คุณชายน้อยเหนือกำแพงวังหลวง

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 4 สุราพาให้พบรัก (18+)

ชื่อตอน : บทที่ 4 สุราพาให้พบรัก (18+)

คำค้น : ความรัก นิยายจีนโบราณ สุขนิยม สามีแห่งชาติ นิยายรัก

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 238

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 16 พ.ค. 2562 15:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4 สุราพาให้พบรัก (18+)
แบบอักษร

บทที่ ๔ สุราพาให้พบรัก

ห้องรับรองชั้นสามโรงน้ำชาอวิ๋นไท่

‘หนึ่งราตรีมิรู้ลืม พันราตรีมิอาจตัดใจ’ ท่วงทำนองเพลงพิณบรรเลงบทเพลงสุดท้ายจบลง ไหสุราดินเผาเรียงรายอัดแน่นอยู่บนชั้นไม้ พลันหล่นตกลงมาตามแรงโทสะ

คนผู้นี้ช่างเกิดมาเพื่อล้างผลาญสิ่งของโดยแท้ เวลาผ่านไปไม่ถึงชั่ววัน โรงน้ำชาอวิ๋นไท่แทบไม่เหลือสภาพเดิม

ผนังห้องถูกทลายลงกลายเป็นห้องเปิดโล่งทั้งสี่ด้าน มีเพียงม่านสีขาวกำบังกั้นมิให้เห็นผู้ที่นอนแผ่หราอยู่กลางเตียง กลิ่นสุราคละคลุ้งราวกับไอพิษอบอวลทั่วห้อง แว่วเสียงลมหายใจหอบแผ่ว และอีกหนึ่งเสียงตวาดแตกพร่าเร้นรอดออกมาเป็นระยะ เพียงไม่นานนักด้านในก็เงียบลงอีกครั้งหนึ่ง

ฉางเทาวาดแขนออกไปด้านข้างแทนคำสั่ง เหล่าองครักษ์เกราะเงินราวยี่สิบคนเคลื่อนตัวหายไปในความมืดอย่างรู้งาน ฉางเทียนที่อยู่ไกลออกไปสิบจั้ง เอ่ยกำชับหน่วยเงาร่างสูงใหญ่ให้กระจายตัวออกไปดูแลความเรียบร้อยในระยะห้าลี้ จากนั้นพวกเขาทั้งสองก็หมุนร่างกลับมายืนยังตำแหน่งเดิม สีหน้าท่าทางมิได้แตกตื่นกับสิ่งที่ได้ยินอยู่เลยแม้แต่น้อย

“ทำให้ข้าลืมนาง!!”

น้ำเสียงแหบแห้งทุ้มต่ำเอ่ยสั่งหญิงสาวจากหอบงกช ขณะเจ้าของร่างสติเลื่อนลอยนอนระส่ำระส่ายเพราะถูกพิษสุราผลาญใจอย่างหนัก จึงแยกไม่ออกว่าสิ่งไหนจริงสิ่งไหนคือภาพลวงตากันแน่

ชุดแพรต่วนตัวยาวหลุดลุ่ย เผยให้เห็นแผงอกหนั่นแน่นสะท้านขึ้นลงตามความรุ่มร้อนในกายที่ถูกปลุกเร้า หญิงสาวผู้เฝ้ารอโอกาสนี้มาครึ่งชั่วยาม เผยยิ้มยวนเย้าดุจบุปผาย้อมพิษ นางผละมือออกจากการนวดคลึงปลดพันธะสุดท้ายของตนออกพ้นร่าง ปล่อยอกอิ่มสล้างคู่งามต้องแสงจากโคมไฟที่แขวนอยู่ด้านนอก ทว่าคนที่นอนอยู่กลางเตียงกลับละเมอเพ้อถึงอีกนามหนึ่งไม่ขาดปาก หาได้รับรู้ถึงความงดงามเกินพรรณนานั้นเป็นเช่นไร

นางย่อตัวลงข้างกายบุรุษที่มีทุกส่วนสัดเกินชายอื่น แววตาดิ่งลึกอย่างคนละโมบลุ่มหลง จับจ้องกายแกร่งที่เหลือเพียงกางเกงผ้าตัวบางปกปิดส่วนเครียดขึงเอาไว้

สิ่งที่ทำให้นางสนใจคือ ‘เจ้าสิ่งนั้น’ ไม่เคยร่วมหลับนอนกับหญิงใดในหอบงกช แต่ถ้าหากมีคนหนึ่งคนใดสามารถทำให้เขาออกปากบอกให้ครอบครองแก่นกายนั้นได้ ชื่อเสียงลาภยศมิต้องคำนึงถึง วาสนาตกจากฟ้าเป็นเช่นไรย่อมเป็นเช่นนั้น

แม้จะมีกฎต้องห้ามอันพิลึกพิลั่นพึงต้องทำตาม แต่นางก็ยินดีรับ ส่วนเรื่องแบบวิธีการทำอย่างไรให้อีกฝ่ายเอ่ยปากอนุญาต นางจัดเตรียมทุกอย่างมาพร้อมตั้งแต่โดนเรียกตัว และนางจะไม่ยอมปล่อยให้ตนพบกับความล้มเหลวดังเช่นสตรีอื่น

หญิงสาวจัดสุราห้าชนิดผสมอยู่ในจอกเดียวกัน แล้วเตรียมนำไปป้อนให้เขาด้วยริมฝีปากอิ่มเอิบ ทว่าถูกบุรุษหนึ่งในสองคนด้านนอกกล่าวเตือนเสียงเข้ม

“ห้ามใช้ปากแตะต้องนายท่านนอกจากส่วนนั้น”

นางแค่นยิ้ม กฎย่อมเป็นกฎ มิอาจดื้อรั้นแข็งขืน ดวงตาคู่งามฉายแวววาบวับยามเคลื่อนลงต่ำมุ่งสู่ที่หมายใหม่ ปลายนิ้วไล้จากแผงอกสู่หน้าท้อง แล้วมาหยุดอยู่ที่กลุ่มไรขนอ่อนขึ้นเรียงอยู่เหนือขอบกางเกง นิ้วเรียว ตวัดเกี่ยวเอาเชือกรัดเอวหนาออก รอยยิ้มคลี่บานดุจมวลผกาต้องมนตร์ เมื่อสัดส่วนแห่งยอดปรารถนาประจักษ์แก่สายตานาง

ธรรมชาติของมนุษย์สิ่งที่ได้มายาก ย่อมมีค่า นางหาได้หลงไหลในลาภยศเงินทองชื่อเสียง หวังแค่เพียงได้ผ่านคืนวสันต์ร่วมกันกับเขา   

“ข้าได้ยินเรื่องเล่าเกี่ยวกับท่านมามาก วันนี้ข้าจะทำให้ท่านลืมสิ้นทุกสิ่ง”

หญิงสาวคว้าจอกสุราห้าชนิด ราดรดลงบนแก่นกายที่เปิดพ้นเนื้อผ้าจนชุ่ม ลิ้นเล็กเลียริมฝีปากบางด้วยความหมายมาด ก่อนก้มหน้าลงลากปลายลิ้นช้า ๆ บนจุดปะทุอารมณ์ ตวัดไล่ตามเก็บรสชาติหอมหวานของสุราคืนกลับ วนเวียนหยอกล้อจนรู้สึกได้ถึงความนูนเด่นของดุ้นร้อนขยายรับตามการปลุกเร้า

เสียงลมหายใจติดขัดของชายหนุ่ม สร้างรอยยิ้มย่ามใจให้แก่สาวงามยิ่งยวด แต่นั่นเป็นเพียงบทเริ่มต้น นางใช้สองมือกอบกุมปทุมอวบอิ่ม เบียดความนุ่มเข้าโอบรัดแก่นกายแทนฝ่ามือ ปากเล็ก ๆ เผยอครวญเสียงซ่านรัญจวน พลางหลับตาพริ้มวาดบทรักร้อนแรงไว้ในหัว

ยามถูกชายผู้นี้กดอยู่ใต้ร่าง...ตัวนางจะสุขสักแค่ไหน 

อู่ผานล่องลอยดุจฝัน คงมีแต่ตอนนี้เท่านั้นที่ลืมสตรีใจดำผู้นั้นได้ ความรู้สึกอัดอั้นของแก่นกายกลางลำตัว ดุจพยัคฆ์ผยองกร้าวต้องการโผนออกจากกรงกระชากทุกสิ่งให้แหลกลาญ ชั่วเวลาอึดใจเดียว ร่างหนากระตุกทั้งตัว เมื่อส่วนที่ร้องเรียกอย่างหนักถูกครอบครองด้วยโพรงปากร้อนอุ่นชื้น เสียงกระเส่าพร่าราวกับเร่งให้ลิ้นเล็กลิ้มเลียเหนือปลายยอดของจุดอ่อนไหว

ชายหนุ่มตกอยู่ในสภาพกึ่งรับรู้กึ่งฝันร้าย กายตอบสนองแต่ใจโศกเศร้ามิสร่าง สายตาพร่ามัวทอดมองเงาลางเลือนที่ก้มต่ำบริเวณหน้าขา จนเกิดเป็นภาพทับซ้อนของโยวซิน

เขาเผลอขานเสียงเรียกชื่อนางเป็นครั้งที่สอง ช่วงท้องบิดเกร็ง

แม้ใจเกิดความขุ่นเคืองเล็กน้อย เพราะหาได้เคยมีบุรุษใดคิดถึงสตรีอื่นยามอยู่ภายใต้ดำฤษณาที่นางเสกสรร แต่เมื่อรู้สึกได้ถึงการเหยียดขยายของแก่นกายจนมือเล็กไม่อาจกำได้รอบ ร่างบางกลับเคลิ้มสั่น ความต้องการบางอย่างเผยให้เห็นผ่านดวงตาฉ่ำหวาน กลีบบุปผาที่ไม่เคยลิ้มรสความเสียวซ่านด้วยกายบุรุษแข็งแกร่งขนาดนี้ถึงกับกระตุกเกร็ง ครั้นเมื่อได้เห็นเขาเอ่ยปากปฏิเสธเสียงแผ่ว นางกลับยิ่งคิดอยากครอบครอง

“ข้าจะทำให้ท่านลืมนาง” เสียงหวานเจือเร่าร้อนเอ่ยประโยคที่ใจมาดหมาย

มือเล็กยังทำหน้าที่โอบรอบแน่น เคลื่อนไหวขึ้นลงช้า ๆ สลับกับคลายออก เพียรมอบความเสียวซ่านทรมานเจียนคลั่งให้กับเขา ตามติดด้วยเรียวลิ้นที่กรีดกรายจากฐานล่างขึ้นบนจนจรดถึงปลายยอด แล้วครอบครองไว้ในอุ้งปากเล็กด้วยความอาจหาญ

จู่ ๆ มือหนาเข้าตรึงท้ายทอยของนาง กดบังคับไม่ให้ถอนออกจากแก่นร้อนชื้นนั้น พร้อมเสือกกายเข้าหาเนิบช้าสุดความยาว เกิดเสียงพรูลมหายใจขาดช่วง ชายหนุ่มคลอนกายขยับขึ้นมอบแท่งร้อนจัดเข้าสู่สิ่งที่โอบรัดอย่างแรง อารมณ์เพศรุกเรือง

ฉับพลันแว่วเสียงต่อว่าต่อขาน หลุดเข้ามาในห้วงสติของอู่ผานที่เหลืออยู่น้อยนิด สีหน้าสลดแสดงถึงความผิดหวัง ดวงตาตัดพ้อกับหยาดน้ำคลอแก้ม  

“นี่หรือ...บุรุษที่ขอข้าแต่งงาน ความรักที่กว้างดุจผืนฟ้าเผื่อแผ่ถึงทุกนางเช่นนี้ ข้ามิอาจรับไว้”

อู่ผานสั่นศีรษะปฏิเสธคำพูดที่สร้างความเจ็บปวดให้แก่ตนเอง ราวกับมีมือปริศนายื่นมาบีบรัดกำรอบดวงใจไว้แน่น กระนั้นเมื่อเงาหมอกในม่านฝันสลายตัว ภาพของหญิงสาวตรงหน้าเด่นชัดย้ำว่านางไม่ใช่โยวซิน ขาทั้งสองข้างเป็นไปตามสัญชาตญาณ ยกดีดออกสะบัดเต็มแรง ส่งให้ร่างกลมกลึงป้วนเปี้ยนอยู่ตรงจุดยอดปรารถนา พลัดกลิ้งตกไปอยู่ข้างเตียง  

เขาลุกขึ้นตบหน้าตัวเองเรียกสติกลับคืน ดวงตาหรี่ปรือ ปากหยักหนาหอบหายใจกระเส่าไม่หาย หูแว่วได้ยินเสียงฉางเทาฉางเทียนพูดอะไรสักอย่างเขากลับฟังไม่ชัด

อู่ผานยิ้มหยัน สุดท้ายแล้วต่อให้พยายามร่วมอภิรมย์กับสตรีอื่นอีกกี่สักครั้ง เขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านี้ ภาพของนางตามหลอกหลอนไม่ยอมปล่อยให้เขามีอิสระ คิดแล้วก็ช่างน่าสมเพชตัวเองนัก

จริงอยู่ที่ความรู้สึกอัดอั้นคล้ายจะปริแตกต้องการระบายออก กายตอบรอบความต้องการอย่างหนัก แต่ใจกลับปฏิเสธไม่ยอมให้มันเกิดขึ้น   

“ลากนางออกไป!!” เสียงกร้าวออกคำสั่ง

“ไหนท่านบอกให้ข้าทำกับส่วนนั้นได้อย่างเต็มที่ เหตุใดจึงกลับคำ”

หญิงสาวผู้นั้นกล่าวทั้งน้ำตา นางเกือบทำสำเร็จแล้วเชียว เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้เล่า

ฉางเทียนก้มพิสูจน์กลิ่นสุรา กลับไม่พบสิ่งใดผิดปกติ แต่เมื่อเห็นความกังวลคล้ายกำลังปิดซ่อนบางสิ่งภายใต้ดวงตาคู่งาม เขาบีบปากให้นางอ้าออก จึงได้พบยาปลุกกำหนัดเม็ดเล็กสีดำซุกซ่อนอยู่ในโพรงปาก

ฉางเทียนพยักหน้าให้ฉางเทาจัดการหญิงสาวส่งคืนหอบงกชแล้วค่อยรับโทษในภายหลัง เพราะเสียงสั่นพร่าที่เริ่มครวญครางไม่หยุดของผู้เป็นเจ้าเหนือหัว ได้สร้างความกลัดกลุ้มให้กับพวกเขาอย่างมิอาจเลี่ยง หากปล่อยไว้นานกว่านี้ไม่ดีแน่ ฉางเทียนจึงตัดสินใจนำร่างนายตนมุ่งหน้าไปทางถนนทิศใต้...

แม้จะเป็นตัวเลือกเสี่ยงต่อการโดนโทษทัณฑ์ในภายหลัง แต่นอกจากสตรีผู้นั้นแล้วเวลานี้เขาไม่ไว้วางใจใครทั้งสิ้น  

 

----------------------------------------

ทิ้งท้ายจากผู้เขียน......

บทนี้ออกดาร์กนิด ๆ แต่จะไม่ให้ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกคนอ่านมากเกินไป ทุกอย่างล้วนมาจากอู่ผานถูกปฏิเสธบ่อยครั้งจึงอยากลืมนางเพื่อเริ่มต้นใหม่....แต่ก็ล้มเหลวทุกครั้งไป ส่วนเรื่องใครเป็นพระเอกมันมีมาชัด ๆ อยู่แล้วไม่ได้เป็นความลับ ไรต์พยายามเขียนให้เห็นความต่างของผู้ชายสองคน ส่วนนางเอกมีที่เลือกไว้อยู่ในใจอยู่แล้ว (ไม่มีวันทองสองใจแน่นอน)

หวังว่า...จะมีคนตามอ่านอยู่ ขอบคุณทุกหัวใจ ทุกกำลังใจ และคอมเม้น

เจอกันตอนหน้านะครับ จะมาขยายบทนี้ให้ชัดขึ้น....ทุกอย่างมีเหตุและผล

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น