อาราญา

ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่คอยติดตามงานเขียนของ อาราญา มาโดยตลอดนะคะหากมีข้อผิดพลาดอยากจะติหรือท้วงติงขอให้นักอ่านโปรดวิจารย์ได้เลยนะคะ จะได้นำมาปรับปรุงแก้ไขในเรื่องต่อๆไปค่ะ ขอบคุณค่ะ ><"

ตอนที่ 10 นางบำเรอ 100%

ชื่อตอน : ตอนที่ 10 นางบำเรอ 100%

คำค้น : อาราญา ตราบาป ต้นกล้า อัญ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 3k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ส.ค. 2558 21:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 10 นางบำเรอ 100%
แบบอักษร

ตอนที่ 10 นางบำเรอ

 

                นางบำเรอ...

                คำที่หญิงสาวเกลียดที่สุดแต่ตอนนี้ร่างกายของเธอกำลังรุ่มร้อนด้วยไฟสวาทที่กฤตยญ์เป็นผู้จุดประกายขึ้นมา ชายหนุ่มปรนเปรอความวาบหวามด้วยลิ้นร้อนสากที่ลากผ่านแทบทุกตารางนิ้วบนเรือนร่างสวย มือหนาทำหน้าที่ของมันอย่างไม่ขาดตกบกพร่องด้วยการบีบเค้นหน้าอกทรงงามที่ชูเด่นล่อตาล่อใจ ปากหยักเริ่มพรมจูบไปทั่วลำคอระหงพร้อมทั้งขมเม้มประทับตรารักของเขาลงบนตัวเธอ จนร่างบางใต้ร่างสะดุ้งร้องปราม

                “นี่คุณทำอะไรน่ะ!?”

                “ประทับตาไง” เสียงอู้อี้ตอบกลับมาทั้งๆที่ใบหน้าหล่อเหลายังคงวุ่นวายอยู่กับซอกคอขาวเนียน

                “จะบ้ารึไง!! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!

                “อื้อ...อยู่นิ่งๆสิ!” กฤตยชญ์เริ่มหัวเสียเมื่อหญิงสาวพยายามผลักเขาออกทั้งหยิกข่วนและทุบตีสารพัด...จะอะไรกันนักกันหนากับอีรอยแค่นี้...ก่อนจะใช้ทั้งลำตัวล็อกร่างบางเอาไว้แน่น ทั้งแขนตรึงแขน ขาตรึงขาจนหญิงสาวแทบขยับเขยื้อนไม่ได้

                “หยุดทำรอยนั่นเดี๋ยวนี้นะคุณต้นกล้า ถ้าคนอื่นเห็นเข้าพวกเขาจะมองฉันยังไง?”

                ต้นกล้า...คือชื่อเล่นที่ชายหนุ่มพึ่งบอกให้เธอเรียกเขาแทนชื่อกฤตยชญ์ โดยที่เขาให้เหตุผลว่ามันดูแปลกๆที่จะให้ใครเรียกชื่อจริงอยู่ตลอดเวลาซึ่งเธอเองก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร

                “นั่นมันเรื่องของเธอไม่เกี่ยวกับฉัน”

                “คนทุเรศ...”

                เสียงหวานขาดหายเมื่อถูกปากหยักร้อนดูดกลืน ชายหนุ่มบดจูบดูดดื่มเร้าร้อนรุนแรง ตามอารมณ์ความปรารถนาที่เพิ่มทวีขึ้นเรื่อยและต้องการปลดปล่อยอย่างที่สุด ทั้งลูบไล้บีบเค้นสะเปะสะปะไปทั่วอย่างไม่อาจห้ามอารมณ์รุ่มร้อนที่มีอยู่ และท้ายที่สุดมือหนาดึงรั้งปราการขั้นสุดท้ายที่ปิดกั้นเนินเนื้อสาวเอาไว้ให้หลุดออกไปเพียงชั่วพริบตา

                อัญญาดาลืมตาโผล่งเมื่อรับรู้ถึงความอันตรายที่คืบคลานเข้ามาใกล้ หญิงสาวพยายามดันร่างแกร่งที่มากไปด้วยมัดกล้ามให้ออกห่าง ทั้งขยับถอยหนีใบหน้าหวานพยายามหลบเลี่ยงจากปากร้อนที่ยังคงกดจูบเธอไม่ยอมห่าง แต่เหมือนยิ่งหนีก็ยิ่งเรียกร้องให้เขาตามมา จนเธอแทบสิ้นเรี่ยวแรงความเสียวซ่านและความหวาดกลัวตีกันยุ่งไปหมด เธอกลัวเหลือเกิน...กลัวว่าเหตุการณ์ในวันนั้นจะย้อนคืนกลับมา

                กฤตยชญ์เริ่มหายใจเข้าออกอย่างหนักหน่วง ผละออกห่างจากร่างบางเพื่อเชยชมเรือนร่างสวยงามของเธออีกครั้ง พร้อมทั้งยิ้มถูกใจให้กับผลงานสุดพิเศษที่เขาสร้างไว้แดงเถือกเต็มเนื้อนวลสวย

                “เธอช่างสวยมากเหลือเกิน”

                เสียงละเมอชมเบาๆของชายหนุ่มทำให้อัญญาดาน้ำตาไหลรินด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ เธอดูสวยงามและมีประโยชน์กับเขาอยู่บ้างแค่เฉพาะเวลาที่นอนเปลือยเปล่าไร้ค่าอยู่บนเตียงแบบนี้อย่างนั้นหรือ...

                ชายหนุ่มเกลี่ยน้ำตาให้หญิงสาวอย่างเบามือ จนอัญญาดารู้สึกแปลกใจในการกระทำที่อ่อนโยนของชายหนุ่ม อ้อมแขนแกร่งเริ่มโอบรัดร่างแน่งน้อยเข้ามาแนบเนื้อก่อนจะพรมจูบเธออีกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับอ่อนหวานและนุ่มนวลเชื่องช้าและเนิ่นนาน อัญญาดาอยากจะปฏิเสธสิ่งที่ชายหนุ่มปรนเปรอให้ใจแทบขาด แต่ร่างรายกลับทรยศเพราะมันทั้งอ่อนระทวยและเรียกร้องความอบอุ่นจากเขาอย่างที่ไม่ควรจะเป็น

                เมื่อเตรียมความพร้อมให้ทั้งตัวเองและร่างบางใต้ร่างเรียบร้อยแล้ว กฤตยชญ์ก็ไม่รอช้าชายหนุ่มสอดใส่ความเป็นชายที่แข็งแกร่งของเขาเข้าไปในร่างกายเธอจนมิดโดยไม่บอกกล่าวก่อนจะคาไว้อย่างนั้นเมื่อเห็นว่าหญิงสาวสะดุ้งเฮือกพลางถอยหนี...แต่มีหรือที่กฤตยชญ์จะปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือชายหนุ่มไม่ปล่อยโอกาสให้หญิงสาวได้ต่อต้านใด กลับกระแทกกระทั่งใส่เธอไม่ยั้งตามอารมณ์ที่คุกกรุ่นขึ้นเรื่อยๆ แม้ความทรมานจากความคับแน่นที่รัดกุมแก่นกายของเขาจะให้เจ็บปวดแทบขาดใจ แต่ในเวลานี้อารมณ์ปรารถนาที่อยากปลดปล่อยนั้นมีมากยิ่งกว่า

                เนิ่นนานครั้งแล้วครั้งเล่าที่ชายหนุ่มยังคงเสพสุขกับร่างแน่งน้อยที่ช่างหอมหวานมากมายสำหรับเขา แม้ปากจะคอยบอกตัวเองอยู่ตลอดเวลามาเกลียดเธอแต่ในตอนนี้เขากลับลุ่มหลงในตัวเธอและรสสวาทที่ดูไม่ประสีประสานั่นก็ทำให้เขาแทบคลั่ง การได้สำรวจเรือนร่างของเธอได้แนบชิดเนื้อนวลละเอียดไม่ได้ทำให้เขารู้สึกเบื่อหน่ายแต่กลับสุขล้นและอิ่มเอมอย่างบอกไม่ถูก...แม้ในเวลานี้หญิงสาวจะหลับใหลไปแล้วแต่ชายหนุ่มก็ยังไม่หยุดการก่อกวนเวลาพักผ่อนของเธอ ยังคงควานหาความสุขและสำรวจความงามที่น่าชื่นชมนี่ไปเรื่อยๆอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ก่อนจะปลดปล่อยน้ำรักฝากไว้ในกายสาวของเธอไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ จนฟุบหลับตาอกทรงสวยที่ตั้งเด่นรองรับใบหัวทุยราวกับหมอนหนุนอ่อนนุ่ม

 

                แสงแดดลอดผ่านม่านบางปลุกให้อัญญาดาที่นอนหลับใหลอยู่บนเตียงกว้างลืมตาตื่นขึ้น หญิงสาวบิดขี้เกียจน้อยๆ ก่อนจะหยุดนิ่งคิดทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ยังดีที่ชายหนุ่มไม่ได้กระทำรุนแรงป่าเถื่อนกับเธอเหมือนในคราแรกแต่ถึงกระนั้นความใหญ่โตของเขาก็ทำให้เจ็บหนึบที่ส่วนกลางลำตัวอยู่ดี...หวังว่ามันคงไม่ระบมมากหรอกนะ...ว่าแต่ เธอเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?

                อัญญาดาสะบัดหัวไปมาเบาๆเมื่อไม่สามารถหาคำตอบให้กับตัวเองได้ เธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าหลับไปตอนไหนและหลังจากนั้นมีอะไรเกิดขึ้นอีกบ้าง แต่ก็เอาเถอะ...อย่าเก็บมาคิดให้เปลืองพื้นที่สมองเลยจะดีกว่า หญิงสาวคิดได้ดังนั้นก็ตัดสินใจพลิกตัวไปอีกด้านเพื่อที่จะม้วนผ้าห่มให้พันตัวเธอ อันเนื่องมาจากไม่อยากที่จะต้องเดินโป๊เปลือยเข้าไปในห้องน้ำ แต่พอหันมาได้เพียงนิดยังไม่ทันได้พลิกม้วนตัวเองกับผ้าห้มก็ต้องตกใจกลับไปล้มลงนอนในท่าเดิมพลางหลับตาแน่น

                ...นี่เขายังอยู่อีกเหรอ?

                “ไง!...ฉันรู้หรอกว่าเธอตื่นแล้ว” ชายหนุ่มที่ตื่นก่อนตั้งนานแล้ว นอนท้าวแขนบนหมอนนุ่มมองดูคนแกล้งหลับขำๆ เขามองดูเธอตั้งแต่ก่อนที่เธอจะตื่นเสียด้วยซ้ำ

                “นี่คุณยังไม่กลับไปอีกเหรอ?” หญิงสาวพูดขึ้นเสียงเบา ก่อนจะค่อยๆลืมตาขึ้นมาเมื่อรู้ว่าตัวเองถูกจับไต๋ได้แล้ว

                “ถ้ากลับแล้วเธอจะเห็นฉันเหรอ”

                “นี่คุณ!!” อัญญาดาลุกพรวดขึ้นมาเมื่อได้รับคำตอบยียวนจากกฤตยชญ์โดยไม่ลืมที่จะคว้าผ้าห่มมาปิดกายเอาไว้ด้วย

                “จะปิดทำไม...ฉันก็เห็นมาหมดแล้วทุกซอกทุกมุม!

                หญิงสาวก้มหน้างุดทั้งโกรธทั้งอายในคำพูดล้อเลียนของชายหนุ่ม นึกอยากจะตบปากเขาแรงๆสักทีให้หายปากเสีย...แต่ยังไม่ทันไรก็ต้องร้องกรี๊ดออกมาอีกเมื่อจู่ๆกฤตยชญ์ก็ทำอะไรพิเรนๆด้วยการกระชากผ้าห่มออกโดยที่เธอไม่ทันได้ตั้งตัว

                “ว้ายยย!! นี่คุณทำบ้าอะไรเนี่ย...ปล่อยฉันนะ!

                “ก็จะพาเธอไปอาบน้ำด้วยกันไง”

                “ไม่! อยากอาบก็ไปอาบเองสิ!

                ชายหนุ่มหาได้ฟังเสียงคัดค้านของหญิงสาวในอ้อมแขนที่ดิ้นไปมาราวกับปลาขาดน้ำ จัดการอุ้มร่างบางทั้งที่เปลือยเปล่าขึ้นมาไว้บนแขนแกร่งทั้งสองข้างและเดินตรงไปที่ห้องน้ำทันที เขาวางเธอลงตรงฝักบัวก่อนจะเปิดน้ำแรงๆใส่ทันทีพร้อมทั้งล็อกตัวเธอไว้ไม่ให้หนีไปไหน

                อัญญาดาถูหน้าถูตาไปมาราวกับเด็กๆเมื่อน้ำไหลตกกระทบใบหน้าจนเธอแทบหายใจไม่ทัน จนกฤตยชญ์ที่ยืนมองอยู่แอบยิ้มกับท่าทางไร้เดียงสานั่นก่อนจะอดใจไม่ไหว ก้มลงไปประกบปากบดจูบเธอโดยที่หญิงสาวไปทันได้ตั้งตัว โชคดีไม่น้อยที่กระแสน้ำเย็นช่วยบรรเทาความร้อนรุ่มในกายได้บางไม่อย่างนั้นกฤตยชญ์คิดว่าเขาคงระเบิดเพราะความร้อนจากไฟในกายที่เริ่มแผดเผาอีกครั้ง

                “พอ...พอแล้ว...” เสียงหวานขาดหาย เมื่อเจ้าตัวเริ่มควบคุมสติของตัวเองไม่ได้ อยากจะผลักไสเขาเหลือเกินแต่ร่างกายกลับโหยหาและต้องการ

                “ฉันหยุดไม่ได้...ให้ฉันเถอะนะอัญ!

                สิ้นเสียงแหบพร่าความเป็นชายก็ถูกสอดใส่เข้าไปในเรือนร่างงามทันที จนหญิงสาวกระตุกวูบผวาเข้ากอดร่างหนาเอาไว้แน่น ชายหนุ่มยกขาเรียวสวยข้างหนึ่งของหญิงสาวขึ้นเกี่ยวไว้ที่เอวสอบก่อนจะดันร่างของเธอจนชิดพนังห้องน้ำ และบทเพลงสวาทก็เริ่มบรรเลงขึ้นทันทีท่ามกลางสายน้ำที่ไหลอาบกายลบเลือนเม็ดเหงื่อที่ผุดออกมานับไม่ถ้วน

                “ฉันคิดว่า...เธอคงไม่ได้ไปทำงานแล้วละอัญญาดา”

                เสียงชายหนุ่มกระซิบบอกข้างหูร่างบางที่อ่อนระทวยในอ้อมแขน แต่ถึงอย่างนั้นบทเพลงสวาทนี้ก็ช่างยาวนานเหลือเกิน อัญญาดาพูดไม่ออกทั้งจุกและสุขอย่างบอกไม่ถูก ได้แต่จิกเล็บลงบนเนื้อแน่นอุดมไปด้วยมัดกล้ามของกฤตยชญ์อย่างต้องการระบายความวาบหวามที่ชายหนุ่มสร้างให้นี้

               

                เสียงร้องจากโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้กฤตยชญ์นึกรำคาญไม่น้อย ชายหนุ่มควานมือหนาไปบนหัวเตียงเพื่อหาที่มาของเสียงเมื่อคว้าได้ก็กดรับและกรอกเสียงใส่ทันทีอย่างหงุดหงิด

                ...ใครกัน? ช่างรบกวนเวลาพักผ่อนของเขาเสียเหลือเกิน

                “ว่าไง!” เสียงเข้มห้วนห้าวตามอารมณ์ตรอกกลับไปทั้งที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าปลายสายนั้นเป็นใคร

                (พี่เองนะกล้า...)เสียงจากปลายสายทำให้กฤตยชญ์ลืมตาโพล่งก่อนจะชันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งกระแอมปรับน้ำเสียงให้หายงัวเงีย

                “พี่ข้าวมีอะไรรึเปล่าครับ” ชายหนุ่มถามพี่สาวเมื่ออยู่ๆกิตติยารัตน์ก็โทรมาหาเขาเวลานี้ทั้งๆที่ไม่เคยเพราะในเวลานี้เธอน่าจะยังอยู่ที่โรงพยาบาล

                (ไม่มีอะไรหรอก พี่แค่จะโทรมาบอกกล้าว่าพี่จะไปอังกฤษเย็นนี้)

                “ไปอังกฤษ? ไปทำไมครับ...แล้วพี่หายดีแล้วเหรอถึงได้เดินทางไกลๆแบบนี้”

                (พี่หายดีแล้ว...พี่จะตามไปหาคุณอัฐที่นั่นและคงจะอยู่ยาวรอกลับพร้อมกับเขาเลย แต่...)

                “แต่...อะไรครับ?” กฤตยชญ์ถามอย่างสงสัย

                (พี่มาทวงสัญญาจากกล้า ที่กล้าบอกว่าจะจัดการนางอัญญาดาให้พี่)

                “เอ่อ...” ชายหนุ่มอึกอักไม่รู้จะตอบคำถามของพี่สาวอย่าง เขานึกว่าเธอคงลืมๆมันไปแล้วแต่เปล่าเลยกิตติยารัตน์ก็เหมือนกับเขาตรงที่...แค้นฝังใจ!

                (ว่ายังไง!...ถ้ากล้าไม่ช่วยพี่จะได้ให้คนของพี่เข้าไปจัดการกับมันเองแล้วจะมาหาว่าพี่ใจร้ายไม่ได้นะ!)กิตติยารัตน์บอกเสียงแข็ง ยิ่งนึกถึงหน้านางมารหัวใจยิ่งอยากจะฆ่าให้มันตายๆไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด...คนอย่างเธอไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้!!

                “ผมบอกว่าจะช่วย ผมก็ต้องช่วยพี่อยู่แล้ว สบายใจได้เลยครับ” กฤตยชญ์รู้ดีว่าพี่สาวของเขาทำจริงอย่างที่พูดแน่ และเมื่อถึงเวลานั้นอัญญาดาคงไม่แทบไม่เหลือสภาพของความเป็นคน...นี่ถือว่าเขายังเมตตาเธออยู่มาก

                (กล้าจะทำยังไงกับมัน?) เธออยากรู้เสียเหลือเกินว่าน้องชายจะจัดการกับศัตรูของเธออย่างไร และเป็นวิธีพอใจหรือไม่...

                “ก็ไม่ต่างจากวิธีของพี่...แค่เป็นผมไม่ใช่คนของพี่” เสียงเข้มตอบกลับเนือยๆ

                (อะไรนะ!!...นี่กล้าอย่าบอกนะว่ากล้ามีอะไรกับมัน) กิตติยารัตน์แอบตกใจไม่น้อยที่รู้ว่าน้องชายทุ่มสุดตัวด้วยการเอาตัวเองเข้าไปพัวพันกับผู้หญิงชั้นต่ำพรรณนั้นเพื่อแก้แค้นให้เธอ แอบหวั่นใจกลัวกฤตยชญ์จะตกหลุมพรางมารยาของอัญญาดาเข้าอีกคน

                (พี่ขอเตือนนะกล้า...ว่าพี่จะไม่นับญาติถ้าเอามันมาเป็นน้องสะใภ้ของพี่!)

                “พี่ข้าวไม่ต้องห่วงหรอกครับ...” ชายหนุ่มบอกพี่สาวเสียงเรียบก่อนจะหันไม่มองร่างบางที่นอนหลับใหลอยู่ข้างกายอย่างเหนื่อยอ่อน

                “สำหรับอัญญาดาก็เป็นได้แค่ของเล่นชั่วคราวของผมเท่านั้น...”คำพูดไม่ยินดียินร้ายที่หลุดออกมาจากปากหยักได้รูปของชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมและเป็นที่หมายปองของหญิงสาวเกือบค่อนประเทศทำให้คนเป็นพี่สาวยิ้มรับอย่างพอใจในความคิดของน้องชาย

                (ดี!! หลอกให้มันรัก หลอกให้มันหลงแล้วเฉดหัวมันทิ้งซะ!!)

                “ครับพี่...”

                ทันทีที่วางสายจากกิตติยารัตน์ กฤตยชญ์ก็หันไปหาคนที่ถูกพาดพิงถึงเมื่อครู่ก่อนจะพินิจมองใบหน้าสวยหวานของเธอนิ่งงันราวกับต้องมนต์สะกด

                ใบหน้ารูปไข่สีขาวอมชมพูสะอาดเกลี้ยงเกลารับกับจมูกรั้นเชิดอย่างคนที่ไม่ยอมลงให้ใครง่ายๆ กับดวงตากลมโตภายใต้เปลือกตาที่ปิดสนิทขนตางอนยาวอย่างธรรมชาติ คิ้วโค้งสวยไร้ที่ติกับปากกระจับสีแดงระเรื่อน่าดึงดูด ชายหนุ่มค่อยๆโน้มตัวลงไปเรื่อยๆจนเกือบชิดริมฝีปากบางก่อนชะงักค้างแล้วผละตัวเองออกมา

                นี่เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ...

                เขามองว่าเธอดูสวยน่าทะนุถนอมแบบนั้นได้อย่างไรกัน นี่มันภาพลวงตา...ตัวตนของเธอร้ายกาจจะตายไป เขาจะต้องไม่ตกหลุมพรางมารยาของเธออย่างที่กิตติยารัตน์บอก แค่เรียกใช้งานจากเรือนร่างของเธอจนหนำใจจากนั้นก็เขี่ยทิ้งซะ

                ชายหนุ่มพยายามบอกกับตัวเองแบบนั้น หลายต่อหลายครั้งที่เวลามองอัญญาดาทำให้กฤตยชญ์นึกถึงใครคนหนึ่งขึ้นมาได้ คนที่อยู่ในความทรงจำ คนที่อยู่ในใจของเขาตลอดเวลา แม้จะผ่านมาเป็นสิบปีที่เขาไม่ได้พบเธออีกเลยและเธอหายไปในวันที่เขากลับไปหาทั้งที่สัญญาว่าจะรอ...อันดา...

                แม้แต่ชื่อของเธอยังคล้ายกัน...แต่ก็แค่คล้าย ทั้งสองคนไม่เหมือนกันไม่มีอะไรเลยที่เหมือนกัน อันดาเรียบร้อยอ่อนหวานเธอจิตใจดีและมีเมตตาทั้งยังมองโลกในแง่ดีเธอมักจะทำให้เขารู้สึกอุ่นใจเสมอเมื่อได้อยู่ใกล้รอยยิ้มของเธอทำให้เขาอยากที่จะยิ้มตามไปด้วย เพียงแต่แววตาของเธอแสนเศร้าราวกับมีเรื่องทุกข์ใดๆในใจ และถึงแม้ว่าเขาจะพยายามถามแต่เธอก็ไม่เคยบอก แต่กับอัญญาดาเธอเป็นผู้หญิงที่มีความมั่นใจในตัวเองสูง เธอคิดเสมอว่าสิ่งที่เธอทำคือสิ่งที่ถูกต้องเขายอมรับว่าเธอเป็นผู้หญิงที่สวยมาก มากจนอาจจะทำให้ผู้ชายหลายๆคนยอมสยบแทบเท้าได้ แต่แววตาของเธอแข็งกระด้างเด็ดเดี่ยว ไม่ยอมคนแต่รอยยิ้มของเธอเขาไม่แน่ใจว่าเป็นอย่างไรเพราะไม่เคยได้สัมผัสมันเลยสักครั้งแต่ก็คงไม่ต่างกับผู้หญิงคนอื่นๆทั่วไป

                กฤตยชญ์สะบัดหัวแรงๆเพื่อขับไล่ความคิดวุ่นวายที่ตีกันไปมาจนยุ่งเหยิงก่อนจะลุกออกจากเตียงเพื่อเข้าห้องน้ำชำระร่างกายที่พึ่งผ่านกิจกรรมสวาทมาหลายต่อหลายยก แต่ชายหนุ่มกลับชะงักเมื่อสายตาไปสะดุดกับรูปถ่ายของอัญญาดาที่ตั้งอยู่ที่หัวเตียง รูปที่หญิงสาวเคยหวงนักหวงหนาไม่ยอมให้เขาแตะต้องมัน

                ...ก็แค่รูปธรรมดา แต่ทำไมใจของเขาถึงได้เต้นแรงไม่เป็นส่ำขนาดนี้

                “ไม่!...เธอไม่ใช่!!” คำพูดเพียงแผ่วเบาที่ชายหนุ่มพยายามบอกกับตัวเองก่อนจะเดินเลี่ยงเข้าห้องน้ำไปทันที

                เมื่อรับรู้ได้ว่าร่างสูงเดินพ้นออกไปแล้ว อัญญาดาค่อยลืมตาขึ้นช้าๆพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลรินออกมา แม้เธอจะไม่รู้ว่ากฤตยชญ์คุยอะไรกับพี่สาวของเขาผ่านโทรศัพท์เมื่อสักครู่แต่ที่แน่เรื่องที่คุยกันเกี่ยวกับเธอ และที่สำคัญเขาต้องการที่จะทำลายเธอเพื่อแก้แค้นแทนพี่สาวของเขาแน่นอน จากบทสนทนาที่เธอเก็บมาปะติดปะต่อกันเองความหมายมันไม่ต่างจากที่เธอคิดเลยสักนิด...เขาช่างใจดำกับเธอเหลือเกิน

 

                หน้าร้านขายยาใกล้ๆคอนโดฯ อัญญาดาชะงักมือที่กำลังจะผลักประตูเข้าไป เมื่อเสียงร้องจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เป็นอริสรานั่นเองที่โทรมาหาเธอคงเป็นห่วงที่เห็นเธอไม่ไปทำงานทั้งยังไม่ได้โทรไปบอก

                “ว่าไงริษา...”

                (อัญเป็นอะไรรึเปล่า ทำไมไม่มาทำงาน) เสียงรัวถามอย่างเป็นห่วงของเพื่อนรักทำให้อัญญาดาส่ายหน้ายิ้มๆ

                “อัญไม่ได้เป็นอะไรริษาไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ตอนนี้อัญก็อยู่หน้าร้านขายยาแล้วด้วย”

                (แล้วทำไมอัญไม่โทรมาบอก รู้ไหมว่าริษาเป็นห่วง)

                “พรุ่งนี้อัญก็ไปทำงานแล้ววันนี้ขอเกเรวันหนึ่งนะ” อัญญาดาแกล้งหยอกเพื่อนเล่น

                (คอยดูนะเบี้ยวงานมากๆริษาจะบอกให้คุณต้นกล้าหักเงินเดือนอัญ)

                ชื่อของกฤตยชญ์ทำให้อัญญาดาสะดุดไม่รู้จะไปต่ออย่างไรดี จึงตัดบทกับเพื่อนรักไปเสียดื้อๆ

                “งั้นแค่นี้ก่อนนะริษาอัญขอไปซื้อยาก่อน เดี่ยวจะไม่หายแล้วจะโดนหักเงินเดือนเอา”

                (โอเคจ๊ะ ถ้ามีอะไรก็โทรหาริษาได้ตลอดเลยนะอัญ)

                “จ๊ะ...”

                เมื่อวางสายจากอริสราอัญญาดาก็ผลักประตูร้านขายยาเข้าไป ก่อนที่คุณเภสัชกรคนสวยจะออกมาทักทายด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

                “สวัสดีค่ะ”

                “ค่ะ ...สวัสดีค่ะ” อัญญาดาทักทายตอบกลับอย่างเป็นมิตร

                “ไม่ทราบว่าต้องการยาตัวไหนค่ะ ทางเราจะได้ช่วยแนะนำให้ค่ะ”

                “เอ่อคือ...” หญิงสาวรู้สึกกระดากอายไม่น้อย แต่ก็ตัดสินใจพูดออกไปเพราะยังไงนี่ก็เรื่องปกติของผู้หญิงอยู่แล้วดีกว่าปล่อยเอาไว้เฉยๆไม่ได้ทำอะไรเสียเลย

                “ขอยาคุมกำเนิดฉุกเฉินกับอาคุมแบบธรรมดาอย่างละอันค่ะ”

                “ได้ค่ะ...รอสักครู่นะคะ”

                เมื่อเภสัชแนะนำการใช้ยาและจ่ายค่ายาเสร็จหญิงสาวก็เดินเอื่อยๆไปบนท้องถนน ผู้คนมากหน้าหลายตาเดินสวนกันไปมาทั้งยิ้มหัวเรา หน้าบึ้ง บ้างร้องไห้ แต่อย่างน้อยพวกเขาก็ยังสามารถแสดงมันออกมาได้ว่าตอนนี้รู้สึกอย่างไรอยู่ ผิดกับเธอที่ไม่อาจแสดงความรู้สึกใดๆออกราวกับเป็นคนที่ไร้ชีวิตจิตใจ เธออยากยิ้มให้กว้างหัวเราะให้ดังๆแต่ก็ฝืนทำไม่ได้ อยากร้องไห้ให้หนักแต่ก็ร้องไม่ออก ตอนนี้เธอเป็นตัวอะไรกันแน่ เธอไม่ใช่คนหรืออย่างไรทำไมใครๆถึงได้หลงลืมการมีอยู่ของเธอไปเสียหมด

                เธอคิดเสมอว่าสักวันชีวิตของเธอจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น เธอจะมีความสุขกับคนที่เธอรักและรักเธอแต่ทุกวันนี้เธอยังไม่เคยได้พบเจอวันดีดีแบบนั้นเลยสักครั้ง กลับต้องมาทุกข์ระทมขมขื่นกับสิ่งที่ถูกยัดเยียดให้เป็น...นางบำเรอ!

 

 

 

                

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น