ลมหนาว l เคียงจันทร์ l ัYoshisuki

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

สุดแท้เเล้วเเต่จะ...รัก 1

ชื่อตอน : สุดแท้เเล้วเเต่จะ...รัก 1

คำค้น : วิวาห์ / เเค้น / ร้าย /รัก / โหด / ทรมาน / ดราม่า

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 18.7k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 18 พ.ค. 2562 20:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
สุดแท้เเล้วเเต่จะ...รัก 1
แบบอักษร

 “ฉันจะให้ทางการสืบสวนข้อมูลและสัญญาณโทรศัพท์ของผู้ต้องหาทุกคนแล้วจะเจาะรอยตามล่านายดำ” ทัศนัยพูด

 “ฉันฝากแกด้วยแล้วกัน” ทัศนัยพยักหน้ารับคำของอัศวิน

 

 หลังจากที่ออกมาจากหน่วยสืบสวนที่ทัศนัยอยู่แล้ว อัศวินก็มุ่งตรงไปเขมมิกาที่ตอนนี้กำลังพักผ่อนสภาพจิตใจอยู่ที่บ้านของสาวเจ้าเอง ส่วนปานธิดาก็มีอัครินนั้นกำลังดูแลอยู่ไม่ห่างไปไหน

 รถยนต์คันหรูที่มุ่งตรงเข้ามาภายในบ้าน เจ้าของบ้านก็รู้ได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องถามว่าเป็นใครที่มาในยามนี้ “เขมอยู่ไหนครับ” อัศวินก้าวเท้าเข้ามาภายในบ้านก็เอ่ยถามแม่สะใภ้ทันที “กำลังหลับอยู่ข้างบนจ๊ะ”

 “ผมขอขึ้นไปได้มั้ยครับ”

 “ไปเถอะลูก” เมื่อรับคำอนุญาตแล้วอัศวินก็รีบสาวเข้าขึ้นไปที่ชั้นสองของบ้านและตรงไปที่ห้องนอนของเขมมิกาทันที มือหนาหมุนบิดลูกบิดประตูอย่างเบามือ ด้วยเกรงว่าหากเสียงดังจะทำให้คนที่กำลังหลับใหลอยู่ตื่นได้ เรียวเท้าหนาเดินอย่างเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ เดินเข้ามาภายในห้องนอนของเขมมิกาที่ยามนี้กำลังมีร่างของสาวเจ้าหลับใหลอยู่ ท้องนูนที่แม้ว่าจะถูกคุมด้วยผ้าห่มผืนหนาแต่ทว่ามันก็ยังคงเห็นได้อย่างชัดเจน สายตาคมจ้องมองไปที่ภรรยาและลูกน้อยในท้องของตนเอง...

 อัศวินเดินตรงไปที่เก้าอี้ที่อยู่ตรงโต๊ะเครื่องแป้งก่อนที่จะยกมันมาแล้วนั่งอยู่ที่ข้างเตียงของหญิงสาว มือเรียวหนาจับและกอบกุมอุ้งมือของเขมมิกาไว้ด้วยความหวงแหน สายตาคมนั่งจ้องเธออยู่อย่างนั้นสักพักก่อนที่ความเหนื่อยล้าจะเข้ามาเยือนเพราะตั้งแต่เมื่อคืนจนเย็นวันนี้เขายังไม่ได้นอนเลยเพราะมัวแต่วุ่นวายอยู่กับเรื่องที่เกิดขึ้น ก่อนที่ความเหนื่อยล้าของเขามันจะเกินเยียวยาและดึงให้ร่างหนาเข้าสู่ห้วงแห่งการหลับใหล...

 

 อีกคนหนึ่งที่ตอนนี้ก็กำลังนั่งอยู่ข้างๆกับหญิงสาวอีกคนที่กำลังหลับใหลเช่นกัน อัครินอยู่กับปานธิดาตั้งแต่เกิดเรื่องเมื่อคืนจนเย็นวันนี้ เขาก็มิได้ลุกหรือหนีหายไปไหน สายตาที่เฝ้ามองมันแสนจะห่วงใยเพราะถ้าหากเขาไม่วนรถกลับมาอีกรอบก็ไม่มีทางรู้ได้เลยว่าตอนนี้ทั้งปานธิดาและเขมมิกานั้นจะเป็นอย่างไรบ้าง

 “ตื่นแล้วเหรอ”

 “.....” ไม่มีสิ่งใดหลุดออกมาจากปากของปานธิดา มีเพียงแค่สายตาคู่ใสเท่านั้นที่จ้องมองมา อัครินเมื่อเขาไม่ได้คำตอบอะไรจากปานธิดามือเรียวหนาก็เปลี่ยนเป็นไปลูบไล้ที่ศีรษะของสาวเจ้าอย่างแผ่วเบาแทน ปานธิดาพินิจมองการกระทำของเขาอยู่สักพัก ดวงตาก็มีน้ำใสไหลออกมา อัครินที่เห็นก็ตกใจ “เป็นอะไรไป!”

 แต่ทว่า...เธอกลับไม่ตอบ แต่สาวเจ้ากลับดันตัวเองขึ้นมาและโอบกอดต้นคอของเขาไว้แน่นราวกับว่าต้องการที่พักพิงจิตใจ อัครินเมื่อรู้ถึงแรงกอดรัดที่มันมากของปานธิดาเขาก็รีบกอดตอบทันที เขารู้ว่าตอนนี้เธอยังกลัวไม่หาย การที่ตัวเองเกือบจะต้องจบชีวิตลงอย่างไม่ทันตั้งตัวแถมยังเป็นเหตุการณ์เช่นนั้นแล้ว...เป็นใครก็หวาดกลัว ไม่เว้นแม้แต่เขา

 “ฉันอยู่ตรงนี้นะ ฉันอยู่ตรงนี้” น้ำเสียงที่ปลอบโยนของเขาที่เปล่งออกมาจากเรียวปากหนามันช่วยเสริมสร้างความรู้สึกดีให้กับสาวเจ้านัก

 “ฉันกลัวคุณริน ฉันกลัว ฮึก!”

 “ไม่ต้องกลัวแล้วนะ ฉันอยู่ตรงนี้แล้ว ฉันอยู่ข้างๆเธอแล้ว” แม้ว่าปานธิดาจะเข้มแข็งมากสักแค่ไหน แต่การที่เธอต้องเจอเรื่องแบบนี้มันก็ทำให้คนที่แข็งอยู่ตลอดเวลาอย่างสาวเจ้าอ่อนลงได้เหมือนกัน

 “ฮึก! พะ...พวกมันจะฆ่าฉันกับเขม”

 “จะไม่มีใครทำอะไรเธอได้ทั้งนั้น ในเมื่อฉันอยู่ข้างๆเธอ มันจะไม่มีใครหน้าไหนมันมาทำให้เธอต้องเป็นอันตรายนะ ฉันจะเป็นคนที่จะปกป้องเธอเอง” อัครินให้คำมั่นว่าเขาเนี่ยแหละจะดูแลหญิงสาวคนนี้เอง จะไม่มีทางให้เธอต้องเจอเรื่องเลวร้ายอีกแล้ว...

 

 “เรื่องแค่นี้แกก็ทำพลาด!” ปลายสายที่พ่นอารมณ์เกรี้ยวกราดออกมา ทำให้คนที่กำลังฟังอยู่ต้องยื่นเอาโทรศัพท์ออกไกลๆหู ก่อนที่จะเหงี่ยหูฟังว่าคนว่าจ้างตนนั้นพ่นไฟเสร็จหรือยัง หากเสร็จแล้วจะได้เอามาแนบหูแล้วพูดคุยกับปลายสายต่อ

 “โถ่คุณ ใครมันจะไปรู้ล่ะว่าจะมีคนมาช่วยมัน ถ้าไม่มีไอพวกนั้นมายุ่งนะป่านนี้อีกพวกนั้นมันได้ตายสมใจคุณไปแล้ว”

 “แกมันก็ดีแต่พูด! ฉันจ้างแกไม่ใช่จำนวนเงินน้อยๆนะ จะมาทำงานชุ่ยๆแบบนี้ได้ยังไง!”

 “โถ่คุณ ผมรับรองว่ารอบหน้าจะไม่มีพลาดแน่นอน”

 “เอาให้มันได้เหมือนที่แกโม้ไว้เถอะ! พวกต่ำๆอย่างแกเนี่ยฉันไม่อยากจะไว้ใจนัก แล้วทำให้ได้เท่ากับเงินที่แกได้ไปซะด้วย!” จากนั้นก็ตัดสายไป

 “ทำให้ได้เท่ากับเงินที่แกได้ไปซะด้วย ถุ้ย! เดี๋ยวกูจะทำให้ดู กูละเกลียดจริงๆอีพวกผู้มากลาภมีเนี่ย ทำเป็นว่าตัวเองสู่ส่งมาจากชั้นฟ้า สุดท้ายรวยแต่ตัวแต่ความคิดก็ต่ำเหมือนพวกกูละหว่า!” คนที่กำลังหลบหนีตำรวจจากคดีพยายามฆ่าที่เพิ่งกระทำไปหมาดๆ บ่นอุบกับคนที่จ้างวานให้ตนทำงานนี้แต่บ่นไปก็เท่านั้น เพราะเมื่อคืนที่ผ่านมามันหนีมาได้ หากจะเข้ามอบตัวก็เสียชื่อหมด แถมเงินก็รับมาแล้ว ดังนั้นจึงต้องรีบๆทำให้สำเร็จเสีย

 

 สายตาของเขมมิกาที่ลืมตาตื่นขึ้นมา เธอก็พบเข้ากับอัศวินที่กำลังนั่งหลับอยู่ข้างเตียง แถมที่มือนั้นเขาก็ยังกุมมือเธอไว้ไม่ปล่อย เขมมิกาค่อยๆเอามือของตัวเองออกจากมือของเขาอย่างแผ่วเบาเพราะกลัวว่าคนที่กำลังหลับอยู่จะตื่น แต่ว่าก็ไม่ทันเสียแล้วเมื่ออัศวินเริ่มรู้สึกตัวเสียแล้ว

 “ฉันรบกวนคุณหรือเปล่าคะ” เพราะเธอตื่นขึ้นมาก่อนจึงเกรงว่าจะเป็นเธอที่ทำให้อัศวินต้องตื่นตาม

 “ไม่ พี่ตื่นพอดี” เขารีบปรับท่านังของตัวเองให้เป็นปกติก่อนที่จะตอบคำถามเขมมิกา

 “เป็นยังไงบ้าง ดีขึ้นแล้วใช่มั้ย” มือของอัศวินเอื้อมไปลูบคลำผมของเขมมิกาอย่างแผ่วเบา

 “ค่ะ” แม้ว่าจะบอกว่าไม่เป็นอะไรแล้วแต่ทว่าแววตาของเธอมันกลับปิดไม่มิดเพราะมันกำลังฉายชัดอยู่วาเธอยังคงกลัวไม่หาย...แต่เธกลับเลือกที่จะไม่แสดงออกมาให้เขาเห็นมากกว่า

 “พี่รู้นะว่าเขมยังกลัวอยู่” ทำไมเขาจะมองไม่ออกว่าภรรยาของตนเองนั้นกำลังเป็นอะไร

 “ไม่เป็นอะไรจริงๆค่ะ”

 “พี่ขอโทษที่ดูแลเขมไม่ดี” เขาไม่คะยั้นคะยอเอาคำตอบจากสาวเจ้า แต่เขากลับเปลี่ยนเป็นการขอโทษแทน

 “มันไม่เกี่ยวกับคุณค่ะ”

 “พี่สัญญาว่าต่อจากนี้พี่จะดูแลเขมให้ดีที่สุดนะ ขอบคุณที่ให้โอกาสกันอีกครั้ง” เขารู้สึกขอบคุณที่เขมมิกายื่นโอกาสการดูแลเธออีกครั้งให้กับเขา ให้กับผู้ชายเลวๆคนนี้ ต่อไปนี้เขาสัญญาว่าจะไม่ปล่อยให้เธอต้องคาดสายตาไปเป็นอันขาด

 “ค่ะ” เธอหวังว่าสิ่งที่เธอยื่นให้เขาในครั้งนี้ จะเป็นสิ่งที่เธอตัดสินใจดีแล้วที่สุด แม้ว่าอัศวินจะเคยทำร้ายให้เธอต้องเจ็บแต่เพราะความรักที่เธอมีให้เขามันก็มากพอๆกัน มันเลยทำให้เธอตัดสินใจให้โอกาสเขาอีกครั้ง...

 ผ่านมาแล้วหนึ่งอาทิตย์จะเรียกได้ว่าอัศวินพักอาศัยอยู่เขมมิกาเลยก็ว่าได้ ตอนเช้าเขาก็รีบเข้าบริษัทพอตกเย็นก็รีบกลับบ้านมาทานอาหารร่วมโต๊ะกับครอบครัวของสาวเจ้า ที่ตอนนี้ก็มีสมาชิกเพิ่มมาใหม่อีกคนก็คือมารดาแท้ๆของหญิงสาว ในตอนแรกี่อัศวินเห็นก็ตกใจอยู่เหมือนกันว่าทำไมจู่ๆ เรื่องราวมันถึงเป็นแบบนี้ได้ แต่แล้วทุกคนก็เล่าให้เขาได้เข้าใจอะไรหลายๆอย่าง

 “เดินดีๆนะเขม” ตอนนี้หน้าท้องของเขมมิกามันนูนขึ้นมามากแล้ว การเดินเหินมันก็จะลำบากนัก ยามที่จะเดินไปไหนก็จะมีอัศวินนั้นคอยเดินประคองอยู่ตลอดเวลา

 “เขมเดินเองได้ค่ะ” สรรพนามที่ใช่แทนตัวเองของหญิงสาวก็เปลี่ยนไป ตลอดระยะเวลาที่อัศวินเข้ามา เขาใส่ใจเธอมากขึ้น ดูแลทุกอย่างหรือแม้แต่ยามที่เธอปวดหลังเขาก็จะคอยนวดให้แม้ว่าจะเงอะๆงะๆไปบ้างแต่ก็พอบรรเทาอาการปวดได้ขั้นหนึ่ง

 “ไม่ได้ เดี๋ยวจะล้มเอา” เขาไม่ยอมให้เขมมิกาทำดั่งที่พูด แล้วเขาก็พาเธอไปนั่งลงที่โต๊ะในสวนเล็กๆ

 “ค่อยๆนะ” จะเรียกได้ว่าตอนนี้เขาประคบประหงมเธอราวกับเป็นไข่ในหินเลยก็ว่าได้

 “ไม่ต้องขนาดนี้ก็ได้ค่ะ แค่ท้องนะไม่ได้เป็นง่อย” เธอพูดกับเขาพลางส่งยิ้มให้

 “จะแค่ได้ยังไง ในนั้นมีลูกพี่ทั้งคนนะ พี่ก็ต้องดูแลแม่เจ้าตัวน้อยให้ดีๆสิ ลูกออกมาจะได้แข็งแรง” เขาพูดขณะที่กำลังหย่อนกายนั่งยองๆลงตรงหน้าของเขมมิกา มือเรียวหนาของอัศวินลูบคลำไปที่หน้าท้องนูนของสาวเจ้าอย่างแผ่วเบา ใบหน้าคมก้มลงมาแนบชิดและประกบจูบนุ่มนวลลงที่หน้าท้องของเขมมิกาด้วยรอยยิ้ม พลางเอาหูแนบลงหวังจะฟังเสียงน้อยๆของลูกรัก

 “อย่าดื้อนะครับลูกพ่อ เดี๋ยวแม่เขาจะเหนื่อยเอา” เขาพูดกับเด็กน้อยที่กำลังขดตัวอยู่ในครรภ์ของมารดาพลางเอ่ยน้ำเสียงนุ่มๆให้เด็กน้อยว่าอย่าดื้อนัก เดี๋ยวแม่เขาจะเหนื่อย

 สายตาของเขมมิกาจ้องมองมาที่อัศวิน ตอนนี้เขาเปลี่ยนไปมากราวกับว่าเป็นคนละคนกัน ความเย็นชาและรุนแรงของชายหนุ่มลดหย่อนลงไปเยอะมาก จนเธอก็แอบดีใจที่เขาเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ อีกทั้งแววตาของเขามันยังอ่อนโยนจนเธอนั้นไม่อาจจะละตัวและหัวใจให้หยุดมองเขาไม่ได้เลย

 “อ่ะ!” แต่จู่ๆเสียงร้องของเขมมิกามันก็ดังขึ้นสร้างความตกใจให้เขานัก

 “เขมเป็นอะไร!” เขารีบเงยหน้าขึ้นมามองสาวเจ้าที่ตอนนี้กำลังหน้าเหยเกด้วยความเจ็บแปลบๆ

 “มันเจ็บแปลบๆน่ะค่ะ สงสัยว่าลูกจะถีบแรงไปหน่อย”

 “ถีบเบาๆหน่อยนะครับ เดี๋ยวแม่เขาจะเจ็บเอานะ” เขายิ้มให้เธอแล้วหันไปพูดกับเจ้าตัวน้อยแทน การกระทำของอัศวินมันตราตรึงอยู่ที่ดวงตาทั้งสองข้างของเขมมิกา เรียวปากบางของสาวเจ้าก็ไม่อาจที่จะมอบรางวัลให้กับคนตัวโตได้ มันประกบลงที่หน้าผากของเขาอย่างแผ่วเบาราวกับปุยนุ่น จนคนที่โดนจู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัวต้องเงยหน้าขึ้นมามองหญิงสาวแล้วยิ้มด้วยใบหน้าแสนสุข

 “เล่นแบบนี้ระวังมันจะตื่นนะ”

 “คนท้องอยู่นะ”

 “ท้องอยู่ก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลย”

 “บ้า โรคจิต!” เธอตีเข้าที่แขนของอัศวินไปป๊าบหนึ่ง! จนเขาร้องเสียงหลง

 “โอ๊ย!”

 “มันเจ็บนะ”

 “ตีแค่นี้ทำเป็นร้องเสียงดังนะคะ ที่ตัวเองทำคนอื่นเขายังไม่ว่าอะไรเลย” เธอย้อนแยง

 “โถ่ ก็พี่เจ็บก็เลยร้องมันก็เรื่องธรรมดา”

 “ชั่งเถอะค่ะ ขี้เกียจเถียงด้วย”

 “พี่...” ยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไรเลย เขมมิกาก็เอ่ยชื่อเขาแทรกขึ้นมาเสียก่อนแล้ว แถมครั้งนี้มันยังนิ่งเรียบไม่เหมือนหลายวันที่ผ่านมาเลย เขาทำอะไรผิดอีกเนี่ย เมียจะไม่ยอมคุยด้วยเหรอ

 “คุณวิน...” เธอมองมาเขาจ้องตาของชายหนุ่มที่ยามนี้ตาของเขามันสั่นระริกมาก

 

มาเเล้วจ้าาา

ตอนนี้พ่อพระเอกเราเริ่มจะเป้นพระเอกจริงๆหรือยังนะ

รีดยอมเปิดใจให้ผู้ชายคนนี้เข้าไปกันได้บ้างหรือยังคะ?

ปล.ขอคอมเม้นเยอะๆด้วยนะคะ กำลังใจค่ะ หุหุ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น