เจ้าชิบะ

ฝากสนับสนุนนิยายด้วยนะคะ

รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 19

ชื่อตอน : รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 19

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 32.1k

ความคิดเห็น : 39

ปรับปรุงล่าสุด : 20 พ.ค. 2562 23:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 19
แบบอักษร

19 

 

 

 

 

 

07.00 น.  

 

“ตกลงมึงจะไปตามไอ้เพลิงกับกู หรือจะไปเที่ยวครับ ไอ้คุณชาย” พีคยืนอึ้งกับชุดที่จัดเต็ม พร้อมกระเป๋าเสื้อผ้าใบใหญ่ของคนตรงหน้า กราฟถอดแว่นดำพร้อมฉีกยิ้มให้อย่างอารมณ์ดี 

“ไปเที่ยวไง ส่วนมึงไปตามไอ้เพลิง “กราฟตอบพลางไหวไหล่ขำๆ 

“งั้นมึงก็อยู่บ้านไปเลยไป กูไปคนเดียวได้” พีคบอกไล่เสียงเรียบ แต่กราฟส่ายหน้าปฏิเสธ 

“ไม่ได้ๆ พ่อกูไปด้วย ขืนมึงไปเองเค้าได้สงสัยพอดี ให้กูไปเนี่ยแหละดีที่สุด” กราฟบอก พีคถึงกับหลับตาถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย 

“แล้วนี่มึงจะไปรถคันเดียวกับกู หรือจะไปรถมึงเอง” พีคลืมตาถาม เพราะเห็นว่ากราฟไม่ได้หยิบกุญแจรถตัวเองมา 

“รถมึง กูขี้เกียจขับรถ ป่ะ ขึ้นรถไปได้แล้ว เดี๋ยวจะตามพ่อกูไปไม่ทัน” พูดจบ กราฟเดินเอากระเป๋าไปไว้หลังรถ ก่อนเดินย้อนกลับมาเปิดประตูเข้านั่งข้างๆคนขับ พีคถอนหายใจให้เพื่อนตัวเองอีกครั้ง แล้วเดินเข้ามานั่งที่คนขับด้วยความเพลีย ก่อนจะสตาร์ทรถขับออกไป เพื่อมุ่งหน้าสู่ราชบุรี 

 

******************************************* 

 

ณ จังหวัดราชบุรี อ.บางแพ 

 

ทางด้านเพลิง หลังทำเรื่องย้ายอัฐิแม่ที่วัดเดิม ก็นั่งรถตรงดิ่งมาที่บางแพทันที นั่งรถจากกรุงเทพมาได้ราวๆสองชั่วโมงกว่า คนขับรถของพ่อก็ขับเข้ามาจอดในวัดที่จัดงานศพของตาของเพลิง เพลิงทอดสายตาผ่านกระจกมองออกด้านนอก พลางจับอัฐิของแม่แน่น เมื่อคิดว่าถ้าเดินเข้าไปด้านในแล้ว เพลิงจะต้องยอมให้แม่อยู่ห่างจากตนเอง เพลิงนั่งเม้มปากลังเลอยู่พักนึง ก่อนจะถูกพ่อเรียกขัดขึ้นมา 

“เวลาตัดสินใจแกหมดตั้งแต่เหยียบตัวเองขึ้นรถแล้ว เพราะฉะนั้นอย่าชักช้า ลงรถซะ” เพลิงเหลือบมองพ่อหน่อยๆ ก่อนจะสูดหายใจเข้าก่อนผ่อนลมออกช้าๆ แล้วหันตัวเปิดประตูลงรถพร้อมถืออัฐิแม่ลงไป ตอนนี้ภายในวัดคนส่วนใหญ่มีแต่คนใส่เสื้อดำ ร่วมทั้งเพลิงและพ่อ เพลิงเดินตามหลังพ่อและคนขับรถเข้าไปศาลาด้านในเงียบ มีคนที่คุ้นหน้าบางคนแวะทักทายพ่อเขาอย่างมีมารยาท ด้วยความที่พ่อของเขามีฐานะแตกต่างจากคนในนี้อย่างชัดเจน แต่ก็มีบางคนมองเพลิงเหมือนสงสัยอะไรบางอย่างเหมือนกัน ซึ่งเพลิงก็ไม่ได้ใส่ใจมาก ก่อนที่คนขับรถพ่อจะมาขออัฐิแม่จากเขานำไปให้ญาติของเพลิง เพื่อนำไปวางร่วมประกอบพิธีใกล้ๆหิ้งพระในศาลา

“ไปไหว้ตาแกไป ส่วนเรื่องอัฐิแม่แก ทางญาติเค้าจะจัดการให้อีกที” พ่อเพลิงบอก ก่อนเดินนำไปที่หน้าโลงศพ เพื่อกราบไหว้ศพของคนรู้จัก ส่วนเพลิงก็นั่งลงไหว้ลาตาหลังจากพ่อลุกออกไป เพลิงเหมือนนั่งคุยอะไรในใจกับตาตัวเอง ก่อนจะลุกเดินแยกตัวไปนั่งเก้าอี้ด้านหลังคนเดียว พลางมองพ่อที่นั่งคุยกับแขกในงานอยู่เก้าอี้ไม้ด้านหน้าสุดอยู่แปปนึง ก่อนหยิบโทรศัพท์ส่งข้อความบอกเพื่อนที่ทำงานว่าวันนี้กับพรุ่งนี้คงไม่ได้เข้าไปทำงาน  

“ใช่..พี่เพลิงป่ะ” เสียงเรียกทักเหน่อๆของผู้หญิง ทำให้เพลิงเงยหน้าหันไปมอง ก่อนพบร่างของเด็กวัยรุ่นสองคนที่คาดว่าจะเป็นแฟนกัน กำลังยืนทักเขาอยู่ข้างๆ 

“ครับ” เพลิงตอบเสียงเรียบ ไม่แน่ใจว่าเด็กตรงหน้าใช่คนรู้จักหรือเปล่า 

“ว่าล่ะ เห็นหน้าคุ้นๆก็คิดว่าต้องใช่ลูกของน้าแพรแน่ๆ และก็ใช่จริงๆด้วย” เสียงแจ๋นสำเหนียงเหน๋อพูดบอก ทำเอาเพลิงย่นคิ้ว เมื่อจู่ๆอีกฝ่ายรู้จักชื่อเล่นแม่เขา 

“น้องเป็นใครน่ะ ทำไมรู้จักแม่พี่ด้วย” เพลิงย่นคิ้วถาม 

“เอ้า อย่าบอกนะว่าไปอยู่กรุงเทพจนลืมคนที่นี่ หนูไง เปีย ลูกแม่หน่อย น้องสาวแม่พี่อ่ะ แล้วไอ้นี่ก็แฟนหนู” เปียบอกพร้อมแนะนำแฟนตัวเองที่ไม่ต่างจากเด็กแว๊นเท่าไร เพลิงนั่งระลึกอยู่สักพัก เพราะไม่ได้อยู่ที่นี่นานหลายปี ก่อนจะนึกหน้าเด็กผู้หญิงแก่แดดที่เคยอยู่กับเขาตอนเด็กๆ สลับกับมองหน้าเปีย ก่อนจะเลิกคิ้วทำปากอ๋อ เมื่อรู้ว่าเด็กคนนี้เป็นเด็กคนเดียวกันกับเมื่อตอนนั้น 

“อ๋อ เปียนี่เอง โตเป็นสาวแล้วนี่” เพลิงปรับสีหน้าพูดคุยปกติ 

“พี่นั่นแหละ ไปอยู่กรุงเทพไม่โผล่หน้ามาเลย ยายก็ถามถึงตลอด แม่ก็บอกว่าพี่ย้ายไปอยู่กับคนรวยจนลืมกำพืดที่ต่างจังหวัด” เปียพูดเหมือนไม่ได้คิดอะไร แค่ฟังจากสิ่งที่แม่พูดเท่านั้น แต่ทว่าสิ่งที่ได้ยิน ทำเอาเพลิงสะอึกทันที ไม่คิดว่าน้าที่รู้จักจะพูดถึงเขาแบบนั้น  

“พี่ไม่ได้ลืม แต่พี่มีเรียนอยู่ที่กรุงเทพ พี่เลยกลับมาที่นี่ไม่ได้น่ะ” เพลิงยิ้มฝืด รีบอธิบายเรื่องตัวเองให้น้องฟัง ก่อนจะเข้าใจอะไรผิดไปมากกว่านี้ แต่ดูเหมือนกว่าเปียจะได้พูดอะไรต่อ ครอบครัวน้าฝั่งแม่ก็เดินเข้ามาหาเสียก่อน 

“ว่าไงตาเพลิง หายหน้าไปนานเชียวนะ แหม โตขึ้นแล้วหล่อจังลูก” น้าหน่อยทักด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เพลิงยกมือไหวยิ้มตอบ แต่ไม่มากเท่าอีกฝ่าย 

“แล้วนี่กับพ่อเราเป็นยังไงบ้าง เค้าดีกับเราบ้างมั้ย หลังเอาเราไปอยู่ด้วย” น้ายังคงถาม เพลิงยิ้มฝืดให้ ก่อนจะตอบอีกฝ่าย 

“ก็..ดีมั้งครับ “ เพลิงไม่ได้ตอบความจริง

“งั้นหรอ ดีแล้วๆ เวลาเค้ายกมรดกให้ จะได้มีชื่อเราอยู่ในนั้นด้วย ..ยังไงเราก็เป็นลูกเค้า ทำตัวดีๆกับเค้าไว้ล่ะ” เพลิงนั่งผงะ เมื่อได้ยินสิ่งที่น้าพูดบอก แต่ก็ไม่ได้แสดงอะไรออกมาทางสีหน้า พร้อมยิ้มน้อยๆพยักหน้าให้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ...หน้าเงิน จะกี่ปีๆ ครอบครัวน้าเขาก็ยังหน้าเงินอยู่วันยังค่ำ และเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้แม่ต้องกลับออกไปทำงานหนักที่กรุงเทพอีกครั้ง  

“แล้วนี่ปกติพ่อแกเค้าให้เงินใช้เดือนละเท่าไรล่ะ” ไม่ใช่น้าหน่อย แต่เป็นสามีของเขาที่ถาม เพลิงเหลือบมองจ้องหน้าลุงอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไร เพราะเขาไม่ใช่คนในสายเลือดและก็ไม่ได้สนิทกับเพลิงและแม่เลย

“ไม่ถึงหมื่นครับ “ เพลิงตอบไปอย่างเย็นชา ไม่ได้บอกว่าจริงๆแล้วใครเป็นคนให้เงิน เพื่อไม่ให้คนพวกนี้ก้าวก่ายไปมากกว่านี้  

“อะไรกัน แกเป็นถึงลูกชายคนคนนั้น แล้วให้เงินไม่ถึงหมื่น มันไม่น่าเกลียดไปหรอ บ้านรวยซะขนาดนั้น” ลุงยังคงไม่หยุดคุยกับเพลิง แถมทำหน้าหงุดหงิดเมื่อได้ยินรายรับของเพลิง แต่กลายเป็นว่าเพลิงเองก็ฉุนกึก ที่ลุงมาวุ่นวายเรื่องของเขา

“คุณอาจจะลืมไปนะครับ ว่าผมไม่ใช่ลูกของภรรยาที่ถูกกฎหมาย แต่เป็นลูกของคนที่ไปเที่ยวกลางคืนแล้วดันพลาดทำผู้หญิงคนนึงท้องเท่านั้น” ว่าจบ เพลิงรีบลุกออกจากตรงนั้นอย่างไม่สบอารมณ์ แล้วตรงไปยังลานวัดคนเดียว ปล่อยครอบครัวของน้าต่างยืนงงที่เพลิงดูมีท่าทีเย็นชาพวกเขา 

เพลิงเดินหนีน้าออกมาด้านนอก และตอนนี้ก็อยู่บริเวณลานวัดคนเดียว โชคดีที่ว่าวัดนี้ปลูกต้นไม้ค่อนข้างเยอะ ทำให้ลานวัดร้อนๆมีที่ร่มให้นั่งพักได้ เพลิงมองหาที่นั่งอยู่แปปนึง ทว่าสายตาไปเหลือบเห็นใครบางคนที่คุ้นตา ใจเพลิงเต้นรัวเมื่อเห็นแผ่นหลังนั้น พลางยิ้มใจชื้นปนเศร้า ก่อนเดินเข้าไปยืนอยู่ข้างๆ 

“ยาย” เสียงเรียกทักอ่อนโยนด้วยความคิดถึงของเพลิง ทำให้หญิงชราหันมามองช้าๆ ใบหน้าเศร้าหมองอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะยิ้มขึ้นเมื่อจำได้ว่าเป็นหลานชายของตัวเอง 

“เพลิงหรอลูก” เสียงสั่นเครือตามอายุ เรียกชื่อเพลิง เพลิงยิ้มขึ้นช้าๆ ดีใจที่ยายยังจำเขาได้ 

“เพลิงเองครับ ยาย..มานั่งทำอะไรตรงนี้หรอ” เพลิงยิ้มถาม ซึ่งยายก็ยิ้มกลับด้วยความอ่อนโยน พร้อมตบม้านั่งให้เพลิงลงมานั่งข้างๆ 

“ยายมานั่งตากลมน่ะ อยู่ในนั่นมันวุ่นวาย เราเองก็คิดแบบนั้นใช่มั้ย” ยายพูดขณะทอดมองไปข้างนอก 

“ครับ” เพลิงพยักหน้าเห็นด้วย  

“มาคนเดี๋ยวหรอลูก” ยายถาม 

“เปล่าครับ ผมมากับพ่อน่ะ”  

“มากับตาวิเชียรงั้นรึ ก็ทำหน้าที่พ่อเป็นเหมือนกันหนิ” ยายยิ้มพูด นึกขำในใจที่พ่อของเพลิงยอมพาเพลิงมาที่นี่ด้วยตัวเอง 

“เปล่าหรอกครับ เค้าแค่แวะมาตามมารยาท แล้วก็ไปทำเรื่องย้ายแม่ให้ผมที่วัดเก่าด้วย เลย..มาด้วยกัน” เพลิงพูดบอกตามที่คิดและแผ่วลงเรื่อยๆ ยายเอื้อมมือไปลูบหัวหลานอย่างแผ่วเบาพร้อมมองเพลิงอย่างเอ็นดู 

“ยายเคยสอนแม่เราเรื่องเหรียญสองด้าน และคิดว่าแม่เราก็คงจะเคยสอนเราเหมือนกัน เพลิงรู้มัย มันไม่มีพ่อแม่คนไหนที่จะละเลยจากลูกจริงๆหรอก บางที..เบื้องหลังของเค้า อาจไม่ใช่อย่างที่เราเห็นก็ได้ ยายยังเชื่อนะ ว่าพ่อเรา ลึกๆแล้วเค้าก็เป็นห่วงเพลิงเหมือนลูกคนนึง แต่เค้าแค่แสดงออกมาเหมือนพ่อคนอื่นไม่เป็นเท่านั้น ยิ่งเค้าเจอเพลิงตอนเรียนมัธยมแล้ว เพลิงก็มีความคิดเป็นของตัวเอง มันเลยยาก..ที่จะแสดงให้เพลิงเห็น ว่าเค้าแคร์เรา” ยายพูดพลางลูบหัวเพลิงด้วยความอ่อนโยน ในขณะที่เพลิงนั่งนิ่งคิดตามที่ยายพูด แต่ก็ยิ้มอ่อนออกมา  

“เค้า ยังไงก็เป็นเค้าอยู่วันยังค่ำแหละครับ พ่อไม่เคยพูดบอกอะไรกับผมเหมือนลูกคนอื่นเลย วันเกิดผมจริงๆก็ยังไม่รู้” เพลิงบอกเสียงนอยด์ 

“แต่ยายยังยืนยันคำเดิมนะ และยายก็คิดว่าเราไม่สบายอยู่ด้วย ใช่มั้ย” ยายยิ้มบอก ก่อนลดมือมาอังหน้าผาก รับรู้ได้ถึงความร้อนจากร่างกายของเพลิง เพลิงพยักหน้าน้อยๆ 

“ฮะ ไม่สบายนิดหน่อยครับ” 

“มา..มานี่มา มาให้ยายกอดหน่อย” ว่าจบ ยายก็ดันหัวเพลิงให้ลงซบกับไหล่ พลางโอบไหล่ลูบหัวเพลิงเบาๆ เพลิงที่ซบลงไหล่ของยาย เลื่อนมือเข้ากอดเอวยายด้วยความคิดถึง ปล่อยตัวเองเหมือนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง  

“ยาย เพลิงเหนื่อยจังเลย” เพลิงเริ่มพูดอีกครั้ง ด้วยความตัดพ้อตนเอง 

“ไม่มีใครไม่เหนื่อยหรอกลูก ยายเองก็เหนื่อย แม่เราเองก็เหนื่อย คนอื่นๆก็เหนื่อย ชีวิตนี้ทุกคนต้องเผชิญกับความเหนื่อยของตัวเองทั้งนั้น”  

“แล้วเวลายายเหนื่อย ยายทำยังไงให้หายเหนื่อยบ้างมั้ย” เพลิงถามเสียงแผ่วอย่างสงสัย 

“ไม่มีอะไรทำให้หายเหนื่อยได้หรอกลูก แต่ยายมีตาอยู่ข้างๆ เวลายายเหนื่อยนะ ตาเค้าจะเข้ามาจับมือยาย แล้วก็บอกกับยายว่า ‘ไม่เป็นไรนะเธอ เดี๋ยวมันก็ผ่านไป’ มันเหมือนเป็นยาทางใจ ที่ทำให้ยายไม่เคยท้อให้กับชีวิตที่ลำบากเลย“ เพลิงเหลือบมองยาย เห็นว่ายายยิ้มอย่างมีความสุขยามที่พูดถึงตา เพลิงยิ้มตามยาย ก่อนมองตรงกลับไปที่เดิม 

“แล้วยายไม่เสียใจหรอครับ ที่ตาไม่อยู่กับยายแล้ว” เพลิงถาม สีหน้าเศร้าลง 

“เสียใจสิ แต่อายุขนาดนี้แล้ว จะมานั่งเสียใจเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้หรอก ยายกลัวว่าตาจะเสียใจตามยายเสียเปล่า ยายอยากให้ตาไปอย่างมีความสุขน่ะ” เสียงพูดจากใจ ทำให้เพลิงชะงัก คิดไม่ถึงว่ายายจะมีความคิดแบบนี้ เพลิงยิ้มบางๆเห็นด้วยกับที่ยายคิด ก่อนจะกอดยายแน่น พลางหันหน้าก้มลงซบกับไหล่ของยาย  

“ผมก็อยากให้แม่มีความสุขเหมือนกัน... อึ่ก ยายครับ ผมฝากยายดูแลแม่หน่อยได้มั้ย” ยายที่จับน้ำเสียงสั่นเครือของหลานชาย รีบขยับโอบกอดศรีษะกับไหล่ของเพลิง พลางตบไหล่ปลอบอย่างอบอุ่น

“แม่เรากลับมาอยู่กับยายแล้วน้าา เพราะงั้น..ไม่เป็นไรแล้วนะลูก” น้ำเสียงปลอบประโลม และคำว่าไม่เป็นไร เหมือนปลดล็อคความรู้สึกที่อึดอัดมานานของเพลิง น้ำตาที่กั้นไว้มานาน ไหลพรากลงมาอย่างไม่ปิดบัง เพลิงนั่งซบไหล่กอดยายร้องไห้สะอื้นอย่างหนักหน่วง ยายกอดปลอบหลานแน่น เอนหัวซบแนบกับเส้นผมของเพลิง พลางลูบหัวปลอบด้วยความอบอุ่น ..หลานรักของเขายังขี้แยเหมือนเดิมทุกอย่าง  

“เจ้าลูกหมาของยาย ยังขี้แยเหมือนเดิมเลยนะ” 

 

 

************************************************* 

 

12.45 น.  

 

 

“ตรงตามถนนเลยครับ เลยพิพิธภัณฑ์ไปหน่อย พอเจอป้ายวัด พวกคุณก็เลี้ยวซ้ายตรงเข้าไปเลย” 

“ขอบคุณมากครับ” กราฟยิ้มขอบคุณ ก่อนจะปิดกระจกสะกิดเพื่อนให้ขับรถตรงไป 

“ห่า ไหนว่ารู้ เป็นไง ขับอยู่ดีๆ โผล่เข้ากาญฯซะงั้น” พีคหันมาพูดแขวะกราฟ ก่อนมองถนนขับรถไปต่อ 

“โทษกูไม่ได้นะเว้ย ใครจะไปคิดล่ะว่าสิริจะพากูออกทางข้ามจังหวัด แล้วพ่อกูดูเหมือนจะปิดGPS อีก กูถึงได้พึ่งสิริเนี่ย” กราฟบ่นยาวอย่างนอยด์ๆ เมื่อถูกเพื่อนว่า 

“ไปซื้อโทรศัพท์ใหม่ไป วันหลังจะได้ไม่งงทาง” พีคบอกไล่ 

“ไอ้สัด” กราฟหันมายิ้มด่า 

พีคขับรถมาตามทางที่แวะถามคนในพื้นที่ ขับรถเลยพิพิธภัณฑ์ได้ไม่นาน พีคก็เจอป้าย ก่อนเลี้ยวรถเข้าซอยวัดไปทางด้านใน ก่อนจะขับรถมาจอดและต่างพากันลงจากรถบิดขี้เกียจไล่ความเหนื่อย พีคยืนมองศาลาวัดใกล้ๆ พลางย่นคิ้วงง เมื่อตอนนี้มีงานศพอยู่ตั้งสองศาลา 

“มึงได้โทรถามพ่อมึงยัง” พีคหันไปถามกราฟที่ยืนอยู่อีกฝั่งของรถ 

“โทรอะไรล่ะ เดี๋ยวเค้าก็รู้หรอกว่าเราตามมา” กราฟว่า 

“นี่คือมึงจะเนียน บังเอิญว่ามาเที่ยวแล้วเจอพ่อมึง งี้?”  

“แม่นแล้ว เดินๆดูไปเหอะ เจอหน้าพ่อกูเมื่อไร แสดงว่าอยู่ศาลานั้นแหละ” กราฟพูด ก่อนเดินอ้อมมาสะกิดเพื่อนให้เดินตาม พีคเดินตามกราฟด้วยความเซ็ง แต่ก็เร่งฝีเท้าเพื่อเจอใครบางคนที่อยู่ในงานนี้ พีคกับกราฟยืนมองหาเพลิงที่ด้านในศาลาแรก แต่ก็ไม่พบ จึงเดินออกมาดูอีกศาลานึง กราฟดูไปดูมา สายตาก็ไปปะทะกับพ่อของเขาที่นั่งอยู่เก้าอี้หน้าสุด ก่อนจะเรียกพีคให้เดินเข้าไปข้างใน ทั้งคู่เดินเข้ามาพร้อมกัน โดยมีสายตาคนในงานมองอย่างสงสัยเพราะไม่ได้ใส่ชุดดำ แต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้สนใจ จนกระทั่งเดินมาหยุดยืนอยู่ข้างพ่อของกราฟ 

“พ่อ” กราฟเรียก ทำให้คนนั่งอยู่เฉยๆเงยหน้ามอง 

“เจ้ากราฟ แกมาได้ไงเนี่ย” พ่อถามกราฟตกใจ แต่ใบหน้าไม่ได้แสดงท่าทีตกใจเหมือนน้ำเสียงที่พูดออกมา 

“ผมมาเที่ยวกับไอ้พีคมัน พอดีแวะมาไหว้พระแล้วเห็นเหมือนคนขับรถพ่ออยู่แถวนี้ ผมเลยมาดูว่าพ่ออยู่ด้วยมั้ย บังเอิญเนอะ” กราฟฉีกยิ้มหน้าระรื่น ทำเหมือนว่าบังเอิญจริงๆ ส่วนพีคยืนนิ่งไม่ออกความเห็น แต่ลึกๆในใจกำลังด่ากราฟว่าตอแหลอยู่ 

“แล้วพีค นึกไงแกถึงได้มาเที่ยวกับไอ้กราฟล่ะ” พ่อหันมาสนใจพีคที่ยืนอยู่หลังกราฟ พีคยกมือไหว้ ไม่ได้รู้สึกตกใจกับการเรียกของพ่อกราฟเท่าไร เพราะเขารู้จักกับพ่อกราฟมาตั้งแต่สมัยเรียน 

“หาที่คลายเครียดน่ะครับ ช่วงนี้ที่ร้านมีเรื่องให้ปวดหัวบ่อย” พีคตอบกึ่งเรื่องจริง พ่อเลยไม่ได้สงสัยอะไร ก่อนจะหันกลับไปมองลูกชายอีกครั้ง 

“แล้วนี่พ่อมางานศพใครน่ะ ไม่เห็นบอกผมเลย” กราฟถาม เมื่อเห็นรูปคนแก่ไม่คุ้นหน้า 

“ตาเจ้าเพลิงมันน่ะ เสียเมื่อไม่กี่วันก่อน” พ่อตอบเสียงเรียบ ทำเอาทั้งพีคทั้งกราฟชะงักไปทันที ก่อนที่ทั้งคู่จะมองหน้ากัน แล้วหันไปมองพ่ออีกครั้ง 

“แสดงว่าไอ้เพลิงอยู่ที่นี่ด้วยน่ะดิ ใช่มั้ยพ่อ” กราฟถามอีกครั้ง 

“ใช่ แต่ออกไปไหนชั้นไม่รู้หรอกนะ เห็นว่าหายไปทั้งนานแล้ว” พ่อของกราฟตอบ ก่อนก้มไปหยิบโทรศัพท์เมื่อมีคนโทรเข้ามา  

พีคกับกราฟมองหน้ากันอีกครั้ง ก่อนจะเดินออกไปหาเพลิงด้านนอก ทั้งคู่ไม่ได้ไปไหนไกล เดินอยู่บริเวณลานวัดใกล้ๆ พร้อมมองหาเพลิงตามม้านั่งใต้ต้นไม้ ก่อนจะสะดุดกับร่างหญิงชราที่นั่งอยู่ใต้ต้นไม้กับผู้ชายคนนึงที่นอนตะแคงหนุนตักเธออยู่ พีคเดินเข้าหาอย่างไม่รีรอ ส่วนกราฟที่เตรียมเดินไปทางอื่นต้องรีบเร่งเท้าเดินตามพีคไปอย่างงงๆ จนในที่สุดทั้งคู่ก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าม้านั่งของหญิงชราและร่างที่หลับอยู่ของใครบางคน 

“ไอ้เพลิง?” พีคเรียกชื่อเหมือนยืนยันตัวตนอยู่คนเดียว พร้อมก้มมองคนที่นอนอยู่บนตักด้วยท่าทีสบายกว่าทุกที ส่วนคุณยายที่นั่งให้เพลิงหนุนตักเงยหน้ามอง พลางยิ้มให้อย่างอบอุ่น 

“สวัสดีจ่ะ” ยายยิ้มทัก จนเพีคกับกราฟต้องรีบยกมือไหว้ 

“สวัสดีครับ / สวัสดีครับ “ 

“เพื่อนเพลิงหรอลูก ยายเห็นเราเรียก” ยายถามทั้งสองคน 

“ผมเป็นพี่ชายเพลิงครับยาย พอดีพึ่งขับรถตามมาถึงเมื่อกี้” กราฟรีบพูดบอก แต่ไม่ได้อธิบายสาเหตุหลักๆให้ยายได้ฟัง  

“อ่อ เดี๋ยวยายปลุกเพลิงให้แล้วกัน น้องเค้านอนแบบนี้มาเป็นชั่วโมงแล้ว เหน็บท่าจะกินขายายซะแล้วแหละ” ยายบอกขำๆ ก่อนจะตบแขนเพลิงเบาๆเพื่อปลุกเด็กขี้เซาบนตัก เพลิงที่ถูกปลุก สะลึมสะลือตื่นขึ้นมา พลางมองรอบๆเพื่อปรับสายตา ตอนแรกเห็นว่าเป็นยาย เพลิงก็ไม่ได้อะไรมาก แต่เมื่อเอียงตัวเตรียมลุกนั่ง เพลิงกลับเห็นพีคยืนอยู่ตรงหน้า ด้วยความที่คิดว่าตาฝาด เพลิงลองขยี้ตาแล้วมองพีคใหม่ ก่อนจะเบิกตากว้าง เด้งตัวขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว 

“ไอ้เหี้ยพีค! อุย..” เพลิงตะโกนตกใจลั่นอย่างหยาบคาย ก่อนจะรีบยกมือปิดปาก ลืมไปว่ายายนั่งอยู่ข้างๆ 

“มาได้ไงวะ?” เพลิงลดมือออกจากปาก แล้วถามพีคด้วยความอึ้งอีกครั้ง พีคยกยิ้มมุมปากเมื่อเจอคนที่ตามหา 

“ขับรถมาไง “ พีคตอบเสียงเรียบ

“แล้วมึงรู้ได้ไงว่ากูอยู่ที่นี่ กูจำได้ว่า... เหี้ย!!” เพลิงกำลังถามพีคด้วยความงง แต่สายตาดันเหลือบไปเห็นกราฟที่ยืนอยู่ข้างๆ ก่อนจะดีดตัวลุกเดินถอยหลังไปหลบอยู่หลังย้ายด้วยอาการตื่นตกใจ ส่วนทางกราฟยิ้มแห้งหน้าเสียสุดๆ เมื่อถูกน้องชายด่าอัดหน้าด้วยความตกใจ 

“เหอะ เจอหน้ากูก็ให้พรเลยนะ” กราฟว่า ในขณะที่เพลิงจ้องเขม็งมาที่เขาอย่างไม่สบอารมณ์ “ ไม่กระโดดกัดคอกูเลยล่ะ ไอ้เพลิง” 

“เสือก!” เพลิงตะโกนด่า ทำเอากราฟถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย เพลิงยังคงต่อต้านเขาเหมือนเดิม 

“เพลิง นิสัยไม่ดีเลยนะ ไปว่าพี่เค้าทำไมล่ะนั่น” ยายเงยหน้าหันไปเอ็ดเพลิง จนเพลิงย่นคิ้วทำหน้างอใส่ยาย พลางบุ้ยปากแย้งเรื่องของกราฟ 

“มันไม่ใช่พี่ผมซะหน่อย” 

“ไม่เป็นไรครับยาย ไอ้นี่มันไม่ชอบขี้หน้าผมมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ผมชินแล้วแหละ” กราฟหันไปยิ้มบอกยายด้วยท่าทีไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไร พลางเหลือบไปมองเพลิงด้านหลังที่กำลังชักสีหน้าใส่เขาอยู่ 

“ทำไมพวกมึงถึงมาที่นี่ได้ กูจำได้ว่าไม่ได้บอกใครสักคน รวมทั้งมึงด้วยไอ้กราฟ เสนอหน้ามาทำไม!” เพลิงถามอย่างสงสัย แต่ก็หันไปชี้หน้าขึ้นเสียงใส่กราฟอย่างทุกที 

“กูเนี่ยแหละพาไอ้พีคมา แล้วกูตั้งใจมาเที่ยว ไม่ได้มาหามึง” กราฟตอบกลับเพลิง ทั้งที่จริงเขาเองก็อยากเจอน้องชายอยู่ส่วนนึง 

“จะเที่ยวก็ไปเที่ยวดิ จะมายืนหน้าเสนอหน้าอยู่ทำไม” เพลิงพูดไล่ 

“เอ้า ถามโง่ๆ ก็กูมารถคันเดียวกับไอ้พีค จะให้กูไปไหนเองได้ห๊ะ แล้วมันตั้งใจมาตามมึง กูก็แค่ติดสอยห้อยท้ายมาด้วย ถึงได้มายืนเสนอหน้าเป็นพี่ชายที่แสนดีอยู่ในวัดนี้ไงล่ะ” กราฟยิ้มบอกอย่างขำๆ แถมยังแอบอวยตัวเอง ทำเอาเพลิงหน้าเหยเก คิ้วกระตุก เมื่อได้ยินคำที่ติดขัดอยู่ในประโยคนั้น 

“พี่ชายแสนดีหน้ามึงดิ!”  

“เฮ้ยๆ พอเลย อะไรของพวกมึงวะเนี่ย จะทะเลาะกัน มึงช่วยเกรงใจยายที่นั่งอยู่ด้วย” พีคต้องรีบพูดห้ามระหว่างเพลิงกับกราฟ เพราะเห็นว่ามีผู้ใหญ่นั่งคั่นอยู่ตรงกลางของทั้งคู่ มันจะกลายเป็นการด่าข้ามหัวผู้ใหญ่ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องดี ส่วนเพลิงกับกราฟยอมหุบปากเงียบ แต่สายตายังจ้องเขม็งมาที่กราฟ กราฟเองก็ส่งยิ้มไปที่เพลิงอย่างไม่เกรงกลัว 

“ฮ่าๆ ไม่เป็นไรลูก ไม่เป็นไร แล้วนี่ทั้งคู่ได้ไปไหว้ตากันข้างในหรือยังล่ะ ถ้ายัง เดี๋ยวยายพาไปไหว้” ว่าจบ ยายก็ค่อยๆลุกขึ้นยืน โดยมีผู้ชายสามคนที่กรู่เข้าไปช่วยประคองพร้อมกัน เพลิงผงะเมื่อเห็นคนไม่เกี่ยวข้องกับยายเข้ามาช่วยสองคน เพลิงรีบย่นคิ้วถลึงตาใส่ เพื่อให้สองคนนั้นหลีกไป พีคยอมหลีกให้ แต่กราฟไม่ได้หลีก กลับรีบประคองแขนยายแน่นขึ้น 

“ยายครับ ยายไปกับผมดีกว่าเนอะ ผมมีเรื่องจะคุยกับยายด้วย” กราฟพูดขึ้น 

“เอาสิ ว่าแต่เรื่องอะไรล่ะ” ยายยิ้มถาม ก่อนกราฟจะก้มลงไปกระซิบบอก ซึ่งนั่นทำให้ยายยิ้มกว้างขึ้นอย่างอารมณ์ดี แล้วยอมเดินนำหน้าออกไปกับกราฟ ปล่อยให้เพลิงยืนงงที่ยายให้กราฟพาเดินไปแทน ก่อนจะเดินหน้ามุ้ยตามหลังไปอย่างหงุดหงิด 

“หนีมาแบบนี้ ไม่กลัวตายหรือยังไง ไอ้เพลิง” เสียงเย็นยะเยือกดังขึ้นข้างๆ พร้อมมือของพีคที่จับบีบหลังคอเบาๆ ทำเอาเพลิงกลืนน้ำลายฝืดลงคอ เสียวสันหลังขึ้นมาทันที ลืมไปเลยว่าตัวเองมาที่นี่โดยไม่ได้บอกพีค 

“กูไม่ได้หนี” เพลิงบอกปฏิเสธ ขณะเดินตามหลังยายไม่ไกล ใจเต้นระรัว กลัวว่าพีคจะโมโหที่ตัวเองมานี่โดยไม่ได้บอก 

“ไม่ได้หนี แล้วทำไมไม่โทรบอกกูห๊ะ” พีคว่าเสียงดุ แต่ไม่ได้พูดดัง ได้ยินกันแค่สองคนเท่านั้น 

“กู..ลืม” เพลิงบอกราวกับยอมรับผิด เขาลืมจริงๆเรื่องที่ต้องโทรบอกพีค เพลิงเหล่มองพีคนิดหนึ่งเพื่อเช็คว่าพีคกำลังอยู่อารมณ์ไหน แต่หน้ากลับนิ่งเดายาก จนเพลิงแอบคิดว่าพีคกำลังโกรธแน่ๆ  

“เฮ้อ.. ช่างเหอะ มึงไม่ได้หนีกูจริงๆก็ดีแล้ว” พีคถอนหายใจทิ้ง พร้อมพูดบอกด้วยน้ำเสียงปกติ เหมือนไม่ได้โกรธหรือโมโห ทำเอาเพลิงมองด้วยความแปลกใจ  

“มึง..ไม่โกรธกูหรอ” เพลิงถามอย่างไม่แน่ใจมากนัก 

“ไอ้โกรธน่ะ มันโกรธ แต่พอเห็นธุระของมึง ทำเอากูโกรธไม่ลงเลย ..เสียใจด้วยนะ” พีคยกยิ้มน้อยๆ ก่อนเคลื่อนมือย้ายมาขยี้หัวเพลิงเบาๆ เหมือนเป็นการปลอบประโลม 

“อืม” เพลิงตอบสั้นๆไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่มุมปากทั้งสองข้างกลับยกยิ้มขึ้นมาจางๆ ไม่ให้ใครได้เห็น ก่อนเดินข้างๆพีคตามหลังยายกลับไปที่ศาลาตามเดิม 

 

 

 

20.20 น. 

 

“ตกลงพ่อจะกลับเลยหรอ ผมนึกว่าพ่ออยู่ถึงวันสุดท้ายซะอีก” กราฟเดินออกมาส่งพ่อขึ้นรถ หลังจบการสวดศพของวันนี้ พร้อมถามพ่อด้วยความอยากรู้ 

“มีงานด่วนเข้ามา พรุ่งนี้ชั้นต้องลงไปพัทยาแต่เช้า คงอยู่ต่อไม่ได้” พ่อบอก 

“หว้าา นึกว่าจะอยู่ต่อซะอีก กะชวนเที่ยวซะหน่อย” กราฟพูดบอกทีเล่นทีจริง แต่คนเป็นพ่อกลับส่ายหน้าไปมา 

“ชั้นไม่ได้มีเวลาว่างเหมือนแกนะเจ้ากราฟ งานที่โรงแรมก็ไม่ค่อยเข้าไปดู รายได้ตกขึ้นมาชั้นจะถอดชื่อแกออกจากโรงแรมค่อยดู” คนเป็นพ่อพูดขู่ลูกชายวัยยี่สิบห้า ทำเอากราฟหน้าเจือนไปทันที 

“ไม่ตกหรอก ผมซะอย่าง แล้วนี่พ่อจะเอาเพลิงกลับไปด้วยมั้ย” กราฟถาม 

“ไม่ ชั้นฝากแกเอามันไปด้วยแล้วกัน เจ้านั่นมันอยากส่งตาถึงวันสุดท้าย” ว่าจบ พ่อกราฟหันกลับขึ้นรถทันที ก่อนที่คนขับรถจะปิดประตู แล้วเดินอ้อมกลับไปที่ประจำของตัวเอง 

“อ้าวพ่อ ทิ้งกันไปดื้อๆแบบนี้เนี่ยนะ” กราฟตะโกนเรียกพ่อในรถ ขณะที่รถขยับตัวออกไป ทิ้งให้ลูกชายตัวดียืนเกาหัวแกร่กๆอยู่ที่เดิม ก่อนจะไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจ แล้วเดินกลับไปหาพีคด้านใน โดยในนั่นมีพีคกับเพลิงและยายเพลิงยืนคุยกันอยู่ 

“คุณอาไปแล้วหรอ” พีคถาม 

“เออ เค้าทิ้งให้ไอ้เพลิงอยู่กับกูเนี่ย แล้วนี่จะกลับเลยมั้ย จะได้หาที่พักตอนช่วงที่ยังมีคนอยู่” กราฟพูดบ่น พร้อมถามพีค แต่เพลิงที่ยืนอยู่ข้างๆกลับได้ยิน เบิกตากว้างมองกราฟงง 

“เมื่อกี้มึงว่าไงนะ พ่อทิ้งกูไว้กับมึงเนี่ยนะ!” เพลิงถามลั่น 

“เออ พ่อพูดแบบนั้นแหละ และมึงก็ปฏิเสธไม่ได้ด้วย เพราะยังไงขากลับ มึงก็ต้องกลับกรุงเทพพร้อมพวกกูอยู่ดี” 

“เหี้ย.. ทำไมเป็นงี้วะ” เพลิงด่าพึมพำกับตัวเองอย่างขัดใจ

“นี่ ไอ้เพลิง กูรู้นะว่าเรื่องนี้กูผิด แต่มึงก็อย่าลืม ว่ามึงก็ผิดด้วย กูว่าช่วงที่เราอยู่ด้วยกันตอนนี้ เรามาสมานฉันท์ดีกว่านะ มันดีกว่าที่มึงจะต้องมาอคติไม่ชอบขี้หน้ากูตลอดทั้งวัน” คราวนี้กราฟเริ่มเล่นบทพี่ชาย ที่น้อยครั้งจะแสดงออกมา เพลิงหลบตา เม้มปากมองไปทางอื่น ไม่อยากที่จะยอมรับ ก่อนจะสะดุ้งน้อยๆ เมื่อยายยื่นมือมาแตะแขน 

“ถือว่ายายขอนะลูก” เพลิงก้มมองยายที่อยู่ข้างๆนึกคิดเรื่องที่ยายขอ ก่อนจะพยักหน้าถอนหายใจอย่างจำยอม เมื่อเห็นว่าหลานชายยอมอ่อนข้อให้ ยายถึงกับยิ้มออกมา ก่อนหันไปถามกราฟกับพีค “เราสองคนยังไม่มีที่พักใช่มั้ย” 

“ครับ” พีคตอบ 

“งั้นพวกเราไปนอนพักที่บ้านยายกันก่อนมั้ย ยายอยู่กับลูกสาวคนเล็กที่บ้านสองคนน่ะ ส่วนยัยหน่อยกับสามีอยู่บ้านอีกหลังใกล้ๆกัน” พีคกับกราฟมองหน้ากันอยู่สักพักนึง เหมือนกำลังลังเลกันอยู่ เพลิงหรี่ตามองสองคนนั้นพลางถอนหายใจออกอย่างเซ็งๆ ไม่คิดว่ายายจะไปชวนสองคนนั้นมานอนที่บ้าน 

“พวกเรารบกวนด้วยนะครับยาย” เมื่อกราฟบอกยายจบ เพลิงรีบกรอกตาถอนหายใจเซ็ง แล้วเดินหนีทันที ยายยิ้มขำให้กับเพลิง ก่อนจะสะกิดเรียกผู้ชายสองเดินให้กลับออกไปที่รถ เพื่อกลับไปพักบ้านของยายที่อยู่ไม่ไกลจากวัด 

 

เนื่องจากน้าอีกคนของเพลิงอยู่ปิดศาลาพร้อมกับจัดการเก็บอัฐิแม่ของเพลิงให้ เลยไม่ได้ตามมาด้วย ส่วนทางด้านเพลิง เพลิงนั่งรถที่เบาะหลังกับยาย โดยมีพีคขับรถและกราฟนั่งคุยกันอยู่ด้านหน้า ไม่นานรถของพีคก็ขับรถเข้าซอยมาจอดหยุดที่หน้าบ้านไม้สองชั้นเก่าๆ เพลิงพายายลงมาจากรถ ก่อนจะพยุงเข้าบ้านไปอย่างคุ้นเคย แต่กับพีคและกราฟ ด้วยความเป็นคนกรุงบวกกับไม่เคยนอนบ้านไม้ที่เก่า ที่รอบๆเป็นสวนกับนา ทำให้ทำตัวไม่ถูก ยืนนิ่งอยู่ที่รถไม่ไปไหน สักพัก ทั้งคู่เห็นว่าไฟเปิดแล้วทั้งหลัง ก่อนที่ร่างของเพลิงจะเดินย่นคิ้วออกมาหยุดอยู่หน้าประตู 

“นอนไม่ได้ก็กลับไปซะ จะมาอีกที ก็ไปรับที่วัดวันพรุ่งนี้” เพลิงตะโกนบอก 

“ใครว่านอนไม่ได้ เฮ้ย ไอ้กราฟ เข้าไปข้างใน” พีคตอบ ก่อนจะเดินจับแขนเสื้อลากกราฟเข้าไปข้างใน ไม่ได้ถามความเห็นจากเพื่อนคนนี้เลยสักคำว่าอยากกลับไปมั้ย ส่วนเพลิง เมื่อเห็นว่าพีคเดินตรงเข้ามา เพลิงก็กลับหลังหันเดินขึ้นบ้านไปเอาที่นอนมาให้ ปล่อยในพีคกับกราฟนั่งอยู่ที่โซฟาไม้วางติดผนัง พลางมองสำรวจด้านในบ้านอย่างเกร็งๆ 

“มึงคิดว่าในบ้านจะมีตัวอะไรแปลกๆป่ะวะ” กราฟพูดขึ้น ขณะมองสำรวจ 

“จิ้งจก?” พีคบอก เพราะเห็นว่ามีอยู่ตัวนึง 

“ไม่ใช่ๆ จิ้งจกบ้านไหนๆก็มีมั้ย กูหมายถึงอย่าง..งู อะไรแบบเนี่ย”  

“ถ้ามี คนบ้านนี้คงนอนกันไม่ได้หรอก เลิกเพ้อเจ้อได้แล้ว ยายลงมาแล้วน่ะ” พีคพูดบอก ก่อนลุกไปหายายที่ลงบันไดมา เพื่อประคองให้เดินไปนั่งที่โซฟาไม้ โดยมีเพลิงถือหมอน ผ้าห่มกับมุ้งมาให้ 

“เดี๋ยวคืนนี้นอนที่นี่นะลูก ข้างบนคงนอนไม่พอ” ยายบอก 

“ไม่เป็นไรครับ” กราฟยิ้มบอก ส่วนพีคก็เดินไปช่วยเพลิงปูที่นอน พร้อมกับติดมุ้งตามเสาในบ้านให้ 

“แล้วถ้าจะอาบน้ำ ห้องน้ำอยู่ใกล้ห้องครัว ใช้ได้ตามสบายเลยนะลูก” 

“ครับยาย” กราฟตอบยายอีกครั้ง เห็นว่าวันนี้มีเหงื่อออกตามตัว เลยคิดว่าตอนนี้คงจะควรไปอาบน้ำให้สบายตัวหน่อย พอดีกับที่พีคติดมุ้งเสร็จ กราฟเลยลุกไปเรียกเพื่อนให้ไปด้วยกัน “ไอ้พีค” 

“อะไร”  

“ไปอาบน้ำกัน”  

“ห๊ะ!?” พีคร้องลั่นอย่างตกตะลึง เมื่อจู่ๆไอ้คุณชายเพื่อนเขามาชวนไปอาบน้ำด้วย 

“เออนั่นแหละ ไปอาบน้ำกัน อาบคนเดียวมันวังเวง” กราฟพยักพเยิดให้พีคไปด้วยให้ได้ แต่พีคส่ายหน้าปฏิเสธ 

“กลัวอะไรของมึงวะเนี่ย” พีคว่า 

“เพื่อนครับ ไปเป็นเพื่อนกูหน่อย นะ สมัยเรียนตอนไปเข้าค่ายที่มอ ยังอาบด้วยกันเลย” 

“มันห้องน้ำรวมมั้ยล่ะ” 

“นั่นแหละ!” กราฟตอบกลับเร็ว ทำเอาพีคกรอกตาอย่างเหนื่อยหน่าย  

“เออๆ ห่า จะกลัวอะไรหนักหนาวะ” พีคพูดบ่นให้กับความคุณชายของเพื่อน ก่อนจะเดินตามกราฟไปที่ห้องน้ำอย่างจำใจ ไม่วายยายยังบอกให้เอาผ้าขาวม้าไปใส่อาบด้วย ส่วนเพลิงก็นั่งดูทีวีอยู่ข้างนอกกับยายอย่างไม่ใส่ใจ   

ตอนนี้ทั้งคู่มาอยู่ในห้องน้ำ ที่มองดีๆดูกว้างกว่าที่คิด ทำให้ผู้ชายตัวใหญ่สองคนยืนอยู่ด้วยกันได้สบาย ไม่อึดอัดอย่างที่คิด แต่ในขณะที่ทั้งคู่เข้ามาและยังไม่ได้ถอดเสื้ออาบน้ำ กราฟกลับสะกิดพีคให้มองดูรอบๆให้ดี เพราะกลัวว่าจะมีตัวอะไรซ่อนอยู่ พีคก็ยอมสำรวจดูให้ ก่อนจะกลับมาเลิกคิ้วมองกราฟ เพราะดูแล้วไม่มี แต่กลับอีกคน กำลังเงยหน้ามองตาค้างอยู่ด้านบนตรงไม้ดามหลังคา

“เชี้ยพีค มึงช่วยกูดูนี่หน่อย มันใช่อย่างที่กูคิดมั้ย” กราฟพูดพลางชี้ขึ้นไป พีคเองก็มองตาม 

“ไม่เห็นมี” พีคว่า 

“ดูดีๆดิ นั่นไง หลังไม้ด้านบนน่ะ” กราฟพยายามชี้ให้ดู พีคย่นคิ้วเงยหน้ามองขึ้นไปอีกที ก่อนจะเห็นอะไรบางอย่างที่เป็นจุดสีแดงๆ 

“เชี้ย.. ไอ้กราฟ กูว่านะ..” พีคพูดช้ากว่าปกติ และยังไม่ทันพูดจบ เจ้าตัวลายจุดก็ขยับโผล่หน้าออกมามอง ก่อนที่ทั้งคู่จะยืนเกร็งมองตาค้าง คาดไม่ถึงว่าตัวที่ในชีวิตนี้จะไม่เคยเจอตัวเป็นๆ บัดนี้ ได้มาโชว์ตัวอยู่ที่นี่เป็นที่เรียบร้อย 

 

ตอก ตอก ตอก ตั๊กแก.. 

 

“อ้ากกกกกกกก!!!” พีค 

“กรี๊ดดดดดดดด!!!” กราฟ 

 

*****************************************

เชื่อว่าในชีวิต ต่อให้ร้ายแค่ไหน ก็ต้องมีสิ่งที่กลัว

แต่ว่ากราฟ แต๋วออกแล้วลู๊ก!

#เจ้าชิบะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น