กระจ่างดาว

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

หนี้สูญจจ chapter... 7 ไม่อาจ่ย้อนกลับ

ชื่อตอน : หนี้สูญจจ chapter... 7 ไม่อาจ่ย้อนกลับ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 62

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 16 พ.ค. 2562 12:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
หนี้สูญจจ chapter... 7 ไม่อาจ่ย้อนกลับ
แบบอักษร

หนี้สูญจจ EP.7 

- ไม่อาจย้อนกลับ -

เวลา สายน้ำ และคำพูด ไม่อาจย้อนกลับ

หากคุณกล้าที่จะคาดหวัง...คุณก็ต้องไม่กลัวที่จะผิดหวัง

 

“เป็นนายใช่ไหม ฉันไม่รู้ว่ามีเหตุผลอะไรที่ทำให้นายหายไปเกือบยี่สิบปี...แต่ฉันดีใจที่นายกลับมา มันไม่ได้ดูว่าฉันกำลังหลอกตัวเองใช่ไหม”

 

 ♣

 

(“ครับคุณมาร์ค พี่อาเทอร์บอกว่าคุณอยากคุยกับผม”)

 

เสียงงัวเงียจากปลายสายทำให้คนที่ถือสายโทรศัพท์รอถึงกับยกยิ้มอย่างดีใจ เพียงแค่ได้ยินมาร์คก็รู้แล้วว่าอีกคนคงต้องชักคิ้วเข้าหากันด้วยความสงสัยเป็นแน่

 

“อืม ทำอะไรอยู่”

(“นอนเล่นสิครับ จะให้ผมทำอะไรได้อีกในเมื่อคุณขังผมเอาไว้แบบนี้...ว่าแต่แค่โทรมาถามหรือครับว่าทำอะไรอยู่”)

“เปล่า…กินข้าวรึยัง”

(“...จะโทรมาถามแค่นี้เหรอครับคุณมาร์ค”)

“เปล่า...ฉันเจอยองแจแล้วนะแบม”

(“…ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับคุณไม่ใช่เหรอครับ สำหรับผมคุณเคยบอกว่าถ้าเจอเด็กคนนั้นคุณก็จะปล่อยผมไป…เรื่องนี้คนที่ไม่ทีทางยินดีมีคนเดียวก็คือเด็กคนนั้นนะครับ”)

 

เป็นคำพูดที่ธรรมดาที่กระชากใจคนอย่างมาร์คที่สุด มีแต่คนยินดีที่จะได้ไปจากเขาทั้งนั้นกระทั่งคนที่อยู่ด้วยกันมาเป็นเดือนก็ยังต้องการที่จะไป…คงมีแต่เขาเท่านั้นที่อยากจะรั้งอีกคนเอาไว้แทบตาย

 

 

“นาย…อยากกลับบ้านขนาดนั้นเลยเหรอแบม”

(“ครับ ผมคิดถึงบ้าน ที่นี่ไม่ใช่ที่ของผมเลยด้วยซ้ำ”)

“…แล้วเรื่องของเราล่ะ”

(“…เรื่องของเรามันเป็นเรื่องที่ฉาบฉวย เราต่างก็ไม่มีสติกันทั้งคู่ ผมไม่นับว่าเป็นเรื่องของเราหรอกครับ มันคือเรื่องของคุณและผม คำว่าเรามันไม่มีตั้งแต่แรกแล้วครับ”)

“…งั้นเหรอ?”

(“...แค่นี้นะครับผมง่วงแล้ว”)

 

ตู๊ด!!

 

“อืม…ฝันดีนะ”

 

รู้ทั้งรู้ว่าบอกไปก็ไม่มีใครรอฟังแต่มาร์คก็ยังดึงดันที่จะบอกแบบนั้น เคยดีใจว่าตัวเองอยู่เหนือใครทุกคนเพียงตอนนี้กลับมีอีกคนที่อยู่เหนือตัวเขาเองขึ้นไปอีก คนที่แค่ผ่านเข้ามาในชีวิตเพราะเรื่องที่เข้าใจผิดแต่มันกลับส่งผลกับชีวิตของเขามากกว่าที่ตัวมาร์คเองเกินจะคาดคิด

มาเฟียกับความรัก เป็นสองอย่างที่ไม่ควรโคจรมาเจอกันเลยด้วยซ้ำ

 

“จะพาตัวเด็กคนนั้นกลับไปพร้อมกับเราคืนนี้เลยไหมครับ”

“รอก่อน อีกไม่นานนักหรอก...”

 

‘...รอให้กลายเป็นปืนคู่ใจที่ขาดไม่ได้ซะก่อน มันน่าซะใจกว่าเยอะ’

 

บางทีคนอย่าง มาร์ค ต้วน อาจเกิดมาเพื่อมีพร้อมทุกอย่าง เงิน อำนาจ ชื่อเสียง แต่คงจะมีอยู่หนึ่งอย่างที่คนอย่างเขาไม่ควรมีและไม่ควรคิดที่จะมี

 

...ครอบครัว...

...เงียบ...

...เงียบเกินไปจนน่าอึดอัด...

จินยองมองทั้งสองคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเขาก่อนจะหันไปมองแจบอมที่มองมาเขาอยู่ก่อนแล้วเช่นกันและถ้าเดาไม่ผิดก็คงสัมผัสได้ถึงความผิดปกติที่กำลังก่อตัวอยู่ภายในลิฟต์ตัวนี้ เป็นการพบกันครั้งที่สามแล้วระหว่างเจ้านายของเขากับนักธุรกิจหนุ่มสกุลต้วน สามครั้งภายในหนึ่งสัปดาห์นับว่าเป็นเรื่องที่ชวนให้คิดสงสัยมากกว่าจะคิดในทางที่ดีได้ สัญชาตญาณของจินยองบอกว่าอีกฝ่ายนั้นไม่ได้มาเพื่อทำการค้าแค่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น

 

“ฉันขอรายงานการประชุมผู้ถือหุ้นภายในพรุ่งนี้นะแจบอม”

“...ครับคุณแจ็คสัน”

 

คำสั่งที่แม้กระทั่งอิมแจบอมเองก็ไม่คิดว่าจะได้ยินถูกเอื้อนเอ่ยออกมาทำลายความเงียบภายในลิฟต์ ถึงแม้ว่าก่อนหน้านั้นจะสัมผัสได้ถึงความไม่ชอบมาพากลแต่ก็ไม่ถึงกลับต้องทำลายความเงียบด้วยการเลื่อนวันเดดไลน์รายงานการประชุมผู้ถือหุ้นเป็นวันพรุ่งนี้ก็ได้ เลขาฯตาขีดเดียวหันไปแยกเขี้ยวใส่บอดี้การ์ดหน้าหวานที่ยิ้มหยีจนตาเป็นสองขีดอย่างนึกหมั่นไส้

 

“ส่วนนายจินยอง ส่งคนไปสืบเรื่องนักธุรกิจสกุลต้วนให้ฉันที เรายังต้องทำธุรกิจกันอีกนานฉันไม่อยากมีปัญหาสงสัยเขา”

“ครับคุณแจ็คสัน”

 

ไม่ต้องสั่ง ปาร์ค จินยอง ก็คิดว่าจะหาข้อมูลอยู่แล้วแถมยังต้องเป็นข้อมูลเชิงลึกอีกด้วย ถึงจะยากไปสักหน่อยแต่ฝีมือระดับเขาก็ไม่น่าจะเกินความสามารถสักเท่าไหร่

 

ติ๊ง!!

 

ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออกร่างสูงก็สาวเท้าออกจากลิฟต์ด้วยความรวดเร็วจนยองแจต้องรีบสาวเท้าให้ทันที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าโต๊ะทำงานของยองแจถูกติดตั้งไว้ภายในห้องทำงานของชายหนุ่มร่างสูงที่ยังไม่แม้แต่จะพูดกับยองแจสักประโยคเดียว

 

“วันนี้ฉันไม่รับแขกแล้ว”

(ครับ ผมจะแจ้งรีเซปชั่นให้ครับ)

“เราจะกลับบ้านกันแล้วเหรอครับคุณแจ็คสัน”

 

เสียงหวานเอ่ยถามเมื่อเห็นอีกคนกดปิดโทรศัพท์ภายในพร้อมกับชักปลั๊กออก ดวงหน้าหวานมองร่างสูงที่เดินเข้ามาหาด้วยท่าทางที่ไม่น่าไว้วางใจเท่าไหร่นัก ถึงแม้ว่าช่วงหนึ่งถึงสองสัปดาห์ที่ผ่านมานับตั้งแต่ที่ยองแจไม่สบาย แจ็คสันจะคอยดูแลอย่างดีแถมยังพูดดีด้วยราวกับเปลี่ยนเป็นคนละคน ไหนจะประโยคที่ยังค้างคาอยู่ในใจของยองแจเรื่อยมาเรื่องของลูกอมที่อีกคนพูดถึง แต่หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ไม่ได้คุยกันอีกแต่ยองแจก็ยังมองเห็นถึงความเปลี่ยนไปของอีกคนได้

 

“เอ่อ คุณแจ็คสันครับ ผมว่า...”

“เขินเขาอย่างนั้นเหรอ”

“ครับ?”

“ฉันถามว่าเขินเหรอที่เขาทำอย่างนั้นน่ะ”

“ค คุณแจ็คสันครับ”

เมื่อก่อนฉันทำมากกว่านี้ไม่เห็นว่านายจะเขิน ทำไมทีหมอนั่นไม่เห็นนายจะหนี”

 

แจ็คสันเอ่ยเสียงดุเมื่อใบหน้าหวานเบือนหนีเขาแต่ก็ทำได้แค่นั้นเพราะถึงอย่างไรก็ไม่สามารถรอดพ้นออกไปจากท่อนแขนหนาๆที่ใช้กักตัวของอีกฝ่ายเอาไว้ได้

 

“ย อย่าครับคุณแจ็คสัน”

“ทีหมอนั่นทำ ทำไมนายไม่ห้าม ทำไมฉันที่เป็นผัวนาย นายถึงห้าม”

“...ตอนคุณรังแกผม คุณมองเห็นผมเป็นผมรึเปล่าล่ะครับ...ใครกันแน่ที่คุณอยากให้เป็นเมีย คุณแจ็คสัน”

“เดี๋ยวนี้นายกล้าเถียงฉันแล้วเหรอยองแจ...ถ้าเป็นหมอนั่นนายคงไม่แม้แต่จะเถียง จบดินเนอร์จะพาไปไหนก็คงตามไปโดยไม่ขัด เผลอๆก็คงเป็นคนที่เสนอให้เขาเองสินะ”

“...”

“แต่พ่อนายขายนายให้ฉันแล้วนะ ลืมไปแล้วเหรอ”

 

เพลี๊ยะ!!!

 

ใบหน้าของแจ็คสันสะบัดหันไปอีกทางอย่างแรงด้วยน้ำมือของคนที่ตกเป็นเบี้ยล่างของเขาในตอนนี้ ใบหน้าคมสันชาไปครึ่งแถบก่อนที่อีกคนจะใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้มอย่างเหลืออดเมื่ออีกคนไม่มีวี่แววจะสลดลงเลยแม้แต่น้อย ถึงแม้แจ็คสันจะรู้ดีว่าตัวเองเป็นคนผิดเพราะพูดแรงเกินไปแต่ความไม่พอใจก็มีอยู่มากกว่าความถูกต้องเมื่อคิดไปถึงว่าหากเขาไม่กักตัวของอีกคนเอาไว้ นักธุรกิจสกุลต้วนคนนั้นก็คงพาคนของเขาไปถึงไหนต่อไหน ดูจากสีหน้า ท่าทาง ก็รู้ว่าอีกฝ่ายพอใจยองแจมาก มากจนอีกฝ่ายไม่ได้ปิดบังเลยด้วยซ้ำ

 

“จะพูดอะไรกรุณาให้เกียรติพ่อผมด้วย ผมเคยบอกว่าผมยอมให้คุณดูถูกผมได้ แต่ต้องไม่ใช่พ่อผม...”

“...อวดเก่ง”

“ถ้าเลิกงานแล้วงั้นผมจะกลับบ้าน”

“เดี๋ยว! ใครให้นายกลับ”

“...อะไรอีกครับ”

“นอกสถานที่ก็ไม่เลวนะ”

 

!!!!!

 

ดวงตากลมเบิกกว้างเมื่อโดนอีกคนตะโบมจูบอย่างไม่ทันให้ตั้งตัว ลิ้นร้อนชอนไชเข้าหาโพลงปากหวานอย่างหลงลืมไปชั่วขณะ แขนแกร่งเพียงข้างหนึ่งยกอุ้มร่างบางยองแจเอาไว้ก่อนจะนำอีกคนวางกระแทกลงบนโต๊ะโดยที่ไม่ได้ผ่อนแรงมากนัก ร่างหนาแทรกกายเข้าไปอยู่ตรงกลางลำตัวของอีกฝ่ายขณะที่มือหยาบกร้านค่อยๆต้นขาอ่อนผ่านกางเกงสเล็คสีดำช้าๆ มือเรียวที่ก่อนหน้านั้นเคยกระหน่ำทุบตีเมื่อโดนลิ้นร้อนหลอกล่อก็หลงกลเผลอจูบตอบอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว มือเรียวเปลี่ยนจากที่เคยกระหน่ำทุบไปโอบรอบคอของอีกคนเอาไว้หลวมๆแทน

 

“ย อย่า คราวนี้ผมอาจจะมีเด็ก...คุณใส่ถุงได้ไหม”

 

มือเล็กยันทาบหน้าอกของอีกฝ่ายขณะที่หอบหายใจเข้าปอดอย่างคนโลภมากเมื่อร่างสูงเริ่มล่วงล้ำร่างกายของเขามากขึ้นทุกขณะ

 

“...นั่นมันหน้าที่ของนายอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ นายเข้ามาเพื่อทำหน้านี้ ไม่ใช่รึไง”

 

มือเรียวที่ตั้งใจดันอกหนาของอีกฝ่ายลดลงเมื่อได้ยินประโยคนั้น นั่นสินะมันก็แค่หน้าที่หมดหน้าที่ยองแจก็คงหมดความหมาย...อันที่จริงยองแจก็ไม่ได้มีความหมายอะไรอยู่แล้ว

 

“...งั้นก็ทำเถอะครับ”

 

ร่างบางพาตัวเองลงมายืนกับพื้นมือเรียวตวัดโอบรอบคอของอีกฝ่ายก่อนจะค่อยๆเขย่งปลายเท้าประกบริมฝีปากหนาของอีกฝ่ายเบาๆ

 

“ที่จริงฉันไม่ได้ต้องการเด็กเหรอนะ...เด็กทั้งเสียงดังและก็วุ่นวาย”

“...แล้วทำไม”

“ครั้งนี้ก็ป้องกันด้วยแล้วกัน”

 

ไม่รู้ว่ายองแจควรโฟกัสประโยคไหนก่อนดี...ไม่ได้ต้องการเด็ก...หรือ...ครั้งนี้ก็ป้องกันด้วย

จิตใจของคนคนหนึ่งต้องเข้มแข็งมากแค่ไหนถึงควรจะไม่รู้สึกอะไรเลยกับประโยคที่เพิ่งได้ยิน ครั้งนั้นที่อีกฝ่ายเมาแล้วเผลอบุกเข้าไปหาเขาถึงที่ยองแจก็ไม่ได้ป้องกันบวกกับไม่สบายนอนซมไปหลายวัน ยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน ถ้าไม่ได้กินภายในสามวันก็มีโอกาสเสี่ยงที่จะสามารถตั้งครรภ์ได้แล้ว อีกฝ่ายก็เมาไม่ได้สติก็อย่าพูดถึงเรื่องจะป้องกันไม่ป้องกันเลยจะดีกว่า...แค่สติที่มีพอจะไม่มองหน้าเขาเป็นคนอื่นก็ลำบากมากเกินพอแล้ว

 

แล้วหากว่าในตัวของยองแจมีเลือดของอีกคนอยู่แล้วล่ะ ถ้าเกิดว่ามีสิ่งมีชีวิตเล็กถือกำเนิดและรอคอยวันที่จะลืมตามาดูโลกใบนี้ เขาจะต้องทำยังไง...พ่อที่บอกว่าไม่ได้ต้องการเขา ไม่พร้อมที่จะให้เขาเกิดและอาจไม่ยอมรับเลือดเนื้อเชื้อไขของตนเอง ยองแจควรทำเช่นไร

 

‘ไม่เป็นไรหรอกนะ ถ้าหนูเกิดมาแล้วก็อยู่กับแม่นี่แหละ แม่จะไม่ยอมเสียหนูไปเด็ดขาด’

.

.

.

ซ่า~~

“ยองแจ ยองแจ นายอยู่ไหน...”

 

เสียงน้ำที่ไหลกระทบพื้นดึงสติของอีกฝ่ายให้ฟื้นจากนิทรา มือหนาคลำพื้นที่ว่างด้านข้างก็ไม่พบร่างขาวๆของอีกฝ่ายที่นอนอยู่ข้างกันก่อนหน้านั้นภาพเหตุการณ์เมื่อสองครั้งก่อนผุดขึ้นมาในสมองของแจ็คสันแค่เพียงเท่านั้นเจ้าตัวก็ผุดลุกหยิบผ้าเช็ดตัวผืนสั้นคาดเอวลวกๆเดินไปที่ห้องน้ำพร้อมกับกระชากออกทันที...หวังว่าคงไม่เกิดเรื่องอย่างครั้งก่อนๆอีก

 

“คุณแจ็คสัน ทำบ้าอะไรเนี่ย!!!”

“เอ่อ ขอโทษๆ ฉันนึกว่านายเป็นอะไรไปอีก...เหมือนอย่างครั้งก่อน”

 

แจ็คสันถึงกับไปไม่เป็นเมื่อเปิดประตูเข้าไปจากที่คิดว่าอีกคนคงขังตัวเองไว้ในห้องน้ำเหมือนอย่างครั้งก่อนๆกลับไม่ได้เป็นอย่างที่คิดครั้งนี้แจ็คสันกลับเห็นแต่แผ่นหลังขาวนวลที่ประดับไปด้วยรอยที่เขาเป็นคนทิ้งเอาไว้ให้แถมด้วยเนินอกอวบอิ่มที่เขาได้สัมผัสมันมาเกือบตลอดทั้งบ่ายเสียดายที่อีกคนคว้าเสื้อคลุมอาบน้ำมาคลุมตัวเอาไว้อย่างรวดเร็วไม่อย่างนั้นคงได้เห็นอะไรมากกว่านั้นแน่

 

“แล้วทำไมไม่ล็อคประตู”

“ก็ประตูห้องน้ำคุณเสียไม่ใช่รึไง แล้วใครเขาใช้ให้เข้ามาทั้งที่รู้ว่ามีคนใช้ห้องน้ำอยู่”

“ก็บอกว่าขอโทษไง ไม่ได้เป็นอะไรก็ดีแล้ว”

“ออกไปสิครับ ยืนรออะไร ผมจะอาบน้ำต่อ”

“อาบด้วย เออๆๆๆๆ ไปแล้วๆ มันเปียกนะเล่นไรเนี่ย”

 

แจ็คสันถึงกับต้องถอยทัพหนีเมื่อโดนอีกคนดึงฝักบัวฉีดมาทางเขาจนเกือบเปียกไปทั่งตัว ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมตัวเองต้องยอมแต่เพราะลึกๆแล้วในใจคงไม่ได้อยากทำร้ายอีกคนตั้งแต่แรก ทั้งทางใจและก็ร่างกายแต่ก็อดไม่ได้อีกนั่นแหละเพราะร่างขาวๆนั่นก็คอยแต่จะทำให้ตัณหาของชายวัยเกือบจะสามสิบเช่นเขาเกิดอารมณ์ได้ง่ายๆ...อาจจะเพราะใบหน้าที่คล้ายคลึงกันมากที่ทำให้แจ็คสันยอมอีกคนได้มากขนาดนี้

 

“อย่าว่าอะไรพี่เลยนะยองแจ...”

 

แจ็คสันส่งยิ้มบางๆให้กับรูปถ่ายของเด็กผู้ชายผิวขาว ร่างอวบในรูปที่ยืนยิ้มให้กล้อง บัดนี้แจ็คสันเลือกที่จะเก็บเด็กชายหน้าตาน่ารักเอาไว้ในความทรงจำและขอเลือกอยู่กับผู้ชายคนที่กำลังจะขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยาของเขาในอนาคต รูปถ่ายส่วนหนึ่งถูกทิ้งลงถังขยะมีเพียงรูปเดียวที่แจ็คสันขอเก็บเอาไว้เท่านั้น

 

“นายจะยังเป็นคนที่พี่รักเหมือนเดิมนะ ยองแจ...ฉันไม่ลืมนายหรอก เหมือนที่เราเคยสัญญากันไว้”

 

ครืด~~

 

...ผมได้รายชื่อลูกหนี้สกุลชเวมาเรียบร้อยแล้วครับเดี๋ยวผมจะส่งชื่อและรูปถ่ายไปให้...

 

แจ็คสันอ่านข้อความดังกล่าวก่อนที่รายชื่อและรูปถ่ายจะถูกส่งตามมาในเวลาไม่นานเท่าไหร่นัก

“ชเว ยอวอน ชเว พัคซู ชเว ซอยอน เดี๋ยวนะ ชเว จินหลง นี่มัน...”

 

ภายของชายวัยกลางคนที่มาพร้อมกับเด็กชายหน้าตาน่ารักปรากฏขึ้นในความทรงจำที่แทบจะเลือนลางมากนักสำหรับชายคนนี้ เพียงแต่ยังไงก็เป็นเขาแน่ๆ...พ่อของ ชเว ยองแจ พ่อของเด็กคนนั้น

 

“คุณดูรูปพ่อผมทำไมครับ...”

“...เมื่อกี้นายว่ายังไงนะ”

“คุณรู้แล้วเหรอว่าพ่อผมอยู่ที่ไหน ผมคิดถึงพ่อ คุณพาผมไปหาพ่อหน่อยนะ...นะคุณแจ็คสัน โอ๊ย!”

 

พรึ่บ!!

 

“ระวังหน่อยสิ...”

 

บัดนี้ใจดวงโตของแจ็คสันเต้นระส่ำราวกับคนที่ดื่มเครื่องดื่มชูกำลังเกินขนาดขึ้นเล่นเครื่องเล่นผาดโผน ยามที่ประคองร่างของอีกคนที่คล้ายจะเดินไม่ค่อยถนัดนักให้นั่งลงกับเตียงขนาดใหญ่ขณะที่มือเรียวยังกุมรูปภาพของผู้ชายที่แจ็คสันนั้นก็คุ้นหน้าอยู่ไม่น้อยในมือพร้อมกับคำเรียกที่ทำให้แจ็คสันเริ่มจะตระหนักได้ถึงคำพูดของคนเป็นแม่

‘...แล้ววันหนึ่งแกจะเสียใจที่ทำกับน้องแบบนี้’

 

แล้ววันนั้นก็ดันมาถึงเร็วซะด้วยสิ

 

“ยองแจ...นายคิดถึงครอบครัวนายไหม”

“คิดถึงสิครับ...พ่อก็คือครอบครัวคนเดียวที่เหลืออยู่ของผม ผมไม่ได้เจอพ่อมานานมากเลย...”

“...อยากเล่าไหม เรื่องอะไรก็ได้ถ้ามันจะทำให้นายหายคิดถึงพ่อ”

“ถ้าเจอพ่ออีกครั้ง ผมอยากไปนอนดูดาวกับพ่ออีก...พ่อชอบสอนให้ผมดูดาว แต่ผมไม่เคยจะจำสักครั้งเลย...”

“ดูดาวเหรอ?”

 

แจ็คสันมองหน้าอีกฝ่ายที่เอาแต่มองรูปโดยไม่ได้สนใจว่ากำลังถูกอีกฝ่ายจ้องหนักมากแค่ไหน...ไม่ว่าจะด้านข้างหรือด้านตรง รอยยิ้มหรือคำพูด ก็ไม่ได้ต่างอะไรไปจากตอนเด็กเลย...

 

โง่มาก...แจ็คสัน...นายมันโง่มาก

 

‘หู้วววว ดาวเต็มท้องฟ้าเลยพี่แจ็ค’

‘ชอบเหรอ ไว้มาอีกนะ’

‘อยู่ที่นี่เลยได้ไหมครับ ยองแจกับพ่อชอบดูดาว ที่นี่เห็นดาวเยอะกว่าที่บ้านเยอะเลย’

 

เด็กน้อยนอนลงกับพื้นหญ้าที่เริ่มชื้นไปด้วยน้ำค้างโดยไม่กลัวว่าเสื้อราคาแพงจะเปื้อน นิ้วเล็กๆชี้ไปบนท้องฟ้าอย่างสนุกสนานโดยไม่ได้สนใจสายตาของพี่ชายที่นั่งอยู่ด้านข้างที่มองเด็กชายด้วยสายตาที่พิเศษกว่าที่จะมองว่าอีกคนเป็นน้องชาย

‘ยองแจ ชอบดาวหรือพระจันทร์’

‘ดาวครับพี่แจ็ค’

‘งั้นก็คู่กับพี่พอดี เพราะพี่ชอบพระจันทร์’

‘พระจันทร์อยู่บนแหวนไม่เห็นจะสวยเลย ดาวสวยกว่าตั้งเยอะ’

‘เอาแหวนนี่มาจากไหน’

‘เพื่อนใหม่ยองแจให้มา’

 

แจ็คสันในวัยเด็กมองแหวนพลาสติกรูปดาวที่อยู่บนนิ้วชี้ด้านซ้ายของเด็กชายตัวน้อย ‘เพื่อนใหม่’ ไม่ค่อยดีใจเท่าไหร่ที่ตัวเองนั้นไม่ใช่แค่เพื่อนเพียงคนเดียวของเด็กชายนั่นเป็นความคิดที่ไม่ค่อยเข้าท่ามากนัก

 

‘เขาเกเรรึเปล่า ระวังจะโดนแกล้งนะ’

‘ไม่เลย เขาใจดี ให้แหวนยองแจด้วย’

 

ยิ่งรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่ที่เด็กชายพูดเหมือนกับว่าจะชอบเพื่อนใหม่เอามากๆเลย

 

‘ถ้าพี่ให้แหวน ยองแจจะดีใจไหม’

‘นิ้วนี้เต็มแล้ว ยองแจใส่ได้แต่นิ้วนี้ นิ้วอื่นใส่ไม่ได้แล้ว’

‘...พี่ไม่ให้ใส่นิ้วนั้นหรอก พี่จะให้ใส่นิ้วนี้ต่างหาก’

 

“นายยังชอบดาว...ฉันก็ยังชอบพระจันทร์อยู่นะ”

 

---

Talk

หากใครที่เคยอ่านเมื่อคราวที่ไรท์อัพอันที่แล้ว อยากจะบอกว่า 

โปรดลืม ตอนนั้นลืมไปก่อน ได้มั้ยลืมก่อน ทำเหมือนว่าเราไม่เคยได้อัพมัน~~

ปล.อ่านเป็นทำนองเพลง 'ลืมไปก่อน' ค่ะ

ต้องการคอมเม้นมากที่สุดเลยอ่ะ จะอยู่หรือไปขึ้นอยู่กับตอนนี้เลยนะจะบอกไว้ก่อน 

กระจ่างดาว

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น