Hunter13

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Dinner by Yoshiki.

คำค้น : X Japan We Are X 2

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 12

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 16 พ.ค. 2562 17:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Dinner by Yoshiki.
แบบอักษร

               ภายในห้องแต่งตัวของชายเจ้าของงาน มีเพียงชายร่างงามที่แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว กำลังอ่านกำหนดการอย่างละเอียด ก่อนที่เสียงๆหนึ่ง จะหันเหความสนใจของเขาไปจากหน้ากระดาษนั้น

“กำลังทำสมาธิอยู่เหรอคะ โยชิกิซัง”

“อื้ม... ว่าแต่ชุดที่เลือกให้ ใส่พอดีเลยนะ”

               ร่างบางเดินมาในชุดที่หนุ่มใหญ่เป็นคนเลือกให้ ก่อนจะมองไปรอบๆห้อง และพบว่าเจอบางอย่างผิดปกติไป

“ตุ๊กตาโยชิคิตตี้หายไปไหนแล้วล่ะคะ? ปกติต้องมีติดห้องไว้ไม่ใช่เหรอคะ”

“ก็ตอนนี้ไม่ต้องใช้โยชิคิตตี้กอดแก้เครียดแล้วนี่นา”

               แขนกำยำรวบเอวบางของหญิงสาวลงมานั่งตักอย่างว่องไว ก่อนที่จะเริ่มออดอ้อนหญิงสาวเหมือนอย่างที่ผ่านมา

“โยชิกิซัง เดี๋ยวก็มีคนมาเห็นหรอกค่ะ”

“ไม่มีใครมาหรอกน่า คนอื่นเขาออกไปดูแลแฟนๆที่มางานของฉันหมดแล้ว”

“...... ก็มีผมนี่ไงครับ”

               เสียงขรึมเอ่ยพลางขยับแว่นนิดๆ และมองทั้งสองสวีทกันผ่านแววตาสีบรอนด์

“โชคดีนะครับ ที่มีผมให้เลื่อนถ่ายทอดสดผ่านช่องของบอสไปก่อน ไม่อย่างนั้นคงได้เห็นหนังสดกันแน่ๆ”

“อย่าแซวสิคะเจเรมี่! ใจฉันหายหมดเลยนะคะเนี่ย”

“เห็นก็ไม่เป็นไรนี่ ทีกับเจ้าสึกิโซยังกอดกันถ่ายรูปได้เลย”

               โยชิกิพูดพลางกระชับกอดหญิงสาว แต่ก็โดนเจ้าหล่อนตีมือเข้าให้ และรีบลุกขึ้นยืนในทันที ก่อนที่จะมีใครเข้ามาเห็นอีก

“บอสครับ ได้เวลาแล้วครับ”

               เจ้าของหน้ามุ่ยบ่นอุบอิบ และเดินใส่เสื้อสูทสีขาวขึ้นไปบนเวทีและเริ่มเอนเตอร์เทนเหล่าแฟนคลับของเขาทันที

..................................................

“วันนี้ผมรู้สึกดีใจมากจริงเลยนะครับ ที่ได้เจอทุกคนแบบนี้ ผมเฝ้ารอที่จะได้พบทุกคนมาหลายเดือนแล้ว วันนี้เรามาสนุกกันดีกว่านะครับ”

“ต่อไปจะเป็นช่วงมอบของขวัญนะครับ ใครที่เอาของขวัญอะไรมา สามารถมอบให้กับมือโยชิกิซังได้เลยนะครับ”

               สิ้นเสียงประกาศจากเลขาส่วนตัว โยชิกิก็เดินไปหาแฟนคลับของเขาทีละโต๊ะ พร้อมกับรับของขวัญมาอย่างเริงร่า โดยมีเหล่าสต๊าฟคอยช่วยถือของไปเก็บให้อย่างชุลมุน

“อ๊ะ! ที่คาดผมน่ารักจัง คาดเลยได้ไหม?”

“คะ... คาดเลยค่ะ โยชิกิซัง”

“อื้ม.... เป็นไงบ้าง น่ารักไหม เนี้ยงๆ”

               โยชิกิเอ่ยกับสาวเจ้าของแฟนคลับ พร้อมทำท่าแมวอ้อน เรียกเสียงกรี๊ดได้จนลั่นสถานที่จัดงาน ทำเอาหญิงสาวที่รอขึ้นแสดง อดที่จะห่วงไม่ได้ ว่าถ้าเรื่องของเธอกับชายที่อยู่ท่ามกลางเสียงกรี๊ด รั่วไหลออกไปขึ้นมา จะเกิดเรื่องราวอะไรขึ้นบ้าง

“เมื่อไหร่ฉันถึงจะดีพอสำหรับคุณนะ โยชิกิ”

“นิคซัง... เตรียมขึ้นแสดงได้แล้วค่ะ”

“....... ไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ”

               ร่างบางหมุนแหวนในนิ้วนางไปมา ก่อนจะเดินตามหลังสต๊าฟไป เพื่อเริ่มการแสดงพิเศษเสียที

“ต่อไปเป็นการแสดงพิเศษสำหรับค่ำคืนนี้นะครับ ขอเชิญทุกท่านรับชมได้เลยครับ”

               แสงไฟบนเวทีถูกหรี่ลงจนมืดสนิท ก่อนที่เสียงเปียโนอันแสนหวานใส ในบทเพลงรักที่ถูกเขียนขึ้นมาใหม่ บรรเลงขึ้นมา ตามด้วยเสียงฟรุ๊ตสอดประสานกันอย่างนุ่มนวล ชวนให้เคลิบเคลิ้มไปกับบทเพลง และไวน์ชนิดใหม่ของโยชิกิอย่างเพลิดเพลิน

               เสียงดนตรีสอดประสานกันอย่างลงตัวจนมาถึงบทเพลงสุดท้าย ซึ่งเป็นบทเพลงที่มีชื่อว่า Hideko บทเพลงที่โยชิกิใช้ขอนิคแต่งงานเมื่อปีก่อน ถึงแม้ว่ามันจะไม่สำเร็จก็ตามที แต่เขาก็ไม่เคยที่จะลืมเล่นเพลงนี้ให้หญิงสาวฟังทุกคืนก่อนนอน เพื่อให้เจ้าหล่อนยอมใจอ่อนและแต่งงานกับเขา พร้อมประกาศคบกันอย่างเปิดเผยเสียที ทั้งสองหันสบตากันแทบจะทั้งบทเพลง โดยที่นัยน์ตาของทั้งคู่ ต่างสื่อความหมายว่ารัก จนบรรยากาศสมกับคำว่า Amazing Love อย่างที่ตั้งไว้เหลือเกิน

               การแสดงจบลงอย่างงดงาม ท่ามกลางเสียงปรบมือที่ดังจากทุกสารทิศ จากนั้นร่างบางก็โค้งลาและเข้าไปพักที่ห้องส่วนตัว โดยที่เธอเผลลืมไปว่า สิ่งสุดท้ายที่ต้องทำหลังโชว์คือการประมูลสิ่งของ และของที่จะประมูลในวันนี้ คือสร้อยคอโชคเกอร์สีดำสนิท ซึ่งปกปิดรอยผ่าตัดเก่าและรอยสักที่อยู่ด้านหลังต้นคอหนุ่มใหญ่นั่นเอง....

“เอาล่ะครับ ตอนนี้โชคเกอร์ที่คอโยชิกิซัง ราคาประมูลอยู่ที่ 240,000 เยน จะเริ่มนับแล้วนะครับ 240,000 เยน ครั้งที่1 240,000 เยน ครั้งที่2 .....”

“300,000 เยนค่ะ!”

“300,000 เยนแล้วนะครับตอนนี้! มีใครจะบิดเพิ่มไหมครับ? งั้นเราจะเริ่มนับแล้วนะครับ”

               เสียงเลขาหนุ่มเอ่ยนับจนครบสามครั้ง ก่อนจะเรียนเชิญผู้โชคดีที่ประมูลสร้อยคอได้ ขึ้นมารับของด้วยตนเอง ซึ่งชายที่ยืนส่งยิ้มหวานให้ เขาไม่ได้ถอดสร้อยด้วยมือตัวเอง แต่โน้มคอลงไปหาหญิงสาวเจ้าของเงิน 300,000 เยนแทน และให้เธอเป็นคนถอดมันออกจากคอของเขาเอง

               หากแต่ท่ามกลางเสียงกรี๊ดกร๊าด เสียงชัตเตอร์ถ่ายรูป กลับมีเสียงเอ่ยถามเบาๆจากเจ้าของสร้อยคนใหม่ ถึงรอยสักด้านหลังต้นคอของชายร่างสูงดังขึ้น

“คุณสักด้วยเหรอคะ? โยชิกิซัง”

“....... ความลับนะครับ”

               โยชิกิส่งรอยยิ้มกระชากใจให้ ก่อนจะกล่าวปิดงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้

“ขอขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมงานดินเนอร์ในค่ำคืนนี้นะครับ แล้วผมจะเฝ้ารอวันที่ได้พบพวกคุณอีกครั้งนะครับ”

               ร่างสูงโค้งขอบคุณเหมือนอย่างทุกทีท่ามกลางเสียงปรบมือ แต่เมื่อต้นคอของเขาขาดสร้อยที่คอยปิดบังรอยสักไปแล้ว จุดโฟกัสของกล้องต่างๆ ก็หันไปที่จุดๆเดียวกันทันที ก่อนที่เลขาร่างโปร่งจะเริ่มจับสังเกตเห็นได้ และพาตัวผู้เป็นบอสลงจากเวทีในทันควัน

“นี่คุณจงใจให้แฟนคลับเห็นรอยสักเหรอครับบอส!”

“...... นายคิดมากไปหรือเปล่า เจเรมี่”

“ผมอยู่กับคุณมานานพอที่จะรู้ว่าคุณคิดอะไรนะบอส”

               เจเรมี่เอ่ยอย่างไม่พอใจนัก หากแต่โยชิกิกลับไม่ได้เกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย และดูเหมือนมันจะไปกระตุ้นให้เขาอยากทำมากขึ้นไปอีกเสียมากกว่า

“ถ้านายรู้ก็เตรียมใจไว้ เจเรมี่ เปิดทัวร์อัลบั้มใหม่เมื่อไหร่ นายได้หัวใจวายแน่ๆ”

“บอส!”

               ร่างกำยำเดินตรงไปยังห้องพักของแฟนเด็กแทนที่จะเป็นห้องของตนเองทันที โดยมีสายตาเป็นกังวลของเลขานัยน์ตาสีบรอนด์ มองตามหลังไปไม่ละสายตา

“ให้ตายสิ! คิดจะก่อจลาจลหรือไงนะ”

.................................................................

“แผนตารางทัวร์ออกมาแล้วนะครับ ผมส่งตารางเข้าเมล์คนอื่นๆไปแล้ว ส่วนของคุณสองคน ผมมีตารางมาเพิ่มให้ครับ”

“ตารางอะไรเพิ่ม?”

“คุณต้องไปแสดงโชว์และโปรโมทอัลบั้ม คนเดียว! ครับบอส”

“อะไรนะ!”

               ร่างโปร่งลุกพรวดขึ้นทันทีที่ได้ยิน ทำเอาหญิงสาวที่นั่งข้างๆกัน เผลอสะดุ้งตามไปด้วย ก่อนที่เธอนั้นจะค่อยๆกล่อมให้ชายที่กำลังโมโหเย็นลง และเริ่มเจรจากับชายที่เป็นทั้งเลขาและผู้จัดการวง X ทันที

“เป็นเพราะบอสทำเรื่องยังไงล่ะครับ ตอนนี้แทบจะทุกข่าวที่เขียนถึงคุณโยชิกิ ต่างเขียนโยงไปถึงรอยสักที่หลังต้นคอ และที่สำคัญไปมากกว่านั้น เริ่มมีคนพยายามตามหาโอกาสถ่ายรูปรอยสักของบอสชัดๆด้วย ถ้าหากว่าพวกเขาสามารถถ่ายภาพได้ และรู้ความหมายของมันล่ะก็.... เรื่องของคุณทั้งคู่แดงแน่”

“แล้วมันจะทำไมล่ะ! ฉันเองก็อยากมีครอบครัวที่สามารถไปไหนมาไหนได้อย่างมีความสุข แบบที่ศิลปินคนอื่นเขามีกันเหมือนกันนะ”

               เสียงโกรธเกรี้ยวเอ่ยขึ้นราวกับจะหาเรื่อง แต่ก็ถูกหญิงสาวปรามเอาไว้ได้ทันท่วงที พร้อมกับช่วยเจรจาอีกครั้ง หากแต่คราวนี้ เจ้าหล่อนกลับหันมาเจรจากับชายผู้เป็นคนรักของตนแทน

“ที่เจเรมี่พูดก็ถูกแล้วนะคะ โยชิกิซัง ยิ่งถ้าพวกเขาเห็นรอยสักแบบเดียวที่คอของฉันล่ะก็.... เรื่องของพวกเราแดงแน่ และฉันก็ไม่พร้อมตอนนี้ด้วยค่ะ อย่าลืมสิคะว่าฉันยังดีไม่พอที่จะเป็นคนรักของคุณด้วยซ้ำไป อย่างน้อยที่สุด ก็ให้ฉันได้ทำงานเพื่อวง และเพื่อคุณให้ดีที่สุดก่อนเถอะค่ะ แล้วหลังจากนั้น... ฉันจะเป็นคนพูดเรื่องเราสองคนเองนะคะ”

“......... เธอก็เอาแต่พูดว่าไม่พร้อมอย่างนี้ทุกทีนั่นแหละ ก็สำหรับฉันแล้ว เธอดีที่สุดตั้งแต่แรกที่เจอ เธอยังต้องดีอะไรอีกถึงจะพอใจ”

“ฉันก็ต้องการดีพอที่จะเป็นที่ยอมรับของแฟนๆ ในฐานะคนรักของคุณยังไงล่ะคะ ตอนนี้ฉันยังพิสูจน์ตัวเองในฐานะมือกีตาร์ที่ดีของวงยังไม่ได้ด้วยซ้ำไป ........... ให้เวลาฉันเถอะนะคะ โยชิกิ”

“................ อยากจะทำอะไรก็ตามใจพวกเธอเลย ไม่ต้องคิดถึงฉันแล้ว!”

               โยชิกิตวาดส่งท้าย ก่อนจะเดินปึงปังขึ้นไปยังชั้นสองของบ้านอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้นิคและเจเรมี่ ต่างมองหน้ากันอย่างจนใจ

“ขอโทษนะคะเจเรมี่ ที่โยชิกิซังเป็นแบบนี้”

“ผมโดนมาจนชินแล้วล่ะครับ เอาเป็นว่าเธอเองก็พยายามในส่วนของตัวเองด้วยนะ”

               เสียงที่อ่อนโยนลง พูดพลางส่งตารางงานเดี่ยวที่แน่นเอี๊ยดให้กับเจ้าหล่อน ซึ่งเธอก็รับไว้ด้วยความเต็มใจ และพร้อมที่จะทำเป็นอย่างดี แม้ว่าตารางงานของเธอและคนรักนั้น จะส่วนทางกันอย่างเห็นได้ชัดก็ตามที

“อาทิตย์หน้าต้องกลับไปโปรโมทอัลบั้มกับถ่ายงานที่ไทย ไปคนเดียวคงไม่เป็นไรนะ นิค”

“สบายมากค่ะเจเรมี่ นั่นบ้านเกิดของฉันนะคะ คนที่ต้องห่วงเนี่ย.... ดูเหมือนจะเป็นบอสของคุณมากกว่า”

“นั่นสิ.... ได้กลับญี่ปุ่นด้วย คงไปหาตะลอนตามที่ต่างๆเป็นแน่”

               เจเรมี่ตอบกลับอย่างอ่อนใจ เพราะความที่อยู่กับโยชิกิมานาน จึงรู้ว่าผู้เป็นบอสของตนเองนั้นดื้อรั้นมากเพียงใด ยิ่งถ้าถูกขัดใจเข้าแบบนี้ มีแต่ต้องยอมให้เขาทำตามใจตนเองเพียงเท่านั้น....

“ฝากโยชิกิซังด้วยนะคะ เจเรมี่”

“ไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะดูแลเขาเอง”

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น