Dreams of Flowers

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 (60%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 53

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 16 พ.ค. 2562 14:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 (60%)
แบบอักษร

  หลังจากคืนนั้น

สมุดแห่งเนื้อคู่ที่เคยมีแต่ความเงียบเหงา

กลับกลายเต็มไปด้วยความชุลมุน เพียงผมจับปากกาเขียนทักทาย ความวุ่นวายจะก่อตัวเข้ามาทันที และเป็นแบบนี้ทุกวันจนกลายเป็นความเคยชิน หรือผมจำใจ ทำใจให้ชินกันแน่ ชัดไม่ค่อยมั่นใจ

โดยปกติทั่วไปเนื้อคู่ของมนุษย์อย่างเราจะมีแค่หนึ่งเดียวเท่านั้น ใช่! มีแค่หนึ่งเดียว แล้วเหตุไฉน เหตุอันใด ที่อยู่ ๆ เนื้อคู่ของผมได้โผล่แตกหน่อขึ้นมาตั้งห้าคน และไม่ใช่ห้าคนแบบธรรมดาทั้งหมดดันเป็นผู้ชาย ย้ำอีกทีว่าทั้งหมดดันเป็นผู้ชาย ผมก็ไม่เคยคิด เคยคาดฝันเหมือนกันว่าเรื่องทั้งหมดจะลงเอยแบบนี้เช่นกัน

และพิเศษยิ่งไปกว่านั้น คืออุปนิสัยของแต่ละคนซึ่งดูเหมือนจะเข้ากับผมแทบไม่ได้ ไม่ใช่สิ! ไม่ได้เลยมากกว่า โดยเฉพาะคุณสีแดงกับคุณสีดำ คนที่ดูปกติหน่อยก็น่าจะเป็นคุณสีคราม ส่วนคุณสีเหลืองก็น่าปวดหัวพอกัน ส่วนสีชมพูดูน่ารักดีถ้าไม่พูดลงท้ายว่า ‘ครับ’  ผมคงเผลอคิดว่าเป็นผู้หญิงแน่ ๆ

แค่เล่าให้ฟัง คุณอาจยังมองไม่เห็นภาพว่าบรรดาเนื้อคู่ที่ผมจำใจยอมรับแบบมัดมือชกนั้นน่าปวดหัวเพียงใด

งั้นผมจะสาธิตให้ดู

(ผม) : สวัสดีครับเนื้อคู่ของผม ยามเช้าทางนี้อากาศดีนะครับ ทางนั้นล่ะ เป็นอย่างไรบ้างครับ

ถ้อยคำทักทาย ซึ่งผมมักจะเขียนอยู่เป็นประจำ หลังจากบรรจงเขียนเสร็จเรียบร้อย จึงหมุนปากกาเล่นไปมาเพื่อรอข้อความตอบกลับ ประเด็นสำคัญทุกครั้งที่ผมเขียนหา ทุกคนมักจะตอบกลับมาไม่เกินห้านาที เสมือนพกสมุดติดตัวอยู่ตลอด ด้วยความผมอยากรู้จึงทดลองดู แต่ไม่ว่าจะจับเวลาสักกี่ครั้ง เวลาซึ่งช้าที่สุดก็คือห้านาทีอยู่ดี

และคนที่มักจะชอบชิงชัยเป็นคนแรก

(คุณสีแดง) : เย้!! ฮะ ฮะ ฮ่า คนแรกอีกแล้วว่ะ เจ้าพวกไก่อ่อนเอ้ย นายเองก็ทักหาคำอื่นไม่ได้หรือไงวะ ทางนี้ร้อนเป็นบ้าตั้งแต่เช้า หลังจากทำงานเสร็จก็ว่าจะไปอาบน้ำอีกรอบ เหนื่อยมาก

อย่างที่เห็นครับ คุณสีแดงมักจะตอบกลับมาเป็นคนแรกเสมอ และถ้อยคำที่เขาให้ ก็ล้วนแต่เป็นแบบนี้แหละ ผมไม่ค่อยชอบ ไม่ค่อยถูกกับคนพูดจาหยาบกระด้างสักเท่าไหร่ แล้วไหงถึงลงเอยแบบนี้ไปได้

(คุณเหลือง) : อ๊า! ให้ตายเถอะ แพ้เจ้าหยาบช้านั่นหรือนี่ โอ้มายสวีทฮันนี ที่นี่อากาศค่อยข้างเย็นเลยครับ อยากจะจิบชาดาร์จีลิงยามเช้ากับมายฮันนีจังเลย

คนซึ่งมาเป็นที่สอง คือคุณสีเหลือง มักจะเรียกผม ฮันนี่บ้างล่ะ มายสวีทฮันนีบ้างล่ะ มันทำให้รู้สึกจักจี้หัวใจชะมัด อ๊ะ!  อย่าเข้าใจผิดนะครับ ไม่ใช่เพราะเขินแต่อยากจะโอกอากมากกว่า

(คุณสีคราม) : วันนี้ได้ที่สามเหรอ อืม แต่ก็ไม่เป็นไร ไม่ใช่เรื่องที่จะมาแข็งขันกันสักหน่อย ทางนี้อากาศดีเหมือนกันครับ อากาศดีเหมือนกันแบบนี้ ทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่าเราอาจจะอยู่ใกล้กันหรือเปล่านะ ถ้าได้เจอกันในเร็ววันก็คงจะดีเนาะ จะว่าอะไรไหมครับ ถ้าในวันที่เราเจอกัน ผมจะขอกอดคุณให้หายคิดถึง

ราวกับอะดรีนาลีนสูดฉีดทั่วร่างกาย ทำให้ใบหน้าเกิดอาการร้อนวูบวาบขึ้นมาทันที เอาอีกแล้ว! คุณสีครามเขียนแบบนี้อีกแล้ว! ให้ตายสิ อันนี้ผมเขินของจริง ด้วยคำพูดที่ดูใจเย็น ด้วยถ้อยคำที่สุภาพ ชอบทำให้หัวใจหวั่นไหวเสียเหลือเกิน ผมเป็นประเภทที่แพ้อะไรแบบนี้ ?

(คุณสีดำ) : 4 + (T^T) + (T^T) + (T^T) + ☔️

เอ....... ไหนดูสิ วันนี้คุณสีดำเขียนมาว่าอะไร 4 คงหมายถึง เรื่องที่มาเป็นคนที่สี่ บวกกับสีหน้าร้องไห้ ก็คือเสียใจสามครั้ง และสุดท้ายคือรูปร่มกับฝนตก รวมกันคงเป็น เสียใจมาก ๆๆ มาเป็นคนที่สี่และตอนนี้ฝนตก อย่างนั้นสินะ เฮ้อ คุณสีดำมักจะเขียนออกมาเป็นรูปภาพเสมอ ในตอนแรกผมก็งง แต่ตอนนี้กลายเป็นชินไปแล้ว

(คุณสีชมพู) : แงงงงงงงงงงงงงง!!!! ไม่ยอม!!! หมีน้อยไม่ยอม!!!!! แค่ก้าวเดียวหมีน้อยทำไมต้องได้ที่ห้าด้วย อึก ฮือออออออออออออออออ ไม่ยอมมมมมม แงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง”

และคนสุดท้ายแสนป่วน ทุกครั้งที่มาเป็นลำดับที่ห้ามักจะเป็นอย่างนี้ ผมลอบถอนหายใจเล็กน้อย พลางมองหยดน้ำตาซึ่งทะลุผ่านมายังสมุดของผม หยดเป็นดวงแหมะ แหมะ แหมะ ทำให้ยิ่งกุมขมับ

สงครามประสาทกำลังจะเริ่มต้นอีกครั้ง

(คุณสีแดง) :  โธ่เว้ย หยุดร้องนะเจ้าบ้า ทำไมฉันถึงต้องมาเชื่อมต่อกับพวกแต่ด้วยวะ น้ำตาของแกทะลุมาสมุดของฉันแล้วเนี่ย!!! น่ารำคาญชะมัดยาด

(คุณสีชมพู) : แงงงงงงงงงงงงงงงงงงง ก็เค้าไม่ยอมอ่ะ เค้าไม่ยอม

(คุณสีดำ) : ……………………………..

(คุณสีเหลือง) : หัดยอมรับความจริงเสียบ้างนะครับ Boy ผู้แพ้ก็คือผู้แพ้ แต่ก็อย่าหลงใหลในชัยชนะเหมือนกับคนหยาบช้า บางคน

(คุณสีชมพู) : แงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

(คุณสีแดง) :  อ้าว อ้าว คำก็หยาบช้า สองคำก็หยาบช้า พูดหมาไม่แดกแบบนี้ มาต่อยกันตัว ๆ ไหมวะ เอาไหม เอาไหม อย่าปอดสิเฮ้ย

(คุณสีชมพู) : แงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

(คุณสีเหลือง) : ขอโทษนะครับ ผมไม่ได้ปอด แต่ไม่อยากจะทำร้ายผู้พิการทางความคิด อีกอย่าง พอดีท่านพ่อสอนว่าอย่าเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือ I’m not insulting you. I’m describing you.

(คุณสีชมพู) : แงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

(คุณสีแดง) : ถึงแกจะเขียนภาษาอังกฤษมา อย่าคิดว่าจะแปลไม่ออก ไม่ได้ดูถูกฉัน แต่กำลังบอกในสิ่งที่ฉันเป็น แล้วไอ้สิ่งที่ฉันเป็นมันหนักหัวใครวะ ห๊ะ!

(คุณสีดำ) : ………………………………….

(คุณสีคราม) :  ใจเย็นก่อนนะครับทุกคน อย่าทะเลาะกันเลยนะครับ คุณหมีน้อยครับ มาแลกลำดับกับผมไหมครับ ถึงจะอยู่แค่ที่สาม แต่ก็ยังดีว่าที่ห้าจริงไหม

(คุณสีแดง) : ถุย!!! พ่อพระเอก ชอบทำตัวเป็นพระเอกซะจริง คิดว่าทำตัวแบบนี้เขาจะชอบเหรอ เหอะ

(ผม) :  ยังดีกว่ากัดเขาไปทั่วไหมนั่นแหละ

ด้วยความอดทนไม่ไหว และการต้องนั่งถอดถอนหายใจกับความวุ่นวายครั้งแล้วครั้งเล่า ปากกาซึ่งถืออยู่หักไปครึ่งท่อน จนไม่ได้นับว่าด้ามที่เท่าไหร่

(คุณสีแดง) : นะ..นายชอบแบบนั้นเหรอ

ความจริงผมก็ไม่ได้รู้สึกอะไร

(ผม) :  ก็ใช่นะสิ

แค่ตอบส่งเดชไปเท่านั้น เพื่อหวังว่าความชุลมุนจะหยุดติลงสักที

(คุณสีแดง) : เฮ้ย!!! ไอ้หมี แกมาแลกลำดับกับฉันไหม ฉันได้ที่หนึ่งเลยนะเว้ย ดีกว่าที่สามเป็นไหน ๆ

นิ้วชี้และหัวแม่มือซึ่งจับปากกาจนเกร็งแน่น พร้อมปากอ้าค้าง ด้วยความตกใจสุดขีด ทั้งที่ผมเขียนตอบไปอย่างไม่ได้คิดจริงจังอะไร แต่คนหวงที่หนึ่งอย่างหมอนั่น แถมรีบเขียนตอบทุกครั้ง จนลายมือแทบอ่านไม่ออก ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะขอแลกกับคนอื่น โอ้แม้เจ้า วันนี้ฝนจะตกไหมเนี่ย ถ้านับจากสถิติความเร็วในการตอบกลับว่าใครได้อันดับหนึ่งก็คือคุณสีแดงนี่แหละ

(คุณสีดำ) :  (⊙△⊙) + (#゚Д゚) >>>>> 4 + (T-T)

หลังจากคุณสีดำเขียนจุดไข่ปลาออกมายาวเหยียดนั่นซึ่งแปลว่าไม่ขอแสดงความคิดเห็น แต่ด้วยสาเหตุที่ผมตอบกลับไปแบบนั้น สีหน้าตกใจ + สีหน้าตกใจและหันไปมองลำดับของตัวเอง + ร้องไห้ นั่นแปลว่า คุณสีดำตกใจกับคำตอบของผม จึงอยากจะขอแลกเปลี่ยนบ้าง ทว่าพอหันกลับไปมองลำดับของตัวเอง..ซึ่งดีกว่าที่ห้านิดเดียว จึงเสียใจอีกรอบ

เป็นไงล่ะ แค่สีหน้าแสดงอารมณ์สามอันผมตีความได้ขนาดนี้ เจ๋งไหม

 (คุณสีเหลือง) : ความรู้สึกที่แพ้โดยที่ยังไม่ได้แข่งเป็นแบบนี้ใช่ไหม มายฮันนี

ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันเริ่มมาตั้งแต่เมื่อไหร่ พอรู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นแบบนี้ไปแล้ว ทั้งห้าคนมักจะแข็งขันกันด้วยเรื่องเล็กน้อยลุกลามไปจนถึงเรื่องใหญ่และปิดท้ายด้วยการทะเลาะเสมอ จนผมไม่รู้จะจัดการยังไงดี สุดท้ายก็ได้แต่ปล่อยให้พวกเขาทะเลาะจนกว่าจะพอใจ

หยดน้ำตาบนสมุดที่ค่อย ๆ หายและเหือดแห้งไป

(คุณสีชมพู) :  ไม่เอาแล้ว หมีน้อยจะไม่แลกกับใครทั้งนั้น ไม่ยอมให้ได้หน้าไปคนเดียวหรอก คอยดูนะดอกทานตะวันของหมีน้อย คราวหน้าจะคว้าที่หนึ่งมาให้ได้เลย

ได้ของพรรค์นั้นและผมจะดีใจไปทำไมเนี่ย

อ่า แย่ล่ะ ผมเหลือบมองดูนาฬิกา นี่เกือบจะได้เวลา

(ผม) :  จะไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วนะครับ ไว้ค่อยมาคุยกันไหมนะ

ทั้งที่ความจริง ผมแทบจะไม่ได้เขียนอะไรลงไปก็เถอะ ทุกวันที่เรียกได้ว่านั่งอ่านพวกเขาทะเลาะกันมากกว่า

(คุณสีแดง) : จะไปไหน เพิ่งเขียนคุยกันได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเลย แต่ไม่ใช่ว่าฉันคิดถึงนายหรอกนะ

(คุณสีเหลือง) : อย่างทำตัวเป็นเด็กสิเจ้าคนโง่เขลา นี่ใกล้จะแปดโมงครึ่ง วันนี้มายสวีทฮันนีมีเรียนพิเศษ เพื่อเข้ามหาลัย DDK นะครับ อย่าขัดความอนาคตของสองเราได้ไหม สู้ ๆ นะฮันนี แล้วผมจะไปรอที่นั่นนะครับ จุ๊บ

รอยลิปสติกสีแดงฉานปรากฏอยู่บนสมุดของผม แต่ก็ทั้งสมุดของทุกคนด้วย

(คุณสีแดง) : แหวะ น่าหยะแหยงเป็นบ้า

(คุณสีดำ) : |`Д´) +  (^^)V + (^^)V (รับทราบครับ+สู้ ๆ นะ)

(คุณสีคราม) :  ผมสอบผ่านตั้งแต่รอบแรกแล้ว ถ้ามีอะไรสงสัยตรงไหนถามผมได้เลยนะครับ ผมจะไปรอคุณที่นั่นนะครับ พยายามเข้า สู้ ๆ ผมเชื่อว่าคุณต้องทำได้อยู่แล้ว

(คุณสีชมพู) :  ดอกทานตะวันของหมีน้อย สู้ ๆ นะคร๊าบบบบบบ ถึงหมีน้อยจะเสียใจที่ไม่ได้คุยกันต่อ แต่หมีน้อยเอาใจช่วยนะ

(คุณสีแดง) : ชีวิตมหาลัยที่ไม่มีนายคงพิลึกน่าดู ข้อสอบง่าย ๆ แบบนั้น อย่าโง่สอบไม่ผ่านล่ะ

อะไรกัน ผมคิ้วขมวดเป็นหนวดกุ้ง ทำไมคำพูดถึงทุกคนถึงฟังดูสอบผ่านกันหมดแล้ว ทั้งที่ผมตั้งใจอย่างหนังสือแทบตายแต่ตกรอบแรก ด้วยคะแนนเฉียดฉิวอย่างน่าเจ็บใจ ทั้งที่อีกนิดเดียว ทำไมทำหน้าเหมือนไม่เชื่อ ก็เฉียดแบบจะ..จะ..จะได้สามสิบคะแนนไง เต็ม..เต็ม..ร้อยคะแนนไง

อย่าหัวเราะนะ ก็เป็นกรรมพันธุ์ของเพศสภาพผม ช่วยไม่ได้นี่นา

(ผม) : ขอบคุณทุกคนนะครับ ไว้ใจได้เลย

ถึงจะไม่ค่อยมั่นใจก็เถอะ แต่ก็จะพยายามให้ดีที่สุด เป็นความฝันของผมแท้ ๆ แต่ทุกคนกลับ..ตามผมไปเรียนที่มหาลัยนั้นอย่างไม่ลังเล ไม่ใช่ผมไม่ห้าม ทว่ามันห้ามไม่ได้

ผมเก็บสมุดแห่งเนื้อคู่เก็บเข้าลิ้นชักอย่างทะนุถนอม ก่อนจะไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อรอคุณอามาติวพิเศษให้ เรื่องการมีเนื้อคู่ห้าคน ใช่ว่าผมยอมรับมันได้อย่างง่ายดาย ย้ำอีกทีแล้วกันว่าผมจำใจยอมรับมากกว่า

อาจเพราะพระเจ้าเล่นตลก สมเพช เวทนากับชีวิตอันน่าเบื่อหน่ายของผม ถึงได้จัดความหรรษาแบบชุดใหญ่ไฟกระพริบมาให้ สิ่งที่คุณเห็นข้างต้นนี่คือส่วนน้อยนิดเท่านั้น ถ้าย้อนกลับไปเมื่อสองเดือนก่อน ย้อนไปตอนพวกเขารู้จักกันใหม่ ๆ ด้วยความตกใจที่ใครก็ไม่รู้โผล่มาแถมเชื่อมโยงกันโดยศูนย์กลางคือสมุดแห่งเนื้อคู่ของผม นั่นคือความโกลาหลของแท้เลยล่ะ คิดถึงครั้งใด ยังสลัดภาพความปวดหัวออกไปไม่หาย

คุณคงจะสงสัยอะไรหลายอย่างเลยใช่ไหมครับ

ทั้งเรื่องเพศสภาพของผม

ทั้งเรื่องกลไกของสมุดแห่งเนื้อคู่

โลกของผมจะเหมือนหรือแตกต่างกับโลกของคุณแค่ไหน ผมเองก็ไม่ค่อยแน่ใจ

แต่เอาเป็นว่าผมจะค่อย ๆ เล่าให้ฟังนับจากนี้แล้วกัน

ผมสวมเสื้อผ้าก่อนจะมานั่งรอคุณอาอยู่ที่ระเบียงบ้านเดี่ยวชั้นเดียวอยู่แถบชานเมือง ใกล้ชิดธรรมชาติและเงียบสงบร่มเย็น พ่อกับแม่ผมชอบบรรยากาศเช่นนี้มาก และผมเองสงสัยได้รับอิทธิพลมาจึงทำให้ชอบด้วยเช่นกัน ท้องฟ้าสีคราม สายสมพัดอ่อนเย็นสบาย และสุดท้ายคือหมู่มวลดอกไม้ที่คุณแม่ผมปลูกไว้ ในขอบรั้วที่มีบ้านสองหลังเคียงคู่ นั่นคือมีบ้านผมและครอบครัวคุณอา

การที่มีครอบครัวคุณอาอยู่ใกล้ ๆ ยิ่งทำให้รู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย

ท่านเองก็เอ็นดูผมไม่ต่างอะไรกับลูกคนหนึ่ง เลี้ยงดูผม คอยจัดสรรเรื่องมายมากมาให้ หลังจากที่พ่อแม่ผมเสียไป ถ้านับปีนี้ด้วยก็สามปีพอดี คุณอาชวนไปอยู่บ้านด้วยตั้งหลายครั้งเพราะความเป็นห่วงผมซึ่งเอาแต่นอนอยู่ในบ้านอันแสนกว้างใหญ่นี้คนเดียว

ตามความจริงบ้านเราอยู่ใกล้กันแค่เอื้อม แทบจะไม่ต่างอะไรกับอยู่บ้านเดียวกันอยู่แล้ว ผมจึงปฏิเสธไป และใช้ชีวิตกึ่งลำพังคนเดียวตั้งแต่อายุสิบห้าปี ก็โตพอแล้วนี่นะ และผมเองก็คิดว่าถึงจะรักเหมือนลูกแต่ก็ไม่ใช่ลูกแท้ ๆ  ถ้าเอ็นดูผมเกินไป ให้ความสำคัญกับผมมากไป แล้วลูกของคุณอาเองจะคิดอย่างไร

เขาเองก็คง...ไม่ชอบที่พ่อของตนเองมาแบ่งความรักให้ผมหรอก

วันทุกวันเต็มไปด้วยความเงียบเหงา

ถ้าบอกว่ามันทำให้สงบใจก็สงบใจ แต่มันก็มีความเหงาแทรกซึมเข้ามา คุณอาหลังจากเลิกงานก็จะแวะเวียนคุยกับผมทุกวัน เรื่องทานอาหารเช้าและช่วงตอนเย็น ผมก็มักจะไปทานที่บ้านของคุณอานั่นแหละ

แต่ส่วนใหญ่ผมเว้นระยะห่างออกมาเสียมากกว่า

ไม่อยากจะรบกวนเยอะเกินไปด้วย

ไม่อยากจะสร้างความวุ่นวาย ไม่อยากจะให้คิดว่าผมเป็นภาระ ผมขอใช้ชีวิตในจุดยืนของตัวเองดีกว่า

สบายใจมากกว่า

กับชีวิตอันผกผัน

สองเดือนที่ผ่านมาผมเจอแต่เรื่องน่าปวดหัวไม่เว้นแต่ละวัน สาเหตุไม่ใช่ใครที่ไหน ก็เพราะบรรดาเนื้อคู่ของผม ถ้ามีเวลานี่ พวกเขาสามารถทะเลาะกันได้ตั้งแต่เช้ายันเย็น

ถึงไม่อยากยอมรับ ส่วนหนึ่งมันกลับทำให้ผมรู้สึกสนุกไปด้วย อาจจะเป็นเพราะสายสัมพันธ์ของสมุดแห่งเนื้อคู่หรือเปล่า จึงส่งผลให้เราสนิทกันเร็วกว่าปกติ เสมือนรู้จักกันมานาน

ในระหว่างรอคุณอามาติวพิเศษให้ เรามาเริ่มที่ประเด็นแรกกันดีไหมครับ

ว่ากันด้วยเรื่องเพศสภาพ

โลกของผมมีสามเพศ

คุณฟังไม่ผิดหรอกมี ‘สามเพศ’

หากย้อนไปเมื่อแปดสิบปีก่อน โลกเข้าสู่สภาวะขาดแคลนประชากรหญิงอย่างหนัก  มนุษย์โลกจึงมีภาวะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ อัตราผู้ชายต่อผู้หญิง คือ สิบล้านต่อหนึ่งแสนคน ยังไงภายในไม่กี่ปีข้างหน้าจะต้องสูญพันธุ์แน่ ๆ ถึงจะกระตุ้นและส่งเสริมการกำเนิด ให้สวัสดิ์การให้มากมาย สุดท้ายทารกที่เกิดมาก็ล้วนแต่เป็นผู้ชายมากกว่าผู้หญิงอยู่ดี โดยอัตราเด็กทารกเกิดใหม่จะเป็นชายหนึ่งพันคนต่อผู้หญิงหนึ่งคน

มนุษย์ดิ้นรน ทำทุกวิถีทางเพื่อเอาตัวรอด เพื่อรอดพ้นวิกฤตการสูญพันธุ์ พระเจ้าผู้สร้างสมุดแห่งเนื้อคู่ จึงเมตตาประทานเพศที่สามมาให้ เป็นวิวัฒนาการและการเปลี่ยนแปลกครั้งยิ่งใหญ่

จนกลายเป็นโลกของผมในปัจจุบัน

ซึ่งมีการยอมรับเพศที่สาม และว่าเป็นมนุษย์คนหนึ่ง เท่าเทียมกับคนทั่วไป

และทุกวันนี้จึงทำให้สามารถรอดพ้นวิกฤตสูญพันธุ์มาได้

โลกของผมที่มีสามเพศได้แก่ female (ผู้หญิง) male (ผู้ชาย) และเพศที่สามคือ fema (เฟม)

 feme คือคำที่มาจากคำว่า female และ male รวมกันจึงกลายเป็น  feme มนุษย์สองเพศนั่นเอง

โดยจะแบ่งแยกย่อยไปอีก (เฟม) หญิง และ (เฟม) ชาย คือรูปลักษณ์ภายนอกจะเหมือนคนปกติถ้าเป็นชาย ก็จะรูปร่างเหมือนผู้ชายทั่วไป และถ้าเป็นหญิงก็เช่นกัน

ในส่วนที่มีความแตกต่างคือ (เฟม)ผู้ชายที่เกิดมาจะมีมดลูก สามารถตั้งครรภ์ได้ มีการตกไข่ แต่ไม่มีประจำเดือน เพราะการตกไข่แต่ละครั้ง ไข่จะรอจนกว่าอสุจิเข้ามาผสมพันธุ์ และไม่มีการสลายตัวจากเยื่อบุโพรงมดลูก อีกทั้งกลไกของร่างกายไม่สามารถกระทำหลายอย่างพร้อมกันได้ เมื่อเฟมมีสองเพศในร่างเดียว ร่างกายจึงเลือกสร้างอสุจิเพื่อสืบพันธุ์ มากกว่าจะสร้างประจำเดือนหมุนเปลี่ยนตามปกติ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เพศเฟมไม่มีประจำเดือน

เพศ(เฟม) ชาย จะมีมดลูด และเพศ(เฟม) หญิง จะมีอวัยวะเพศชาย มีอสุจิ และไม่มีประจำเดือน เพศสภาพนี้จึงมีอิสระที่จะสามารถคู่กับใครก็ได้ ชายแท้ก็ได้ หญิงแท้ก็ได้ และเฟมด้วยกันก็ได้

(เฟม)หญิง และสามารถทำให้หญิงแท้ท้องได้

และ (เฟม)ชาย สามารถตั้งครรภ์ด้วยเหมือนกัน

แต่การตั้งครรภ์ของเฟมจะต่างจากผู้หญิงแท้ คืออายุครรภ์จะมีแค่หกเดือนเท่านั้น ซึ่งเป็นวิวัฒนาการเพื่อเร่งการกำเนิด เพื่อป้องกันการสูญพันธุ์ที่พระเจ้าสร้างมา และเด็กที่เกิดจากเฟมร่างกายจะสมบูรณ์แข็งแรงเหมือนกับเด็กปกติทั่วไป

ลักษณะเด่นของเพศเฟมคือรูปลักษณ์หน้าตา จะโดดเด่นเป็นพิเศษ ที่ไม่ว่าใครก็ต่างหลงใหล ดึงดูดทุกเพศได้ดี เหมือนสิ่งมัวเมา สามารถทำให้ผู้พบเห็นเกิดอาการหลงหัวปักหัวปรำได้เพียงแค่เดินผ่าน และอาชญากรรม เรื่องการค้ามนุษย์ ลักพาตัวเด็กที่เกิดมาเป็นเฟม ก็เยอะด้วยไม่ต่างกัน เพราะรูปลักษณ์อันดึงดูด ส่วนใหญ่จะกลายเป็นเครื่องประดับ ของเล่น ของผู้มีอิทธิพล มีการซื้อขายในตลาดมืด และอีกเยอะแยะมากมาย

นี่เป็นสาเหตุหลักที่ผมแทบไม่เคยออกจากบ้าน หากไม่มีใครพาไปด้วยอีกเช่นกัน ทั้งชีวิต ผมเคยออกจากบ้านไปเพียงห้าครั้งเมื่อตอนสมัยเด็ก ที่พ่อแม่ผมพาไปเยี่ยมไหว้หลุมศพตายายเท่านั้น ซึ่งผมก็จำเหตุการณ์เหล่านั้นไม่ได้แล้วด้วย

ปัจจุบัน รัฐบาลได้ทำการกวาดล้างและให้สิทธิ์การคุ้มครองเหล่าเฟม ให้มีการปลอดภัยในชีวิตมากขึ้น และสร้างภูมิคุ้มกันให้คุ้นชินกับเสน่ห์ดึงดูดของเฟมตั้งแต่เด็ก ๆ จึงทำให้อาชญากรรมลดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ถึงอย่างไรผมก็ไม่อยากออกจากบ้านอยู่ดี

อ้อ ลืมไป เสน่ห์ดึงดูดจะใช้ไม่ได้กับพวกเฟมด้วยกันนะครับ อันนี้ผมคิดเองเหมือนเป็นประเภทที่ต้องการ การยอมรับจากสังคม จึงสร้างหน้าตามาเป็นสิ่งดึงดูด

อาชีพหลักของพวกเฟมคือเป็นดารา นักร้อง นายแบบ ส่วนเรื่องมันสมองของเฟมจะอยู่ในอัตรา หนึ่งถึงหกสิบเปอร์เซ็นต์ มีตั้งแต่ระดับแย่ถึงปานกลาง ต้องได้รับพรจากพระเจ้าจริง ๆ น้อยคนนักที่จะเกิดมาฉลาด

หลายคนบนโลกจึงมักจะให้คำนิยามกับเหล่าเฟมว่าเป็นพวกดูดีแค่หน้าตา หลอกง่ายและโง่บรม..

 

 

 

TBC

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น