เจ้าชิบะ

ฝากสนับสนุนนิยายด้วยนะคะ

รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 18

ชื่อตอน : รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 18

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 35.9k

ความคิดเห็น : 25

ปรับปรุงล่าสุด : 19 พ.ค. 2562 12:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 18
แบบอักษร

18 

 

 

 

 

เกร้ง ~ 

 

“ยินดีตอนรับค่า ..อ้าว เพลิง” ฝนรีบยิ้มกว้างทันที เมื่อเห็นว่าเพลิงเดินเข้ามาในร้าน ก่อนจะรีบเดินออกจากเคาน์เตอร์ไปหาด้วยความสดใส  

“หวัดดีครับพี่ฝน” เพลิงยกมือไหว้คนแก่กว่า พร้อมส่งยิ้มที่มองเห็นแค่ว่าเพลิงกำลังยิ้มให้จากตาที่หยี่ลงเท่านั้น 

“โห่ หายไปนานเลย พี่คิดว่าเพลิงจะหนีพี่ซะอีก แล้วนี่เป็นอะไรหรอ ไม่สบายหรือไง” ฝนถาม เมื่อเห็นเพลิงใส่หน้ากากอนามัยปิดเอาไว้  

“นิดหน่อยพี่ ร่างกายปรับอุณภูมิตอนซ้อมวิ่งไม่ทันน่ะ” เพลิงตอบฝนด้วยท่าทีปกติ แต่ไม่ได้บอกไปอีกส่วนที่ว่าโดนแอร์จ่อหัวกับตากฝนจนเป็นไข้ 

“เป็นมากี่วันแล้ว อาการเป็นไงบ้าง กินยามาหรือยัง” ฝนรีบถามด้วยความเป็นห่วง กลัวว่าเพลิงจะเป็นหนัก  

“ไข้ขึ้นเมื่อวานตอนเช้า ส่วนยาผมกินมาเรียบร้อย ผมไม่เป็นอะไรมากหรอกครับ แปปๆเดี๋ยวก็หาย” เพลิงยิ้มบอกฝน เพื่อให้ฝนสบายใจขึ้น หลังเห็นว่าฝนกำลังส่งสายตาห่วงใยมาที่เขา  

“นี่ อย่าพึ่งทำตัวสบายใจแล้วคิดว่าแค่เป็นไข้แค่นี้สิ อาการหนักขึ้นมาจะแย่นะ” 

“ไม่เป็นไรพี่ ผมโอเค ไม่ต้องเป็นห่วง” เพลิงรีบบอกยืนยันสุขภาพของตัวเอง ยิ่งเห็นคนตรงหน้าดูจะเป็นห่วงมากขึ้น พอดีกับใครบางคนที่เดินเข้ามาสบทบยืนกับเพลิงข้างๆ พลางแซวคนอายุเยอะกว่า เมื่อเห็นว่าฝนกำลังแสดงความรู้สึกของตัวเองจนออกนอกหน้า 

“แหมๆ เป็นห่วงไอ้เพลิงมันจริงจริ๊งง เมื่อวันก่อนผมก็ตากฝน เจ้ไม่คิดเป็นห่วงผมเหมือนไอ้เพลิงบ้างหรือไง” สองแซว พร้อมหรี่ตามองฝน จนฝนหน้าขึ้นสีระเรื่อเมื่อถูกสองจับได้ 

“หัวสองหนาอย่างกับอะไร พี่ไม่เป็นห่วงหรอก แล้วนี้สองพาเพลิงนั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์มางั้นหรอ” ฝนหันไปถาม เมื่อรู้ว่าเพลิงไม่ได้มาคนเดียว แต่มากับสองที่ชอบขับมอเตอร์ไซค์มาเอาเค้กที่ร้านเธอ สองพยักหน้า จนฝนแถบถลึงตาใส่ รู้ทั้งรู้ว่าเพลิงไม่สบาย ยังจะพานั่งมอเตอร์ไซค์ตากลมมาอีก 

“หยุดมองผมแบบนั้นเลยเจ้ คนเสนอหน้ามาด้วยคือไอ้ตัวนู่นต่างหาก” สองว่าพร้อมชี้ไปทางเพลิงที่ยืนข้างๆ ทำให้ฝนรีบกลับมายิ้มอย่างดีใจ เมื่อรู้ว่าเพลิงเป็นคนเสนอตัวมาเอง 

“แล้วเพลิงอยากมาร้านพี่ อยากได้อะไรหรอ” ฝนหันไปถามเพลิงด้วยตาเป็นประกาย 

“อ่อ ผมแค่ขับรถมาซื้ออาหารหมาน่ะครับ ไม่ได้มาซื้อเค้ก” เพลิงตอบทำเอาฝนยิ้มค้างไปต่อไม่ถูกทันที จนสองถึงกับหลุดขำอย่างไม่ปิดบัง 

“พรืดด ฮ่าๆๆ! หน้าแตกมั้ยล่ะเจ้ ที่มันมานี่ เพราะผมต้องออกมาเอาเค้กกาแฟให้เฮีย พวกผมเลยติดพ่วงออกมาพร้อมกัน อย่าคิดเยอะสิ” สองว่าอย่างขำๆ ก่อนจะถูกฝนตีเข้าที่แขนพลางทำหน้างอใส่ สองรีบยกมือเข้าลูบแขนรัว แต่ก็ยังยิ้มขำอยู่ เพลิงเองก็ตลกกับสอง ก่อนเดินตามฝนไปที่เคาน์เตอร์คิดเงิน เพื่อรอรับเค้กที่พีคสั่ง ไม่นานฝนก็ออกมาพร้อมเค้กกล่องเล็กๆที่ฝนทำแยกไว้พิเศษ  

“ไอ้สอง ถามหน่อย คือมึงบอกว่าไอ้พีคไม่กินหวานถูกป่ะ แต่ทำไมถึงแดกเค้กกาแฟวะ” เพลิงย่นคิ้วถามสองอย่างสงสัย แต่ไม่ใช่สองที่ตอบเพลิงเรื่องเค้ก แต่เป็นฝนที่เข้ามาตอบแทน 

“เค้กกาแฟพี่พีคเค้าไม่ได้หวานเหมือนเค้กชิ้นอื่นหรอก ตอนพี่เปิดร้านใหม่ๆ พี่พีคเค้าขอให้พี่ทำเค้กแบบเฉพาะให้ เพื่อเป็นการอุดหนุนพี่ตอนเปิดร้านน่ะ แต่ดูเหมือนพี่ทำถูกปากพี่เค้ามั้ง เลยสั่งกินประจำ” ฝนบอก 

“พี่ฝนนี่เก่งนะครับ ทำเค้กให้คนไม่กินหวานกินเค้กได้ด้วย” เพลิงพูดชม พลางส่งยิ้มให้ ทำเอาฝนยิ้มกว้างตามทันที 

“งั้น..ทำไมเพลิงไม่ลองกินเค้กร้านพี่ดูล่ะ และถ้าอยากให้แก้เป็นรสชาติแบบไหน บอกพี่ได้เลย เดี๋ยวพี่ทำให้” ฝนรีบพูดเสนอ ชักชวนให้เพลิงกินเค้กร้านตัวเอง เพื่อเอาใจคนตรงหน้า 

“โหว ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้พี่ ปกติผมกินเค้กแค่ไม่กี่อย่างเอง” เพลิงปฏิเสธ เพราะค่อนข้างเกรงใจฝนอยู่หน่อย แล้วก็ไม่ใช่พวกกินเค้กตามที่บอกฝนไปขนาดนั้น 

“งั้นพี่ให้เพลิงเอาไปกินฟรีก่อน ถ้าชอบแล้วค่อยว่ากัน” ฝนยิ้มแป้นพูดเสนอ พยักพเยิดให้เพลิงเอาเค้กไปกินให้ได้ เพลิงยืนลังเลอยู่หน่อย เพราะไม่รู้ว่าจะกินอะไร แต่สุดท้ายก็ยอม เพราะทนสายตาอ้อนวอนเหมือนเด็กผู้หญิงของฝนไม่ได้  

“ก็ได้ครับ งั้นพี่ช่วยเลือกให้ผมหน่อยแล้วกัน ผมไม่รู้จะกินอะไร” ว่าจบ ฝนถึงกับยิ้มจนตาหยี่ ก่อนจะรีบเดินไปเลือกเค้กขนาดเล็กที่ตู้ด้านข้างใส่กล่องให้ แล้วเดินกลับมาใส่ถุงแยกกับของพีคยื่นมาให้ 

“นี่ของเพลิง พี่ให้ฟรี” ฝนบอก 

“อ่าว แล้วของผมอ่ะ ผมก็กินเค้กเหมือนกันนะ” สองเห็นว่าเพลิงได้เค้กฟรีอยู่คนเดียว เลยแกล้งท้วงฝน ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าฝนตั้งใจให้เพลิงเพราะอะไร 

“อยากกินก็จ่ายมา สองมาบ่อย พี่ไม่ให้ฟรีหรอกนะ”  

“โห่ โครตสองมาตรฐาน” สองบุ้ยปากว่า ก่อนจะหยิบตังจ่ายค่าเค้กให้กับฝนพลางทำปากขมุบขมิบนินทาคนสองมาตรฐาน ฝนเห็นจึงทำท่าหยิบแบงค์ไปตี ซึ่งสองก็ถอยหนีออกมานิดหน่อย ก่อนจะหัวเราะออกมา และเมื่อหมดธุระแล้ว เพลิงกับสองก็พากันแยกกับฝน โดยมีฝนเดินออกมาส่งพร้อมโบกมือลา 

“สอง ขับรถพาเพลิงกลับดีๆนะ อย่าขับเร็ว เดี๋ยวป่วยกว่าเดิม” ฝนพูดบอกสอง 

“โอ้ยเจ้ ไอ้เพลิงไม่ใช่เด็กแปดขวบนะเว้ย ห่วงมากก็ยกมันกลับไปเลี้ยงเลยไป” สองหันไปว่า พูดบอกประชด จนฝนแยกเขี้ยวใส่ 

“จะบ้าหรอไงสอง ..เพลิง กลับดีๆแล้วอย่าลืมกินยานะ” น้ำเสียงหวานทันทีเมื่อหันไปคุยกับเพลิง จนสองกรอกตามองบน เพลิงมองทั้งคู่สลับกันอย่างตลก ก่อนจะหันไปโบกมือลาฝนกลับ แล้วตบไหล่สองให้ออกรถไปทันที 

 

สองขับมอไซค์พาเพลิงกลับจากร้านของฝนได้ไม่นาน ก่อนจะกลับมาอยู่ที่บ้านพีคตามเดิม สองลงจากรถแล้วแยกไปคุยกับเพื่อนแปปนึงก่อนจะเข้าไปในบ้าน เพลิงเองก็เดินถือถุงอาหารหมาตามเข้าไป แล้วเดินแยกตรงไปทางหลังบ้าน เพื่อไปเรียกเต้าหู้ที่นอนอยู่สวนหลังบ้านให้มากินข้าว ส่วนทางด้านสอง กำลังเตรียมเค้กกับกาแฟไปให้พีคที่ห้องด้านบน แต่ทว่าพีคกลับเดินลงมาที่ครัวเพื่อเดินมาดูของกินเสียก่อน 

“อ้าวเฮีย ทำงานเสร็จแล้วหรอ” สองหันไปถาม เมื่อเห็นว่าพีคเดินเข้ามา 

“ยัง กูแค่ย้ายลงมาทำงานข้างล่าง แล้วเค้กนี่อะไร มึงสั่งมาทำไมสองกล่อง” พีคถามเสียงเข้ม เมื่อเห็นว่าสองสั่งเกินตามที่เขาบอก 

“ผมซื้อมากล่องเดียวเฮีย อีกกล่องของไอ้เพลิงมัน” สองบอก จนพีคเลิกคิ้วมองอย่างสงสัย 

“ไอ้เพลิงกินอะไรแบบนี้ด้วยหรอ” 

“ไม่น่าจะชอบขนาดนั้นนะเฮีย เพราะตอนบอกเจ้ฝนมันยังพูดอยู่เลยว่ากินแค่ไม่กี่อย่าง ส่วนนี่น่ะ เจ้ฝนเค้าให้มากินฟรีๆ” สองว่า แต่เหมือนจะปูอะไรบางอย่างไว้ ทำให้พีคสงสัยมากกว่าเดิม 

“ฝนเนี่ยนะให้ของฟรี ปกติไม่ซื้อเกินงบไม่แถมให้หรอก ยัยนั่นขี้งกจะตาย” พีคพูดตามความจริง เพราะรุ่นน้องคนนี้เขารู้จักมาตั้งแต่สมัยเรียน เลยรู้ว่าถึงฝนจะน่ารัก แต่เรื่องเงินๆเรื่องทองๆ จัดว่างกตัวแม่เลยก็ว่าได้ 

“งกจริงเฮีย ตอนผมขอฟรีมั้ง แทบเอาเงินตบหัว” สองพูดเสริม 

“แล้วไปทำอีท่าไหนถึงได้ฟรีมา” พีคถามอีกครั้ง ก่อนที่สองจะยิ้มอย่างมีเลศนัย 

“จะอะไรซะอีกเฮีย เจ้ฝนเค้าชอบไอ้เพลิงน่ะสิ นี่ถึงขั้นเอาเค้กฟรีกับเรื่องสอนทำเค้กมาล่อเลยนะ” สองพูดฟ้องไม่ได้จริงจังมาก  แต่ทำเอาพีคผงะไปพักนึงเลย เมื่อรู้ว่ารุ่นน้องที่สนิทด้วยดันคิดเกินเลยกับเพลิง ยิ่งเป็นผู้หญิงน่ารัก รักทำขนมด้วย ยิ่งทำให้พีคคิดว่าเพลิงมีโอกาสโดนอีกฝ่ายตกแน่ๆ  

“แล้วนี่เฮียจะเอากาแฟเลยมั้ย ผมจะได้เอาออกไปวางให้เลย” สองถามอีกรอบ เห็นว่าพีคดูเงียบๆไป พีคที่ยืนคิดเรื่องฝนอยู่ รีบผละจากความคิดแล้วเหลือบมองสองที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ก่อนพยักหน้าตอบเรื่องกาแฟ 

“เดี๋ยวเอาไปให้ที่ห้องนั่งเล่นแล้วกัน กูนั่งทำงานอยู่ตรงนั้น” พีคบอก ก่อนเดินถือเอกสารออกไปนั่งทำงานที่ห้องนั่งเล่น พีคทิ้งตัวลงนั่งวางเอกสารของร้านไว้ที่โต๊ะเล็กด้านหน้า ก่อนจะหยิบเอกสารบางตัวขึ้นมาอ่านอย่างตั้งใจ โดยมีสองเดินเอากาแฟกับเค้กมาวางทิ้งไว้ให้ แล้วปล่อยให้พีคนั่งทำงานอยู่ในห้องนั้นคนเดียว  

พีคใช้เวลาในการทำงานอยู่คนเดียวนานพอสมควร โดยไม่ได้สนใจเลยว่าอากาศภายนอกจะเป็นยังไง ก่อนจะได้ยินเสียงพวกลูกน้องที่พากันวิ่งเข้าบ้านมาอย่างแตกตื่น ซึ่งนั่นทำให้พีคต้องผละจากเอกสารแล้วหันหลังไปมอง  

“เป็นบ้าอะไรของพวกมึงห๊ะ จะเสียงดังกันทำไม” พีคหันไปว่าด้วยน้ำเสียงดุๆ เมื่อถูกพวกลูกน้องทำเสียงรบกวน 

“ขอโทษเฮีย ก็ฝนอ่ะดิ จู่ๆแม่งก็เทสาดลงมาเม็ดเบอเร้อ พวกผมวิ่งหลบแทบไม่ทัน” ไวเป็นตัวแทนพูดบอกกับพีค โดยที่เพื่อนคนอื่นพยักหน้าตามเพื่อยืนยัน พีคที่พึ่งรู้ว่าฝนตกเลยหันไปมองออกนอกตรงประตูกระจก ก่อนจะถอนหายใจเซ็ง เมื่อต้องเตรียมลุกย้ายที่กลับขึ้นข้างบนเหมือนเดิม 

“เออๆ จะอยู่ก็อยู่ไป ฝนซาแล้วค่อยแยกกลับไปทำงาน แต่พวกมึงอย่าทำเสียงดังล่ะ กูจะทำงาน” พีคว่า พลางหยิบกองเอกสารลุกเดินขึ้นไปข้างบน ปล่อยให้พวกลูกน้องใช้ชีวิตอยู่ข้างล่างกันไป แต่ระหว่างขึ้นไปเปิดประตูเข้าห้อง พีคเหมือนพึ่งจะนึกอะไรได้ และกำลังจะปิดประตูกลับลงไป แต่สายตากลับไปสะดุดกับร่างใต้ผ้าห่ม ทำให้พีคยกยิ้มมุมปากขึ้นมาหน่อยๆ เมื่อคนที่พึ่งนึกได้ กำลังนอนคดอยู่บนเตียง  

“ไอ้เพลิง” พีคเรียกทักเพลิง เพื่อเช็คว่าหลับไปหรือยัง แต่สายตาที่ลืมขึ้นเหลือบมองพีคนิดหน่อย ช่วยยืนยันได้ว่าเพลิงยังไม่หลับ แต่ก็ใกล้หลับเต็มที 

“อะไร” เพลิงตอบเสียงแผ่ว 

“มึงไปทำงานไหวมั้ย” พีคถาม พร้อมเดินเข้าไปหาเพลิง ก่อนจะยืนมองอยู่ข้างๆเตียง  

“ไหว แค่ขึ้นมานอนพักแปปนึง” เพลิงตอบด้วยน้ำเสียงงัวเงีย ก่อนจะหลับตาลงไปต่อ พีคก้มเอามือไปอังหน้าผาก เพื่อวัดอุณภูมิร่างกาย แต่เมื่อมือเข้าสัมผัส พีคกลับย่นคิ้วขึ้นหน่อยๆ เพราะเพลิงดูตัวร้อนขึ้นจากเมื่อวาน  

“ไอ้เพลิง รู้ตัวมั้ยว่าไข้ขึ้น” พีคบอกเสียงเข้ม 

“นอนพักเดี๋ยวก็หาย มึงนั่นแหละ จะไปไหนก็ไป ชวนคุยอยู่ได้ เดี๋ยวกูไม่ได้นอนพอดี” เพลิงพูดไล่ ก่อนจับผ้าห่มเลื่อนขึ้นมาปิดหน้าหนี พีคเห็นว่าเพลิงตั้งใจจะนอน เลยไม่ได้ถามรบกวนอะไรอีก ก่อนจะเดินกลับไปที่โต๊ะทำงาน เพื่อเคลียร์เอกสารที่ร้านต่อให้เสร็จ ปล่อยให้อีกคนนอนพักยาวต่อไป  

 

 

14.20 น. 

 

        เกือบสี่ชั่วโมงที่พีคปล่อยให้เพลิงนอนพักอยู่ที่เตียงคนเดียว พีคพึ่งเคลียร์เอกสารเสร็จและอาบน้ำแต่งตัวได้ไม่นาน  ก่อนจะเดินมานั่งขอบเตียงข้างๆเพลิงที่นอนอยู่ เพลิงรู้สึกถึงแรงยุบของเตียง จึงลืมตาตื่นขึ้นมาหน่อย พลางย่นคิ้วทำหน้าง่วงมองพีค 

“จะไปทำงานมั้ย” พีคถามขึ้น เพลิงเหมือนนอนคิดระลึกอยู่แปปนึง ก่อนจะเด้งตัวลุกนั่งอย่างรวดเร็ว เมื่อลืมไปเลยว่าวันนี้มีทำงานที่ร้าน 

“ไปดิ กี่โมงแล้ววะ” พีคถาม 

“บ่ายสอง” 

“โอเค ขอห้านาที เดี๋ยวกูมา” เพลิงบอก เตรียมคลานลุกออกจากเตียง แต่กลับถูกพีครั้งคอเสื้อเอาไว้ แล้วดึงกลับมานั่งที่เดิม จนคนโดนดึงกระทันหันมองหน้างง “อะไรเนี่ย?” 

พีคไม่พูด แต่ยื่นมือเข้าไปอังหน้าผากเพลิง ทำเอาเพลิงผงะถอยหลังไปนิด แต่พีคก็ยังเอามืออังหน้าผากอยู่ต่อ ก่อนจะปล่อยมือกลับลงมา 

“กูว่ามึงนอนพักอยู่ที่บ้านเถอะ ไข้มึงขึ้นรู้ตัวมั้ย” พีคพูดบอก เพราะไข้จากเมื่อช่วงสายดูท่าจะไม่ลดลงตามที่คิด 

“เดี๋ยวก็หาย ทำงานเหงื่อออกแปปเดียวไข้ก็ลดแล้ว" เพลิงพูดบอกไปส่งๆ ยังไงตอนนี้เพลิงก็ยังคิดว่าตัวเองไปทำงานได้ 

“นี่มึงคิดจะไปแพร่หวัดให้ลูกค้ากูหรือไงห๊ะ บอกมาได้ว่าทำงานเดี๋ยวไข้ก็ลด มึงลด แต่ลูกค้ากูไข้ขึ้นล่ะสิ” พีคอดที่จะว่าเสียงดุไม่ได้ เมื่อเห็นคนดื้ออยากจะไปทำงานทั้งที่ป่วย 

“เอ้า ก็ถ้ากูหยุด กูก็โดนเชฟด่า เผลอๆสั่งลดตำแหน่งให้ไปล้างจานขึ้นมาทำไง” เพลิงเถียงหน้ามุ้ย 

“เดี๋ยวกูบอกเชฟเอง ส่วนมึงก็พักผ่อนไปซะ”  

“บอกห่าไรล่ะ คราวที่แล้วก็พูดว่าจะบอกเชฟให้ สุดท้ายเป็นไง จากผู้ช่วยอยู่ดีๆ ย้ายไปทำหันผักเฉย กูไม่เชื่อมึงหรอก” เพลิงบุ้ยปากบอกอย่างเคืองขุ่น นึกเคืองเรื่องวันนั้นไม่หาย 

“เออๆ เดี๋ยวคราวนี้กูบอกให้หน่า“ พีคบอกเพื่อตัดรำคาญ แต่ดูเหมือนเพลิงจะยังดื้อด้านอยู่พอสมควร 

“ไม่อ่ะ กูไม่ไว้ใจมึง ยังไงกูก็จะไป” 

“ไอ้เพลิง” พีคเรียกชื่อเตือนอีกฝ่ายเสียงเข้ม 

“กูยืนยันว่ากูจะไป” เพลิงพูดเน้นอย่างจริงจัง จนพีคถึงกับถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยหน่าย เหนื่อยกับความดื้อและบ้างานของเพลิง 

“อยากไปมาก งั้นมึงก็เลือกเอาแล้วกัน ว่าจะยอมนอนพักผ่อนอยู่ที่นี่ หรือว่าจะให้กูกดมึงก่อนไปทำงานดี ถ้าเลือกอย่างหลัง กูให้มึงไปทำงานได้แน่นอน และกูจะไม่ห้ามด้วย แต่จะลุกไหวมั้ย..นั่นก็อีกเรื่อง” พีคยกยิ้มขู่ พลางเอนตัวยื่นหน้าเข้ามาใกล้เพลิง ทำเอาคนได้ฟังข้อเสนอปุปปัปหน้าขึ้นสี มองตาก็รู้ว่าพีคเอาจริงแน่นอน เพลิงรีบทิ้งตัวลงนอนกลับที่เดิมแทบจะทันที พร้อมยกผ้าห่มคลุมตัวมิด กลัวว่าพีคจะทำอะไร  

“รีบไปเลย ไอ้สัด!” เสียงด่าอู้อี้ดังลอดออกมาจากผ้าห่ม ทำให้พีคยกยิ้มขำ เมื่อเห็นว่าเพลิงยอมพักแต่โดยดี ส่วนคนนอนคดอยู่ใต้ผ้าห่ม ขมวดคิ้วไม่พอใจสุดๆ พลางทำปากขมุบขมิบด่าพีคอยู่คนเดียวเงียบๆ แต่ทว่าเพลิงกลับรู้สึกถึงแรงยุบของเตียงและผ้าห่มข้างตัว ก่อนสัมผัสบางอย่างจากด้านนอกจะกดลงแนบที่แก้มของเขาอย่างตั้งใจ โดยมีผ้าห่มกั้นสัมผัสนั้นเอาไว้ เพลิงผงะหยุดบ่นทันที พร้อมเบิกตากว้างอย่างตกใจ เหมือนกับว่าลมหายใจจะหยุดสตั้นไปช่วงหนึ่ง ก่อนจะรีบเด้งตัวจากผ้าห่มขึ้นมา แต่ดูเหมือนจะลุกมาไม่ทันอีกคน เมื่อลุกขึ้นมอง พีคกลับเดินหายออกไปจากห้องแล้ว เหลือแค่เพลิงในห้องคนเดียว ก่อนจะยกมือขึ้นจับแก้มตัวเองเบาๆ ด้วยอาการงงๆ 

“เมื่อกี้มันทำอะไรวะ?” เพลิงบ่นพึมพำกับตัวเอง พลางส่ายหน้าไปมาด้วยความไม่เข้าใจ ก่อนจะทิ้งตัวลงหมอนเหมือนเดิม เพลิงนอนนิ่งๆ คิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่คนเดียว ตามองเพดานที่ว่างเปล่า นอนไม่หลับ เพราะตัวเองนอนพักไปก่อนหน้านี้แล้ว เพลิงนอนนึกอะไรอยู่คนเดียวสักพัก ก่อนจะดีดตัวออกจากเตียง เมื่อนึกอะไรได้ แล้วรีบลุกเดินตรงดิ่งไปข้างล่างอย่างรวดเร็ว เพื่อหาสมาชิกก๊วนเดียวกัน และดูเหมือนฟ้าจะเป็นใจ เพราะดูเหมือนลูกน้องบางส่วนของพีคจะเข้ามานั่งหลบฝนในนี้ เพลิงยกยิ้มมุมปากอย่างดีใจ เมื่อเห็นว่ามีคนี่ตัวเองสนิทอยู่ในนั้นด้วย 

“เฮ้ย มีใครจะเล่น FIFA กับกูป่าววะ” 

 

 

หลายชั่วโมงผ่านไป... 

 

แน่นอนว่าไม่มีใครปฏิเสธ ยิ่งเป็นเกมแข่งบอลแล้วพากันตาวาว แถมไวยังบอกที่ซ่อนเครื่องเกมให้เพลิงรู้ ทำให้เพลิงยิ้มปริ่มที่คนที่นี่ร่วมมือเข้าก๊วนเล่นเกมกับเขา ณ ตอนนี้ ทุกคนกำลังนั่งจดจ่อกับการเชียร์เกมบอลอยู่ที่ห้องนั่งเล่น โดยมีคนเล่นต่างสลับกันไป รวมถึงเพลิงที่ออกมานั่งเชียร์สลับให้ลูกน้องคนอื่นเล่น ทุกคนต่างลุ้นกันเมามันส์ร่วมทั้งพนันแต้มเกมว่าทีมไหนได้แต้มสูงกว่า คนชนะพนันก็ได้เงินไป เพลิงแอบว่าไปบ้างเรื่องนี้ แต่ก็ห้ามไม่ไหวอยู่ดี เลยปล่อยเลยตามเลย เพราะยังไงมันก็พนันกันแค่ในกลุ่มเท่านั้น 

“ถ้าเฮียรู้ว่าคนไข้แดกอย่างมึง ชวนพวกกูเล่นเกมยาวเป็นชั่วโมงแบบนี้ กูว่ามึงตายยิ่งกว่าเป็นไข้แน่ๆ” สองหันไปพูดแซวคนที่นั่งเป็นไข้อยู่ข้างๆ เพลิงเอียงหน้าเหล่ตามองนิดๆ พลางไหวไหล่เหมือนไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวแต่อย่างใด 

“ใครว่า ถ้าเฮียมึงรู้ ไม่ใช่แค่กูคนเดียวที่ตาย เพราะถ้าตาย..ตายห่าหมดยกแก๊งเนี่ยแหละ ฮ่าๆๆ” เพลิงหันไปหัวเราะกับสอง จนคนที่นั่งอยู่ใกล้ๆพากันมองเพลิงอย่างแปลกใจ เพราะไม่เคยเห็นเพลิงหัวเราะมาก่อน ต่างกับสอง ที่เพลิงถือว่าสนิทที่สุดในบ้านเคยเห็นเพลิงหลุดขำมาบ้าง ยามที่คุยกับเขาแค่สองคนเท่านั้น 

“เฮ้ย นี่มึงหัวเราะหรอวะ กูนึกว่ามึงเป็นพวกหัวเราะไม่เป็นซะอีก” นายหันไปถามด้วยความประหลาดใจ 

“กูก็คนมั้ยล่ะ ไม่ใช่พระอิฐพระปูนซะหน่อย ที่จะหัวเราะไม่เป็น” เพลิงว่า 

“เอ้า ก็เห็นอยู่กับเฮียเอาแต่ทำหน้าเป็นตูด กูก็นึกว่ายิ้มไม่เป็น” ไวพูดแทรกตามมา 

“แล้วทำไมกูต้องยิ้มให้เฮียมึงด้วย ทำเหี้ยกับกูซะขนาดนั้น” เพลิงบุ้ยปากบ่น ก่อนจะรีบเม้มปากตกใจ ลืมไปว่าไอ้คนที่คุยด้วยเป็นคนของพีคค 

“ปากวอนตีนจริงๆไอ้นี่” สองว่า 

“ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงโดนกระทืบ” นายพูดสมทบ 

“ไม่น่ารอดแล้วมึงน่ะ” ไวพูดบอกอีกคน 

เพลิงรู้สึกเหมือนกำลังโดนรุมด่า พลางยิ้มแห้งด้วยความสงบ แถมลูกน้องคนอื่นนอกจากสามคนนี้ก็มองมา เพลิงคิดว่าตัวเองโครตพลาด ที่ดันเผลอพูดเรื่องนี้ออกไป ก่อนจะรีบยกมือห้ามให้พวกนั้นหยุดรุมทึ้งเขาด้วยสายตา 

“โอเค เอาเป็นว่ากูจะไม่พูดต่อหน้าพวกมึงแบบนี้อีก โอเค๊” ทันทีที่เพลิงพูดบอก พวกนั้นก็ต่างหันไปสนใจเกมต่อ ไม่ได้ว่าอะไรเพลิงเอง เพลิงแอบโล่งใจขึ้นมาหน่อย สองที่นั่งข้างๆส่ายหน้ายิ้มให้นิดนึงแล้วกลับไปสนใจเกมบนจ่อทีวี เพลิงเองก็เหมือนกัน แต่ทว่าเสียงโทรศัพท์ก็ดังขัดจังหวะเสียก่อน เพลิงหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกง เพื่อดูว่าใครโทรมา แต่ดูเหมือนชื่อหน้าจอจะทำให้เพลิงขมวดคิ้วหน้าเครียดขึ้นมา ก่อนลุกออกไปคุยโทรศัพท์ด้านนอกคนเดียว  

 

“ฮัลโหลครับ” เพลิงกดสายแล้วกรอกเสียงลงไปอย่างสุภาพ 

(ว่างอยู่มั้ย?) 

“ว่างครับ” เพลิงตอบกลับเสียงเรียบ แต่ในอกเริ่มอึดอีด 

(งั้นหรอ... งั้นตอนนี้แกช่วยมาหาชั้นที่บ้านหน่อย ชั้นมีธุระเรื่องแม่แกจะคุยด้วย) คำว่าแม่ เริ่มทำให้เพลิงขมวดคิ้วขึ้น ไม่เข้าใจว่าคนปลายสายต้องการคุยอะไรเรื่องแม่กันแน่ แต่เพราะงั้นแหละ เพลิงถึงได้ตอบตกลง 

“ได้ครับ ผมจะไปเดี๋ยวนี้แหละ” พูดจบ เพลิงเลื่อนโทรศัพท์กดตัดสายอีกฝ่ายทิ้ง สายตายังคงจ้องโทรศัพท์ด้วยหน้าเคร่งเครียดอยู่สักพัก ก่อนจะเก็บมันเข้ากระเป๋าเหมือนเดิม เพลิงก้มหน้าหันกลับเข้าบ้านเพื่อไปหยิบกระเป๋าตังออกไปข้างนอก แต่กลับหยุดชะงัก เมื่อเงยหน้าขึ้นมา เห็นว่าสองยืนมองเขาอยู่ที่ประตู 

“จะไปไหน?” สองถาม 

“ธุระส่วนตัว” เพลิงตอบส่งๆ กำลังจะเดินเข้าบ้าน แต่สองก็ขวางประตูไว้ 

“กูคงให้มึงออกไปตอนนี้ไม่ได้หรอก เฮียไม่ยอมแน่ ถ้ารู้ว่ามึงออกไปโดยไม่บอกเค้า” สองบอกจริงจัง เพลิงเม้มปากเมื่อถูกขวาง ก่อนจะพูดตอบสองจริงจังเหมือนกัน 

“กูไม่ได้ไปนานหรอก กูกลับมาก่อนไอ้พีคกลับมาแน่ แค่ว่าตอนนี้ที่บ้านกูเค้ามีเรื่องด่วนที่ต้องคุยด้วย แล้วมันเป็นเรื่องสำคัญของกู”  

“เรื่องสำคัญที่ว่านี่อะไร” สองยิงถามเพลิงด้วยความอยากรู้ เพลิงหยุดนิ่งไปพักนึง ก่อนจะถอนหายใจออกมา 

“เรื่องแม่กูน่ะ”  

 

***************************************

 

บ้านเพลิง 

 

 

“ป้าบัว สวัสดีครับ”  

“อ้าวว คุณเพลิง สวัสดีค่ะ ..ตายแล้ว ไปไงมาไงคะเนี่ย” ป้าบัว ป้าแม่บ้านที่ดูแลประจำอยู่ที่บ้านของเพลิง เดินมาเห็นเพลิงที่เดินเข้ามาในบ้าน พร้อมเสียงทักทายอย่างมีมารยาทเหมือนเดิม ก็รีบกรู่เข้าไปหาอย่างดีใจ นายคนเล็กที่เขาเคยดูแลอย่างเอ็นดูกลับมาบ้าน 

“มีคนมาส่งน่ะครับ แล้วนี้..หายไปไหนกันหมด” เพลิงถาม พร้อมหันดูรอบๆบ้านที่ดูเงียบกว่าปกติ หรือไม่ก็เพราะเพลิงไม่ได้อยู่ที่นี่นาน เลยไม่รู้ว่าเดี๋ยวนี้บ้านเป็นยังไง 

“คุณท่านกับคุณผู้หญิงพึ่งกลับจากข้างนอกได้ไม่นานค่ะ ตอนนี้อยู่ข้างบน ส่วนคุณกราฟไปเฝ้าแฟนที่โรงพยาบาล” ดูเหมือนเรื่องกราฟจะทำให้เพลิงชะงักพลางรู้สึกหน่วงที่อกซ้ายอยู่พักนึง กราฟยังคงทำหน้าที่แฟนอย่างไม่ตกหล่นจริงๆ ต่างกับเขา ที่ได้ยินชื่อทั้งคู่กลับรู้สึกผิดขึ้นมา 

“แล้วนี่คุณเพลิงมาทำอะไรคะ หรือว่ากลับมาอยู่ ถ้างั้นเดี๋ยวป้า...” 

“ไม่ต้องครับป้า ผมแค่มาหาพ่อน่ะ สักพักเดี๋ยวก็กลับ” เพลิงพูดปฏิเสธ ก่อนที่ป้าจะจัดห้องให้นอนจริงๆ เพลิงรู้ว่าป้าคงอยากให้นอนที่นี่เหมือนเมื่อก่อน แต่เพลิงอยู่ที่นี่ตลอดไม่ได้จริงๆ เพราะมันไม่ใช่ที่ที่ของเพลิง 

“หรอคะ.. งั้นเดี๋ยวป้าไปบอกคุณผู้ชายให้ คุณเพลิงจะได้ไม่ต้องเจอกับคุณผู้หญิง เดี๋ยวชวนคุณเพลิงทะเลาะกันอีก” เพลิงพยักหน้าให้ป้าก่อนป้าจะเดินขึ้นไปข้างบน เพลิงยืนรอดูนู่นดูนี่อยู่ที่เดิมไม่ได้ไปไหน กลัวว่าป้าลงมาแล้วจะไม่เจอเขา  

ไม่นานป้าก็เดินลงมา ก่อนพาเพลิงไปที่ห้องทำงานของพ่อ เพลิงเดินตามป้าไปเรื่อยๆ จนมาหยุดอยู่ข้างในห้องทำงานที่เจ้าของห้องยังไม่มา ป้าพูดบอกให้รออยู่ในนี้ก่อน เพราะเดี๋ยวพ่อของเพลิงลงมา เพลิงพยักหน้าตอบ แล้วป้าก็เดินออกไป เหลือแค่เพลิงคนเดียว เพลิงยืนรอพ่ออยู่ในนี้สักพัก ไม่นานผู้ชายรูปลักษณ์ดูภูมิฐานกับใบหน้าที่เหี่ยวตามวัยก็เดินเข้ามา 

“คุณมีเรื่องอะไรเกี่ยวกับแม่จะบอกผม” ไม่รอให้ผู้ใหญ่ได้เดินมานั่ง เพลิงรีบพูดถามอย่างใจร้อน เมื่อรู้ว่าเรื่องที่คุยมันเกี่ยวกับแม่ 

“ไม่ต้องรีบร้อนขนาดนั้นหรอก ยังไงชั้นก็บอกแกอยู่แล้ว ” เสียงทุ้มต่ำตามวัยพูดห้ามก่อน เมื่อเห็นลูกชายคนเล็กดูรีบร้อน เพลิงขมวดคิ้วไม่พอใจ มองตามพ่อที่เดินเข้ามานั่งที่เก้าอี้ทำงานของตัวเอง ก่อนจะเริ่มคุยกับเพลิงอีกครั้ง 

“เมื่อเช้ามีญาติฝั่งแม่แกโทรมาหาชั้น บอกให้ชั้นย้ายอัฐิแม่แกไปอยู่ราชบุรี”  

“ผมไม่ให้” เพลิงตอบอย่างไม่คิด เขาไม่ยอมที่จะให้อัฐิแม่ตัวเองไปอยู่ไกลเขาแน่ 

“ชั้นคิดไว้แล้วว่าแกต้องพูดแบบนี้ แต่ฝั่งนั้นเค้าบอกว่าอยากให้แม่แกอยู่กับตาที่นู่น มันเป็นคำขอครั้งสุดท้ายของตาแก..ก่อนตาย” เพลิงหยุดชะงัก หน้าถอดสีทันที เหมือนเป็นข่าวร้ายกระทันหันที่แทบปรับความรู้สึกไม่ทัน 

“ตาเสียแล้วหรอครับ” เพลิงถามเสียงอ่อนลง ยืนมองหน้าพ่อตัวเองค้างอยู่สักพัก พ่อของเพลิงพยักหน้าตอบ ซึ่งนั่นเป็นเครื่องยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง ก่อนเพลิงจะหลบสายตามองไปทางอื่น ขมวดคิ้วแน่นใจเริ่มหน่วงเมื่อรู้ว่าคนที่ดีคนหนึ่งสำหรับเพลิงได้เสียไป 

“ชั้นไม่ได้ห้ามแกเรื่องย้ายอัฐิแม่แกจากวัดหนึ่งไปอีกวัดหนึ่งหรอกนะ แต่คนที่โทรมาเป็นยายแก เค้าแค่อยากให้คนที่เค้ารักที่สุดทั้งสองคนอยู่ด้วยกัน และเห็นว่ามันสำคัญทั้งตัวแกกับฝั่งนั้น ชั้นถึงได้โทรเรียกแกมา” เพลิงกลับหันมาฟังพ่ออีกครั้ง ใบหน้าเศร้าและเครียดอย่างชัดเจน แต่คนเป็นพ่อไม่ได้คิดจะปลอบหรือพูดอะไรดีๆแต่อย่างใด กลับมองนิ่งเดายากตามเคย ซึ่งเพลิงค่อนช่างชินกับพ่อตัวเองที่เป็นแบบนี้ไปแล้ว เพลิงหลบตาลงต่ำ ยืนใช้ความคิด คิดอะไรบางอย่างอยู่คนเดียว พลางเม้มปากแน่น ไม่ใช่ว่าเพลิงไม่อยากย้ายอัฐิแม่ไปราชบุรี เพราะยังไง ครั้งนึงตาก็เคยเลี้ยงเพลิงตอนเด็กๆ แต่เพราะต้องเลี้ยงครอบครัวและลูกพี่ลูกน้องของแม่ แม่ถึงได้พาเพลิงย้ายกลับเข้ากรุงเทพเพื่อทำงานเหมือนเดิม ก่อนที่แม่จะเสียเพราะป่วย และจู่ๆการที่มารู้ว่าตาเสีย ทำให้เพลิงทำตัวไม่ถูก เศร้า เสียใจ อธิบายความรู้สึกออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ และยิ่งจะย้ายแม่กับตาไปอยู่ด้วยกัน เพลิงยิ่งคิดหนัก เพราะใจไม่อยากให้แม่ย้ายไปไกลจากตัวเองและโอกาสที่จะไปไหว้แม่ก็น้อยลง 

“คิดได้แล้วค่อยมาบอกแล้วกัน ชั้นมีเวลาให้แกคิดได้ทั้งคืน ก่อนจะพาแกกลับไปราชบุรีพรุ่งนี้เช้า” พ่อเพลิงบอก เตรียมลุกจากที่นั่ง เพลิงรีบเงยหน้ามามองอย่างตกใจ ไม่คิดว่าจะต้องไปอยุธยาเร็วขนาดนี้ 

“หมายความว่าไง” เพลิงถาม 

“ก็หมายความว่าชั้นจะพาแกไปงานศพตาแกพรุ่งนี้ พร้อมทำเรื่องย้ายอัฐิแม่แกตั้งแต่เช้า ยังไงก็คนรู้จักเคยคุ้นเคยกัน ชั้นไม่ใจร้ายถึงขั้นเมินหรอกนะ” พ่อเพลิงตอบเสียงเรียบ ขณะสายตามองไปที่ลูกชายคนเล็กนิ่ง 

“แต่คุณก็เคยเมินแม่ผม..” เพลิงทอดอดสายตาไปทางอื่น พลางพูดบอกเสียงเบา แต่นั่นก็ทำให้ใครบางคนได้ยินเช่นกัน เพียงแต่ไม่แสดงออก 

“คิดได้เมื่อไรก็บอก คืนนี้ก็นอนที่นี่ซะ เดี๋ยวชั้นให้ลูกน้องโทรไปลางานให้” เหมือนเป็นการพูดตัดบท ก่อนลุกเดินสวนเพลิงออกไป เพลิงเหลือบมองพ่ออยู่แปปนึง ก่อนหันกลับมามองโต๊ะข้างหน้า พร้อมทิ้งตัวลงนั่งกอดเข่า ใช้เวลาคิดทบทวนบางอย่างพลางพูดอยู่กับตัวเองคนเดียวเงียบๆ 

“แม่ครับ.. เพลิงไม่อยากแยกแม่ไปเลย..” 

 

***************************************

 

ทางบ้านพีค 

 

วันนี้พีคกลับบ้านดึกกว่าปกติ เนื่องจากวันนี้มีงานกับลูกค้าต่างชาติและปัญหาเรื่องการโกงเงินของลูกค้านิดหน่อย เลยปล่อยตัวเคลียร์เรื่องงานยาว กลับถึงบ้านทีก็ปาเข้าไปตีสี่ และแน่นอนว่าดึกขนาดนั้นไม่มีใครอยู่ที่บ้านกันแล้ว นอกจากเพลิง ซึ่งพีคก็แวะซื้อยาลดไข้มาให้ เพลิงจะได้ไม่มาเถียงทำตัวบ้างานกับเขาอีก อีกทั้งหัวหน้าเชฟที่ร้านก็แอบบ่นกับเขาเรื่องเพลิงที่หยุดงานบ่อยเหมือนกัน 

“ทำไมมันถึงได้ปิดวะ” พีคพึมพำคนเดียว เมื่อมองขึ้นไปทางบันไดที่มืด เพราะปกติเพลิงมักจะไม่ชอบเดินมาปิดไฟตรงบันได 

พีคถึงกับย่นคิ้วมองบันได ก่อนเดินไปเปิดไฟตรงสวิตซ์ข้างๆทางขึ้น เมื่อไฟถูกเปิด พีคเดินถือถุงใส่ยาขึ้นไปข้างบนด้วยความรู้สึกแปลกๆ แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจกับความรู้สึกมาก ก่อนเปิดประตูเข้าไปด้านใน ห้องที่มืดกับแอร์ที่ไม่ได้เปิด ยิ่งทำให้พีคขมวดคิ้วแน่นขึ้น ชักไม่แน่ใจว่าเพลิงปิดแอร์เพราะหนาวไข้ ...หรือว่าไม่อยู่กันแน่.. 

“เชี้ย” พีคสบทรีบเปิดไฟตรงดิ่งไปที่เตียงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเบิกตากว้างยืนชะงักอยู่ข้างเตียง ภาพที่เขาเห็นกลับเป็นเตียงเปล่า ไร้ร่างของเพลิงที่นอนอยู่บนนี้เป็นประจำ พีคผละจากเตียงรีบเปิดเสื้อผ้ากับห้องน้ำเพื่อเช็คข้าวของๆเพลิง แต่ดูเหมือนว่าเพลิงจะยังไม่ได้เก็บไปไหน ก่อนจะรีบเดินออกไปข้างล่างเพื่อหาเต้าหู้ กลัวว่าเพลิงจะเอาแค่เต้าหู้ไป แต่เมื่อเดินหาจนถึงครัว เห็นว่าเต้าหู้นอนหลับอยู่ในนั่น พีคยืนขยี้หัวตัวเองอย่างหงุดหงิด ตอนนี้เขาไม่รู้เลยว่าเพลิงหายไปไหน แอบสบทด่าตัวเองในใจ ไม่น่าพลาดปล่อยให้เพลิงอยู่ที่นี่คนเดียว เพราะเห็นว่าเพลิงดูไม่น่าจะหาทางหนีจากเขาแล้ว 

“เหี้ยเอ๊ย มึงหายไปไหนวะ!!” พีคตะโกนด่าลั่นอย่างหัวเสียสุดๆ ทำเอาหมาที่นอนอยู่ถึงกับสะดุ้งตื่น พีคเหลือบมองหมา ก่อนเดินไปนั่งโซฟามืดๆคนเดียว แล้วหยิบโทรศัพท์ไล่โทรหาลูกน้องทีละคน แต่ดูเหมือนว่าจะดึกเกินไป ถึงได้ไม่มีใครรับสายเขาเลยสักคน พีคบีบโทรศัพท์แน่น หายใจแรงด้วยอารมรณ์โมโห พยายามนึกหาคนที่สามารถติดต่อได้ และที่ๆเพลิงจะไป ซึ่งมีไม่กี่ที่ ที่บังเอิญพีคมีเบอร์ของใครบางตนอยู่ ก่อนที่จะกดโทรออกไป รอได้ไม่นาน คนปลายสายก็กดรับ 

 

“ฮัลโหลหนิง” 

(พี่พีค! ลมอะไรหอบให้พี่โทรหาหนิงตอนกลางคืนเนี่ย) เสียงแจ๋นปลายสาย ไม่ต้องเดาก็รู้ว่ากำลังดีใจสุดๆ แต่พีคไม่มีเวลามานั่งคุยสนุกด้วยอย่างทุกที 

“เพลิงอยู่ที่นั่นเปล่า” พีครีบยิงคำถามใส่ 

(เพลิง? ...อ๋อ ไอ้เพลิง! มันไม่ได้มาหรอกจ่ะ พวกชั้นนั่งดูหนังอยู่ด้านนอกตั้งนานยังไม่เห็นหัวมันเลย ว่าแต่..พี่มีอะไรกะ..)  

ไม่รอให้อีกฝ่ายพูดจบ พีครีบตัดสายทิ้ง นั่งกุมขมับเครียดอยู่คนเดียว พร้อมบีบโทรศัพท์พลางขบกรามแน่นกว่าเดิม ในเมื่อที่คอนโดไม่มี แล้วจะไปที่ไหนได้อีก ลูกน้องคนอื่นก็ไม่ยอมรับสายเขาเลยสักคน แถมดึกป่านนี้ พีคนั่งคิดหาที่ๆเพลิงไปอยู่คนเดียว พลางคิดจะขับรถไปหาเพลิงตามบ้านเพื่อนที่เขาได้สืบมาก่อนหน้านี้ แต่ขณะที่คิด สายตาเหลือบต่ำไปเห็นหมาขี้หยิ่งกำลังกระดิกหางนั่งมองเขาอยู่ตรงหน้า 

“เต้าหู้” พีคเรียก ซึ่งเจ้าตัวก็ยอมขานตอบ 

 

โฮ่ง 

 

 

“รู้มั้ยว่าไอ้เพลิงไปไหน” เพลิงถามน้ำเสียงหงุดหงิด นี่เขาคิดมากถึงขั้นไปถามหมาแล้วหรอเนี่ย และดูเหมือนหมามันจะตอบเขากลับด้วย แต่เขาฟังไม่รู้เรื่อง 

 

โฮ่ง 

 

“เหมือนกูฟังรู้เรื่อง แม่งเอ๊ย! กูควรไปตามมันที่ไหนดีวะ” เพลิงนั่งบ่นกับหมาอย่างโมโห ซึ่งเต้าหู้ก็นั่งเป็นเพื่อนไม่ไปไหน ราวกับเป็นเพื่อนที่นั่งฟังเพื่อนปรับทุกข์อีกที 

 

โฮ่ง! 

 

“อะไรของมึงวะเนี่ย มาเห่ากูทำไม!” พีคสะดุ้ง เมื่อจู่ๆเต้าหู้เห่าใส่เสียงดัง พร้อมหันไปว่าเต้าหู้ในสภาพที่หน้าตาหมาดูไม่สะทกสะท้าน แต่มันกลับเอาจมูกมาจิ้มๆดมๆเข้ากับโทรศัพท์ที่มือ 

“เป็นอะไรของมึงวะเต้าหู้” พีคว่า ยกโทรศัพท์หนี ก่อนมองโทรศัพท์แล้วลองเปิดหน้าจอ ที่ขึ้นเป็นรายชื่อเบอร์โทรในโทรศัพท์ พีคขมวดคิ้วมองนิ่งอยู่สักพัก ก่อนสายตาจะสะดุดกับเบอร์ของใครบางคน พลางหันกลับมามองเต้าหู้เมื่อนึกอะไรออก 

“ที่บ้านมัน?” พีคก้มถามเต้าหู้อย่างสงสัย มันไม่ได้ตอบ แต่กระดิกหางส่งให้ พีคนิ่งไปสักพักนึงเหมือนไม่ค่อยแน่ใจเท่าไร แต่ก็ยอมโทรหาใครบางคน ที่คาดว่าโทรดึกแค่ไหนก็ลุกมารับโทรศัพท์แน่นอน และพีคก็กดโทรนั่งรอสายอย่างไม่ลังเล 

 

(....ฮัลโหล)  

“ไอ้กราฟ” พีคกรอกเสียงใส่คนงัวเงีย และดูเหมือนปลายสายจะเริ่มมีสติ เมื่อรู้ว่าพีคโทรมา 

(อะไรของมึงเนี่ย โทรมาทำห่าอะไรดึกขนาดนี้) กราฟว่าอย่างงัวเงียปนงอแง เมื่อถูกขัดจังหวะการนอน 

“มึงอยู่ไหน” 

(บ้าน พึ่งกลับจากโรงบาลได้ไม่นาน ว่าแต่มึงมีอะไร ..ห่า โครตรบกวน) กราฟถาม ไม่วายด่าต่อท้าย 

“ไอ้เพลิงอยู่บ้านมึงมั้ย” พีคถามเสียงเรียบ กราฟย่นคิ้วทันทีเมื่อเรื่องที่พีคโทรมาเป็นเรื่องเพลิง 

(จะอยู่ได้ไง มันยิ่งไม่อยากเหยียบบ้านนี้อยู่ มึงก็รู้)  

“เหี้ย ถ้าไม่ได้อยู่บ้านมึง แล้วแม่งจะหายไปไหนวะ มึงรู้มั้ยว่าน้องมึงหายไปจากบ้านกู!” พีคพูดบอกด้วยความโมโห จนคนที่หลับอยู่ถึงกับตั้งสติตื่น เมื่อเห็นว่าเพื่อนดูหัวเสียกว่าทุกที 

(จะหนีก็ไม่แปลกหรอก มึงมันเหี้ย) เสียงด่าลอดออกมาจากปลายสาย ทำเอาพีคขบกรามแน่นอย่างเหลืออด ไม่ได้นึกตลกด้วยกับสิ่งที่กราฟด่ามาเลย 

“ไอ้สัดกราฟ กูให้มึงช่วย ไม่ได้ให้มาด่า” พีคนั่งกุมขมับบอกเสียงแข็ง 

(ขอด่าก่อน กูจะได้หลับฝันดี ..แล้วไปทำอีท่าไหนน้องกูถึงได้หนีมึงออกมา) คราวนี้กราฟเริ่มเข้าถามจริงจัง 

“ไม่รู้ว่ะ กลับมาจากทำงาน จู่ๆแม่งก็หาย กูโทรไปหาคนนู่นคนนี้แม่งก็ไม่รับสาย แม่งก็บอกไม่อยู่ กูแม่งจะขับรถไปไล่ตามบ้านเพื่อนมันแล้วเนี่ย” 

(เฮ้ยๆ ใจเย็นๆ น้องกูแค่ไปข้างนอกมั้ย แล้วนี่อะไร มึงทำเหมือนหวงน้องกูอย่างนั้นแหละ ทำเหมือนไม่อยากให้มันออกห่างจากมึง ไม่อยากให้มันไปไหน มึงลืมไปป่าวเนี่ย ว่าตั้งใจให้น้องกูอยู่ในฐานะอะไร) กราฟบอกเตือน แต่ลึกๆกลับนึกขำเรื่องพีค คนที่ไม่ค่อยแคร์ชาวบ้านชาวช่อง นอกจากน้องสาว กลับหัวเสียให้กับผู้ชายที่เป็นถึงน้องชายของกราฟที่หนีหายไปโดยไม่บอกกล่าว  

 

 

// แม่งแสดงออกซะขนาดนี้ กูว่ากูจะไม่คิดแล้วนะ // กราฟนึกขำในใจ 

 

 

พีคนั่งสะอึกเมื่อถูกกราฟพูดจี้อะไรบางอย่าง ก่อนจะสูดหายใจเข้าออกพยายามสงบสติอารมณ์ไว้ 

“กูรู้ดีว่าเอามาในฐานะอะไร และตราบใดที่มันยังอยู่ในฐานะนี้ มันก็ไม่มีสิทธิ์หนีไปจากกู” พีคกล่าวเสียงแข็ง กลบเกลื่อนอะไรบางอย่าง กราฟเลิกคิ้วขึ้นสูง เบ๊ะปากยิ้มเป็นเชิงบอกว่า ‘ออหรอ’ 

(อ่ะ แต่เอ๊ะ.. ใครนะที่มาคุยกับกูเรื่องน้องกูวันนั้น แล้วบอกว่าจะดีกับน้องกูให้มากขึ้น เพื่อกันไม่ให้กูตามน้องกูกลับ ..กลับคำหรอวะ) กราฟรีบเล่นบทพี่ชายใส่พีค

“เฮ้ย! มันใช่เรื่องมาคุยมั้ย กูถามหาน้องมึง มึงช่วยยกก้นเดินไปดูหน่อยได้มั้ย มันเคยอยู่บ้านมึง แสดงว่ามันก็ต้องมีห้องนอนไอ้เพลิงอยู่ เลิกนอนแล้วลุกไปหาเดี๋ยวนี้!” เสียงบอกบังคับอย่างชัดเจน กราฟที่นั่งคุยอยู่แอบเบ๊ะปากมองบนกับคนบ้าออกคำสั่งที่อยู่ปลายสาย ก่อนลุกออกจากห้องอย่างช่วยไม่ได้ พลางคิดในช่วงตีสี่ ใครบ้าจะออกมาเดินโพล่หน้าออกมา

(ออกมาไม่เจอใครเลย) กราฟบอก 

“มึงก็ไปห้องไอ้เพลิงดิ” พีคสั่ง กราฟถอนหายใจอย่างเซ็งๆ 

(โอ๊ยย ลำบากกูมั้ยเนี่ย ห่วงมาก ก็จับแม่งล่ามโซ่เลยไป๊ ) กราฟพูดบ่นประชด ซึ่งพีคก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับมา แต่ยังคงอยู่ปลายสาย   

 

 

#ด้านกราฟ 

 

กราฟยอมทำตามที่พีคสั่ง เดินตรงไปที่บันได เพื่อไปห้องเพลิงที่อยู่ชั้นล่างด้วยสภาพเซ็งๆปนง่วง ก่อนจะได้ยินเสียงตะกุกตะและเสียงคนคุยทางฝั่งครัว กราฟเลิกสนใจที่จะไปห้องเพลิง แล้วตรงไปที่ห้องครัวทันที และเมื่อมาถึง กราฟเห็นแม่บ้านของเขาสองคนกำลังยืนทำครัวอยู่ข้างใน 

“นั่นพวกป้ากำลังทำอะไรอยู่” เสียงพูดถามของกราฟ ทำเอาบรรดาแม่บ้านสองคนสะดุ้ง ก่อนหันไปยิ้มแห้งให้กราฟ เมื่อกราฟทำพวกเขาตกใจ 

“ทำข้าวเช้าให้คุณท่านค่ะ” ป้าบัวตอบ 

“เอ้า แล้วพ่อจะไปไหนแต่เช้าล่ะ พึ่งกลับจากสัมมนาที่พัทยาไม่ใช่หรือไง” กราฟย่นคิ้วสงสัย

“พอดีท่านจะไปต่างจังหวัดค่ะ เห็นว่าเป็นธุุระเกี่ยวกับคุณเพลิง แล้วต้องออกแต่เช้า พวกป้าเลยตื่นมาทำข้าวเช้าให้”  

“เพลิง? ไอ้เพลิงอยู่ที่นี่หรอ” กราฟรีบถาม เมื่อได้ยินชื่อน้องตัวเอง

“ค่ะ แต่อยู่ได้แปปเดียว เดี๋ยวประมาณตีห้าก็ออกแล้วค่ะ” ป้าบัวพูดบอก 

“โห ทำไมไปเช้า” 

“เห็นคุณท่านต้องพาคุณเพลิงแวะไปที่ที่หนึ่งก่อน ป้าไม่รู้ว่าที่ไหนนะคะ แต่ออกจากที่นั่นก็ไปต่างจังหวัดต่อเลย” ป้าบัวบอกอีกครั้ง กราฟมองด้วยความสงสัยสุดๆ ก่อนรีบถามป้าบัวอีกครั้งเป็นคำถามสุดท้าย 

“แล้วพ่อจะพาไอ้เพลิงไปจังหวัดไหน” 

“อ๋อ ราชบุรีค่ะ” คำตอบชัดเจน กราฟฉีกยิ้มก่อนรีบบอกลาคนในครัวแล้วเดินกลับออกมาอย่างรวดเร็ว โดยไม่ได้เดินไปที่ห้องของเพลิงตามที่พีคสั่งตอนแรก พร้อมยกหูโทรศัพท์แนบหูกลับเหมือนเดิม พูดบอกพีคอย่างอารมณ์ดี 

“ไอ้พีค” 

(ตกลงยังไง) เสียงพีคดังขึ้นหลังจากเงียบไปนาน  

“เตรียมเก็บกระเป๋าได้เลยเพื่อน ตอนเช้าเราจะไปราชบุรีกัน” 

 

************************************************************ 

ก็แค่แวะไปซื้อโอ่งเอง ไม่ได้จะตามไปซะหน่อย

#เจ้าชิบะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น