Minchol

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 85 นายอย่าทิ้งฉันนะ

ชื่อตอน : บทที่ 85 นายอย่าทิ้งฉันนะ

คำค้น : ซอฟท์วาย,ไป๋หลง,หลงไป๋,ไป๋อวี่,จูอี้หลง,เผิงหลง

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 137

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 10 มิ.ย. 2562 13:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 85 นายอย่าทิ้งฉันนะ
แบบอักษร

  ให้ตายเถอะ ... ไจ๋เทียนหลินสบถในใจ ก็นัดกันไว้แล้วแท้ๆ นี่อะไร กรรมการบอร์ดของ CCTV อยากคุยกับจูอี้หลง ให้ตายเถอะ ... เขาสบถอีก อุตส่าห์นัดกันไว้ว่าจะมาแสดงความยินดีกับจูอี้หลง นี่จะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว อะไรวะ 

  ไจ๋เทียนหลินจำใจต้องยกหูโทรบอกเผิงกวนอิง 

  "คงไม่ได้คุยกับอาหลงอีกแล้ว นายไม่ต้องลงรถมาหรอก" 

  "ไม่เป็นไร ผมอยู่ในลานจอดรถใต้ตึกนี่แล้ว" 

  "อาหลงคุยกับกรรมการบอร์ด CCTV อยู่" 

  ได้ยินอย่างนั้นเผิงกวนอิงก็ยิ่งเร่งฝีเท้าขึ้น กรรมการบอร์ด... คนไหน? ... อย่าบอกนะว่าเป็นไป๋เทียนจ้าว... ใจของเผิงกวนอิงไปอยู่ที่จูอี้หลงแล้ว เขาเร่งฝีเท้า ก้าวยาวขึ้นกว่าเดิม เหล่ยลี่วิ่งตามจนหอบแฮก 

  โทรศัพท์ในมือสั่นครางเสียงฮือๆ เผิงกวนอิงดูชื่อคนที่โทรมาแล้วกดรับ 

  "นายอยู่ไหน" เสียงของจูอี้หลง 

  "ลานจอดรถใต้ดิน G3 กำลังเดินเข้าไปแล้ว"  

  "รอที่ทางเดินนะ .... จำได้ใช่มั้ย" 

  "อืมม" ทางเดินจาก G3 ขึ้นมา G2 ที่มักจะปลอดคน เพราะคนที่จอดรถชั้น G3 จะเลือกขึ้นลิฟท์มากกว่าที่จะเดินขึ้นมาตามทางลาดสำหรับคนเดินและขนของที่มีไว้ใช้คู่กับบันไดหนีไฟ และมักจะถูกใช้เป็นทางสำหรับให้พวกเซเลปทั้งหลายหลีกเลี่ยงนักข่าว ปีก่อนโน้นพวกเขาก็มาอาศัยทางเดินนี้นั่งดื่มเบียร์กันเพราะตารางงานสลับกันจนแทบจะหาเวลามาเจอกันไม่ได้ แต่ปีนี้ จูอี้หลงถูกนักข่าวล้อมหน้าล้อมหลังอย่างนั้น เขาจะลงมาถึงที่นี่ได้ยังไง 

 

  หลินชิงหูกับจูไฉ่หงตาเหลือกเมื่อจูอี้หลงบอกจะลงไปหาเผิงเหล่าซือที่ชั้น G3  

  "รอเผิงเหล่าซือขึ้นมาไม่ดีกว่าเหรอ" หลินชิงหูค้าน 

  "ไม่ทันแล้ว" จูอี้หลงบอกห้วนๆก่อนจะรีบเดินไปทางบันไดหนีไฟ หน้าตาที่ค่อนข้างซีดของจูอี้หลงทำให้หลินชิงหูไม่อยากขัดใจ เขารีบก้าวตาม หันมาสบตาจูไฉ่หง ส่วนช่างแต่งหน้า สไตลิสต์กับช่างกล้องต่างทำหน้าเลิกลั่ก แต่พอเห็นจูไฉ่หงไม่ขยับ ทุกคนก็ยึดพื้นที่เดิมอยู่ พวกนักข่าวที่เดินมาชะโงกดูตรงมุมทางเดินเพราะไม่สามารถผ่านเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้ามาได้ ต่างก็เข้าใจว่าจูเหล่าซือยังอยู่ในห้อง 

  เมื่อสองสามีภรรยาสกุลไป๋เดินออกจากห้องมา ทีมงานก็เพียงค้อมศรีษะให้พวกเขา แต่ไม่มีใครขยับตัวย้ายเข้าไปในห้องสักคน  

  ไป๋เทียนจ้าวกับภรรยาเดินเลี้ยวไปทางบันไดหนีไฟ โดยมีบอดี้การ์ดที่ยืนรออยู่หน้าห้องตามไปติดๆ 

  "จูเหล่าซือล่ะ" ไป๋เทียนจ้าวถามเบาๆ 

  "ได้ยินว่าจะลงไปหาเผิงเหล่าซือที่ชั้น G3 ครับ" บอดี้การ์ดร่างสูงค้อมหัวลงมากระซิบบอกพร้อมส่งสายตาไปทางบันไดหนีไฟ บอกให้รู้ว่าจูอี้หลงลงไปทางนั้น 

  "ให้รถมารับที่ G3" ไป๋เทียนจ้าวสั่ง บอดี้การ์ดรีบยกโทรศัพท์ขึ้นโทรเรียกคนขับรถ  

  ไป๋เทียนจ้าวพาทุกคนเดินวนมาจนถึงลิฟท์ตัวใหญ่ด้านหลังเวทีอย่างคนคุ้นเคยสถานที่ ลิฟท์ตัวนี้มีไว้สำหรับทีมงานและมีไว้สำหรับขนถ่ายอุปกรณ์ต่างๆ เขาขยับข้อมือให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเห็นริบบิ้นสีน้ำตาลทองของเว่ยปั๋วที่บ่งบอกสถานะวีไอพีที่สามารถเข้ามาด้านหลังเวทีได้ นักแสดงอย่างจูอี้หลงที่จะต้องขึ้นเวทีไปรับรางวัลหรือทำอย่างอื่นบนและหลังเวทีก็จะมีริบบิ้นอย่างนี้เหมือนกัน เพื่อที่จะได้เข้าออกด้านข้างและด้านหลังเวทีสดวก 

  ไป๋เทียนจ้าวใช้ลิฟท์ตัวใหญ่นั้นลงมาที่ลานจอดรถใต้ดิน พอเดินออกจากลิฟท์ รถลิมูซีนสีดำก็เข้ามาจอดเทียบ 

  "ทางเดินที่ต่อกับบันไดหนีไฟอยู่ทางไหน" เขาถามคนขับรถทันทีที่ก้าวขาเข้ามาในรถ  

  "เอารถไปจอดแถวนั้น" เขาสั่งโดยไม่รอฟังคำตอบ คนขับรถเป็นคนคุ้นเคยกับสถานที่จัดงาน และรับหน้าที่คอยบริการขับรถรับส่งแขก VVIP จึงหาที่จอดได้โดยไม่ยาก แถมยังเลือกจุดที่มองเห็นทางลาดนั้นได้ชัด อย่างคนรู้งาน 

... 

... 

 

  พอเดินพ้นทางโค้ง จูอี้หลงก็มองเห็นเผิงกวนอิงที่กำลังเดินขึ้นทางลาดมา 

  "กวนอิง" จูอี้หลงเรียกเบาๆแล้วเร่งฝีเท้าเป็นวิ่งลงทางลาดไป หลินชิงหูหยุดอยู่เพียงแค่ทางโค้ง เขาปักหลักอยู่ตรงนั้นคอยเฝ้าระวังอีกด้านหนึ่งเผื่อมีใครเดินลงมา เขาเพียงส่งสายตาตามร่างของจูอี้หลงที่พุ่งเข้าหาอ้อมแขนของเผิงกวนอิงตามแรงส่งของทางที่ลาดเอียง 

  เผิงกวนอิงอ้าแขนรับร่างที่โผมา เมื่อสัมผัสร่างที่อ่อนยวบทรุดลง เขาก็รีบคว้าต้นแขนทั้งสองข้างไว้ รับรู้ผ่านน้ำหนักที่ทิ้งลงมาว่าจูอี้หลงได้หมดสติลงแล้ว 

  "อาหลง!" เขาอุทาน เปลี่ยนจากรวบจับต้นแขนเป็นโอบกอดพยุงแผ่นหลังของจูอี้หลงไว้ ส่วนสูงที่ต่างกันทำให้เผิงกวนอิงไม่ต้องออกแรงมากนัก เขาก้มลงมองก็เห็นหน้าจูอี้หลงซีดมากจนแม้แต่รองพื้นและเครื่องสำอางค์ที่แต่งไว้บนใบหน้าก็ไม่สามารถปกปิดได้ เผิงกวนอิงกอดรัดแน่นขึ้นโดยใช้ทั้งแขนและมือนวดตามลำตัวและแผ่นหลังของจูอี้หลง 

  เหล่ยลี่ผวาเข้ามาจะกระชากเผิงกวนอิงออกมา แต่ก็ต้องชะงักลง เมื่อมองเห็นสีหน้าร้อนรนของนักแสดงในความดูแล จึงรู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับจูอี้หลงแล้ว 

  "อาหลง!" เผิงกวนอิงเรียกอีก เขาตบและนวดแผ่นหลังของเพื่อนแรงขึ้น จนจูอี้หลงไอและเริ่มมีสติ 

  "เป็นไงบ้าง" เผิงกวนอิงจับต้นแขนทั้งสองข้างของจูอี้หลง เขย่าเขาเพื่อเรียกสติ จูอี้หลงพยักหน้าบอกให้รู้ว่าเขาโอเคแล้ว .. น้ำ เผิงกวนอิงหันไปบอกเหล่ยลี่ ที่รีบเอากระเป๋าลงจากไหล่ เปิดหยิบกระติกน้ำออกมายื่นให้ 

  "มันเรื่องอะไรกัน นายคุยกับบอร์ดของ CCTV อยู่นี่นา" จูอี้หลงพยักหน้าตอบ รับน้ำมายกดื่ม 

  "กรรมการบอร์ดคนไหน" เผิงกวนอิงถาม พอประสานสายตากับจูอี้หลง เขาก็รู้คำตอบ .... ไป๋เทียนจ้าว!   

  "นายไม่ต้องใส่ใจคนสกุลไป๋ พวกนั้นไม่รู้จักจัดการลูกตัวเองแล้วมาระรานคนอื่น" เผิงกวนอิงโกรธ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมจูอี้หลงจึงเครียดถึงขนาดหน้ามืดวูบไปอย่างนี้ จากการถ่ายทำที่หนักหน่วงมาเจอเรื่องบีบคั้นทางจิตใจจนคงแทบทนไม่ไหว ถึงอย่างนั้นจูอี้หลงก็ยังอุตส่าห์ลงมาหาเขาถึงที่นี่... 

  "มะ ไม่ใช่" จูอี้หลงปฏิเสธ เผิงกวนอิงเลิกคิ้วถาม แล้วหันไปทางเหล่ยลี่ เอ่ยขอร้องว่าเขาอยากจะคุยกับจูอี้หลงสักครู่ เหล่ยลี่จึงเดินปลีกตัวลงไปทางด้านลานจอดรถ หลังจากพูดคุยกันเบาๆอยู่ครู่หนึ่ง เผิงกวนอิงก็เห็นหลินชิงหูเดินลงทางลาดมา 

  "พวกเขาไม่คิดขัดขวางอะไรนายกับเหล่าไป๋ก็ดีแล้วนี้นา ทางด้านคุณพ่อ ท่านก็ไม่ว่าอะไร นายก็น่าจะรู้จักพ่อตัวเองดีกว่าใครอยู่แล้ว" เผิงกวนอิงก้มลงพูดข้างหูจูอี้หลงที่ตอนนี้เอาหัวยันอยู่ที่แผ่นอกของเขา จูอี้หลงหมุนหัวที่ยันอยู่ไปมา จนผมที่เซ็ทไว้เสียทรง 

  "ไม่ ไม่ไหว หายใจไม่ออก พวกเขา... พวกเขา...เหล่าไป๋ทำฉันหายใจไม่ออก" จูอี้หลงหายใจหอบ ถึงเขาจะควบคุมตัวเองได้ดียามพูดคุยกับไป๋เทียนจ้าวและภรรยา แต่เขาก็สิ้นเปลืองพลังงานไปไม่ใช่น้อย  

  "งั้นตอนนี้ก็ไม่ต้องนึกถึงพวกเขา ไม่ต้องนึกถึงเหล่าไป๋... " เผิงกวนอิงผลักจูอี้หลงออกเบาๆ เอานิ้วชี้เข้าที่หน้าตัวเอง 

  "นึกถึงเผิงเพี่ยวเลี่ยงเข้าไว้" เขาบอกยิ้มๆ  

  "นายทำได้อยู่แล้ว" เขาตบต้นแขนทั้งสองข้างของจูอี้หลง แล้วจับเขาหมุนตัว หันหน้ากลับไปทางหลินชิงหูที่เดินมาถึงพอดี เขาเกร็งข้อมือผลักจูอี้หลงให้เดินหน้าออกไป จูอี้หลงก็ทำตามอย่างว่าง่าย 

  คนหนึ่งเดินขึ้นทางลาดไป อีกคนหนึ่งก็หมุนตัวกลับเดินลงทางลาดไปยังลานจอด เหล่ยลี่ถอนหายใจโล่งอก เปิดประตูให้เผิงกวนอิง แต่พวกเขาเดินเข้ามาในลานจอดรถได้ไม่ถึงห้าก้าวจูอี้หลงก็เปิดประตูพรวดวิ่งตามออกมา ยื่นกระติกน้ำสีน้ำเงินคืนมาให้ ... จะบ้าเหรอ เอามาคืนทำไม เผิงกวนอิงหัวเราะ ยื่นมือรับกระติก แต่กลับได้ร่างโปร่งบางของเพื่อนเข้ามาในอ้อมแขนแทน 

  "ขอบใจนะ" จูอี้หลงงึมงำ ... นายอย่าทิ้งฉันนะ เขาพูดอู้อี้เข้าใส่แผ่นอกภายใต้เสื้อโค้ทขนเป็ดของเผิงกวนอิงที่ครางอืมลงบนผมที่ยุ่งเหยิงบนอก จูอี้หลงเหมือนตุ๊กตาใส่ถ่านที่ได้ชาร์จไฟ เขาผละออกแล้วหมุนตัวกึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับไปหาหลินชิงหูที่เปิดประตูรออยู่ เขาผลุบเข้าไปข้างในโดยไม่หันกลับไปมองเผิงกวนอิง ใบหน้าที่ยังซีดเซียวเผยอรอยยิ้ม มั่นใจว่าเผิงกวนอิงยังมองตามมา ไม่ได้ไปไหน... แล้วก้มลงมองกระติกเธอร์มอสในมือ อ้าว ลืมถือติดมือกลับมาอีก ตั้งใจจะคืนให้แท้ๆ ....  

... 

... 

 

  "นี่แหละตัวปัญหา" ไป๋เทียนจ้าวพ่นลมหายใจออกทางจมูกดังฮึ หรี่ตามองภาพเบื้องหน้า 

  "ไม่ใช่" คุณนายจูไม่เห็นด้วย ไป๋เทียนจ้าวหันมามองหน้าภรรยา 

  "กอดกันกลมนั่นยังไม่ใช่ปัญหาเรอะ" เขาชี้นิ้วไปข้างหน้า ตรงที่เผิงกวนอิงยืนอยู่ 

  "จูเหล่าซือบอกว่าเป็นตัวเขาเองที่มีปัญหา" เธอยังยืนยันตามความเชื่อของเธอ ไป๋เทียนจ้าวเค้นเสียง เชอะ 

  "มีปัญหาที่เขารักคนอื่น ไม่ได้รักลูกของเรายังไงเล่า" เขากระแทกเสียง แล้วตบที่เบาะด้านหน้าซึ่งตั้งหันหลังชนกับเก้าอี้ของคนขับรถ  

  รถ VVIP ค่อยๆเคลื่อนตัวออกจากที่จอด แล่นผ่านเผิงกวนอิงกับเหล่ยลี่ ไป๋เทียนจ้าวกดสวิทช์เลื่อนกระจกลง เขาเขม่นมองเผิงกวนอิงที่หยุดเดินหันมาจ้องหน้าเขาตอบ 

  ไอ้เด็กเมื่อวานซืน.... คิดจะลองดีกับชั้นเรอะ ไป๋เทียนจ้าวคำรามในใจ 

  "อย่าแตะเผิงกวนอิง ถ้าคุณกล้ายุ่งกับเขาแม้แต่น้อย อาอวี่จะต้องเสียจูเหล่าซือไปตลอดกาลแน่ แล้วลูกจะเกลียดคุณไปชั่วชีวิต" .... คุณนายไป๋สำทับ 

  "ฉันไม่ได้ขู่นะ แล้วคุณก็อย่าคิดลองของล่ะ ถ้าคุณทำอาอวี่เสียใจคราวนี้ ฉัน... ฉันก็จะเลิกกับคุณแน่ๆ" คุณนายไป๋ขู่  

  ไป๋เทียนจ้าวปิดกระจกรถ แม้ว่านี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่คุณนายไป๋ขู่จะหย่า แต่ไป๋เทียนจ้าวก็ยอมหุบปากเงียบ ... ถึงอย่างนั้น นัยน์ตาของเขาก็ยังเป็นประกายระยิบระยับ... เหมือนเด็กที่มองเห็นของเล่นถูกใจอยู่เบื้องหน้า... คนสกุลไป๋ไม่เคยถอยให้ใคร ลองมาสู้กันสักตั้ง.... 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}