Hunny Exo

เจแปน vs คุณหมอตรี ใครจะโรคจิตและแสบกว่ากัน! ขอบคุณที่เข้ามาอ่านน้าาา~

บทที่54 : เจ้าของเค้ามาแล้ว

ชื่อตอน : บทที่54 : เจ้าของเค้ามาแล้ว

คำค้น : รักโหดๆอยู่ในโหมดมุ้งมิ้ง

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 898

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 17 พ.ค. 2562 19:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่54 : เจ้าของเค้ามาแล้ว
แบบอักษร

(54/11) อัพแล้ว

 

Japan Part

 

แสงแดดสาดส่องผ่านม่านเข้ามากระทบตัวผมทำให้ต้องค่อยๆงัวเงียตื่นขึ้นในเช้าของวันใหม่ เมื่อกระพริบตาเพื่อปรับสภาพได้แล้วผมค่อยๆดันตัวลุกขึ้นนั่งแล้วพิงกับหัวเตียง

 

สายตาไล่กวาดมองไปรอบๆก็ค่อยโล่งใจหน่อยที่มันเป็นห้องผมและพี่ตรี สำรวจมองร่างกายตัวเองก็อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่ง เอะใจนิดหน่อยว่าใครเป็นคนเปลี่ยนให้ แต่พอนึกได้ก็รู้สึกหดหู่ใจขึ้นมาทันที

 

"เมาหนักแล้วฝันไปรึเปล่าเนี่ย"

 

อาการปวดหัวเริ่มปะทุขึ้นมาทันทีที่ผมพยายามจะคิดเรื่องเมื่อคืนที่เกิดขึ้น ภาวนาภายในใจขอให้มันเป็นเพียงแค่ฝันที่พลาดพลั้งไป

 

ผมค่อยๆลุกออกจากเตียงความปวดที่สะโพกก็แปล็บขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนที่จะภาวนาในใจอีกครั้งว่าไม่ใช่เรื่องจริง

 

พอเข้าห้องนํ้าได้ผมก็ปลดกระดุมออก ก็ตกตะลึงกับร่างกายตัวเองที่มีรอยรักสีกุหลาบอยู่ที่เนินอกไล่ลงไปยังหน้าท้องที่จางๆ

 

"ไม่ใช่ฝันสินะ ฮึก! บ้าจริง!"

 

ผมกำเสื้อเชิ้ตแน่นก่อนที่จะมองตัวเองในกระจกที่เด่นหลาสู่สายตาขนาดนี้ ตัวผมเผลอไผลขาดสติมีอะไรกับพี่แลนด์นอลไปเสียแล้ว

 

มันน่าอับอายที่สุดถ้าหากพี่ตรีรู้เรื่องนี้ จากที่เราต้องห่างกันอยู่แล้วและถ้าเรื่องนี้พี่ตรีรู้ขึ้นมาแน่นอนว่าเราจะต้องเลิกลาและตัดขาดกันอย่างจริงจัง

 

"โง่ที่สุดเลยเจแปน ฮึก! เรื่องมันแย่อยู่แล้วยังจะทำให้มันหนักกว่าเดิมอีก ฮึก!"

 

บางสิ่งบางอย่างมันกำลังบีบรัดหัวใจผมแทบจะแตกสลาย ใบหน้าของพี่ตรีผุดขึ้นมาก็ยิ่งรู้สึกผิด ว่าเหตุใดผมถึงกระทำตัวเช่นนี้โดยไม่นึกถึงคนที่รักเลยแม้แต่น้อย

 

"ฮึก! ฮือออ! ฮึก! อึ่ก!"

 

ผมค่อยๆเช็ดนํ้าตาออกแล้วรีบไปอาบนํ้าแต่งตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อย พลางค่อยๆคิดแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ถึงจะยังหาทางออกไม่ได้ผมก็เลือกที่จะหยุดคิดมันไว้ก่อน

 

แกร๊ก!

 

เมื่อผมเปิดประตูออกจากห้องนอนก็พบกับพี่แลนด์นอลที่กำลังนั่งดูทีวีอยู่ที่โซฟา ร่างสูงได้ยินเสียงประตูเปิดก็หันมามองผมทันที

 

"อรุณสวัสดิ์ หิวข้าวรึเปล่าเจแปน?"

 

"อ่ะ..เอ่อ น่ะ..นิดหน่อยครับ"

 

"พี่ทำข้าวต้มเอาไว้ให้อยู่ในหม้อนะ เราก็กินได้เลยนะ"

 

"ขอบคุณนะครับ เอ่อ..แล้วพี่ตรีล่ะครับ?"

 

"ยังไม่ได้กลับมาตั้งแต่เมื่อคืนเลยนะ เมื่อเช้าพี่โทรถามเห็นว่าต้องทำงานต่อยาวเลย"

 

เจ็บ...

 

เรื่องจริงที่ไม่สามารถกลับไปแก้ไขได้อีกแล้ว...

 

"ครับ"

 

เมื่อได้ยินดังนั้นนํ้าตาผมก็แทบไหลออกมา ก่อนที่ผมจะขอตัวเดินเข้าครัวไปทันที เมื่อมาอยู่ในครัวแล้วผมก็แทบอยากจะปล่อยโฮทันที ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกระบมไปทั้งทรวง

 

เสียใจมากที่สุดที่ตัวเองทำพลาดไป แต่ถ้าหากคิดกลับกันคนที่นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นนั่นมันก็คือคู่หมั้นของผมที่เรากำลังจะแต่งงานกัน แต่พี่ตรีคือคนที่ผมรัก..ผมกลับนอกใจเค้าไปมีอะไรกับพี่แลนด์นอลเสียแล้ว

 

"ทำยังไงดี อึ่ก!"

 

ผมค่อยๆสูดลมหายใจเข้าแล้วผ่อนออกอย่างช้าๆ ก่อนที่จะเดินไปเปิดตู้เย็นแล้วหยิบนํ้าส้มออกมาพลางเทลงใส่แก้วใบใสที่เตรียมไว้

 

เมื่อกำลังเหม่อลอยมองดูนํ้าสีส้มที่อยู่ภายในแก้ว ก็แทบไม่รู้สึกตัวว่ามีใครบางคนกำลังเดินมายังด้านหลังของผม เมื่อเอี้ยวตัวกำลังจะหันกลับก็สะดุ้งสุดตัว

 

"อ๊ะ! เฮ้ย!"

 

ปึก!

 

"พี่แลนด์นอลขอโทษครับ!"

 

ผมตาโตทันทีเมื่อหันมาก็ปะทะเข้ากับพี่แลนด์นอลอย่างจัง แถมนํ้าส้มที่ถือติดมือมาด้วยก็กระเฉาะออกไปโดนเสื้อของพี่แลนด์นอลเต็มๆ

 

ร่างสูงลูกครึ่งไทย-นอร์เวย์ยกยิ้มแห้งก่อนที่จะโบกมือปัดไปมาว่าไม่เป็นอะไรมาก

 

"ไม่เป็นไรๆ"

 

"พี่มันโดนเสื้อพี่ด้วย ผมว่ารีบไปเปลี่ยนเสื้อเถอะครับ เดี๋ยวมันจะเหนียวเอา"

 

"ฮ่ะๆ นั่นน่ะสิ พี่ขอโทษทีที่เข้ามาไม่ให้ซุ่มให้เสียงเราก่อน"

 

"คะ..ครับ ขอโทษด้วยนะครับ"

 

ผมรีบวางแก้วนํ้าส้มแล้วพยายามให้พี่แลนด์นอลไปเปลี่ยนเสื้อจะดีกว่า ก่อนที่ผมจะชะงักค้างด้วยความงุนงงเมื่ออีกคนถอดเสื้อยืดออกทันทีต่อหน้าต่อตาผมเลย

 

ผมตกใจเล็กน้อยและตกตะลึกเมื่อได้เห็นหุ่นที่ผู้ชายหลายคนน่าจะภาคภูมิใจสุดๆ กับกล้ามเนื้อหน้าท้องที่แสนจะเพอร์เฟ็ค ครั้นสายตาผมก็มองเห็นรอยซี่ฟันที่อยู่บนหัวไหล่ด้านขวาของพี่แลนด์นอล

 

"เป็นอะไรรึเปล่าอยู่ๆก็เงียบไป หืม?"

 

"ปะ..เปล่าครับ แฮะๆ"

 

ผมหัวเราะเจือนๆให้พี่แลนด์นอลไปก่อนที่พี่เค้าจะอมยิ้มบางๆแล้วยกมือขึ้นมาลูบหัวของผมอย่างเบามือ อยู่ๆใต้ตาผมมันก็ร้อนขึ้นมาซะดื้อๆก่อนที่จะได้แต่ก้มหน้ามองพื้น

 

"พี่แลนด์นอลครับ คือ..."

 

"...?"

 

"เรื่องเมื่อคืนนี้.."

 

มือผมกำหมัดแน่นและความรู้สึกภายในก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป นํ้าสีใสค่อยๆไหลออกมาทันทีต่อหน้าพี่แลนด์นอล ความรู้สึกผิดที่อยู่ในใจมากมายไม่สามารถลบล้างได้เลยแม้แต่น้อย ยามเมื่อเห็นรอยกัดที่บนหัวไหล่ขวามันยิ่งชัดเจนว่าเรามีอะไรกันแล้ว

 

"ฮึก! ระ..เราทำมันลงไปแล้วใช่มั้ยครับ? ฮึก!"

 

"พี่ขอโทษนะที่ทำไปโดยไม่คิด ขอโทษจริงๆ"

 

"อึ่ก!"

 

ผมเงยหน้าสบตากับพี่แลนด์นอลที่กำลังก้มหน้าแสดงความรู้สึกผิดออกมาอย่างเห็นได้ชัด มือหนาที่กำลังลูบหัวผมอยู่นั้นค่อยๆเลื่อนลงมาปาดนํ้าตาผมออกให้

 

ผมได้แต่อมยิ้มก่อนที่จะเอื้อมมือไปจับมือทั้งสองข้างของพี่แลนด์นอลเอาไว้ พร้อมกับพูดออกมาด้วยนํ้าเสียงที่พยายามจะให้มันเป็นปกติมากที่สุด

 

"ครับ ผมเข้าใจ..ไม่จำเป็นต้องขอโทษก็ได้ครับ ยังไงซะ..เราสองคนก็จะต้องแต่งงานกันอยู่แล้ว"

 

"พี่รู้ทั้งรู้ว่าเจแปนไม่ได้เต็มใจ แต่พี่ก็ยังทำ..."

 

"ผมบอกแล้วไงครับ ผมไม่เป็นอะไรหรอกครับ พี่แลนด์นอลไม่ต้องห่วง"

 

พี่แลนด์นอลค่อยๆดึงผมเข้าไปกอดอย่างหลวมๆพร้อมกับลูบแผ่นหลังของผมอย่างปลอบโยน ผมเพียงแค่ยืนอยู่นิ่งๆก่อนจะปล่อยให้นํ้าตามันไหลออกมานิ่งๆ

 

คิดไว้แค่ว่า..ถ้าพร้อมเมื่อไหร่ผมจะบอกกับพี่ตรีให้ได้รับรู้ และเรื่องนี้จะจบลงโดยผมจะเป็นฝ่ายที่ขอเป็นคนเจ็บให้มากที่สุดก็พอ

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

"พี่ครับ ผมจะออกไปข้างนอกสักพักนะครับ"

 

"อ่าว แล้วจะไปไหนล่ะ ให้พี่ไปเป็นเพื่อนมั้ย?"

 

"ไม่เป็นไรครับ ผมแค่จะไปหาเพื่อน"

 

"อ๋อ โอเคๆ"

 

หลังจากนั้นผมก็ออกมาจากคอนโดทันที คราวแรกจุดหมายปลายทางอยู่ที่บ้านหลังเก่าแต่ว่าผมอยากจะไปที่สุสานก่อน แล้วช่วงเย็นค่อยกลับไปที่บ้านหลังเก่า

 

ใช้เวลาประมาณสี่สิบนาทีมาถึงที่สุสาน ผมค่อยๆเดินเข้าไปพลางมองไปรอบๆข้างที่มีแต่ป้ายหลุมศพล้อมรอบเต็มไปหมด ภายในมือก็กำช่อดอกกุหลาบสีขาวไว้แน่น

 

'ปฐวี เกษมนิรามัย'

 

สายตาผมที่เอาแต่จับจ้องกับแผ่นปูนบนหลุมศพของรักที่ได้ลาจากโลกนี้ไปนานแล้ว และวันนี้ผมถือโอกาสมาเยี่ยมเพื่อนโดยเฉพาะ

 

ผมค่อยๆย่อตัวลงนั่งแล้ววางช่อดอกกุหลาบสีขาวข้างๆหลุมศพของปัน ก่อนที่จะหยัดตัวยืนขึ้นสายตาที่ได้แต่เหม่อมองหลุมศพของปันมันก็เท่านั้น

 

"ฮ่ะๆ ขอโทษที..ที่กูมาเพราะกูอ่อนแออีกแล้ว กูมาพึ่งมึงเหมือนทุกครั้งเลยเนอะปัน"

 

ยามมีปัญหาต่างๆนาๆคนแรกที่ผมจะนึกถึงก็คือปัน มันเหมือนเป็นทุกอย่างให้ผมได้ ทุกอย่างที่มันสามารถหามาหมอบให้ผมได้ แม้กระทั่งลมหายใจมันก็ยอมยื่นให้ผม

 

"กูรู้ว่าเคยบอกมึงแล้วจะเข้มแข็ง ฮึก! แต่กูขอคิดก่อน...กูกำลังหาทางอยู่..."

 

ห้วงเวลาที่เหลืออยู่ตอนนี้ของผมมันกำลังมืดแปดด้านชนิดที่ว่าผมเองก็แทบหาทางออกไม่เจอ อยากจะขอโทษคนที่รักมากที่สุดขั้วหัวใจกับสิ่งที่พลาดพลั้งไป

 

"ฮึก อยากกอดมึงจัง ฮืออ"

 

"พี่เจ"

 

"อึ่ก แทม..?"

 

ในขณะที่ผมกำลังยืนร้องไห้อยู่นั้นก็ต้องหันไปตามเสียกเรียกจากด้านหลัง ปรากฏเป็นรุ่นน้องร่างสูงที่ผมเรียกมันว่าไอ้เด็กยักษ์ ณ ตอนนี้มันคงจะมาเยี่ยมปันเหมือนกัน

 

มันเห็นผมที่กำลังยืนร้องไห้มันเองก็คงตกใจ ผมจึงรีบใช้หลังมือเช็ดคราบนํ้าตาออกอย่างลวกๆก่อนที่จะหยุดร้องไห้

 

"นี่ครับ"มันยื่นผ้าเช็ดหน้ามาให้ผม

 

"เอ่อ..ไม่เป็นไรๆ ขอบใจมากนะ"

 

"มาหาพี่ปันเหมือนกันหรอครับ ผมก็เหมือนกัน"

 

"อื้ม! เป็นยังไงบ้าง ไม่เห็นหน้าเลยตั้งแต่งานศพปันที่ผ่านมา"

 

"ฮ่ะๆ ก็ดีครับ..ปีนี้ขึ้นมอหกแล้วก็ตั้งใจจะเป็นนักวอลเลย์คว้าแชมป์สมัยที่สองมาให้ได้"

 

แทมมันยิ้มร่าคงจะมีความสุขที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองชอบสักทีแล้วล่ะสิ ผมได้แต่ยินดีไปกับมันด้วย จนกระทั่งมันถามประโยคนี้ขึ้นมา

 

"พี่เจเป็นอะไรรึเปล่า ผมเห็นพี่ร้องไห้ ขอโทษนะพี่ที่ถามตรงๆแบบนี้"

 

"ก็..มันมีเรื่องนิดหน่อยกับคนใกล้ตัวน่ะ อย่าใส่ใจเลย"ผมบอกปัดก่อนจะส่ายหน้าพยายามไม่ให้มันคิดมาก

 

"พี่ทะเลาะกับพี่ตรีมาใช่มั้ยครับ? ไม่สบายใจก็ระบายให้ผมฟังได้นะ ไม่ต้องห่วง..ผมจะพยายามช่วย"

 

สายตาเราทั้งคู่สอดประสานมองเข้าไปในห้วงลึกของแววตาที่ราวกำมันกำลังสะท้อนความรู้สึกกลับออกมา ผมรับรู้ได้ว่าแทมมันจริงจังและพร้อมที่จะยื่นมือเข้ามาช่วย

 

นํ้าตาของผมที่เริ่มคลอผมค่อยๆปาดมันออกก่อนที่จะหันไปมองป้ายหลุมศพของปันมัน ร่างกายที่อ่อนล้าก็ทิ้งตัวลงนั่งบนพื้นทางเดินทันที่ และแทมมันก็นั่งตามผมมาด้วย

 

"พี่กำลังจะแต่งงานปลายเดือนนี้"

 

"โอโห้..เรื่องดีเลยสิพี่"

 

"ใช่มันเป็นเรื่องที่ดีมาก แต่...พี่มีคู่หมั้นที่พ่อพี่เค้าเป็นคนจับคู่ไว้ให้แล้ว..."

 

"..."

 

เมื่อแทมมันได้ยินก็หุบยิ้มพร้อมกับเงียบลงทันที ส่วนผมเองได้แต่อมยิ้มแล้วเล่าต่อ

 

"พี่ตรีก็เหมือนกัน เราทั้งคู่มีคู่หมั้นทั้งสองฝ่าย ตอนนั้นเราทะเลาะกันจนมาถึงตอนนี้ยังไม่ได้พูดกันเลย"

 

"พี่เจ..ผมว่าพี่ควรบอกพ่อพี่นะ"

 

"ไม่ ไม่ได้แล้ว..มันสายไปแล้วแทม"

 

"..."

 

"มีแค่ทางเดียว คือ ปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ ฮึก ต้องปล่อยเค้าไป..."

 

"..."

 

"เราต้องปล่อยเค้าไปแทม ฮืออ! พี่ยื้อเค้าไว้ไม่ได้ ฮืออ! มันสายไปแล้ว อึ่ก!"

 

มือของแทมมันเคลื่อนมาโอบไหล่ผมก่อนที่มันจะดึงผมเข้าไปกอด นํ้าตาที่พรั่งพรูออกมาไม่ขาดสายผมก็ปล่อยให้มันถูกซึมซับด้วยเสื้อของแทมมัน

 

มือที่พยายามลูบหลังผมแล้วพูดปลอบโยนผม มันบอกว่าต้องมีทางแก้ได้เสมอ แต่แค่ตอนนี้ผมต้องเข้มแข็งเสียก่อนถึงจะลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง

 

"ร้องออกมาให้หมดเลยครับ วันพรุ่งนี้เราค่อยลุกขึ้นใหม่นะครับ วันนี้ปลดปล่อยมันออกมาให้หมดเลยนะพี่"

 

"ฮึ่ก! อึ่ก! ฮืออ!"

 

ผมใช้เวลาร้องไห้ราวๆยี่สิบกว่านาที ไอ้แทมมันก็แทบจะไม่ไปไหนเหมือนกัน มันยอมเป็นที่พักพิงให้ผมได้พึ่งพายามไม่เหลือใคร มันเหมือนกันกับปันไม่มีผิดที่สามารถพึ่งพาได้

 

แต่ในวันพรุ่งนี้ผมจะต้องลุกขึ้นแล้วก้าวต่อไปเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น แต่แค่ตอนนี้ผมก็หลบหลีกมันก่อนก็แล้วกัน

 

"อึ่ก! ฮึก!"

 

"หยุดร้องไห้แล้ว เก่งมากเลยครับ..พี่เก่งเหมือนตอนที่เราแข่งวอลเลย์เหมือนเดิมเลย"

 

"จะ..จะบ้าหรอ แค่นี้มาชมเก่งเกิ่งอะไรกัน ฮึก แค่หยุดร้องไห้เอง"

 

"นั่นแหละครับ..พี่ก็เก่งมากพอแล้วกับหลายๆอย่างที่ผ่านมา ผมขอพี่แค่อย่างเดียวนะ.."

 

"อะไร?"

 

ผมที่ผละออกจากอกของไอ้แทมแล้วมานั่งเช็ดนํ้าหูนํ้าตาแทน ก็หันไปมองสิ่งที่แทมมันกำลังจะขอต่อไปนี้

 

"เข้มแข็งและก้าวต่อไปนะครับ ผมรู้ว่าพี่ทำได้"

 

"ฮ่ะๆ อื้ม! ต้องทำได้สิ"

 

ผมมองรอยยิ้มที่กำลังฉายให้เห็นอยู่ตรงหน้า รอยยิ้มที่มาจากการให้กำลังใจผมนั้นมันสามารถช่วยฟื้นฟูจิตใจผมได้เยอะเช่นกัน แค่นี้ ผมเองก็สามารถกลับมายิ้มและลืมเรื่องที่น่าเสียใจไปได้เพียงชั่วคราว

 

"พี่เจ อยากกินขนมหวานป้ะ?"

 

"ก็อยากนะ ทำไมอ่ะ?"

 

"สนใจไปร้านแม่ผมมั้ย แม่ผมทำขนมรสชาติใหม่เยอะแยะเลยนะ สนมั้ยพี่เจ?"

 

"เอาดิๆ พูดแล้วก็หิวเลยอ่ะ ไปกันเลยมั้ย?"

 

"ฮ่ะๆ ได้สิครับ..ยินดีต้อนรับเสมอครับผม"

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

18:39 p.m.

 

"ขอบใจนะแทมสำหรับวันนี้"

 

"ยินดีมากครับ"

 

"อื้ม! เรื่องวอลเลย์ก็สู้ๆนะแล้วจะแวะเข้าไปหาบ่อยๆ เรื่องเรียนก็เหมือนกันนะ"

 

"ครับ..ไม่ต้องเป็นห่วง ผมจัดวางแผนพร้อมรับมือไว้เสมอ"

 

"ดีแล้ว งั้นกลับก่อนนะ..แล้วเจอกัน"

 

"ครับ แล้วเจอกัน"

 

พอผมขอตัวกลับแทมมันขอเดินมาส่งผมที่หน้าร้าน ก่อนที่ผมจะขึ้นแท็กซี่มุ่งหน้ากลับคอนโดทันที นึกแล้ววันนี้ก็ไม่ได้ไปบ้านเก่าอย่างที่ตั้งใจไว้ ได้แต่บอกตัวเองในใจว่าไว้คราวหลังแล้วกัน

 

เมื่อมาถึงคอนโดผมก็ขึ้นลิฟต์กลับห้องทันที พอใช้คีย์การ์ดเปิดเข้าไปก็พบกับพี่แลนด์นอลที่กำลังนั่งสนทนากับใครสักคนอยู่อย่างอารมณ์เสีย ผมค่อยๆเดินเข้าไปก็เห็นหน้าได้อย่างชัดเจน

 

"มาก่อนกำหนดเพื่อ!? ชิ! น่าเบื่อที่สุด"

 

"ก็เบื่อเหมือนกันแหละย่ะ! เชอะ!"

 

"พะ..พี่แลนด์นอลครับ ผมกลับมาแล้ว"

 

"อ้าวเจแปนมาแล้วหรอ!? พี่ไม่เห็นได้ยินเสียงเราเลย"

 

"แฮะๆผมค่อยๆเดินเข้ามาน่ะครับ"

 

ผมยกยิ้มบางๆให้กับพี่แลนด์นอลที่พึ่งหันมาเห็นผม เมื่อบทสนทนาระหว่างผมกับพี่แลนด์นอลจบ เสียงเหล็กแหลมของหญิงสาวที่ผมไม่รู้จักก็ดังแทรกขึ้น

 

"คนนี้หรอเจแปน ว้าวว! หน้าตาน่ารักน่าหยิกจังเลย อายุเท่าไหร่จ๊ะ?"

 

"เอ่อ..สิบแปดแล้วครับ"

 

"ฮ่ะๆ! โชดดีไม่ได้พรากผู้เยาว์"

 

"เอ่อ..อะไรนะครับ?"

 

"เปล่าจ่ะๆ พี่บอกว่าหน้าตาเราดูอ่อนเยาว์เหมือนเด็กมอต้นเลยจ่ะ"

 

"อ๋อ ขอบคุณครับ"

 

ผมอมยิ้มอย่างเป็นมิตรให้แก่เธอ หญิงสาวสวยที่ดูแล้วอายุก็เหมือนจะเยอะกว่าพี่แลนด์นอล หน้าตาสะสวยตานิดจมูกหน่อย คล้ายๆเหมือนจะเป็นลูกครึ่ง ผมยาวประบ่ากำลังสวยพอดี

 

เธอค่อยๆลุกขึ้นยืนผมก็แทบจะหยุดหายใจ เพราะตกตะลึงกับส่วนสูงของเธอที่เหมือนนางแบบหุ่นก็ถือว่าเยี่ยมสุดๆ ก่อนที่เธอจะค่อยๆเข้ามาหาผม แล้วโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้

 

"ครับ?"

 

"แนะนำตัวหน่อยนะจ๊ะ พี่ชื่อ'ดาร์เรน'จ่ะ พึ่งมาจากโคลัมเบียร์ วันนี้มาไทยวันแรกด้วย"

 

"ครับ ผมเจแปนนะครับ ยินดีต้อนรับครับ"

 

รอยยิ้มเธอสวยเหมาะกับเธอสุดๆไปเลย เมื่อแนะนำตัวเสร็จแล้วเธอก็ชวนผมคุยนี่นั่นสารพัดไปหมด โดยข้ามหน้าข้ามตาพี่แลนด์นอลเลยก็ว่าได้

 

"อากาศประเทศไทยนี่ร้อนมากเลยเนอะเจแปน พี่ร้อนมากเลยพอลงจากเครื่อง..เห้ออ!"

 

"พี่ดาร์เรนหิวนํ้ารึเปล่าครับ ผมจะไปเอานํ้ามาให้นะครับ"

 

"เจเรียกพี่เพ่ออะไรกัน เรียกป้าสิถึงจะถูก!"

 

"ครับ?"

 

"อายุดาร์เรนป้าแกก็ไล่เรี่ยกับพี่ตรีนั่นแหละ เรียกป้าน่ะถูกแล้ว"

 

"แกอยากเลือดกลบปากหรอฮะแลนด์นอล!? เงียบไปเลยนะแก!..."

 

"..."

 

"เรียกพี่น่ะถูกแล้วล่ะเจแปน พี่ยังไม่ถึงขั้นป้าหรอกจ่ะ พอดีหน้ายังตึงเปรี๊ยะ! อยู่"

 

ประโยคหลังพี่แกหันไปบอกกับพี่แลนด์นอลที่ยืนหน้าบึ้ง ก่อนจะหันมาสบตาผมแล้วยกยิ้มให้

 

พี่ดาร์เรนอายุสามสิบต้นๆแล้วหรอกหรอ ผมเองก็พึ่งจะรู้นี่แหละ...แต่เธอก็สวยชนิดที่ว่าเหมือนยี่สิบต้นๆเลยยังไงก็ไม่รู้

 

"นี่ แลนด์นอลเอาโทรศัพท์มายืมหน่อยสิ!"

 

"เอาไป แล้วโทรศัพท์พี่ไปไหนล่ะนั่น?"

 

"เข้าใจคำว่าแบตหมดมั้ยยะ! โง่จริงๆ"

 

"พี่สองคนรู้จักกันด้วยหรอครับ?"

 

ตั้งแต่ผมเข้ามาจนกระทั่งเดินเข้าไปอาบนํ้าเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ พอกลับออกมาพี่ตรีก็ยังไม่กลับจากที่ทำงาน ส่วนผมก็ได้ยินเสียงพี่แลนด์นอลกับพี่ดาร์เรนที่ดูท่าแล้วเถียงกันบ่อย เหมือนรู้จักกันมาก่อนหน้าผมเสียอีก

 

"ใช่จ่ะ แค่เด็กติ๊งต๊องที่สมัยเด็กๆยังเล่นด้วยกัน จนพี่ถีบตกเตียงไปเลยล่ะ"

 

"เอ๊ะ? นี่อยู่ด้วยกันตั้งแต่สมัยเด็กๆเลยหรอครับ?"

 

"ใช่แล้ว ครอบครัวทำธุรกิจร่วมกันน่ะ เลยเล่นด้วยกันบ่อยพี่ตรีก็ด้วยนะ"

 

"อ๋อ แบบนี้เองหรอครับ"

 

"ว่าแต่ แลนด์นอลพี่ตรีเมื่อไหร่จะกลับน่ะฮะ? ฉันรอนานแล้วนะยะ!"

 

"จะไปรู้กับพี่ตรีได้ซะะที่ไหนเล่า เห้อ! ไม่รู้เหมือนกัน"

 

เหมือนไม้เบื่อไม้เมากันก็ไม่เชิง แต่ว่าก็ปากร้ายใส่กันตลอดเลยแฮะ ผมที่ยื นทือใช้นิ้วเกาแก้มอยู่นั้น ก็ต้องรีบเดินไปนั่งข้างๆพี่ดาร์เรนที่พี่เค้าเรียกให้ไปนั่งด้วย

 

"พี่ดาร์เรนมาไทยทำไมหรอครับ? มาเที่ยวรึเปล่า?"

 

"ก็ไม่เชิงหรอกจ่ะ แต่พี่มาเพราะงานแต่งของพี่ตรี"

 

ผมจุกแทบจะทันทีอยู่ภายในอก รอยยิ้มของผมค่อยๆหุบลงก่อนที่จะตั้งสติและเรียบเรียงใหม่ พี่ดาร์เรนมาเพื่องานแต่งของพี่ตรี งั้นก็หมายความว่า...คู่หมั้นตัวจริงเค้ามาแล้ว

 

"งะ..งั้นหรอครับ"

 

"จ่ะ พี่ต้องมาเลือกชุดกับเลือกแหวนพร้อมกับพี่ตรีน่ะ"

 

"เอ่อ..จะแต่งกันเดือนไหนหรอครับ?"

 

"ปลายเดือนนี้จ่ะ ฮ่ะๆ น่าตื่นเต้นเนอะเจแปนว่ามั้ย?"

 

"คะ..ครับ"

 

"ใจตรงกันเลยแฮะ ใช่มั้ยเจแปน?..งานของเราก็มีในปลายเดือนนี้เหมือนกัน"

 

ผมกำชายเสื้อแน่น ได้แต่นั่งปั้นยิ้มพร้อมกับพยักหน้าเหมือนกับกำลังยินดี เปล่าเลย..ภายในอกมันจุกจนพูดไม่ออก ดวงตารอบนอกมันก็เริ่มร้อนคล้ายอยากจะร้องไห้ แต่ผมก็ต้องกลั้นมันเอาไว้ 

 

เวลานี้ทำได้เพียงนั่งตอบและส่งยิ้ม ถึงแม้หัวใจจะถูกบีบรัดจากคำตอบมากมายที่หญิงสาวคนสวยคู่หมั้นของพี่ตรีพูดถึงเรื่องงานแต่งงานของเธอและเค้า

 

"ให้ตาย อย่าบอกนะว่างานเราทั้งสองคู่..?"

 

"ใช่ จัดพร้อมกันในวันเดียว"

 

"อร๊ายยย! น่าตื่นเต้นที่สุด! ให้ตายสิ! นี่ฉันจะมีเจ้าสาวคู่ด้วยหรอเนี้ย!?"

 

"พี่แลนด์นอลรู้ได้ยังไงครับ ผมไม่เห็นรู้เลย?"

 

"พี่ตรีบอกมาน่ะ งานของเราจะจัดพร้อมกัน ทางผู้ใหญ่เค้าตกลงกันมาว่าอย่างนั้น ไหนๆครอบครัวเราก็สนิทกันขนาดนี้แล้ว"

 

"จริงจ่ะ ครอบครัวพวกเราสนิทกันม๊ากมาก พี่ดาร์เรนว่าถ้าถึงวันนั้นน้องเจแปนคงสวยแซงพี่แน่ๆเลยอ่า ดูแก้มสิ คิกๆ"

 

มือเรียวสวยจองเธอเอื้อมมาดึงแก้มของผมก่อนที่เธอจะยืดมันออกเบาๆ โดยให้เหตุผลว่าผมทั้งหน้าหวานและดูสวยเหมือนผู้หญิงเป็นไหนๆ ไม่วายยังขอถ่ายรูปคู่กับผมไว้ด้วย

 

ส่วนผมเองก็แทบจะเป็นอันไม่คิดจะทำอะไรต่อแล้ว เมื่อความรู้สึกเจ็บแล่นร้าวไปทั่วก้อนเนื้อหัวใจ ทำได้เพียงฝืนยิ้มและพูดคุยให้มันดูเป็นธรรมชาติให้มากที่สุด ก็เพราะกลัวว่าพี่แลนด์นอลกับพี่ดาร์เรนจะจับสังเกตและรู้ความสัมพันธ์ลับๆของผมกับพี่ตรีได้

 

"หน้าตาดูหมองจังเจแปน ไม่สบายรึเปล่า อืมม..ตัวก็ไม่ร้อนนี่"

 

"เอ่อ..คงนอนน้อยล่ะมั้งครับ อาจจะตื่นเต้นอยู่ก็ได้มั้งครับ"

 

"ดาร์เรนช่วยแกะมือปลาหมึกของพี่ออกจากหน้าเจแปนด้วย อย่าคิดจะกินเชียวนะ"

 

"ชิ! นิดหน่อยเองย่ะ! แฮะๆ..ช่วงนี้ดูแลตัวเองดีๆนะคะน้องเจแปน อย่าให้ป่วยง่ายๆน้าา พี่เป็นห่วง"

 

"ขอบคุณมากนะครับ งั้นผมขอตัวไปนอนพักก่อนนะครับ"

 

ผมหันไปสบตากับพี่แลนด์นอลที่กำลังยกยิ้มส่งมาให้ก่อนที่ผมจะขอตัวแล้วเดินเข้าห้องนอนทันที ร่างกายที่มันกำลังบอกว่าไม่พร้อมจะทนได้อีกต่อไปก็ทรุดฮวบนั่งลงบนที่เตียงทันที

 

มือขวาที่กอบกุมหน้าอกซ้ายเอาไว้อย่างเจ็บปวด ตอนนี้ผมไม่อยากจะร้องไห้ ไม่อยากเลยสักนิด...เพราะทำใจเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่ายังไงตัวจริงเค้าก็ต้องมา และก็มาจริงๆจนแทบไม่ได้ทันตั้งตัว...

 

"ฟู่ววว อดทนไว้เจแปนอดทนไว้ มันจะผ่านไปได้..มันจะต้องแก้ไขได้..."

 

แต่ก็ยังไม่ใช่ตอนนี้

 

Japan Part End

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

เมื่อร่างบางได้เดินหายกลับเข้าห้องนอนไปแล้ว คงเหลือปล่อยทิ้งคนสองคนไส้ภายในโซนของห้องนั่งเล่น ทั้งคู่ต่างเงียบเมื่อเจแปนได้ขอตัวกลับเข้าไปในห้องนอน

 

หลังจากประตูปิดลงคนที่เริ่มบทสนทนาอีกครั้งก็โพลงพูดขึ้นทันที

 

"อย่าใช้คำรุ่นแรงมากนักล่ะ เจแปนเห็นยิ้มแบบนั้นภายในมันกำลังเปราะบาง"

 

"จ้าๆๆ พ่อคุณ! แหม..ก็แค่นิดๆหน่อยๆ ฉันไม่ทำให้น้องเจ็บขั้นกระอักเลือดหรอกย่ะ!"

 

ดาร์เรนสาวสวยลูกครึ่งที่บินมาไทยวันแรกได้แต่เบะปากพร้อมกับกดมือถือของแลนด์นอลที่เจ้าตัวพึ่งจะยืมมา แลนด์นอลที่ได้แต่มองการกระทำของดาร์เรนอย่างเรียบนิ่ง เค้าจะไม่รู้สึกอะไรเลยถ้าดาร์เรนไม่พูดถึงงานแต่งของตรีเสียก่อน

 

"ได้เป็นคู่หมั้นทั้งที คิกๆ น่าสนุกแฮะ"

 

"พี่โตแล้วนะพี่ดาร์เรน เล่นตลกกับความรู้สึกของคนอื่นอยู่ได้"

 

"ชิ! แกมีหน้าที่ของแกก็ทำซะสิแลนด์นอล นั่นคู่หมั้นแกนะ"

 

"ผมทำแน่แหละพี่ แต่พี่นั่นแหละช่วยดูสถานการณ์บ้าง ผมสงสารน้องมัน"

 

แลนด์นอลได้แต่ถอนหายใจเมื่อเห็นดาร์เรนแกล้งเจแปนไปแบบนั้น ทั้งๆที่พี่ตรีจะมาบอกเองกับตัวอยู่แล้วแท้ๆ แต่ดูสิพี่ดาร์เรนทำตัดหน้าไปซะแล้ว

 

ร่างสูงลูกครึ่งไทย-นอร์เวย์เห็นสีหน้าและท่าทางของเจแปนก็ดูออกแล้วว่ากำลังเจ็บปวดมากแค่ไหน ตัวเค้าเองมีหน้าที่ต้องดูแลเจแปนในฐานะคู่หมั้น...แต่ตอนนี้ให้ร่างบางได้อยู่คนเดียวสักพัก แล้วแลนด์นอลค่อยเข้าไปหาอีกทีจะดีกว่า

 

"อย่าคิดมากน่าแลนด์นอล ถึงฉันไม่บอกพี่ตรีก็ต้องเป็นคนบอกอยู่ดีแหละน่า"

 

"เห้อ!...น่าสงสารชะมัด"

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}