Minchol

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 84 สร้อยขนนกนั่น...

ชื่อตอน : บทที่ 84 สร้อยขนนกนั่น...

คำค้น : ซอฟท์วาย,ไป๋หลง,หลงไป๋,ไป๋อวี่,จูอี้หลง,เผิงหลง

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 135

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 19 พ.ค. 2562 12:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 84 สร้อยขนนกนั่น...
แบบอักษร

  ไป๋เทียนจ้าวบอกให้รอจนกว่าจะพ้นปีใหม่ เขาไม่อยากให้ใครกวนจูอี้หลงตอนนี้ เขามีงานสำคัญตอนช่วงสิ้นปี เกิดมีปัญหาอะไรขึ้นมามันจะกระทบงานใหญ่ของสถานี แค่ไป๋อวี่บุกไปหาเขาถึงกองถ่าย เขาก็คงตกใจมากแล้ว ขืนพ่อแม่ไป๋อวี่ไปพบเขาอีก เขาอาจจะช๊อคหรืออาจจะเครียดจนเสียงานเสียการก็ได้

  มันเลยมาลงตัวที่ Weibo Night* ที่สองสามีภรรยาหาช่วงเวลาแทรกตัวอย่างเนียนๆ เข้าไปนั่งรอจูอี้หลงในห้องพักด้านข้างเวที ให้เขามาพบเพื่อคุยกันก่อนที่เขาจะเดินพรมแดงเข้างานตามโปรแกรมที่วางไว้

...

...

  คุณนายไป๋พินิจมองดูชายหนุ่มรูปงามเบื้องหน้า รูปร่างผอมเพรียวที่ห่อหุ้มด้วยชุดสูทไหมสีดำราคาแพงค้อมลงทักทายเธอกับสามีก่อนจะปลดกระดุมเสื้อสูทออกแล้วยอบตัวลงนั่งตามคำเชิญ

  "ผมรู้ว่าเวลาคุณน้อย ผมเข้าเรื่องเลยก็แล้วกัน" ไป๋เทียนจ้าวไม่เอ่ยทักทายอะไรตามมารยาท ท่าทางเขาดูเก้อเขินเกินกว่าที่จะมาอารัมภบทอะไรก่อน เขาปิดคำพูดด้วยเสียงกระแอมในลำคอ สายตาตระหวัดดูภรรยา เหมือนจะเตือนเธอว่า เราตกลงกันไว้แล้วนะว่าคุณจะเป็นคนพูด

  "ที่ไป๋อวี่ไปรบกวนคุณถึงกองถ่าย ฉันต้องขอโทษแทนเขาด้วย" คุณนายไป๋ยิ้มน้อยๆเป็นการขอโทษ จูอี้หลงค้อมหัวตอบโดยไม่ได้เอ่ยอะไร ทำเอาสองสามีภรรยาเริ่มอึดอัด ... เขาเงียบอย่างนี้นี่เอง อาอวี่ถึงได้ทุรนทุรายนัก

  "คุณรู้ใช่ไหมว่าไป๋อวี่รู้สึกกับคุณยังไง" คุณนายไป๋รุก แต่ได้รับรอยยิ้มจางๆกับสายตาที่หลุบต่ำลงเป็นคำตอบ ทำเอาเธอไปต่อไม่ได้

  "ให้ตายเถอะ คุณพูดอะไรออกมาบ้างได้ไหม ...เสียมารยาทจริงๆ" ไป๋เทียนจ้าวเหลืออดจนต้องโพล่งออกมา จูอี้หลงค้อมหัวลงเล็กๆก่อนจะเอ่ยปากเบาๆ

  "ครับผม"

  "ครับผมอะไร" ไป๋เทียนจ้าวสวน ทำเอาจูอี้หลงอึ้ง นิ้วมือทั้งสิบเกร็งกดลงบนหัวเข่าที่เขาวางมือไว้

  "ครับผมรับคำขอโทษ หรือว่าครับผมที่รู้ว่าอาอวี่รักนาย" จูอี้หลงผงะก่อนจะรีบพูดเสียงดังกว่าเดิม

  "ครับผม"

  

  ไป๋เทียนจ้าวลุกพรวด เขาทนไม่ไหวแล้ว

  "เอาเป็นว่า ผมขอถอนคำพูดทุกคำที่พูดกับคุณที่สนามบิน ผมไม่ว่าอะไรถ้าคุณจะคบหากับอาอวี่ ..." ไป๋เทียนจ้าวพูดอย่างติดโมโห ไม่นึกว่าเขาจะต้องมาเสียท่าให้กับความเงียบงันของจูอี้หลงจนต้องเป็นฝ่ายเอ่ยปากขึ้นก่อน .... เป็นเพราะไอ้ลูกตัวดีทีเดียวที่ทำให้พ่อมันต้องขายหน้า... ไป๋เทียนจ้าวกัดกรามกรอด

  "ครับผม" จูอี้หลงรับคำเบาๆ ไป๋เทียนจ้าวกรอกตาขึ้นเพดานก่อนจะทิ้งตัวโครมลงในโซฟากำมะหยี่สีแดงตัวใหญ่ เขากระแทกสองแขนวางลงบนพนักวางแขนเหมือนจะบอกว่า พอแล้ว ไม่พูดอะไรแล้ว คุณนายไป๋หัวเราะกลบเกลื่อนอาการหงุดหงิดของสามี

  "ฉันถือว่าคุณรับรู้ความรู้สึกของอาอวี่...ไป๋อวี่แล้ว ถือว่าคุณรับรู้ว่าเราไม่คิดจะขัดขวางความสัมพันธ์ของพวกคุณอีก... " คุณนายไป๋เว้นระยะ คาดหวังว่าจูอี้หลงจะเอ่ยปากบ้าง แต่เขาไม่เพียงไม่เอ่ยปาก แต่กลับนั่งตัวแข็งไม่ขยับเขยือนจนดูเหมือนเขาเป็นหุ่นที่วางไว้ให้คนมาถ่ายรูปด้วย

คุณนายไป๋ถอนใจเบาๆ ยังไงวันนี้เธอก็ถอยไม่ได้

  "คุณจะรับน้ำใจของอาอวี่ได้ไหม" เธอถาม มองสบตาเขาตรงๆ จูอี้หลงไม่หลบสายตา แต่เขาขมวดคิ้วน้อยๆ

  "ผมไม่เคยปฏิเสธน้ำใจของเหล่าไป๋" จูอี้หลงตอบ... ใช่... เขาแค่ต้องการเวลาคิด....

  "แล้วพ่อแม่คุณล่ะ" ไป๋เทียนจ้าวโพล่งขึ้นมา คุณนายไป๋รีบหันไปถลึงตาใส่เขา ไป๋เทียนจ้าวถลึงตาตอบ จะมาอ้อมค้อมมากเรื่องทำไม เวลายิ่งไม่ค่อยมีอยู่ เขาปรายตาไปทางประตูที่แง้มน้อยๆพอให้ผู้จัดการของจูอี้หลงมองเข้ามาดูว่าคุยธุระกันเสร็จหรือยัง คุณนายไป๋เข้าใจการบอกใบ้ของสามีทันที เวลามีน้อยสินะ ทั้งผู้คนทั้งนักข่าวก็มากมาย....

...

...

 

  "พ่อไม่เคยตัดสินใจอะไรให้ผม พ่อให้ผมตัดสินใจเอง แล้วไม่เคยบอกสักครั้งว่าการตัดสินใจของผมผิด ผมจะเป็นคนบอกเองว่ามันผิดหรือถูก" เมื่อจูอี้หลงเริ่มพูด เขาก็พูดยาว สายตาตระหวัดดูทางประตูแว่บหนึ่งเป็นการบอกสองสามีภรรยาสกุลไป๋ให้รู้ว่าเขารู้ดีว่าเวลามีน้อยจะต้องพูดเข้าเรื่องให้เร็วที่สุด

 

  ... อย่างนี้สินะ การเลี้ยงลูกให้เป็นราชสีห์... ไป๋เทียนจ้าวนึกอิจฉาอยู่ในใจ

 

  "พ่อไม่เคยขู่ให้ผมกลัว เขาให้ผมรู้เองว่าอะไรที่ควรจะกลัวอะไรที่ไม่ควรจะกลัว" คำพูดนี้ทำให้ไป๋เทียนจ้าวสะดุ้ง อาอวี่คงไม่ได้เล่าอะไรให้จูอี้หลงฟังใช่ไหม...

  "พ่อสอนผมแต่ไม่เคยเข้ามาวุ่นวายกับชีวิตของผมตั้งแต่ผมอยู่ประถมปลายแล้ว ไม่ว่าจะต่อหน้าหรือลับหลัง เขาให้ผมรับผิดชอบชีวิตของผมเอง" จูอี้หลงหยุด ช้อนสายตามองสองสามีภรรยาที่ตอนนี้นั่งอึ้งอยู่

  "ถ้าคุณถามผมว่ามันดีไหม ผมก็ขอบอกว่า ไม่มีวิธีเลี้ยงลูกวิธีไหนดีที่สุดหรอกครับ ผมอิจฉาไป๋อวี่ ที่เขามีพ่อที่เอาใจใส่ คอยระแวดระวังให้เขา แม้ว่าอายุเขาเกือบจะสามสิบเท่าผมแล้ว เขาก็ยังมีพ่อ ที่ออกหน้ามาปกป้องเขาจากคนที่อาจจะมาทำให้ชีวิตเขาพินาศไป" จูอี้หลงยิ้มน้อยๆให้ไป๋เทียนจ้าว ที่หลบตาเขา สีหน้าละอายใจ เมื่อนึกถึงตัวเองที่ถึงกับไปดักพบจูอี้หลงที่สนามบินเพื่อบอกให้จูอี้หลงปล่อยมือจากไป๋อวี่

 "พ่อผมจะไม่ทำอย่างนั้น แต่ถึงผมจะรู้ว่าท่านรักผมไม่น้อยไปกว่าพ่อแม่คนอื่นๆ บางครั้งผมก็อดเหงาไม่ได้" จูอี้หลงสอดนิ้วเข้าไปใต้สาบเสื้อเชิ้ร์ตสีดำ ลูบคลำขนนกโลหะที่ห้อยซ่อนไว้กลางอกจนรู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ขึ้นมาจากปลายนิ้ว

  "พ่อผมจะให้ผมตัดสินใจเอง ผลจะออกมาดีหรือร้าย ย่อมเป็นผมเองที่จะรู้ ย่อมเป็นผมเองที่จะต้องรับผิดชอบ โทษใครคนอื่นไม่ได้" เขาหยุดถอนใจเบาๆก่อนจะเอ่ยปากต่อ

  "พ่อแม่ผมไว้ใจผมถึงขนาดนี้ ผมก็ต้องใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง จะตัดสินใจทำหรือพูดอะไรผมก็ต้องรอบคอบ ให้สมกับที่พวกท่านไว้วางใจผม" ...

  แล้วมันหมายความว่าอะไร .... นายจะปฏิเสธอาอวี่ของชั้นเรอะ คำถามระเบิดอยู่ในใจของไป๋เทียนจ้าว ... ไหนนายว่านายไม่เคยปฏิเสธน้ำใจของเหล่าไป๋ไง... ไป๋เทียนจ้าวแสดงสีหน้าเป็นเครื่องหมายคำถาม

  เหมือนจะเดาใจของสองสามีภรรยาออก จูอี้หลงกล่าวต่อเรียบๆ

  "ผมไม่เคยกังวลถึงเรื่องของคนที่บ้านผมกับเรื่องของไป๋อวี่ ที่ผ่านมาผมเพียงแค่อยากจะถอยออกมาเพื่อให้เวลาตัวผมเองคิด ให้เวลาไป๋อวี่คิด ให้เวลาทุกคนคิด ต่อไปเมื่อผมตัดสินใจได้ แล้วมีใครที่บ้านผมจะไม่พอใจหรือจะเสียใจกับการตัดสินใจของผม ผมก็คงไม่สามารถทำอะไรได้ ผมมีอยู่ชีวิตเดียว คงทำอะไรให้ทุกคนพอใจไปหมดเป็นสุขไปหมดไม่ได้ แต่ในทางกลับกัน ถ้าผมเป็นทุกข์ พวกเขาก็จะยิ่งเป็นทุกข์ เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะตัดสินใจอย่างไร ขอเพียงแค่ให้ผมมีความสุข คนที่บ้านผมก็จะมีความสุขเอง แต่ละคนก็อาจจะรู้สึกได้ช้าเร็วมากน้อยต่างกันไปก็แค่นั้น" เขาจบคำพูดด้วยการก้มลงมองสร้อยขนนกที่ปลายนิ้วเกี่ยวดึงจนโผล่ออกมานอกสาบเสื้อ

  "เอ่อ สร้อยขนนกนั้น" ไป๋เทียนจ้าวมองมาที่มือของจูอี้หลงที่ปลายนิ้วบีบคลึงขนนกโลหะอยู่ตลอดเวลาที่เขาเอ่ยคำพูดยาวๆ

  ".... เป็นคุณพ่อคุณซื้อให้กระมัง" จูอี้หลงก้มลงมองแล้วเงยหน้าขึ้นยิ้ม

  "ผมมีหลายเส้น เส้นนี้เหล่าเผิงซื้อให้" เขาหยุดชั่วอึดใจก่อนจะพูดต่อ

  "ผมคืนเส้นที่ไป๋อวี่ซื้อให้ไปแล้ว... " ใบหน้ายังคงระบายรอยยิ้มจางๆ พอเขาหลบสายตาลงมองสร้อย ทำให้ดูเหมือนว่าเขากำลังเอียงอายอยู่ .... ท่าทางแบบนี้ของคุณสินะ ที่ตกไป๋อวี่เสียอยู่หมัด ไป๋เทียนจ้าวคิด

 

  คุณนายไป๋กระสับกระส่ายแล้ว นี่เธอจะต้องคว้าน้ำเหลวกลับไปหรืออย่างไร เธอคงทนเห็นไป๋อวี่ผิดหวังไม่ได้....

  "สร้อยนั่น คุณจะรับมันคืนไปได้ไหม" คุณนายไป๋ถามเสียงอ่อน จูอี้หลงนิ่งเงียบไปนาน

  "ตอนนั้นผมคืนเขาไปเพราะผมรู้สึกว่ามันหนักเหลือเกิน... ผมคงคล้องมันไว้ไม่ไหว" ... เขาคงไม่ใช่คำตอบสุดท้ายสำหรับไป๋อวี่ ยิ่งในตอนนี้ด้วยแล้ว .... ตอนนี้ที่เขาได้รับรู้ถึงความรักมากมายอย่างนั้น ความต้องการมากมายอย่างนั้น มันไม่เพียงแค่ทำให้เขารู้สึกหนักอึ้ง แต่มันทำให้เขาหายใจไม่ออก ... เขากำลังจะจม จมลงไปในความปราถนาของไป๋อวี่ จมลงไปในความปราถนาของตัวเอง ... เพียงแค่นึกถึงความรู้สึกนั้น จูอี้หลงก็เริ่มหายใจลำบากขึ้นมา เขาเลื่อนมือที่กำขนนกโลหะขึ้นมาขยับคอเสื้อที่ถึงแม้จะไม่ได้ผูกเนคไททับไว้ แต่ตอนนี้กลับรู้สึกเหมือนมันค้ำและรัดคอเขาจนแน่น

  จูอี้หลงพยายามยิ้ม แต่คำถามของคุณนายไป๋ทำให้เขายิ้มไม่ออก ใบหน้าเขาซีดลง มือข้างขวาลดลงมากำขนนกโลหะไว้แน่นจนมันแทงเข้ากลางอุ้งมือ

  "ผม ผม..." เขาลุกขึ้นยืน

  "ผมนัดกวนอิงไว้" จูอี้หลงกล่าวเสียงเบาหวิว ...หายใจไม่ออก.... กวนอิง...

 

  "เหลือเวลาแค่นี้ คุณคงไม่ได้คุยกับเผิงเหล่าซือแล้วล่ะ" ไป๋เทียนจ้าวยกแขนขึ้นดูนาฬิกา แล้วกล่าวห้วนๆ

  "คุณยังต้องการเวลาคิดอีกหรือไง ทางเราไม่มีปัญหา ทางพ่อแม่คุณ คุณก็ไม่เห็นว่าพวกเขามีปัญหาอะไร แล้วอะไรที่เป็นปัญหาตอนนี้ เผิงกวนอิงเรอะ" ไป๋เทียนจ้าวตาลุกโพลง ไม่ใส่ใจภรรยาที่ถลึงตาห้ามเขา

  "เป็นผม ที่มีปัญหา" จูอี้หลงตอบ ใบหน้าเขาซีดขาว แต่นัยน์ตากลับลุกโพลงไม่แพ้นัยน์ตาของไป๋เทียนจ้าว ร่างบางนั้นยืดหลังตรง ก่อนจะค่อยๆหมุนตัว พึมพำขอตัวเบาๆ แล้วสาวเท้ายาวๆไปทางประตู

  "นี่ นี่ นาย..." ไป๋เทียนจ้าวพูดไม่ออกแล้ว ไม่นึกว่าการเอ่ยชื่อเผิงกวนอิงจะทำให้คนที่ดูอ่อนน้อมถ่อมตนอย่างจูอี้หลงถึงกับทำตาวาวจ้องตอบเขาแถมยังเดินหนีไปเฉยๆแบบนี้ได้

...

 

  คุณนายไป๋ฟาดต้นแขนสามีสองสามเพี๊ยะติดๆกันทันทีที่จูอี้หลงออกจากห้องไป

  "ฉันบอกคุณแล้วว่าห้ามเอ่ยถึงเผิงกวนอิง คุณเคยฟังฉันบ้างไหม" เธอขึ้นเสียง

  "เขาเป็นคนเอ่ยชื่อขึ้นมาก่อนนะ" ไป๋เทียนจ้าวท้วง

  "ถึงงั้นคุณก็ไม่ต้องเอ่ย" .... คุณนายไป๋ผันความไม่สบายใจมาเป็นความโกรธ เธอฮึดฮัดใส่สามี

  "อย่างน้อยตอนนี้เราก็รู้แล้วว่าทางบ้านสกุลจูไม่ใช่ปัญหา" ไป๋เทียนจ้าวสรุปก่อนจะลุกขึ้น ....

  ปัญหามันอยู่ที่นายเผิงนั่นต่างหาก ...

.....

.....

.....

*ในวันที่ 11 ม.ค. 2562 จูอี้หลงเข้ารับรางวัลในงาน Weibo Night 2018 ซึ่งจัดในกรุงปักกิ่ง

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}