นินจาลม

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 190

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 536

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 16 พ.ค. 2562 18:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 190
แบบอักษร

โครงกระดูกยักษ์! อันเดธพวกนี้แข็งแกร่งเพราะกลืนกินโครงกระดูกไปจำนวนมากหลังจากตาย จากนั้นมันก็แข็งแกร่งขึ้น สรุปคือ พวกมันคือโครงกระดูกที่รวมกระดูกเข้าด้วยกันจนแข็งแกร่งขึ้น ความแข็งแกร่งของโครงกระดูกยักษ์จะแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากโครงกระดูกทั่วไป โครงกระดูกยักษ์บางตัวอาจจะแข็งแกร่งเทียบเท่านักรบระดับสามหรือสี่ นกจากนี้พวกมันยังไม่รู้จักความเจ็บปวด

“ให้พักกันบ้างสิ! จอมเวทมุ่งเน้นจัดการกับพวกโครงกระดูกยักษ์! ยิงไปที่พวกมัน! พลปืนทั้งหมดเล็งไปที่พวกโครงกระดูกยักษ์ พลเดินเท้าระวังพวกมันให้ดีๆ!”

เร็นตะโกนสั่งการเสียงดัง

เหล่าพลเดินเท้ามีประโยชน์อย่างมากในการผจญภัยครั้งนี้ สิ่งที่โดดเด่นที่สุดของพวกเขาคือการป้องกัน แม้ว่าพวกเขาจะอยู่แค่เลเวล 10 และเทียบได้กับนักรบระดับสอง แต่นักรบระดับสามก็ยังต้องลำบากถ้าจะจัดการพวกเขา

ในเวลาเดียวกันนั้นเอง เสียงคำรามก็ดังกึกก้อง คาร์นพุ่งเข้าไปหาโครงกระดูกยักษ์ขณะกวัดแกว่งขวานยักษ์ในมือ คาร์นดุดันที่สุดในสมรภูมิ เขาไม่รู้สึกเกรงกลัวโครงกระดูกยักษ์เพราะเขาสวมใส่ชุดเกราะเซ็ตที-หนึ่ง ขาใช้สกิลกระทืบปฐพี คลื่นปฐพี เหวี่ยงกวาดและพุ่งทะลวงจนทำให้โครงกระดูกยักษ์กลายเป็นแค่เศษฝุ่น คาร์นไม่ค่อยพอใจกับเลเวลที่ต่ำของตัวเองนัก เขามักจะพุ่งไปที่แนวหน้าของสนามรบในทุกๆ ครั้ง หลายครั้งที่เขาได้รับบาดเจ็บ แต่เพราะมีโพชั่นรักษาและด้วยร่างกายที่แข็งแกร่งของเขา มันจึงใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีก่อนทีเขาจะกลับมาสมบูรณ์พร้อมอีกครั้ง ระดับความเชี่ยวชาญอาวุธของคาร์นได้มาอยู่ที่เลเวลสูงสุดแล้ว ดังนั้นคาร์นจึงต่อสู้ได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม

ตูมมมมม

คาร์นเหวี่ยงขวานสับลงมา ด้วยความรุนแรงของมันทำให้ผ่าแยกร่างของโครงกระดูกยักษ์เป็นสองส่วน มันไม่สามารถต้านทานการโจมตีของคาร์นได้

กี้~

โครงกระดูกยักษ์กรีดร้องอย่างทุกข์ทรมานก่อนที่คาร์นจะสับขวานลงไปอีกครั้ง โครงกระดูกส่วนต่างๆ แตกหักเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย คาร์นกล้าหาญไม่เกรงกลัวใคร เขากระทั่งแข็งแกร่งกว่ากรอมในการต่อสู้ซึ่งๆ หน้า เผ่าทัวเรนเกิดมาเพื่อเป็นนักรบวิ่งตะลุยเข้าสู่สนามรบ

จำนวนของพวกโครงกระดูกทั่วไปลดลงอย่างมาก แต่กลับมีพวกโครงกระดูกยักษ์มากกว่าร้อยตัวโผล่ออกมาจากพื้นดินแทน พวกมันมุ่งกน้าเข้าโจมตีไม่หยุด

โครงยักษ์พวกนี้แข็งแกร่งไม่เบา พวออร์คที่แข็งแกร่งเทียบเท่านักรบระดับสองไม่อาจต่อสู้กับมันตัวต่อตัว แต่เสียงกลองของผู้บังคับอสูรโคโด เวทกระหายเลือดของเหล่าชาแมนและสกิลกู่ร้องของคาร์นแล้วก็พรแห่งพลกำลังของเร็นที่จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับพวกมัน พวกมันจะเข้าต้านรับการโจมตีจากโครงกระดูยักษ์ ในขณะที่เหล่าจอมเวท พลธนูและพลปืนจะยิงสังหารพวกมัน

อัลม่าแสดงความสามารถอันน่าทึ่งออกมา บอลเพลิงของเขาสามารถจัดการโครงกระดูกยักษ์ได้ในทันที

เร็นได้มอบโพชั่นมานาให้กับอัลม่าและจอมเวทคนอื่นๆ เอาไว้แล้ว เร็นบอกพวกเขาให้ใช้มันได้โดยไม่ต้องลังเล

แอนโทนีดาสเองก็น่าทึ่งเหมือนกัน เขาเรียกจิตวิญญาณธาตุน้ำออกมา 3 ตน พวกมันยืนเรียงแถวหน้ากระดานกระหน่ำยิงน้ำแข็งราวกับปืนกล แท่งน้ำแข็งเหล่านี้สร้างความเสียหายต่อพวกโครงกระดูกอย่างมาก ความเร็วในการโจมตีและเคลื่อนไหวของพวกมันลดลงเมื่อถูกแท่งน้ำแข็งเหล่านี้ยิงเข้าใส่ แอนโทนีดาสใช้สกิลอาเขตเหมันตร์ตลอดเวลาเพื่อตรึงทัพโครงกระดูกกลุ่มใหญ่เอาไว้ หอกน้ำแข็งของเขาเป็นการโจมตีเป้าหมายเดี่ยวที่ทรงพลังอย่างมาก แต่เลเวลของมันได้มาอยู่ที่ระดับสูงสุดแล้ว ดังนั้นมันจึงมีส่วนช่วยอย่างมาก ทำให้มันสามารถสังหารโครงกระดูกยักษ์ได้

ศรเวทย์ของทิรันด้าเองก็ยอดเยี่ยม แม้ว่ามันจะไม่สามารถฆ่าโครงกระดูกยักษ์ได้ในทันที แต่ก็ทำให้พวกมันอ่อนแอลงอย่างมาก พลกธนูจะยิงซ้ำและสังหารพวกมันลง พลังป้องกันของโครงกระดูกยักษ์มีมากเกินกว่าที่พลธนูเอลฟ์จะฆ่าพวกมันได้แม้ว่าจะใช้ลูกธนูเวทธาตุแสงแล้วก็ตาม แต่กระสุนของพวกพลปืนสามารถเจาะทะลวงพวกมัน ความรุนแรงของกระสุนปืนมีมากกว่าลูกธนูมาก โครงกระดูกยักษ์จะถูกจัดการหสกถูกยิงด้วยพลปืนสิบคนหรือมากกว่าโจมตีในเวลาเดียวกัน

พวกพลเดินเท้าสามารถรับมือกับโครงกระดูกได้อย่างน้อยสองตัวในเวลาเดียวกัน พวกเขาสามารถใช่โล่ได้อย่างช่ำชอง แม้ว่าพวกโครงกระดูกจะฟาดฟันลงบนโล่ของพวกเขาสักเท่าไหร่ มันก็ไม่อาจคุกคามพวกเขาได้ พวกโครงกระดูกไม่สามารถฝ่าแนวกำแพงโล่เข้าไปได้ เร็นได้มอบบัฟพรแห่งพลกำลังให้กับพวกเขา ชุดเกราะของพวกเขาแข็งแกร่งกว่าชุดเกราะที่พวกออร์คสวมใส่มาก น่าเสียดายที่พลังโจมตีของพวกเขาน้อยกว่าพวกออร์คถึงสองเท่า

“อสูรโคโดต้านทานพวกมันเอาไว้! เหยียบพวกมันให้จมดินไปเลย!”

เร็นตะโกนออกมาเมื่อเห็นว่าพวกโครงกระดูกยักษ์กำลังมุ่งหน้าเข้าหาพวกมัน อสูรโคโดมีประสิทธิภาพมาก นอกเหนือจากพลเดินเท้าและออร์ค พวกมันไม่มีพลังโจมตีที่รุนแรง แต่มีผิวหนังที่หนาทนทาน กระทั่งแรดยักษ์ยังไม่สามารถทำอะไรพวกมันได้ ไม่ต้องพูดถึงโครงกระดูกยักษ์พวกนี้

ปึง ปึง ปึง

พวกอสูรโคโดวิ่งเข้าเหยียบย่ำพวกโครงกระดูก พวกโครงกระดูกเริ่มถูกดึงดูดความสนใจจากร่างกายอันใหญ่โตของพวกมัน พวกโครงกระดูกโจมตีเข้าใส่ไม่หยุดหย่อน แต่พวกอสูรโคโดก็ไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่นิดเดียว

เร็นสามารถต้านทานพวกโครงกระดูกเอาไว้ได้ก็เนื่องจากมีโพชั่นรักษาและเหล่านักรบอัญเชิญ เขาเชื่อว่าหากเปลี่ยนเป้ฯนักผจญภัยกลุ่มอื่นแล้วล่ะก็ พวกเขาก็คงจะพ่ายแพ้ไปตั้งนานแล้ว

“แย่แล้ว!”

เร็นเห็นว่ามีพวกโครงกระดูกยักษ์หลายตัวหลุดรอดมาได้ ขณะที่นักเรียนอัศวินเริ่มบาดเจ็บกันมากขึ้น พวกออร์คบางส่วนเองก็เริ่มได้รับแผลฉกรรจ์ เร็นต้องการรักษากำลังคนเอาไว้ให้มากที่สุด เขาไม่ต้องการเห็นคนทางฝั่งเขาต้องตายหากเขาสามารถช่วยได้

เร็นล้วงเอาม้วนคัมภีร์ของธีโอดอร์ออกมา เขาเห็นว่าการโจมตีจากพวกโครงกระดูกยักษ์ยิ่งมายิ่งรุนแรงขึ้น นี่เป็นสถานการณ์จำเป็นที่เขาต้องใช้คัมภีร์ของธีโอดอร์ เขาหยิบม้วนคัมภีร์เวทสายอัคคีที่ชื่อว่า พายุเพลิง ออกมา เขามองไปที่พวกโครงกระดูกยักษ์ก่อนจะขว้างคัมภีร์เวทเข้าไปกลาสงกลุ่มพวกมัน

บึ้มมมมมมมมมมมมม

เสียงระเบิดดังกึกก้องสั่นสะเทือน เปลวเพลิงขนาดใหญ่ก่อรูปเป็นพายุเพลิงขึ้น มันกวาดเอาพวกโครงกระดูกยักษ์เข้าไปจนกลายเป็นฝุ่น จากนั้นตัวพายุก็เริ่มหมุนเคลื่อนที่ พายุเพลิงเริ่มดูดกลืนพวกโครงกระดูกและโครงกระดูกยักษ์เขาไป พวกมันถูกเปลี่ยนเป็นเถ้าธุลีทันทีที่ถูกดูดกลืนเข้าไป ทุกคนต่างตกตะลึง ไม่มีใครเคยเห็นเวทมนตร์ที่รุนแรงขนาดนี้มาก่อน มันเป็นคัมภีร์เวทระดับสี่ แต่มันถูกสร้างขึ้นโดยธีโอดอร์ ดังนั้นความรุนแรงของมันจึงเหนือกว่าระดับเดียวกันมาก

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าใช้คัมภีร์นี้ในสนามรบ ไม่แปลกใจว่าทำไมผู้คนถึงเกรงกลัวธีโอดอร์กันนัก สิ่งที่ทุกคนได้เห็นเป็นแค่เวทจากคัมภีร์ ลองจินตนาการดูสิ ถ้าหากธีโอดอร์มาใช้มันด้วยตัวเองล่ะ?

เร็นเคยได้ยินมาว่ามีเวทมนตร์บทที่สามารถทำลายเมืองทั้งเมืองได้อยู่ เขาไม่เชื่อและคิดว่ามันเป็นแค่เรื่องโอเวอร์เกินจริง แต่ตอนนี้เขาเชื่อแล้ว

คัมภีร์เวทกวาดล้างพวกโครงกระดูกส่วนใหญ่ไปจนเกือบหมดแล้ว ทั้งหมดพุ่งเข้าโจมตีพวกโครงกระดูกที่ยังหลงเหลืออยู่ทันที

ดาบ Shalamayne ของเร็น ‘เปล่งประกาย’ อย่างมากในการต่อสู้นี้ มันสามารถสังหารพวกโครงกระดูกยักษ์ได้เหมือนพวกวิญญาณ เร็นได้จัดการอัพเกรดมัน ทำให้ดาบมีความคมเป็นอย่างมากเร็นฟันและแทงบนร่างของโครงกระดูกยักษ์เพียงไม่กี่ครั้งก็สังหารมันลงได้

“สมแล้วที่มันเป็นถึงดาบเวทชั้นเลิศในตำนาน”

เร็นพึมพำ เขาใช้ก้าวพริบตา ก้าวกระโดด พุ่งทะยาน แสงศักดิ์สิทธิ์และสกิลโจมตีแห่งแสงของพาลาดินเข้าไปจัดการพวกมันกลางวงล้อม

เขาไม่จำเป็นต้องเก็บงำฝีมืออีกต่อไป เขารู้ว่าไม่ยังไงผู้คนก็ต้องรู้ฝีมือของเขา ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องซ่อนอีกต่อไป

พวกโครงกระดูกทั้งหมดถูกกำจัดจนหมด ไม่มีพวกโครงกระดูกปรากฏออกมาอีก ดังนั้นเร็นจึงเริ่มดูแลรักษาคนเจ็บ

นักเรียนหลายคนของสถาบันอัศวินสู้รบจนลืมสิ่งรอบตัว กว่าพวกเขาจะรู้สึกตัวก็ได้รับบาดเจ็บอยู่ในวงล้อมของพวกโครงกระดูแล้ว คนเหล่านี้ยังติดพิษ

เร็นเห็นว่าบาดแผลพวกนี้ร้ายแรงเกินไป เขารู้ว่าโพชั่นรักษาไม่อาจรักษาบาดแผลภายนอกหรือภายในได้อย่างหมดจด เขาจึงใช้สกิลแสงศักดิ์สิทธิ์และชำระล้างเยียวยารักษาผู้บาดเจ็บ เขาได้เพิ่มแต้มสกิลจนถึงเลเวลสูงสุด บาดแผลและพิษได้รับการรักษาไปพร้อมกับอาการของพวกเขาที่ดีขึ้นหลังจากได้รับโพชั่นรักษาหลังจากนั้น

พวกนักเรียนจากสถาบันเวทมนตร์ยิ่งตกตะลึงมากขึ้นเมื่อเห็นเร็นใช้สกิลแสงศักดิ์สิทธิ์และชำระล้าง เขาเป็นใครกันแน่!

ลำแสงสีทองส่องประกายรักษาบาดแผลและชำระล้างพิษ ด้วยความเร็วที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า พวกเขารู้ว่า “พาลาดิน” สามารถทำสิ่งที่เหมือนแบบนี้ได้ แต่มีเพียงพาลาดินในยุคโบราณเท่านั้นที่มีสกิลทรงพลังแบบนี้ แต่สกิลเหล่านั้นได้สูญหายไปมากกว่าหนึ่งหมื่นปีแล้ว

โชคดีที่ไม่มีเสียชีวิต เขาคิดว่านักเรียนเหล่านี้น่าจะสามารถหายเป็นปกติได้ภายในหนึ่งเดือนถ้าใช้โพชั่นรักษาอย่างต่อเนื่อง

นักเรียนจากทั้งสองสถาบันต่างรู้สึกขอบคุณและเข้าใจถึงประโยชน์ของการอยู่ฝ่ายเดียวกับเร็นในตอนแรก มีเพื่อนของพวกเขาที่ตายภายในเทือกเขาอัลคาเกน มาตอนนี้พวกเขาสามารถรอดชีวิตได้ตราบเท่าที่ยังมีลมหายใจ

อัลม่านั่งพักผ่อนอยู่ด้านข้าง เมื่อเขามองเห็นไอเวทที่เท้า เขาก็รีบตื่นตัวขึ้นมาทันที

“นี่เป็นไอเวทของเนโครแมนเซอร์!”

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น