Bannkob
facebook-icon

ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งให้กันนะคะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 2 100%

คำค้น : น่ารัก, แสนซน, โรแมนติก, ใจดีสายเปย์, ลุงดุนะหนูไหวเหรอ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 832

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 19 พ.ค. 2562 18:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2 100%
แบบอักษร

 

ฝ่ายศรุตหลังจากส่งแสนรักเรียบร้อยก็ขับรถกลับบ้าน แต่เขาต้องผจญกับการจราจรในกรุงเทพฯ อยู่เกือบชั่วโมงกว่าจะถึงบ้านก็ปาเข้าไปทุ่มครึ่ง พอรถจอดสนิทในโรงรถและก้าวลงจากรถได้ แม่บ้านที่พ่วงตำแหน่งพี่เลี้ยงเก่าแก่  ก็รีบเข้ามาบอกเขาทันทีว่ามงคลรออยู่ ส่วนพ่อกับแม่ของเขาออกไปงานแต่งงานของลูกสาวของคนรู้จักตั้งแต่เมื่อตอนหกโมงเย็นแล้ว

ได้ยินแค่นั้นศรุตก็แทบอยากจะกลับขึ้นรถ แล้วไปดื่มกับเพื่อนต่อทันที จากที่เขาส่งไลน์กลุ่มชวนไปดื่มกัน แต่ที่ขับกลับมาบ้านก่อนก็เพื่อจะมาเปลี่ยนเสื้อผ้าสักหน่อย

แต่ยังไม่ทันได้ก้าวไปไหน มงคลก็เดินออกมาหน้าบ้าน เพราะได้ยินเสียงรถแล่นเข้ามาจอดแล้ว แต่ไม่เห็นศรุตเข้าไปในบ้านเสียทีจึงออกมาดู พอเห็นหลานชายกำลังจะชิงหนีจึงต้องเรียกไว้

“นั่นจะไปไหนอีกไอ้เจ้ารุต หน็อย นี่พอแม่เอิบบอกว่าฉันกำลังรอแกอยู่ ก็คิดจะหนีเลยสินะ” มงคลเอ่ยดักไว้ก่อนจะสั่งแม่บ้าน “แม่เอิบจับตัวมันไว้เลย แล้วพาไปที่ห้องรับแขก อย่าให้หนีไปไหนได้”

“เอ่อ...ค่ะ คุณท่าน”

เอิบหรือแม่เอิบที่เลี้ยงศรุตมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก จำต้องหันมาส่ายหน้าเบาๆ กับศรุตเหมือนบอกว่าช่วยได้แค่นี้จริงๆ ก่อนจะดึงแขนศรุตให้เดินไปที่ห้องรับแขกด้วยกัน ส่วนศรุตนั้นก็ไม่กล้าสะบัดหนีเพราะอีกฝ่ายก็อายุมากแล้ว เลยจำต้องยอมให้ถูกพาตัวเข้าไปในบ้านแต่โดยดี

พอเข้ามาในห้องรับแขกและนั่งลงเรียบร้อย มงคลก็เปิดฉากบ่นทันที

“แกนี่นะ ยิ่งนับวันยิ่งเอาใหญ่ คิดจะหนีออกไปดื้อๆ รู้หลบเป็นปีกรู้หลีกเป็นหางจริงๆ ใครสอนมาห๊ะ!”

“คุณปู่ครับ”

“ยังจะมีหน้าพูดอีก!” มงคลว่าแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้าก่อนจะหันไปหาแม่บ้านคนสนิทเพื่อหาพวก “ดูมันนะแม่เอิบ ดูพ่อตัวดีของเอิบเลย นี่ถ้ามันไม่ได้ทำตัวดี ทำงานเก่ง ฉันคงแพ่นกบาลแยกไปแล้ว”

“โธ่ คุณท่านก็ คุณรุตก็แค่ไม่อยากให้คุณท่านบ่นจนเครียด แล้วความดันขึ้นมากกว่าค่ะ”

แม่บ้านคนสนิทช่วยแก้ต่างให้ แต่มีหรือที่มงคลจะไม่รู้

“ไม่ต้องช่วยพูดแทนมันเลยแม่เอิบ มาช่วยเข้าข้างฉันดีกว่า แก่จนจะลงโลงอยู่แล้ว ยังไม่มีเหลนให้อุ้มสักที มันน่าน้อยใจจริง ดูลูกหลานบ้านอื่นซิ ผลิตลูกกันโครมๆ บ้านเรานี่เงียบเหงาเหลือเกิน”

“ผมไม่ใช่พ่อพันธุ์ผลิตเด็ก ที่เอาแต่ผลิตออกมาแต่ไร้คุณภาพ แล้วปล่อยลูกเป็นปัญหาของสังคมนะครับ ในเมื่อจะหาแม่ของลูกทั้งที มันก็ต้องดูให้ดีมีคุณภาพแบบที่ไม่ใช่มีแต่เปลือกนอก เดี๋ยวเหลนออกมาไม่ดี ปู่จะมาว่าผมทีหลังไม่ได้นะ”

“แกจะเอาคุณภาพคับแก้วขนาดไหนเชียวไอ้เจ้ารุต” คนเป็นปู่แขวะใส่ตรงๆ แต่หลานชายสุดหล่อก็ไม่ยอมแพ้ ตอบกลับไปอย่างชัดถ้อยชัดคำ

“เอาแบบที่ว่าถ้าใครเป็นแม่ของลูกให้ได้ แล้วผมคิดว่าดีค่อยว่ากัน”

“ดู ดูมัน!”

มงคลเอือมระอาจะพูด เพราะเรื่องนี้เรื่องเดียวเท่านั้นที่ศรุตทำตัวลื่นเป็นไหลได้แบบสุดๆ ทั้งที่ปกติเป็นคนตรงไปตรงมา เป็นคนเอาจริงเอาจังไม่ค่อยขี้เล่นสักเท่าไร

“ปู่มีเรื่องจะเทศน์ผมแค่นี้ใช่ไหมครับ”

“ไม่ใช่แค่นี้” คนเป็นปู่ส่ายหน้าทำตาหงุดหงิดก่อนจะเข้าเรื่อง “วันมะรืนจะมีงานทำบุญและเปิดตัวรีสอร์ทบนเกาะของสินธร แกเตรียมตัวหรือยัง”

“เตรียมแล้วครับ จรัญจัดการเรื่องตั๋วเครื่องบินและทุกอย่างไว้ให้เรียบร้อยแล้ว”

“แล้วเสื้อผ้าล่ะ” มงคลถามและเอ่ยดักอย่างรู้ทัน “คงใส่ไปชุดเดียวสิท่า”

“ไปเช้าเย็นกลับ จะต้องพกกระเป๋าเสื้อผ้าไปทำไมครับ”

“ไปถึงเกาะขนาดนั้น แกไม่คิดจะเที่ยวพักผ่อน อยู่ให้นานกว่าวันเดียวเลยหรือไง” มงคลต่อว่าแล้วก็เริ่มร่ายยาว “แกนี่นะช่วยเพลาๆ เรื่องงานลงบ้างได้ไหม นี่ฉันชักสงสัยแล้วว่าถ้าแกเอากระดาษเอกสารและบัญชีสินทรัพย์ของบริษัทเป็นเมียได้คงทำไปแล้วใช่ไหม”

“ครับ”

“เดี๋ยวปั๊ด! นี่ฉันประชด!”

“ถ้าปู่จะพูดเรื่องหาหลานสะใภ้ ก็ขอบอกอีกครั้งที่ร้อยที่พัน ว่ายังไม่มีใครถูกใจครับ”

“อะไรวะ ก็เห็นสวยๆ มาแจกขนมจีบให้แกตั้งเยอะแยะ ก็เลือกมาสักคนหนึ่งไม่ได้หรือไง”

“มีมาแต่ประเภทสวยแต่รูป จูบไม่หอมทั้งนั้นแหละครับ”

“โอ๊ย แบบนี้ฉันคงลงโลงไปก่อนได้อุ้มเหลนแน่ๆ”

มงคลตัดพ้อแล้วก็มองหน้าหลานชายทีหนึ่ง รู้ว่ารายนี้หัวแข็งยิ่งกว่าตอไม้ ถ้าลองเอ่ยคำว่าไม่ก็คือไม่ แต่อย่างน้อยถ้าไม่หาหลานสะใภ้ให้ ก็ช่วยเพลาๆ เรื่องทำงานบ้างก็ดี เพราะเขาไม่อยากให้หลานตายก่อนตัวเอง

”ก็ได้ เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนก็ได้ แต่แกน่ะ พักร้อนบ้างหรือเปล่า ฉันไม่เห็นแกไปเที่ยวไหนกับใครเลย ไอ้เพื่อนที่เคยสนิทสนมกับแก มันไปไหนหมด ไม่เห็นติดต่อกันบ้าง”

“ช่วงนี้งานยุ่งทุกคนครับ”

“เหรอ” มงคลรับคำแต่ก็ไม่ค่อยเชื่อเท่าไร แล้วจึงยื่นข้อเสนอที่คิดได้อย่างปัจจุบันทันด่วน “งั้นเอาอย่างนี้ดีไหม ที่จะไปงานเปิดตัวรีสอร์ทของสินธร แกช่วยอยู่พักร้อนสักหนึ่งอาทิตย์ ถ้าแกอยู่ครบหนึ่งอาทิตย์ ฉันจะไม่รบเร้าให้แกหาเมียอีกสักปีหนึ่งเลยเป็นไง”

“พูดจริงหรือครับ”

ศรุตชักสนใจ อย่างน้อยถ้าปู่ไม่รบเร้าอยากให้เขาหาหลานสะใภ้ไปหนึ่งปี เขาก็ไม่ต้องทำหน้าเมื่อยแบบนี้บ่อยๆ แล้วก็ยังสบายหูไปอีกหนึ่งปี ไม่ต้องวุ่นวายใจกับเรื่องนี้แบบเต็มๆ

“เออ จริง”

มงคลรับปากอย่างไม่มีทางเลือก ในเมื่อเป็นคนยื่นหมูยื่นแมวไปเอง แล้วด้วยความเป็นผู้ใหญ่กว่าก็ต้องรักษาคำพูดให้ได้ด้วย

“งั้นเรามาทำข้อตกลงกันไหมครับคุณปู่”

ศรุตเปิดฉากทำตัวเป็นหมาป่าเตรียมตะครุบเหยื่อ แต่เหยื่อคราวนี้เป็นข้อตกลงอันแสนหวาน ไม่ใช่เหยื่อที่เขาจะทำให้ปั่นป่วนหรือยอมสยบแต่อย่างใด

“ได้ทีเชียวนะไอ้ตัวดี หลอกคนแก่ให้ตกปากรับคำเนี่ย ถนัดนัก”

“ก็ปู่สอนผมเองว่า โอกาสไม่ได้มาหาเราบ่อยๆ ถ้าจะเป็นผู้บริหารก็ต้องรู้จักถอยและก้าวเมื่อถึงเวลา”

“เออ เอากับมัน”

มงคลได้แต่ถอนหายใจ แต่สุดท้ายก็ต้องยอมทำสัญญาข้อตกลง

“ถ้าแกยอมพักร้อนอยู่ที่เกาะนั่น ทำตัวสบายๆ เที่ยวหาความสุขใส่ตัวสักเจ็ดวัน แล้วก็ห้ามเอาเลขาของแกไปที่เกาะด้วย เพราะฉันรู้ว่าถ้าแกเอาไป แกต้องแอบทำงานหรือติดต่อเรื่องงานแน่ ถ้าแกอยู่ห่างๆ งานได้ครบเจ็ดวัน พักผ่อนพักร้อนให้เต็มที่ตามกำหนดได้ ฉันก็จะทำตามที่ตกลงกันไว้ จะไม่ถามหาหลานสะใภ้อีกหนึ่งปี”

“ปู่สัญญาแล้วนะ” เขาย้ำเพื่อไม่ให้ท่านบิดพลิ้ว

“เออ สัญญา ให้แม่เอิบเป็นพยาน หรือแกจะอัดคลิปไว้ให้ทันสมัยเลยไหม”

มงคลแกล้งประชดไปอย่างนั้น แต่รู้ว่าหลานชายไม่ทำแน่ เพราะตั้งแต่มีลูกชายจนถึงหลานชายคนนี้ เขาอบรมสั่งสอนมาอย่างดี ให้รู้จักรักษาสัญญาไม่ว่ากับใครและไม่ให้รับปากรับคำใครพล่อยๆ ถ้าทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นตัวเขาจึงเป็นแบบอย่างที่ดีให้เห็น

“ผมเชื่อในสัญญาของคุณปู่” ศรุตยอมรับข้อตกลง “ผมจะอยู่บนเกาะนั่น เที่ยวพักผ่อนจนครบเจ็ดวัน  แต่ตอนนี้ขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะครับ พอดีนัดกับพวกไอ้ริศ ไอ้มิลไว้”

ชายหนุ่มว่าแล้วยิ้มอย่างเป็นต่อก่อนจะขอตัวไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า คนเป็นปู่ได้แต่มองตามอย่างเหนื่อยใจ แล้วจึงกลับเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง โดยมีแม่บ้านตามเข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด จนกระทั่งหลายนาทีต่อมาก็ได้ยินเสียงรถของศรุตแล่นออกไป แม่จึงออกไปดูความเรียบร้อยก่อนจะกลับเข้ามารายงาน

“ไปแล้วล่ะค่ะคุณท่าน”

“เฮ้อ เจ้ารุตนี่มันจริงๆ เลย”

“แต่คุณท่านคะ ดีแล้วหรือคะที่ให้คุณรุตกลับไปที่เกาะนั้นอีกครั้ง”

“ไม่ต้องห่วงหรอกแม่เอิบ” มงคลเข้าใจดีว่าแม่บ้านห่วงอะไร “เรื่องมันก็ผ่านมานานแล้ว เจ้าศรุตเองก็ไม่ใช่เด็กๆ แล้วด้วย อีกอย่างนะ...ทุกคนมีสิ่งที่จะต้องก้าวข้ามมันไปให้ได้ ไม่ว่าจะดีหรือร้าย เมื่อมันคืออดีต มันคือสิ่งที่เราผ่านมาแล้วและจะไม่หวนคืนมาอีก”

“ก็จริงอย่างที่คุณท่านว่าค่ะ” แม่บ้านเข้าใจแต่ก็ยังอดเปรยไม่ได้ “ไม่รู้ว่าเด็กคนนั้นจะเป็นยังไงบ้าง ตัวเล็กนิดเดียว แต่กล้าหาญแล้วก็อึดมากเลยทีเดียว”

มงคลฟังแล้วก็ได้แต่ยิ้มไม่พูดอะไรต่อ ก่อนจะเดินไปที่หิ้งพระที่อยู่ในห้องนอน เพื่อสวดมนต์ไหว้พระ แม่บ้านจึงถอยออกจากห้องไปอย่างรู้งาน โดยไม่รู้เลยว่าตอนนี้ประมุขของบ้านกำลังคิดว่า คนเราบางครั้งมันก็ผูกพันกันด้วยโชคชะตา บางคนเคยได้เจอกันและต้องห่างกัน แต่สุดท้ายเมื่อชะตามันถูกกำหนดไว้แล้ว ต่อให้มีเรื่องใดมาขวางกั้น มันก็ต้องกลับมาเจอกันอยู่ดี เหมือนอย่างที่มันกำลังจะเกิดกับหลานชายของเขา!

***********************************

บุพเพอาละวาด ก็จะเกิดขึ้น แต่มันก็จะมีเรื่องวุ่นๆ ยุ่งๆ มาให้วุ่นวายกันหน่อย

ต้องรอลุ้นลุงดุและลุ้นว่าน้องจะรับไหวไหม เพราะลุงบอกแล้วว่าดุจริง ไม่ได้มาเล่นๆ ค่ะ 5555

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น