นางฟ้าโสมม
email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ฉันเป็นสาวแล้ว

ชื่อตอน : ฉันเป็นสาวแล้ว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.5k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 07 มิ.ย. 2562 17:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฉันเป็นสาวแล้ว
แบบอักษร

10 ปีผ่านไป...

 

ท่าอากาศยานนานาชาติ ประเทศไทย

ฝั่งผู้โดนสารขาเข้า หญิงสาวคนหนึ่งบุคลิกสะดุดตาโดดเด่นเห็นมาแต่ไกล แบบนี้สินะที่เขาเรียกว่าออร่า เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่ถูกจัดให้อยู่ในประเภทสาวงาม แต่แบบเธอนี่แหละที่เรียกว่าน่ารักอย่างสมบูรณ์แบบ มองอย่างไรก็ไม่มีเบื่อ ผิวขาวอมชมพูราวกรีบดอกซากุระ ผมยาวสลวยถูกมัดรวบขึ้นสูงเป็นหางม้า รูปร่างอรชอนอ้อนแอ้นภายใต้ชุดเดรสสีขาวที่สั้นเหนือเข่าขึ้นมาเล็กน้อย ถูกสวมทับด้วยเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำอีกที ขาเรียวสวยคู่นั้นสวมสนีคเกอร์ที่วัยรุ่นทั่วไปกำลังฮิตกันอยู่ขณะนี้ การแต่งกายของเธอล้วนแล้วแต่ธรรมดา แต่เมื่อมาอยู่บนตัวเธอกลับดูดีจนเกินบรรยาย

เธอเข็นรถเข็นบรรทุกสัมภาระซึ่งมีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่สองใบ มันใหญ่พอที่จะบังเธอมิดทั้งตัวเลยทีเดียว ดวงตาเรียวเล็กคู่นั้นมองหาคนที่เธอรู้จักแต่ก็ยังไม่เห็นใคร เธอยกข้อมือเรียวขึ้นดูเวลา เครื่องก็ลงตรงตามที่สายการบินแจ้งนี่นา ทำไมป่านนี้พี่วัติยังไม่มาอีก ...เอ หรือว่าพี่วัติจะลืมว่าเธอกลับมาวันนี้ คิดดังนั้นหญิงสาวจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อจะติดต่อหาคนที่ควรมารอเธอที่นี่ แต่ก็มีสายโทรเข้ามาเสียก่อน เมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์ของใครเธอก็ส่งยิ้มหวานใส่โทรศัพท์ก่อนสไลด์หน้าจอรับสาย

“สวัสดีค่ะพี่ตั้ม” เสียงหวานใสเอ่ยอย่างน่ารัก

“ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับ” เสียงทุ้มนุ่มหูส่งผ่านมาตามสาย เรียกรอยยิ้มให้คนปลายสายยิ้มจนตาหยี

“ขอบคุณค่ะ”

“พี่ขอโทษนะ ที่ไปรับน้องแพรไม่ได้” ตั้มขอโทษหญิงสาวเนื่องจากวันนี้เขาติดธุระสำคัญซึ่งไม่สามารถเลี่ยงได้เลยจริงๆ เขาไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าทำไมลูกค้าต้องนัดเซ็นต์สัญญาวันนี้และต้องเป็นตอนนี้เท่านั้น น่าโมโหนัก เขาคิดถึงเธอจะแย่อยู่แล้ว

“ไม่เป็นไรค่ะ อย่าซีเรียสสิคะ แพรไม่ได้โกรธพี่ตั้มซักหน่อย” เธอบอกเขา

“ก็น่ารักแบบนี้ไง พี่ถึงตกหลุมรักอยู่อย่างนี้” ชายหนุ่มหยอดคำหวาน เล่นซะเธอเขินจนหน้าแดงเป็นตำลึง

“พี่ตั้มบ้า แพรไม่คุยด้วยแล้ว”

คำพูดเขินอายของเธอสร้างเสียงหัวเราะให้คนในสายอย่างอารมย์ดี

“โอเคๆ พี่ไม่แกล้งแล้ว ถ้ายังไงถึงบ้านแล้วโทรบอกพี่ด้วยนะครับ”

ชายหนุ่มกำชับเธอให้โทรหาเขาอีกครั้งเมื่อถึงบ้านก่อนจะวางสาย จากนั้นหญิงสาวจึงเดินหาที่นั่งเพื่อที่จะจัดการธุระได้สะดวกขึ้น เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้งเพื่อจะติดต่อวัติจากเบอร์ที่เขาเคยให้ไว้ แต่โทรยังไงก็โทรไม่ติด เธอเลือกที่จะรออย่างใจเย็น บางทีโทรศัพท์พี่วัติอาจแบตเตอรี่หมด รถอาจติด ก็แหงล่ะ การจราจรกรุงเทพฯ ติดขัดยิ่งกว่าอะไรซะอีก ระหว่างที่รอเธอก็ส่งแมสเสจบอกรินลภัทรว่าเธอถึงเมืองไทยแล้ว เนื่องจากเวลาที่นี่เร็วกว่าอังกฤษเกือบ 7 ชั่วโมง ตอนนี้อาของเธอคงหลับอยู่เลยยังไม่ตอบกลับมา

ขณะที่รออยู่นั้น ห่างจากเธอไปไม่ไกลนักมีชายฉกรรก์สี่คนมุ่งหน้าตรงมาทางเธอ กระทั่งชายทั้งสี่เดินมาหยุดลงที่ด้านหลังของเธอ คนที่อยู่ไกล้ที่สุดเอ่ยถามเธอด้วยน้ำเสียงสุภาพ

“คุณแพรพลอยใช่มั๊ยครับ?”

สิ้นประโยคคำถาม แพรพลอยพลันสะดุ้งหันไปมอง ให้ตายเถอะ ผู้ชายหน้าโหดสี่คนยืนอยู่ข้างหลังเธอตั้งแต่เมื่อไรเธอไม่รู้สึกตัวเลยซักนิด แถมยังรู้จักชื่อเธอด้วย หญิงสาวลอบกลืนน้ำลาย จะน่ากลัวเกินไปแล้ว

“เอ่อ...คือ...ใช่ค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ?” แพรพลอยยอมรับและถามกลับแบ่งรับแบ่งสู้

“ผมมารับคุณแพรตามคำสั่งคุณนายมุณินครับ”

เมื่อได้ยินคำตอบของเขาเธอก็ตัวเกร็งขึ้นทันที เธอก้าวถอยหลังไปเกือบสองก้าว เป็นไปไม่ได้ที่แม่ของเธอจะให้คนมารับ ในเมื่อเธอวางแผนการเดินทางไว้แล้วว่าคนที่มารับเธอคือวัติเท่านั้น อีกอย่างผู้ชายสี่คนนี้เธอก็ไม่รู้จัก ชายหนุ่มเห็นท่าทางระวังตัวของเธอเขาจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาใครบางคน ไม่นานก็มีคนรับสาย เขายื่นโทรศัพท์ให้เธอ หญิงสาวลังเลก่อนหยิบโทรศัพท์ท์จากมือเขาขึ้นมาแนบที่หู

“ฮัลโหล” เธอรับสายอย่างไม่มั่นใจนัก

“ยัยแพร นี่แม่เอง”

เมื่อรู้ว่าคนที่อยู่ในสายคือมุณิน ความรู้สึกกดดันที่มีก็พลันหายไปเกินครึ่ง

“แม่ให้คนของแม่ไปรับแกเองแหละ พอดีวัติเค้าติดธุระในไร่น่ะ มีปัญหาอะไรหรือเปล่าลูก?”

“ไม่ค่ะ ไม่มีปัญหาอะไรค่ะแม่” หญิงสาวตอบไม่เต็มเสียงนัก เธอจะกล้ามีปัญหาได้ยังไง ในเมื่อพวกเขาเป็นคนที่แม่เธอส่งมา

“ไม่มีปัญหาอะไรก็ดีแล้ว รีบกลับมานะ แม่รออยู่”

เมื่อคุยกันเข้าใจแล้ว ชายคนนั้นเก็บโทรศัพท์กลับคืนพร้อมผายมือเชิญเธอให้เดินตามเขาไป ส่วนคนที่เหลือก็จัดการกับกระเป๋าเดินทางของเธอ

เมื่อมาถึงที่จอดรถ เธอพบว่ารถที่มารับเธอคันนี้ค่อนข้างหรูเลยทีเดียว การตกแต่งภายในก็ดูเป็นมาตรฐานมากกว่ารถที่ใช้กันทั่วไป แม่เอาเงินจากไหนมาใช้ฟุ่มเฟือยขนาดนี้ อันที่จริงการที่เธอกลับมามันก็มีเหตุผลอยู่...

สี่ปีก่อนหลังจากที่พ่อของเธอจากไปด้วยอาการหัวใจล้มเหลว มุณินเองก็บริหารไร่ขาดทุนมาตลอด ตอนนี้ฐานะการเงินที่บ้านของเธอไม่เหมือนเดิม เพื่อส่งเธอและพี่สาวเรียนอะไรที่ขายได้ก็ขายไปเกือบหมด และถึงแม้ว่าจะเจอปัญหายังไงอิงฟ้าก็คืออิงฟ้า เธอยังคงผลาญเงินเป็นว่าเล่น เรียนก็ไม่จบซักที คบเพื่อนจอมปลอมที่เอาแต่อวดรวยกันไปวันๆ ล่าสุดเธอได้คบกับลูกชายเศรษฐีขุดเจาะน้ำมันถึงได้ทำตัวดีขึ้นมาหน่อย

ส่วนแพรพลอยตัดสินใจที่จะกลับมาเมืองไทย ทั้งๆที่เธอพึ่งจบไฮสคูลและกำลังเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่เธอตั้งใจไว้ เพราะเมื่อสองเดือนก่อนเธอได้รับสายจากมุณิน เธอโทรมาขอร้องให้แพรพลอยกลับมาอยู่เมืองไทย เพราะแบกรับค่าใช้จ่ายของลูกทั้งสองคนไม่ไหว... ไร่เมฆาที่เคยกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาตอนนี้เหลือพื้นที่แค่ให้แมวดิ้นตายเท่านั้น

วันที่เธอบอกรินลภัทรว่าเธอจะกลับบ้าน รินลภัทรไม่ยอม เธอโทรกลับไปต่อว่ามุณินจนเป็นเรื่องราวใหญ่โต กว่าสิบปีที่อังกฤษอารินของเธอนั้นเลี้ยงดูเธอเป็นอย่างดี เนื่องจากอาเขยของเธอก็เป็นคนมีฐานะ มีหน้ามีตาในสังคม ทำให้พวกเธอไม่เดือดร้อนเรื่องเงินเลย แต่ถึงยังไงเธอก็ต้องกลับ ความทรงจำของเธออยู่ที่นั่น พ่อเมฆของเธอเกิดและตายที่นั่น ไร่ของพ่อ บ้านของพ่อ บ้านของเธอ...

 

หลังจากนั่งรถออกจากสนามบินมาได้ซักพัก หญิงสาวก็เริ่มง่วง สงสัยเธอจะเจ๊ทแลคแล้วล่ะ หันมองดูคนที่มาด้วยแล้วเห็นพวกเขาต่างคนต่างนั่งเงียบไม่มีใครพูดอะไร พวกนี้เป็นหุ่นยนต์หรือไงกันนะ คิดเช่นนั้นแล้วเธอจึงหันหน้าออกไปมองบรรยากาศด้านนอกอย่างไม่สนใจพวกเขาอีก ไม่นานนักดวงตาคู่นั้นก็ค่อยๆปิดลง และหลับไปในที่สุด กัณต์ซึ่งนั่งข้างคนขับเหลือบมองเธอผ่านกระจกหลัง เมื่อเห็นเธอหลับไปแล้วเขาจึงส่งสัญญาณให้คนขับชะลอความเร็วลงจนหยุดในที่สุด เขาและลูกน้องอีกสามคนรู้ดีว่าเธอสมควรหลับได้แล้วเนื่องจากบนรถเขาได้วางยานอนหลับอ่อนๆผ่านทางเครื่องปรับอากศ สำหรับคนปรกติแล้วฤทธิ์ยาแค่นี้ก็มากเพียงพอให้หลับยาวไปหลายชั่วโมง แต่สำหรับพวกเขาที่ถูกฝึกมาให้รับมือกับยากล่อมประสาทแทบจะทุกรูปแบบ แค่นี้ไม่ระคายเคืองต่อระบบหายใจของพวกเขาเลยซักนิด

ทันทีที่รถจอดสนิท กัณต์เปิดประตูก้าวลงไป เขาเดินอ้อมไปด้านหลังรถคันที่ตนเองนั่งมา ก็พบรถเอสยูวีสีดำสัญชาติยุโรปจอดอยู่ มองจากภายนอกไม่เห็นอะไรทั้งนั้นเนื่องจากรถติดฟิล์มมืดสนิททั้งคัน เขาส่งสัญญาณให้คนที่นั่งรออยู่ด้านในรู้ว่าทุกอย่างเรียบร้อย

จากนั้นประตูรถเอสยูวีก็เปิดออกเองโดยคนที่อยู่ข้างใน ใครคนนั้นก้าวออกมายืนด้วยท่วงท่าสง่าทรงอำนาจ ส่วนสูงเกินมาตรฐานของเขาน่าจะเกือบสองเมตรได้ ใบหน้าคมเข้มนั้นมีเคราจางๆ ขึ้นตามสันกรามที่ผ่านการแต่งทรงมาแล้วเป็นอย่างดี สายตาคมดุถูกซ่อนไว้ภายใต้แว่นกันแดดสีดำอย่างมิดชิด ใครกันนะที่ดูทรงพลังได้ขนาดนี้ เพียงแค่เขาขยับก็เหมือนมีพลังทำลายล้างที่พร้อมทำลายสิ่งรอบข้างได้แล้ว เขาเป็นเจ้าของประเทศนี้หรือยังไงกัน ทุกความเคลื่อนไหวของเขาแค่ระยะเวลาสั้นๆ ก็เหมือนสะกดให้ทุกสิ่งรอบกายเหมือนถูกแช่แข็ง...

 

/////////

 

เฮียมาล๊าววววว😍🥰

แต่งเองฟินเองนักเลงพอ❤️

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น