waratshiya

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

หงส์ป่าร่ายรำ

ชื่อตอน : หงส์ป่าร่ายรำ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 146

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 15 พ.ค. 2562 23:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
หงส์ป่าร่ายรำ
แบบอักษร

ในยามเย็นของวันนั้นเหล่าธิดาของขุนนางมาล้อมวงดูท่าร่ายรำเบื้องต้นก่อนจะถกเถียงเรื่องเพลงที่จะใช้บรรเลงประกอบ แล้วจากนั้นพวกเขาก็เริ่มซักซ้อมปรับเปลี่ยนกันไปเรื่อยๆ จนกระทั่งดึกจึงได้ท่ารำที่ลงตัว

“พระชายาทรงเป็นอัจฉริยะจริงๆ เพียงวันเดียวก็สามารถคิดท่ารำได้ พอมาเจอกับดนตรีของเรากลายเป็นนางหงส์ป่าที่ร่ายรำอย่างสนุกสนาน”

“จริงเพคะ พรุ่งนี้ให้พวกนางลองสวมชุดระบำดูก่อน อีกไม่นานก็ได้แสดงแล้ว” นางยิ้มให้กับทุกคนก่อนจะขอตัวกลับเข้าไปพักผ่อน วันนี้นางเหมือนจะเหนื่อยขึ้นมาอย่างผิดปกติ คล้ายจะป่วยอย่างไรก็ไม่ทราบ นางยังมีนัดกับพี่เฝิงอีกยังไงก็ต้องรักษาคำพูด

“พระชายาพรุ่งนี้จะเสด็จที่ไหนอีกหรือเปล่าเพคะ”

“ก็คงจะไปคิดท่าเพิ่มเติม แล้วก็คิดอะไรเพลินๆ ที่เดิมนั่นแหละ จูเอ๋อร์เจ้าช่วยทำอาหารกลางวันให้ข้าด้วยก็แล้วกันข้าจะออกไปแต่เช้ากว่าจะกลับก็คงเย็นๆ เจ้าไม่ต้องไปกับข้าก็ได้ ข้าอยากอยู่ตามลำพัง”

“เพคะ” แม้จะทราบว่าตามลำพังของนางคือการมีคนติดตามแต่อย่างน้อยคนพวกนั้นก็ไม่แสดงตัวให้อึดอัดอยู่แล้ว พี่หลี่ไม่มีทางปล่อยให้นางอยู่เพียงลำพังตามที่ใจต้องการได้แน่นอน ขนาดวันนี้ตอนที่เขาไปรับนางจากกระท่อมยังถามแล้วถามอีกว่าอยู่กับใครเลย

++++++++++++++++++

วันนี้นางนัดเฝิงเหวินฟู่ไว้ที่เรือนริมน้ำ นางจึงให้หลี่จื้อเหยามาส่งแต่เช้าเพื่อจะได้ไม่ผิดสังเกต นางไม่ได้หลอกลวงเขา นางแค่ไม่ได้บอกความจริงเท่านั้นว่าตนเองเป็นใคร แต่ตอนนี้กวนเฉินฟูเข้าวังไปทำหน้าที่แทนนางแล้ว จูเอ๋อร์ก็ต้องข้าไปข้างกายนางแทนเพื่อจะได้ไม่เป็นที่ผิดสังเกต นางก็ไม่มีเพื่อนคุย ได้พี่เฝิงเป็นสหายช่วยคิดค้นอะไรใหม่ๆ นางก็คิดว่าดีกว่านั่งๆ นอนๆ เพียงอย่างเดียว

“วันนี้ข้าเอาพิณมาด้วย เจ้ามาลองร่ายรำให้ดูหน่อยสิ”

“จะดีหรือ ชุดธรรมดาเช่นนี้เนี่ยนะ”

“งดงามหรือไม่ ใช้ใจสัมผัส ข้าจะเล่นเพลงลายหงส์ เจ้าได้ยินแล้วจะร่ายรำสิ่งใดก็ตามใจเจ้าเลย” ใช่ งดงามหรือไม่เขาเท่านั้นที่ตอบได้ ไม่จำเป็นต้องให้ผู้อื่นมาชี้นำ

“หากทำท่าทางตลก ท่านอย่าขำข้านะ”

“เมื่อวานเจ้าเห็นข้าขำไหมเล่า”

ลู่เหม่ยจิงส่ายหน้าเพราะเมื่อวานนี้เฝิงเหวินฟู่จริงจังกว่าที่นางคิดเสียอีก เขาแนะนำในสิ่งที่ปฏิบัติได้จริงเสียด้วย

“เช่นนั้นเรามาเริ่มกันเถอะ”

เสียงเพลงที่บรรเลงในหุบเขา สลับกับสาวน้อยที่ร่ายรำไปมาล้วนแต่น่ามอง เขาเพิ่งพิจารณาอีกฝ่ายพบว่าหนแรกที่พบเจอเสี่ยวจิงมีผิวที่คล้ำกว่านี้ แต่มาหนี้เขาคิดว่านางดูเนียนตาขึ้นมาก ใบหน้าก็ดูผุดผาดมากขึ้น แล้วปลายนิ้วที่สะบัดเป็นเสียงเพลงก็อ่อนไหวและนุ่มนวลขึ้นตามอารมณ์ของผู้เล่น

มาเซิ่งหนานหนนี้ เขาคิดว่าตนเองได้ค้นพบของดีในป่ากว้างเข้าเสียแล้ว

++++++++++++++++++++

มู่เฉิงชางที่นั่งหารือกับเหล่าขุนนางของบ้านเมืองเสร็จแล้วก็พากวนเฉินฝูและโหลวอี้เจี๋ยมานั่งที่ศาลากลางบึงบัว คิดไปก็นึกพาลในใจว่าลู่เหม่ยจิงพอสั่งให้ออกไปนอกวังก็ทำตัวไม่รับผิดชอบ ไม่ส่งรายงาน ไม่ทำสิ่งใดเอาเสียเลย กลับเป็นเขาที่ต้องคอยกำชับให้คนจัดเตรียมพิธีการต่างๆ เสียเอง

“พระชายาของท่านก็อยู่ข้างๆ นี่อย่างไรเล่า” โหลวอี้เจี๋ยกล่าวสัพยอกยิ้มๆ ก่อนจะโดนสายตาคมเข้มของอีกฝ่ายเขม้นมองแทน

“ข้าหมายถึงลู่เหม่ยจิง ไม่ใช่คุณหนูสกุลกวน” องครักษ์หนุ่มลอบยิ้มในใจที่แท้เจ้านายก็ยังไม่เลอะเลือนยังระลึกได้ว่าใครคือภรรยาตัวจริง

“ท่านออกคำสั่งสลับตัวพวกนางเองนี่นา เป็นข้าก็คงไม่มาเดินแถวนี้หรอก อายคนอื่น” แม้ตอนแรกการสลับตัวจะดูผิดพลาดอยู่บ้างเพราะลืมเปลี่ยนตัวสาวใช้ แต่สุดท้ายเขาก็เรียกจูเอ๋อร์กับพ่อบ้านหลี่มารับใช้ข้างกายกวนเฉินฝูจนได้ การมีสตรีเฉลียวฉลาดไว้ข้างกายตอนนี้ทำให้เขาได้รับทราบอีกอย่างว่า เผิงเสี่ยวโยวมีเจตนาไม่ดีอย่างแน่นอน

นางพยายามจะปลดผ้าคลุมหน้าของอีกฝ่ายตลอดเวลา รวมไปถึงความผิดปกติของตำหนักใหญ่ที่เริ่มจะพบว่ามีคนพยายามปีนเข้าไปในห้องอักษร ยิ่งงานเลี้ยงใกล้จะมาถึงก็เหมือนกับว่าภายในจวนอ๋องก็ยังมีเรื่องต้องสะสางแต่ปล่อยให้นางชะล่าใจไปก่อนเขาค่อยจัดการทีเดียวจะดีกว่า

“ใช่เพคะ มีสามีแต่เขากลับไม่ยอมรับ เป็นภรรยาเช่นนี้ไม่มีสามีจะดีกว่า”

“แล้วเจ้าไม่คิดอยากจะมีตำแหน่งบ้างหรือยังไงคุณหนูกวน”

“ไม่หรอกเพคะ หม่อมฉันมีตำแหน่งในใจแล้ว มิบังอาจอาจเอื้อมเพคะ” จะบอกว่าไม่เคืองก็คงไม่ใช่ แต่พูดเช่นนี้ก็ชัดเจนดี โหลวอี้เจี๋ยเหลือบมองสาวงามที่พูดเสร็จแล้วก็ส่งยิ้มมาให้ตนเองด้วยความฉงน

“คุณหนูกวนนี่ก็แปลก คนในเซิ่งหนานล้วนแต่หมายปองตำแหน่งชายารองกันทั้งนั้น ท่านกลับบอกไม่อยากได้”

“ท่านโหลวอาจจะยังไม่ทราบนะเจ้าคะ ว่านอกจากตำแหน่งชายารองแล้วยังมีสตรีอีกหลายคนที่หมายปองตำแหน่งอื่นด้วย”

“มันจะเหลืออะไรให้พวกนางอีก ข้าล่ะไม่เข้าใจสตรี”

“ไว้ท่านก็ทราบเองเจ้าค่ะ อย่าลืมสัญญาที่ให้ไว้กับข้าก็แล้วกัน”

“พวกเจ้าไปสัญญาอะไรกันอีก” มู่เฉิงชางนั่งฟังทั้งสองสนทนากันไปมาด้วยความไม่เข้าใจ

“ท่านโหลวบอกว่าหากหม่อมฉันช่วยให้งานเลี้ยงของท่านอ๋องลุล่วงไปด้วยดี จะให้รางวัลหม่อมฉันหนึ่งอย่างเพคะ”

“เจ้าก็ตั้งใจเข้าล่ะ พี่โหลวไม่ค่อยรับปากใครเช่นนี้ หากเจ้าทำสำเร็จจะขออะไรก็รีบขอเลย”

“หม่อมฉันกำลังใคร่ครวญเพคะท่านอ๋อง”

“ทำให้เสร็จก่อนก็แล้วกัน”

“เจ้าค่ะ ท่านราชองครักษ์”

เผิงเสี่ยวโยวมองภาพนี้ด้วยความคับแค้นใจ นางไม่ทราบว่าท่านอ๋องกับพระชายาตัวดำนั้นไปคุยกันมาท่าไหนถึงได้มานั่งพักผ่อนหย่อนใจด้วยกันเช่นนี้ได้ หลายวันมานี้พวกเขาอยู่ด้วยกันตลอดเวลา ทำให้นางโมโหยิ่ง

แต่นางก็ไม่มีเวลามากนักเพราะผู้เป็นนายได้เอ่ยถามถึงความคืบหน้าในการปฏิบัติงานซึ่งนางก็พบว่าตนเองบกพร่องไปมากเนื่องจากไม่อยากจบภารกิจนี้ นางยังอยากอยู่กับท่านอ๋องอีกสักพัก แต่เอาเถิด ภารกิจลับของนางก็ยังต้องดำเนินต่อไป จังหวะที่พวกเขามัวแต่คุยกันไม่สนใจสิ่งใดนี่แหละคือจังหวะที่ดีที่สุดแล้ว

++++++++++++++++++++++++++

งานเริ่มลงตัวแล้วน่าจะจัดเวลาได้มากขึ้น

ขอบคุณที่ให้การติดตามค่ะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น