพู แก้มป่อง และช่างออดอ้อนฉอเลาะ      

“แด๊ดจ๋า…แด๊ด” แม่หนูน้อยเดินมาหยุดลงข้างๆ บิดา ก่อนจะหันไปยิ้มยิงฟันให้ผู้มาเยือนที่เธอคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี เพราะเดเรคเคยมาที่บ้านนี้อยู่บ่อยๆ   

“นางฟ้าน้อยคะ เวลาเจอผู้ใหญ่ต้องทำยังไงเอ่ย” เสียงนุ่มละมุนของฟรานเชเซียสดังขึ้น ซึ่งนี่ก็เป็นอีกหนึ่งอย่างที่เขาพร่ำสอนตั้งแต่ลูกสาวเริ่มหัดพูด  

“ซาหวัดดีค่ะ ยุงจ๋า” เสียงที่เปล่งออกมาจากปากจิ้มลิ้มสีแดงสดถึงแม้จะไม่ชัดเจนทุกวลี แต่ก็เรียกรอยยิ้มเกลื่อนใบหน้าคนฟังได้เป็นอย่างดี             

“โอ้…นางฟ้าตัวน้อยของลุง ทำไมถึงได้น่ารักน่าชังอย่างนี้ลูก ลุงเห็นแล้วใจจะละลายเสียให้ได้” ความน่ารักน่าชังของแม่สาวน้อยวัยกระเตาะทำให้เดเรคแทบเพ้อ ก่อนที่เขาจะยื่นมือไปลูบศีรษะน้อยเบาๆ    

“ใครๆ ก็ว่าอาลาเล่จ๋วย แล้วแบบนี้…จ๋วยป่าวคะ” พ่อหนุ่มเพลย์บอยเกือบจะหลุดหัวเราะกับถ้อยคำไร้เดียงสาอยู่รอมร่อ ถ้าแม่นางฟ้าตัวน้อยๆ ที่อยู่ในชุดกระโปรงสีชมพูฟูฟ่องไม่เอาสิ่งที่ซ่อนไว้ข้างหลังออกมาโชว์หรา

“เฮ้ย…ไอ้ฟราน แกให้ลูกแกเล่นปืนได้ยังไงวะ!” เสียงห้าวอุทานลั่น เมื่อเห็นว่าหลานสาวคนโปรดเล็งปลายกระบอกปืนมาทางตน อาลาเล่มีแววสวยเหมือนแม่ แต่ร้ายลึกเหมือนพ่อ               

“ไม่เป็นไรหรอกน่า นั่นปืนไม่มีลูก ยิงถูกก็ไม่ตาย อีกอย่างมันก็เป็นของอาลาเล่อยู่แล้ว” ฟรานเชเซียสยักไหล่เบาๆ แล้วตอบด้วยท่าทีสบายๆ

“ของอาลาเล่!” ผู้มาเยือนร้องเสียงหลง พลางจ้องหน้าอีกฝ่ายราวกับเป็นตัวประหลาด

“อือฮึ…” เจ้าพ่อค้าอาวุธพยักหน้าเป็นคำตอบ   

“นี่อย่าบอกนะว่า แกเป็นคนเอาปืนให้อาลาเล่เล่น” ชายหนุ่มซักไซ้เสียงสูง เพราะไม่คิดว่าเพื่อนรักของตนจะบ้าดีเดือดได้มากถึงเพียงนี้        

“ก็ใช่น่ะสิ ฉันให้ปืนเป็นของขวัญวันเกิดตอนนางฟ้าน้อยครบสองขวบ” ฟรานเชเซียสไขข้อข้องใจให้อีกฝ่ายได้รับรู้อย่างยิ้มๆ      

 “โอ๊ย…ฉันอยากจะบ้าตาย จะมีใครบ้าดีเดือดเหมือนแกไหมเนี่ยไอ้ฟราน” ครั้นได้ยินวาจาที่หลุดออกมาจากปากเพื่อนรักเขาก็ยกมือขึ้นกุมขมับ    

“ฉันทำอย่างนี้ก็ถูกต้องแล้วโว้ย อาลาเล่เป็นลูกสาวเจ้าพ่อค้าอาวุธสงครามก็ต้องเล่นปืนสิวะ ไม่ใช่ลูกสาวเจ้าพ่อค้ายาปลุกเซ็กส์อย่างแกสักหน่อย” คุณพ่อสุดหล่อสวนกลับอย่างแสบสัน    

“ไอ้เพื่อนเวร ฉันเป็นเจ้าพ่อค้ายาเพิ่มสมรรถภาพทางเพศโว้ย ไม่ใช่ยาปลุกเซ็กส์ พูดซะฉันเสียภาพพจน์หมดเลย” เดเรคโวยลั่นพร้อมทำท่าขึงขังเอาเรื่อง  

“แกเคยมีภาพพจน์ด้านบวกกับเขาด้วยเหรอวะพวก” ฟรานเชเซียสเอนแผ่นหลังกว้างพิงพนักโซฟาด้วยท่วงท่าแสนสบาย ขณะถามไถ่เพื่อนซี้อย่างกวนๆ ก่อนจะเบนสายตาคมกริบไปมองลูกสาวที่กำลังนั่งบ่นงึมงำอะไรสักอย่างกับของเล่นอยู่บนพื้นพรมใกล้ๆ เขา และนั่นก็ทำให้เจ้าพ่อหนุ่มระบายลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ที่อาลาเล่ไม่ได้ยินวาจาไม่สุภาพซึ่งหลุดออกมาจากปากไอ้เพื่อนตัวแสบเมื่อสักครู่นี้    

“มีถมไป”

“มีตอนไหนวะ ฉันไม่ยักเห็น” เจ้าบ้านเลิกคิ้วทำหน้าตาย  

“ขลุกอยู่แต่กับเมียทั้งวันทั้งคืนอย่างแก คงมีโอกาสได้เห็นมันอยู่หรอก” เดเรคแขวะอย่างนึกหมั่นไส้ ตั้งแต่อีกฝ่ายมีเมียเป็นตัวเป็นตนเขาก็กลายเป็นหมาหัวเน่าไปโดยปริยาย  

หลังจากเหน็บแนมเพื่อนรักเสร็จ พ่อหนุ่มเจ้าสำราญก็หันไปกวักมือเรียกแม่หนูน้อย “คนสวยมาหาลุงเดเรคสุดหล่อดีกว่า อย่าไปอยู่ใกล้พ่อจอมโหดแต่โคตรเพี้ยนอย่างไอ้ฟรานเลย”     

“หึ…แด๊ดจ๋า อุ้ม…อุ้ม” อาลาเล่สะบัดหน้าพรืดทำเมินใส่จนเขาทำหน้าเหวอ จากนั้นแม่หนูน้อยก็ลุกขึ้น หันไปชูมือให้ผู้เป็นบิดา พร้อมขยับปากจิ้มลิ้มส่งเสียงเจี้อยแจ้วออดอ้อนออเซาะ ความน่ารักน่าชังและช่างฉอเลาะทำให้ฟรานเชเซียสหลงลูกสาวจนหัวปักหัวปำ        

“มามะ…คนดี น่ารักที่สุดเลยนางฟ้าของแด๊ด” เจ้าพ่อค้าอาวุธยิ้มร่า ก่อนจะอุ้มหนูน้อยขึ้นมานั่งบนตักกว้างด้วยท่าทางทะนุถนอม กดจมูกลงหอมแก้มยุ้ยฟอดใหญ่เรียกเสียงหัวเราะคิกคักด้วยความชอบอกชอบใจจากอีกฝ่าย แล้วจึงเงยหน้าขึ้นมาหลิ่วตาให้เพื่อนซี้อย่างเป็นต่อ     

“ให้มันรู้ซะบ้าง ว่าเนี่ยลูกใคร”  

“แด๊ดจ๋า นี่จ๋วยป่าวคะ มี้จื้อห้าย” ได้ทีอาลาเล่ก็อวดที่คาดผมอันใหม่ซึ่งประดับด้วยดอกไม้สีชมพูหวานแหววอันเบ้อเร่อสะดุดตา  

“สวยจ้ะ สวยที่สุดในโลก” ผู้เป็นพ่อตอบลูกสาวด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม พลางใช้ปลายนิ้วเขี่ยแก้มป่องๆ อย่างรักใคร่ระคนเอ็นดู ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน  

“แล้วมี้ไปไหนเอ่ย” 

“มี้คนจ๋วยอาบน้ำหนาว อาบน้ำหนาว” คำตอบไร้เดียงสาทำให้ผู้ใหญ่ทั้งคู่ต่างพากันหัวเราะ      

“อาลาเล่หนูลงไปเล่นที่พื้นก่อนนะลูก แด๊ดขอคุยธุระกับคุณลุงเดเรคก่อน” ฟรานเชเซียสเอ่ยเสียงนุ่มละมุน ใบหน้าของพ่อหนุ่มมาดเถื่อนดูอ่อนโยนเสมอเมื่ออยู่กับลูกและภรรยาสุดที่รัก      

“จ้า…” สาวน้อยรับคำเสียงกังวานหวานใสอย่างว่าง่าย จนผู้เป็นพ่อต้องก้มลงจูบฟัดพวงแก้มแดงปลั่งด้วยความมันเขี้ยว ก่อนจะวางร่างจ้ำม่ำลงบนพื้นพรมนุ่มๆ อย่างเบามือ จากนั้นก็หันมามองหน้าเพื่อนรัก   

“เออ…ฉันได้ข่าวว่าเมื่อสามอาทิตย์ที่แล้วแกโดนหมาไล่ฟัดมานี่หว่า” เสียงทุ้มเปิดประเด็นด้วยท่าทีสนอกสนใจ

“อืม…” เดเรคตอบรับห้วนๆ ในลำคอ ใบหน้าหล่อกระชากใจที่เคยแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มพลันเรียบสนิท เมื่อคิดไปถึงคนที่กล้ามาลองดีกับเขา

“แล้วแกรอดมาได้ไงวะ สิบรุมหนึ่ง” เจ้าพ่อค้าอาวุธถามด้วยความสงสัย เพราะรู้มาว่าคืนนั้นอีกฝ่ายออกไปท่องราตรีโดยไร้เงาบอดี้การ์ด แถมยังไม่ได้พกปืนติดตัวอีกด้วย     

“แกอย่ารู้เลยน่า” คนที่กำลังโดนซักไซ้โต้ตอบอย่างขอไปที ครั้นหัวสมองอันเฉียบแหลมกระหวัดคิดไปถึงเหตุการณ์ที่ทำให้เขารอดพ้นจากน้ำมือของไอ้พวกชาติชั่ว ใบหน้าหล่อเหลาก็เห่อร้อนขึ้นทันควัน  

‘ให้ตายสิ…ทำไมเราถึงไม่ลืมรสจูบของผู้หญิงหน้าบ้านๆ นมแบนๆ อย่างยัยแม่ชีหลงวัดด้วยวะ!’ เสียงห้าวทุ้มสบถในใจด้วยความหงุดหงิดงุ่นง่าน        

“อุวะ…ถามแค่นี้ ทำไมต้องหน้าแดงด้วยวะ หรือว่ามีอะไรมากกว่านั้น…ที่ฉันยังไม่รู้” ฟรานเชเซียสเอ่ยแซวเสียงดัง ก่อนจะหรี่ตามองหน้าอีกฝ่ายอย่างจับผิด             

“เปล๊า” เจ้าพ่อค้ายาเพิ่มสมรรถภาพทางเพศไหวไหล่ทรงพลังเบาๆ ก่อนจะทำทีเสไปมองหลานสาวที่กำลังนั่งเล่นอยู่เพียงลำพัง จากนั้นก็ตวัดท่อนขากำยำขึ้นไขว่ห้าง       

ในระหว่างที่สองเพื่อนซี้กำลังสนทนากันอย่างออกรสอยู่นั้น อาลาเล่ก็ลูบๆ คลำๆ ปืนอยู่สักพัก ก่อนจะชูมันขึ้น แล้วเล็งมาทางผู้ใหญ่ทั้งคู่พร้อมทำเสียงปัง ครั้นเห็นพ่อกับลุงแกล้งตาย แม่หนูน้อยก็หัวเราะเอิ๊กอ๊ากด้วยความชอบอกชอบใจจนเห็นเหงือกสีแดงๆ ก่อนที่เสียงหนึ่งจะดังขึ้น       

“อาลาเล่ครับ นางฟ้าน้อยของพี่อยู่ไหนเอ่ย” ร่างของเด็กชายแพนเตอร์ โบลาโกนี วัยสี่ขวบ มาหยุดลงตรงประตูห้องรับแขก แล้วร้องเรียกหาน้องสาวเสียงดัง โดยมีรอยยิ้มแต่งแต้มบนใบหน้าหล่อเหลาที่ถอดแบบมาจากผู้เป็นบิดาทุกกระเบียดนิ้ว      

“แพนเตอร์!” อาลาเล่กรี๊ดกร๊าดเมื่อเหลือบไปเห็นพี่ชาย ก่อนจะขยับปากจิ้มลิ้มร้องเรียกอีกฝ่ายเสียงใสแจ๋วชวนเอ็นดูเป็นอย่างยิ่ง

“แพนเตอร์จ๋า มา มา…”    

“แพนเตอร์มาสวัสดีคุณลุงเดเรคก่อนลูก” ฟรานเชเซียสเอ่ยเรียกลูกชายเสียงทุ้มนุ่มหู จากนั้นพ่อหนุ่มน้อยก็เดินมาหยุดลงตรงหน้าแขกประจำของบ้าน  

“สวัสดีฮะคุณลุง” ทายาทคนโตของตระกูลโบลาโกนีกล่าวทักทายเพื่อนรักของบิดาด้วยท่าทางนอบน้อม บ่งบอกว่าได้รับการอบรมเรื่องมารยาทมาเป็นอย่างดี แพนเตอร์มีบุคลิกที่ค่อนข้างเงียบขรึม พูดน้อยแต่ต่อยหนัก สืบทอดพันธุกรรมความโหดมาจากพ่อกับแม่อย่างถึงแก่น และที่สำคัญฉลาดเป็นกรดเกินวัยอีกด้วย                      

“หวัดดีไอ้ลูกหมา แหม…ยิ่งโตยิ่งหล่อเหมือนลุงเลยวุ้ย” เดเรคตีขลุมเข้าข้างตัวเองอย่างหน้าตาเฉย พลางยื่นมือไปยีศีรษะน้อยด้วยความเอ็นดูปนมันเขี้ยว      

“ไอ้เพื่อนเวร น้อยๆ หน่อยโว้ย นั่นน่ะลูกคน และที่สำคัญลูกก็ต้องหล่อเหมือนพ่อมันสิวะ” ฟรานเชเซียสหลุดปากโวยลั่น โดยลืมนึกไปว่าลูกสาวซึ่งอยู่ในวัยกำลังเรียนรู้และจดจำนั่งอยู่ไม่ไกล แต่ดีที่อาลาเล่ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้นนอกจากมองหน้าพี่ชายตาไม่กะพริบ     

“อาลาเล่ครับ” แพนเตอร์เดินไปหาน้องสาว พลางเอ่ยเรียกเบาๆ

“จ๋า…” แม่หนูน้อยขานรับคำพี่ชายสุดที่รักเสียงใสแจ๋ว พร้อมส่งยิ้มหวานให้อีกฝ่ายจนตาหยี

“อาลาเล่เล่นแต่ปืนไม่เบื่อเหรอ” แพนเตอร์เริ่มตั้งคำถาม ทำให้แม่สาวน้อยวัยกระเตาะเอียงคอทำท่าครุ่นคิดอยู่สักพัก ก่อนจะเอ่ยตอบ

“ม่ายเบื่อ” เจ้าของร่างจ้ำม่ำส่ายหน้าจนผมกระจาย   

“แต่พี่มีอะไรใหม่ๆ มาให้เล่นด้วยนะ สนหรือเปล่า” ผู้เป็นพี่ชายหลอกล่ออย่างเจ้าเล่ห์    

“สนสิ หนาย หนาย…” สาวน้อยทำหน้าตื่นเต้น พร้อมแบมือข้างที่ว่างไปขอจากอีกฝ่าย 

“ถ้าอยากได้ อาลาเล่ต้องจุ๊บแก้มพี่ก่อน” หลังจากทรุดกายลงนั่งต่อหน้าน้องสาว พ่อหนุ่มน้อยหน้ามนก็ตั้งเงื่อนไข แล้วเอียงซีกแก้มซ้ายไปหาอีกฝ่าย ซึ่งอาลาเล่ก็ยื่นปากมาหาพี่ชายอย่างว่าง่าย                 

จุ๊บ!

“ข้างนี้ด้วย” แพนเตอร์ว่าพลางเอียงแก้มอีกข้างไปให้เจ้าของร่างจ้ำม่ำ ซึ่งแม่หนูน้อยก็จรดปากลงบนแก้มพี่ชายเป็นหนที่สองอย่างไม่เกี่ยงงอน

จุ๊บ!

“หนายของเล่ง” เสียงใสทวงถาม พร้อมมองอีกฝ่ายตาแป๋ว แพนเตอร์กระตุกยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะค่อยๆ ล้วงบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกง      

“นี่ไงละ” พ่อหนุ่มน้อยว่าพลางชูสิ่งที่อยู่ในมือขึ้น อาลาเล่กรี๊ดด้วยความชอบอกชอบใจยกใหญ่ ก่อนจะทิ้งปืนอย่างไม่ไยดี แล้วยื่นมือไปรับของเล่นชิ้นใหม่จากพี่ชาย       

“เฮ้ย…ไอ้ฟรานนอกจากปืนแล้ว แกยังให้ลูกแกเล่นระเบิดด้วยเหรอวะ” เดเรคอุทานตาโต เมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในมือของแม่หนูน้อย      

“เออ…แต่นั่นน่ะของปลอม” ฟรานเชเซียสไม่ปฏิเสธ ก่อนจะเอ่ยเฉลยในตอนท้าย

“เฮ้อ…โล่งอกไปที” พ่อหนุ่มเจ้าสำราญถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่   

“เด็กๆ มากวนอะไรคุณลุงเดเรคหรือเปล่าจ๊ะ” ทันทีที่ได้ยินเสียงอุทานลั่นของเดเรค ทวิชาก็รีบเดินเข้ามาในห้องรับแขก ก่อนจะส่งเสียงหวานเป็นเชิงถามไถ่    

“แพนเตอร์ไม่ดื้อไม่ซนนะครับมามี้” พ่อหนุ่มน้อยออกตัวเสียงใส ก่อนจะวิ่งเข้าไปโอบเอวของมารดาอย่างประจบ   

ฟอด!

“เก่งจังเลยลูกชายของมามี้” หลังจากจรดปลายจมูกลงบนแก้มลูกชาย คุณแม่คนสวยก็เอ่ยชมเสียงหวานพลางลูบหัวน้อยเบาๆ ด้วยความเอ็นดูระคนรักใคร่สุดหัวใจ     

“มี้จ๋า อาลาเล่ก็ม่ายดื้อ ม่ายซง” สาวน้อยที่เพิ่งทิ้งของเล่นชิ้นใหม่ลงบนพื้นวิ่งมากอดขามารดา แล้วเงยหน้าพูดจาเลียนแบบถ้อยคำที่หลุดออกมาจากปากของพี่ชาย ขณะกะพริบตากลมโตอย่างอ้อนๆ     

“จริงหรือเปล่าคะ นางฟ้าตัวน้อยของมี้” ทวิชาก้มลงถามเสียงหวาน พลางดึงแก้มนุ่มนิ่มของลูกสาวเบาๆ ด้วยความมันเขี้ยว ตัวแค่นี้แต่ฉอเลาะเก่งเหลือเกิน        

“จ้า…” อาลาเล่พยักหน้าหงึกๆ ด้วยท่าทางไร้เดียงสา ทำให้มารดาหลุดหัวเราะออกมา ก่อนจะกดจมูกลงหอมพวงแก้มแดงระเรื่ออย่างอดใจไม่ไหว   

ฟอด!

“น่ารักที่สุดเลย” หญิงสาวชมด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ ลูกทำให้เธอมีความสุขไม่ต่างจากสามี ซึ่งกำลังมองสามแม่ลูกด้วยรอยยิ้มกว้าง    

“อาลาเล่ก็ร้ากมี้” แม่หนูน้อยประจบมารดายกใหญ่  

“ลูกสาวใครเนี่ยปากหวานที่สุดเลย” สารวัตรขาโหดว่าพลางบีบจมูกรั้นของลูกสาวเบาๆ ทำให้อาลาเล่หัวเราะคิกคักด้วยความชอบใจ       

“แพนเตอร์พาน้องไปเล่นของเล่นก่อนนะลูก มามี้มีธุระจะคุยกับคุณลุงเดเรค” ทวิชาหันไปสั่งลูกชายเสียงหวาน

“ครับมามี้ ปะอาลาเล่เราไปเล่นกัน” แพนเตอร์รับคำมารดาอย่างว่าง่าย ก่อนจะหันไปเอ่ยชักชวนน้องสาว ซึ่งอีกฝ่ายก็พยักหน้าแรงๆ พร้อมฉีกยิ้มกว้าง จากนั้นสองศรีพี่น้องก็จูงมือกันเดินไปยังมุมห้องที่มีของเล่นวางระเกะระกะอยู่เต็มไปหมด

“คุณเดเรคมีอะไรกับนกหรือเปล่าคะ” หลังจากนั่งลงแนบข้างสามีตัวโต โดยมีแขนกำยำของเขาวาดมาโอบไหล่บอบบางเอาไว้อย่างหลวมๆ ทวิชาก็เอ่ยถามผู้มาเยือนด้วยท่าทางใคร่รู้ เพราะอีกฝ่ายแจ้งความจำนงในคราแรกที่มาถึงคฤหาสน์โบลาโกนีว่ามีเรื่องจะพูดคุยกับเธอโดยตรง     

“ผมอยากจะขอถามคุณนกว่า ทางตำรวจพอจะรู้ถึงความเคลื่อนไหวของเซอร์เก เคอร์ซาน็อฟ บ้างไหมครับ พอดีผมเพิ่งรู้มาว่ามันกำลังจะมาร่วมทำธุรกิจมืดกับผู้มีอิทธิพลในไมอามี แต่ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร” เดเรคกล่าวไปถึงศัตรูตัวฉกาจซึ่งมีศักดิ์เป็นถึงลุงแท้ๆ ของตัวเองเสียงเครียด อันที่จริงเรื่องแค่นี้คงไม่ต้องถึงมือทวิชา หากเซอร์เกไม่มีใครบางคนซึ่งทรงอิทธิพลคอยหนุนหลังอยู่       

“เดี๋ยวนกจะลองเลียบๆ เคียงๆ ถามเพื่อนที่เป็นตำรวจในไมอามีให้ก็แล้วกันนะคะ” แม่สาวขาโหดเสนอความช่วยเหลือให้อีกฝ่าย เพราะรู้มาบ้างเหมือนกันว่าผู้ที่ตกเป็นประเด็นสนทนาทำธุรกิจผิดกฎหมายหลายอย่าง ใจจริงเธออยากเป็นคนสืบและติดตามคดีเอง แต่เมื่อไม่ใช่พื้นที่ในหน้าที่รับผิดชอบเช่นเมืองนวร์ก ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ซึ่งเธอปฏิบัติหน้าที่ในฐานะหัวหน้าตำรวจแผนกอาชญากรรมอยู่ ทวิชาจึงทำได้เพียงช่วยเท่าที่จะสามารถทำได้          

“ขอบคุณมากครับ” เดเรคค้อมหัวให้อีกฝ่าย เขาก็แค่อยากรู้ข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ ว่ามันจะตรงกับสิ่งที่สืบทราบมาหรือไม่ เพราะรู้ดีว่าอย่างไรเสียตำรวจก็ไม่มีทางเปิดเผยความลับออกมาจนหมดเปลือกอยู่แล้ว     

“ยินดีค่ะ” สารวัตรสาวมือฉมังกล่าวเสียงนุ่มละมุน พร้อมคลี่ยิ้มบางๆ ออกมา “เอ่อ…ว่าแต่ทำไมคุณถึงเกิดสนใจเรื่องของเซอร์เก เคอร์ซาน็อฟ ขึ้นมาล่ะคะ”            

“อันที่จริงแล้วมันเป็นลุงแท้ๆ ของผมเองแหละครับ แต่ความเลวระยำของมันทำให้ผมหมดความนับถือ แถมยังต้องมาเป็นศัตรูกันเพราะมรดกที่คุณตากับคุณยายมอบให้แม่ผม ความโลภมากทำให้มันตามจองล้างจองผลาญครอบครัวของผมมาโดยตลอด ซึ่งผมสงสัยว่าตอนนี้มันกำลังวางแผนลอบแทงข้างหลังผมอยู่ และเรื่องคดีที่เป็นข่าวดังก็มีความเป็นไปได้สูงว่าไอ้เซอร์เกจะเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลัง แต่ผมคิดว่ามันไม่น่าจะมีปัญญาทำคนเดียวได้ เพราะอิทธิพลของมันที่มีในรัสเซียคงไม่สามารถแผ่ขยายมาไกลถึงอเมริกา หากไม่มีคนใหญ่คนโตในอเมริกาให้ท้ายอยู่”   

“เออ…มัวแต่คุยกันเรื่องอื่น จนฉันเกือบลืมถามแกไปเลยว่าเรื่องคดีความไปถึงไหนแล้ว” ฟรานเชเซียสโพล่งขึ้นเมื่อได้ยินเพื่อนรักกล่าวไปถึงประเด็นทอร์คออฟเดอะทาวน์    

“ตอนนี้ทางฝ่ายนั้นยังไม่ได้เคลื่อนไหวอะไร แต่แกอย่าห่วงไปเลย ใครที่มันบังอาจมาลองดีกับฉัน ฉันไม่ปล่อยมันเอาไว้แน่” เดเรคเอ่ยเสียงเข้มจัด แววตาดุดันจนน่าประหวั่นพรั่นพรึง

“มีอะไรให้ช่วยก็บอกนะโว้ย”  

“ขอบใจว่ะเพื่อน” พ่อหนุ่มเพลย์บอยสวนกลับเสียงทุ้ม ก่อนจะกระแทกลมหายใจออกมาแรงๆ คล้ายจะให้ความกลัดกลุ้มที่มีมลายไป จากนั้นทั้งสามก็เปลี่ยนเรื่องคุย ทำให้บรรยากาศตึงเครียดเริ่มผ่อนคลายขึ้น  

หลังจากเล่นกับพี่ชายได้พักใหญ่ อาลาเล่ก็ทิ้งของเล่นในมือลง แล้วลุกขึ้นเดินมากอดผู้เป็นมารดา พร้อมอ้าปากจิ้มลิ้มหาวหวอดๆ       

“มี้จ๋า มี้คนจ๋วย อาลาเล่ง่วงนอง อยากหม่ำๆ นม” เสียงงัวเงียออดอ้อน พลางยกมือป้อมๆ ขึ้นขยี้หูขยี้ตา จากนั้นแม่หนูน้อยก็ชูแขนขึ้นเป็นเชิงเว้าวอนให้แม่อุ้ม    

“งั้นมี้พาไปกินนมนอนนะคะคนดีของมี้” คุณแม่ลูกสองลุกจากโซฟา ย่อตัวลงช้อนร่างอ้วนกลมแนบอก ก่อนจะหันไปพูดกับเพื่อนรักของสามี         

“นกขอตัวก่อนนะคะคุณเดเรค”   

“เชิญครับคุณนก”  

“แด๊ดจ๋า มา…มา…” อาลาเล่เอ่ยเรียกบิดาด้วยความเคยชิน เนื่องจากว่าเมื่อถึงวันหยุดสุดสัปดาห์คราใดพ่อและแม่ก็จะต้องพากันกล่อมเจ้าตัวเล็กนอนกลางวันอยู่ร่ำไป       

“แด๊ดคุยธุระกับคุณลุงเดเรคอยู่ลูก วันนี้นางฟ้าไปนอนกับมี้นะคะ” คุณแม่คนสวยบอกลูกสาวเสียงนุ่มละมุน ก่อนจะหันไปชักชวนบุตรชายที่กำลังเล่นอยู่คนเดียว “แพนเตอร์ไปนอนกลางวันกับน้องไหมลูก”    

“ไปครับ” หนุ่มน้อยตะโกนตอบ แล้ววิ่งมาหามารดาและน้องสาว     

จากนั้นทวิชาก็อุ้มลูกสาวและจูงมือลูกชายเดินออกไปจากห้องรับแขก เพราะหากอยู่นานกว่านี้หนูน้อยอาลาเล่จะงอแงเอาได้ เห็นแม่นางฟ้าประจำบ้านอารมณ์ดีและสดใสแบบนี้ แต่เวลาไม่ได้ดั่งใจก็เอาเรื่องเหมือนกัน คล้อยหลังสามแม่ลูกสองหนุ่มหล่อก็หันมาคุยกันอย่างออกรส              

 

อาชีพทนายความเสี่ยงอันตรายไม่น้อย อารดาจึงต้องเรียนรู้ศิลปะการป้องตัวเอาไว้เพื่อใช้ในยามคับขัน เพราะไม่แน่ว่าวันดีคืนดีเธออาจจะถูกลอบปองร้าย หรือไม่ก็โดนอุ้ม จากผลพวงของการเข้าไปยุ่งกับผู้มีอิทธิพล และนั่นก็เป็นเหตุผลว่าทำไมอารดาถึงมาที่สนามยิงปืนในเวลาบ่ายของวันหยุดสุดสัปดาห์เช่นนี้ แทนที่จะไปเดินช็อปปิ้งหรือปาร์ตี้อย่างที่สาวๆ นิยมทำกัน หลังจากนำน้องเขียวสะอื้นไปจอดตรงลานกว้างซึ่งปกคลุมด้วยแมกไม้อันร่มรื่น เจ้าของร่างโปร่งระหงซึ่งอยู่ในชุดทะมัดทะแมงก็เดินไปติดต่อเจ้าหน้าที่ของทางสนาม ซึ่งคุ้นเคยกันดี เพราะเธอเป็นสมาชิกของที่นี่มากว่าห้าปีแล้ว สักพักสาวเจ้าก็เดินถือถุงที่บรรจุปืนสั้นและเครื่องกระสุนมุ่งหน้าเข้าสู่สนามยิง           

ทันทีที่มาถึงจุดหมาย อารดาก็วางถุงลงบนโต๊ะ ปืนขนาดเก้ามิลลิเมตรถูกมือเรียวบรรจุกระสุนอย่างคล่องแคล่ว หลังจากใส่ที่ครอบหู เธอก็หยิบปืนขึ้นมาถือให้มั่น แล้วเล็งไปยังเป้าซึ่งอยู่ห่างออกไปด้วยท่าทางแน่วแน่และเด็ดเดี่ยวเต็มพิกัด ก่อนจะเหนี่ยวไกปล่อยกระสุนสีเงินวิ่งพล่านฉีกม่านอากาศ            

ปังๆๆๆ…

เสียงปืนรัวกระหน่ำไม่ยั้ง ครั้นลูกกระสุนทะยานออกจากรังเพลิงของปืนประสิทธิภาพเยี่ยมจนหมดแม็ก แม่สาวเชยแต่แสบสะท้านทรวงก็ยื่นมือเรียวไปกดปุ่มรอกไฟฟ้า เพื่อดึงเป้ากลับมาดูผลงานของตน ก่อนจะคลี่ยิ้มที่มุมปากจิ้มลิ้มด้วยความพึงพอใจ              

   “ฝีมือยังไม่ตกเหมือนเดิมเลยนะหนูดาด้า” 

 

 

แจ้งด่วน!!!

E-BOOK…จอมโอหังเผด็จรัก วางขายใน www.mebmarket.com แล้วนะคะ เอฝากเดเรคกับอารดาด้วยจ้า ^^  

จัดโปรโมชั่น จากราคา 299 เหลือ 229 บาท

 

ตามไปสอยตามลิ้งค์นี้เลยจ้า

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTAyOTI2NCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjU6Ijk0MjY0Ijt9

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น