สิริณ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 8

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 324

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 17 พ.ค. 2562 22:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 8
แบบอักษร

ทั้งที่เพิ่งสิบหกนาฬิกาเศษ แต่ท้องฟ้ากลับหม่นครึ้ม ดวงตะวันหลบลี้ไปอยู่หลังหมู่เมฆทึบหนาแล้ว เพียงขึ้นจากเรือล่องทะเลสาบกลับมาบนรถโค้ชไม่นาน หิมะบางก็ปลิวคว้างอยู่ในอากาศ ลอยฟ่องทั่วท้องฟ้า ละอองน้ำแข็งสีขาวสะอาดแต่งแต้มกิ่งไม้รายทางราวปุยสำลี

คณะทัวร์เดินทางต่อไปยังหมู่บ้านใบชา ซึ่งเป็นชุมชนที่ลือชื่อในด้านชาหลงจิ่งรสหวานกลมกล่อม ที่แม้แต่ฮ่องเต้ในสมัยโบราณก็โปรดเสวยพระสุธารสชาจากหมู่บ้านใบชาแห่งนี้เท่านั้น ชาหลงจิ่งเป็นที่นิยมมากในหมู่นักดื่มจนถึงกับมีคำกล่าวว่า ‘ดื่มชาหลงจิ่งเพียงหนึ่งจิบ ปากจะหอมตลอดวัน’ ทุกวันนี้ใบชาจากหมู่บ้านแห่งนี้ยังคงได้รับเกียรติให้ใช้ต้อนรับอาคันตุกะของรัฐบาลดังเช่นในสมัยโบราณ

ยิ่งเข้าใกล้หมู่บ้าน ก็ยิ่งเห็นต้นชาพุ่มเตี้ยเรียงรายไปตามแนวสันเขาหนาตาขึ้นเรื่อย ๆ ถนนเส้นเล็กคดเคี้ยวตามไหล่เขาล้วนปกคลุมด้วยหิมะเกล็ดจ้อย ก่อให้เกิดความงามไม่แพ้ประเทศในยุโรป

รินรดาเสมองไปนอกหน้าต่าง ทว่าแทนที่จะดื่มด่ำกับทิวทัศน์ด้านนอก เธอกลับเหม่อมองกระจกรถ เพื่อหาเงาสะท้อนของใครคนหนึ่งแทน

ตั้งแต่ออกจากทะเลสาบซีหู ชนวีร์เว้นระยะห่างระหว่างเธอและเขาไว้ตามที่หญิงสาวร้องขอ เขาไม่เพียงเลิกเซ้าซี้ยียวนให้เสียอารมณ์ แต่ยังแยกไปนั่งเก้าอี้ตัวอื่นที่ห่างไกลออกไปอีกด้วย

แม้รินรดาจะบอกตัวเองว่าโล่งใจ กระนั้นลึก ๆ แล้วหญิงสาวกลับรู้สึกแปลก ๆ คล้ายผิดหวังที่เขาไม่ยักดื้อดึงกวนใจอย่างที่เคยทำ แวบหนึ่งที่เธอสัมผัสได้ถึงความเหงาเปล่าดายและโพรงกว้างมหาศาลอันห้อมล้อมอยู่รอบหัวใจ

นับตั้งแต่แน่ใจว่าผู้ชายในฝันคนนั้นจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตอ้างว้างเดียวดายของเธอ รินรดาก็เฝ้าตามหาคนคนนั้นมาโดยตลอด เพื่อแต่งงานกับเขาและสร้างครอบครัวที่อบอุ่นเป็นของเธอเอง

ชีวิตหลายปีในอเมริกาชักนำให้เธอได้พบกับกานน ความฝันของเธอเกือบเป็นความจริงอยู่แล้ว ถ้าเพียงแต่เขาจะไม่ทำลายแผนการทั้งหมดลง !

ความผิดหวังที่เขาทิ้งไว้ใน สอนให้รู้ว่าความฝันเป็นเพียงเรื่องเหลวไหลไร้สาระ กระทั่งผู้ชายที่เธอฝันถึงคนนั้น ก็ไม่มีตัวตนอยู่บนโลกนี้จริง ๆ !

ครั้นสิ่งที่วาดหวังไม่เป็นไปดังคิด ความเจ็บปวดเจียนตายที่เกิดขึ้นจึงทั้งโหดร้ายและทรมานอย่างประมาณมิได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องรับมือกับมันเพียงลำพัง

ตั้งแต่นั้นมา รินรดาก็ปฏิญาณมั่น ไม่ว่าความฝันจะชี้นำไปทางไหน เธอจะเลือกลิขิตชีวิตด้วยตัวเอง ให้รู้กันไปว่าระหว่างความฝันกับตัวเธอ สิ่งไหนกันแน่ที่จะกำหนดเส้นทางชีวิตของเธอ !

เธอทิ้งความหวังและความฝันที่จะตามหาผู้ชายคนนั้นไปเกือบสองปี แต่แล้วเพียงแค่รอยยิ้มคุ้นตาของชนวีร์กลับค่อย ๆ ทำลายความตั้งใจพวกนั้นลงทีละนิด เธอเริ่มรู้สึกแปลก ๆ จนอยากใช้คำว่า ‘มีความหวังอีกครั้ง’ ด้วยซ้ำ

คงจะดีกว่านี้ ถ้าตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา เธอไม่ได้ฝันถึงใบหย่า !

หญิงสาวถอนหายใจ ไม่ว่าชนวีร์จะเป็นผู้ชายในฝันของเธอหรือไม่ก็ตาม ถ้าเธอไม่อยากเป็นแม่ม่ายตั้งแต่ยังสาว บางทีเธอควรเลิกคิดเรื่องการแต่งงานนั่นเสียที

ขนาดสมาชิกในครอบครัวยังไม่ไยดีเธอเลย แล้วจะไปหวังให้ผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้ให้มารัก มาห่วงใยเธอได้อย่างไร

เธออาจไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นที่รักของใครสักคนเลย...ก็เป็นได้ !

เมื่อรถโค้ชแล่นลอดซุ้มหินสูงใหญ่ซึ่งเป็นป้ายบอกเขตของหมู่บ้านใบชา สินก็อธิบายด้วยความคล่องแคล่ว “ใบชาที่หมู่บ้านนี้แบ่งเป็นเกรดต่าง ๆ ทั้งรสชาติและราคาก็จะต่างกันไปด้วย พอเข้าไปภายในหมู่บ้านแล้ว เราจะไปชิมชากัน โดยมีเจ้าหน้าที่คอยอธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมให้นะครับ”

หัวหน้าทัวร์นำทุกคนไปยังไร่ชาที่ปลูกหลั่นกันเป็นขั้นบันไดไปตามไหล่เขาท่ามกลางหิมะที่โปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย

“เดี๋ยวไปถ่ายรูปไร่ชากันก่อน แล้วอีกสิบนาทีเรากลับมาเจอกันที่เดิม เดินดี ๆ นะครับ พื้นบางตอนมีน้ำแข็งเกาะ ระวังลื่น” สินกำชับด้วยความเป็นห่วง

นักโฆษณาสาววิ่งร่าไปถ่ายรูปด้วยความเพลิดเพลิน ขณะที่ชนวีร์อาสาทำหน้าที่ตากล้องให้น้องชายน้องสะใภ้ และมีน้ำใจเผื่อแผ่ไปช่วยถ่ายรูปหมู่ รูปคู่ให้กับสมาชิกคนอื่นในกลุ่ม

รินรดากวักมือเรียกเด็ก ๆ มาวิ่งเล่นไถลตัวไปมาบนพื้นที่ถูกปกคลุมด้วยแผ่นน้ำแข็งบาง ๆ อย่างสนุกสนาน

ความห่วงใยทำให้ชนวีร์ขยับเข้าไปใกล้ผู้หญิงทะโมนร่างผอมเพรียวทีละน้อย

หัวโจกบอกให้เด็ก ๆ ยืนบนพื้นน้ำแข็ง แล้วส่งมือตัวเองให้ยึดแทนหลัก หญิงสาวซอยเท้ายิกลากสองพี่น้องให้ไถลตามแรงดึงของเธอ นักสเก็ตน้ำแข็งร้องเฮฮาเจี๊ยวจ๊าวเป็นที่สนุกสนาน แต่เพราะหญิงสาวมัวมองบนพื้นหาจุดที่มีน้ำแข็งต่อเนื่องกันไป กอปรกับความมืดที่โรยตัวลงมาจนแสงสุดท้ายของวันเหลืออยู่น้อยนิด รินรดาจึงเห็นทางไม่ชัดนัก กว่าจะรู้ตัวว่าเฉียดเข้าใกล้อันตรายมากแค่ไหนก็เป็นตอนที่...

“คุณหลิว ระวัง ! ” เพียงเสี้ยววินาทีที่ได้ยินเสียงตะโกนเรียกชื่อเธอแว่ว ๆ ใครคนหนึ่งก็กระโจนพรวดเดียวเข้าถึงตัว มือแข็งแกร่งคว้าต้นแขนหญิงสาวไว้มั่น ทุกคนต่างตะลึงด้วยความตกใจ ทั่วทั้งบริเวณเงียบกริบ

ชนวีร์ใจหายวาบ ! อีกแค่ก้าวเดียวเท่านั้น ถ้าเขาช้าอีกแค่ก้าวเดียว ผู้หญิงคนนี้คงพลัดตกลงไปยังไร่ชาที่อยู่อีกระดับ ต่ำลงไปเกือบสามเมตร !

หญิงสาวนิ่งงันอยู่ชั่วครู่ เธอผ่อนลมหายใจให้เป็นปกติก่อนพึมพำขอบคุณ แล้วปรายตาไปที่ต้นแขนตนเอง

ชายหนุ่มคลายอุ้งมือแข็งแรงออก ยกสองมือชูขึ้นเสมอไหล่เป็นเชิงบอกความบริสุทธิ์ใจ

รินรดารีบผละไปหาพ่อแม่ของสองพี่น้อง เพื่อเอ่ยขอโทษที่ชวนเด็ก ๆ เล่นซนจนเกือบเกิดอุบัติเหตุ แม้กันต์และอารีย์จะฝืนยิ้มไม่ถือสา แต่ก็เป็นการรับคำขอโทษไปตามมารยาทอันดีงามเท่านั้น !

หญิงสาวถอนใจ ก้มหน้าเดินหลบไปถ่ายรูปลำพัง พลางย้ำกับตัวเองว่าจากนี้ให้อยู่ห่างจากสองพี่น้องไว้หน่อยดีกว่า ขืนทำลูกเขาเจ็บตัวขึ้นมา เธอไม่มีปัญญาหาไปใช้คืนแน่

ชนวีร์ชายตามองตามร่างผอมสูงของเธอไป พร้อมกับอมยิ้มให้ตัวเอง

ปากคุณอาจบอกว่าไม่อยากรู้จักผม แต่คุณคงลืมไปว่า ถ้าต้องการให้ผมเชื่อ ดวงตาของคุณก็ต้องพูดแบบนั้นด้วยเหมือนกัน !

จากหมู่บ้านใบชา คณะทัวร์ซึ่งค่อนข้างสะบักสะบอมจากการเดินทางในวันแรกก็ไปแวะรับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคารอย่างรวดเร็ว เพียงเวลาทุ่มเศษ รถโค้ชก็พานักท่องเที่ยวชาวไทยมาส่งยังโรงแรมที่พัก สินแจกกุญแจห้องให้สมาชิก นัดเวลาอาหารเช้า และเวลาออกรถตามโปรแกรมของวันพรุ่งนี้ ก่อนขอตัวกลับไปนอนที่บ้าน

สายพิณซึ่งเห็นว่ายังหัวค่ำอยู่จึงอาสาพาลูกทัวร์ที่ยังมีแรงเหลือไปสำรวจร้านค้ารอบ ๆ โดยให้ทุกคนไปล้างหน้าล้างตา และนัดมาพบกันที่ล็อบบี้อีกครั้ง

รินรดารื้อเสื้อกันหนาวจากกระเป๋าเดินทางออกมาคลี่ให้หายยับ และจัดการธุระส่วนตัวชั่วครู่ จากนั้นพับโค้ตของชนวีร์อุ้มไว้ในอ้อมแขนเพื่อนำลงไปคืนให้ผู้มีอุปการะคุณ

เมื่อลงมาที่ล็อบบี้เธอกวาดตาหา ‘เจ้าของเสื้อ’ โดยอัตโนมัติ แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อเห็นแพรพลอยเข้ามาทักพร้อมกับชี้เสื้อกันหนาว

“พี่วีร์ไม่ลงมาเดินกับพวกเราน่ะค่ะ คุณหลิวส่งเสื้อมาสิคะเดี๋ยวพลอยเอาไปคืนให้เอง”

“งั้นก็รบกวนด้วยนะคะ แล้วก็ฝากขอบคุณคุณชนวีร์ด้วยค่ะ” รินรดาส่งผ้าเนื้อหนานุ่มที่พับไว้ในมือให้แพรพลอยซึ่งรับไปส่งต่อให้สามี

“ไม่รบกวนหรอกค่ะ ให้คุณภูมิมีโอกาสบริการคุณหลิวบ้างน่ะดีแล้ว ไม่งั้นเขาคงไม่สบายใจที่ปล่อยให้สุภาพสตรีข้าวหอบของ ส่วนตัวเองเดินมือเปล่า” ขณะพูดเธอก็พยักพเยิดไปทางชายหนุ่มคนเดียวในที่นั้น

ถ้อยคำที่แพรพลอยเย้าแหย่สามี ทำให้รินรดารู้สึกเป็นกันเองไปด้วย หญิงสาวจึงอดออกปากไม่ได้    

“เสื้อแค่ตัวเดียวมันไม่ได้หนักหนาจนหลิวถือเองไม่ไหวขนาดนั้นสักหน่อย”

ภรรยานักการทูตพยักยิ้มกับสามี โยนลูกให้เขาตอบเอง

“ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่ว่าหนักหรือเปล่าหรอกครับ แต่มันอยู่ตรงที่ผู้ชายควรมีหน้าที่คอยเทคแคร์อำนวยความสะดวกให้ผู้หญิงต่างหาก”

“คุณภูมิก็พูดเกินไป ผู้หญิงอาจอ่อนแอ สมควรได้รับการปกป้องก็จริง แต่คนอ่อนแอไม่ได้พิการนะคะ แล้วมันก็แค่เสื้อกันหนาวตัวเดียวเอง ถ้าเป็นข้าวสารสักห้ากิโลสิว่าไปอย่าง แบบนั้นหลิวจะไม่เถียงเลยสักคำ” เฟมินิสต์สาวแย้งด้วยน้ำเสียงปนสนุก

แม้ผู้พูดจะแทรกรอยยิ้มไว้บนใบหน้าตลอดเวลา แต่แพรพลอยก็ยังถึงกับตาโต พลางนึกในใจว่า ผู้หญิงคนนี้ ‘ไม่เบา’ ทีเดียว !

ภูมิอมยิ้มกับคำค้านของรินรดา เข้าใจแล้วว่าทำไมพี่ชายถึงเข้าไปวุ่นวายกับผู้หญิงคนนี้มากกว่าปกติ

มันก็สนุกดีไม่ใช่หรือ ที่ได้ลับฝีปากกับใครสักคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่คนคน นั้นทั้งกล้า ฉลาด แล้วก็มีสมองมากพอ ๆ กับความสวย !

เมื่อร้านค้าทยอยกันปิดไปทีละแห่งสองแห่ง คณะสำรวจจึงยอมกลับโรงแรม รินรดาอาบน้ำเก็บของแล้วมานั่งบนที่นอนพลางหยิบกล้องดิจิทัลออกมาเลือกลบรูปที่ไม่ชอบใจทิ้ง หญิงสาวกดปุ่มเลื่อนไฟล์บนจอแอลซีดีไปทีละภาพ จนไปหยุดที่ภาพใบหน้าของผู้ชายกวนประสาทคนนั้น

เธอพิจารณาดูรูปของชนวีร์ด้วยความแปลกใจเล็กน้อย มือที่ยื่นผ้าพันคอมาตรงหน้านั้นเรียวสวย ผิวขาวจัดบอกชัดว่าเขาคงใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในห้องแอร์ เค้าหน้าเบลอนิด ๆ ทว่าดวงตาสีน้ำตาลเข้มกลับชัดเจนและคุ้นตาจนน่าฉงน !

หญิงสาวขมวดคิ้วลุกไปหยิบกระเป๋าสตางค์มาชั่งใจชั่วครู่ ก่อนตัดสินใจเปิดกระเป๋าดึงกระดาษใบเล็กที่ซ่อนแนบเนียนอยู่ในซอกด้านลึกที่สุดออกมา ดวงตาเรียวพิจารณารูปวาดในมือ ซึ่งเป็นภาพของผู้ชายคนหนึ่งร่างด้วยดินสออย่างหยาบ ๆ เห็นเพียงโครงหน้าคร่าว ๆ

ซึ่งในเครื่องหน้าทั้งหมด มีเพียงอย่างเดียวที่วาดเก็บรายละเอียดไว้ได้ค่อนข้างครบ ก็คือดวงตา !

ความทรงจำของหญิงสาวหวนระลึกไปถึงวันที่เธอวาดรูปใบนี้เก็บไว้...

รินรดาจำเหตุการณ์เช้าวันนั้นได้แม่นยำ สมัยเพิ่งไปเรียนปริญญาโทที่อเมริกา เธอต้องสอบความถนัดทางภาษาก่อนเริ่มลงเรียน คืนก่อนสอบเธออ่านหนังสือจนเกือบเช้าแล้วก็เผลอหลับไปที่โต๊ะหนังสือ หญิงสาวนอนได้เพียงสองชั่วโมง เสียงนาฬิกาปลุกก็เรียกให้เธอลุกขึ้นแต่งตัวเตรียมไปสอบ

ทว่าดวงตาของคนในความฝันกลับไม่จางหายไปเช่นทุกครั้ง รินรดารีบคว้ากระดาษใกล้มือมาสเก็ตช์ภาพผู้ชายคนนั้นเก็บไว้ทันที โดยยอมเสี่ยงต้องเข้าสอบสาย แลกกับการได้เก็บภาพดวงตาอ่อนโยนที่เธอเฝ้าฝันถึงตั้งแต่เด็ก ๆ ไว้ !

หญิงสาวไม่เคยนึกเสียใจเลยที่ตัดสินใจทำเช่นนั้น เพราะนั่นเป็นครั้งเดียวที่เธอจำเขาได้ในยามตื่น แม้ความฝันจะอนุญาตให้เธอประทับภาพเขาเก็บไว้เพียงเค้าโครงหน้า และดวงตาสีน้ำตาลเข้มก็ตาม

มือเรียวขยับเข้าออกเทียบภาพวาดกับรูปในกล้อง รู้สึกว่าสองรูปนี้คล้ายกันมากจนน่าตกใจ !

รินรดาหลับตาลงด้วยความอ่อนล้า เหนื่อยใจที่จะตั้งคำถามกับตัวเองเหมือนที่ผ่านมา

นานมาแล้ว...ที่เธอเคยเข้าใจว่าผู้ชายในภาพวาดใบนั้นคือกานน จนทำให้เธอทำตัวน่าสมเพชครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อรั้งเขาไว้ เพียงเพื่อหวังให้เขาเป็นกุญแจพาเธอออกจากบ้าน ไปสร้างชีวิตครอบครัวที่เป็นสุข แต่แล้วกานนก็กลับทำให้เธอผิดหวังจนไม่กล้าเปิดโอกาสให้ผู้ชายคนไหนอีกแม้แต่คนเดียว !

รินรดามองภาพที่หน้าจอแอลซีดีอีกครั้ง

ถ้าชนวีร์เป็นคนในฝันคนนั้นจริง ก็โชคชะตาก็เล่นตลกกับเธออย่างร้ายกาจ ที่ชักนำให้เธอพบกับคนที่รอคอย ในวันที่เธอไม่เหลือศรัทธาให้กับความฝันพวกนั้นแล้ว

แถม...เธอยังนิมิตเห็นตัวเองต้องหย่ากับผู้ชายในฝันคนนั้นอีกด้วย

มีประโยชน์อะไร...ที่จะเจอกัน !

แต่ถึงเขาจะไม่ใช่ผู้ชายในฝัน เธอก็ควรถอยห่างจากเขาอยู่ดี คนกะล่อน ท่าทางเจ้าชู้หน้าเป็นอย่างนั้น ขืนปล่อยให้มาอยู่ใกล้ ๆ เดี๋ยวก็เผลอมีใจให้เขา สุดท้ายคงไม่แคล้วต้องกอดเข่าน้ำตาตกจนได้ !

หญิงสาวเก็บรูปเข้าที่เดิม แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ

เพราะรูปนี้ทำให้เธอคบกับกานน และก็เพราะกานน ที่ทำให้เธอไม่อาจเชื่อใจผู้ชายคนไหนได้อีก !

รินรดาดึงภาพวาดแผ่นนั้นมาสอดใส่ช่องพลาสติกด้านหน้าสุดเคียงข้างกับรูปของตัวเองอีกครั้ง เหมือนที่มันเคยอยู่ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันที่กานนเดินออกจากชีวิตเธอ !

เก็บไว้ตรงนี้แหละ จะได้คอยเตือนใจให้เปิดกระเป๋าทุกครั้งก็เห็น จะได้ย้ำให้จำมั่นว่าผู้ชายหน้าไหนก็ไว้ใจไม่ได้ทั้งนั้น !

 

------------------------------------------------------------------------

 

 

 

ภาพรักในฝัน เคยตีพิมพ์สองครั้งกับ สำนักพิมพ์อรุณ

ตอนนี้สิริณนำมาจัดทำเป็นฉบับอีบุ๊ก

หยิบมาโพสต์ให้ทดลองอ่านก่อนตัดสินใจซื้อค่ะ

สิริณจะลงให้อ่านจนจบ แล้วลบครึ่งเล่มนะคะ

.

ภาพรักในฝัน ราคา 219 บาท

mebmarket >> http://bit.ly/2U5XWXu

ookbee >> http://bit.ly/2YTz2Oh

Hytexts >> http://bit.ly/2I59t7z

.

นักอ่านท่านใดสนใจฉบับหนังสือ

สิริณยังพอมีเหลือเล่มอยู่ไม่ถึงสิบเล่ม

สามารถสอบถามได้ที่ m.me/SirinFC

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น