Sakuya Aika

พี่ไนท์จะไม่อ่อนโยนแล้ว~ ขอบคุณที่ยังไม่ลืมคู่นี้นะคะ เมนต์ติชมได้คร่า

ชื่อตอน : บทที่ 4(1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.1k

ความคิดเห็น : 24

ปรับปรุงล่าสุด : 19 พ.ค. 2562 21:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4(1)
แบบอักษร

 

               กว่าจะถึงโรงพยาบาลก็เกือบสองชั่วโมง นั่งจนก้นชาไปหมด บีบีก็โทรจิกยิกๆ ให้ผมรีบมาไวๆ ไม่รู้จะเร่งอะไรนักหนาก็บอกแล้วว่ารถติดทำไมไม่ยอมเข้าใจก็ไม่รู้ ขณะที่ผมกำลังหงุดหงิดใครบางคนกลับหลับไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่บนเบาะ ผมเหลือบมองมันตั้งหลายครั้ง นึกจะเรียกหลายรอบแต่เห็นหน้าตาไร้เดียงสาตอนหลับแล้วก็ตัดใจเรียกไม่ลง สุดท้ายก็ปล่อยให้ไอ้ไนท์หลับตลอดทางจนถึงโรงพยาบาล

“ไนท์”

“หือ… ถึงแล้วเหรอ”

“อืม”

ผมปลดสายรัดเอวออกแล้วเปิดประตูลงจากรถ บีบีไลน์มาถามพอดีว่าถึงไหน ผมกดลงพิมพ์ตอบระหว่างรอไอ้ไนท์งัวเงียลงจากรถ มันจับต้นคอตัวเองแล้วหมุนไปทางซ้ายทีทางขวาที เป็นภาพที่ชวนมองประหลาด… เฮ้ยเดี๋ยวสิ กูจะมาเคลิ้มอะไรตอนนี้วะ

“มีอะไร?”

“ไป… ไปยัง” ผมลนลานพูด ทำเป็นไม่ใส่ใจคำถามของมันแล้วถามกลับ เก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกงไปด้วย

“อืมไปสิ”

ผมเดินเคียงไหล่ไอ้ไนท์เข้ามาในตึกผู้ป่วยนอกตามพิกัดที่บีบีบอก แม่ผมผ่าตัดเสร็จแล้วตอนนี้กำลังพักฟื้นอยู่ที่ห้องพิเศษ โดยมีพี่สาวผมคอยประสานงานกับโรงพยาบาลให้ คนที่ผมไลน์ไปบอกเรื่องแม่ตอนอยู่ห้องไอ้ไนท์ก็คือพี่เดือน พี่สาวแท้ๆ ของผมเอง ยัยนั่นสั่งลูกน้องมาดูแม่ส่วนเจ้าตัวยังอยู่บริษัท บอกว่าดึกๆ ประชุมเสร็จจะเข้ามา

น่าจะห้องนี้... ผมมองเลขห้องบนประตูตรงหน้า ก่อนหันไปมองไอ้ไนท์ที่หยุดอยู่ด้านหลัง “มึงไม่ต้องเข้าไปก็ได้”

“หือ?” มันเลิกคิ้ว เหมือนไม่เข้าใจที่ผมพูด

“แล้วมึงจะเข้าไปทำไม เดี๋ยวแม่กูสงสัย”

“กลัวอะไรของมึง กูไม่ทำอะไรโง่ๆ หรอกน่า”

“งั้นมึงตามกูมาทำไม”

“กูแค่มาเยี่ยมเพื่อความสบายใจ มึงไม่ต้องห่วง กูไม่ทำมึงเดือดร้อนแน่นอน”

ไอ้ไนท์พูดเบาๆ แต่หนักแน่นจริงใจ ผมมองใบหน้าเคร่งขรึมของมันนิ่ง ก่อนถอนหายใจอย่างยอมแพ้ “กูเชื่อใจมึงได้ใช่ไหม”

“เอาหัวกูเป็นประกันเลย”

มันยืนยันหนักแน่น ผมหันกลับมาเปิดประตูเข้าไปข้างใน คนในห้องหันมามองพร้อมกัน ทันทีที่รอยยิ้มจางๆ ปรากฏบนใบหน้าของคนบนเตียงเสียงทักของบีบีก็ดังขึ้น

“ตะวัน...” บีบีลุกจากเก้าอี้ข้างเตียงเดินเข้ามาหาผม ระยะจากเตียงถึงประตูไม่ไกลมาก ห้าก้าวก็ถึง “อ๊ะ แล้วนี่พาใครมาด้วย” บีบีมองผู้ชายที่ตามหลังผมเข้ามาในห้อง ผมชำเลืองมองไอ้ไนท์แวบหนึ่งก่อนพูดกับบีบีเบาๆ “รุ่นพี่น่ะ” แล้วจับแขนเธอเดินกลับมาหาแม่ที่เตียง ร่างสูงของไอ้ไนท์เดินตามผมมาเงียบๆ

“แม่เป็นไงบ้าง”

“ตะวัน... มาแล้วเหรอ”

“อือ ขอโทษที่ไม่ได้รับสาย พอดียุ่งอยู่” ผมกดความรู้สึกละลายเอาไว้ข้างใน มองแม่ด้วยสายตารู้สึกผิด

“ไม่เป็นไร แล้วนั่นพาใครมาด้วย”

แม่ส่ายหน้าอย่างไม่ถือโทษโกรธเคืองก่อนจะตวัดสายตาไปทางไอ้ไนท์ที่ยืนยิ้มบางๆ อยู่ข้างหลังผม ผมยิ้มกระอักกระอ่วน แนะนำไอ้ไนท์ให้แม่รู้จักอย่างเสียไม่ได้

“พี่ไนท์ เป็นเพื่อนของพี่ชายไอ้เอิร์ธอีกทีหนึ่ง”

“อ่อ” แม่พยักหน้าเหมือนเข้าใจแต่ก็ไม่เข้าใจทั้งหมด ไอ้ไนท์ก็ยกมือไหว้แม่ผมตามมารยาท

“สวัสดีครับแม่”

“จ้ะ... แล้วทำไมมากับแกล่ะตะวัน” แม่ชำเลืองสายตามาที่ผม

“เอ่อ” ผมมองสบสายตาสงสัยของแม่อย่างไม่รู้จะตอบยังไงดี ชั่วขณะที่ผมเหมือนจะเข้าตาจนเสียงไอ้ไนท์ก็ดังขึ้น

“ตอนแม่โทรมาผมกำลังคุยกับตะวันเรื่องน้องเอิร์ธพอดีครับ น้องเลยไม่ได้รับสายแม่ พอรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นผมก็เลยตามมาด้วย”

“อ่อ...” แม่พยักหน้าอย่างพยายามเข้าใจอีกรอบ ผมเหลือบมองไอ้ไนท์ คิดไม่ถึงว่ามันจะโกหกได้เป็นธรรมชาติขนาดนี้ ระหว่างที่ผมกำลังทึ่งกับสกิลแต่งเรื่องของไอ้ไนท์ บีบีที่ยืนอยู่ด้านข้างก็สะกิดผม

“ไหนบอกบีว่าอยู่กับเพื่อน ที่ไม่ได้รับสายเพราะเปิดเพลงเสียงดัง” แล้วไม่ใช่ว่าจะพูดเบาๆ ผมใจกระตุกวูบ รีบแก้ตัวลิ้นแทบพัน

“ก็… มันขอให้วันเก็บเรื่องที่คุยไว้เป็นความลับ ก็เลยต้องบอกบีแบบนั้น” ผมแก้ตัวไปพลางเหลือบมองไอ้ไนท์ไปพลางแล้วหัวใจก็สั่นไปพลางด้วย ไอ้ไนท์เลิกคิ้วสูงเหมือนสงสัยว่ามัรบอกผมตอนไหน แต่เพียงแวบสั้นๆ มันก็ยิ้มละมุนให้บีบี

“ต้องขอโทษด้วยจริงๆ”

“เอ๊ะ… เอ่อ… ไม่เป็นไรค่ะ” บีบีตอบไอ้ไนท์ด้วยท่าทางเก้อๆ แก้มแดงระเรื่อแปลกๆ นี่ถ้าไม่ติดว่าไอ้ไนท์เป็นเกย์ผมได้ขิงมันไปแล้วข้อหาอ่อยแฟนผม แล้วบีบีก็หยุดตั้งข้อสงสัยกับผมเพราะเหตุนี้

“ทำไมแม่โทรหาบีบีล่ะ ไม่โทรหาเดือนหรือใครก็ได้...” ผมหันไปตั้งคำถามกับแม่ ไม่อยากให้ทุกคนสนใจเรื่องไอ้ไนท์มากเกินไป

“อืม แม่จะไปหาแกน่ะแหละ แกไม่รับก็เลยโทรหาหนูบีบีแทนเพราะอยู่ใกล้แถวหอแกแล้ว นึกว่าอยู่ด้วยกัน” แม่พูด ทำให้ผมมองบีบีด้วยความรู้สึกขอบคุณกึ่งรู้สึกผิดที่ต้องมาเดือดร้อนแทน

“แล้วแม่ปวดท้องนานหรือยัง ทำไมไม่รีบหาหมอ”

“โอย ก็ปวดอยู่ตลอดเวลาน่ะแหละ ตอนแรกนึกว่ากระเพาะก็เลยไม่ได้สนใจ คุยโทรศัพท์กับหนูบีบีแล้วก็วูบไปเลย”

“คือบีไปหาวันที่หอพอดี ตอนแม่โทรมาบีก็อยู่หน้าหอแล้ว เห็นแม่วูบไปต่อหน้าต่อตาก็เลยรีบพามาส่งโรงพยาบาล” บีบีพูดเสริม

การได้รู้ว่าบีบีไปหาผมที่หอ ทำให้ผมรู้สึกผิดมากกว่าเดิม ละอายใจจนไม่กล้ามองหน้าบีบีตรงๆ

“ขอโทษนะครับ” เสียงหนึ่งดังแทรก หลังจากรอจังหวะมานาน ผู้ชายสวมเสื้อโปโลสีเทาติดโลโก้บริษัทที่พ่อผมเป็นเจ้าของตรงอกซ้ายยืนเว้นระยะจากเตียงผู้ป่วยตามมารยาทก้าวออกมาข้างหน้าสองสามก้าว หมอนี่คงเป็นลูกน้องที่พี่สาวผมส่งมา ท่าทางแก่กว่าไอ้ไนท์ไม่กี่ปี ผมมองสำรวจหน้าตาคนตรงหน้าอย่างไม่ใส่ใจ

“ถ้าน้องตะวันมาแล้ว งั้นผมขอตัวกลับเลยนะครับ”

“อืม ไปเถอะ” แม่พยักหน้าบอกอย่างไม่เรื่องมาก แต่คนที่เลิ่กลั่กกลับเป็นบีบี

“เอ่อเดี๋ยวค่ะ...”

ทุกคนในห้องชะงัก มองไปที่บีบีเป็นตาเดียว

“มีอะไรบี?” ผมถาม พนักงานที่พี่เดือนส่งมาหยุดมองแวบหนึ่งและกำลังจะเดินต่อบีบีก็โพล่งขึ้น

“วันไปส่งบีก่อนได้ไหมบีมีธุระ พี่ช่วยอยู่เป็นเพื่อนคุณแม่สักพักก่อนได้หรือเปล่าคะ” บีบีพูดกับผมก่อนหันไปตะโกนบอกลูกน้องของพี่เดือน

“ธุระอะไรบี”

“ก็... นัดกับเพื่อนไว้ คุยงานกลุ่มน่ะ” บีบีพูดเสียงเครียด สื่อเป็นนัยว่ามันสำคัญ ยังไงก็ต้องไปเจอเพื่อนให้ได้ ผมเพิ่งมาถึงยังไม่ทันได้นั่งรู้สึกท้อแทบจะทันที แต่ก็ไม่ได้แสดงอาการไม่พอใจให้บีบีเห็น พยักหน้าเอาใจแฟนเหมือนทุกที

“ได้สิ งั้นวันไปส่งจะกลับไปเอาเสื้อผ้ามาค้างกับแม่ด้วย ไนท์มึงจะไปกับกูหรือเปล่า” ผมหันไปทางไอ้ไนท์เพราะมันมากับผม จะทิ้งไว้ที่นี่ก็ยังไงอยู่

“แกไม่ต้องมาเฝ้าแม่หรอกตะวัน แค่ผ่าไส้ติ่ง ไม่ได้เป็นมะเร็งลำไส้ เดี๋ยวพอยัยเดือนมาก็จะไล่กลับเหมือนกัน” เสียงแม่ขัดขึ้นอย่างไม่ยี่หระ สีหน้าไม่มีส่วนไหนที่บอกว่าอยากได้คนเฝ้าไข้สักนิด ผมไม่รู้ว่าแม่แค่แกล้งใจแข็งหรือหมายความตามนั้นจริงๆ

“นายเองก็เหมือนกัน กลับไปทำงานเถอะ” แม่หันไปพูดกับลูกน้องของพี่เดือน

“ครับคุณผู้หญิง”

“แล้วก็เลิกเรียกฉันว่าคุณผู้หญิงได้แล้ว มันกระดากหู”

“ครับ...” ลูกน้องพี่เดือนรีบก้มหน้าเล็กน้อยเป็นเชิงขอโทษ ก่อนเดินออกจากห้องไป ผมมองตามหมอนั่นจนประตูปิด รู้สึกเหมือนมีอะไรสักอย่างแปลกๆ

“อืม ตะวันไปส่งบีบีได้แล้ว อยู่กับแม่มาทั้งวันแล้ว เกรงใจ”

“เกรงใจอะไรคะแม่ นี่ถ้าไม่ติดว่าต้องคุยงานกลุ่มบีจะขอตะวันอยู่เฝ้าแม่”

“ไม่ต้องๆ แค่นี้ก็ลำบากแล้ว รีบไปกันเถอะ เดี๋ยวจะค่ำซะก่อน”

“แม่ไม่ให้ผมมาเฝ้าจริงเหรอ” ผมถามอีกรอบเพื่อความแน่ใจ

“เออ ถ้าฉันอยากให้แกมาเฝ้าเดี๋ยวบอกเอง” แม่โบกมือไล่อย่างรำคาญ ไม่ง้อ ไม่อ้อนอะไรทั้งนั้น แม่ผมก็แบบนี้แหละ ใจแข็ง หญิงแกร่ง ไม่เคยแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น เฮ้อ!

เราสามคนลาแม่เสร็จก็ออกมาที่รถ ผมต้องไปส่งบีบีก่อนเพราะเห็นบอกว่ารีบ ส่วนไอ้ไนท์ไม่รู้มันจะเอายังไง ผมถามว่าจะลงไหน มันก็โบ้ยมาให้ผมส่งบีบีก่อนแล้วจะคุยเรื่องไอ้เอิร์ธกับผมต่อ ไม่รู้แม่งพูดจริงหรือหลอก ต่อหน้าบีบีผมไม่กล้าพูดมาก ได้แต่พยักหน้าเออออไปตามเรื่อง

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น