Hunny Exo

เจแปน vs คุณหมอตรี ใครจะโรคจิตและแสบกว่ากัน! ขอบคุณที่เข้ามาอ่านน้าาา~

บทที่53 : คืนนั้นของ 'ผม' กับ 'คู่หมั้น' (Nc)

ชื่อตอน : บทที่53 : คืนนั้นของ 'ผม' กับ 'คู่หมั้น' (Nc)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 18 พ.ค. 2562 10:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่53 : คืนนั้นของ 'ผม' กับ 'คู่หมั้น' (Nc)
แบบอักษร

 

Japan Part

 

1 สัปดาห์ต่อมา~

 

"พี่แลนด์นอลตรงนี้โอเคมั้ยครับ?"

 

"อื้ม! โอเคมากเลย เจจัดดอกไม้สวยมากเลยนะเรา"

 

"ฮ่ะๆ นิดหน่อยเองครับ"

 

ผมอมยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับพูดถ่อมตนในขณะที่กำลังก้มหน้าก้มตาจัดดอกไม้ไปด้วย ส่วนพี่แลนด์นอลก็ยืนอยู่ข้างๆโดยมีหน้าที่ให้กำลังใจเพราะพี่เค้านั้นจัดไม่เป็น

 

เช้านี้สภาพอากาศดีมากครับ ผมเลยรีบตื่นแต่เช้าแล้วรีบไปตลาดที่อยู่ใกล้ๆคอนโด เผอิญเจอพวกดอกไม้สดราคาถูกและแจกันในห้องมันก็ว่างเปล่า ผมเลยเอาพวกดอกไม้สดพวกนี้มาจัดใส่แจกันแทนซะเลย

 

"แม่บ้านแม่เรือนดีจัง คุณลุงเลือกคนไม่ผิดจริงๆด้วย"

 

"แม่บ้านแม่เรือนอะไรกันล่ะพี่ก็พูดไป ฮ่ะๆ คนมันว่างงานนี่ครับ"

 

"นั่นน่ะสิน้า ช่วงนี้เราปิดเทอมใหญ่ด้วยนี่เนอะ"

 

"ครับ รอเตรียมพร้อมเข้ามหาลัยอย่างเดียวเลย มีอีกหลายอย่างเลยที่ต้องจัดการ"

 

"โห แป็ปเดียวจะเป็นเด็กปีหนึ่งแล้วนะเรา เอาน่าๆ เดี๋ยวมันก็ผ่านไป"

 

"ครับ!"

 

หลังจากวันนั้นเป็นต้นมานี่มันก็ผ่านมาหนึ่งอาทิตย์เต็มๆที่ผมกับพี่ตรีเราต่างคนต่างอยู่กันทั้งคู่ พี่ตรีก็ไปทำงานเหมือนในทุกๆวัน ส่วนผมก็เร่งจัดเตรียมเอกสารเพื่อสมัครเข้ามหาลัยที่สนใจ

 

อาจเป็นเหตุทำให้ผมและพี่ตรีต้องห่างกันไป จะมีก็แค่นอนร่วมเตียงเดียวกัน ถ้าจะให้หาเหตุผลมาชวนคุยคงไม่มีหรอกครับ ส่วนมากผมไม่เข้าใจเกี่ยวกับมหาลัยไม่ว่าเรื่องอะไรก็ช่าง ตอนนี้ผมเลือกที่จะถามพี่แลนด์นอลเสียมากกว่า

 

"พี่แลนด์นอลคือเย็นนี้ผมจะไม่อยู่นะครับ"

 

"อ่าว แล้วเราจะไปไหนล่ะ?"

 

"คือไปกินหมูกระทะกับเพื่อนๆน่ะครับ ปิดเทอมไปไม่ค่อยได้เจอกัน เพื่อนๆมันเลยชวนไปน่ะครับ"

 

"อ๋อ โอเค"

 

พี่แลนด์นอลพยักหน้ารับก่อนที่พี่แกจะนั่งกดโทรศัพท์ต่อไป ส่วนผมก็ไปหาทำความสะอาดห้อง จนกระทั่งผมเข้าไปในห้องนอน

 

พอนึกขึ้นได้ว่าต้องเอาเสื้อผ้าพี่ตรีและของผมเองไปซัก จึงเดินเข้าไปในห้องแต่งตัวทันที ครั้นสายตาก็เหลือบมองตู้ที่อยู่ข้างๆขนาดเท่ากัน

 

"คิดถึงชุดพวกนี้จังเลยแฮะ"

 

กึก!

 

ประตูบานไม้ดำเงาถูกเปิดออกก็พบกับชุดมากมายที่เป็นประเภทพวกชุดวิปริตของพี่ตรีมัน ผมไล่มือแหวกดูชุดนี่นั่นไปเรื่อยเพราะคิดถึงคราวที่เคยยังได้ใส่มันอยู่

 

"เห้อ! เจ้าของพวกแกคงมีคนให้ใส่แทนฉันแล้วล่ะ"

 

ปึก!

 

ผมดันประตูให้ปิดลงพร้อมกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ บางครั้งสิ่งที่อยากจะพูดแต่มันก็พูดไม่ได้นี่มันแสนจะทรมาน ผมได้แต่รีบก้มหน้าก้มตาทำงานบ้านไปรีบๆให้เสร็จไวๆ แล้วเลิกคิดกับเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมา

 

เวลาร่วงเลยเข้าสู่ช่วงบ่ายของวันก็หมดหน้าที่ของผมที่ไม่รู้จะทำอะไรต่อ จึงนอนแผ่เล่นโทรศัพท์ที่โซฟาโซนของห้องนั่งเล่น พลางคุยกับเพื่อนๆในกลุ่มแชทไปเรื่อยๆ

 

"เจแปน"

 

"ครับพี่แลนด์นอล?"

 

"พี่จะออกไปข้างนอกหน่อยนะ"

 

"เอ๊ะ?..พี่รู้จักทางแถวนี้แล้วหรอครับ จะไม่หลงแน่นะพี่?"

 

"เอ่อ.."

 

ร่างสูงของพี่แลนด์นอลแกดูเลิ่กลั่กเล็กน้อยก่อนจะยืนเกาท้ายทอยแล้วมองหน้าผมแบบงงๆ ผมก็สงสัยแหละว่าพี่แกจะไปไหน แล้วพึ่งจะมาอยู่ไทยแค่อาทิตย์เดียว รู้จักเส้นทางแล้วรึ?

 

"ฮ่ะๆ เจทำเหมือนพี่โง่เลยอ่ะ พี่ก็มีเพื่อนที่นี่ไงครับ คือเค้าจะมารับน่ะ"

 

"อ๋อ! งั้นหรอครับ..จะไปสังสรรค์ประมาณนี้รึเปล่า? คือ..กินได้นะครับแต่กลับมาเมาเละผมขอไม่แบกพี่เข้าห้องนะ หนัก!"

 

"พี่ว่าก็ไม่ขนาดน๊านน ฮ่าๆๆ นิดๆหน่อยๆเอง พี่ไม่เมาเละกลับหรอก"

 

"ได้ยินแบบนั้นก็โล่งใจครับ"

 

ไอ้ที่ผมพูดไปก็แค่แกล้งพี่แกหยอกๆเท่านั้น ผมคงไม่กล้าไปบังคับพี่แกขนาดนั้นหรอกครับ ใบหน้าคมได้รูปลูกครึ่งไทย-นอร์เวย์ ที่จัดว่าพี่แกหล่อมาก!

 

ตัวขาว สูง เพอร์เฟ็ค! บุคลิกก็จะแตกต่างกับพี่ตรีสุดขั้วไปแบบคนละโลก คนนึงราวกับเทพบุตรผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม ส่วนอีกคนจะถูกจัดแต่งให้สุขุม หน้ามึน แต่ว่านอนสอนยากเป็นเรื่องปกติ

 

"พี่ไปก่อนนะเพื่อนมารอแล้ว"

 

"ครับ ไปดีมาดีนะครับ"

 

ปัง~

 

ครืดดดด! ครืดดด!

 

"ว่าไงเทล?"

 

(พวกกูจะขอเลื่อนเวลามาเป็นห้าโมงอ่ะไอ้เจ มึงโอเคป้ะ?)

 

"อืม ได้ดิ..กูไม่มีปัญหาอะไร"

 

(เออๆ ตกลงเวลาใหม่คือห้าโมงนะ)

 

"โอเค เดี๋ยวกูจะไปเตรียมตัวแล้ว"

 

(เคๆ พิกัดร้านเดิมเลยนะ)

 

เมื่อสายถูกตัดไปผมก็นั่งเล่นโทรศัพท์อีกสักพัก แล้วจึงรีบลุกเข้าห้องไปอาบนํ้าแต่งตัวเพื่อเตรียมไปกินหมูกระทะเพื่อนๆในเวลาห้าโมงต่อจากนี้

 

"เสื้อนี้ก็เหมาะดีแฮะ"

 

หลังจากเตรียมตัวเสร็จผมก็ไม่ลืมหยิบโทรศัพท์ กระเป๋าสตางค ์และคีย์การ์ดของห้องติดตัวมาด้วย ก่อนที่จะมุ่งหน้าไปยังร้านหมูกระทะที่นัดเพื่อนๆไว้

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

Tree Part

 

ณ โรงพยาบาล

 

"สุขภาพยังปกติอยู่ ช่วงนี้ก็ดูแลตัวเองให้เหมือนๆที่ผ่านมาแล้วกัน"

 

"แต่เมื่อวานผมคัดจมูกมากเลยพี่"

 

"ร่างกายกำลังปรับสภาพน่ะ ไม่ต้องคิดมาก จากนอร์เวย์มาที่ไทยสภาพอากาศมันต่างกันเยอะ"

 

"อ๋อ"

 

เด็กหนุ่มที่อายุน้อยกว่าผมได้แต่พยักหน้าเป็นอันว่าเข้าใจ ก่อนที่ผมจะเขียนใบสั่งยาแล้วส่งให้กับนางพยาบาลที่ยืนอยู่ด้านข้างให้ไปจัดยาแก่เด็กหนุ่มตรงหน้า

 

เมื่อพยาบาลเดินออกไปแล้ว ภายในห้องตรวจของผมเงียบไปพักนึง ก่อนที่จะมีคำถามจากคนไข้ที่ยังคงนั่งอยู่ที่เก้าอี้ไว้ให้คนไข้นั่งตรวจตัวเดิม

 

"นายมีอะไรแลนด์นอล?"

 

"ผมสงสัยอ่ะพี่ตรี"

 

"เรื่อง?"

 

"เรื่องเจแปนน่ะสิ"

 

"พี่ว่าเราคุยเรื่องนี้จบกันไปนานแล้วนะ"

 

ผมหันไปบอกกับเด็กหนุ่มลูกครึ่งไทย-นอร์เวย์ ที่กำลังนั่งระบายยิ้มอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร

 

ส่วนผมเมื่อสบตาแค่เพียงเสี้ยววิก็ต้องตวัดสายตามองเอกสารที่อยู่บนโต๊ะทำงานต่อไป แล้วปล่อยให้แลนด์นอลได้พูดต่อ

 

"อยากรู้จังเลยเนอะพี่ว่าคนๆนึงยังจะรอคนที่รักอยู่มั้ย ถ้ารู้ว่าต้องมาแต่งงานกับคนอื่นแทน..."

 

"..."

 

"น่าเศร้าที่เกิดกับเจแปน"

 

"หน้าที่ของนายคือดูแลเจแปน แลนด์นอล..."

 

"ผมรู้ ฮ่ะๆ รู้มาสดๆร้อนๆที่โดนพ่อถีบหัวส่งมานี่"

 

"พี่เชื่อว่านายสามารถทำให้เจแปนมีความสุขได้"

 

และแล้วใบหน้าคนที่ผมรักมากที่สุดก็ฉายภาพย้อนขึ้นมา ใบหน้าหวานที่เป็นเอกลักษณ์น่าหลงใหล พร้อมกับรอยยิ้มที่เหมือนมนต์สะกดจิตใจ

 

คิดถึง...คิดถึงเจแปนมากๆที่สุดตอนนี้ สุดท้ายผมคงต้องเป็นคนที่ก้าวออกมาก่อนแล้วจำใจปล่อยให้คนตัวเล็กต้องอ้างว้างไว้แบบนั้น แต่ถ้าหากมี แลนด์นอล...

 

เจแปนคงจะดีขึ้นเยอะแล้ว ณ เวลานี้...

 

"ตลกน่าพี่ ฮ่ะๆ ผมน่ะทำให้เค้ามีความสุขได้ แต่คงไม่เท่าพี่หรอก จริงมั้ย?"

 

"นายทำได้ดีอยู่แล้วแลนด์นอล"

 

ผมค่อยๆว่างปากกาลงก่อนที่จะเอนตัวพิงหลังกับเก้าอี้ทำงานตัวประจำ พร้อมกับเงยหน้ามองเพดานของโรงพยาบาลที่ขาวสะอาดตา

 

แลนด์นอลที่ได้แต่นั่งนิ่งพร้อมกับถอนหายใจกับประโยคที่ผมพูดต่อไปนี้

 

"ดาร์เรนจะมาในอีกสองวัน"

 

"เห้อ..."

 

"..."

 

"แล้วมาทำไมอ่ะพี่?"

 

"งานแต่งยังไงดาร์เรนก็ต้องมา"

 

"ให้ตายสิพี่ แล้วเจแปนล่ะ?"

 

"พี่ถึงเชื่อนายไง..ว่านายสามารถจะทำให้เจแปนมีความสุขได้ จำไว้ให้ขึ้นใจล่ะ"

 

ผมหันไปสบตากับแลนด์นอลที่ดูท่าจะหงุดหงิดอยู่มากโขเมื่อพูดถึง'ดาร์เรน'ลูกสาวคนเดียวของเพื่อนพ่อผม เธอจะมาในอีกสองวันข้างหน้า เพราะเราทั้งคู่มีนัดหมายดูชุดแต่งงานและแหวนที่จะเข้าพิธีด้วยกัน

 

แลนด์นอลได้แต่ทำหน้าหงุดหงิด ซึ่งผมเองก็ทำอะไรไม่ได้ไปกว่านี้ ทำได้เพียงนั่งคิดถึงหน้าเจ้าแมวน้อยที่แสนจะคิดถึงสุดหัวใจ

 

"เหอะ! เอาพี่ดาร์เรนมาเนี่ยนะ! คิดยังไงกัน?"

 

"ก็คุณอาคิดยังไงล่ะ เอาเถอะ..นายควรกลับได้แล้ว"

 

"พ่อผมอีกและ? แล้วจะกลับไปเพื่อไรล่ะพี่ตรี? เจแปนหนีไปกินหมูกระทะกับเพื่อนแล้วล่ะตอนนี้"

 

.

 

.

 

.

 

Japan Part

 

20:11 p.m.

 

"เจแปนมึงไหวเปล่าวะ เชี่ย ลืมตามองกูสิวะ เฮ้ย!?"

 

"ไอ้ไมล์ บ้านไหนสอนมึงเรียกคนเมาอย่างกับคนเป็นลมวะฮะ โง่แท้ มึงนี่ก็เมาแล้วนะไปนอนไป๊!"

 

"เอ๊ะ!? เมาตรงไหนฮะ! เดี๋ยวมึงโดน!"

 

"หยุดสักทีได้ป้ะพวกมึง กูหนวกหู! ไอ้ไมล์ไปนั่งรอก่อนไปมึงก็เมาแล้วนะ"

 

"อื้อออ! หนวกกหูน่าาาา"

 

สายตาผมที่มันหนักอึ้งชนิดที่ว่าลืมไม่ขึ้นเลยก็ว่าได้ รู้สึกสองหูจะได้ยินแต่เสียงแว้ดๆเถียงกันของไอ้สไมล์กับไอ้ซีโอขาประจำ จนกระทั่งได้ยินเสียงไอ้เทล

 

"หลบๆ พวกมึงสองคนไม่ได้เรื่องเลยว่ะ ชิ!"

 

"มึงก็จัดการเอาเลยเถอะ มาถึงหน้าคอนโดจะแบกมันขึ้นก็ได้นะ"

 

"มึงก็ต้องช่วยมั้ยล่ะไอ้ซี?"

 

แปะๆๆ

 

"อืมมม กินอีกกก อึ่ก! เอาเหล้ามาอีกกกก จากินนนนน"

 

"ไอ้เจ มึงทำไมกินเยอะขนาดนี้วะ?"

 

"สภาพหลังแดกกับก่อนแดกคล้ายๆกัน มีอาการเศร้าดูได้จากสายตา ไอ้ไมล์คนนี้เดาว่าอกหักครับเพ่น้อง!"

 

"ไอ้ไมล์!"

 

"อกหัก พ่องมึง! ไอ้สาสสสส เอิ๊ก! อืมมม เอาเหล้ามาน่าา จากินนน"

 

ผมรู้สึกหงุดหงิดรวมไปถึงมีอาการโลกหมุนวิ้งๆอยู่ในหัวตลอดเวลาเลยละครับ แต่พอได้ยินว่าอกหักที่ไอ้ไมล์น่าจะเป็นคนพูดก็โมโหทันที

 

สภาพผมนอนนี้ก็แผ่อยู่เบาะหลังบนรถของไอ้ซีแบบตายซาก ถึงพวกมันสามคนช่วยกันปลุกผมก็แทบเอาไม่ขึ้น

 

"เชี่ย ไอ้เจแม่งนอนเหมือนตายเลยว่ะ จะอุ้มมันไปส่งก็กะไรอยู่"เสียงไอ้ซีครับผมจำได้

 

"อืมมม ก็นอนนี่งายยย เอิ๊ก! ซำบายยยย แฮะๆ"

 

"สภาพงี้กูก็ไม่กล้าเอาไปส่งเหมือนกัน พี่ตรีเค้าเห็นกูตายแน่"นี่ก็เสียงไอ้เทล

 

เอาแล้วๆ โลกในหัวผมหมุนใหญ่แล้วครับท่าน ผมรู้สึกตัวเหมือนตกไปอยู่ในลำธารที่มีแม่นํ้าไหลผ่านเลยอ่ะ เดี๋ยว! เริ่มมีพายุเข้าแล้วครับ!..นํ้าเริ่มไหลเชียวมาก! 

 

นํ้ามันไหลเชียวมากจนกระทั่งมาจุกอยู่ที่ลำคอผมแล้วตอนนี้ ของเหลวที่มั่นหน้าว่าพร้อมที่จะเมาก็กินไปแทบไม่ยั้ง ตอนนี้มันกำลังไหลย้อนพร้อมออกเป็นแม่นํ้าไหลเชียวแล้วครับ!

 

"อึ่ก! อึ่ก!"

 

"ไอ้เทล เจมันเป็นไรวะ?"

 

"ฮะ? อะไรอ่ะ?"

 

"นั่นไง..."

 

"มันจะเป็นไรล่ะไอ้ห่า! ไอ้ซีถุง! รถมึง!ๆ เฮ้ยย! ไอ้ซี!"

 

"กูหาอยู่ใจเย็นเว้ย! ไอ้เจ! รถกูวว!"

 

"จะออกแล้ว อึ่ก! อ่ะ อ้วกกกก!!!"

 

พรึ่บ!

 

ผมยันตัวลุกขึ้นนั่งพร้อมกับสำรอกของเหลวที่กระดกเข้าปากไปทั้งหมดออกมาแทบหมดไส้หมดพุง โชคดีที่ไอ้ซียังรักรถมันมากพอหาถุงก๊อปแก๊บมาครอบปากผมได้ทัน

 

"อ้วกกก!! แหวะ! อึ่ก!"

 

"แม่งเอ้ย เกือบเล่นรถกูแล้วไงไอ้เจ จะแดกทำเหี้ยไรเยอะแยะวะ"

 

"ส่งท้ายจะไปเข้ามหาลัยต่อล่ะมั้ง เอาเถอะ ปล่อยมัน"

 

เมื่อผมอาเจียนออกมาจนพอใจแล้วก็ใช้หลังมือเช็ดปากแล้วล้มตัวนอนที่เบาะหลังต่อ เสียงเพื่อนสามคนยังคุยกันดังเป็นระยะก่อนที่จะเงียบไป

 

"ทำไมยังมาอยู่ที่นี่กัน?"

 

เสียงใครวะ...?

 

"เจแปนมันเมามากเลยพี่ วันนี้มันเกิดคึกอะไรไม่รู้เล่นกินเหล้าที่ร้านหมูกระทะจัดเต็มมากอ่ะ"

 

นี่เสียงไอ้ซี...

 

"เดี๋ยวพี่จัดการต่อเอง ขอบใจมากนะที่พากลับมาส่ง"

 

เมื่อสิ้นเสียงจนกระทั้งตัวผมเริ่มรู้สึกว่าตัวเองลอยได้ก็พึ่งรู้ตัวว่าถูกอุ้มขึ้นจนตัวลอยไปแล้ว ครั้นอยากจะลืมตามองว่าเป็นใครแต่มันก็ช่างแสนจะลำบาก

 

ใบหน้าผมเอนเอียงซบลงบนหลาดไหล่กว้างพร้อมกับสูดดมกลิ่นตัวที่ไม่คุ้นเคย จนกระทั้งได้ยินเสียงลิฟท์และตัวผมก็ถูกอุ้มมายังห้องพัก

 

กึก!

 

ปัง~

 

เสียงประตูปิดลงพร้อมกับตัวผมที่โดนอุ้มลอยแล้วถูกวางลงบนเตียงแสนนุ่มนิ่มจนแทบอยากจะหลับ

 

กึก!

 

ร่างสูงที่ว่างผมนอนบนเตียงแล้วหายออกไปก่อนจะกลับมาพร้อมกับเสียงบางสิ่งบางอย่างกระทบเข้ากับโต๊ะข้างเตียง ผืนเตียงยวบลงเพราะคนหย่อนกายลงนั่ง ก่อนที่ผมจะสะดุ้งตัวด้วยความเย็นจากเนื้อตัว

 

"อื้อออ! เย็น มะ..ไม่เอา น่ะ..หนาว"

 

"..."

 

"ยะ..เย็น พอแล้ววว หนาววว"

 

ผ้าที่เปียกชื้นถูกลูบไล้เช็ดไปทั่วตัวผม เนื้อหนังที่ถูกผ้าเย็นเช็ดไปก็จะปะทะเข้ากับเครื่องปรับอากาศ จนทำให้ผมรู้สึกตัวต้องดิ้นหนีหาผ้ามาห่อหุ้มตัวเอาไว้

 

ไม่รู้แม้กระทั้งใครมาดูแลผมตอนนี้ด้วยซํ้า ถ้าจะเป็นพี่ตรีก็คงเป็นไปไม่ได้ในเมื่อวันนี้พี่ตรีมีเข้างานที่โรงบาลกะดึก คงจะเป็นพี่แลนด์นอลสินะ

 

"เช็ดเสร็จแล้ว เห้อ..ทำไมต้องกินด้วยล่ะ.."

 

"อื้อออ"

 

"เมาเละเลยนะ"

 

"พะ..พี่..."

 

ผมได้แต่ครางเสียงเรียกชื่อพี่แกเบาๆ มือหนาที่ตวัดมาห่มมาปิดตัวให้ยันถึงคอพร้อมกับฝ่ามือหนาที่กำลังลูบหัวผมอยู่ ณ ตอนนี้

 

กระทั่งผมจำใจฝืนความหนักอึ้งที่ดวงตาพยายามลืมตามองใบหน้าอีกคนที่อยู่ไม่ไกล เมื่อลืมตาได้ก็แทบอยากจะนอนนับดาวเล่นทันทีเพราะมันลอยวิ้งเต็มไปหมด แถมยังมองไม่เห็นพี่แลนด์นอลอีก

 

"ขอบคุณน้าา งืมมม"

 

"นอนเถอะ ดึกแล้ว"

 

เสียงกระซิบที่แผ่วเบาอยู่ตรงใบหู เสียงทุ้มที่แหบพร่าซึ่งผมก็แยกแยะไม่ค่อยได้ว่ามันคือเสียงของพี่แลนด์นอลหรือพี่ตรีกันแน่

 

ถ้าเป็นพี่ตรีก็คงดีสิ..ตอนนี้ทั้งอยากจะกอด อยากจะซบอกแกร่งเมื่อยามหลับไหล อยากจะถูกจูบเหมือนครั้งวันวานที่ได้สัมผัส

 

คิดถึงพี่เหลือเกิน...พี่ตรี...

 

"อืมมม อึก อืมมมม?"

 

ครั้นรู้สึกตัวอวัยวะที่เรียกว่าปากของผมก็ถูกประกบจูบจากอีกคน ผมตกใจอย่างจะผลักออกแต่ก็ไร้เรี่ยวแรงเพราะฤทธิ์เหล้าที่กินไป

 

"อึ่ก! ยะ..อย่า อื้ออออ"

 

ผมพยายามดิ้นหนีแต่ทว่าแรงอีกคนมากกว่าเยอะที่จะจับล็อกข้อมือผมแล้วกดลงบนเตียงอย่างง่ายดาย ลิ้นร้อนของอีกฝ่ายค่อยๆสอดเข้ามาถึงกระนั้นก็ก็ยังที่จะขัดขืน

 

ไม่ได้! เป็นไปไม่ได้!..พี่ตรีจูบได้แค่คนเดียวเท่านั้น!

 

"อ่าห์! ยะ..อย่า อึ่ก! อืมมมม"

 

ลิ้นร้อนที่เกี่ยวตวัดอย่างชํ่าชองพร้อมกับรสสัมผัสที่อ่อนโยนราวกับกำลังถนอมร่างกายผมเอาไว้ พอพยายามตั้งสติถึงรับรู้ได้ว่าจูบที่ถูกอีกคนหมอบให้มันช่างอ่อนโยนแสนละมุน

 

อ่อนโยนกระทั่งผมเคลิบเคลิ้มไปตามลีลาการจูบที่พิถีพิถันบรรจงหมอบรสหวานให้แก่ผม มือหน้าค่อยๆคลายข้อมือผมให้เป็นอิสระ

 

"อึ่ก อ่ะ อ่าส์ อืมมมม"

 

ริมฝีปากเราทั้งคู่ยังคงดูดดึงพลัดกันไปมาอย่างไม่มีใครยอมใคร ลิ้นร้อนที่ดูจะกระหายแต่ยังคงความละเมียดละไมบรรจงไล่เลียริมฝีปากผมพร้อมกับขบกัดเบาๆ

 

ทำไมพี่แลนด์นอลถึงทำให้เคลิ้มได้ขนาดนี้...?

 

จะขัดขืนดีมั้ย...ถ้าพี่ตรีมาเห็นจะยิ่งไปกันใหญ่รึเปล่า...

 

แต่นี่มันคู่หมั้นเรานะ..?

 

ยังไม่ทันทีผมจะเถียงกับสมองตัวเองจนเสร็จ ร่างของผู้ชายที่ผมยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะใช่พี่แลนด์นอลรึเปล่า ก็เริ่มขยับกายแทรกตัวระหว่างขาของผม

 

เราค่อยๆผละริมฝีปากออกจากกันอย่างช้าๆ ก่อนที่ริมฝีปากหยักได้รูปของอีกคนจะเริ่มไล่พรมจูบไปตามพวงแก้มทั้งสองข้างของผม แล้วไล่ลงไปตามลำคอระหงส์ที่อีกคนดูดเม้มด้วยความประณีตอย่างไม่เร่งรีบ

 

"อึ่ก อืมมมม อ่าห์"

 

"อืมม จ๊วบ!"

 

มือหนาที่ปัดป่ายบีบจับไปทั่วตัวของผม พร้อมทั้งใช้ปากดูดเม้มไปตามซอกคอก่อนที่จะใช้มือถอดเสื้อยืดสีส้มอ่อนผมออกไป แล้วก้มลงซุกไซ้ไปตามลำตัวผมอีกครั้ง

 

"อ่ะ! อ่าห์!"

 

ผมแอ่นอกขึ้นเล็กน้อยยามริมฝีปากหนาใช้ลิ้นร้อนตวัดลิ้มรสยอดเนินอก ผมนอนตัวเกร็งเนื้อตัวขนลุกชูชันอย่างห้ามมิได้ มือของผมก็พลางปัดปายไปมาจนอีกคนจับมือผมให้ไปคล้องคอตนเองไว้ 

 

"อึ่ก! อื้อออ! พะ..พอเถอะ อ่าห์!"

 

ลิ้นร้อนไล่เลียยอดอกผมทั้งสองข้างจนชุ่มไปด้วยนํ้าลาย ก่อนจะลากลิ้นไล่ยาวตั้งแต่สะดื้อไล่เลียย้อนขึ้นมายังหน้าอกจนเปียกชุ่ม มือหนาที่ก็กำลังง่วนอยู่กับการบีบเคล้นเอวของผม หนำซํ้ายังไม่ฟังที่ผมพูดด้วยเลยแม้แต่น้อย

 

"ยะ..อย่า พะ..พี่ตรี อื้อออ!"

 

ทั้งๆที่รู้ว่าไม่ใช่พี่ตรี...

 

แต่ก็ยังกล้าที่จะเรียกชื่ออีกคนออกมาได้อย่างง่ายๆ

 

"ฮึก! พี่ตรี อื้ออ! พี่ตรีคนเดียว..อ่าห์ พี่ตรีทะ..ทำได้คนเดียว ฮึก!"

 

"ชู่ววว อย่าร้องไห้นะคนเก่ง"

 

"อึ่ก! พะ..พอแล้ว ผมรักพี่ตรี ฮึก! ผมให้พี่ตรีคนเดียว อึก! ปล่อยผม"

 

ผมพยายามดิ้นหนีอีกครั้งพร้อมกับนํ้าตาที่ค่อยๆไหลออกมา ตัวผมต้องมีไว้เพื่อพี่ตรีคนเดียวเท่านั้น..ถึงแม้ว่าเค้าจะมีคู่หมั้นแล้วก็ตาม

 

ยามเมื่อผมสะอื้นร้องไห้อยู่ใต้ร่างนั้นอย่างฟูมฟาย แทบจะไม่ได้ลืมตามองว่าอะไรเป็นอะไรเพราะภายในห้องก็มืดสนิท ลมหายใจอุ่นของอีกคนเป่ารดที่แก้มด้านขวาของผมที่ยังร้องไห้

 

"ฮึก! พี่ตรี..จี้รักพี่ตรี ฮึ่ก! อ่ะ!..อื้มมมม!?"

 

ริมฝีปากของอีกคนประกบทาบลงมาทันทีพร้อมกับดูดดึงริมฝีปากผมอีกครั้ง ลมหายใจที่สามารถรับรู้ได้ซึ่งกันและกัน แต่การที่จะมีอะไรกันต่อจากนี้...โดยไม่ใช่พี่ตรี แต่รสสัมผัสที่นุ่มนวลชวนให้เคลิบเคลิ้ม ผมเองก็ชอบจนแทบห้ามใจไว้ไม่อยู่

 

ยามเราจูบกันผมจะรับรู้ว่าอีกคนถนอมและพิถีพิถันในการจูบมากแค่ไหน มือหน้าที่ปาดนํ้าตาออกให้พร้อมกับหมอบรสจูบแสนอ่อนโยนให้เหมือนเป็นรางวัลที่ผมหยุดร้อง ก่อนที่เราจะค่อยๆผละริมฝีปากออกจากกัน

 

"หวานมาก เป็นของพี่แค่คนเดียวพอนะเจแปน"

 

"อึ่ก! ผม...อ่าห์!"

 

มือหนากอบกุมตรงกลางลำตัวผมทันทีจนผมเผลอครางออกมา เมื่อถูกบีบเคล้นราวกับกำลังปลุกให้น้องชายผมที่กำลังหลับไหลมันก็ตื่นขึ้นทันที

 

ผมตกใจตัวเองไม่น้อยที่กำลังจะขาดสติมีอะไรกับพี่แลนด์นอลที่ไม่ใช่พี่ตรี แต่ร่างกายที่โดนฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ลวกกับสติสัมปชัญญะที่เริ่มห่างหาย ก็เผลอปล่อยตัวปล่อยใจยากที่จะดึงกลับมา

 

"อ่าาาห์! อืมมมม"

 

"พี่ขอถอดกางเกงเลยนะ"

 

"อึ่ก อื้ออออ! อ่าาห์"

 

กางเกงผมถูกปลดออกไปอย่างช้าๆพร้อมกับตามมาด้วยชั้นในสีขาว ร่างกายผมที่เริ่มเห่อร้อนก็บิดไปมาด้วยอารมณ์ใคร่ พลางลืมตามองอีกคนในความมืดนั้นก็เห็นเพียงแค่เงาเลือนลาง

 

"อ่ะ อ๊าาา!"

 

มือหนาเริ่มชักรูดแกนกายน้อยของผมที่เริ่มตื่นตัวอย่างเนิบๆไม่ได้เร่งเร้าอะไรมากมาย ร่างกายผมที่ตอบสนองดีทันควันก็ยกสะโพกขึ้นนิดๆขยับขึ้นลงตามมือหนาที่กำลังชัดรูดให้อยู่

 

ร่างกายผมบิดเร้าไปมาด้วยความรู้สึกเสียวซ่านที่แผ่กระจายไปทั่วตัว พลางเชิดหน้าแอ่นอกร้องครางออกมาด้วยความพึ่งพอใจจากการกระทำของคนตรงหน้า

 

"อ่าส์! อึก! อื้อออ! มะ..ไม่ไหวแล้ว ฮื่อออ อ่าส์!"

 

"เด็กดีไม่ต้องกลั้นเอาไว้ ปล่อยออกมาสิ"

 

ชึบๆๆๆๆๆ

 

"อ่ะ อ๊าาา!"

 

ร่างของผมเกร็งกระตุกสามถึงสี่ครั้งก่อนที่จะปลดปล่อยนํ้าขุ่นสีขาวออกมาใส่มือหนา พร้อมกับนอนหอบหายใจจนอกกระเพื่อม

 

ผมพักหายใจไม่นานมากนักร่างสูงที่แทรกตัวยู่ระหว่างขาของผม มือของเค้าจับขาผมแล้วค่อยๆแยกออกอย่างเบามือ ขาข้างขวาผมถูกจับพาดที่ไหล่ของเค้าเอาไว้

 

"พะ..พี่ แฮ่ก แฮ่ก อึ่ก! พี่แลนด์นอลชะ..ใช่มั้ย?"

 

"..."

 

"ตะ..ตอบผมสิ อึ่ก ดะ..ได้โปรด"

 

"..."

 

ผมลืมตามองเค้าในความมืดอย่างพล่ามัว สติผมมันก็ไม่ได้เต็มร้อยพอที่จะลุกขึ้นไปเปิดไฟที่หัวเตียงได้ง่ายๆ ริมฝีปากค่อยๆจรดจูบลงบนขาผมอย่างช้าๆราวกับกำลังค่อยๆลิ้มรสสัมผัสมัน ก่อนที่จะเลื่อนริมฝีปากขึ้นมายังต้นขาของผมที่เค้าออกแรงกัดมันเบาๆ

 

นิ้วเรียวยาวที่กำลังลูบๆวนๆอยู่ตรงช่องทางของผมอย่างค่อยเป็นค่อยไป จนกระทั่งหัวสมองผมขาวโพลนนึกอะไรต่อแทบไม่ออก ได้แต่เอ่ยถามประโยคซํ้าๆเดิมๆ

 

"ฮึก ได้โปรด ตะ..ตอบผม อือออ"

 

"..."

 

"พะ..พี่แลนด์นอลชะ..ใช่มั้ย อ่ะ อ่าาส์!"

 

"..."

 

เค้าไม่ตอบคำถามของผมเลยแม้แต่น้อย นิ้วของเค้าที่กำลังลูบวนอยู่ตรงช่องทางผมเค้าค่อยๆกดมันเข้ามา ผมสะดุ้งตัวพร้อมกับเกร็งหน้าท้องไปหมด นิ้วที่มันยังคาอยู่ในช่องทางของผมมันไม่สามารถที่จะขยับได้ เค้าจึงโน้มตัวเข้ามากระซิบที่ข้างหูผม

 

"ผ่อนคลายหน่อยสิครับ พี่ขยับไม่ได้นะ เรารัดพี่แน่นมากเลย อืมม"

 

"ฮึก ชะ..ช่วยตอบผมหน่อย อ่ะ อ่าห์! ขะ..เข้ามาแล้ว อื้อออ!"

 

นิ้วเรียวยาวของอีกฝ่ายค่อยๆเริ่มขยับเข้าออกอย่างช้าๆไม่ได้เร่งรีบ การกระทำเช่นนี้มันนุ่มนวลจนผมสติแตก ไม่พออีกฝ่ายยังใช้ปลายจมูกสูดดมอยู่ที่ซอกคอผม

 

มือผมที่ไม่รู้จะวางไว้ตรงส่วนไหนจึงวางลงบนไหล่แกร่งของอีกคน นิ้วเรียวเริ่มขยับกระแทกเข้าออกโดยเริ่มเร่งจังหวะเร็วขึ้น ทำให้ผมยิ่งบิดเร้าเข้าไปอีกด้วยความเสียว

 

"อ่าห์! อ่ะ อ๊ะ อ๊ะ อืออออ อ่าห์"

 

"ชอบมั้ย?"

 

"อึ่ก! อ๊ะ อ๊ะ ฮึก ตะ..ตอบผมกะ..ก่อน อ๊ะ อื้อออ อ๊ะ!"

 

ใบหน้าของเค้าอยู่ใกล้ผมมากจนผมรับรู้ถึงลมหายในที่กำลังหอบฝืดฝาดรินรดอยู่ที่แก้มของผม เสียงกระซิบทุ้มพล่ายิ่งจุดประกายทำให้เราสติแตกมากขึ้น ถึงเป็นแบบนั้นผมก็พยายามที่จะถามเค้าอีก

 

ผมอยากรู้ว่าเค้าเป็นใครจะเป็นพี่ตรีหรือพี่แลนด์นอล ถึงจะมีหลายๆสิ่งบ่งบอกแล้วก็ตามว่าไม่ใช่พี่ตรีเป็นแน่ จนสุดท้ายริมฝีปากก็กระซิบบอกผมที่ใบหู

 

"จะมีหรอคนที่กำลังจะแต่งงานกันอยู่แล้วไม่ทำแบบนี้กัน?"

 

"ฮึก! อ่ะ อ่าห์ อ๊ะ อ๊ะ ละ..ลึกไป อื้อออ อ่าห์!"

 

นํ้าตาผมมันค่อยๆไหลออกมาจนอาบแก้มทั้งสองข้าง นิ้วเรียวยาวค่อยๆถอดถอนออกไปก่อนที่เค้าจะก้มลงไซ้คอผมอีกครั้ง

 

มือหนาจับขาขวาของผมที่กำลังพาดบ่าเค้าลง แต่ปรับเปลี่ยนให้มันไปเกี่ยวตวัดเอวของเค้าไว้ ปลายจมูกที่กำลังสูดดมความหอมก็มาเลื่อนหยุดที่แก้มของผม เสียงบอกของเค้าที่เอ่ยพูดกับผม

 

"เจแปนจะมีความสุขเชื่อพี่นะ พี่สัญญาไว้แล้วว่าจะดูแลเรา"

 

"ฮึก"

 

"รักเจแปนนะครับ"

 

เสียงกระซิบจบลงผมกับช่องทางผมที่กำลังถูกจ่อด้วยบางสิ่งบางอย่าง ผมจับไหล่แกร่งไว้แน่นก่อนที่จะหลับตาลง แท่งร้อนของอีกคนที่มีขนาดที่ใหญ่พอสมควรถูกกดลงมาภายในช่องทางของผม ผมพยายามเม้มริมฝีปากแน่นพร้อมกับผ่อนคลายให้แท่งร้อนนั้นเข้ามาได้ง่ายๆ

 

"อึ่ก! ฮึก! อึ่ก!"

 

"อ่าาส์! ผ่อนคลายหน่อย อืมมม ดีมาก อ่าส์"

 

"อ่ะ อ๊ะ! ละ..ลึก! ฮึก! ผะ..ผมจุก ยะ..หยุดก่อน ฮึก ผะ..ผมจุก"

 

"เด็กดี จุกมากมั้ย ชู่วว! อย่าร้องไห้นะครับ บอกพี่สิคนเก่ง"

 

แท่งร้อนที่เริ่มดันเข้ามาได้ครึ่งหนึ่งก็หยุดแช่ค้างไว้อย่างนั้น ใบหน้าของอีกคนโน้มเข้ามาใกล้ก่อนที่เค้าจะจูบซับขมับผม ร่างกายผมมันแทบจะแตกเป็นเสี่ยงๆเมื่อผนังด้านในถูกแท่งร้อนครูดอยู่ภายในนั้น

 

ใบหน้าเห่อร้อนไปพร้อมกับนํ้าตาที่ค่อยๆไหลออกมา ก่อนที่ผมจะค่อยๆปรับสภาพตัวได้ อีกฝ่ายก็ค่อยๆขยับอย่างค่อยเป็นค่อยไปพยายามจะถนอมผมให้มากที่สุด

 

"อึ่ก อ่าาห์! เด็กดียังจุกอยู่มั้ย อืมม อ่าห์!"

 

"อ่าห์! มะ..ไม่ อืมม อ๊ะ อ๊ะ อึ่ก!"

 

"อืมมม แน่นมาก อ่าห์!"

 

เอวสอบขยับเข้าออกอย่างเนิบๆเสียงหอบหายใจที่อยู่ข้างใบหูผมนั้นดังเป็นระยะ การขยับแต่ละทีทำเอาสติผมกระเจิงไปไกลกว่าที่จะต่อต้าน ผมยอมที่จะให้เค้าเข้ามาเป็นเจ้าของได้ง่ายๆ ไม่รู้ทำไมถึงได้ยอม...

 

"อ๊ะ! อ๊าาา!"

 

"ซี๊ด! อ่าส์! มันเข้าไปหมดแล้วคนเก่ง อืมม จุ๊บ!"

 

"อึ่ก! อ๊ะ! อ๊ะ! พะ..พี่ อื้อออ!"

 

ริมฝีปากของเค้ากดจูบลงมาที่ปากผมก่อนที่จะเริ่มขยับเอวสอบของเค้าเร็วขึ้นจากเดิม แต่คราวนี้แท่งร้อนถูกดันเข้ามาจนสุดจนผมเกร็งหน้าท้องแทบตาย 

 

"ฮึก! อ๊ะ! อ๊ะ! ฮึก!"

 

"อ่าห์ อืมมมม ซี๊ดด!"

 

ทำไมมันอ่อนโยนแทบทำร่างกายหลอมละลาย...?

 

ต่างจากพี่ตรีที่เร่าร้อนแต่ก็มีความสุข...

 

แต่พี่แลนด์นอลคือคู่หมั้นเรา ที่สุดท้ายก็ต้องอยู่กินกันแบบคู่ชีวิต...

 

"อ๊าาา! อึ่ก! ฮึก! อื้ออ! อื้อออ!"

 

"อืมมม รัก..อึ่ก นะครับ อ่าส์!"

 

เค้าพยายามใช้ร่างกายที่จะบอกว่ามันรู้สึกอย่างไร ผมรู้ครับว่ามันกำลังอ่อนโยนและนุ่มนวลที่จะไม่ทำให้ผมเจ็บ แต่กลับกันมันทำให้มีความสุขที่จะได้รับรู้ตัวตนอีกคนที่อยู่ด้านในกำลังขยับเข้าออกอยู่ ณ ตอนนี้

 

ภายในใจมันก็กลัวว่าเสียงผมจะดังออกไป ผมจึงใช้สองมือยอกขึ้นมาปิดปากไว้แน่น เรียวขายังคงเกี่ยวตวัดรัดเอวสอบอีกคนที่กำลังขยับแกนกายไว้อยู่แน่นเช่นกัน

 

"ฮึก! อึ่ก อึ่ก อ๊ะ! อื้ออ! อึ่กๆๆ"

 

พั่บๆๆๆๆๆ

 

"อ่าาห์! อืมมม! อ่าส์!"

 

รู้สึกดี...จนอยากจะครางออกมาดังๆ...

 

เอวสอบที่เริ่มขยับเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งส่วนปลายของมันโดนจุดกระสั่นผม ผมใช้มือปิดปากแน่นพร้อมกับนํ้าตาที่ค่อยๆไหลออกมา แขนแกร่งข้างนึงวางตั้งขนาบกับที่นอนไว้ข้างๆช่วงไหลของผม ส่วนอีกข้างกำลังลังจับต้นขาผมเอาไว้แล้วเร่งขยับให้ถี่ขึ้น

 

สมองผมเหมือนหยุดทำงานชั่วขณะเมื่อความเสียวซ่านแล่นผ่านไปทั่วกาย อยากจะกรีดร้องออกมาเหมือนกับตอนที่ถูกพี่ตรีกระทำ แต่นี่ไม่ใช่พี่ตรี...

 

อีกคนคงเห็นผมเริ่มกัดที่มือตัวเองไว้แน่น ตัวผมที่ลืมตัวว่ามันเสียวซ่านขนาดไหนจึงกัดที่มือตัวเองเพื่อกลั้นเสียงเอาไว้ อีกคนใช้มือที่จับต้นขาผมมาดึงมือผมออก

 

พั่บ!ๆๆๆๆๆๆ

 

"อย่ากัดมือตัวเอง"

 

"อ๊ะ! อ๊ะ! อึ่ก! มะ..ไม่ อื้ออ! อ๊ะ อ๊าา!"

 

"ขอโทษ..ซี๊ดด! พี่ไม่ไหวแล้ว อ่าส์!"

 

"อ๊ะ!ๆๆๆๆ ฮึก! อ๊าา! อ๊าาา! อึ่ก!"

 

เมื่อมือผมที่ใช้ ปิดปากตัวเองเอาไว้ถูกมือหนาดึงออกไม่ให้กัด ผมจึงใช้แขนทั้งสองข้างคล้องคออีกคนเอาไว้แล้วดึงเข้ามากอดอย่างแนบแน่น เอวสอบขยับเข้าออกอย่างถี่รัวเมื่อขีดจำกัดของอีกคนไม่สามารถยับยั้งได้อีกต่อไป

 

"อึ่ก! อ๊าา! อ๊าา! ฮึก! อึ่ก!"

 

หงับ!

 

"อึ่ก!!! จะ..เจแปน อึ่ก! อ่าส์!"

 

ผมพยายามกลั้นเสียงตัวเองโดยการที่กัดลงบนหัวไหล่แกร่งข้างขวาของอีกคนเอาไว้ เพื่อระบายความเสียวซ่านที่กำลังได้รับ อีกร่างหนึ่งชะงักค้างไปทันทีก่อนที่จะใช้มือลูบหัวผมอย่างแผ่วเบาแล้วกระซิบตอบ

 

"กัดไว้แบบนั้นก็ได้ ขอโทษครับที่ทำให้เจ็บ"

 

พั่บ!ๆๆๆๆๆ

 

"อึ่ก!ๆๆ ฮึก! อึ่ก! อื้ออ! อื้อออ! อึ่ก!"

 

เอวสอบขยับอีกครั้งโดยครั้งนี้มันเริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆ ผมใช้มือโอบกอดแผ่นหลังกว้างอีกคนไว้แน่นพร้อมกับเรียวขาที่เกี่ยวรักเอวสอบเอาไว้ ริมฝีปากอีกคนค่อยๆจูบซับเหงื่อที่ผุดขึ้นบนกรอบหน้าของผม

 

พั่บ!!ๆๆๆๆๆ

 

"อ่าาห์! รักนะครับ อึ่ก! รักมาก อ่าาส์!"

 

"ฮึก! อึ๊ก! อึ๊ก! อื้ออ!"

 

เสียงกระซิบที่แหบพร่าของอีกคนราวกับกำลังขาดนํ้า แต่มันน่าดึงดูดให้หลุ่มหลงจนแทบจะฉุดสติตัวเองไว้ไม่อยู่ 

 

ภายในโพรงปากผมเริ่มได้กลิ่นคละคลุ้งของคาวเลือดที่อยู่ในปาก ผมค่อยๆผละริมฝีปากออก พร้อมกับใช้มือเลือนมาจับใบหน้าอีกคนเอาไว้ ร่างกายที่ยังคงถูกกระทั้นกระแทกเข้ามาอย่างสุขสม อารมณ์ที่คล้อยตามอย่างว่าง่ายพร้อมที่จะเสร็จเสียที

 

"ฮึก! อ๊ะ! อ๊ะ! ขะ..ขอโทษ อ๊ะ!ๆๆๆๆ ฮึก! อ๊าาา!!!"

 

พั่บ! พั่บ! พั่บ! 

 

"อึ่ก อ่ะ!...อ่าส์!!!"

 

เอวสอบกระแทกเข้ามาครั้งสุดท้ายก่อนที่จะเกร็งกระตุกปลดปล่อยนํ้ารักเข้ามาในตัวผมจนอุ่นวาบ ท้องมันปั่นป่วนร้อนไปหมดเมื่อถูกปลดปล่อยเข้ามา

 

ตัวผมเองก็ไม่ต่างอะไรที่เกร็งกระตุกพร้อมกับปลดปล่อยออกมาจนเปรอะหน้าท้องของตนเองและหน้าท้องของอีกคน ผมนอนพลางหอบหายใจถี่รัวจนอกกระเพื่อมแต่แขนก็ยังคงโอบกอดแผ่นหลังอีกคนไว้แน่น

 

พี่ตรี...

 

"พักผ่อนได้แล้วนะครับคนดี ราตรีสวัสดิ์"

 

จากนั้นริมฝีปากที่ร้อนและนุ่มก็จูบซับหน้าผากของผมเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่สติของผมจะค่อยๆเลือนหายไปและดับมืดลงในที่สุด

 

จี้ขอโทษ...

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}