บ่ายสอง
facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 19 ตั้งป้อมรอโจมตี

ชื่อตอน : ตอนที่ 19 ตั้งป้อมรอโจมตี

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.7k

ความคิดเห็น : 31

ปรับปรุงล่าสุด : 18 พ.ค. 2562 13:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 19 ตั้งป้อมรอโจมตี
แบบอักษร

      ยามเช้าหลังคืนที่สายฝนโหมกระหน่ำ สวนของบ้านที่ถูกเก็บกวาดเห็นหน้าดินของเซลีนพังเละไม่มีเหลือ แต่ทว่าช่วงนี้เธอที่อยากจะปูหญ้าปลูกใหม่กลับไม่มีโอกาสได้ทำอีกเพราะเธอต้องย้ายที่อยู่อย่างเร่งด่วนเนื่องจากแขกที่มาหาแต่เช้าเอาเรื่องสำคัญมาบอกถึงที่ นั่นคือแฝดหมาที่หน้าตาแจ่มใสผิดปกติกับควีนนี่สาวสวยที่เธอเคยเจอครั้งเดียวเมื่อ 20 ปีก่อน

           “นี่เป็นบันทึกเกี่ยวกับลัทธิแอมบาร์วาเลียที่อยู่ในห้องพ่อวินเซนต์” ควีนนี่ยืนหนังสือให้เซลีน

           “ขอบคุณ” เซลีนเปิดหนังสือเก่าๆ นั่นอย่างเบามือ เธอค่อนข้างสับสนเล็กน้อยเพราะเมื่อวานก็เพิ่งได้ฟังเรื่องลัทธิศาสนานี้จากปากมีอาว่าก็เป็นเพียงศาสนาธรรมดาศาสนาหนึ่งที่หลักปฏิบัติเน้นย้ำถึงสตรีบริสุทธิ์มากจนน่าแปลกใจ แต่ทว่านอกจากนั้นแล้วก็ไม่มีอะไรผิดสังเกตเลย พวกเขาทำแค่สวดภาวนาถึงพระเจ้า อวยพรให้คนที่รักในทุกวัน ทั้งเพื่อนมนุษย์และครอบครัว มันสื่อเป็นนัยๆ ว่าพวกเขาเสียสละอุทิศตนมารับใช้พระเจ้าเพื่ออวยพรให้แก่คนทั้งโลก

           “ช่วงนี้คุณเซลีนก็ไม่ปลอดภัยมากเลยนะคะ ไปแจ้งความกันเถอะ” มีอาที่ยังช็อกไม่หายจากเรื่องราวของศาสนาที่เธอเคยนับถือหน้าซีด

           “แจ้งความ? กับใครอ่ะ” อลาสกันแสดงสีหน้าอย่างชัดเจนมากๆ ว่าไม่เข้าใจ

           “ตำรวจไงคะ” มีอาตอบซื่อๆ

           “ตำรวจคืออะไร” คราวนี้ทั้งโดเบอร์ อลาสกันและฟอลคอนถามออกมาพร้อมกัน

           “คนที่ใส่เครื่องแบบเท่ๆ มีหมวก พกปืนทำท่าแบบนี้ไง” ลีโอยกมือเตะไปที่หางคิ้วตัวเองแสดงท่าทำความเคารพที่มักเห็นในหนัง

           “เนี่ย! พี่ลีโอเก่ง” ฟอลคอนกระแซะพี่ชาย บอกไว้เลยตั้งแต่เด็กจนโตคนที่ไขข้อข้องใจเคาะความโง่ของเขาออกก็พี่ชายแสนดีคนนี้นี่แหละ

           “อยู่มาตั้งเท่าไหร่ทำไมไม่รู้จักตำรวจ” ควีนนี่ขมวดคิ้วเพราะปวดใจที่น้องชายโง่เกินไป

           “เรารู้จักนะแต่ไม่เคยเรียกตำรวจ” โดเบอร์เถียงแทนเพื่อนเพราะพวกเขาก็ไม่เคยพูดคำว่าตำรวจออกมาสักที พูดตามตรงแล้วตั้งแต่ขับรถซิ่งมาเขาก็เคยเจอเจ้าหน้าที่พวกนี้หลายครั้งอยู่เหมือนกัน

           “หมาต๋า พ่อมึงมา!! พวกเราใช้แบบนี้ตลอดเลย” อลาสกันพยักหน้างึกๆ ช่วยยืนยัน 

           “วันๆ ทำอะไรกันมั่งน่ะฮะ” ลีโอเขกหัวน้องชายเมื่อได้ฟังคำตอบของเด็กๆ แก๊งซิ่ง

           “ว่าแต่มีอา...” ควีนนี่พูดแทรกขึ้นด้วยด้วยเสียงเรียบนิ่งจนทุกคนต้องหยุดฟัง “พี่ว่าพี่เตือนแล้วนะสิงโตที่จ้องแต่ผสมพันธุ์มันอันตราย”

           “พี่ควีน!!” มีอาหน้าแดงก่ำ ส่วนสิงโตตัวต้นเรื่องกลับยืดอกด้วยความภาคภูมิใจ...เขานี่เป็นผู้ชายอันตรายสินะ ปีศาจแบดบอยกับเสน่ห์เกินห้ามใจ

           “แล้วเซลีนล่ะ รู้แบบนี้แล้วจะทำยังไงต่อ” ฟอลคอนถามหญิงสาวข้างตัวที่อ่านข้อมูลในหนังสือเงียบๆ

           “ยังคิดไม่ออก” เซลีนส่ายหัว

           “ไปอยู่บ้านเราเถอะ อยู่ที่นั่นให้พวกมันมาเป็นร้อยคนยังได้” ลีโอเอ่ยขึ้นเพราะผู้หญิงคนนี้น้องชายเขาดูห่วงเป็นพิเศษดังนั้นเขาจะช่วยสนับสนุนสักหน่อยแล้วกัน ส่วนพวกลัทธิอะไรนั่นมาเยอะๆ ก็ดีเขาจะจับโยนเข้าห้องพ่อมาร์กให้หมด

           “แต่...” 

           “ไปเถอะ คนพวกนี้เป็นภัยกับปีศาจกำจัดทิ้งให้หมดจะดีกว่า แถมฟอลคอนยังชอบเธอมากด้วย” ควีนนี่พูดขัดเซลีน

           “เค้าไม่ได้ชอบนะ!!” ฟอลคอนแยกเขี้ยวใส่พี่สาว พูดไปแล้วนานๆ ทีคนอย่างเขาจะกล้าขึ้นเสียงใส่ควีนนี่นั่นจึงทำให้ใจเขาเต้นตุ๊บๆ อยู่บ้าง

           “หึ!” ควีนนี่พ่นลมออกจากจมูกพลางกระตุกยิ้มแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ

           “ไปเถอะค่ะ พ่อๆ ต้องช่วยคุณได้แน่” มีอาเชื่อมั่นในพ่อๆ ปีศาจของตัวเองเต็มที่

           “พ่ออะไรล่ะ พี่ต่างหาก” ลีโอยิ้มเย้ย งานนี้ไม่เห็นต้องถึงพ่อเขาก็ทำเองได้

           “พี่?” ควีนนี่ได้ยินพี่ชายเอ่ยแทนตัวเองกับมีอาน้ำเสียงก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ฟังดูแล้วมันแสลงหูชอบกล “ไอ้เฒ่าหัวงู สิงโตหัวเมดูซ่า...ฟ้องพ่อดีกว่า”

           “อย่านะควีน! ขอร้องล่ะ ยอมเป็นทาส 3 วันเลยเอ้า!” พี่ใหญ่ที่ไม่เคยมีอำนาจเบ็ดเสร็จในบ้านแทบจะคุกเข่าอ้อนวอน

           “ล้อเล่นน่ะ ปกติก็เป็นอยู่แล้วนี่” ปีศาจสาวแสนเย็นชาผู้ชอบแกล้งคนเป็นงานอดิเรก ทั้งๆ ที่กำลังเล่นมุกแต่คำพูดก็ช่างเชือดเฉือนได้พ่อวินเซนต์ทำให้ใจของลีโอเหมือนถูกมีดกรีด แต่ทว่าเขาที่รักน้องมากเกินไปนอกจากทำจมูกบานใส่แล้วอย่างอื่นล้วนไม่กล้าให้เธอเจ็บช้ำแม้แต่น้อย

           “เด็กดี” ควีนนี่เอื้อมมือไปดึงแก้มพี่ชายด้วยสีหน้านิ่งสงบเบาๆ และมันก็ได้ผลเมื่อลีโอยิ้มแป้นลืมความข้องหมองใจเมื่อไม่ถึง 20 วินาทีที่แล้วไปเรียบร้อย

           โดเบอร์และอลาสกันมองมือนุ่มๆ ดึงแก้มลีโอด้วยความอิจฉา อย่าหาว่าพวกเขาเรียกร้องเลยนะ เมื่อเช้ามืดหลังรุมกระหนำเธอไปรอบสุดท้าย ผู้หญิงคนนี้นอกจากดูไม่อิดโรยแล้วเธอยังลุกไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วพูดด้วยเสียงโทนเดียวว่าให้พาไปบ้านเซลีนหน่อย แล้วเธอก็ทำเหมือนกับว่าจะเนียนแกล้งลืมที่โรมรันอยู่บนเตียงกับพวกเขามาทั้งคืน...กะกินแล้วชิ่งแหงๆ

           “ไปเหอะนะ” ฟอลคอนเขย่าแขนเล็กๆ ของเซลีนพลางใช้น้ำเสียงเอาแต่ใจ

           “งั้นก็ฝากตัวด้วย” เซลีนถอนหายใจ เธอไม่อยากเอาปัญหาอันตรายแบบนี้ไปให้พวกเด็กๆ เลยสักนิด เธอน่ะเป็นยายเฒ่าอยู่มาสองพันปีแล้วยังต้องให้มาพึ่งพาเด็กน้อยอายุไม่ถึงร้อยปีพวกนี้มันก็แปลกๆ อยู่เหมือนกัน แต่ว่าเชื่อได้เลยว่าหากเธอไม่ไปเด็กพวกนี้ก็จะมาสุมหัวอยู่ที่นี่แน่ๆ ไม่สู้ตามใจพวกเขา ให้พวกเขาเลือกชัยภูมิที่ตัวเองถนัดและคุ้นเคยไม่ดีกว่าเหรอ

           หลังเซลีนตกลงไปสร้างฐานทัพรอโต้กลับลัทธิแอมบาร์วาเลียที่ปราสาทหลังงามของเหล่าปีศาจราคะ แน่นอนว่าสองหมาแฝดยังคงตามกลับไปอยู่ด้วยเหมือนปีศาจหน้าด้าน แต่เรื่องนี้จะโทษพวกเขาก็ไม่ได้ คนมีเมียแล้วเมียอยู่ที่ไหนพวกเขาก็จะอยู่ที่นั่น ถึงเมียจะกินทิ้งกินขว้างแต่เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหา พวกเขาก็แค่หน้าด้านไปให้เธอกินทุกวันก็หมดเรื่อง

           “สองหมา ห้องแขกอยู่ชั้นสองกระแดะจะขึ้นไปชั้นสี่ทำไม” ลีโอหรี่ตาเมื่อเห็นสองหมาแว้นมอเตอร์ไซด์กลับบ้านตัวเองแล้วไปขนเสื้อผ้าใส่ถุงก็อบแก๊บมาถุงใหญ่ มาถึงบ้านเขาก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงหิ้วถุงเสื้อเดินดุ่มๆ ขึ้นบันไดไปชั้นต้องห้ามหน้าตาเฉย

           “ก็ควีนอยู่ชั้นสี่” โดเบอร์ทำสีหน้าทำนองว่าพี่ก็ไม่น่าถาม ควีนอยู่ไหนพวกเราก็อยู่ตรงนั้นแหละ

           “แล้วก็เลิกเรียกพวกเราว่าสองหมาสักที เรียกน้องเขยก็ได้” อลาสกันทำเสียงจิ๊จ๊ะไม่พอใจ ตอนนี้ตำแหน่งสถานะเขาเปลี่ยนไปแล้วนะ ไม่ใช่คนอื่นคนไกลอีกต่อไปแล้ว

           “เร็วไปเหอะ! โม้เหม็นเหมือนตดหมา” ลีโอแยกเขี้ยว ควีนนี่ของเขาใจแข็งพอๆ กับหน้านั่นแหละ

           “ฮิๆ ไม่เชื่ออะดิ” โดเบอร์หัวเราะพลางยืดอก เขาล่ะอยากจะเปิดให้พี่ลีโอดูหัวนมสีชมพูพาสเทลของเขาจริงๆ ว่ามันมีรอยฟันเล็กๆ ของควีนนี่ติดอยู่ คำนวณจากเวลาแผลหายระดับความสามารถปีศาจตอนนี้น่าจะเหลือเพียงรอยจางๆ ให้ทันอวดอยู่นิดหน่อย

           “ไปชั้นสองเดี๋ยวนี้ เลือกเอาสักห้องห้ามขึ้นชั้นสี่ ใครขึ้นกูไล่เตะ” ลีโอรู้สึกอิจฉาขึ้นมาตงิดๆ จริงอยู่ว่าเขาก็อยากให้ควีนนี่ได้มีประสบการณ์ดีๆ กินก็อิ่มท้องแถมยังได้รู้จักรสชาติอาหารสถุลๆ แต่ว่าหมาสองตัวนี้ได้รับการยอมรับเร็วไป เขาที่เป็นพี่ชายพยายามตั้งเท่าไหร่กว่าจะเรียกรอยยิ้มของน้องสาวได้สุดท้ายดันมาแพ้ให้กับหมาสลัดเห็บสองตัวนี้มันน่าแค้นสุดๆ ไปเลย

           “ผมมีเบอร์โทรพ่ออีธาน บอกไว้เลยงานนี้ถ้าตายก็ต้องตายหมู่ ไม่ตายคู่ด้วยจะตายคี่แบบทรีซั่ม” อลาสกันกอดอกสีหน้าขึงขังเอาจริง ไม่ให้เขาเข้าใกล้ควีนงานนี้เขายอมพลีชีพแต่ก็ต้องลากคอลีโอไปด้วยกันให้ได้

           “กูล้อเล่น มึงก็รู้พี่เป็นคนตลก” ลีโอหัวเราะกลบเกลื่อนก่อนจะเดินจากไปเปิดทางให้สองหมาทำนองว่าพวกมึงจะไปซุกหัวที่ไหนก็ช่าง แต่เรื่องโทรไปตามพ่อๆ เขากลับมาให้ลืมไปซะ

           ทางด้านโดเบอร์และอลาสกันกำลังจัดสรรที่นอน แขกอีกคนที่ถูกเชิญมาพักปราสาทหลังงามก็ถูกฟอลคอนเจ้ากี้เจ้าการใส่จนปวดหัว เซลีนถอนหายใจรอบแล้วรอบเล่าเธอก็ยังไม่ได้ห้องที่ถูกใจเจ้าเด็กนี่สักที

           “เธอตกอยู่ในอันตรายนะ ขืนช้าไปนิดเดียวจะทำยังไง” ฟอลคอนปากยื่นเพราะเห็นสีหน้าที่เริ่มบึ้งขึ้นเรื่อยๆ ของเซลีน เขาหวังดีกับเธอยังกล้าทำหน้าแบบนี้ใส่เขาเหรอ...คนไม่สำนึก

           “นี่บ้านของนาย ใครจะบุกเข้ามาได้” 

           “ก็จริง...แต่อะไรจะมาวัดถึงความปลอดภัยแบบร้อยเปอร์เซ็นกันเล่า”

           “ฉันนอนติดกับห้องมีอาก็ได้ หรือห้องเดิมที่เคยนอน” เซลีนที่เปลี่ยนห้องครั้งที่ห้าเสนอขึ้น บ้านนี้ก็ไม่รู้จะใหญ่โตไปไหน ห้องหับมีมากมายเสียจนเธอเดินขาลาก

           “ไม่เอา...มีอาจะช่วยอะไรเธอได้” ปีศาจหนุ่มปฏิเสธทันทีก่อนจะแสร้งทุบหมัดลงบนฝ่ามือตัวเองดังปุ๊แล้วพูดออกมาว่า “คิดออกล่ะ ห้องติดกับฉันทั้งกว้างขวาง แดดก็ส่องดี ตอนเช้างี้สดใสสุดๆ ที่สำคัญเวลามีอันตรายฉันก็ช่วยได้ทันทีเลยนะเพราะประตูห้องนอนฉันมันทะลุกับห้องเธอได้”

           “มันดูออกฟอลคอน ไม่เนียนเลย” เจตนาเขาไม่ซื่อพอๆ กับหน้าตาเจ้าเล่ห์เหมือนงูพิษของเขาในตอนนี้นั่นแหละ

           “อาไร้!...คิดไปไหน ไปๆ เดี๋ยวจะพาไปเก็บของ” ฟอลคอนแถจนสีข้างถลอกมือก็หิ้วกระเป๋าของเซลีนไว้เป็นตัวประกันพลางเดินไปยังห้องที่ติดกับห้องเขา ที่จริงห้องนี้เป็นห้องโล่งๆ ที่เขาเอาไว้จับหนูจับงูมาเล่นตอนเบื่อๆ จึงไม่มีเฟอร์นิเจอร์ใดๆ ดังนั้นเดี๋ยวตู้เตียงเขาจะย้ายมาให้เธอเองก็ได้แต่เธอต้องนอนห้องนี้เท่านั้น

           ทุกคนกำลังวุ่นวายเรื่องที่นอนกันแต่ดูเหมือนจะมีคนเดียวที่ไม่เดือดร้อนอะไร ลีโอเดินผิวปากสบายใจมุ่งเป้าไปยังห้องๆ หนึ่งอย่างไม่ลังเล จนกว่าจะกำราบเด็กน้อยให้สลัดชุดนักบวชมาเป็นชุดคลุมท้อง ต่อให้ต้องหมกอยู่ด้วยกันเป็นปีเขาก็จะขยันจนฟ้าเหลืองกันไปข้าง...หลานอยู่ห้องไหนลุงก็อยู่ห้องนั้นนั่นแหละ

           ช่วงเที่ยงในปราสาทที่จู่ๆ ก็มีแขกเพิ่มขึ้นถึงสามคน แต่ทว่าแขกที่ดูจะเหนื่อยสุดเห็นจะเป็นเซลีน เพราะห้องที่ฟอลคอนยัดเยียดให้เธออย่างเอาแต่ใจนั้นไม่มีอะไรให้เธอซุกตัวได้เลยนอกจากพื้นห้องเย็นๆ

           “เตียงในบ้านมีเยอะแยะเดี๋ยวฉันย้ายมาให้” ปีศาจหนุ่มทำไม่รู้ไม่ชี้

           “มันจะง่ายกว่าถ้าฉันเดินด้วยขาตัวเองไปถึงห้องที่มีเตียงรออยู่”

           “ไปนั่งอยู่มุมนู้นไป อยู่เงียบๆ เฉยๆ เข้าใจไหม” ฟอลคอนชี้นิ้วสั่งปีศาจสาวตัวเล็กไปยังมุมห้อง

           เซลีนไหวไหล่แล้วเดินไปนั่งจริงๆ ตาก็มองดูชายหนุ่มเดินออกจากห้องไปประมาณ 10 นาทีและไม่นานเขาก็ลากตู้เสื้อผ้าใบใหญ่เข้ามาด้วยร่างกายชุ่มเหงื่อ

           “ทำ...ทำไม...บ้านฉันถึงไม่มี...ตู้เสื้อผ้า...ที่มันเล็กกว่านี้!!” ฟอลคอนพูดกระท่อนกระแท่นหลังพยายามรวบรวมแรงเพื่อลากตู้ใบใหญ่

           “ยังเหลือเตียงอีกนะ” เซลีนพูดลอยๆ

           “รู้แล้ว!” และมันก็โคตรใหญ่เขาถึงได้เอาตู้มาก่อนนี่ไง

           “โต๊ะเครื่องแป้งด้วยนะ” เธอย้ำถึงของจำเป็น

           “ไม่ได้ออกไปไหนจะแต่งทำไม ถ้าส่องกระจกในห้องน้ำก็มี” ปีศาจหนุ่มปาดเหงื่อ

           “........” เซลีนเงียบไม่ได้สาวความยาวต่อเพราะเธอเป็นแขกจะรบกวนมากไปก็คงไม่ดี แต่ทว่าการเงียบของเธอมันทำให้ฟอลคอนเข้าใจผิดไปไกล

           “ได้ๆ โต๊ะเครื่องแป้งด้วย อย่างอนเด็ดขาดเลยนะ” เขารีบรับปากเสียงตื่นๆ จนเซลีนแปลกใจ เธอน่ะอายุตั้งเท่าไหร่แล้วจะมางอนเด็กๆ ทำไม แต่ว่าเขาเข้าใจผิดแล้วเธอได้ของใช้เพิ่มก็ไม่เสียหายอะไรจึงไม่แก้ความเข้าใจผิดนี้ของเขาเสียเลย

            “จะให้เอาไว้ตรงไหน” หลังจากพยายามอยู่นานในที่สุดตู้เสื้อผ้าแบบไม้โบราณอายุเป็นร้อยปีก็เข้ามาอยู่ในห้องได้สำเร็จ ฟอลคอนถอนหายใจก่อนจะถอดเสื้อชุ่มเหงื่อของตัวเองออกเพื่อตากแอร์เย็นฉ่ำ

           “มุมนู้นก็ได้” เซลีนชี้นิ้วไปยังผนังห้องด้านฝั่งเดียวกับห้องน้ำ

           ปีศาจหนุ่มทรุดตัวนอนแผ่ลงบนพื้นเพราะมุมนู้นที่เธอชี้ก็ดูห่างไกลเสียเหลือเกิน เขาเพิ่งรู้ว่าการทำตัวเป็นชายหนุ่มสุภาพบุรุษนั้นยากสุดๆ จนเขาอยากโยนมันทิ้งแล้วทำตัวเป็นแง้นบอยขาซิ่งแห่งแก๊งปีศาจเนเวอร์ดายจะดีกว่า

           “นี่...เล่นเกมกันเถอะ” เขาพลิกตัวแล้วเอานิ้วไปเขี่ยๆ ขานุ่มเรียกร้องความสนใจ

           “ตู้ยังไม่เข้าที่เลย นายเล่นกี่ครั้งก็แพ้น่าเบื่อออก” เซลีนไร้ความสนใจอย่างสิ้นเชิง

           “ว่าไงนะ!!” ฟอลคอนผุดลุกพลางถลึงตา ทุกครั้งที่เขาแพ้เคยเอาจริงสักครั้งไหม บอกไว้ตรงนี้นอกจากศึกในบ้านแล้วศึกนอกบ้านเขาไม่เคยแพ้ใคร

           “นายแพ้บ่อยเกินไป” ปีศาจสองพันปีพูดย้ำ

           “ได้!! มาสู้กันยัยบื้อ ถ้าเธอแพ้ต้องนอนกับฉัน...พ่อจะจัดหนักเลย คราวนี้เธอจะแพ้แบบราบคาบแพ้แบบร้องขอชีวิต แพ้แบบฟอลคอนจ๋าเซลีนลาก่อน” ฟอลคอนฮึดฮัดความอยากเอาชนะพุ่งปรี๊ด

           “ก็ได้ เล่นด้วยเสร็จแล้วก็ไปย้ายของมาให้ครบนะ” เซลีนถอนหายใจ “ว่าแต่จะแข่งอะไร”

           “มวยปล้ำนิ้วเถอะ” คราวนี้แข่งด้วยกำลัง  ถึงจะหน้าด้านไปหน่อยเพราะเธอเป็นผู้หญิงแต่แล้วยังไงล่ะ...เขาต้องชนะเท่านั้น

           “อืม...” ปีศาจสาวสองพันปีรับปากแบบไม่คิดอะไรมาก เธอยื่นมือไปจับมือของชายหนุ่มไว้โดยให้นิ้วหัวแม่มือตั้งขึ้น

           “กดได้ก็นับหนึ่งถึงสามนะ ห้ามโกงด้วย”

           “อืม...” เธอพยักหน้า

           “เริ่ม!!” ฟอลคอนให้สัญญาณก่อนจะขยับนิ้วหัวแม่มือตัวเองหลอกซ้ายหลบขวาแต่ทว่าเขาที่ออกแรงลากตู้เสื้อผ้ามานานทำให้มือและแขนมีอาการสั่นและล้าอยู่บ้างดังนั้น...

           หมับ!

           เซลีนให้นิ้วหัวแม่มือตัวเองกดนิ้วของเขาเอาไว้ได้

           “หนึ่ง...” เธอเริ่มนับทันที

           “เดี๋ยวสิ!” ฟอลคอนหน้าซีด

           “สอง...” เธอนับต่อแบบไม่สนใจคำท้วง การแข่งก็คือการแข่ง ตอนนี้เขาถือว่าเป็นศัตรูดังนั้นจะไม่มีความเมตตาใดๆ ทั้งสิ้น “สาม!”

           ฟอลคอนแพ้อย่างรวดเร็ว แม้แต่นิ้วหัวแม่มือเขาก็ยังถูกผู้หญิงคนนี้จับกด

           “ผู้หญิงเลือดเย็น!!” ถ้าเขาไม่กลัวว่าจะขายขี้หน้า ตอนนี้คงลงไปนอนดิ้นงอแงกับพื้นแล้วแน่ๆ เพราะวิธีนี้เขาทำแล้วได้ผลกับพ่ออีธาน

           “นายแพ้แล้ว” เซลีนยิ้มเอ็นดู

           “จะย้ำทำไม!”

           “นายแพ้แล้ว...จะเป็นฝ่ายนอนกับฉันใช่ไหม” หญิงสาวผู้มีชีวิตเรื่อยเฉื่อยถามด้วยน้ำเสียงหลอกล่อเด็กด้วยขนมหวาน เธอเห็นเขาคาดหวังขนาดนี้ยายเฒ่าอย่างเธอก็อดใจอ่อนไม่ได้

“อย่าวู่วามสิ!!” ฟอลคอนผงะหงายก่อนจะยกมือขึ้นกุมหัวใจ “เอาสิ!...เพราะเธอขอหรอกนะ ห้องฉันมีเตียง”

“........” เซลีน

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}