I'mDK
email-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : EPISODE 01

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 323

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 16 พ.ค. 2562 18:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EPISODE 01
แบบอักษร

หลังจากที่เขาลงไปซื้อให้เสร็จสรรพเขาก็กลับมาพร้อมกับผ้าอนามัยหลายห่อ หลายไซด์ หลายยี่ห้อ หลายสูตร ไม่ทราบว่าคุณซื้อมาประชดฉันหรืออย่างไรกันคะน่ะ...

“เอ่อ...” ฉันอ้ำอึ้งกับห่อผ้าอนามัยตรงหน้า ไม่รู้จะพูดอะไรออกไปดีก็เพียงได้แต่นั่งมองมันอยู่อย่างนั้น

“เห็นมีหลายยี่ห้อ ฉันเลือกให้ไม่ถูกเลยซื้อมาให้ทุกอย่างนั่นแหละ”

“คิก” พอได้ฟังเขาพูดฉันก็หลุดขำออกมาไม่ได้

“หัวเราะอะไร” คนหน้าโหดปรายตามามองฉันอย่างดุๆ ฉันจึงได้แต่ส่ายหน้าไปมาเป็นการปฏิเสธ

“เปล่าค่ะ”

“เดี๋ยวจะโดน” พอคำพูดนั้นของเขาเท่านั้นนั่นแหละฉันจึงสงบปากสงบคำทันที และฉันก็พยายามกลั้นหัวเราะแข่งกับการบังคับเลือดประจำเดือนไม่ให้ไหลลงเบาะเขาสุดฤทธิ์

บ้านวิลเลี่ยม

ทันทีที่มาถึงบ้านฉันก็รีบพาตัวเองเข้าห้องอาบน้ำชำระร่างกายและเปลี่ยนผ้าอนามัยซะ พอทำธุระส่วนตัวเสร็จสรรพฉันก็หอบการบ้านมานั่งทำที่โซฟาที่อยู่ในห้องโถงใหญ่ของบ้าน ที่ยังมีคุณแดเนียลนั่งอ่านเอกสารอยู่ตรงนั้น เขาปรายตามองฉันแวบหนึ่งก่อนจะก้มห้าอ่านเอกสารในมือต่อ

ไม่มีอะไรหรอกฉันก็แค่เหงาน่ะ อีกอย่างเวลาทำอันไหนไม่ได้เขาก็จะได้ช่วยอธิบายให้ฟัง เขาน่ะเป็นคนอธิบายให้คนอื่นฟังได้เข้าใจง่ายมากๆ โดยแค่อธิบายเพียงครั้งเดียวเท่านั้นก็เข้าใจหมดแล้ว

คนอะไรจะทั้งหล่อทั้งเก่งขนาดนี้คะ แงงง

ฉันนั่งทำการบ้านอยู่อย่างนั้นจนเวลาล่วงเลยไปนานเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ พอรู้ตัวอีกทีก็ตอนที่คุณแดเนียลเรียกฉันให้ไปทานข้าวนี่แหละ ฉันแอบเห็นเขาบิดขี้เกียจหนึ่งทีก่อนจะเดินนำไปยังโต๊ะอาหารของบ้าน

ตั้งแต่ที่คุณแดเนียลเรียนจบป.โทจากอังกฤษ พวกคุณป้าเอ็มม่าก็กลับอังกฤษทันที เหตุผลก็เพราะพวกท่านคอยอยู่ดูแลฉันในตอนที่คุณแดเนียลไปเรียนต่อนะสิ พอเขากลับมาคุณป้าก็กลับไปทันทีทิ้งให้ฉันอยู่กับเขาอย่างคนเหงาๆ

มันเหงาจริงๆ นะ มันไม่มีคนคอยชวนคุยชวนหัวเราะแบบเมื่อก่อนอีกแล้วอะ ก็คุณแดเนียลเล่นเปลี่ยนไปราวกับคนละคนแบบนั้นนี่นา...

ใช้เวลาเพียงไม่กี่ปีเขาก็เปลี่ยนไป...จากคนที่ร่าเริง เฟรนลี่ เข้าถึงง่าย กลับกลายเป็นคนที่นิ่งงัน พูดน้อยลง แถมน่ากลัวขึ้น

มันเป็นแบบนั้นจริงๆ นะ

“เฮ้อ...” พอมาคิดเรื่องอะไรแบบนี้ฉันก็เผลอถอนหายใจออกมากลางโต๊ะอาหารอย่างคนปลงต่อโลก คุณแดเนียลเงยหน้าจากจานอาหารตรงหน้าเขาขึ้นมามองฉันด้วยสายตานิ่งๆ ราวกับน้ำแข็ง

“มีอะไร” น้ำเสียงเย็นยะเยียบเอ่ยถามขึ้น

“ไม่มีอะไรค่ะ” ฉันได้แต่ยิ้มแห้งส่งไปให้เขาพร้อมกับตักอาหารเข้าปากต่อโดยไม่พูดอะไรขึ้นมาอีก

หลังจากที่รับประทานอาหารเสร็จแล้วพวกเราก็พากันมานั่งเล่นในห้องโถงใหญ่ โดยที่มีเขานั่งอ่านเอกสารส่วนฉันนั่งดูละครหลังข่าวอยู่ข้างๆ เขา

“ชีอัน” หลังจากนั้นเพียงไม่กี่นาทีเขาก็เงยหน้าจากเอกสารมามองฉันนิ่ง

“คะ?” ฉันเอียงคอมองเขาอย่างสงสัย

“ฉันว่าจะย้ายไปอยู่บ้านเล็กสักพัก”

“อ่า...”

“เธอก็เตรียมตัวเก็บของด้วยล่ะอีกไม่กี่วันเราต้องย้ายไปแล้ว” เขาบอกกับฉันเสียงเรียบแต่ในแววตาดุดันของเขากลับแฝงความเป็นห่วงเอาไว้นิดหน่อย

อันที่จริงเขาน่ะจะย้ายไปอยู่บ้านเล็กคนเดียวเขาก็ได้นะ เพราะยังไงฉันก็อยู่ที่นี่คนเดียวได้ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว เพราะฉันไม่อยากเข้าไปยุ่งความเป็นส่วนตัวของเขามากนัก

“เข้าใจไหม” อาจเป็นเพราะเห็นฉันเงียบเขาจึงเอ่ยย้ำขึ้นมาอีกครั้ง

“ค่ะ”

“คุณแดนขา” พอจบบทสนทนาระหว่างเราเสียงแหลมเล็กของใครบางคนก็ดังขึ้นในเวลาถัดมา เรียกร้องความสนใจจากเราทั้งคู่ได้เป็นอย่างดี

“…” ส่วนคุณแดเนียลนั้นก็ได้แต่ปรายตาขึ้นมามองจากนั้นจึงทำเป็นไม่สนใจต่อ

“ริต้ามาหาคุณแล้วนะคะสนใจริต้าหน่อยสิ” ไม่ว่าเปล่าร่างกายสุดเซ็กซี่ของเธอก็เดินเข้ามานั่งบนตักของเขาบดเบียดร่างกายเข้าไปหาจนร่างแทบจะสิ่งกันได้อยู่แล้ว

เอ่อ...จะทำอะไรก็ช่วยเกรงใจเด็กแบบฉันหน่อยจะได้ไหมเนี่ย

“ริต้าคุณควรดูสถานการณ์ด้วยนะที่นี่ไม่ได้มีแค่ผมกับคุณอยู่ด้วยกันแค่สองคน” เขาเอ่ยออกมาความความดุดัน คุณคนสวยเหมือนเพิ่งนึกอะไรออก ดวงตาคมเฉี่ยวก็ปรายหางตามามองฉันทันที

“อุ๊ย...” เหมือนจะตกใจอยู่นิดหน่อยแต่ประโยคถัดมาฉันกลับรับรู้ว่านั่นมันไม่ต่างกับการถูกโดนแซะ “แต่เป็นเด็กเป็นเล็กเวลานี้ควรจะนอนได้แล้วนะคะไหงถึงได้มานั่งอ่อยอยู่แถวนี้ล่ะ”

แรง...

“ริต้า” คุณแดเนียลกดเสียงต่ำจนคุณริต้าที่นั่งอยู่บนตักคุณแดเนียลหุบปากเงียบแทบไม่ทัน

“งั้นหนูขึ้นไปบนห้องก่อนนะคะ” ฉันที่ไม่อยากเห็นฉากติดเรทจึงรีบหนีขึ้นไปบนห้องทันที พวกเขาควรจะอายบ้างนะ! ฉันอายุสิบเจ็ดอยู่นะ!

กลางดึก

“อ่า...อ๊ะ...คุณแดนขา...อ๊า” เสียงกระเส่าของห้องข้างๆ ดังไปทั่ว ดังเข้ามาในห้องฉัน ดังเข้ามาในหูของฉัน

หนวกหู...

ฉันแทบอยากจะออกไปกรี๊ดใส่พวกเขาที่บังอาจมาทำเรื่องบัดสีข้างๆ ห้องเด็กที่อายุยังไม่ถึงสิบแปดแบบฉัน ทั้งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดของเตียง เสียงครางสนั่นของเธอคนนั้นมันแทบทำฉันเป็นบ้า ฉันต้องการนอนพักผ่อนนะ พรุ่งนี้ฉันยังต้องไปโรงเรียนอยู่นะ!

“อ่า...เบาๆสิคะ...อื้มมม”

“ฮืออออ” ฉันเอาหมอนปิดหูแทบไม่ทัน พยายามข่มตาหลับแต่มันกลับหลับไม่ลงเลยสักนิดเดียว ราวกับมีใครมาเปิดหนังสดให้ดู เสียงพวกนั้นยังคงดังต่อเนื่องจนมันหยุดไปเมื่อไหร่ไม่รู้ฉันถึงได้ข่มตาหลับลงได้...

เช้าวันต่อมา

ฉันเดินลงมาจากห้องด้วยสภาพที่ขอบตาดำเป็นหมีแพนด้า มองเผินๆ เหมือนผีเด็กในชุดนักเรียนกำลังเดินลงมาจากบันไดอย่างไงยังงั้น

“ตายจริงทำไมคุณหนูถึงได้โทรมขนาดนี้คะเนี่ย” คุณป้าแม่บ้านรีบวิ่งมาประคับประคองฉันไม่ให้เดินตกลงไปหัวฟาดพื้นตาย พอลงมาจากชั้นบนก็พบกับคุณแดเนียลและคุณริต้านั่งพร้อมหน้าพร้อมตากันที่โต๊ะอาหาร โดยที่เธอนั่งแทนที่ฉันนั่งเป็นประจำ ฉันจึงเดินอ้อมไปนั่งเก้าอี้ว่างอีกที่แถวๆ นั้นที่คิดว่าไม่ใกล้ไม่ไกลจากพวกเขาจนเกินไป

“ทำไมสภาพเป็นแบบนั้น” คุณแดเนียลที่นั่งมองฉันเอ่ยถามขึ้นมาทันที

“ก็...นอนดึกนิดหน่อยค่ะ” ฉันปั้นยิ้มให้เขา ไม่อยากบอกหรอกนะที่นอนดึกน่ะมันก็เพราะพวกเขานั่นแหละ! เล่นละครกันอยู่สองคนแถมเสียงดังขนาดนี้ คนห้องข้างๆ แบบฉันคงจะนอนได้อยู่มั้งคะ

“ทำไม?”

“พอดีหนู...เล่นมือถือจนดึกไปหน่อยน่ะค่ะ” และแล้วฉันก็เลือกที่จะโกหก

“ถ้าเล่นขนาดนั้นคราวหลังฉันจะยึดมือถือไมให้เล่นทั้งอาทิตย์”

“ขอโทษค่ะ” ฉันหน้าจ๋อยลงทันทีที่โดนดุ จากนั้นจึงก้มก้มตาทานข้าวอย่างเงียบๆ คนเดียว โดยที่คุณริต้ากำลังเอาอกเอาใจเขาอยู่อย่างนั้น

เขาคง...ดูมีความสุขดีนะที่มีคนคอยเอาอกเอาใจไม่ห่างขนาดนั้นอะ

อิจฉาจัง...

ทั้งที่ฉันก็ไม่ได้คิดอะไรกับเขาอยู่แล้วแท้ๆ แต่ทำไมในใจลึกๆ พอเห็นภาพที่เขากำลังโดนเอาอกเอาใจถึงได้เจ็บขึ้นมาแปลกๆ กันนะ หรือเป็นเพราะฉันอยู่กับเขามานานแล้วหรือเปล่านะ...ต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆ

หลังจากที่ทานข้าวเสร็จเขาก็แวะมาส่งฉันตามปกติ ฉันไหว้ลาเขาก่อนจะลงจากรถเดินเข้าไปในโรงเรียน ทันทีที่ก้าวเข้ามาก็เจอแพรวาที่กำลังเพิ่งมาถึงเหมือนกัน

“ไงงงง” พวกกเราทักทายกันปกติและพาฉันเดินเข้าห้องเรียนไปจนเข้าแถวเครารพธงชาติเสร็จสรรพก็กลับมาห้องเพื่อเข้าคาบโฮมรูมอีกครั้ง

“นักเรียนคะวันนี้มีนักเรียนใหม่เข้ามายังไงก็ช่ววยเป็นเพื่อนที่ดีให้กับเขาด้วยนะ”

“น่าแปลกเนาะ ทำไมถึงได้ย้ายมากลางเทอมขนาดนี้กัน” แพรวาสะกิดฉันยิกๆ

“นั่นสิ” ฉันพยักหน้ารับ จากนั้นก็หันไปมองคนที่เดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทางที่โคตรจะเหมือนหัวโจก

น่ากลัวเกินไปแล้ว...

“หวัดดี” เขาเอ่ยทักทายด้วยคำพูดที่โคตรจะห้วนสั้น

“…”

“เราชื่อเรสยินดีที่ได้รู้จัก”

“…”

“เอ่อ...งั้นเธอไปเลือกที่นั่งได้เลยนะ” เพราะเห็นว่าทุกคนเงียบครูก็เลยตัดบทด้วยการให้เขาไปนั่งที่

และมันจะบังเอิญอะไรขนาดนี้ที่ที่นั่งข้างหลังฉันดันเป็นที่นั่งว่างพอดี

ฉันน่ะมองเขาครั้งแรกก็รู้สึกกลัวขึ้นมาแล้วล่ะ หากเขาทำอะไรแปลกๆ ใส่ฉันล่ะก็ฉันจะตีเขาจริงๆ นะ

พักกลางวัน

ในที่สุดก็หมดคาบเรียนรอบเช้าสักที! ฉันเรียนแทบไม่เป็นสุขเลยเมื่อจู่ๆ คนข้างหลังฉันเอาแต่แกล้งฉันอยู่นั่นแหละ เขาเตะเก้าอี้ฉันเป็นระยะๆ บ้างก็เอาฝาปากมาจี้ตัวฉันบ้าง เดี๋ยวก็เอานิ้วมาจิ้มหลังฉันบ้าง

“เธอ” พอพวกเรากำลังจะลุกจากที่นั่งน้ำเสียงห้าวของคนข้างหลังก็เหมือนทำหน้าที่เหนี่ยวรั้งฉันเอาไว้ทำเอาฉันที่กำลังเดินก้าวขาเดินหยุดชะงัก

“ฮะ”

“ขอคุยด้วยหน่อย”

“แต่...”

“แค่ห้านาที” พูดจบแขนแกร่งของฝ่ายตรงข้ามก็ลากฉันออกจากห้องไปยังห้องไหนสักห้องที่ไม่มีคนอยู่ แน่นอนว่าฉันยังไม่ทันได้บอกแพรวา เธอกำลังรอฉันอยู่ในห้องเรียนแน่ๆ

“มะ...มีอะไร” ทันทีที่เขาปล่อยให้ฉันเป็นอิสระฉันก็รีบเปิดประเด็นขึ้นมาทันที

ฉันไม่อยากยุ่งกับเขาเท่าไหร่ เขาดู...ไม่เป็นมิตร

“ขอจีบหน่อยดิ” เพราะฉันถามเปิดประเด็นขึ้นมาเขาจึงเปิดประเด็นอย่างรวดเร็ว “เราสนใจเธออะ”

“อะไรนะ!?” ฉันนี่ตกใจตาแทบถลนออกมาจากเบ้า

“ได้ปะ” ดวงตาคมกริบส่งสายตากดดันมาให้เพื่อคาดคั้นคำตอบให้ฉันตอบเขาให้ได้

เอาไงดี...ฉันน่ะยังไม่คิดจะมีแฟนตอนนี้หรอกนะ ฉันต้องการที่จะเรียนให้จบก่อนรอให้มีงานทำเลี้ยงดูตัวเองได้ถึงจะหาแฟนนะ

“ไม่ตอบถือว่าได้”

“เรายังไม่ได้บอกสักหน่อยอย่าคิดเองเออเองสิ” ฉันสวนกลับแทบจะทันที

“ก็เห็นเธอเงียบ”

“เอาป็นว่าจะทำอะไรก็เรื่องของนายเถอะ แต่เราไม่สนใจหรอกนะ” ฉันบอกไปแบบนั้นแล้วเดินหนีเขาออกมาทันที

ให้ตายสิ ฉันเข้าโรงเรียนมาไม่เคยมีใครทำอะไรแบบนี้กับฉันเลยนะ นี่เขาผีเข้าเหรอถึงได้บังเอิญสนใจอยากจีบฉันขึ้นมาเนี่ย

ผู้ปกครองฉันโหดมากนะ หน้าตานี่โคตรจะไม่รับแขกสุดๆ ไปเลย ถ้าเกิดเขาเห็นหน้าคุณแดเนียลล่ะก็เขาอาจจะไม่อยากจีบฉันขึ้นมาก็ได้

ก็ตอนวันประชุมผู้ปกครองคุณแดเนียลเขามาน่ะ พวกผู้ชายที่ทำท่าจะเข้ามาทักฉันนี่โดนสายตาดุดันของเขาตวัดมองจนไม่มีใครแทบจะกล้าเข้ามายุ่งกับฉันเลย แหะ...

“หายไปไหนมาเนี่ย” แพรวาที่เห็นฉันเดินเข้าห้องมาเอ่ยทักขึ้นมา “ทำไมเดินมาด้วยกันได้อะ” และไม่วายมองผ่านฉันไปมองคนที่เดินตามหลังมาต้อยๆ

“ไม่มีอะไรหรอกแค่บังเอิญ” ฉันบอกปัด

“เหรอ...”

“ปะ ไปกินข้าวกันเถอะนะ” ว่าจบก็ลากแขนแพรวาออกห้องไปโรงอาหาร ส่วนเอ่อ...เรสก็เดินตามมาติดๆ

อะไรวะ...

“อะไรเราเป็นเด็กใหม่เรายังไม่มีเพื่อนทำไมมองแบบนั้น หืม?”

มาหงมาหืมอะไรเดี๋ยวต่อยเลยนี่

“ก็เปล่านี่” ฉันไหวไหล่ก่อนจะเดินไปหยุดอยู่ที่ร้านข้าวราดแกงเจ้าประจำที่ชอบกินบ่อยๆ “เอาผัดกระเพราไข่ดาวกับกระเพราไข่เจียวค่ะ”

“เอากระเพราไข่เจียวอีกที่ครับ” เขาเอ่ยบอกป้าขายข้าวจากนั้นจึงได้กระเพราะไข่เจียวที่เป็นของฉันหนึ่งที่ของเขาหนึ่งที่และไข่ดาวของแพรวาหนึ่งที่

ไหงมากินเหมือนกันได้ล่ะ ถึงจะบอกว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญก็เถอะ

“โอ๊ะ...บังเอิญจัง กินเหมือนกันเลยนะ” เขามองจานข้าวฉันพลางส่งยิ้มอย่างมีเลศนัยมาให้

“ก็แค่บังเอิญนี่” ฉันไหวไหล่แบบไม่แคร์อะไรมากจากนั้นจึงตักข้าวเข้าปากโดยไม่พูดอะไร

หลังจากที่กินข้าวเสร็จพวกเราก็กลับห้องเรียน ฉันกับแพรวามักจะมานั่งในห้องเพราะคนไม่ค่อยเยอะ เพราะสองคนไม่ค่อยชอบที่ที่มีคนเยอะน่ะ

ส่วนเขาก็นั่งเอาเท้าก่ายโต๊ะเรียนด้วยความสบายใจเฉิบและด้วยขาของเขามันยาวมากมันก็เลยแทบจะพุ่งเข้ามาเตะหัวฉันได้อยู่รอมร่อ

“เก็บขานายหน่อยได้ไหมอะ” ฉันว่าพลางเอานิ้วไปจิ้มขาเขาจึกๆ เขาเลิกคิ้วขึ้นนิดหน่อยแต่ก็ยอมลดขาของตัวเองลง

“ทำมาเป็นแตะเนื้อต้องตัว” และตามมาด้วยคำพูดเหมือนประชดประชัน

“อะไรของนาย” ฉันถามเสียงขุ่น ก็แค่จิ้มปะไม่ได้สนใจอะไรสักหน่อย

“สองคนนี้สนิทกันเร็วดีนะ” แพรวาเอ่ยแซวอย่างยิ้มๆ ทำเอาฉันหันไปมองเขาตาขวางแล้วสะบัดหน้าหนีไปคุยกับแพรวาแทน

ตอนเย็น

หลังเลิกเรียน

ฉันกำลังเดินออกไปรอรถที่หน้าโรงเรียนค่ะ เพราะวันนี้คุณแดเนียลเลิกงานดึกเขาก็เลยให้คนขับรถมารับฉันแทน โดยวันนี้มันจะพิเศษหน่อยก็ตรงที่ข้างกายฉันมีคนที่หน้าโหดยืนขนาบข้างอยู่ส่วนอีกข้างเป็นแพรวาที่มารอยืนรอแม่เหมือนทุกวัน

“นายกลับไงอะ” แพรวาหันไปถามเรสที่ยืนล้วงกระเป๋ากางเกงด้วยลุคเท่ๆ ถึงจะไม่ค่อยชอบแต่ก็อดไม่ได้ที่จะชมเขาว่าเท่เลยจริงๆ แง้

“รถเมล์อะ” เขาว่า

“อ๋อ...” แพรวาครางรับพร้อมกับพยักหน้าหงึกหงัก

และใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีรถหรูสีดำสนิทก็มาจอดเทียบท่าฉันหันไปโบกมือลาให้ทั้งคู่ก่อนจะก้าวขาขึ้นรถไป

ฉันได้แต่นั่งเงียบงันอยู่บนนั้น ในหัวต่างคิดเรื่องต่างๆ ไม่หยุด คุณแดเนียลน่ะถึงจะบอกว่ากลับบ้านดึกแต่เอาเข้าจริงๆ เขาแทบไม่ได้กลับบ้านเกือบอาทิตย์เลยแหละ

หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป

เฮ้อ...ฉันเคยเดาผิดซะที่ไหนกันล่ะ เขาน่ะไม่กลับมาเลยทั้งอาทิตย์! ป่านนี้คงหนีไปอยู่บ้านเล็กแล้วมั้งนั่น น้อยใจได้ไหมเนี่ย...

“ทำไมทำหน้างั้น” เรสเดินมาหยุดอยู่ข้างๆ ฉันพร้อมกับยื่นไอติมมาให้

อืม...เป็นผู้ชายที่โคตรไม่เข้ากับไอติมเลยเถอะ

ความสัมพันธ์ของฉันกับเขาค่อนข้างเป็นไปด้วยดี แต่ไม่ใช่ว่าฉันจะใจอ่อนให้กับเขาหรอกนะ ฉันน่ะก็แค่พยายามทำตัวเป็นเพื่อนที่ดีให้เขาเท่านั้นเอง ถึงแม้อีกฝ่ายจะไม่ได้คิดงั้นก็เถอะ ส่วนเรสเองตอนนี้ก็มีเพื่อนเยอะแล้ว เขาดูเป็นคนเข้าคนง่ายแต่เพราะหน้าตาดูโหดไปหน่อยก็เลยหาว่าเข้าถึงยากไปซะอย่างงั้น

“คิดไรเพลินไปหน่อยน่ะ” ฉันว่าพลางเอื้อมมือไปรับไอติมมากิน ไหนๆ ก็เป็นของฟรีแล้วงั้นฉันไม่เกรงใจล่ะนะ

“เรื่อง?” อีกฝ่ายเลิกคิ้วถาม

“ไม่ต้องรู้หรอก” ฉันส่ายหัวปฏิเสธพลางยัดไอติมเข้าปากจนหมดประจวบกับรถคันประจำของคุณแดเนียลมาจอดอยู่ตรงหน้าฉันพอดี “ไปนะ” ฉันยิ้มพร้อมกับโบกมือลาเขาอย่างที่เคยทำเป็นประจำ

“เดี๋ยว”

“อะไร...” ยังไม่ทันที่จะได้เอ่ยอะไรต่อ จู่ๆ ฝ่ามือของเรสก็เอื้อมมาแล้วใช้นิ้วโป้งเช็ดตรงมุมริมฝีปากของฉันอย่างแผ่วเบา

“กินยังไงให้เลอะขอบปากเนี่ย” เขาว่าพร้อมกับเลียเศษไอศกรีมที่เขาเพิ่งเช็ดออกไปจากริมฝีปากของฉัน

อ่า...

จู่ๆ ฉันก็รู้สึกว่าโลกนี้มันร้อนขึ้นมาทั้งที่ตอนนี้กำลังเข้าสู่ฤดูหนาวแท้ๆ

“ยืนนิ่งทำไม ไม่กลับเหรอ ผู้ปกครองเธอมองตาขวางแล้วนั่น” เรสเอ่ยยิ้มๆ เขาดูไม่กลัวคุณแดเนียลเลยสักนิด

“อ้อ...ไปนะ”

ปัง!

ทันทีที่เข้ามาในรถคุณแดเนียลที่นั่งนิ่งอยู่ข้างๆ ก็เริ่มใช้เรียวแขนของเขาเกี่ยวตระหวัดเอวฉันให้แนบชิดกับเขา

เดี๋ยวสิ...นี่น่ะมันไม่ถูกต้องเลยนะ

“ไอ้นั่นมันเป็นใคร” เขาถามเสียงต่ำ ดวงตาคมกริบของเขาตอนนี้ฉายแววขุ่นเคืองอยู่ไม่น้อย

“เอ่อ...พะ...เพื่อนน่ะค่ะ” และฉันก็เลือกที่จะหลบสายตาของเขา

เชื่อไหมว่าตั้งแต่ที่เขารับฉันมาเลี้ยงเราแทบไม่เคยแตะเนื้อต้องตัวกันเลย จะมีแตะกันหน่อยก็แค่ช่วงแรกๆ ที่เขารับฉันมาแค่นั้นแหละ

ทำไมวันนี้เขาดูเกรี้ยวกราดจังอะ กลัวนะ

“เพื่อน?” คิ้วเข้มเลิกสูงขึ้นเขาดูไม่เชื่อฉันเลยสักนิด

มันก็ต้องไม่เชื่อยู่แล้วล่ะ เพื่อนที่ไหนมันจะเช็ดไอศกรีมตรงมุมปากให้แถมเอาไปเลียเศษด้วยแบบนั้นอะ อันที่จริงเขากำลังตามจีบฉันอยู่ด้วยซ้ำแต่เพราะถ้าบอกว่าเขากำลังตามจีบฉันคุณแดเนียลอาจจะเกรี้ยวกราดมากกว่านี้ก็ได้

“เพื่อนที่ไหนมันทำแบบนั้นกัน?”

“มันไม่มีอะไรหรอกค่ะ” ฉันบอกอีกฝ่ายเสียงอ่อย แต่ดูเหมือนเขาจะยิ่งคุกรุ่นมากกว่าเดิม

“เหรอ?”

“จริงๆ นะคะ...อื้อ!”

......

Talk

.

.

.

กรีดร้องงงงง คุณแดนรุกแรงมากค่ะ เขินเลยง่าาาา พี่เขาก็แค่หวงงง เลี้ยงน้องมาตั้งกี่ปีจะมีหนุ่มแย่งไปไม่ได้! คอมเมนต์กันค่ะ พรุ่งนี้ถ้าปั่นทันจะด้อัพเร็วนิดนึงเนาะ ฮ่าาาาาา

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น