พริ้วพลิ้ว
email-icon

หนึ่งเม้นต์ หนึ่งแรงผลักดัน

Chapter26 เด็กน้อยกับผู้หญิงในชุดเดรส (รีไรท์)

ชื่อตอน : Chapter26 เด็กน้อยกับผู้หญิงในชุดเดรส (รีไรท์)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.7k

ความคิดเห็น : 96

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ส.ค. 2562 20:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter26 เด็กน้อยกับผู้หญิงในชุดเดรส (รีไรท์)
แบบอักษร

ตอนที่ 26 : 

 

 

“พี่ธีร์จะใส่เนคไทเส้นไหนครับ” เจ้าพนัสในชุดสูทสีครีมหวานๆพูดขึ้นตอนที่ติดกระดุมเสื้อเชิ้ตให้สามีเสร็จแล้ว  

ตอนนี้พวกเขากลับมาที่บ้าน ยืนอยู่หน้ากระจกในห้อง กำลังแต่งตัวเตรียมจะไปงานเลี้ยงเปิดโครงการใหม่ของคู่ค้าทางธุรกิจกันอยู่ 

พี่ธีร์โบ้ยหน้าไปทางโต๊ะเครื่องแป้ง บนนั้นมีกล่องเนคไทสีดำด้านดูหรูหราวางไว้อยู่สองกล่อง เจ้าพนัสขมวดคิ้วฉงน จำไม่ได้ว่าคุณสามีไปซื้อเนคไทเส้นใหม่เข้าบ้านตั้งแต่เมื่อไหร่ และเมื่อเดินไปหยิบมาดูใกล้ๆ โลโก้รูปไม้กางเขนบนกล่องสีดำก็ทำเอาชะงัก 

ถ้าพนัสจำไม่ผิด.. นี่มันร้านเนคไทร้านเดียวกับเมื่อตอนนั้นนี่ ร้านที่พนัสเดินไปดูแล้วเห็นเนคไทเส้นละหมื่นน่ะ 

เจ้าความซนหันมองคนพี่ที่ยังยืนอยู่หน้ากระจก ก่อนจะเปิดกล่องออกดูแล้วดวงตาก็เบิกกว้าง ใช่จริงๆด้วย.. เนคไทสีฟ้าลายนอกไม้สุดน่ารักนั่นจริงๆด้วย 

“พี่ธีร์..” 

“อะไร” 

พนัสไม่ได้พูดอะไรต่อ ได้แต่มองเนคไทราคาแพงในกล่องนั้นอึ้งๆ บอกตามตรงเขาลืมเรื่องนี้ไปแล้วนะเนี่ย ไม่คิดว่าคุณธีร์ที่ไม่ค่อยสนใจใครเท่าไหร่จะจดจำรายละเอียดเล็กๆน้อยๆแบบนี้ได้ 

พนัสหยิบอีกกล่องขึ้นมาเปิดออกดู สิ่งของด้านในเป็นเนคไทสีฟ้าลายดอกไม้สีชมพูแบบเดียวกันกับอีกกล่อง ยิ่งทำให้พนัสตาโตเข้าไปใหญ่ 

“พี่ธีร์! สองเส้นนี้ซื้อไอโฟนได้เครื่องหนึ่งเลยนะ แล้วจะซื้อเหมือนกันทำไมเนี่ย เปลืองเงินเปล่าๆ” คำบ่นที่ดังออกมาจากปากเมียทำเอาคุณธีร์ที่ยืนจัดปกเสื้อตัวเองอยู่หัวเราะหึขึ้นมาในลำคอ กล่าวตอบออกไปทั้งๆที่ตาก็ยังไม่ละจากกระจกตรงหน้า 

“ใส่คู่กันไง ไม่ดีเหรอ”  

นั่นแหละที่ทำเอาคนขี้บ่นหุบปากฉับ เดินหน้ามุ่ยมาจัดแจงเนคไทเส้นใหม่ให้สามีอย่างไร้ข้อกังขาใดๆ 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

#ธีร์ไทม์ 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

งานเลี้ยงใหญ่โตถูกจัดขึ้นในโรงแรมชื่อดังใจกลางตัวเมือง คนใหญ่คนโตของประเทศล้วนแล้วแต่มางานนี้กันทั้งสิ้น คุณธีรธรเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ลำดับต้นๆเดินเคียงคู่มากับภรรยา สูทสีน้ำเงินเข้มหรูหราเข้ากันได้อย่างดีกับเนคไทสีฟ้าครามนั่นดูสง่างาม เรียกสายตาของทุกคน 

ฝ่ายพนัสมาในสูทสีครีม เนคไทแบบเดียวกับพี่เขาทำเอาคนอื่นๆยิ่งมองเข้าไปใหญ่ ยิ่งคุณธีร์บังคับให้เดินกอดแขนเพราะกลัวคุณแม่จะเดินสะดุดพรมแดงล้มแล้ว บรรยากาศในงานเลี้ยงขนาดใหญ่ก็ตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความรัก แบบที่มีผู้ใหญ่เดินเข้ามาแซวไม่ขาดช่วง 

ธีรธรเดินพาเจ้าตัวเล็กไปรวมกลุ่มกับพวกม่านฟ้า เพื่อนเขาทุกคนก็ทำธุรกิจเทือกๆนี้เลยถูกเชิญมาเหมือนกัน เจ้าตัวเล็กยิ้มสดใสขึ้นมาทันทีตอนที่เห็นม่านฟ้าหนีบไอ้พัดมาด้วย ทุกคนแซวเรื่องเนคไทกันใหญ่จนคนขี้เขินหุบยิ้มไม่ลง 

และเพราะรอยยิ้มน่ารักของเจ้าพนัสนี่แหละ คนระดับสูงๆของประเทศหลายคนถึงมองมา ให้ความสนใจกับสะใภ้ศักดาธีรโภคินแบบที่คุณธีร์ต้องยกแขนออกจากอ้อมกอดน้อง  

..แล้วส่งไปกอดเอวแทน 

“แหม.. เนคไทคู่ คู่ละเกือบครึ่งแสน แหมมม” 

“รุ่นลิมิเต็ดด้วยนะมึง โอ้ยย กูเหม็น” 

กลุ่มคุณธีร์ที่ดูแล้วน่าจะอายุน้อยที่สุดในงานเริ่มเฮฮาเมื่อมีไวน์ราคาแพงเข้ามาร่วมด้วย และเพราะว่าพวกพี่ๆเขาตัวสูง แถมหน้าตาดีทุกคนตอนนี้เลยเป็นจุดสนใจ เจ้าพนัสรับรู้ได้ถึงสายตาใครหลายๆคนที่มองมา แต่ตอนนี้น้องกำลังเม้าท์กับไอ้พัดที่โดนมันบังคับให้เรียกชื่อใหม่อยู่เลยไม่ได้สนใจเท่าไหร่ 

“คนหนุ่มนี่แรงดีใช้ได้เลยนะ” เสียงทุ้มดังขึ้นมาทำเอาทั้งวงที่กำลังคุยกันอย่างสนุกสนานเงียบลงแล้วหันมองไปตามเสียง เห็นคุณวิทย์เจ้าของงานเดินเข้ามาทัก พวกม่านฟ้าที่เป็นตัวเฮฮาก็ยกแก้วไวน์ขึ้นมาชนแล้วกล่าวแสดงความยินดีกันแทบไม่ทัน 

“โอ้.. นี่ไงสะใภ้ศักดา ยังน่ารักเหมือนเดิมเลยนะ” คุณวิทย์ที่พนัสลองกะจากสายตาอายุน่าจะเกือบหกสิบเห็นจะได้แล้วกล่าวทักก่อนจะยื่นฝ่ามือใหญ่มาวางไว้บนบ่า ยกยิ้มเอ็นดูขึ้นให้เจ้าตัวเล็กยิ้มตอบ 

“อวบขึ้นหรือเปล่าหนูแพร ธีร์มันเลี้ยงดีขนาดนั้นเชียว” คุณวิทย์ว่าแล้วก็เหลือบตามองคนที่เป็นเสมือนหลานชายให้คุณธีร์หันไปสบตาเมียนิดหน่อยแล้วพยักหน้าอย่างรู้กัน ก่อนที่ปลายนิ้วเล็กๆของพนัสจะส่งไปสะกิดที่แขนคุณลุงหน้าตาใจดีให้เขาหันมาหา 

เท่านั้นคนน่ารักก็ยืดตัวไปหาคนตัวสูงกว่า ยกมือขึ้นมาป้องปากกระซิบกลั้วหัวเราะ 

“จะสามเดือนแล้วครับ” เจ้าพนัสผละออกไปแล้วยิ้มซนๆ คนที่ยังจับใจความไม่ได้เลิกคิ้วขึ้น แต่ก็แค่ครู่เดียว คุณวิทย์ทำตาโตใส่ภรรยาเจ้าธีร์ ก่อนจะหันไปมองผู้ชายในสูทสีน้ำเงินเข้มแล้วขมวดคิ้ว เห็นไอ้หลานหน้านิ่งมันเลิกคิ้วใส่รอยยิ้มปีติก็ปรากฏขึ้น 

คุณวิทย์หันกลับมามองเจ้าตัวเล็กอีกครั้ง ทำตาโตใส่เจ้าพนัสที่เริ่มทำตามเพราะอยากล้อเลียนคนแก่กว่า พอเห็นว่าลุงเขาช็อคไปแล้วก็หัวเราะออกมาเสียงดัง จนต้องยกมือไปลูบแขนเจ้าภาพงานเพื่อดึงสติกลับมา 

“เรื่องจริงไหมเนี่ย! ลุงยินดีด้วยนะ ..น้ำยาเอ็งดีไปไหมวะเนี่ย” ประโยคแรกคุณวิทย์พูดกับคนน่ารัก แต่ก็ไม่วายขยับไปกระซิบข้างๆหูไอ้หลานชายร่วมโลกให้มันทำหน้ารำคาญส่งมา ก่อนที่คุณลุงจะหัวเราะออกมาเสียงดัง ยกสองมือไปตบบ่าสองสามีภรรยาอย่างยินดี 

“เดี๋ยวลุงวิทย์สั่งเด็กเสิร์ฟให้เอาน้ำผลไม้มาให้ดีกว่าไหม” ธีรธรมองดูนักธุรกิจรุ่นใหญ่ที่เป็นเพื่อนกับคุณพ่อตัวเองมาตั้งแต่ไหนแต่ไรสลับกับคนในอ้อมกอดที่คุยกันกับคนใหญ่คนโตได้อย่างสนุกปาก แถมไม่มีอาการเกร็งกับคนอื่นเลยแม้แต่น้อย 

“ไอ้ธีร์ ขอลูบท้องเมียเอ็งได้ไหมวะ” 

“ขอพี่เขาทำไมล่ะครับลุงวิทย์ ท้องก็ท้องแพร” 

“เฮ้ยย ไม่ได้สิ หมาพ่อลูกอ่อนมันดุจะตาย กัดลุงวิทย์ขึ้นมาทำไงล่ะหนูแพร” 

..ให้ตาย เจ้าพนัสจะเข้ากันได้กับทุกคนแบบนี้จริงๆเหรอเนี่ย 

เวลางานเลี้ยงดำเนินต่อไปเรื่อยๆแบบที่มีผู้คนมากมายเดินเข้ามาทักพนัสในฐานะภรรยาของคุณธีรธร บ่อยครั้งที่มีคนคุยกับพี่ธีร์เกี่ยวกับเรื่องวงในที่เจ้าตัวเล็กไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ ก็มีไอ้มีนนี่แหละที่อยู่เป็นเพื่อนแก้เหงา น้ำผลไม้สำหรับคนท้องหมดไปหลายแก้วแล้วแต่งานเลี้ยงก็ดูไม่มีทีท่าว่าเลิกง่ายๆเลย 

ยิ่งดึกก็ยิ่งง่วง ยิ่งง่วงคุณแม่มือใหม่ก็ยิ่งอึดอัด แต่ต้องเก็บอารมณ์เอาไว้เพราะต้องรักษาหน้าคุณสามี อีกอย่างพี่เขาก็บอกไว้แล้วว่างานเลิกดึก ไม่อยากให้พนัสนอนดึก แต่เจ้าความซนร้องจะมาเองซึ่งมันก็ช่วยไม่ได้ 

“พี่ธีร์ แพรขอไปเดินเล่นกับมีนได้ไหมอะ” คุณแม่ที่เริ่มอึดอัดมากขึ้นทุกขณะดึงแขนเสื้อคุณสามีที่กำลังคุยเรื่องธุรกิจกับใครสักคนอยู่ คุณธีร์นิ่งคิด ใจก็เป็นห่วงเมีย แต่ก็ต้องรักษาหน้าที่ประธานบริษัทเอาไว้เหมือนกัน 

 สายตาดุดันมองไปทางเด็กที่ชื่อว่ามีน เห็นมันยิ้มมาให้แบบนั้นแล้วก็ถอนหายใจออกมา พยักหน้าอนุญาตให้เด็กน้อยไปเล่นกับเพื่อนได้ตามสะดวก 

เจ้าตัวน้อยจุ๊บเข้าที่ไหล่คนพี่เบาๆแล้วลากเพื่อนออกไปด้านนอก นี่เวียนหัวจนจะอาเจียนอยู่แล้วให้ตาย 

“แพรจะอ้วกเหรอ ไปห้องน้ำไหม ไหวไหมเนี่ยหน้าซีดมากเลย” เจ้ามีนว่าลนๆมองซ้ายมองขวาหาห้องน้ำ เขาไม่เคยดูแลคนท้องนี่หว่า เขาไม่รู้ว่าต้องทำยังไงกับสถานการณ์ตรงหน้า คนน่ารักคนที่สองเลิ่กลั่กไปหมด ยิ่งเห็นเพื่อนยืนตัวงอทำท่าจะล้มยิ่งแล้วใหญ่ 

“แพรอยากกินไอติม” ในที่สุดคนเวียนหัวก็พูดออกมา เขาจำได้ว่าหน้าปากทางเข้าโรงแรมเยื้องๆไปทางขวามีเซเว่นอยู่ พนัสอยากกินของเย็นๆ ฝ่ามือเรียวบางส่งไปคว้ามือเพื่อนอีกครั้งแล้วพาเดินเข้าลิฟท์ไป 

“มันไกลนะ จะเดินไปจริงเหรอ” 

“ไม่เป็นไร แพรอยากกินยักษ์คู่ มีนแบ่งครึ่งกับแพรนะ” คนอยากกินไอติมว่าแล้วก็กดปิดลิฟท์เร็วๆ ส่วนเจ้าตัวเล็กอีกคนก็ทำได้แค่ตามน้ำไป เคยเห็นในสารคดีอยู่ว่าคนท้องอยากกินอะไรต้องได้กิน ขนาดคุณธีร์ที่ดูจะไม่ยอมคนยังยอมพนัสเลย แล้วมีนจะขัดใจได้ยังไง 

เสียงรองเท้าหนังของพนัสกระทบกับพื้นลิฟท์ดังก้องอย่างสม่ำเสมอ บ่งบอกให้รู้ว่าคุณแม่ผู้อยากกินยักษ์คู่คนนี้กำลังรอเวลาให้ประตูลิฟท์เปิดออกเสียที ไม่นานเสียงสัญญาณก็ดังขึ้น แต่ไม่ใช่ชั้นที่เป็นจุดหมายของเจ้าตัวกระจ้อยร่อยทั้งคู่หรอก 

ประตูลิฟท์เปิดออก ปรากฏหญิงสาวร่างเพรียวในชุดเดรสสีแดงอยู่ตรงนั้น เธอสวมแว่นกันแดดอันใหญ่เทอะทะแบบที่ปิดใบหน้าไปครึ่งหนึ่ง หากแต่มันไม่สามารถปิดบังเสน่ห์ของเธอได้เลย ยิ่งมีกระเล็กๆที่อยู่บนมุมปากข้างซ้ายแล้วยิ่งเสริมให้เธอดูมีเสน่ห์มากขึ้นไปอีก 

พนัสว่าพนัสคุ้นๆเหมือนเคยเห็นที่ไหน แต่พอลองคิดว่าผู้หญิงคนนี้สวยขนาดนี้ แถมชั้นบนก็มีการจัดงานที่มีแต่คนดังมา เธอก็คงไม่วาย เป็นดารานักแสดงอะไรเทือกๆนั้นล่ะมั้ง 

ผู้หญิงคนนั้นเดินเข้ามานิ่งๆ กดชั้นที่ตัวเองต้องการจะไปแล้วถอยออกมายืนข้างพนัส ..ข้างแบบที่ว่าเจ้าตัวน้อยต้องขยับไปชิดเพื่อนขึ้นอีกนิด 

ลิฟท์เลื่อนลงไปเรื่อยๆและหยุดที่ชั้นของผู้หญิงในชุดเดรส เธอก้าวขาเรียวๆออกมาจนได้ยินเสียงส้นรองเท้ากระทบกับพื้น  

ปึก! 

 “โอ้ย!” 

“แพร!” 

หากทว่าหัวไหล่เปลือยๆนั้นกลับชนเข้าที่ไหล่เจ้าพนัสอย่างจัง แบบที่คนเวียนหัวเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเสียหลักขาพับลงไป เจ้ามีนตกใจตาโต รีบโผเข้าไปรับร่างเพื่อนที่กำลังท้องอ่อนๆเอาไว้จนล้มลงไปทั้งคู่ ใช้ร่างกายตัวเองเป็นเบาะให้พนัสแบบที่พอโดนทับก็จุกจนน้ำตาเล็ด 

“เป็นอะไรไหมแพร” มีนน้อยถามเสียงอ่อย 

“ไม่ แพรไม่เป็นไร มีนเจ็บมากไหม” สองร่างเล็กๆพากันจับตรงนู่นดูตรงนี้ว่ามีส่วนไหนแตกหักหรือไม่ เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ประตูลิฟท์ค่อยๆเปิดออก เสียงหนึ่งของผู้หญิงคนที่ชนเจ้าพนัสจนล้มกล่าวออกมาทำเอาคนทั้งคู่ชะงัก 

“แท้งไหมคะ” 

พนัสตาค้าง มองหน้าเพื่อนแล้วขมวดคิ้วใส่กัน คือถ้าสมมติว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นห่วง นี่มันก็ไม่ใช่คำถามปกติแบบที่คนปกติควรจะถามกันหรือเปล่า 

แล้วอีกอย่าง.. พนัสยังไม่ได้บอกใครเลยนอกจากคุณวิทย์ 

แล้ว.. เธอรู้ได้อย่างไรว่าพนัสกำลังตั้งท้อง... 

“ว้า.. เสียดายจัง”  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

#ธีร์ไทม์ 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นี่อาจจะเป็นหนึ่งในรอบหลายปีที่ทุกคนในบ้านศักดาเห็นคุณซีอีโอคนเก่งนั่งเครียดอยู่แบบนี้ คุณธีร์ในชุดสูทหลังกลับจากทำงานนั่งเอาข้อศอกเท้ากับพนักแขนของโซฟา ส่งฝ่ามือขึ้นกุมขมับแสดงท่าทีคิดหนักออกมาอย่างเห็นได้ชัด 

ในขณะที่ทุกคนก็มีสภาพไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก.. 

คืนก่อนที่เจ้าธีร์พาเมียไปงานเลี้ยงของคุณวิทย์ บ่ายวันถัดมาก็มีรายการข่าวหลายๆช่องทำข่าวออกมากันคึกโครม แถมรูปในงานก็ถูกปล่อยออกมาในเน็ต แบบที่ชาวบ้านให้ความสนใจกันไปหมด 

มันควรที่จะเป็นเรื่องปกติ แต่รูปที่เขากับเจ้าพนัสเดินควงแขนเข้างานมาด้วยกันกลับเกิดประเด็นขึ้นจนเจ้าของโพสต์ต้องลบรูปนั้นออกจากอัลบั้ม แต่ยังไงมันก็ไม่ทันแล้วเพราะมีใครหลายๆคนกดบันทึกทันและเอาไปลงต่อในหลายๆช่องทาง 

‘งานระดับประเทศแต่ควงผู้ชายด้วยกันไป เออตลกดี’ 

‘คุณธีร์คือหล่อมาก เมียเขาก็น่ารักอยู่ แต่เราว่าถ้าคุณธีร์ควงผู้หญิงสวยๆใส่ชุดกระโปรงสวยๆจะดูดีกว่านี้’ 

‘พ่ายรักนักขุดทอง 5555’ 

‘จะอ้วก’ 

และอีกมากมายหลายร้อยคอมเม้นต์ในทางลบที่ใช้ภาษาหยาบแสนหยาบจนคุณธีร์สุดแกร่งของเรายังทำใจอ่านต่อไปไม่ได้ ไอ้ความคิดเห็นทางบวกมันก็มีอยู่หรอก แต่มันสู้อะไรกับถ้อยคำหยาบคายไม่ได้เลยสักนิด 

ธีร์น่ะไม่เป็นไร เขาถูกปลูกฝังมาแต่เด็กว่าเดินในสายธุรกิจยังไงก็ต้องมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ แต่เจ้าคนที่นอนกลางวันยังไม่ตื่นอยู่บนห้องนี่สิ ..ไม่รู้ถ้าได้อ่านคอมเม้นต์พวกนี้แล้วจะเป็นยังไง 

“กลับมาแล้วเหรอครับ” 

ธีรธรใจหายวาบเมื่อคนที่กำลังนึกถึงเดินมาพร้อมกับผมบนหัวที่ฟูเป็นคนโดนฟ้าผ่า อ้าปากหาวแล้วกล่าวทักทายทุกคนที่กำลังนั่งหน้าเครียด 

“มีอะไรกันหรือเปล่าครับทุกคน” เจ้าตัวน้อยเลิกคิ้วประหลาดใจ ธีร์ทำได้แค่ส่งสายตาไปมองคุณพ่อ เอาจริงๆที่ทุกคนมารวมกันอยู่ตรงนี้ก็เพราะเรื่องกระแสด้านลบนี้นี่แหละ แต่ว่ายังไม่ทันได้คุยกันว่าจะเอายังไงต่อ คนที่อุ้มท้องอ่อนๆก็ดันมาตื่นก่อนเวลาเสียนี่ 

“แพร..” หยาดทิพย์เอ่ยเรียกลูกสะใภ้หากแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ จนเจ้าพนัสนิ่งไป ประมวลผลเหตุการณ์ที่คงจะเกิดขึ้นก่อนหน้านี้แล้วกล่าวออกมาเสียงนิ่ง 

“เรื่องภาพวันงานลุงวิทย์ใช่ไหมครับ” เจ้าตัวน้อยว่าให้ทุกสายตาหันไปมอง ความจริงคือเขาตื่นมาได้สักพักใหญ่ๆแล้ว และก็มัวแต่นอนเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียง ทำไมพนัสจะไม่เห็นรูปที่ถูกปล่อยออกมาเต็มโซเชี่ยลตั้งแต่ช่วงบ่ายขนาดนั้น 

“ม..ไม่เป็นไรหรอกลูก เดี๋ยวข่าวก็ซาไปเอง” พอเห็นว่าเจ้าความสดใสของทุกคนรู้เรื่องแล้ว หยาดทิพย์ก็ลุกจากโซฟา โผเข้าไปจับบ่าลูกสะใภ้เอาไว้ ทุกคนในที่นี้กลัวคนท้องจะเก็บเอาไปคิดและเครียดหนัก แถมคนที่มาแสดงความคิดเห็นต่างใช้คำรุนแรงกันทั้งนั้น 

พวกเขากลัวพนัสผู้บอบบางคนนี้จะรับไม่ไหว 

“ไม่เป็นไรหรอกครับคุณแม่ มันก็เป็นแค่ความคิดของคนอื่น เรารู้ตัวเราดี” 

ทว่าคนเก่งของเราก็บอกออกไปตามใจคิด พูดพลางระบายรอยยิ้มให้หยาดทิพย์ที่เป็นห่วงลูกสะใภ้ที่สุดอึ้งไป ไม่ต่างอะไรกับทุกคนแม้กระทั่งคุณธีร์  

 “อีกอย่างแพรก็ไม่ได้ตัวคนเดียวสักหน่อย แพรมีคุณแม่ มีพี่ธีร์ มีทุกคนที่คอยเป็นห่วง ชีวิตแพรดีอยู่แล้วครับ ช่างมัน” เจ้าพนัสพูดแล้วก็เอาแต่แจกยิ้มสดใส ส่งฝ่ามือเรียวเล็กไปกุมมือแม่ของเขาเอาไว้ 

แปลกชะมัด.. แค่เห็นรอยยิ้มที่พนัสมีมาให้ทุกวัน บ้านหลังใหญ่จากที่มัวหมองก็กลายเป็นสดใสเหมือนเดิม 

คนที่เป็นที่รักมันเป็นแบบนี้นี่เอง 

คุณธีร์ยิ้มอยู่กับตัวเองราวกับคนบ้า ยืดตัวไปฉุดข้อมือภรรยาให้มานั่งตรงหว่างขาด้วยความทะนุถนอม เอาจริงๆน้องมันทำท่าจะนั่งที่พื้นอีกแล้ว แต่หลังจากที่ท้อง ทุกคนต้องใช้คำว่าบังคับเลยแหละในการที่จะให้สะใภ้คนนี้นั่งเสมอกัน 

พี่ธีร์กอดเอวเจ้าพนัสเอาไว้ ทุกคนต่างยิ้มมาให้อย่างเอ็นดูในความคิดของคนที่น่ารักเข้าไปถึงจิตใจ เอาจริงๆธีร์ก็รู้แหละว่าในชีวิตของเด็กคนนี้ กว่าจะมาถึงวันนี้คงจะผ่านช่วงเวลาที่แสนทรหดมามากแล้ว  

ทุกสิ่งทุกอย่างสอนให้พนัสไม่เก็บอะไรมาคิดมาก มองโลกในมุมของความสนุกแบบที่คนอ๊องๆคนหนึ่งจะมองได้ เมียเขาน่ะ.. ตัวเล็กเท่าก้อนหินแต่ใจใหญ่เท่าพระอาทิตย์เลยนะจะบอกให้ 

“คุณท่านคะ มีคนมาขอพบค่ะ” บรรยากาศแสนอบอุ่นที่มีสาเหตุมาจากเมียของคุณธีร์อีกแล้วชะงักลงเอาดื้อๆ แม่บ้านคนหนึ่งเดินเข้ามาบอกให้ทุกคนในห้องโถงหันไปมองเป็นตาเดียว ก่อนที่แสงดาวจะลุกขึ้นจากโซฟาที่อยู่ฟากโน่น เดินไปหาแม่บ้านคนนั้นแล้วพากันเดินออกไปทางประตูใหญ่ 

ทุกอย่างเงียบไปสักพัก ทุกคนในที่นี้นั่งมองหน้ากันอย่างใคร่รู้ว่าข้างนอกกำลังเกิดอะไรขึ้น จนกระทั่งเวลาเดินผ่านไปสักพักใหญ่ๆแล้ว คุณย่าถึงได้เดินกลับเข้ามา 

ใบหน้าสะสวยถึงจะมีรอยย่นนิดๆหน่อยๆแต่ก็ยังมีเค้าความงดงามอยู่นั่นซีดลงอย่างเห็นได้ชัด ทุกคนประหลาดใจกันไปหมด และก่อนจะมีใครได้ถามอะไรออกไป หญิงสาวที่เดินตามคุณย่ามายิ่งทำให้พวกเขาที่นั่งกันอยู่ตรงนี้ขมวดคิ้วไม่เข้าใจสถานการณ์เข้าไปใหญ่ 

เจ้าพนัสขหรี่ตามองคนที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังคุณย่า 

หญิงสาวในชุดเดรสสีขาวผ้าพลิ้วที่ดูเหมือนจะไปเที่ยวทะเลมากกว่าเดินอยู่ในเมืองหลวงแบบนี้ช่างเข้ากับรูปร่างเพรียวบางของเธอ กระเป๋าเสื้อผ้าใบใหญ่ด้านข้างทำเอาคนบ้านศักดาฉงนไปตามๆกัน 

เจ้าพนัสเอียงคองง หรี่ดวงตามองคนที่ยืนย้อนแสงอยู่ตรงนั้นแล้วก็รู้สึกว่าทำไมเธอช่างคุ้นตา 

..ยิ่งมีกระสีดำที่มุมปากข้างซ้ายแบบนั้นแล้ว 

“หนูชื่อน้ำค่ะ หนูมีปานที่เดียวกันกับคุณธีร์” 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

FB : พลิ้ว - fiction 

TW : @prew_fiction 

IG : prewplew 

ความคิดเห็น