Bannkob
facebook-icon

ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งให้กันนะคะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 1 50%

คำค้น : น่ารัก, แสนซน, โรแมนติก, ใจดีสายเปย์

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 16 พ.ค. 2562 18:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1 50%
แบบอักษร

 

บทที่ 1

 

บริเวณโถงทางเดินของอาคารสำนักงานของโรงแรมที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา นักศึกษาสาวเจ้าของใบหน้ารูปไข่สวยหวานและมีแก้มป่องน่าหยิกเป็นเอกลักษณ์ เดินออกมาจากห้องห้องหนึ่ง หลังจากที่เจ้าสองชั่วโมงก่อนหน้านี้ เจ้าตัวได้สอบสัมภาษณ์และสอบข้อเขียนเสร็จไป

หล่อนตรงไปยังบันไดเพื่อลงสู่ล๊อบบี้ชั้นล่างของอาคารสำนักงาน ใบหน้าสวยเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม เพราะผลสอบสัมภาษณ์และข้อเขียนด้านภาษาออกมาแล้วว่าหล่อนผ่านฉลุย ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดหล่อนก็จะได้ฝึกงานที่นี่ในอีกสองอาทิตย์ข้างหน้านี้

หล่อนคือแสนรัก สิริภัทร์ เป็นหลานสาวของสินธร สิริภัทร์ รุ่นน้องของมงคล พศิตราภักดิ์ซึ่งเป็นเจ้าของโรงแรมแห่งนี้ โดยสินธรผู้ป็นปู่เองก็เป็นเจ้าของโรงแรมเหมือนกัน แต่เป็นโรงแรมระดับสามดาวและไม่ได้ใหญ่โตเหมือนที่นี่

ผู้เป็นปู่แนะนำให้หล่อนมาฝึกงานที่นี่ แทนที่จะให้ฝึกงานที่โรงแรมของตัวเอง เพราะไม่อยากให้หล่อนมีปัญหาวุ่นวายใจกับแม่เลี้ยง เนื่องจากหล่อนไม่ใช่หลานสายตรงที่มีสิทธิ์ใดๆ ในบ้านสิริภัทร์ แต่เป็นแค่ลูกที่เกิดจากเมียน้อยของพ่อ

หลายสิบปีก่อน นภดลผู้เป็นพ่อ ได้มีภรรยาและลูกสองคนอยู่ก่อนแล้วก่อนที่จะมาเจอมณีพร แล้วคบหากันฉันชู้สาวและสานสัมพันธ์ลึกซึ้ง จนกระทั่งมีแสนรักออกมา

แต่นภดลไม่ได้พาแสนรักเข้ามาอยู่ในบ้านสิริภัทร์ตั้งแต่แรก แต่เพิ่งพาแสนรักเข้าบ้านสิริภัทร์ หลังจากที่มณีพรล้มป่วยและจากไปอย่างกะทันหัน ตอนนั้นแสนรักอายุได้แปดขวบ โดยแสนรักเพิ่งมารู้ตอนโตว่า พ่อไม่ได้รักพิมพ์นรีผู้เป็นแม่เลี้ยงเลยแม้แต่น้อย แต่ที่ยอมแต่งงานด้วย เพียงเพราะความเหมาะสมและตามใจคุณย่าที่ถือสิทธิ์เป็นใหญ่เรื่องในบ้านในขณะนั้น  

หลังจากแสนรักได้เข้ามาอยู่ในบ้านสิริภัทร์แล้ว ก็ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนไป นอกจากแค่ขึ้นชื่อว่าเป็นลูกของพ่อ นอกนั้นแล้วหล่อนไม่มีสิทธิ์มีเสียงอะไรในบ้าน เหมือนคนมาขออาศัยอยู่มากกว่า แม่เลี้ยงกับพี่สาวไม่ชอบหล่อนอย่างออกนออกหน้า ส่วนพี่ชายก็ไม่ชอบเหมือนกัน แต่เขาไม่มายุ่งและไม่สนใจหล่อน มีแต่พี่ภวิตาผู้เป็นพี่สาวเท่านั้นที่ชอบกลั่นแกล้งหล่อนบ่อยๆ แต่แสนรักก็ไม่เคยปริปากบอกให้นภดลรู้

จนกระทั่งวันหนึ่ง นภดลเสียชีวิตจากการตกบันไดและเส้นเลือดในสมองแตก ทำให้ชีวิตของหล่อนถึงจุดพลิกผันรอบที่สอง จากที่เสียแม่ไปก็ต้องมาเสียพ่อไปอีก โชคดีที่สินธรผู้เป็นให้ความเมตตา ยอมให้อยู่ในบ้านสิริภัทร์ต่อไปได้ หล่อนจึงเริ่มติดคุณปู่ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ส่วนตัวท่านเองก็รักใคร่เอ็นดูหล่อนมากเช่นกัน

ทว่า การที่ผู้เป็นปู่เอ็นดูหล่อนมาก ทำให้แสนรักถูกแม่เลี้ยงเข้าใจผิด ว่าท่านคิดจะยกทรัพย์สมบัติรวมทั้งโรงแรมและรีสอร์ทให้กับหล่อนแทนลูกของพิมพ์นรี จนท่านต้องประกาศต่อหน้าทุกคนอย่างชัดเจนว่าแสนรักไม่มีสิทธิ์ใดๆ ในโรงแรมและรีสอร์ท

แต่แม้สินธรจะประกาศออกไปอย่างนั้น แต่พอลับหลังแม่เลี้ยงและทุกคนไปแล้ว ผู้เป็นปู่ก็บอกหล่อนว่า ที่ท่านไม่ยกโรงแรมหรือรีสอร์ทหรือแม้แต่หุ้นของโรงแรมให้แสนรักเลยแม้แต่ส่วนเดียว ไม่ใช่ว่าท่านไม่รัก  แต่เพราะรักและไม่อยากให้หล่อนต้องวุ่นวายกับการแก่งแย่งชิงผลประโยชน์ รวมทั้งความไม่พอใจของหลายๆ ฝ่าย จึงอยากกันแสนรักออกมาจากวงจรนี้และได้ทำพินัยกรรมมอบทรัพย์สมบัติไว้ให้แสนรักต่างหากแล้ว เผื่อว่าถ้าท่านเกิดเจ็บป่วยจากไป แสนรักจะได้ไม่ลำบาก

หล่อนเข้าใจและขอบคุณสินธร แล้วจึงมุ่งมั่นตั้งใจเรียนและเลือกเรียนด้านภาษา ตามที่สินธรแนะนำ เพราะสินธรมองว่าถึงจะไม่ได้ให้หล่อนก้าวเข้ามายุ่งในเรื่องบริหารธุรกิจของครอบครัว แต่ถ้าหล่อนเลือกทำงานในสายงานนี้ ตัวท่านที่ยังพอมีคนรู้จัก ก็พอที่จะช่วยฝากเข้าทำงานในองค์กรดีๆ ได้

แสนรักเดินลงบันไดและกำลังจะเดินตรงไปยังประตูทางเข้าด้านหน้าอาคาร แต่ยังเดินไปได้ไม่ถึงไหน ก็ถูกผู้หญิงที่เพิ่งออกจากลิฟต์ร้องเรียกไว้

“แสนรัก”

เจ้าของชื่อชะงักฝีเท้าหันตามเสียงเรียก ก็เห็นนุชภาผู้ช่วยของหัวหน้าฝ่ายฝึกอบรมพนักงานที่หล่อนเจอตอนส่งข้อสอบวัดความรู้

“ลืมเอกสารจ้ะ” นุชภายื่นเอกสารให้ ปากก็บอกไปด้วย “นี่พี่ว่าถ้าลงมาไม่ทัน จะวอบอกเจ้าหน้าที่รปภ.ให้เรียกแสนรักไว้ เพราะคิดว่าน่าจะยังไม่ทันออกไปพ้นประตูโรงแรม”

“ขอบคุณค่ะพี่แวว ขอโทษด้วยนะคะที่ทำให้พี่แววต้องเอามาให้” หล่อนกล่าวขอบคุณพลางรับซองเอกสารมาถือ รู้สึกผิดที่ต้องเป็นภาระให้คนอื่น แต่นุชภาไม่ถือสากับเรื่องแค่นี้

“ไม่เป็นไร แล้วนี่กลับบ้านเลยหรือเปล่า หรือไปแวะที่ไหนต่อ แล้วกลับยังไง”

“เดี๋ยวแสนรักไปขึ้นวินมอเตอร์ไซค์แล้วไปต่อรถไฟฟ้าอีกทีค่ะ”

“งั้นกลับดีๆ นะ”

“ค่ะพี่แวว”

แสนรักรับคำแล้วยกมือขึ้นไหว้ แต่หูหล่อนแว่วเสียงพนักงานที่อยู่ห่างออกไปใกล้กับลิฟต์อีกตัวเอ่ยชื่อเหมือนรับคำคนๆ หนึ่ง ทำให้ต้องหันไปมอง

พบผู้ชายร่างสูงดูสะโอดสะองแต่แฝงไว้ด้วยความแข็งแกร่งและแผ่ความรู้สึกน่าเกรงขามออกมา ไหล่ของเขากว้างให้ความรู้สึกของการปกป้องภายใต้เสื้อสูทเรียบหรูสีเทาเข้ม เสี้ยวหน้าด้านข้างคมเข้ม จมูกโด่งเป็นสันรับกับใบหน้า ชวนให้อยากรู้เหลือเกินว่าถ้าหันมาจะหล่อเหลาสักแค่ไหน

หญิงสาวมองแล้วก็คิดว่าเขาต้องเป็นคุณศรุตคนเดียวกับที่หล่อนเคยได้ยินแต่ชื่อจากคำบอกเล่าและคำชื่นชมของคุณปู่มาตั้งแต่เด็กแน่ๆ เพราะพนักงานที่อยู่ใกล้เขา มีท่าทีนอบน้อมมาก

แต่เขาเหมือนจะรู้ว่าถูกมอง จู่ๆ เขาก็หันมา แรกสบตากันเขาทำให้หล่อนสะดุ้งเพราะดวงตาคมกล้าที่ เหมือนกับจะมองทะลุผ่านร่างหล่อนได้ พานทำให้แข้งขาของหล่อนเหมือนจะอ่อนยวบเสียให้ได้

‘โอ้ว หล่อลาก หล่อระทวย หล่ออะไรเบอร์นี้ มาดผู้บริหารขนาดนี้ มิน่าทำไมพี่ภูถึงเทียบไม่ติด’

แสนรักคิดในใจพยายามทำหน้านิ่ง ทั้งที่อยากกรี๊ดเต็มแก่ แต่อีกใจก็อดไม่ได้ที่จะนึกเปรียบเทียบไปถึงพี่ชายต่างแม่ของตนเอง ที่มักจะโดนคุณปู่เอาศรุตมาเปรียบเทียบให้ฟังอยู่บ่อยๆ

‘พี่ภูชิดซ้ายเลย’

หญิงสาวคิดแล้วจึงเป็นฝ่ายหลบตาก่อน พอดีกับที่เขาหันไปพูดกับคนที่เดิมตามมา แล้วเดินไปอีกทางหนึ่ง หล่อนจึงได้แต่มองตามไปและยิ้มในใจ ว่าถ้าเพื่อนๆ มาเห็นคงกรี๊ดแตกแน่

คล้อยหลังจากศรุตเดินจากไปแล้ว นุชภาที่เห็นหล่อนตะลึงกับความหล่อของเจ้านายก็เอ่ยแซวกึ่งบอก

“นั่นคุณศรุต กรรมการผู้จัดการของที่นี่ หล่อใช่ไหมล่ะ นั่นน่ะเจ้าชายน้ำแข็งของโรงแรมเลยจ้ะ”

นุชภาอดไม่ได้ที่จะพูดถึงเจ้านาย ที่ถูกเรียกลับหลังว่าเจ้าชายน้ำแข็ง เพราะความมาดนิ่งและดวงตาที่ดูดุทั้งที่ไม่ได้ทำอะไร แต่กลับทำให้คนเกรงกลัวได้ บวกกับความหล่อเหลาจึงทำให้พนักงานทั้งหลายแอบให้ฉายานี้กับเจ้านาย แล้วก็มีสามหัวโจกพนักงานที่ทำงานกันมานาน แอบเป็นเอฟซีเจ้านายด้วย

หล่อนฟังแล้วก็ได้แต่ยิ้ม ไม่ได้พูดเรื่องของศรุตต่อ นอกจากยกมือไหว้ผู้ช่วยฝ่ายอบรมอีกครั้ง แล้วจึงขอตัวกลับบ้าน นุชภาจึงกลับไปทำงานตามเดิม

แสนรักเดินออกมาจากอาคาร ก็เดินไปตามทางเท้าที่อยู่ด้านข้างของถนนส่วนบุคคลของโรงแรมที่ให้รถวิ่งเข้าออก หล่อนเดินมาเรื่อยจนกระทั่งออกมาถึงหน้าทางเข้า ตรงที่มีป้อมของพนักงานรักษาความปลอดภัย แล้วจึงหยุดทักทายลุงยาม เพราะตอนขามาได้รับความอนุเคราะห์จากลุงพนักงานรักษาความปลอดภัยบอกทางให้ว่าสำนักงานของโรงแรมนี้ต้องไปที่ไหน

เนื่องจากโรงแรมแห่งนี้มีสองอาคาร อาคารที่ใหญ่และสูงกว่าคือส่วนของลูกค้าและการบริการ ส่วนอาคารที่อยู่ติดกันและสูงห้าชั้น คืออาคารสำนักงานของโรงแรม ถ้าไม่รู้อาจจะเดินไปผิดอาคารได้

“เรียบร้อยไหมหนู”

“เรียบร้อยค่ะ ขอบคุณนะคะคุณลุง”

แสนรักบอกส่งยิ้มกว้างแล้วเดินเลี้ยวออกจากเขตของโรงแรม หล่อนเดินไปจนกระทั่งเกือบถึงป้ายจอดรถประจำทั้งที่เห็นอยู่ แต่จู่ๆ กลับมีผู้ชายคนหนึ่งวิ่งมา แล้วกระชากกระเป๋าสะพายของหล่อนอย่างแรง

“โอ๊ย!”

หญิงสาวร้องพร้อมกับที่ร่างถลาไปตามแรงกระชาก แฟ้มเอกสารพลาสติกที่กอดอยู่พลันหล่นลงไปกองกับพื้น ส่วนคนที่กระชากกระเป๋าของหล่อนไป ก็วิ่งหนีไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับกระเป๋าในมือ

หล่อนมองตามพอรู้ตัวว่าเพิ่งถูกวิ่งราวไปหมาดๆ  เลือดความบ้าและตัวตนอีกด้านหนึ่งก็เปิดเผย เพราะความจริงแล้วหล่อนไม่ใช่สาวน้อยเรียบร้อยดั่งผ้าพับไว้ แต่ว่าจะทำตัวเรียบร้อยเฉพาะกับผู้ใหญ่และคนที่เคารพเท่านั้น แต่กับคนที่ทำตัวไม่น่าเคารพและไม่น่าให้อภัย มันก็จะเป็นอีกเรื่องหนึ่งเลย!

 “เฮ้ย! หยุดนะ ไอ้ขโมย เอากระเป๋าฉันคืนมานะ!”

แสนรักร้องตะโกน รีบเก็บแฟ้มขึ้นมาแล้ววิ่งตามมันไป แล้วก็เป็นโชคดีที่หล่อนใส่รองเท้าผ้าใบ ไม่ใช่รองเท้ามีส้น ส่วนกระโปรงนักศึกษาก็เป็นกระโปรงพลีทสั้นคลุมเข่าที่ทำให้วิ่งได้สะดวก แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังโชคร้ายอยู่อย่างหนึ่ง นั่นคือบนทางเท้าเบื้องหน้า ไม่มีผู้คนเดินผ่านมาพอให้ช่วยหยุดคนร้ายได้เลย

หญิงสาววิ่งตามคนร้ายไป จนกระทั่งเกือบตามมันได้ทัน แต่จู่ๆ มันกลับวิ่งลงไปบนถนนใหญ่ ตัดหน้ารถบีเอ็มดับเบิลยูสีขาวที่กำลังวิ่งมา ทำเอารถยนต์คันสวยถึงกับเบรกห้ามล้อตัวโก่งลั่นถนน ส่วนรถยนต์คันอื่นๆ ก็ต้องเบรกตามกันเป็นทิวแถว ผู้คนทั้งสองฝั่งถนนก็พลอยหันมองไปด้วย

เอี๊ยด!!!

กันชนด้านหน้าของรถปะทะกับสะโพกของคนร้ายจนมันกระเด็นล้มลงแล้วกลิ้งไปสองตลบ แสนรักชะงักมองรถยนต์ทีและมองคนร้ายทีด้วยความตกตะลึง แต่หล่อนเห็นชัดเจนว่าคนร้ายไม่ได้โดนชนแบบจังๆ เรียกว่าโดนแบบแรงกระแทกที่ตัวมันวิ่งไปชนเองมากกว่า ทำให้ความมีมนุษยธรรมของหล่อนไม่ทำงาน อีกทั้งความโกรธที่โดนวิ่งราวกระเป๋ามามันมีมากกว่าด้วย!

เจ้าตัวจึงรีบวิ่งเข้าไปหมายคว้ากระเป๋าของตนเอง ที่คนร้ายทำหลุดมือและตกอยู่บนพื้น แต่คนร้ายกลับลุกขึ้นตอนที่หล่อนเกือบคว้ากระเป๋าไว้ได้ พร้อมกันนั้นมันก็หันมาชี้นิ้วข่มขู่

“อย่าเข้ามานะมึง ไม่งั้นกูกระทืบมึงแน่!”

หญิงสาวชะงักเจ็บใจ เกือบจะได้กระเป๋าคืนอยู่แล้วเชียว แต่จังหวะนั้นเองที่เจ้าของรถยนต์คันสวยที่ถูกคนร้ายวิ่งตัดหน้าก้าวลงมาจากรถ หล่อนเหลือบไปมองแล้วก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นว่าเขาเป็นใคร

“คุณศรุต…”

หล่อนครางอย่างไม่อยากเชื่อว่า ผู้ชายหล่อวัวตายควายล้มคนนั้นจะมาอยู่ตรงนี้

 

***************************

พระเอกกับนางเอก ต้องเจอกันเร็วนิดนึง แบบว่าดวงสมพงษ์กันสุดๆ

แต่น้องแสนคะ สิ่งที่น้องทำ เป็นการกระทำที่ไม่ควรทำตามอย่างยิ่ง

น้องจะหวงของแค่ไหนก็ได้ แต่น้องจะวิ่งตามคนร้ายไปไม่ได้555555555555

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น