Rensaki
email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

EP : 7 ดื่มสุราย้อมใจ

ชื่อตอน : EP : 7 ดื่มสุราย้อมใจ

คำค้น : Rensaki

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 821

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 16 พ.ค. 2562 20:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP : 7 ดื่มสุราย้อมใจ
แบบอักษร

 

EP :  7 ดื่มสุราย้อมใจ

 

 

“อ๊ะ นี่โอสถ และนี่ข้าให้ท่านมันคือโอสถที่สร้างและเชื่อมเส้นเลือด ข้าเพิ่งหลอมครั้งแรกนะ ความบริสุทธิ์ของมันเพียงแค่เก้าส่วนสิบเท่านั้น มันคงช่วยท่านได้ยามที่ได้รับบาดแผลหรือเส้นเลือดขาด” หรงซู่จินพูดโดยไม่ได้มองสีหน้าของฉินหลงที่เลยเพราะเอาแต่จ้องมองเม็ดยาของเธออย่างเสียดาย ไม่อยากจะให้เลยจริงๆ แต่คนพวกนี้ก็มีบุญคุณกับตัวเธอมาก  และเธอก็ไม่อยากจะติดหนี้บุญคุณเสียด้วยสิ

“เจ้า! เจ้า! เจ้าช่างเป็นเด็กสาวที่น่ารักเสียจริงๆ” ฉินหลงที่เพิ่งได้สติก็พูดขึ้นมา โดยไม่ได้มองหวางชูที่ได้แต่ทำหน้าเบื่อหน่ายเลยสักนิด แม้แต่กับฉินหลงนี่หลงกลแม่เด็กสาวร้ายกาจคนนี้ไปกับคนอื่นๆ เขาด้วย

“ฮ่าๆ ไม่ขนาดนั้นหรอกเจ้าค่ะ” หรงซู่จินหัวเราะกลบเกลื่อนความเสียดายเม็ดโอสถของตัวเอง

“ถ้าเจ้าอยากจะให้ข้าช่วยอะไรกับได้นะ หรือจะให้ข้าช่วยกันสามคนนี้ออกจากเจ้าก็ได้” พอฉินหลงพูดแบบนี้ขึ้นมาทำให้หรงซู่จินนั้นมีความสนใจกับคำพูดของฉินหลงขึ้นมาทันที นัยน์ตาเปล่งประกายขึ้นมาทันทีอย่างดีใจ

“จริงหรือเจ้าคะ” แม้แต่น้ำเสียงก็ยังปกบิดความดีใจของหรงซู่จินเอาไว้ไม่มิด หวางชูที่มองท่าทางของหรงซู่จินก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา ก่อนจะพูดขึ้นเมื่อทั้งสองยังไม่หยุดพูดกันอีก

“รีบเอาโอสถไปให้พวกนั้นสักที เหมือนจะมีพวกตัวน่ารำคาญเข้ามาใกล้พวกเราแล้ว” พอฉินหลงได้ยินหวางชูพูดก็รีบเคลื่อนกายไปหาทั้งสามแล้วเอาเม็ดโอสถเข้าปากของทั้งสามอย่างรวดเร็ว และโอสถก็สัมฤทธิ์ผลทันทีเมื่อโอสถเข้าไปในปากของทั้งสาม เมื่อทั้งสามคนที่ได้สติ ก็ได้แต่งุนงงว่าตัวเองมาอยู่ในสภาพแบบนี้ได้ยังไง เพราะจำได้ว่าล่าสุดพวกเขากำลังแข่งกันหาสมุนไพรและก็ได้ยินเสียงร้องของเด็กจากนั้นก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลย

“ทำไมสภาพข้าเป็นเช่นนี้” ทันทีที่ได้สติเยี่ยฟงก็พูดขึ้นมาทันทีพร้อมกับจัดชุดตัวเองให้เข้าที่ ส่วนเยี่ยเฟิงนั้นตอนนี้มีต้นหญ้าอยู่ที่มุมปากคาดว่าน่าจะนึกว่าของกิน

“ข้าลงมานั่งตรงนี้ได้ยังไง” เยี่ยเฟิงพูดขึ้นอย่างมึนงงพร้อมกับมองไปที่มุมปากของตัวเองที่มีใบหญ้าอะไรก็ไม่รู้ติดอยู่ หมดกันชายหนุ่มผู้หล่อเหลาเช่นเขาต้องมาอยู่ในสภาพแบบนี้ ผู้หญิงคนไหนมาเห็นเข้าคงต้องรังเกียงเขาเป็นแน่ เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ เยี่ยเฟิงก็เบิกตากว้างพลางมองหาหรงซู่จินทันที

ก่อนจะพบว่าตอนนี้นางกำลังหลบอยู่ข้างหลังของหวางชู หมดกันอนาคตของเขา เยี่ยเฟิงกับองค์รัชทายาทนั้นก็อาการไม่ต่างนั้น ทันทีที่ได้สติเขาก็พบว่าตัวเองนั้นกำลังก้มลงไปกอดต้นหญ้าต้นหนึ่ง พอรู้ตัวก็รีบผละตัวขึ้นมานั่งพลางสำรวจตัวเองไปด้วยว่าเกิดอะไรขึ้น

ก่อนจะมองหาหรงซู่จินไปด้วยเพรากลัวว่านางจะได้รับอันตราย และทันทีที่ได้เห็นหรงซู่จินยืนหลบอยู่ข้างหลังของหวางชูก็ทำให้อารมณ์หึงหวงขึ้นพุ่งขึ้นมาทันที แถมนางยังมองมาที่เขาอย่างหวาดกลัวอีกด้วยเกิดอะไรขึ้น เขาไปทำอะไรให้นางกลัวหรืออย่างไรเหตุใดนางจึงมองเขาเช่นนั้น

“เอาละ ถ้าพวกเจ้าได้สติแล้วก็รีบลุกขึ้นมาเสีย อีกไม่นานจะมีพวกน่ารำคาญจะมาที่นี่แล้ว” ฉินหลงพูดขึ้นเมื่อได้ป้อนโอสถเสร็จแล้วก็รีบเคลื่อนกายกลับมายืนอยู่ที่เดิมทันที เพราะต้องมาปกป้องแม่สาวน้อยผู้น่ารักของเขาจากพวกเสือทั้งสามตัวนี้

“เกิดอะไรขึ้นกัน ข้างงไปหมดแล้ว” เยี่ยเฟิงเอ่ยถามในตอนนี้เขาได้ลุกขั้นมายืนดีๆ แล้ว เยี่ยเฟิงนั้นหันไปมองหรงซู่จินที่ทำหน้าหวาดกลัวพวกเขาไม่หยุด นี่พวกเขาทำอะไรนางไปหรือเปล่านะ

“พวกเจ้าถูกต้นสมุนไพรจิตหลอนนะ ไปกันเถอะ พวกมันเข้ามาใกล้เราแล้ว” หวางชูพูดขึ้นอย่างไม่ใสใจซ้ำยังไม่สนใจสายตาขององค์รัชทายาทที่มองมายังเขาเหมือนเด็กน้อยถูกแย่งของเล่นไปอย่างนั้นแหละ

“แล้วโอสถละ แล้วได้โอสถนี้มาจากไหนกันขอรับ” เยี่ยฟงที่เหมือนจะมีสติกว่าคนอื่นๆ ถามขึ้นอย่างสงสัย เพราะมันโอสถหายากและที่สำคัญมันมีส่วนผสมที่ล้วนแล้วแต่เป็นสมุนไพรหายากทั้งนั้น และที่พวกเขามาป่ามายาอสูรในครั้งนี้ก็เพื่อที่จะหาส่วนผสมไปหลอมให้แค่องค์รัชทายาทลำดับที่สี่

“หรงซู่จิน พวกเจ้าคงไม่ต้องตามหาสมุนไพรพวกนั้นหรอกนะ ไปซื้อเอาจากหรงซู่จินก็ได้” ฉินหลงตอบแทน ก่อนกล่าวขึ้นมาอีกครั้ง

“จะ…จริงรึ” องค์รัชทายาทพูดอย่างดีใจที่ไม่ต้องไปตามสมุนไพรนั้นให้เสียเวลา น้องชายของเขานั้นถูกพิษบางอย่างจากการไปทำภาริกิจจากสำนักที่มอบหมายให้ อาการยังไม่ดีขึ้นแถมยังดูเหมือนจะรุ่นแรงกว่าเดิมเสียอีก

“ถ้าอย่างนั้นข้าให้ท่านไปสองเม็ดแล้วนั้น ถือว่าตอบแทนหม้อหลอมโอสถและกระบี่ที่ท่านมอบให้ข้าก่อนหน้านี้” หรงซู่จินรีบพูดขึ้นมาพร้อมกับน้ำเม็ดโอสถนั้นออกมาโดยให้กับฉินหลงเพื่อจะเอาไปให้องค์รัชทายาทเอง

“ขะ…ขอบใจเจ้ามากๆ นะพระชายาของข้า” หรงซู่จินแอบกรอกตาไปมาอย่างไม่ชอบใจที่อีกฝ่ายยังมีอารมณ์มาพูดแบบนี้อีก

“จะไปกันได้หรือยัง” หวางชูที่ยืนเงียบมานานก็พูดขึ้นเพราะคนพวกนั้นใกล้จะเข้ามาแล้ว จริงๆ แล้วมันก็ไม่ได้อะไรหรอกถ้าเกิดจะสู้กันขึ้นมาจริงๆ เพียงแค่เขาสะบัดมือเบาๆ แค่ครั้งเดียวกันนั้นก็ไม่รอดแล้ว แต่เขายังไม่อยากสร้างปัญหาเพราะเดี๋ยวจะต้องมีพวกอื่นๆ ตามมาหาเรื่องพวกเขาเรื่อยๆ เป็นแน่

“คนกำลังซึ้ง” องค์รัชทายาทเอ่ยขึ้นมาเบาๆ พร้อมกับรับเอาเม็ดโอสถจากฉินหลงแล้วเก็บเอาไว้ในแหวนมิติของตัวเองอย่างดี คราวนี้น้องชายของเขาก็จะได้หายสักที ถึงแม้จะยังมีพี่ชายของเขาออกไปตามหาสมุนไพรเหมือนก็เถอะ แต่ก็ไว้ใจไม่ได้อยู่ดี เพราะไม่รู้ว่าจะหาเจอหรือไม่

“ไปกันเถอะ” หรงซู่จินพูดขึ้นพร้อมกับคว้ามือของหวางชูไปด้วย เพราะต้องการให้หวางชูนำทางแล้วอีกอย่างตอนนี้ก็เธอขี้เกียจใช้ลมปราณของตัวเองในการเดินทางด้วย หวางชูมองมองหรงซู่จินอย่างรู้ทัน ก่อนจะโอบเอวนางแล้วพากันเคลื่อนกายออกมาจากตรงนี้อย่างรวดเร็วแต่ก็ยังลดความเร็วให้ที่เหลือตามทันอยู่บ้าง

องค์รัชทายาทที่เห็นแบบนั้นก็รีบตามไปทันที เขารู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมากที่หวางชูกล้าโอบกอดว่าที่พระชายาของเขาต่อหน้าตาแถมยังพาว่าที่พระชายาของเขาหนีไปอีก เยี่ยเฟิงและเยี่ยฟงรีบตามไปทันที ปิดท้ายด้วยฉินหลงเพราะต้องระวังหลังให้กับทุกคน กลัวกว่าสามคนนี้จะเป็นลมล้มพับหมดแรงไปเสียก่อน เพราะเพิ่งจะได้สติจากการถูกสมุนไพรจิตหลอน

“เอ่อ ว่าแต่ใครเป็นผู้ชนะเหรอขอรับ” เยี่ยเฟิงถามฉินหลงที่เคลื่อนกายมาอยู่ด้านข้างของเขาด้วยความอยากจะรู้เพราะเขานั้นมั่นใจในตัวเองว่าจะต้องเป็นผู้ชนะอย่างแน่นอน

“เจ้าคิดว่าใครละ” ฉินหลงไม่ตอบแต่มองไปยังหรงซู่จินที่ตอนนี้ถูกหวางชูโอบเอวอย่างแน่นชิดโดยมีองค์รัชทายาทตามหลังไปติดๆ

เพียงเท่านั้นความมั่นใจของเยี่ยเฟิงก็ถูกทำลายไปจนหมดสิ้น เมื่อมองไปตามสายตาของฉินหลง พร้อมกับถอนหายใจไปด้วย เยี่ยฟงที่เห็นอาการหง่อยๆ ของน้องชายก็ได้แต่วางมือไปทีไหล่ของน้องชายตัวเองเบาๆ แล้วพูดปล่อย

“อย่างน้อยก็เป็นนางที่ชนะ”

“ก็ได้ ข้ายอมให้นางคนเดียวหรอกนะ”

ณ. โรงเตี๊ยมเปิ่น

“คืนนี้พวกเราจะนอนกันที่นี่ก็แล้วกัน” องค์รัชทายาทเอ่ยขึ้นพร้อมกับมองหรงซู่จินอยู่ตลอดเวลา หลังจากที่พวกเขาใช้เวลาในการเดินอย่างรวดเร็วเป็นเวลาเกือบสองวัน ในการออกมาจากป่ามายาอสูรแล้วพักที่โรงเตี๊ยมที่ใกล้สุดจากป่ามายาอสูรนี่และถึงแม้จะมีโรงเตี๊ยมอื่นๆ อีกมาสามสี่โรงเตี๊ยมก็ตามแต่เพราะโรงเตี๊ยมนี้ดีที่สุดแล้ว และเขาเคยพักโรงเตี๊ยมของตระกูลเปิ่นมาบ้าง นับว่าเป็นโรงเตี๊ยมที่ดีที่สุดในแคว้นกิเลินคลั่งเลยก็ว่าได้

“ดีๆ ข้าอยากจะพักผ่อนแล้ว” หรงซู่จินกล่าวขึ้นเมื่อได้ยินแบบนั้น เยี่ยฟงเป็นคนไปจัดการเรื่องเข้าพักให้ทั้งหมดสามห้องเพราะเยี่ยเฟิงและเยี่ยฟงพักด้วยกันส่วนองค์รัชทายาทกับเธอพักกันคนละห้อง ส่วนหวางชูและฉินหลงนั้นก็ต้องเข้าไปอยู่ในจิตของเจ้านายตัวเอง

“งั้นก็แยกย้าย เอ่อ เจ้าสนใจเข้าไปนั่งดื่มน้ำชาที่ห้องของข้าหรือไม่” องค์รัชทายาทเอ่ยถามหรงซู่จินทันเมื่อเห็นว่ามีโอกาสจะได้อยู่สองต่อสองกับนาง

“เอ่อ ข้าคงต้องขอโทษด้วยเจ้าค่ะ มันคงไม่เหมาะนัก” หรงซู่จินกล่าวขึ้นมาเพราะเธอยังไม่อยากจะยุ่งกับองค์รัชทายาทมากนัก อีกอย่างหรงซู่จินคนก่อนยังมีคนรักอยู่อีกกลับไปเธอจะต้องจัดการเลิกกับเขาให้เสร็จโดยเร็ว และเธอยังต้องจัดการกับถังฟูอีก แล้วก็ชิงชิงที่ตอนนี้กลายมากเป็นพี่สาวของเธอเอง เพราะยังมีอีกหลายอย่างที่เธอจะต้องจัดการอีกมากมาย แล้วไหนจะเรื่องที่มีคนลักพาตัวเธอมาทิ้งที่ป่ามายาอสูรอีก หรงซู่จินคิดว่าใครกันที่เป็นคนบงการเรื่องนี้

“ทำไมกัน มันไม่เหมาะยังไง ในเมื่อเจ้าจะเป็นว่าที่พระชายาของข้า” องค์รัชทายาทเอ่ยถามหรงซู่จินอย่างไม่เข้าใจ เพราะยังไงเขาก็ไม่มีทางยอมให้นางเป็นของคนอื่นอย่างแน่นอน

“เอ่อ คือว่า…ข้ามี…คนรักอยู่แล้วเจ้าค่ะ มันคงไม่เหมาะแน่ๆ ข้าต้องขอโทษด้วยเจ้าค่ะ ที่เพิ่งมาบอกท่านตอนนี้” เพราะไม่อยากจะยื้อเรื่องให้นานกว่านี้หรงซู่จินเลยต้องรีบบอกองค์รัชทายาทไปซะตอนนี้เลย เวลากำลังเหมาะพอดี

“อะไรนะ! เจ้าล้อข้าเล่นอย่างนั้นหรือ” องค์รัชทายาทเอ่ยถามอยากตกใจ เพราะเขาไม่คิดว่าหรงซู่จินจะมีคนรักอยู่แล้ว เพราะหรงซู่จินไม่เคยกล่าวถึงคนรักของนางเลย เลยทำให้เขานั้นไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่นางพูด

“ข้าพูดจริงเจ้าค่ะ ท่านอย่าได้ทำให้ข้าลำบากใจเลยนะเจ้าคะ” หรงซู่จินใช้สีหน้าและน้ำเสียงที่ฟังดูแล้วสร้างความหนักอึ้งให้แก่องค์รัชทายาทเอามากๆ หลงรักผู้หญิงคนแรกก็ดันมีเจ้าของไปเสีย เขาจะทำยังไงดี เขารักนางและไม่อยากให้ใครได้นางไปครอบครองอีกด้วย

“ข้า…” ยังไม่ทันที่องค์รัชทายาทจะได้กล่าวอะไร ฉินหลงที่มองสีหน้าท่าทางของหรงซู่จินที่ดูจะลำบากใจและดูเหมือนไม่ได้สนใจองค์รัชทายาทเลยตั้งแต่แรก นั้นก็เป็นเพาะว่านางมีคนรักอยู่แล้วนี่เอง เมื่อเป็นแบบนี้เขาก็เลยช่วยพูดให้กับแม่สาวน้อยผู้น่ารักของเขาเสียก่อนที่องค์รัชทายาทจะได้เอ่ยอะไรอีก

“ข้าว่าเจ้าตัดใจซะ เพราะว่าถ้าเจ้ารักนางจริง เจ้าก็ต้องปล่อยนางไป อีกอย่างมันไม่ดีต่อหรงซู่จินอีกด้วย มันจะทำให้คนอื่นๆ ต่างพากันมองหรงซู่จินไม่ดีแล้วก็พากันคิดว่านางจะจับเจ้าด้วย” องค์รัชทายาทคล้อยตามคำพูดของฉินหลงนิดหน่อย ก่อนจะมองสบตากับหรงซู่จินที่ตอนนี้เอาแต่ก้มหน้ามองพื้น

“ข้าขอโทษที่ไม่ได้บอกท่านให้เร็วว่านี้” น้ำเสียงอ่อยๆ ฟังดูแล้วสำผิดทำเอาองค์รัชทายาทโกรธนางไม่ลงจริงๆ จะโทษนางคนเดียวก็ไม่ถูกเพราะเขานั้นคิดเองเออเองไปคนเดียว

หวางชูที่มองดูการแสดงของหรงซู่จินก็ได้แต่คิดในใจว่าพวกนี้ช่างโง่นักที่ดูมารยาหญิงไม่ออก หรงซู่จินจะเล่นละครหลอกใครก็ได้ แต่ว่านางหลอกเขาไม่ได้หรอก

“เจ้าไม่ผิดหรอก วันนี้เจ้าเหนื่อยมากแล้วขึ้นไปพักเถอะ” องค์รัชทายาทที่ทนเห็นท่าทีของหรงซู่จินเป็นแบบนั้นไม่ไหวก็เลยบอกให้นางไปพัก ส่วนเขาคงต้องไปหาสุราดื่มย้อมใจเสียหน่อย

“งั้นข้าไปก่อนนะ เจอกันตอนเย็นเจ้าค่ะ” หรงซู่จินพูดพร้อมกับรีบเดินไปที่ห้องของตัวเองทันทีปล่อยให้หวางชูเดินตามตัวเข้าห้องไป ทิ้งให้ทั้งสามคนที่ตอนนี้ได้แต่เศร้าใจเมื่อคนที่คนรักนั้นมีคนรักอยู่ก่อนแล้ว ฉินหลงมองทั้งสามด้วยความสงสารสุดซึ้ง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้

“ข้าว่าเราไปนั่งดื่มสุรากันเถอะ ข้าไม่ได้ดื่มมานานแล้ว” ฉินหลงกล่าวขึ้นอย่างรู้ใจคนทั้งสาม และเมื่อทั้งสามได้ยินแบบนั้นก็พากันพยักหน้ารับเหมือนคนหมดอะไรตายอยาก แล้วเดินไปนั่งบนชั้นสองของโรงเตี๊ยมที่เป็นเฉพาะลูกค้ากระเป๋าหนักเท่านั้นที่ขึ้นไปนั่งได้

“วันนี้เราจะเมา” เยี่ยเฟิงเอ่ยขึ้นมาก่อนเพื่อนเมื่อมาถึงชั้นสอง ร่างสูงของทั้งสี่พากันนั่งลงกับเก้าอี้โดยมีเสี่ยวเอ้อที่มาคอยบริการอย่างรู้หน้าที่และอย่างรู้ใจ

“อย่าดื่มเยอะนักละ” เยี่ยฟงเอ่ยขึ้นมาเตือนน้องชายตัวเองเพราะเขาคงจะแบกเยี่ยเฟิงกลับห้องไม่ไหวแน่ๆ เพราะเยี่ยเฟิงเมาทีไร ก็หมาดีๆ นั้นแหละ นอนได้ทุกที่

“ข้ารู้ๆ” เยี่ยเฟิงตอบกลับพี่ชายฝาแฝดของตัวเอง ถึงจะเอ่ยตอบพี่ชายตัวเองแบบนั้น แต่เขาก็ไม่มั่นใจนักว่าจะห้ามตัวเองได้มากแค่ไหน เพราะสุราเข้าปากทีไรมันก็ห้ามปากไม่ได้สักที ไม่เมาไม่เลิก

“ข้าก็เห็นเจ้าพูดแบบนี้ทุกที” เยี่ยฟงพูดพร้อมกับหันองค์รัชทายาทของที่ดื่มสุราโดยไม่สนใจใครอีก ดื่มอย่างกับว่ามันเป็นน้ำเปล่าเสียอย่างนั้นแหละ งานนี้องค์รัชทายาทของพวกเขาคงต้องเมาเละเป็นแน่

“ดื่มๆ ไปเถอะพวกเจ้า พูดมากอยู่ได้ เกรงใจโต๊ะอื่นบ้าง” ฉินหลงพูดขึ้น เพราะรับรู้ได้ว่ามีคนมองมายังโต๊ะของพวกเขาเป็นจำนวนมากแม้ในโรงเตี๊ยมแห่งจะเสียงดังอยู่แล้ว แต่เสียงของสองฝาแฝดนี้ก็ดังใช่เล่นๆ ที่ไหนกันละ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเรียกสายตาจากใครได้มากสุด คงจะเป็นพวกผู้ชายที่คิดจะหาเรื่องกลุ่มของพวกเขา ดีที่เขาปล่อยจิตสังหารออกไปเพื่อไม่ให้ใครเข้ามาใกล้หรือขัดขวางการดื่มสุราของพวกเขาได้

“เป็นเกีรยติอย่างยิ่งที่ข้าได้ดื่มสุรากับท่าน” เยี่ยเฟิงพูดขึ้นพร้อมกับยกจอกสุราขึ้นดื่มรวดเร็วหมด แม่นางน้อยของข้าดันไปมีคนรักเสียแล้วข้าทำใจไม่ได้จริงๆ

และตลอดช่วงบ่ายทั้งสี่ก็ใช่เวลาในการดื่มนานไปจนถึงเย็นก็ยังไม่ลุกออกจากโต๊ะไปไหนเลย หรงซู่จินมองหาทั้งสี่คนก็ได้แต่ถอนหายใจกับสภาพของทั้งสามคนที่ฟุบไปนอนกับโต๊ะเรียบร้อยแล้วยังดีที่ฉินหลงยังดูสบายๆ นั่งดื่มสุราช้าๆ ไม่รีบเหมือนกับทั้งสามคนนั้นที่ฟุบใบหน้ากับโต๊ะไปเรียบร้อยแล้ว

“ข้าว่าท่านปลุกเขาไปนอนที่ห้องดีหรือไม่” หรงซู่จินถามฉินหลงที่นั่งดื่มสุราเงียบๆ

“ปล่อยไว้สักพักสามคนนี้ก็ลุกขึ้นมาดื่มต่ออีกนั้นแหละ” ฉินหลงกล่าวบอกและมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ เพราะว่าเขาสังเกตมาแล้วจากการที่ได้ดื่มสุรากับทั้งสามคนนี้แม้จะไม่กี่ครั้งก็ตาม เยี่ยฟงที่คอยห้ามเยี่ยเฟิง แต่ก็ไม่สำเร็จเพราะสุดท้ายแล้วก็ถูกน้องชายตัวมอมสุราอีกตามเคย ส่วนองค์รัชทายาทวันนี้แย่หน่อย เมาอย่างหมดสภาพถ้ารู้ว่าหรงซู่จินมาเห็นตัวเองในสภาพแบบนี้คงไม่มีหน้าไปพบกับหรงซู่จินเป็นแน่

ความคิดเห็น