ศรีวิตรา

ดาว,กุญแจ,เหรียญ,ไลค์,คอมเมนต์ และคนที่กดติดตาม ล้วนเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานให้กับไรท์นะคะ ขอบคุณทุกๆ คนจากใจค่ะ เลิฟ เลิฟ

ตอนที่ 68 ข่าวดีของเรา..ข่าวร้ายของเธอ

ชื่อตอน : ตอนที่ 68 ข่าวดีของเรา..ข่าวร้ายของเธอ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 16 พ.ค. 2562 00:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 68 ข่าวดีของเรา..ข่าวร้ายของเธอ
แบบอักษร

"ฮือๆๆๆๆๆ" อริสราปล่อยโฮออกมาด้วยความอัดอั้น มือเรียวกำผ้าปูที่นอนแน่น น้ำตาไหลพรากราวเขื่อนไร้ทำนบกั้น

ก๊อก! ก๊อก!

"น้องหยก อ่านหนังสือยุ่งอยู่หรือเปล่าลูก หม่าม้าเข้าไปได้ไหม?" เสียงมารดาเคาะประตูเรียก ทำให้อริสราต้องรีบปาดน้ำตาทันทีก่อนจะรีบวิ่งมาที่ประตู

"เอ่อ หม่าม้าคะ ขอหยกอ่านหนังสือก่อนนะคะ เสร็จแล้วหยกจะลงไปทานข้าวเย็นด้วยค่ะ" อริสราบอกกับมารดาออกไปโดยที่เธอไม่ได้เปิดประตู

"เอาอย่างนั้นหรือ ก็ได้จ้ะ แต่วันนี้น้องหยกห้ามผิดสัญญาเหมือนเมื่อวานอีกนะ ห้ามหลับก่อนล่ะ" คุณเหมยทำเสียงแข็งใส่ลูกสาว เพราะเมื่อวานอริสราก็ไม่ได้ลงไปทานข้าวร่วมกับครอบครัวอีกเหมือนเคยทั้งๆ ที่สัญญากับมารดาเอาไว้แล้ว เมื่อถึงเวลาอาหารเย็นเธอก็ทำเป็นหลับไปซะอย่างนั้น

"หยกสัญญาค่ะหม่าม้า" อริสราพยายามทำเสียงให้ปกติที่สุด ทั้งๆ ที่ตอนนี้น้ำตาเจ้ากรรมมันเริ่มไหลรินออกมาอีกแล้ว ยามใดที่นึกถึงภาพแห่งความสุขในครอบครัว ทุกคนพร้อมหน้ากันบนโต๊ะอาหาร พูดคุยเรื่องสัพเพเหระ เสียงหัวเราะอย่างมีความสุขของทุกคนมันทำให้อริสรารู้สึกเจ็บปวดมากเท่านั้น ถ้าหากวันใดวันหนึ่งความลับที่เธอกำลังปกปิดอยู่มันถูกเปิดเผยขึ้นมา อะไรจะเกิดขึ้น? เธอคิดไปต่างๆ นานา อากงจะดุด่าเธอไหม? แล้วป่าป๊ากับหม่าม้าล่ะ จะรังเกียจเธอหรือเปล่า หรือแม้แต่พี่ชายของเธอจะเยาะเย้ยถากถางหาว่าเธอโง่ที่ปล่อยให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นหรือไม่?

-----------------------------------------------------------

"คุณแน่ใจหรือหงส์ ว่าจะกลับไป" เชนมีสีหน้าไม่ดีนักเมื่อหงส์บอกกับเขาว่าเธอจะกลับไปอยู่ที่เชียงราย และที่สำคัญเธอกำลังจะแต่งงานกับพ่อเลี้ยงนพวินท์ 

"หงส์แน่ใจค่ะคุณเชน" หงส์ตอบอย่างหนักแน่น

"แน่ใจนะว่าพ่อเลี้ยงนพวินท์จะไม่ทำให้หงส์เสียใจ" เชนแสดงสีหน้าและน้ำเสียงให้หงส์รู้ว่าเขาไม่ไว้ใจนพวินท์สักเท่าไหร่

"หงส์ขอบคุณที่คุณเชนเป็นห่วงหงส์นะคะ แต่หงส์กับคุณวินท์เราเข้าใจกันดีแล้วค่ะ" หงส์ยิ้มให้กับเชนเพื่อให้เขาเห็นถึงความมั่นใจของเธอ

"ผมรั้งหงส์ไว้ไม่ได้ใช่ไหม?" เชนถอนหายใจพร้อมกับส่ายหน้าอย่างเซ็งๆ

"แต่หงส์ไม่เคยลืมบุญคุณที่คุณเชนช่วยเหลือหงส์เลยนะคะ" 

"หงส์!" เขาทำเสียงดุใส่เธอ ทำเอาหงส์ชะงักด้วยความตกใจ

"คุณอย่ามาพูดเรื่องบุญคุณกับผม ผมช่วยหงส์เพราะอยากช่วย เพราะหงส์เป็นคนดี เป็นคนน่ารัก ผมไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องของบุญคุณ แต่มันเป็นเรื่องของความมีน้ำใจต่อกันต่างหาก" เขาพูดด้วยสีหน้าบึ้งตึงอย่างที่หงส์ไม่ค่อยได้สัมผัสเท่าไรนัก

"หงส์ขอโทษค่ะ แต่ถึงยังไงหงส์ก็จะไม่มีวันลืมความมีน้ำใจของคุณเชนที่มีให้กับหงส์มาโดยตลอด หงส์ขอขอบคุณอีกครั้งนะคะ" ไม่พูดเปล่าแต่หงส์ยังยกมือไหว้ขอบคุณเขาด้วย

"ผมยินดีที่จะช่วยคุณเสมอ หงส์" เขาบอกพร้อมด้วยรอยยิ้มแห่งความจริงใจที่หงส์รู้ว่าเขามีให้เธอมาโดยตลอด

"เอ่อ คุณเชนคะ คือหงส์มีเรื่องอยากจะถามน่ะค่ะ" มีเรื่องหนึ่งที่หงส์ตั้งใจจะถามเขาในวันนี้

"เรื่องอะไรครับ" เขาเลิกคิ้วอย่างสงสัย

"เมื่อวานหงส์เห็นคุณหยกที่นี่ แล้วเธอก็ออกมาจากห้องของคุณเชน" หงส์พูดช้าๆ และชัดถ้อยชัดคำ เธอจ้องมองเชนแบบไม่วางตา เห็นได้ชัดว่าหน้าเขาถึงกับถอดสี 

ตี๊ดดดดดด ตื๊ดดดดดดด

ขณะเดียวกันโทรศัพท์มือถือของเชนที่วางอยู่บนโต๊ะก็มีสายเข้าพอดี เขารีบรับสายทันที

"ฮัลโหล ครับ ได้ครับ ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้ครับ" หงส์รู้สึกผิดหวังทันทีเมื่อได้ยินเชนพูดกับปลายสายด้วยประโยคนี้

"เอ่อ ผมขอโทษนะหงส์ ผมมีธุระด่วน แล้วค่อยคุยกันนะ " ว่าแล้วเขาก็ลุกเดินออกจากห้องไปทันที ปล่อยให้หงส์มองตามด้วยความผิดหวัง นี่เขาตั้งใจจะเลี่ยงที่จะตอบคำถามหรือเปล่า? หงส์ได้แต่ถอนใจ

------------------------------------------------------

"หยกอ่านหนังสือหนักไปหรือเปล่าลูก ดูขอบตาช้ำๆ บวมๆ นะลูก" คุณเหมยเห็นความปกติบนขอบตาของลูกสาวแล้วก็ให้รู้สึกไม่สบายใจ เพราะปกติอริสราไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน

"เอ่อ หรือคะหม่าม้า" อริสราทำท่าทางเก้อๆ ก่อนจะรีบก้มหน้าเพื่อหลบสายตาของทุกคน

"หึๆๆ ยัยหมวยหยกขอบตาดำช้ำอย่างกับหมีแพนด้าแน่ะ" มังกรมองหน้าน้องสาวแล้วหัวเราะหึๆ ตามมาด้วยคำล้อเลียน ทำเอาอริสราหน้างอง้ำขึ้นมาทันที

"มังกรไม่เอาลูก ไปว่าน้องแบบนั้นได้ยังไง" คุณเหมยต้องรีบห้ามทัพเสียก่อนเพราะถ้ามังกรเริ่มแบบนี้มีหวังทั้งคู่ต้องได้ทะเลาะกันจนอากงรำคาญแน่ๆ 

แต่ครั้งนี้แปลก อริสราไม่ต่อปากต่อกับคำกับพี่ชายเลยแม้แต่น้อย เธอแค่แสดงออกทางสีหน้าว่าเธอไม่พอใจแต่ไม่ได้โต้ตอบด้วยคำพูด

"หม่าม้าคะ หลังสอบเสร็จอาทิตย์หน้า หยกขอไปเที่ยวที่ไร่ชาเพียงดาวนะคะ" อริสราหันไปบอกกับมารดา

"หยกจะไปกับใครลูก" คุณเหมยหมวดคิ้ว

"ไปคนเดียวค่ะหม่าม้า ไม่อยากชวนเฮียมังกร" อริสรารวบช้อนส้อมทำท่าอิ่มทั้งที่ข้าวยังเหลือเกือบเท่าเดิม นั่นแสดงว่าเธอเพิ่งจะทานข้าวไปได้ไม่กี่คำเท่านั้นเอง

"อ้าว น้องหยกอิ่มแล้วหรือ" เจ้าสัวนำชัยเอ่ยถามหลานสาวสุดที่รักด้วยความแปลกใจ

"อิ่มแล้วค่ะอากง งั้นหยกขอตัวขึ้นข้างบนเลยนะคะ จะรีบไปอ่านหนังสือต่อค่ะ" ว่าแล้วอริสราก็รีบลุกออกจากโต๊ะอาหารทันทีโดยไม่รอฟังเสียงของมารดาที่เรียกตามหลังมาแม้แต่น้อย

-------------------------------------------------------

"พี่วินท์! สวัสดีค่ะพี่วินท์" อริสรายิ้มหน้าบาน วิ่งเข้ามาหานพวินท์ราวกับเด็กๆ

"น้องหยก นี่มาได้ยังไงครับ" นพวินท์แปลกใจที่อยู่ๆ อริสราก็มาที่นี่โดยที่เขาไม่รู้มาก่อนเลย

"หยกสอบเสร็จแล้วค่ะ ก็เลยอยากมาหาพี่วินท์ อยากมาพักผ่อนค่ะ หยกบอกคุณป้าว่าห้ามบอกพี่วินท์ค่ะ เซอร์ไพรส์ไหมคะ" อริสรากอดแขนกำยำของเขาอย่างสนิทสนม

"เอ่อ ครับ" นพวินท์ได้แต่ยิ้มงงๆ นี่มารดาไม่บอกเขาสักคำจริงๆ

"พี่วินท์คะ หยกคิดถึงโรสแมรี่มากเลยค่ะ พี่วินท์พาหยกไปหามันหน่อยนะคะ" อริสราเขย่าแขนเขาอย่างออดอ้อน เขาต้องตามใจเธออย่างเลี่ยงไม่ได้

นพวินท์คอยดูแลอยู่ไม่ห่างในระหว่างที่อริสราขี่โรสแมรี่ ดูเหมือนโรสแมรี่จะจำเธอได้แม้ว่าอริสราจะไม่ได้ขี่มันมานานแล้วก็ตาม มันดูเชื่องและว่าง่ายจนอริสราหลงรักมันมากขึ้น

"น้องหยกครับ พี่ว่าเรากลับบ้านใหญ่กันเถอะ แดดเริ่มร้อนแล้ว เดี๋ยวจะไม่สบาย" นพวินท์หรี่ตาลงเพราะตอนนี้แดดเริ่มแรงแล้ว

"ก็ได้ค่ะ หยกหิวแล้วด้วย" อริสรายิ้มแฉ่ง ราวกับว่าชีวิตนี้เธอไม่เคยมีความทุกข์ใดๆ เลย แต่ใครจะรู้เล่าว่าเธอพยายามแค่ไหนที่จะกลบเกลื่อนความเจ็บปวดที่ฝังลึกอยู่ภายใน

"งั้นดีเลย เดี๋ยวเราไปกินขนมจีนน้ำเงี้ยวกัน หงส์คงจะทำเสร็จแล้วหละ" นพวินท์พูดยิ้มๆ ชื่อบุคคลที่เขาเอ่ยถึงนั้นสะดุดหูของอริสราทันที

"ใครนะคะพี่วินท์?" อริสราหันมาถามเขาเพื่อความแน่ใจว่าเธอฟังไม่ผิด

"หงส์ครับ วันนี้หงส์เค้าทำขนมจีนน้ำเงี้ยวครับ" เขารู้ว่าอริสราคิดยังไงกับเขา แต่ก็ถึงเวลาแล้วที่เธอควรจะรู้ว่าเขาเป็นของใคร

อริสราหน้าถอดสีทันทีเมื่อได้ยินชื่อของหงส์ ทำไมน้ำเสียงของเขาที่เรียกชื่อของนังขี้ข้าถึงได้ฟังดูมีความสนิทสนมแปลกๆ ก็มันออกไปจากที่นี่แล้วนี่ แล้วทำไมมันถึงได้กลับมาอีก อริสราพูดกับตัวเองในใจ

อริสราแทบกลืนอาหารไม่ลง แค่ได้ยินชื่อ"หงส์"ก็รู้สึกสะอิดสะเอียนมากพออยู่แล้ว แต่นี่เธอต้องนั่งร่วมโต๊ะอาหารกับขี้ข้า เธอรับไม่ได้จริงๆ แต่ก็ต้องรักษามารยาทเพราะทั้งคุณพจน์และแม่นาย ดูจะเอ็นดูหล่อนเสียเต็มประดา

"พี่วินท์ได้บอกข่าวดีน้องหยกหรือยังลูก" แม่นายเอ่ยขึ้นหลังจากแตงไทยน้ำกะทิถูกฟองจันทร์กับตองนวลยกมาเสิร์ฟ

"ข่าวดีอะไรคะพี่วินท์?" อริสราหันไปยิ้มกับเขา นพวินท์ส่งสายตาไปยังคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม หงส์สบตาเขาก่อนจะหลุบสายตาลง

"เอ่อ พี่กับหงส์...เรากำลังจะแต่งงานกันครับ"

ราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางอก อริสรารู้สึกแปลบในหัวใจ ใบหน้าของเธอร้อนผ่าว เธอเงียบ..ทุกคนเงียบ

"ได้ฤกษ์กลางเดือนหน้านี้แล้วจ้ะหนูหยก" แม่นายทำลายความเงียบด้วยตัวเอง ท่านรู้ว่าอริสราช็อคกับสิ่งที่ได้ยิน แต่ทุกอย่างต้องดำเนินไป ความจริงคือความจริงที่อริสราต้องรู้

"ค่ะ" คำตอบสั้นๆ จากปากของเธอ ดวงตาร้อนผ่าวที่น้ำตาเริ่มรื้นถูกกระพริบถี่ๆ เพื่อที่จะพยายามไล่ให้น้ำตาเหือดแห้งไป

น่าแปลกใจตัวเองที่ครั้งนี้อริสราสามารถควบคุมตัวเองไม่ให้ร้องกรี้ดกร้าดโวยวายต่อหน้าคุณพจน์กับแม่นายได้ ทั้งๆ ที่ข่าวการแต่งงานระหว่างพี่วินท์ คนที่เธอรักและหวังว่าสักวันเธอจะได้ครอบครองหัวใจของเขากับนังหงส์ อดีตขี้ข้าในบ้านของเธอ น่าจะทำให้เธอช็อคจนแทบเสียสติ แต่ดูสิ เธอกลับนิ่งกว่าที่คิด เธอสมเพชตัวเองเสียมากกว่า เธอเป็นใครแล้วนังหงส์มันเป็นใคร ทำไมคนที่พ่อเลี้ยงนพวินท์เลือกต้องเป็นขี้ข้าอย่างมันด้วย

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น