ปนิตา / มุมลับ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

พวกแกเป็นใคร (ต่อ)

ชื่อตอน : พวกแกเป็นใคร (ต่อ)

คำค้น : คดีลับอำพรางรัก, สืบสวน สอบสวน, นิยายชุดสืบรัก, โรมานซ์, ปนิตา

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 51

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 20 พ.ค. 2562 18:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
พวกแกเป็นใคร (ต่อ)
แบบอักษร

       ท่าเรือที่เพิ่งเงียบสงบ ไร้เสียงโวยวายและความชุลมุนจากเหล่าชายฉกรรจ์เกือบนับสิบคนไปได้ไม่นาน บัดนี้ปรากฏร่างของหนุ่มสาวคู่หนึ่งที่มายืนรอเรือมารับเพื่อข้ามไปเกาะหินงาม ซึ่งเป็นเกาะของนายกำพล ที่เปิดเป็นที่พักให้นักท่องเที่ยวได้ไปพักผ่อนกัน แต่ว่าไม่ใช่นักท่องเที่ยวทุกคนจะไปได้ เนื่องจากค่าห้องพักที่เกาะนั้นสูงลิบลิ่ว แต่ก็มีคนยอมจ่าย เพื่อให้ได้ความเป็นส่วนตัวและความสะดวกสบายกลับมา

           ทว่าไม่ใช่วัตถุประสงค์เดียวกับคู่รักหนุ่มสาวคู่นี้แน่นอน ผู้หมวดวีรภาพและผู้กองรริดา รู้ดีว่าที่เขาต้องมายืนอยู่ที่นี่ในฐานะของนักท่องเที่ยวคู่รักนั้นเพราะอะไร

           ข้อมูลที่ผู้กองรริดาสืบมาได้นั้น คือลูกสาวของท่านนายกรัฐมนตรีถูกจับตัวไปจากสนามบิน จากภาพกล้องวงจรปิด ทำให้รู้ว่าคนร้ายพาปรรณพัชร์มาเส้นทางมุ่งสู่ภาคตะวันออก ประกอบกับการที่มีโทรศัพท์ลึกลับโทรไปเร่งให้ท่านนายกฯ เซ็นอนุมัติโครงการเปิดสัมปทานคาสิโน ความเป็นไปได้จึงตกไปอยู่กับผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับโครงการนี้ ที่จะเป็นผู้จับตัวแก้วตาดวงใจของท่านนายกฯ ไป ถึงแม้จะมีอยู่หลายราย

           แต่ความเป็นไปได้ กลับไปตกอยู่ที่นายกำพล ผู้กว้างขวางในเขตภาคตะวันออก ซึ่งวงในรู้กันดีว่าเขาพยายามผลักดันเรื่องสัมปทานคาสิโนมานานแล้ว ทั้งผู้กองรริดาและผู้หมวดวีรภาพจึงถูกมอบหมายให้เดินทางไปที่เกาะหินงาม ซึ่งเป็นเกาะของนายกำพล

           ในเมื่อคนร้ายที่จับตัวปรรณพัชร์ขับรถมุ่งสู่ภาคตะวันออก ก็มีความเป็นไปได้ที่จะพาไปไว้ที่เกาะหินงาม ที่ซึ่งคนทั่วไปเข้าถึงได้ยาก ทั้งนี้ทั้งนั้น ทุกอย่างล้วนอยู่บนสมมติฐานของการคาดเดา ทุกคนได้แต่ภาวนาว่าจะเดินมาถูกทาง เพราะทางตำรวจพยายามจะดักฟังเสียงจากสายลึกลับที่โทรมาหาท่านนายกรัฐมนตรี แต่ก็เหมือนว่าทางนั้นจะรู้ จึงไม่มีการติดต่อกลับมาอีก และนอกจากนี้ก็ยังไม่มีใครโทรมาอ้างว่าเป็นคนจับตัวลูกสาวท่านไป ทุกคนจึงได้แต่ฝากความหวังเอาไว้ที่สองตำรวจฝีมือดี

           เนื่องจากเกาะหินงามเป็นเกาะส่วนตัว คิดจะไปก็ไม่อาจจะไปได้ หากไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของเกาะ ก็อาจจะไปแล้วได้แผลมากกว่าได้เรื่องที่ต้องการ ซึ่งจากการตรวจสอบ ทางตำรวจได้ข้อมูลมาว่า มีคู่รักชาวสิงคโปร์จองที่พักที่เกาะหินงามเอาไว้ ผู้กองรริดาและผู้หมวดวีรภาพจึงได้ทีสวมรอยคู่รักนี้เสียเลย ส่วนคู่รักตัวจริง ได้รับข้อเสนอให้ไปพักผ่อนที่เกาะอื่นแทนพร้อมกับการดูแลอย่างดีตอบแทนที่ให้ความร่วมมือกับทางการไทย

           “มิสเตอร์กับมิสซิส โรแลนด์ ใช่ไหมครับ” เสียงจากนายเฟือง คนจากเกาะหินงามที่เอาสปีดโบ๊ทมาจอดเทียบท่า ขึ้นมาสอบถามหนุ่มสาวที่ยืนกันอยู่สองคน ตามที่ได้รับมอบหมายให้มารับแขกของเกาะในวันนี้

           “ใช่ครับ” ผู้หมวดวีรภาพมาในคราบของมิสเตอร์โรแลนด์ตอบกลับด้วยสำเนียงไทยไม่ชัดนัก

           “อย่างนั้นเชิญขึ้นเรือเลยครับ ความสุข ความสบายรอคุณทั้งสองอยู่ที่เกาะแล้วครับ” นายเฟืองตอบพร้อมส่งยิ้มให้แขกของเขา ก่อนจะกระวีกระวาดไปช่วยยกกระเป๋าของทั้งคู่ขึ้นเรืออีกด้วย

           ผู้หมวดวีรภาพลงเรือไปก่อน โดยไม่ลืมหันกลับมายื่นมือส่งให้ผู้กองรริดาจับ สายตาที่มองไปยังผู้กองสาวเต็มเปี่ยมไปด้วยความหมาย ระหว่างที่มือทั้งสองสัมผัสกัน หัวใจของตำรวจหนุ่มเต้นเร็วราวกลองรบประกาศศึก ความรู้สึกแบบนี้หายไปจากชีวิตเขานานแล้ว ไม่คิดเลยว่าจะหวนกลับมาอีกครั้งในเวลานี้

           “มือเย็นจังนะคะหมวด ตื่นเต้นจะได้ข้ามเกาะเหรอคะ” เสียงแซวกระซิบส่งมาให้เฉพาะผู้หมวดหนุ่มได้ยิน เล่นเอานายตำรวจคนเก่งถึงกับหูแดงที่ถูกจี้จุด ทั้ง ๆ ที่พยายามควบคุมอาการแล้ว แต่ร่างกายก็ช่างทรยศเสียจริง

           “คงอย่างนั้นมั้งครับ แบบมาที่เกาะนี่ ถ้าต้องออกเงินมาเองทั้งชีวิตก็คงไม่มีโอกาสได้มา เงินคงไม่เหลือขนาดนั้น” ผู้หมวดวีรภาพพูดออกอีกเรื่อง แต่มีหรือที่ผู้กองรริดาจะไม่รู้ทัน ทว่าเธอยังไม่อยากจะทำให้เสียงาน จึงได้เออออไปกับสิ่งที่ผู้หมวดหนุ่มพูด

           “หมวดไปทำงานต่างจังหวัดบ่อยอย่างนี้ แฟนไม่บ่นแย่เหรอคะ? ไม่ได้เจอหน้ากันทีหลายวันเลย” คำถามหยั่งเชิงถูกส่งออกมาอีกประโยค

           “ผมยังไม่มีแฟน”

           ประโยคนี้แหละที่หญิงสาวต้องการ ถึงแม้ว่าจะรู้ว่าสถานะของนายตำรวจหนุ่มที่ระบุอยู่ในหน่วยงานนั้น คือโสด แต่เธอก็อยากให้แน่ใจว่าเขาโสดสนิทจริง

 

           นท้องทะเลกว้างมีเกาะแก่งอยู่มากมาย นอกจากเกาะหินงามของนายกำพลแล้ว ยังมีอีกหลายเกาะ หนึ่งในนั้นคือ เกาะถ้ำ ของตระกูลอติมาตย์ที่สวยงามไม่แพ้กันอีกด้วย คุณกฤตติกา อติมาตย์ ทายาทคนเดียวของตระกูล ที่บัดนี้แต่งงานไปกับนักธุรกิจชาวฝรั่งเศส มีลูกชายหนึ่งคน คือ อามันต์ ลาแปงอุ๊ซ

           คุณกฤตติกา บัดนี้ไปอยู่ที่ฝรั่งเศสกับสามี นาน ๆ ทีจะกลับมาประเทศไทย มีเพียงลูกชายที่เดินทางกลับมาดูแลทรัพย์สมบัติให้แทน ด้วยความที่ชื่นชอบในธรรมชาติของไทย อามันต์ จึงสะดวกใจที่จะเดินทางมาที่ประเทศไทยบ่อย ๆ โดยเฉพาะที่เกาะถ้ำแห่งนี้ แทบจะเรียกว่าเป็นบ้านหลังที่สองของเขาเลยก็ว่าได้ เขาชอบในความสวยงาม ใต้น้ำมีปลาน้อยใหญ่และปะการัง บนดินมีถ้ำสวย น้ำไหลผ่าน เย็นสบาย ไร้ผู้คนที่ไม่พึงประสงค์มารบกวน โดยเฉพาะบรรดาผู้หญิงที่เห็นเขาเหมือนเห็นปลาทรงเครื่องที่จ้องจะตะครุบเอามากลืนกิน

           “ถึงซะที แจ็คนายเอาของไปเก็บในบ้านก่อนเลย เดี๋ยวฉันตามเข้าไป”

           อามันต์ที่ขับเรือมาจนถึงจุดหมายปลายทาง ยืนขึ้นสูดอากาศเข้าเต็มปอด พูดออกมาด้วยรอยยิ้มแห่งความพอใจ สายตากวาดไปตามชายหาดตรงหน้า ตอนนี้เขาอยากจะไปนั่งเอนกายรับลมทะเล จิบเบียร์เย็น ๆ มองท้องน้ำสีครามตัดกับฟ้าใสที่ปะปนไปด้วยก้อนเมฆสีขาวประปรายให้ชื่นใจมากมาย แต่ติดอยู่ตรงที่มีบางอย่างให้เขาต้องจัดการเสียก่อน

           “ครับคุณอาร์ม” แจ็ครับคำเสร็จก็จัดการแบกเป้สองใบและกล่องสัมภาระเดินลงจากเรือไป

           ปรรณพัชร์ปิดปากตัวเองแน่น รอจนเสียงคนเดินเงียบไปแล้ว จึงได้รีบพุ่งตัวออกมาเกาะขอบเรือ

           “อ้วกกกกกกก....” สาวร่างเล็กปล่อยอาหารเลี้ยงปลาอยู่ที่ขอบเรือนั่นเอง แรงกระแทก แรงเหวี่ยงของเรือที่กระทบกับคลื่นแต่ละทีมีผลกับเธอทั้งสิ้น แต่เพื่อมีชีวิตรอดเธอจึงต้องอดทน จนมาสิ้นสุดเอาในเวลานี้เอง

           สาวร่างเล็กจับขอบเรือปล่อยความปั่นป่วนในร่างกายออกมาจนหมดสิ้น แทบจะไม่เหลือเรี่ยวแรงอีกต่อไป

           “หึหึ ทนดีนี่” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น ทำเอาหญิงสาวถึงกับสะดุ้งสุดตัว

ความคิดเห็น