Hunny Exo

เจแปน vs คุณหมอตรี ใครจะโรคจิตและแสบกว่ากัน! ขอบคุณที่เข้ามาอ่านน้าาา~

บทที่55 : ปีกนกกับโซ่

ชื่อตอน : บทที่55 : ปีกนกกับโซ่

คำค้น : รักโหดๆอยู่ในโหมดมุ้งมิ้ง,

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 711

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 18 พ.ค. 2562 14:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่55 : ปีกนกกับโซ่
แบบอักษร

 

Tree Part

 

.

 

.

 

"สรุปคือเจแปนรู้แล้ว?"

 

"ใช่ค่ะ/ก็เป็นไปตามนั้น"

 

"ดาร์เรนเธอเป็นคนบอกเจแปนก่อนพี่งั้นหรอ?"

 

"ก็ใช่ค่ะ ดาร์เรนบอกน้องเจแปนไปแล้ว"

 

หญิงสาวได้แต่อมยิ้มกริ่มพลางชื่นอกชื่นใจที่ตนนั้นได้บอกเรื่องที่ตนมาในวันนี้เพราะอะไรแก่เจแปน ผมกับแลนด์นอลมองหน้ากันก่อนที่จะถอนหายใจออกมายาวเหยียด

 

ไม่นึกว่าจะกลับมาที่คอนโดในช่วงหัวคํ่าก็พบกับดาร์เรนที่นั่งรออยู่บนโซฟาพร้อมกับแลนด์นอล เธอมาถึงไทยก่อนกำหนดอันที่จริงมันต้องเป็นวันพรุ่งนี้ และวันนี้ผมต้องเป็นคนบอกเจแปนไม่ใช่ดาร์เรน

 

"เอาน่าๆ ก็ฉันบอกไปแล้วนี่"

 

"แลนด์นอลทำไมนายไม่เตือนดาร์เรน?"

 

"ผมห้ามทันที่ไหนเล่าพี่ตรี ปากไวอยากกับรถแข่ง ให้ตายพี่ก็ยังห้ามไม่ทัน"

 

"แล้วเจแปนล่ะ เป็นยังไง?"

 

"เจแปนพอได้ยินถึงเรื่องที่ฉันมาเพราะงานแต่งก็ดูเงียบลงไปเลย แล้วก็ขอตัวไปนอนแล้ว"

 

"เค้าได้พูดอะไรมั้ย?"

 

"ไม่หรอกพี่ตรี ถึงจะพูดก็ฝืนยินดีพูดไปทั้งนั้น ไม่รู้เป็นยังไงแล้วบ้าง"

 

ผมพรูลมหายใจออกมาอีกครั้งก่อนจะหันมองไปยังประตูบานไม้สีขาวที่เป็นห้องนอนของผมและเจแปน

 

"พี่ตรีมาแล้วฉันก็ขอกลับบ้านก่อนนะ คิดถึงแด๊ดกับมี๊จะแย่อยู่แล้ว"

 

"แลนด์นอลไปส่งดาร์เรนด้วยนะ"

 

"ถึงไม่บอกพี่ดาร์เรนก็ใช้ผมอยู่แล้วน่า ลุกเร็วเข้าสิพี่ดาร์เรน"

 

"จ้าๆๆ แกก็ยกกระเป๋าฉันไปด้วยสิยะ! ถือดีๆละ!"

 

ปัง~

 

เมื่อทั้งคู่ได้ออกไปแล้ว ผมก็หันตัวเดินเข้าห้องนอนทันที พอเปิดประตูเข้าไปก็พบกับคนที่กำลังนอนหลับไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร

 

ผมหย่อนกายลงนั่งบนเตียงข้างๆคนที่กำลังหลับ พลางสำรวจใบหน้าที่แดงกลํ่าขอบตาดูบวมเหมือนพึ่งผ่านการร้องไห้มาแล้วหลับไป ผมเอื้อมมือไปลูบแก้มใสด้วยความคิดถึง

 

"ร้องไห้อีกแล้วหรอเรา?"

 

"..."

 

ถึงจะพูดไปสักกี่ประโยค ยังไงคนที่กำลังหลับตอนนี้คงไม่รับรู้อะไร นานมากแล้วเหมือนกันที่ผมไม่ได้คุยกับเจแปนเลยราวๆเกือบหนึ่งสัปดาห์เต็มๆ 

 

"รักนะครับ"

 

ผมโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้หน้าหวานก่อนที่จะจูบซับเบาๆที่หน้าผากของคนที่รัก อดทนอีกเพียงไม่นาน..แล้วเจแปนจะมีความสุข

 

.

 

.

 

.

 

เช้าวันต่อมา

 

แสงแดดที่ลอดผ่านผ้าม่านปลุกให้ผมต้องตื่นขึ้นในช่วงเช้าของอีกวัน วันนี้ผมหยุดงานที่โรงพยาบาลเลยไม่ต้องตื่นเช้าเหมือนทุกๆวัน ซึ่งปกติแล้วผมจะตื่นก่อนเจแปนและไปทำงานแต่เช้า

 

จึงทำให้เกิดช่องว่างระหว่างเราขึ้นมาหลังจากที่เกิดปากเสียงกันเมื่อคราวก่อน ร่างบางที่นอนข้างๆผมขยับกายเล็กน้อย ทุกกิริยาท่าทางของคนตัวเล็กตอนนี้อยู่ในสายตาผมหมดแล้ว

 

"อือออ งืมมๆ"

 

เมื่อดวงตาคู่สวยค่อยๆเปิดขึ้นคล้ายว่าอีกคนกำลังจะตื่นแล้ว ผมก็รีบหลับตาลงทันทีทำเหมือนกับว่ากำลังนอนหลับอยู่ ท่อนแขนผมยังคงพาดกอดอยู่ที่เอวของคนตัวเล็กตั้งแต่เมื่อคืน

 

เจแปนสดุ้งเล็กน้อยก่อนที่มือเรียวพยายามจะจับยกแขนผมให้ออกจากเอวของตน ทันใดนั้นผมก็ลืมตามองอีกคนทันที

 

"ตื่นแล้ว?"

 

"อ๊ะ!?"

 

"หิวรึยัง?"

 

"เอ่อ..ช่วยปล่อยผมก่อนเถอะครับ"

 

เจแปนที่ดูลุกรี้ลุกรนตื่นตระหนกกับการที่ถูกผมกอด ซึ่งผมเองถึงจะถูกขอให้ปล่อยแต่ใช่ว่าจะต้องทำตามคนที่ของ่ายๆ หนำซํ้าผมโอบรัดเอวร่างบางกระชับให้มันแน่นกว่าเดิมเสียอีก

 

"ยะ..อย่า!"

 

"ทำไม?"

 

ใบหน้าหวานเงยขึ้นสบตากับผมอย่างกล้าๆกลัว แววตาที่ได้เห็นเพียงเสี้ยววิก่อนที่เจแปนจะก้มหน้าหนีผม ยิ่งคนที่อยู่ในอ้อมกอดไม่ยอมตอบผม ผมก็ยิ่งกอดเค้าแน่นขึ้นมากกว่าเดิม

 

"ปล่อยได้แล้วครับ ผมจะรีบไปอาบนํ้า"

 

"ตอบมาก่อน"

 

"เรื่องอะไรครับ?"

 

"ทำไมต้องทำตัวห่างเหิน ทำไมต้องหลบหน้า?"

 

แค่หนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมานี้มันก็ทำให้ผมเห็นพฤติกรรมหลายๆอย่างเปลี่ยนไป ผมยังไม่อยากจะคิดเองเออเองว่าที่เจแปนเป็นแบบนี้เพราะคู่หมั้น อีกทั้งเมื่อวานเจแปนได้รู้จักดาร์เรนแล้ว

 

"ถามแปลกๆนะครับ พี่มีคู่หมั้นแล้วไงครับ เราทั้งคู่มีคู่หมั้นกันแล้วยังไงละครับ พี่จำเป็นต้องถามอีกหรอ?"

 

"..."

 

"เห็นแก่พี่ดาร์เรนเถอะครับ อีกอย่างผมไม่อยากให้พี่แลนด์นอลเสียใจ"

 

"รักแลนด์นอลมันแล้ว?"

 

"รักครับ...แต่ผมคงรักเค้าไม่เท่ากับที่ผมรักพี่หรอก"

 

พรึ่บ!

 

เจแปนสะบัดตัวออกแล้วก็ยันตัวลุกนั่งบนเตียง ผมมองการกระทำของร่างบางที่ต้องฝืนใจให้ผมกับดาร์เรนได้อยู่ด้วยกัน แววตาที่ฉายถึงความเจ็บปวดผมอยากจะกอดอีกคนเอาไว้ไม่อยากให้ไปไหนอีกแล้ว

 

แต่ไม่ใช่ตอนนี้...

 

"ผมเสียใจ ฮึก! เสียใจกับในหลายๆเรื่อง ฮึก! ขอโทษที่พูดจาไม่คิด..."

 

"..."

 

"ขอโทษถ้าทำให้รู้สึกไม่ดี ฮึก! ฮืออ!"

 

สุดท้ายเจแปนก็ปลดปล่อยความรู้สึกสึกออกมาพร้อมกับนํ้าตา ผมทำได้เพียงยันตัวลุกขึ้นนั่งข่างๆร่างบางที่กำลังสั่นเทา ผมเอื้อมมือเข้าไปใกล้ใบหน้าหวานแล้วเช็ดนํ้าตาของอีกคนออกให้

 

"ฮึก ไปเถอะครับ..ว่ะ วันนี้พี่ต้องไปดูชุดกับแหวนพร้อมพี่ดาร์เรนไม่ใช่หรอ? ไปเตรียมตัวได้แล้วครับ"

 

"จี้ก็เหมือนกันไม่ใช่หรอ?"

 

"คะ..ครับ ฟืดด! งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ พี่แลนด์นอลคงรอแล้ว"

 

จากนั้นเจแปนก็ลุกออกไปพลางหยิบผ้าเช็ดตัวและเข้าห้องนํ้าไป ผมที่ยังคงนั่งอยู่บนเตียงก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดโทรหาดาร์เรนทันที รอไม่นานปลายสายก็รับ

 

(ว่าไงคะพี่ตรี?)

 

"พี่ทำต่อไปไม่ได้แล้วดาร์เรน"

 

(หมายความว่ายังไงพี่ตรี?)

 

"พี่สงสารเจแปน พี่ทนดูต่อไปไม่ไม่ได้แล้ว"

 

(พี่อย่าลืมที่คุณอาบอกสิคะ พี่ก็รู้ดีอยู่แก่ใจ..เจแปนก็มีแลนด์นอล แค่ช่วงนี้เท่านั้นคะ พอถึงวันงานแล้วทุกอย่างก็จะจบลง)

 

"..."

 

(ถ้าพี่รัก..พี่ควรปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปก่อนเถอะค่ะ)

 

"อืม พี่เข้าใจแล้ว"

 

(ค่ะ อดทนหน่อยนะคะพี่ตรี แล้วเจอกันค่ะ)

 

เมื่อปลายสายกดตัดไปผมได้แต่มองหน้าจอโทรศัพท์นิ่ง ภายในอกมันโหวงเหวงไปหมดยามที่เห็นนํ้าสีใสที่มันไหลออกจากตาคู่สวยคู่นั้น ไม่ใช่แค่เจแปนที่ต้องอดทน ผมเองก็เช่นกันที่ต้องอดทนแล้วปล่อยให้มันเป็นไปแบบนี้

 

"เชื่อใจพี่นะเจแปน"

 

Tree Part End 

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

Japan Part

 

"เจ..."

 

"..."

 

"เจแปน"

 

"..."

 

"เจแปน!"

 

"อ๊ะ! ครับ!?"

 

ผมสะดุ้งตกใจเมื่อมีแรงสะกิดจากพี่แลนด์นอลที่กำลังนั่งชี้ชุดสูทสีขาวสะอาดตาบนหนังสือนิตยสารอยู่นั้น พี่แลนด์นอลทำหน้างงก่อนจะถามผมอีกครั้ง

 

"เจแปนเป็นอะไรไป? พี่เรียกเราตั้งหลายรอบแหนะ..แล้วพี่ถามเราว่าชอบชุดไหนเจแปนก็มัวแต่เหม่อ"

 

"จริงหรอครับ ผมขอโทษครับ เอ่อ..พี่พูดใหม่ได้มั้ยครับ"

 

"เห้ออ อย่าเหม่ออีกนะเรา..ถ้าไม่สบายก็บอกพี่นะ ไม่งั้นวันนี้เรากลับกันก่อนดีมั้ย ไว้วันหลังค่อยมาใหม่"

 

"ไม่เป็นไรครับ ผมสบายดี..เราเลือกชุดกันต่อเถอะครับ"

 

พี่แลนด์นอลพยักหน้ารับก่อนที่จะเปิดนิตยาสารให้ผมดูชุดสูทต่อ สุดท้ายวันนี้ก็มาถึง...เช้านี้ผมรีบตื่นเพื่อมาดูชุดในวันแต่งงานนี่แหละครับ แต่ก็เกือบไม่ราบรื่นเพราะผมเอาแต่เหม่อคิดถึงแต่เรื่องพี่ตรี

 

ป่านี้เค้าคงนั่งเลือกชุดให้พี่ดาร์เรนอยู่แล้วแน่ๆ ดูแล้วทั้งคู่ก็เหมาะสมกันยิ่งกว่ากิ่งทองใบหยก พี่ตรีก็หล่อหน้าที่การงานก็ดีส่วนพี่ดาร์เรนก็สวยแถมเป็นสาวนักธุรกิจ เหมาะสมกันเกินกว่าจะหาสิ่งใดเปรียบเทียบ

 

"เจแปนชอบชุดไหนดีเรา? หนึ่งกับสอง พี่ว่ามันดูเหมาะกับเรามากเลยนะ ดูสิ"

 

"ผมชอบชุดที่สองครับ มันดูเรียบง่ายแต่ว่ามีเสน่ห์"

 

"นั่นสิ เหมาะกับเจแปนด้วยล่ะ งั้นเอาชุดนี้เลยครับ"

 

"ได้ค่ะ ขอเชิญคุณน้องวัดตัวหน่อยนะคะ"

 

ผมพนักหน้าเล็กน้อยก่อนที่จะเดินตามพนักงานของร้านไปยังห้องวัดตัว ใช้เวลาประมาณสิบนาทีก็เสร็จเรียบร้อย

 

พอผมเดินออกมาก็เห็นพี่แลนด์นอลกำลังนั่งกดโทรศัพท์อยู่ แต่ว่าทำไมถึงยังไม่เลือกชุดของพี่เค้ากันล่ะ?

 

"พี่แลนด์นอลไม่เลือกชุดหรอครับ?"

 

"ก็..เอ่อ..ชุดพี่สั่งเรียบร้อยแล้วล่ะ คือมันเหลือแต่ชุดของเจแปนไง"

 

"อ่าว งั้นหรอครับ แย่จังที่ผมพึ่งมาดูชุดวันนี้"

 

"ฮ่ะๆ ไม่เป็นไรๆ งั้นเราไปดูแหวนต่อกันเลยเนอะ"

 

"ครับ?"

 

ผมเอะใจเล็กน้อยเมื่อจู่ๆพี่แลนด์นอลก็ยื่นมือมาให้กับผม ผมเงยหน้ามองพี่แลนด์นอลที่กำลังฉีกยิ้มก่อนที่เค้าจะจับมือผมแล้วบีบเบาๆ 

 

ถึงจะตกใจเล็กน้อยแต่ผมก็คงไม่กล้าที่จะปฏิเสธการกระทำของพี่แลนด์นอลได้ อีกไม่กี่วันข้างหน้าเราจะใช้ชีวิตร่วมกันแล้ว นี่มันแค่การจับมือเหมือคู่รักทั่วๆไป...ถึงมากกว่านั้นก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าเรายังไม่เคย

 

"ครับ"

 

"พี่รู้จากคุณลุงมาว่าเจแปนน่ะชอบกินของหวาน เราไปกินไอติมกันต่อเลยเนอะ"

 

"แบบนั้นก็ได้ครับ ผมหิวพอดีเลย"

 

.

 

.

 

.

 

ณ ห้างสรรพสินค้า

 

"ชอบร้านไหนก็เลือกเอาเลยนะเจ"

 

"ครับ"

 

เมื่อเราทั้งคู่มาถึงห้างดังที่คนกำลังมาเดินกันขวักไขว่างมีจุดประสงค์ต่างกัน พี่แลนด์นอลพลางจับมือแล้วพาผมเดินดูร้านเครื่องประดับไปเรื่อยอย่างไม่เร่งรีบ

 

ผมมองร้านมากมายที่มีแหวนมากมายให้ได้เลือก ถึงแม้จะเยอะแยะจนดูล้นตาแต่ผมก็ยังไม่เจอร้านที่ถูกใจแม้แต่น้อย

 

"นี่เรายังไม่เจอร้านที่ถูกใจอีกหรอ หืม?"

 

"ก็ยังอ่ะครับ ผมรู้สึกยังไม่เจอร้านที่ใช่เลย"

 

"เอาเถอะๆ พี่อยู่กับเจที่นี่ได้ทั้งวันเลย เอาที่เจชอบจริงๆเถอะ"

 

"ก็คงต้องเป็นอย่างนั้นแหละครับ ฮ่ะๆ"

 

ผมหัวเราเล็กน้อยก่อนที่จะได้รับความเอ็นดูจากพี่แลนด์นอลโดยพี่เค้าใช้มือยีหัวผมเบาๆ ก่อนที่เราจะออกเดินหาร้านแหวนอีกครั้ง

 

คือการเลือกอะไรแต่ละครั้งผมจะละเอียดมากครับในการที่จะตัดสินใจเลือกมา ยิ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องใช้ในวันพิธีแต่งงานผมยิ่งต้องพิถีพิถันมากขึ้นไปอีก เพราะแหวนที่ผมมาเลือกกับพี่แลนด์นอลไม่ใช่ให้ตัวเองนะครับ..คือต้องเลือกให้เจ้าบ่าว

 

"พี่แลนด์นอลร้านนี้เป็นไงครับ?"

 

"หืม? เอาสิ..ถ้าชอบก็ลองเข้าไปดูก่อนก็ได้"

 

"ครับ"

 

"สวัสดิ์ดีค่ะ ไม่ทราบว่าคุณลูกค้าอยากได้สินค้าอะไรดีคะ ทางร้านเราจะจัดหามาให้ค่ะ"

 

"เอ่อ อยากได้แหวนแต่งงานครับ"

 

"รอสักครู่นะคะ"

 

เมื่อเดินเข้าไปในร้านแสนจะตกแต่งแบบเรียบง่ายสบายตา ผมก็ดูจะถูกใจมันแบบพิเศษสุดๆไปเลย รอไม่นานพนักงานสาวก็หยิบกล่องแหวนมากมายขึ้นมาให้เลือก

 

"นี่ค่ะ แบบนี้จะเป็นแหวนเงินนะคะ ไม่ทราบว่าคุณลูกค้ามีแบบที่ต้องการมั้ยคะ?"

 

"เอ่อ..ผมไม่ได้ใส่เองครับ คนนี้ต่างหาก"

 

ผมเบนสายตาพร้อมกับหันไปมองพี่แลนด์นอลที่กำลังยิ้มให้ผมอยู่นั้น และส่วนพนักงานร้านก็อมยิ้มพร้อมกับพยักหน้ารับเป็นอันว่าพี่แลนด์นอลคือคนที่จะสวมแหวน

 

"พี่อยากให้เราเลือกให้พี่นะ"

 

"ผมกลัวเลือกแล้วจะไม่ถูกใจพี่น่ะสิ พี่แลนด์นอลเลือกเถอะ"

 

"ไม่เป็นไรหรอก พี่อยากใส่แหวนที่เจเป็นคนเลือกในวันแต่งงานมากกว่านะ"

 

"งั้นก็ได้ครับ ผมถือสิทธิ์แทนพี่แล้วนะ..ห้ามทวงคืนด้วย"

 

"ฮ่ะๆ ยอมยกให้ไปเลยครับ"

 

พอผมหันไปตกลงกับพี่แลนด์นอลเรียบร้อยแล้ว ผมก็หันมาสนใจแหวนที่พนักงานนำมาให้เลือกต่อ มีหลายวงที่ผมชอบแต่ว่ายังไม่ค่อยถูกใจ

 

จนกระทั่งพนักงานสาวแทบจะนำมาให้เลือกจนเกือบจะหมดทั้งตู้ แต่ละวงผมก็ชอบเพราะมันมีองค์ประกอบที่น่าสนใจ แต่ทว่าผมอยากได้อะไรที่มันดูเป็นเอกลักษณ์และโดดเด่นแบบเรียบง่าย

 

"มีหลายแบบเลยนะคะที่เหมาะกับเจ้าบ่าว คุณลูกค้าดูได้ก่อนเลยค่ะ"

 

"ครับ"

 

"นี่กะจะดูจนหมดร้านเลยรึเปล่าเรา? หืม?"

 

"ก็ยังไม่เจอที่ถูกใจนี่ ขอคิดก่อนไม่ได้รึไงพี่อ่ะ"

 

"คุณลูกค้าไม่ต้องกังวลนะคะ ทางร้านเรามีหลายแบบจนกว่าคุณลูกค้าจะเจอวงที่ถูกใจเลยค่ะ"

 

ในขณะที่ผมไล่มองทุกระเบียบตารางนิ้วของตู้ ทีแรกจะหันไปบอกพี่แลนด์นอลแล้วว่าไม่มีวงที่ถูกใจเลยสักนิด ผมเองก็เกรงใจพนักงานที่ยืนยิ้มจนเหงือกจะแห้งอยู่แล้ว

 

แต่พอกำลังจะหันไปบอกและถอดใจจะออกจากร้าน สายตาผมมันก็สะดุดเข้ากับแหวนเงินวงหนึ่ง มันดูเรียบง่ายจนไม่ทันให้ผมได้สังเกต แบบนี้สิถึงจะใช่!

 

"อ๊ะ! วงนี้ครับ ผมของดูได้มั้ยครับ?"

 

"ได้ค่ะคุณลูกค้า นี่ค่ะ"

 

"ดูเรียบง่ายมากเลย"

 

"แบบนี้ทางร้านเราเหลือเพียงวงเดียวแล้วค่ะ และมีผลิตออกมาแค่สิบวงเท่านั้น มันอาจจะดูเรียบง่ายแต่งานสลักบนแหวนมีอะไรที่สวยงามซ่อนอยู่เสมอค่ะ"

 

แค่แหวนเงินธรรมดาที่กลับเตะตาผมจนสนใจมากขนาดนี้ เมื่อหันไปสบตาทกับพี่แลนด์นอลเค้าก็พยักหน้าเบาๆส่งมาให้ ผมหันมาสนใจลวดลายสลักบนแหวนต่อ มันเป็นรูปของปีกนกที่กางปีกสยายออกอยู่ตรงกลางของแหวน และรอบๆการสลักเป็นโซ่ล้อมรอบแหวนเอาไว้

 

ดูแล้วมันทำให้คิดถึงพี่ตรี...

 

"ปีกนกกับโซ่หรอครับ?"

 

"ค่ะ แหวนวงนี้มีทั้งหมดสิบวงและแต่ละวงลวดลายจะต่างกันออกไป เท่ากับว่าแหวนวงนี้มีวงเดียวในโลกค่ะ ซึ่งทางร้านเราเหลือวงสุดท้ายแล้วค่ะ"

 

"ผมตกลงเอาวงนี้ครับ"

 

"ได้ค่ะคุณลูกค้า รอสักครู่นะคะ"

 

"ครับ"

 

"ไง เจอแล้วสิ..ดูน่าสนใจมากๆเลยแฮะ"

 

"ครับ ผมว่ามันดูเรียบง่ายแต่โดดเด่น มันเหมาะกับพี่มากเลยครับ"

 

"จริงหรอ?"

 

เมื่อพี่แลนด์นอลถามยํ้าอีกครั้งผมก็นิ่งชะงักไป จะตอบว่าอะไรดีล่ะ..จะบอกว่ามันเหมาะกับพี่แลนด์นอลเพราะผมเอาแต่นึกถึงพี่ตรี

 

ผมอยากให้พี่ตรีได้สวมมันในวันนั้น แต่คงเป็นไปได้ยาก..เพราะคู่หมั้นของผมก็ยืนอยู่ตรงนี้แล้ว ไม่ทันจะได้ตอบอะไรพนักงานร้านก็เดินกลับมาพร้อมกับถุงที่ใส่แหวนมาหมอบให้ผมเสียก่อน

 

"ทั้งหมดเท่าไหร่ครับ?"

 

"พี่แลนด์นอล..."

 

"ทั้งหมด หนึ่งหมื่นเจ็ดพันบาทค่ะคุณลูกค้า"

 

"นี่ครับ"

 

"เอ่อ..ผมจ่ายเองได้นะพี่แลนด์นอล"

 

"เอาน่า พี่ขอเป็นคนจ่ายจะดีกว่า"

 

"เรียบร้อยค่ะ ขอบคุณที่ใช้บริการนะคะ"

 

"ครับ ขอบคุณครับ"

 

หลังจากนั้นพี่แลนด์นอลก็พาผมมานั่งกินไอติมกันต่อ ซึ่งดูเหมือนว่าพี่แลนด์นอลจะนั่งมองผมกินมากกว่าที่พี่แกจะนั่งกินซะอีก

 

"มีอะไรติดหน้าผมรึเปล่า?"

 

"ไม่มีอะไรหรอก"

 

"ครับ"

 

ผมที่ยังคงนั่งตักไอติมรสช็อกโกแลตเข้าปากพลางมองดูบรรยากาศรอบๆร้านและมองดูผู้คนมากมายเดินผ่านไปมา มีมาด้วยกันทั้งครอบครัวและคู่รัก ผมเห็นแล้วมันก็ทำให้อดคิดถึงพี่ตรีไม่ได้เลย

 

ทั้งๆที่พยายามจะออกห่างปล่อยให้พี่ตรีนั้นได้อยู่กับพี่ดาร์เรน และตัวเองก็ควรจะอยู่กับพี่แลนด์นอล ใช่มันควรเป็นแบบนั้น

 

"พี่แลนด์นอลเตรียมทุกอย่างพร้อมไว้หมดแล้วหรอครับ"

 

"ใช่แล้ว เตรียมพร้อมและรอวันแต่งงานทีเดียวเลย"

 

"ครับ ถึงวันนั้นพี่คงหล่อมากแน่ๆ ขอบคุณนะครับที่ช่วยเลือกชุดและพามาเลือกแหวนด้วย"

 

"ไม่เป็นไร ยังไงเจแปนก็คือคนสำคัญที่พี่ต้องดูแลเราอยู่แล้ว"

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}