Minchol

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 82 ผมรู้นะ ว่าพี่คิดยังไงกับหลงเกอ

ชื่อตอน : บทที่ 82 ผมรู้นะ ว่าพี่คิดยังไงกับหลงเกอ

คำค้น : ซอฟท์วาย,ไป๋หลง,หลงไป๋,ไป๋อวี่,จูอี้หลง,เผิงหลง

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 129

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 17 พ.ค. 2562 18:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 82 ผมรู้นะ ว่าพี่คิดยังไงกับหลงเกอ
แบบอักษร

  ไป๋อวี่ไม่ได้บอกแม่.... ว่าเขาเจอเผิงกวนอิงกับไจ๋เทียนหลิน.... พวกนั้นท้าทายเขา .... เขายอมไม่ได้ ...

  หลงเกอเป็นของผม... ผมไม่ยกให้ใครทั้งนั้น

...

...

  ตอนที่พักการถ่ายทำเพื่อให้ผู้กำกับกับช่างกล้องดูคลิปที่ถ่ายทำไปแล้ว จางฟงก็เข้ามากระซิบว่าไจ๋เทียนหลินอยากคุยด้วย ไป๋อวี่ไม่ได้นึกแปลกใจ เพราะในโรงถ่ายมีหลายสตูดิโอ ไจ๋เทียนหลินมีรายการวาไรตี้ที่ถ่ายทำที่โรงถ่ายเหิงเตี้ยนนี่เป็นประจำอยู่แล้ว แต่ที่เขารู้สึกกลับเป็นความกังวลว่าไจ๋เทียนหลินอาจจะมาคุยกับเขาเรื่องที่เขาทำร้ายหลงเกอจนถึงเลือดตกยางออก

  ไป๋อวี่รีบปลีกตัวออกไปด้านนอกสตูดิโอ เขาเดินตามจางฟงมาที่สวนสาธาณะจำลองที่สร้างขึ้นคั่นระหว่างสองอาคารสตูดิโอ ไจ๋เทียนหลินที่นั่งสูบบุหรี่อยู่ในเก๋งจีน ยกมือข้างที่คีบบุหรี่อยู่ขึ้นทักทายไป๋อวี่

  "ไง นี่พอรู้ว่านายอยู่สตูฯข้างๆ พี่พอมีเวลาเลยแว่บมาหา" ไจ๋เทียนหลินเอ่ยทัก กระตุกรอยยิ้มมุมปากแบบที่เขาชอบทำ ไป๋อวี่ไม่นั่งแต่หยุดยืนอยู่เพียงแค่บันไดขึ้นเก๋ง เขาเคยเจอไจ๋เทียนหลินแต่ไม่ได้สนิทสนมอะไรกัน เคยพูดคุยมากหน่อยก็แค่บนเว่ยปั๋ว ไป๋อวี่มือสองข้างล้วงกระเป๋า เท้าซอยย่ำอยู่กับที่ช้าๆ ก่อนจะตัดสินใจก้าวพรวดขึ้นไปบนเก๋ง

  "ถ้าพี่จะมาคุยเรื่องที่ผมแทงหลงเกอ ผมไม่มีอะไรแก้ตัว ... ผมมันเลว"

นั่นคือประโยคแรกที่เขาเอ่ยกับไจ๋เทียนหลิน มันทำเอาบุหรี่หลุดจากมือนักแสดงรุ่นพี่

  ไจ๋เทียนหลินรีบใช้เท้าขยี้ดับบุหรี่ที่พื้น

  "ใจเย็นๆ ไอ้น้อง พี่ยังไม่รู้เรื่องอะไรที่แกว่าเลย" ไจ๋เทียนหลินรีบปรับสีหน้าที่มีแววตระหนก เผิงกวนอิงคงจะรู้เรื่องนี้แล้ว แต่น่าจะตั้งใจไม่บอกเขา

  "ผมไม่ดีเอง" ไป๋อวี่เสียงอ่อนลง เมื่อรู้ว่าไจ๋เทียนหลินไม่ได้มาต่อว่าเขาเรื่องนี้

  "ที่ผ่านมาเราไม่ค่อยจะมีเวลาได้คุยกันเท่าไหร่นะ งานรัดตัวกันทั้งนั้น" ไจ๋เทียนหลินตัดสินใจพูดเข้าประเด็น เขาไม่มีเวลามาถกเรื่องอื่นกับไป๋อวี่ ไป๋อวี่ครับตอบเบาๆ

  "หาโอกาสคุยกันหน่อยไหม กวนอิงก็อยากจะเจอนายเหมือนกัน" ไจ๋เทียนหลินถาม ไป๋อวี่หยุดย่ำเท้าไปมา เขายืนตัวแข็งอึ้งอยู่อึดใจก่อนจะพยักหน้า

  "ครับ ผมก็อยากเจอเผิงเกอเหมือนกัน"

  "ดี เอาเป็นว่าค่อยนัดวันเวลากันอีกที ดีไหม คงต้องเช็คตารางงานกันดูก่อน" ไจ๋เทียนหลินสรุป เขาลุกขึ้นยืน ก้าวเข้าหาไป๋อวี่ จ้องหน้านักแสดงรุ่นน้องตรงๆ

  "นายมันก็เหลือเกิน มีอะไรพูดกันดีๆก็ได้ ต้องลงไม้ลงมือด้วยเรอะ" เขาปรายตาสำรวจไป๋อวี่หัวจรดเท้าก่อนจะส่ายหัว เบี่ยงตัวเดินผ่านไป๋อวี่ ลงบันไดเตี้ยๆออกไปจากเก๋ง

  ไป๋อวี่ยังยืนล้วงกระเป๋าอยู่ในท่าเดิม ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ จนจางฟงวิ่งมาเรียกให้เขากลับเข้าสตูดิโอ

...

 

  ไป๋อวี่ได้เจอเผิงกวนอิงเร็วกว่าที่คิด ไจ๋เทียนหลินก็มาด้วย ดูเหมือนพวกเขาวางแผนว่าจะไปเจอจูอี้หลงก่อน แต่ตารางเวลาที่แน่นเอี๊ยดของจูอี้หลงทำให้ต้องเปลี่ยนแผน

  พวกเขาเลือกที่จะเจอกันที่ห้องพักของไป๋อวี่ในปักกิ่ง ไจ๋เทียนหลินหลบไปนั่งดื่มเบียร์เงียบๆที่ระเบียง ในขณะที่เผิงกวนอิงกับไป๋อวี่นั่งคุมเชิงกันอยู่ตรงห้องรับแขก ไม่มีใครยอมพูดหรือดื่ม ส่วนถังซันกับเหล่ยลี่ก็ไม่มีใครยอมถอยให้ใคร ต่างก็ปฏิเสธที่จะออกไปจากห้อง เลยยึดหัวหาดคุมเชิงกันอยู่ที่เค้าเตอร์ในแพนทรี

 

  "นายมันเห็นแก่ตัว เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ก็คือเป็นไปไม่ได้" ในที่สุดเผิงกวนอิงก็เป็นคนเริ่มทำลายความเงียบก่อน

  "นายมันเห็นแต่ความสุขตัวเอง ไม่เห็นหรือไงว่านายทำให้คนที่นายรักเจ็บปวดขนาดไหน" เผิงกวนอิงพูดต่อเมื่อเห็นไป๋อวี่เงียบอยู่ ริมฝีปากล่างของไป๋อวี่เริ่มขยับขึ้นมาคลุมริมฝีปากบน บ่งบอกความไม่ยินยอมพร้อมใจของเขา

  "พี่อย่าเอาแต่กล่าวหาผม ยุติธรรมกับผมหน่อย" ไป๋อวี่ท้วง น้ำเสียงฟังดูขมขื่น

  "นายคิดว่าฉันไม่ยุติธรรมกับนายงั้นเหรอ" เผิงกวนอิงย้อนถาม จ้องหน้าไป๋อวี่ตรงๆ

  "โลกต่างหากที่ไม่ยุติธรรม" เขาชี้มือออกไปทางระเบียง

  "นายไม่ใช่คนเดียวในชีวิตเขา นายจะให้เขาทิ้งคนที่เขารัก คนที่เขาห่วงใยทุกคนมาหานายหรือไง" เผิงกวนอิงถาม

  "พี่คงไม่ได้หมายถึงตัวพี่เองนะ" ไป๋อวี่ถาม ตระหวัดหางตามอง เขาไม่อยากมองเผิงกวนอิงตรงๆ เพราะเกรงว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจไปว่าเขาหาเรื่อง

  "นายอย่ามาหาเรื่องฉัน" .... นั่นไง นึกแล้ว ... ผมหาเรื่องพี่ที่ไหน พี่กินปูนร้อนท้องเองต่างหาก ...ไป๋อวี่นึกก่อนจะถอนใจบางๆ

  "ถ้างั้นก็ให้คนที่พี่เอ่ยถึงพวกนั้นมาพูดกับผมเอง"

  "ฝันไปเถอะ" เผิงกวนอิงกระแทกเสียง แล้วจึงค่อยๆระงับอารมณ์ กล่าวเสียงอ่อนลง

  "อาหลงไม่ใช่คนเห็นแก่ตัว เขานึกถึงคนอื่นก่อนจะนึกถึงตัวเอง นายก็รู้" เขาขยับตัวมาข้างหน้า เอื้อมมือมาจับเข่าไป๋อวี่

  "เลิกทรมานเขาเสียที" เผิงกวนอิงพยายามจะสบตาไป๋อวี่ที่เมินมองไปทางอื่นด้วยหน้าตาที่เริ่มบูดบึ้ง

  "ตัดใจไปตามทางของนายซะ" เขากล่าวเรียบๆ

  "แล้วพี่ล่ะ จะตัดใจมั้ย" ไป๋อวี่ย้อนถาม ขยับเข่าออกจากการเกาะกุมของเผิงกวนอิงแต่ยังไม่ยอมหันมามองตรงๆ

  "ฉันพูดเรื่องนายกับอาหลง นายอย่ามาหาเรื่องเฉไฉ"

  "พี่นึกว่าผมโง่ ผมตาบอดหรือยังไง" ไป๋อวี่รุกบ้าง ทำอาเผิงกวนอิงอึ้ง

  "ผมรู้นะว่าพี่คิดยังไงกับหลงเกอ" คราวนี้ ไปอวี่จ้องหน้าเผิงกวนอิงเขม็ง 

...

 

  ตรงเค้าเตอร์ที่แพนทรี ถังซันที่ฟังบทสนทนาอยู่เงียบๆก็จ้องหน้าเหล่ยลี่เขม็ง เหล่ยลี่ยกกระป๋องเบียร์ขึ้นซด แล้วโน้มตัวข้ามเค้าเตอร์มาทางถังซัน นัยน์ตาชำเลืองไปทางเผิงกวนอิงกับไป๋อวี่

  "ความสัมพันธ์ของเผิงเหล่าซือกับจูเหล่าซือ ..ไป๋เหล่าซือไม่มีทางเทียบชั้นได้หรอก" เหล่ยลี่กระซิบ หันมายักคิ้วขึ้นข้างนึงให้ถังซัน ถังซันกระแทกกระป๋องเบียร์ลงบนเค้าเตอร์อย่างไม่สบอารมณ์

...

 

  "ฉันจะคิดยังไงก็ไม่เกี่ยวกับนาย เพราะฉันไม่เหมือนนาย" เผิงกวนอิงกล่าวตอบทันทีที่หายอึ้ง

  "พี่รักหลงเกอมั้ย" ไป๋อวี่ถามเสียงห้วนๆ

  "รัก" คำตอบห้วนไม่แพ้กันด้วยความโมโห ทำเอาไป๋อวี่นึกเสียใจที่ถาม

  "มากกว่าที่นายรักหลายเท่า" เผิงกวนอิงพูดต่อ อยากรู้นักก็จะบอกให้รู้ .... รักของฉันไม่เห็นแก่ตัวเหมือนรักของนาย...

  "หลงเกอ หลงเกอรู้มั้ย" ไป๋อวี่เริ่มตะกุกตะกัก เผิงกวนอิงต้องอึ้งอีกครั้ง

  "........"

  "แล้ว... หลงเกอรักพี่มั้ย" ไป๋อวี่เปลี่ยนคำถาม เสียงเบาลง.... ในใจนึกกลัวที่จะฟังคำตอบ

  "นายคิดว่าไงล่ะ" เผิงกวนอิงเริ่มได้สติ เขาย้อนถาม ไป๋อวี่ทำตาลุก

  "หลงเกอเป็นของผม" เสียงเขาเริ่มดังขึ้นอีก

  "เขาไม่ได้เป็นของใคร นายเข้าใจหน่อยได้ไหม"

  "หลงเกอเป็นของผม" ไป๋อวี่ยืนยัน ....พี่ต่างหากที่ไม่เข้าใจ

  "เหล่าไป๋ ถ้านายยังไม่ยอมเข้าใจอยู่อย่างนี้ เรื่องของนายกับหลงเกอของนายมันก็ไม่มีวันเป็นไปได้" เผิงกวนอิงเริ่มหมดความอดทน

  "เขาเป็นของผม พี่ไม่ต้องมาพูดให้เป็นอย่างอื่น แล้วพี่ก็รีบไสหัวไปให้พ้นๆหลงเกอเลย" ไป๋อวี่เอ่ยอย่างเหลืออด ...เป็นพี่ต่างหากที่หน้าด้านหน้าทนอยู่

  "งั้นนายให้เขามาบอกฉัน ถ้าเขาบอกให้ฉันไปฉันจะไป" เผิงกวนอิงว่า ไป๋อวี่เงียบ...

  "ไม่งั้นฉันจะบอกเขา ให้เขาบอกให้นายไป... ให้พ้นๆ" ได้ยินคำพูดนี้ของเผิงกวนอิงไป๋อวี่ก็สั่นไปทั้งตัว สองมือบีบหัวเข่าแน่นจนนิ้วเกร็งไปหมด

  "ได้ ผมจะพิสูจน์ให้พี่เห็นว่าหลงเกอรักผม ไม่ได้รักพี่" พูดจบไป๋อวี่ก็ลุกพรวดขึ้นยืน เป็นสัญญานให้รู้ว่าไม่ต้องการคุยต่อ

...

  ถังซันขยับตัวลงจากสตูลตรงเค้าเตอร์ แสยะยิ้มให้เหล่ยลี่

  "นายโชคดีไป ไม่งั้นได้ปากแตกแน่" แล้วเขาก็ผายมือเชิญเหล่ยลี่ไปทางประตูห้อง

...

 

  เมื่อเห็นทุกคนลุกขึ้นยืน ไจ๋เทียนหลินก็เดินเข้ามาจากทางระเบียง แอบถอนหายใจยาวเบาๆ เขาโล่งใจที่ไม่มีใครลงมือกับใคร เขามาอยู่ตรงนี้ก็เพื่อเป็นคนกลาง คอยไกล่เกลี่ยหากเกิดเรื่องถึงขั้นต่อยตีกัน นับว่าไป๋อวี่เป็นผู้ใหญ่มากกว่าที่เขาคิด ... จริงสินะ นายหนวดนี่ต้องมีอะไรดีอยู่แน่ๆ ไม่งั้นอาหลงจะยอมรับกับกวนอิงได้ยังไง ว่า "รัก"

  ไอ้หนุ่มนี่ก็แค่"หึง" เลยไม่ยอมจะทำความเข้าใจว่ากวนอิงพยายามจะบอกอะไร บางที ถ้าเปลี่ยนเป็นคนอื่นพูด เขาอาจจะยอมรับฟังก็ได้

 

 

  พอเผิงกวนอิงกับพวกก้าวพ้นออกจากห้องไป ไป๋อวี่ก็รีบโทรศัพท์หามารดา ทวงสัญญาจากเธอ เร่งรัดเธอให้หาหนทางให้เขาพบกับหลงเกอ... แต่พอเขามีโอกาศได้พบจริงๆ กลับลืมไปว่าเขามีเวลาอยู่เพียงน้อยนิด... แค่เพียงมีโอกาศแสดงความรักที่เขามีอย่างหมดใจ แต่ไม่มีโอกาศได้พูดคุยกันดีๆ...

 

ก่อนจากกับคุณนายไป๋ที่เซี่ยงไฮ้ไป๋อวี่ก็ได้แต่กุมมือเธอ... แม่ ...ผมคงต้องพึ่งแม่แล้ว แม่หาโอกาศคุยกับหลงเกอให้ผมนะ แม่ต้องบอกหลงเกอนะ ว่าพ่อกับแม่ไม่ได้รังเกียจเขา.... แม่...

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}