Bannkob
facebook-icon

ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งให้กันนะคะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 2 50%

คำค้น : น่ารัก, แสนซน, โรแมนติก, ใจดีสายเปย์, ลุงดุนะหนูไหวเหรอ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 857

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 19 พ.ค. 2562 16:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2 50%
แบบอักษร

 

บทที่ 2

ศรุตเดินมาถึงรถยนต์แล้วหันมองนักศึกษาสาวที่จำใจเดินตามเขามาด้วยความขบขัน แต่วางสีหน้าเรียบเฉยไม่แสดงให้หล่อนรู้ ทว่าในใจนั้นกำลังคิดว่าอย่างน้อยหล่อนก็ยังฉลาดที่เดาท่าทางเขาได้ถูก ไม่ถามอะไรโง่ๆ ออกมา หรือเลือกที่จะกลับเองเหมือนอย่างที่พูดไว้ แม้ว่าเจ้าตัวจะแอบทำหน้าง้ำไม่พอใจอยู่ก็ตาม

ชายหนุ่มกดรีโมตเปิดประตูรถ แล้วขึ้นนั่งประจำที่คนขับ ส่วนคนที่ถูกบังคับให้มาด้วยกันก็ขึ้นรถมาอย่างเสียไม่ได้ ซึ่งพอปิดประตูรถและคาเข็มขัดได้ เจ้าตัวก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋า แต่ก็ยังมีมารยาทพอที่จะหันมาบอกเขา

“แสนรักขอส่งข้อความบอกพี่สาวก่อนนะคะ ว่าคุณจะไปส่ง”

“ตามสบาย แต่บอกทางไปบ้านของเธอให้ด้วย”

เขาว่าแต่ก็แอบขำอยู่ในใจลึกๆ เมื่อคิดว่าหล่อนอาจจะกลัวถูกหลอกพาไปไหนก็ได้ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะบอกว่าซื่อบื้อดีหรือกล้าดีก็ไม่รู้ เพราะถ้ากลัวขนาดนั้น แทนที่จะวิ่งกลับเข้าไปในสถานีตำรวจ แล้วขอความช่วยเหลือ กลับยอมมากับเขาง่ายๆ เพียงแค่โดนขู่ว่า ถ้าหล่อนไม่มาด้วยจะต้องไปเริ่มต้นขอฝึกงานกับโรงแรมแห่งใหม่

‘ช่างเป็นผู้หญิงที่ซื่อจนเกือบจะบื้อ’

ฝ่ายแสนรักที่ถือโทรศัพท์มือถืออยู่ ก็ลดแสงหน้าจอลงและเอียงหน้าจอโทรศัพท์ให้ตะแคงหาหน้าต่าง เพราะไม่อยากให้เขาแอบอ่านข้อความที่หล่อนกำลังพิมพ์อยู่ เนื่องจากหล่อนไม่ได้พิมพ์ข้อความบอกคุณปู่หรือแม่บ้านแต่อย่างใด แต่หล่อนกำลังพิมพ์ข้อความบอกเพื่อนรักต่างหาก!

 

แสน แสนรัก : เปรี้ยว แกอยู่ที่บ้านหรือเปล่า

 

ปลายทางที่สนทนาด้วยเหมือนจะจับโทรศัพท์มือถืออยู่พอดี เพราะมันแสดงข้อความว่า ‘อ่านแล้ว’ นั่นทำให้แสนรักรู้สึกโล่งใจว่าอย่างน้อยคนที่ติดต่อไปก็เห็นข้อความของหล่อนแล้ว

 

เปรี้ยว : อยู่ จะมาหาเหรอ?

แสน แสนรัก : ป๊ากับม๊าอยู่หรือเปล่า

เปรี้ยว : ไม่อยู่ แกถามทำไม

แสน แสนรัก : งั้นดีเลย เดี๋ยวฉันจะไปหา แต่แกช่วยเล่นละครเป็นพี่สาวของฉันให้หน่อยนะ

 

แสนรักพิมพ์ตอบไปเร็วปรื๋อ ขณะที่ศรุตถอยรถออกจากช่องจอดรถก่อนจะพาออกจากสถานีตำรวจ โดยที่หล่อนก็ยังคงพิมพ์คุยกับปลายทางต่อไป

 

เปรี้ยว : ห๊ะ อะไรนะไอ้แสนรัก เล่นละครอะไร พูดให้เคลียร์หน่อยซิ

แสน แสนรัก : เดี๋ยวจะมีคนพาฉันไปส่ง แต่ฉันไม่อยากให้เขารู้ว่าบ้านฉันอยู่ไหน คือว่าเขารู้จักคุณปู่ แต่เขายังไม่รู้ว่าฉันเป็นหลานสาวของคุณปู่ พอดีมันมีเรื่องนิดหน่อย ฉันก็เลยไม่อยากให้เขาแวะไปที่บ้าน ก็เลยจะให้เขาไปส่งฉันที่บ้านของแกแทน

เปรี้ยว : ฉันโทรหาแกตอนนี้ได้ไหม

แสน แสนรัก : อย่าโทรนะ! ฉันอยู่ในรถกับเขา

 

หญิงสาวรีบบอกลัวเพื่อนโทรมาหา แล้วหล่อนจะอธิบายลำบาก ดีไม่ดีถ้าเสียงปลายสายเล็ดลอดออกมา มีหวังศรุตรู้แน่ว่าคนที่หล่อนสนทนาด้วยไม่ใช่พี่สาวตามที่กล่าวอ้างไป

 

เปรี้ยว : เอ้า แล้วมันอะไรกันละเนี่ย

แสน แสนรัก : เอาเป็นว่าอีกสามสิบนาที ฉันคงถึงบ้านของแก แต่แกต้องเล่นละครเป็นพี่สาวของฉัน แล้วก็ช่วยเออออไปกับฉันหน่อย ถ้าเขาส่งฉันเสร็จแล้ว กลับไปแล้ว ฉันจะเล่าให้ฟังอย่างละเอียดเลย แค่นี้ก่อนนะ เดี๋ยวเขาสงสัยว่าฉันพิมพ์คุยนานเกินไป

 

หล่อนบอกแค่นั้นก็ยุติการพิมพ์สนทนา แล้วจึงแชร์พิกัดที่รถกำลังแล่นอยู่ไปให้เพื่อนด้วย แต่ตอนนั้นเองที่ศรุตแอบเหลือบมองมาแวบหนึ่งและทันเห็นภาพแผนที่บนหน้าจอพอดี เขาถึงกับยิ้มเมื่อรู้ว่าหล่อนแชร์พิกัดของรถยนต์ แล้วก็อดไม่ได้ที่จะกระเซ้า

“พิมพ์เลขทะเบียนรถบอกไปด้วยก็ได้ 6กฒ 523 รถคันนี้ของฉันเอง ไม่ใช่ของโรงแรม ตรวจสอบกับกรมการขนส่งได้เลย มันเป็นชื่อของฉัน”

“เปล่านะคะ แสนรักไม่ได้คิดอย่างนั้นสักหน่อย”

แสนรักปฏิเสธแต่เสียงไม่ได้บอกเลยว่าไม่ได้คิดอย่างนั้น ศรุตยิ้มมุมปากแต่ไม่ได้ว่าอะไร แต่ในใจนั้นเขาคิดว่าดีเสียอีกที่หล่อนจะระวังตัว ในเมื่อสังคมสมัยนี้มันอันตราย คนบางคนก็รู้หน้าไม่รู้ใจ

“เธอจะคิดไม่ไว้ใจฉันก็ได้ ฉันว่าเป็นเรื่องที่ดีเสียอีก เพราะนั่นแปลว่าเธอมีสติดีพอที่จะระวังตัวเอง เป็นเรื่องที่ดี” เขากล่าวชมในเรื่องนี้ ก่อนจะสรุปให้หล่อนสบายใจ “สบายใจได้ ฉันไม่สนใจเด็ก”

สิ้นเสียงพูดของเขา แสนรักก็ตอบในใจทันทีเหมือนกัน

‘ฉันก็ไม่สนใจคนแก่เหมือนกันแหละ’

เวลาล่วงเลยผ่านไป ครึ่งชั่วโมงกว่ารถยนต์คันสวยก็แล่นมาจนถึงกลางซอยซอยหนึ่ง สองข้างทางเป็นบ้านเรือน ไม่มีร้านรวงใดๆ แสนรักชี้ไปยังบ้านที่ต้องการให้เขาจอด แต่ตรงบริเวณหน้าประตูรั้วบ้าน มีรถยนต์คันหนึ่งจอดอยู่ก่อนแล้ว ทำให้แสนรักต้องบอกให้ศรุตจอดต่อท้ายรถยนต์คันนั้นแทน

พอรถยนต์จอดสนิทแสนรักก็เตรียมปลดเข็มขัดนิรภัย แต่มันติดและไม่สามารถปลดออกได้

แก๊ก แก๊ก

หญิงสาวพยายามจะกดล๊อคปลดเข็มขัดนิรภัย แต่ทำยังไงมันก็ไม่ออก พอดีกับศรุตหันมาเห็นเข้า เขาก็ไม่ได้แปลกใจอะไร แถมยังมีหน้าบอกด้วยว่า

“ลืมบอกไปว่าตัวล๊อกเข็มขัดนิรภัยอันนี้มันมีปัญหาอยู่ บางทีมันก็ปลดล๊อกได้ บางทีมันก็ปลดไม่ได้ ต้องใช้จังหวะกับมุมกระตุกดีๆ”

“แล้วทำไมคุณไม่บอกก่อนล่ะ แสนรักจะได้ไม่คาด” หล่อนบ่นแล้วเผลอทำหน้ามุ่ยใส่

“ถ้าเธอไม่คาด แล้วโดนตำรวจเรียกหรือเกิดอุบัติเหตุล่ะจะว่ายังไง”

เขาว่ากึ่งดุก่อนจะเอี้ยวตัวมาแล้วชะโงกกายเข้ามาใกล้ มือขวาเอื้อมไปกระตุกสายเข็มขัดนิรภัยที่พาดอยู่เหนือไหล่ด้านซ้ายของหล่อน ส่วนอีกมือก็กดล๊อกเข็มขัดให้ปลดออกไปด้วย แต่เพราะการเอี้ยวตัวมาแค่ครึ่งๆ กลางๆ ทำให้ไม่ถนัด เขาจึงตัดสินใจลงจากรถแล้วอ้อมไปเปิดประตูฝั่งหล่อน ก่อนจะชะโงกกายค้ำเพื่อช่วยปลดเข็มขัดนิรภัยให้

ทว่า การที่เขาชะโงกกายค้ำอยู่อย่างนั้นและเพราะมัวแต่สนใจกับการปลดเข็มขัดนิรภัยให้หล่อนให้ได้ ทำให้ลืมไปว่าใบหน้าของเขามันอยู่ใกล้ใบหน้าของหล่อนเกินไป แล้วถ้าใครเกิดขับรถผ่านมาเห็นเข้าอาจจะคิดได้ว่าเขากำลังจูบหล่อนหรือไม่ก็ทำอะไรๆ กับหล่อนอยู่ก็ได้!

“เดี๋ยว...เดี๋ยวแสนรักลองอีกทีเอง”

“เธอคิดว่าคุ้นชินกับรถของฉันมากกว่าฉันเหรอ”

“เปล่า คือว่า....มันใกล้ไปแล้ว

หล่อนปฏิเสธแต่ไม่ได้พูดคำสุดท้ายออกไป ฝ่ายศรุตที่ไม่เข้าใจในนาทีแรก แต่พอหันมาเจอหล่อนทำหน้าแดง เขาก็ถึงบางอ้อแต่แทนที่จะรีบถอยออกไป กลับแกล้งชะโงกหน้าเข้ามาใกล้อีกนิด เพราะอยากรู้ว่าที่หล่อนเขินอายอยู่นี่ อายจริงหรือแค่จริตมารยาหญิง

แต่แสนรักที่ไม่รู้ว่าถูกเขาทดสอบ จึงเบียดตัวกับพนักพิงทำราวกับว่าถ้าสิงมันได้คงสิงไปแล้ว แถมยังหลับตาปี๋ทำหน้าเหมือนเห็นผี

ศรุตมองแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้า ไม่ต้องถามให้เมื่อยแล้วว่าเคยมีแฟนหรือยัง ในเมื่อปฏิกิริยาแสดงออกก็ชัดขนาดนี้แล้ว เขาคิดแล้วก็เลิกแกล้งหล่อน แล้วก็ช่วยปลดล๊อคเข็มขัดนิรภัยออกให้จนสำเร็จ

แก๊ก!

ชายหนุ่มถอยห่างออกมา แล้วรอให้หล่อนลงจากรถ ฝ่ายคนที่ได้ยินเสียงล๊อคเข็มขัดดังก็ลืมตาขึ้น แล้วก็โล่งใจที่เจ้าของรถสุดหล่อไม่ได้อยู่ใกล้หล่อนแบบเมื่อครู่นี้แล้ว หล่อนจึงรีบลงจากรถแล้วหันเหความสนใจของเขาไปเรื่องบ้านแทน

“หลังนี้แหละค่ะ”

แสนรักบุ้ยใบ้ไปยังประตูรั้วที่อยู่ ตัวบ้านเป็นบ้านเดี่ยวสองชั้น มีโรงรถอยู่ด้านหน้าและมีเนื้อที่หน้าบ้านเล็กน้อยไว้สำหรับปลูกต้นไม้กระถาง ภายในรั้วบ้านมีจักรยานจอดอยู่สองคัน ตัวบ้านค่อนข้างเก่า ประเมินจากสภาพบ้านและรูปแบบของบ้านที่ตกยุค ทำให้พอเดาได้ว่าน่าจะมีอายุประมาณสามสิบกว่าปีแล้ว

หญิงสาวเดินไปที่หน้าประตูรั้ว พอดีกับที่ปนิตาหรือเปรี้ยวเดินออกมาหน้าบ้าน หลังจากที่ตอนแรกมายืนคอยเพื่อนแล้วเกิดเปลี่ยนใจ เพราะเพิ่งคิดได้ว่า ในเมื่อเพื่อนให้หล่อนเล่นละครเป็นพี่สาว เวลาพี่น้องกลับบ้านก็ไม่ต้องมายืนรอกันแบบนี้ มันดูผิดปกติไป

เจ้าตัวจึงคิดว่าจะออกมาเมียงมองดูอีกทีว่าเพื่อนมาหรือยัง แต่กลายเป็นว่าออกมาคราวนี้เพื่อนดันมาถึงแล้ว แถมยังมากับผู้ชายสุดหล่อมาดเนี๊ยบที่แผ่รังสีความรู้สึกชวนหวั่นไหวมาให้เสียด้วย

‘กรี๊ด!! คนหล่อพระเอกตายเรียบคนนี้ ใครวะเนี่ย’

ปนิตากรี๊ดในใจเอาแต่ยืนอ้าปากค้าง จนแสนรักที่เห็นแล้วต้องรีบเรียกเพื่อเตือนสติ แล้วก็เพื่อให้เพื่อนเล่นละครรับสมอ้างเป็นพี่สาวให้มันแนบเนียนด้วย

**********************************************

น้องแสนของเราก็จะหาเรื่องใส่ตัวนิดๆ เรื่องนี้ก็จะงุ้งงิ้ง มุ้งมิ้ง กันมากหน่อยนะคะ

ส่วนคุณศรุตก็ยังไม่ออกลายดุ แต่อย่าให้พี่ดุนะ เพราะพี่ดุมากกกกกกกกก น้องไหวเหรอ5555

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น