จันทร์อรุณ ณรัช

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

วาโยกับอสรพิษ

ชื่อตอน : วาโยกับอสรพิษ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 53

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 17 พ.ค. 2562 19:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
วาโยกับอสรพิษ
แบบอักษร

 

 

มุกดาราควรจะดีใจไหม..ที่ทำให้ริต้าเริ่มหึงได้

........................................

จินดาพิสุทธิ์ฟื้นคืนสติมาอีกครั้ง..ตัวเองก็ถูกพันธนาการด้วยงู..รอบตัวก็มีแต่งู..

 

นางอาเจียนอีกแม้จะไม่มีอะไรออกมาแล้วก็ตาม..

 

และน่าอับอายนัก...

 

จิตสมาธิแตกกระจัดกระจาย..จนไม่สามารถทำอะไรได้เลย..

 

ความกลัวทำให้นางเป็นเช่นนี้..

 

“..นายแม่..”จินดาพิสุทธิ์นึกถึงคนที่นางรักที่สุดทั้งสอง..

 

นายแม่ทั้งสอง..โดยเฉพาะนายแม่อารามขาว..ซึ่งเอ็นดูราวลูกในไส้..เมตตาต่อริต้าเสมอ..รักริต้าเสมอ..

 

ครั้งหนึ่งยังเด็ก..ริต้าก็ร้องไห้เพราะเจองูเลื้อยอยู่ตรงหน้า..นายแม่อารามขาวได้แต่ปลอบโยน..ทำให้ริต้ารู้สึกดีขึ้น..นายแม่สอนบางสิ่งบางอย่าง..ทำให้เลิกกลัวงูไปได้ชั่วคราว..แต่เพราะความเป็นเด็ก..เมื่อลืมคำสอนนั้นแล้ว..ริต้าก็กลัวงูอีก..ความกลัวทำให้ลืมคำสอนไปสิ้น..

 

ร่างกายเหมือนเคลื่อนที่ได้..

 

ใช่..ฝูงงูลำเลียงร่างของจินดาพิสุทธิ์ไปตามพื้นดิน..ร่างกายเหมือนนอนบนพรมขนาดใหญ่แล้วพรมนั้นก็เลื่อนได้ให้นางเคลื่อนที่..เพียงแต่ผืนพรมดังกล่าว..ยังจะมัดเธอไว้ด้วย..

 

จินดาพิสุทธิ์ตัวแข็งค้าง..ทรมาณเป็นอย่างยิ่ง..

 

พรมพวกนี้คือฝูงงูทั้งนั้น..

 

คนที่กลัวงูสุด ๆ ..และต้องมาอยู่ท่ามกลางงูแบบนี้..ไม่ช็อคตายไปก่อนก็บุญแล้ว..

 

ตัวแข็งค้าง..ทรมาณกับความกลัว..ขยะแขยง..

 

“..คงทรมาณมากสินะ..เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์..”

 

มีเสียงพูด..แต่ไม่ทราบว่าคนพูดอยู่ไหน..

 

น้ำตาแห่งความกลัวคลอเบ้าตลอด..

 

“..คงไม่มีใครคิด..เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์ที่มีชื่อเลื่องแผ่นดิน..จะตกอยู่ในสภาพเช่นนี้..”

 

ใช่..น่าสมเพชยิ่งนัก..

 

ความกลัวนั้นรุนแรง..และทำให้คนหนึ่งหมดสภาพได้..

 

หมดสภาพอย่างแท้จริง..เพราะสติเหมือนจะหลุดไปกับความกลัวสุดหัวใจ..

 

“..ริต้า..”เสียงหนึ่งดังขึ้นในห้วงสำนึก..ใช่..เสียงของนายแม่อารามขาวเมื่อครั้งกระโน้น..

 

จินดาพิสุทธิ์หลับตาลง..เหมือนอยากจะได้ยินเสียงนั้นให้ดังขึ้น..

 

เสียงจากห้วงสำนึก..ความกลัวขุดคุ้ยเอามันออกมา..ความทรงจำที่มีผลต่อการแก้ไขความกลัว..

 

“..งูไม่ได้ทำให้ลูกกลัว..แต่ลูกสร้างความกลัวขึ้นมาเอง..มันอาจจะเป็นสัตว์ร้ายมีพิษ..แต่งูก็ไม่ต่างจากสัตว์อื่นที่จะทำร้ายคนก็ต่อเมื่อมีความจำเป็น..”

 

“..งูไม่ได้ทำร้ายลูก..แต่ความกลัวงูทำร้ายลูก..ดังนั้น..พิจารณาความกลัวนั้นไว้นะ..”

 

“..จะทำให้ไม่กลัวได้อย่างไรคะ..”

 

“..ก็แค่เผชิญกับความเป็นจริงให้ได้แค่นั้นเอง..”นายแม่ลูบหัว.. “..เรายังเล็กอยู่..คงไม่เข้าใจหรอก..แต่หากโตขึ้น..จำไว้นะ..เมื่อไหร่ที่กลัว..ก็พยายามเผชิญกับความเป็นจริงให้ได้..เข้าใจมันให้ได้..”

 

แล้วก็ชวนริต้านั่งลง..ขัดสมาธิ..

 

“..ตอนนี้คงยากจะเข้าใจ..แต่วิธีระงับกลัวขั้นต้น..อย่างน้อยก็ลืมมันไปก่อน..นั่งสมาธิกับนายแม่นะ..จิตที่ว่างเปล่าจะทำให้หายกลัวได้ชั่วคราว..”

 

เมื่อมีคนนำ..ริต้าก็นั่งสมาธิ..จนลืมความรู้สึกกลัวไปได้..

 

เพียงแต่..ต่อให้รู้ว่าทำอย่างไรถึงจะลืมกลัว..แต่ก็ไม่อาจจะทำด้วยตนเองได้..

 

จินดาพิสุทธิ์ลืมตาอีกครั้ง..พะอืดพะอมในลำคออีก..

 

เสื้อขาวเลอะอาเจียน..น่าอนาถนัก..

 

ไม่เคยนึกรังเกียจตัวเองขนาดนี้..ใช่..แม้แต่กางเกงก็เปียกชื้น..กลัวจนปัสสาวะรดกางเกงอย่างน่าอายที่สุด..

 

“..ข้าทราบมาว่า..ท่านมีพลังอากาศมนตราที่ร้ายกาจที่สุด..แต่ก็ถูกทำลายไป..เวลานี้..มีกำลังแห่งวาโยธาตุมาทดแทน..แต่ไม่ว่าอย่างไร..เหมือนท่านจะทำอะไรไม่ได้..เมื่อตกอยู่ในฝูงงูของข้า..”

 

เสียงของผู้บงการฝูงงูดังขึ้น..

 

“..น่าอนาถนัก..เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์ต้องเป็นแบบนี้..ความกลัวทำร้ายท่านได้ถึงขนาดนี้..”

 

จินดาพิสุทธิ์ยังไม่ตอบคำ..นางไม่มีกะใจจะโต้ตอบใด ๆ ทั้งสิ้น..

 

“..ข้าสามารถบงการงูได้ยิ่งกว่าศิษย์ร่วมสำนักอย่างนาคาเกล็ดทองมากมายนัก..อันที่จริงข้าไม่ได้อยู่ที่หุบเขาอสรพิษ..แต่การมารอพวกท่านที่หุบเขาอสรพิษ..กลับเป็นกับดักที่ดีประการหนึ่ง..”

 

เสียงของผู้บงการอสรพิษเงียบลง..

 

“..ดูท่านคงสติสัมปชัญญะยังไม่หวนคืนดี..สิ่งเหล่านี้นับเป็นสิ่งประเสริฐนัก..ที่พบเห็นสภาพที่คนทั่วแผ่นดินไม่อาจจะพบเห็น..ความกลัวของเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์..ที่กลัวจนหมดสภาพ..”

 

จินดาพิสุทธิ์รู้ดีว่า..สิ่งที่น่าอาย..ผู้บงการฝูงงูคงได้เห็นแล้ว..

 

ถ้าหากรวบรวม..และใช้อำนาจแห่งวาโยธาตุได้ล่ะก็..

 

ไม่..สติกระเจิงขนาดนี้จะใช้ได้อย่างไร..

 

ต้องรวบรวมสมาธิ..

 

แต่จะทำได้อย่างไรเล่า..

 

ตัวเองนอนหงาย..ปล่อยให้ฝูงงูลำเลียงร่างไปตามพื้น..

 

ภวังค์นึกไปถึงคำสอนของนายแม่อารามขาว..

 

เผชิญกับความเป็นจริง..และเข้าใจมันให้ได้..เมื่อเข้าใจมันได้..ก็จะไม่กลัวมันแล้ว..

 

ที่เรากลัวงู..กลัวเพราะอะไร..เพราะกลัวอันตรายจากมันใช่หรือไม่..

 

ดังนั้น..เรื่องแรกที่จะต้องทำความเข้าใจ..คืองูจะทำอันตรายเราได้อย่างไร..ใช่..มีสองประเภทที่จะทำร้ายเราได้..หนึ่งคืองูพิษที่มีพิษร้ายแรง..สอง..คืองูที่มีร่างกายแข็งแรงที่สามารถรัดเราจนตายได้..

 

อาจจะมีงูขนาดใหญ่ที่ไม่มีพิษ..แต่แรงกัดรุนแรง..อาจจะทำร้ายเราบาดเจ็บได้เช่นกัน..

 

ส่วนตัวลื่น ๆ ..น่าขยะแขยง..มันเพียงแค่ความรู้สึก..ไม่สามารถทำอันตราย..

 

จินดาพิสุทธิ์หลับตานิ่งคิด..

 

หากพวกมันกัดเราไม่ได้..ก็คงทำอันตรายไม่ได้แล้วใช่ไหม..

 

ยิ่งถ้าไม่สามารถรัดเราได้..ก็ยิ่งไม่มีทางทำอันตรายได้เลย..

 

หากว่ามันไม่สามารถทำร้ายเราทำอันตรายกับเรา..ยังจะกลัวมันอีกไหม..

 

สงบใจคิดถึงตอนนี้ได้..กระแสลมก็วูบขึ้น..

 

สติกลับมาแล้ว..ใช่..สติ..สมาธิ..และเมื่อมีสมาธิ..ก็สามารถเดินพลังเรียกวาโยธาตุได้..

 

สีหน้าของจินดาพิสุทธิ์เริ่มกระจ่างขึ้น..ตาสุกใสขึ้น..

 

“..ไม่ว่าท่านจะเป็นใคร..เป็นอะไร..แต่ท่านบังอาจให้เราเป็นแบบนี้..เราจะไม่ให้ละเว้นท่าน..”

 

เสียงจินดาพิสุทธิ์พูด..

 

เสียงหัวเราะ..

 

“..น่าขำ..ท่านหมดสภาพเช่นนี้จะทำอย่างไรได้..”

 

“..ท่านไม่บังควรปล่อยให้ข้าได้ทำความเข้าใจ..นายแม่เคยสอนสั่ง..หากเผชิญกับความจริง..เข้าใจอย่างแท้จริง..ก็จะแก้ไขความกลัวนั้นได้..คำสอนนี้..นายแม่เคยสอนตั้งแต่เด็ก..แต่ข้าไม่เคยคิดจะเข้าใจ..จนกระทั่งเวลานี้..”

 

“..หือ..ท่านเข้าใจอันใด..”

 

“..เข้าใจว่า..ข้าไม่ควรจะกลัวงูของท่านเลยแม้แต่น้อย..”

 

งูที่ขยับเคลื่อนไหว..เริ่มช้าลง..และหยุดนิ่ง..

 

จินดาพิสุทธิ์ขยับร่าง..ค่อย ๆ ลุกขึ้น..

 

พันธนาการที่งูรัดนางก็คลายออก..

 

นางยืนบนฝูงงู..และเผชิญหน้ากับชายคนหนึ่งในชุดสีเขียวคล้ำ..

 

“..ท่านควรจะชื่อว่า..ราชันย์อสรพิษใช่หรือไม่..”

 

คนบงการที่ชื่อราชันย์อสรพิษ..ซึ่งเดินตามร่างของนางมาแต่ต้น..ก็รู้สึกประหลาด..

 

“..เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์..ท่าน..”

 

“..ข้าได้คิด..ว่า..งูของท่านควรจะทำให้ข้ากลัวได้อย่างไร..และบัดนี้..ข้าก็ได้คำตอบแล้ว..”สายตาของจินดาพิสุทธิ์เจิดจ้า..

 

ราชันย์อสรพิษเห็นร่างของนางเหมือนลอยอยู่เหนือฝูงงูเล็กน้อย..

 

“..ขอเพียงงูของท่านทำร้ายข้าไม่ได้.ก็ไม่มีอะไรน่ากลัวแล้วใช่ไหม..”

 

จินดาพิสุทธิ์สูดลมหายใจ..

 

“..งูของท่านทำอันใดข้าไม่ได้อีกแล้ว..”

 

ราชันย์อสรพิษขมวดคิ้ว..

 

งูเห่าตัวหนึ่ง..แผ่แม่เบี้ย..และพุ่งเข้าฉกกัด..

 

แต่มันไม่สามารถฉกกัดอันใด..เพราะเหมือนมีม่านที่มองไม่เห็นขวางอยู่..

 

“..ข้าเพียงใช้อำนาจแห่งลม..ทำให้มีกระแสป้องกันกาย..คล้ายกับเป็นเกราะ..งูท่านคงผ่านเข้ามาไม่ได้แน่..”

 

ร่างของจินดาพิสุทธิ์ลอยขึ้นเหนือพื้นดินแล้ว..แต่สูงราวหนึ่งศอก..กระแสลมป้องกันกาย..เหมือนบาเรียอากาศที่ไม่มีอะไรผ่านเข้ามาได้..

 

ราชันย์อสรพิษอุทานออกมา..บังคับอสรพิษให้โจมตีเจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทราทันที..

 

กระแสลมที่พัดรอบกายเป็นเกราะ..ทวีความรุนแรง..ไม่มีอสรพิษตัวไหน..ผ่านเข้ามาถึงร่างของจินดาพิสุทธิ์เลยแม้แต่น้อย..เมื่อถึงระยะ..มันจะกระดอนกระเด้งออกไปเอง..ทำอันตรายไม่ได้แม้แต่น้อย..

 

จินดาพิสุทธิ์เม้มปาก..

 

“..ข้าครุ่นคิด..นึกถึงวิชาการที่ร่ำเรียนมาเกี่ยวกับงู..นาคาเกล็ดทองศิษย์ร่วมสำนักท่านไฉนถึงควบคุมงูได้แตกต่างจากท่าน..เขาใช้เสียง..และงูไม่มีหู..แต่ก็รับแรงสั่นสะเทือนจากพื้นดินได้..ดังนั้น..เสียงของเขาจึงเหมือนถ่ายทอดผ่านพื้นดิน..”

 

ราชันย์อสรพิษรู้สึกหนาวเยือก..รีบเรียกงูเข้ามาใกล้ ๆ ...รายล้อมคล้ายเกราะป้องกันตัวเช่นกัน..

 

“..แต่ทำไมท่านถึงควบคุมงูได้แปลกประหลาด..และต้องทำในช่วงกลางคืน..นั่นเพราะกลางวันมีแสงสว่าง..มีความร้อน..และความร้อนจากแสงแดดทำให้บางสิ่งบางอย่างผิดเพี้ยนไป..นั่นคือ..สารเคมี..”

 

จินดาพิสุทธิ่เร่งเร้าลมรอบกาย..ราชันย์อสรพิษไหนเลยจะเข้าใจสิ่งที่นางพูดได้..เพราะคำว่าสารเคมี..ไม่ควรจะมีในแผ่นดินแห่งห้าแคว้นนี้..

 

“..ใช่..ท่านใช้สารเคมีหรือนัยหนึ่ง..อาจจะเป็นกลิ่นประหลาดที่งูสามารถรับรู้ได้..งูมีประสาทรับกลิ่นที่ดีที่สุด..และรับกลิ่นผ่านลิ้นที่แลบออกมา..”

 

เจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทราร้องว่า..

 

“..ท่านใช้กลิ่นควบคุมงู..แต่นาคาเกล็ดทองใช้เสียงควบคุม..สองสิ่งนี้มีความแตกต่าง..และงูเป็นสัตว์ที่รับกลิ่นได้ดีที่สุด..ดังนั้น..ท่านจึงควบคุมอสรพิษได้อย่างพิสดารมากกว่า..”

 

ราชันย์อสรพิษรู้สึกถึงความน่ากลัว..

 

นางทราบได้อย่างไร..

 

หากจะบอกว่า..สมัยยังเด็ก..นางเคยทำรายงานเกี่ยวกับงูส่งครู..และค้นกูเกิลศึกษาอย่างละเอียด..เขาก็คงไม่เข้าใจ..แต่แม้จะทำรายงานส่งอาจารย์ในชั้นเรียน..ก็ยังไม่อาจจะทำให้หายกลัวงูได้..

 

แต่หากสามารถตั้งสติ..ระงับความกลัว..เข้าหาความเป็นจริง..ข้อมูลที่ถูกต้อง..เข้าใจอย่างลึกซึ้ง..ก็จะสามารถเอาชนะได้ไม่ยากเย็น..

 

จินดาพิสุทธิ์แค่นเสียง..

 

“..เมื่อข้ารู้เรื่องเหล่านี้..ท่านก็ควรจะเตรียมตัวตายเสีย..”

 

ราชันย์อสรพิษแค่นเสียง..

 

“..ตราบใดที่ข้ายังมีฝูงงู..ท่านอย่าหมายว่าจะทำอันตรายข้าได้..”

 

พูดจบก็รู้สึกประหลาด..

 

เหมือนกระแสลมรอบกายจะพัดขึ้น..

 

เขายังคงสงสัยว่าจินดาพิสุทธิ์จะทำอะไร..แต่ร่างเขาเหมือนลอยขึ้นจากพื้นเล็กน้อย..

 

จินดาพิสุทธิ์แค่นเสียง..

 

“..โชคดี..ข้าไม่ได้เกิดในโลกยุคนี้..โลกยุคข้า..การค้นหาข้อมูลต่าง ๆ ..ล้วนแต่ทำได้ง่ายดายเป็นอย่างยิ่ง..ท่านคงไม่ทราบถึงการทำรายงานส่งอาจารย์ในวิชาชีววิทยาสมัยมัธยมสินะ..”

 

ราชันย์อสรพิษรู้สึกประหลาด..

 

การควบคุมอสรพิษของเขาไม่เหมือนเดิม..

 

“..จินดาพิสุทธิ์..ท่าน..”ราชันย์อสรพิษร้อง..

 

“..ลมจะพัดกลิ่นที่ท่านใช้ควบคุมงูขึ้นฟ้า..เพราะข้าบังคับให้ลมรอบกายท่านเป็นลมหมุน..ดูดทุกอย่างขึ้นสู่เบื้องบน..แน่นอน..รวมทั้งตัวท่านด้วย..”

 

และจินดาพิสุทธิ์ก็ตวาดก้อง..

 

“..หากทุ่มร่างท่านเข้าสู่ฝูงงู..โดยที่ท่านควบคุมมันไม่ได้ล่ะ..”

 

พูดจบ..ร่างราชันย์อสรพิษก็ตกลงกลางฝูงอสรพิษที่เขาสั่งให้มันรวมตัวกันไว้..

 

เสียงร้องโหยหวน..

 

ฝูงงูรุมกัดร่างของราชันย์อสรพิษด้วยความตกใจ..

 

ธรรมชาติของงูจะไม่ทำร้ายใคร..ถ้ามันจะทำร้าย..ก็เพราะคิดว่ามันจะถูกทำร้ายเท่านั้น..

 

เมื่อร่างของราชันย์อสรพิษตกใส่กลางฝูง..มันก็ฉกใส่ร่างนั้นตามสัญชาติญาณ..

 

กลิ่นที่เขาใช้บงการงู..ถูกลมดูดขึ้นเบื้องบน..ไม่อาจจะใช้การในเวลานี้ได้..

 

จินดาพิสุทธิ์แค่นเสียง..

 

“..บ้านฉันเรียกเหตุการณ์แบบนี้ว่า..หมองูตายเพราะงู..”

 

เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์นิ่งสงบ..โบกมือให้เกิดลมรุนแรงเพื่อไล่งูให้หนีไป..

 

ฝูงงูกระจัดกระจายไปแล้ว..เหลือแต่ร่างของราชันย์อสรพิษนอนแน่นิ่ง..หายใจรวยริน..

 

จินดาพิสุทธิ์เดินเข้าใกล้..

 

ราชันย์อสรพิษพูดเสียงแผ่วล้า..

 

“..เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์..จะฆ่าข้าก็ฆ่า..”

 

“..ท่านคงโดนพิษงูจนหมดทางสู้แล้ว..แต่ข้ารู้ว่าท่านยังไม่ตายหรอก..เพราะคนที่เล่นกับงู..ต้องมีการป้องกันตัวไว้ในระดับหนึ่ง..”จินดาพิสุทธิ์ก้มลง..ล้วงในอกเสื้อ..หยิบยาในขวดออกมา..

 

“..นี่คงเป็นยาแก้พิษงูสินะ..”

 

“...ท่าน..”ราชันย์อสรพิษร้อง..

 

จินดาพิสุทธิ์เทยาออกมา..ป้อนเข้าปากเขา..

 

“.เพียงรู้ผลแพ้ชนะ..ฆ่าฟันไม่จำเป็น..เพียงรับปากจะไม่มายุ่งเกี่ยวกับอีก..”

 

ราชันย์อสรพิษพยักหน้า..เคี้ยวยา..กลืนอย่างรวดเร็ว..

 

จินดาพิสุทธิ์แย้มยิ้ม..ลุกขึ้น..และเดินจากไป..

 

ราชันย์อสรพิษถอนหายใจ..นับว่าเขาแพ้อย่างราบคาบ..

 

พิษงูทำให้เขาต้องนอนซม..แต่นับว่าไม่ถึงแก่ชีวิต..

 

ไม่ว่าอย่างไรก็ตกลงใจแล้ว..ว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทราอีก..

 

........

 

ลมเฉื่อยฉิว..

 

ร่างของจินดาพิสุทธิ์เหมือนลอยละล่อง..ร่างเหิรด้วยกำลังแห่งธาตุลมบนยอดไม้..ทะยานไม่หยุดยั้ง..

 

นางฝากให้ลมพัดพาข่าวไปบอกกล่าวแก่เจ้าหญิงอจินไตยแล้ว..

 

การเคลื่อนที่ด้วยกำลังแห่งธาตุลมนั้นรวดเร็วพอ..ไม่ช้าก็ถึงเมืองนภาทองคำ..และถึงที่พักในที่ว่าการไม่ยากนัก..

 

อจินไตยกับมุกดารารออยู่..ต่างยินดีที่สามีปลอดภัย..โดยเฉพาะมุกดารา..โถมกอดอย่างไม่คิดชีวิต..

 

นางคิดว่านางทำให้ท่านพี่ริต้าต้องตกอยู่ในเงื้อมือของราชันย์อสรพิษ..หลังจากนั้นก็เศร้าซึม..เอาแต่ร้องไห้..

 

จวบจนท่านพี่อจินไตยบอกว่า..ท่านพี่ริต้าส่งข่าวผ่านสายลมบอกว่าปลอดภัย..นางก็ยินดี..

 

จินดาพิสุทธิ์กระดากเล็กน้อย..

 

“..ตัวข้าเปรอะเปื้อน..อย่าได้กอดรัดมากไปกว่านี้เลย..”

 

“..ต่อให้ท่านเปรอะเปื้อนเพราะตกไปในบ่อปฏิกูล..ข้าก็จะกอดท่านพี่..”

 

มุกดาราไม่สนอันใดอีก..จนอจินไตยต้องบอกว่า..

 

“..มุกดารา..ให้ริต้าผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเถิด..”

 

จินดาพิสุทธิ์ฝืนยิ้ม..ชุดเลอะเทอะอย่างน่าอายปานนี้..ไหนเลยจะใส่อยู่ได้..

 

แต่ในเมื่อทุกอย่างจบสิ้น..ก็ล้วนแต่น่ายินดี..แม้แต่อาการกลัวงูของจินดาพิสุทธิ์..ก็คล้ายกับจะหายไปแล้วเช่นกัน

 

แสนนภาเจ้าเมืองนภาทองคำสั่งให้คนจัดน้ำอุ่นให้ตามที่อจินไตยร้องขอ..เขาย่อมโล่งใจเมื่อจัดการเรื่องวุ่นวายไปเสียได้..และเจ้าหญิงทั้งสามไม่เป็นอันตราย..หาไม่..ก็คงจะต้องรับโทษจากเจ้าแคว้นเป็นแน่..

 

ไม่ช้า..เจ้าหญิงทั้งสามก็เปลือยกายอยู่ในอ่างน้ำอุ่นอย่างสำราญบานใจ..

 

มุกดาราดูจะทะนุถนอมท่านพี่ริต้ามากขึ้นกว่าเดิม..ทั้งถูหลัง..ถูตัว..ปรนนิบัติอย่างดีเยี่ยม..แต่ก็ไม่ลืมจะปรนนิบัติท่านพี่อจินไตยด้วย..

 

อจินไตยโอบร่างสามี..พูดขึ้นว่า..

 

“..ริต้า..มุกดาราห่วงเธอมากจริง ๆ ..”

 

จินดาพิสุทธิ์ยิ้มเล็กน้อย..

 

“..เธอก็ห่วงฉันด้วย.รู้น่า..”

 

อจินไตยยิ้มด้วยแววตานิ่ง..เสไปพูดอีกเรื่อง..

 

“..ว่าแต่..ราชันย์อสรพิษ.จะไม่มายุ่งเกี่ยวกับเราอีกแล้วใช่ไหม..”

 

“..ก็ได้แต่เชื่อว่าไม่ยุ่งเกี่ยวอีก..แต่ถ้ายังวุ่นวาย..ถือว่าเรามีวิธีจัดการกับเขาแล้ว..ไม่ต้องกังวลไปหรอก..”

 

“..ริต้า..”อจินไตยนิ่งคิด.. “..น่าดีใจนะที่เธอน่าจะหายกลัวงูแล้ว..แต่เราต้องมานั่งคิดกันก่อน..เราแค่เดินทางวันแรก..ก็เจอลอบโจมตีขนาดนี้..แปลว่า..คนชุดม่วงผู้ลึกลับ..และพิรุณเลือด..คงเตรียมการอะไรเพื่อรับมือเราแล้วใช่ไหม..”

 

จินดาพิสุทธิ์ครางอือม์..

 

“..เหมือนพวกนั้นจะรู้การเคลื่อนไหวของเรานะ..”

 

“..การเดินทางไปยังแคว้นธรรพ์ธารา..อาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิดไว้แต่แรก..เพราะเดิมเราจะไปกันแบบลับ ๆ ..แต่เมื่อเป็นเช่นนี้..คงจะลับไม่ได้ล่ะ..”

 

“..เราควรจะปรับเปลี่ยนแผนการดีไหม..”

 

“..เธอว่า..จะเปลี่ยนแผนเป็นยังไงล่ะ..นายแม่ใช้ให้ไปลอบสืบข่าว..ดูการเคลื่อนไหว..หากเป็นแบบนี้..มันคงไม่ใช่ลอบสืบแล้วล่ะ..”

 

“..ถ้าอย่างนั้น..เราก็ควรจะไปแบบเป็นเรื่องเป็นราวไปเลย..มีธุระบังหน้า..ค้างคืนในวังของเจ้าแคว้นธรรพ์ธาราสักหลายคืน..ท่าจะดี..”

 

“..แล้วจะมีธุระอะไรบังหน้าบ้างล่ะ..”อจินไตยคิด.. “..การเปลี่ยนแผนการ..ก็ต้องบอกนายแม่ก่อนนะ..”

 

“..เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง..ส่วนเรื่องธุระข้ออ้าง..เดี๋ยวคงต้องปรึกษานายแม่อีกครั้ง..เอาเป็นว่า..พรุ่งนี้..ต้องจัดทหารองครักษ์ติดตามให้สมกับเป็นการเดินทางของเจ้าหญิงทั้งสามคนจากสามแคว้นสักหน่อย..เพราะเราตั้งใจจะไม่ลักลอบเข้าไปอีกแล้ว..”

 

มุกดาราตักน้ำรดหลังของสามีเมื่อถูหลังเรียบร้อย..

 

“..ท่านพี่..ข้ามีความคิดเห็น..ไม่ทราบว่า..ท่านจะรับฟังหรือไม่..”

 

“..ท่านสามารถพูดได้ตลอด..มุกดารา..”จินดาพิสุทธิ์ยิ้มอย่างเอ็นดู..

 

“..ข้ารู้จักเจ้าชายสรกาญจน์แห่งแคว้นธรรพ์ธารา..เราสนิทกันมาตั้งแต่เด็ก..”

 

จินดาพิสุทธิ์กลืนน้ำลายอึก..

 

“..สนิทกันในระดับไหน..”

 

“..ท่านพ่อกับท่านเจ้าแคว้นเดิมทีมุ่งมาดปรารถนาให้เราสองเกี่ยวดองกัน..แต่เนื่องจากท่าทีของแคว้นธรรพ์ธาราพิกลนัก..การเกี่ยวดองของเราสองจึงไม่อาจสานต่อ..ข้ากับเจ้าชายสรกาญจน์มีความสนใจในสิ่งเดียวกัน..คือการฝึกฝนเพื่อเป็นนักสู้ผู้กล้า..แต่..ท่านไม่ต้องทำตาเขียวเช่นนั้น..ท่านพี่ริต้า..ข้ากับเขาเป็นเพียงสหายเท่านั้น..”

 

“..สหายแค่นั้นนะ..”จินดาพิสุทธิ์เหมือนยังไม่วางใจ..

 

มุกดาราอมยิ้ม..กลอกตาตลบหนึ่ง..ก่อนจะพูดว่า..

 

“..ไม่เชิง..”

 

จินดาพิสุทธิ์ทำท่าแปลก ๆ ..

 

“..ยิ่งพูดยิ่งใจไม่ดีเลย..”

 

“..ข้าคิดกับเขาเป็นเพียงสหาย..แต่เขาไม่คิดเช่นนั้นแน่..เพียงแต่เขาเคารพการตัดสินใจของข้า..เพียงแต่บอกข้าว่า..หากวันใดข้าจะต้องแต่งงานกับใคร..โปรดพาคนที่ข้าแต่งงานด้วยมาเยี่ยมเยียนทำความรู้จักกับเขาบ้าง..”

 

“..อ้อ..ท่านก็เลยรับปาก..”

 

“..หากจะหาอันใดเป็นเหตุผลในการเข้าที่วังแคว้นธรรพ์ธาราไม่ได้..ก็ลองใช้เหตุนี้ดูได้หรือไม่..ข้ามาทำตามสัญญา..เยี่ยมเยียนสหายเก่าตามที่เคยรับปากไว้..”

 

“..แค่นี้เองหรือ..”จินดาพิสุทธิ์นิ่งเล็กน้อย..

 

“..ความจริง..หากจะว่าไป..เราสามคนก็ถือว่าสมรสกันแล้ว..แต่แม้จะไม่จัดพิธีเต็มรูปแบบก็ถือว่าเป็นครอบครัว..การพากันเดินทางท่องเที่ยวหลังพิธีสมรส..ชาวแคว้นข้าก็เป็นที่นิยมอยู่นะ..”

 

จินดาพิสุทธิ์แค่นเสียง..

 

“..เพิ่งรู้..แคว้นมิลินทระมีธรรมเนียมฮันนี่มูนกันด้วย..”

 

มุกดาราทวนคำ..

 

“..ท่านพูดภาษาที่ข้าไม่เข้าใจอีกแล้วนะท่านพี่..”

 

“..เอาเถอะ ๆ ..เพิ่งรู้ว่า..มีธรรมเนียมนี้ด้วย..”

 

“..จริง ๆ มันต้องผ่านพิธีสมรสก่อน..แต่เราก็อาจจะปรับเป็นท่องเที่ยวก่อนสมรสก็ได้..”

 

จินดาพิสุทธิ์ครางอือม์..

 

“..เอาเป็นว่า..เราสามไปฮันนี่มูนกันตามธรรมเนียม..แล้วแวะที่แคว้นธรรพ์ธาราเพื่อเยี่ยมสหายเก่า..เช่นนี้ใช่ไหม..มุกดารา..”

 

“..ท่านเข้าใจถูกแล้ว..”

 

“..ถ้าหากไม่มีเหตุผลอื่นที่ดีกว่า..เราก็ใช้เหตุผลนี้ในการแวะเข้าพักที่วังของแคว้นธรรพ์ธาราสักครา..”

 

“..ถ้าเราจะใช้เหตุผลนี้..ตามธรรมเนียม..ควรส่งใบบอกไปบอกกล่าวกับเจ้าชายสรกาญจน์ก่อน..”

 

“..งั้นก็ไม่ยาก..ท่านจัดการเขียนใบบอก..แล้วให้ท่านเจ้าเมืองส่งม้าเร็วไปยังวังแคว้นธรรพ์ธาราก่อนก็แล้วกัน..”

 

มุกดารายิ้มแย้ม..

 

“..พรุ่งนี้ข้าจะจัดการให้..เราอาจจะพักที่นี่อีกสักวัน..เพื่อให้ได้พักฟื้นจากการสู้กับราชันย์อสรพิษก่อน..เพราะท่านพี่สองปีศาจแห่งอนันตกาลก็ยังไม่หายดีจากพิษงู..ท่านเห็นว่าอย่างไร..”

 

“..ตามใจท่านเถิด..”เสียงจินดาพิสุทธิ์ดูเนือย ๆ พิกล..

 

อจินไตยฟังถึงตอนนี้ก็อดยิ้มไม่ได้..มุกดาราก็เหมือนจะรู้สึกแปลก ๆ ด้วย..

 

“..ท่านพี่.ไฉนท่านถึงดูประหลาดไป..”มุกดาราฉงน..

 

อจินไตยหัวเราะ..

 

“..มุกดารา..ท่านพูดถึงเจ้าชายสรกาญจน์จนอาจจะทำให้ท่านพี่ริต้าของท่านเป็นกังวลก็ได้..”

 

มุกดาราอ้าปากค้าง..

 

“..ท่านพี่..ข้าไม่ได้คิดอันใดกับเขานะ..”

 

อจินไตยหัวเราะอีก..

 

“..คนบางคนมีอารมณ์หึงหวงไม่รู้ตัวหรอกนะ..มุกดารา..”

 

จินดาพิสุทธิ์วักน้ำรดอจินไตย..

 

“..อย่ามาแซวกันแบบนี้..ไม่ชอบนะอจินไตย..”

 

“..โอย..ริต้า..ฉันรู้ว่าเธอไม่ใช่คนขี้หึงขนาดนั้น..”

 

จินดาพิสุทธิ์ยิ้มแปลก ๆ ..

 

“..ไม่รู้ล่ะ..ต้องสร้างความมั่นใจให้ด้วย..มุกดารา..”

 

มุกดารามีสีหน้าแตกตื่น..เกรงกลัวท่านพี่ริต้าของนางโกรธ..

 

”..ท่านพี่..ข้าขอโทษ..”

 

“..ไม่ต้องขอโทษ..เพียงแค่ทำความมั่นใจให้สักนิดก็ใช้ได้แล้ว..”

 

มุกดารามีกริยาลนลาน..

 

“..ข้าต้องทำอย่างไร..”

 

อจินไตยกอดอก..

 

“..มุกดารา..นี่แค่มุกขี้หื่นของริต้าเท่านั้นเอง..อย่าตกใจไปเลยน่า..”

 

มุกดาราชะงัก..

 

“..ท่านพี่ริต้า..จะให้ข้าทำอะไร..”

 

จินดาพิสุทธิ์เอียงแก้ม..

 

“..หอมสิ..”

 

มุกดาราหัวเราะ..นึกว่าอะไร..

 

ต่อให้ไม่เอียงแก้มก็จะหอมอยู่แล้ว..

 

พอจรดปากกับแก้ม..ท่านพี่ริต้าของนางก็รวบนางกอด..และจูบหนัก ๆ ..จูบจนมุกดาราระทวย..

 

อจินไตยหัวเราะ..แต่ก็ไม่คิดว่า..ตัวเองจะถูกรวบตัวด้วย..พร้อมกับรอยจูบหนัก ๆ ฝังที่ซอกคอ..

 

“..อันนี้..เรียกว่ามุกขี้หื่นของจริง..ชื่นใจริต้านัก..อจินไตย..”

 

จินดาพิสุทธิ์พูดพลางหอมพลาง..

 

ดูท่าเส้นทางคืนนี้ยังอีกยาวไกล..

 

แต่ก็เริ่มจากในอ่างอาบน้ำอุ่นนี่แหละ...จบที่ไหน..ก็ไม่ทราบได้..

 

......

 

รถม้าหรูหราขับไปตามทาง..โดยที่คนขับยังคงเป็นแพคเกจ..และศศินาก็นั่งเคียงกัน..

 

หลังจากพักสองสามวัน..ทุกคนก็มีเรี่ยวแรงคึกคักมากขึ้น..แพคเกจกับศศินาฟื้นจากหมดสติแล้ว..อาการดีขึ้นอย่างประหลาด..แม้จะถูกงูกัดหลายจุดอยู่ก็ตาม..

 

สามเจ้าหญิงหารือกัน..จินดาพิสุทธิ์ก็นั่งสมาธิสื่อกับนายแม่และตกลงกันว่า..หากจะเดินทางแบบเปิดเผยไปยังแคว้นธรรพ์ธารา..ก็ควรจะเดินทางในรูปแบบฮันนี่มูน..และเนียนแวะเยี่ยมเยียนเพื่อนเก่าน่าจะดีที่สุด..ดังนั้น..ก็ไม่ต้องเอากองทหารองครักษ์ไปเป็นที่เอิกเริก..เพียงแต่ส่งสาส์นไปบอกเพื่อนเก่าของเจ้าหญิงมุกดารานามเจ้าชายสรกาญจน์ก็น่าจะเพียงพอ..

 

การเดินทางในรูปแบบนี้...ย่อมแตกต่างจากการลักลอบเข้าไป..เพราะหากจะลักลอบเข้าไป..จะต้องเข้าไปอย่างไม่ปรากฏร่องรอย..แต่อีกฝ่าย..เหมือนจะล่วงรู้แล้ว..การลักลอบจึงอาจจะมีอันตรายจากการลอบสังหารมากกว่า..

 

หากส่งสาส์นไปก่อน..จะได้รับการอำนวยความสะดวก..จากเมืองรายทางนับแต่ชายแดนของแคว้นธรรพ์ธาราเป็นต้นมา..ดังนั้น..หากจะมีการลอบสังหาร..จะกระทำได้ยากกว่า..และหากรู้ว่าผู้กระทำการเป็นคนของแคว้นธรรพ์ธาราเอง..ย่อมมีความผิดตามธรรมเนียมเยี่ยมเยียนของแคว้นทั้งห้า..

 

แพคเกจศศินาช่วยกันเป็นสารถีเดินทางอย่างสบายใจ..รถหรูหราได้รับการเทียมม้าหกตัวดังเดิม..เปลี่ยนจากโหมดขับขี่ด้วยมือเป็นรถม้า..ที่ประหยัดแรงคนมากกว่า..

 

เจ้าหญิงทั้งสามนั่งเคียงกันในรถ..มุกดาราหลับในอ้อมกอดของจินดาพิสุทธิ์..และอจินไตยก็กุมมือนางด้วย..

 

จินดาพิสุทธิ์ที่นั่งข้างหนึ่ง..ตรงกลางเป็นมุกดารา..และริมอีกข้างเป็นอจินไตย..

 

อจินไตยอดมองหน้ามุกดาราไม่ได้..

 

“..เด็กกำลังกินกำลังนอนเลยนะริต้า..”

 

จินดาพิสุทธิ์หัวเราะ..

 

“..เมื่อคืน..สงสัยเราจะกินมุกดาราหนักไปหน่อย..”

 

“..ไม่รู้สิ..เด็กอะไรก็ไม่รู้..ทำให้ฉันเป็นคนขี้หื่นทั้งคืนแบบนี้..”

 

“..แหม..ได้ใหม่ลืมของเก่าเลยนะ.อจินไตย..”

 

อจินไตยยิ้มเล็กน้อย..

 

“..ลืมที่ไหน..ขนาดหื่นกับมุกดาราจนนางหมดแรง..ยังจะต่อกับเธอได้เลยริต้า..”

 

จินดาพิสุทธิ์หัวเราะอีก..ดึงร่างอจินไตยให้ซบลงมา..ตัวเองโอบทั้งสองเจ้าหญิงด้วยกัน..

 

เสียงม้าร้อง..รถหยุดกึก..เหมือนแพคเกจกับศศินาจะมีปัญหาการควบคุมรถม้าอีกแล้ว..

 

แต่ทั้งอจินไตยและจินดาพิสุทธิ์รู้สึกประหลาด..ต่างสบตากัน..และผละจากร่างของมุกดาราที่หลับสนิท..เปิดประตูไปยังจุดนั่งของคนขับ..

 

แพคเกจกับศศินาหันมาสบตากับจินดาพิสุทธิ์..

 

“..ริต้า..เขาขวางทางเราไว้..”

 

“.เขา..”แสงสว่างเบื้องหน้า..ทำให้ไม่อาจจะเห็นคนที่ขวางทางชัดเจน..แต่รู้ว่าเป็นคน ๆ หนึ่ง..

 

การที่กล้าขวางทางรถม้า..และมีอะไรสักอย่างที่ทำให้ม้าไม่กล้าพุ่งปะทะ..ต้องไม่ใช่ธรรมดา..

 

อจินไตยอุทานออกมา..

 

“..ไม่..เขาทำไมอยู่ที่นี่..”

 

จินดาพิสุทธิ์เห็นชัดเจนแล้วว่าคน ๆ นั้นเป็นใคร..

 

ตัวเองตื่นเต้นจนต้องกำหมัด..เพราะไม่คิดว่าจะได้เจอคน ๆ นี้ที่นี่..

 

ชายในชุดคลุมยาว..หน้าตาดี..แต่แฝงถึงความริษยา..ดื้อรั้น..

 

เจ้าชายอนันตรัย..แห่งตึกทรงกลด..ตำหนักชิงพลบ..ของแคว้นสนธยานั่นเอง..

 

คน ๆ นี้ฝึกวิชาอากาศมนตราขั้นสูงสุดสำเร็จ..เคยพ่ายแพ้ต่อจินดาพิสุทธิ์ที่มีวิชาอากาศมนตราเช่นกัน..แพ้อย่างหมดรูป..เสียแพรพรรณแห่งทางช้างเผือกให้เจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทราคนนี้..

 

เพียงแต่..เวลานี้..จินดาพิสุทธิ์ถูกทำลายวิชาอากาศมนตรา..แม้จะมีวิชาแห่งวาโยธาตุมาทดแทน..แต่ก็ยังไม่อาจจะเทียบได้กับวิชาอากาศมนตราแม้แต่น้อย..

 

ว่าแต่เจ้าชายอนันตรัย..เขาทำไมถึงปรากฏตัวที่นี่..

 

.....

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น