miyukao/mini/ชีวาพร

ร่วมส่งกำลังใจให้น้องมี่กันเยอะๆนะจ้ะ

ปมที่ 2 ปิ่นปริศนา (2/4)

ชื่อตอน : ปมที่ 2 ปิ่นปริศนา (2/4)

คำค้น : พลิกฟ้าเปลี่ยนชะตา# 6

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 90

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 15 พ.ค. 2562 22:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ปมที่ 2 ปิ่นปริศนา (2/4)
แบบอักษร

ปมที่ 2 ปิ่นปริศนา (2/4)

หยวนมี่ฮวาบรรจงวางปิ่นหวีเสียบสำหรับปักผมที่นางซ่อมแซมมาตลอดสามเดือนลงบนกล่องไม้กี้อี(นามสมมุติ) ปิ่นทองคำที่ประดับไปด้วยหมู่ผีเสื้อที่แกะสลักจากแผ่นทองคำบางอย่างพิถีพิถัน ยามปิ่นขยับจึงคล้ายเหล่าผีเสื้อนั้นกำลังโบยบินดอมดมบุปผากลีบบางที่ตกแต่งเกสรด้วยเม็ดพลอยแดงล้ำค่างดงามประหนึ่งเป็นผลงานของช่างหลวง 

เพียงแต่สิ่งที่ทำให้หยวนมี่ฮวายกยิ้มพอใจมิใช่ความงามของปิ่นหวีเสียบเบื้องหน้า แต่เป็นเพราะปิ่นนี้มีความคล้ายคลึงกับปิ่นที่ว่านซูซินฝากมารดามาให้นางถึงเก้าส่วน

หวังว่าเจ้าคงมิทำให้ข้าเสียเวลาเปล่า

ยามเช้าของวันถัดมาบรรดานางกำนัลฝึกหัดตัวน้อยต่างทยอยนำผลงานของตนมายังลานกว้าง โต๊ะไม้เนื้อดีถูกตั้งเป็นแถวให้พวกนางวางผลงานชิ้นสำคัญ 

จี้กูกูและฉิวกูกูนั่งที่โต๊ะไม้เบื้องหน้าจิบชาสนทนากันเพียงเล็กน้อยก็ต้องรีบลุกขึ้นเมื่อมีขันทีจากตำหนักใหญ่เข้ามากระซิบรายงาน หยวนมี่ฮวาแม้ยืนนิ่งสงบเสงี่ยมหากแต่หางตากับเห็นสีหน้าตื่นตระหนกของสองกูกูชัดเจน หากนางเดาไม่ผิดคงมีเรื่องที่พวกนางไม่ได้เตรียมการรับมือเกิดขึ้นแน่นอน

“ฮองเฮาเสด็จ!!!”

นั่นไง!!นางว่าแล้วเชียว ร่างสูงโปร่งที่ในชุดลายหงส์สีเลือดนกเดินขอบลายเส้นด้วยดายทองคำขับเน้นความสง่างามและสูงศักดิ์ของผู้สวมใส่เป็นอย่างดี

“ถวายพระพรฮองเฮา ขอทรงพระเจริญพันปีพันๆปี”

คนอะไรจะอายุเป็นพันปี แต่เอาเถิดประเพณีวัฒนธรรมย่อมเป็นสิ่งที่มิอาจเอาเหตุผลทางวิทยาศาสตร์มาตัดสินได้ หยวนมี่ฮวาเห็นร่างสูงศักดิ์เดินไปนั่งที่เก้าอี้เบื้องหน้าต้องยกนิ้วให้เหล่าขันทีที่ติดตามที่สามารถจัดเตรียมสถานที่และข้าวของส่วนพระองค์ได้รวดเร็วเสียยิ่งกว่าสายลม

“ข้าได้ยินว่าพวกเจ้าให้เหล่านางกำนัลฝึกหัดทำปิ่นปักผมจึงแวะมาดูเสียหน่อย”

“เป็นพระเมตตายิ่งแล้วเพคะ เพียงแต่พวกนางยังเด็กนักวันนี้พวกนางจึงทำเพียงซ่อมแซมปิ่นเดิมที่ชำรุดเพคะ”

“อืม...มิเป็นไรวันนี้ข้าเองก็รู้สึกเบื่อหน่ายมิน้อย อยากหาอะไรทำเสียหน่อย”

“เพคะ”

สองกูกูหลีกไปยืนด้านข้าง หลังจากนั้นขันทีส่วนพระองค์ก็เรียกเหล่านางกำนัลฝึกหัดให้นำผลงานของตนมายังเบื้องพระพักตร์ ฉิวกูกูถอนหายใจใบหน้าแสดงความกังวลชัดเจน การทำเครื่องประดับนั้นมิเพียงแต่มีฝีมืออีกทั้งความคิดต้องสร้างสรรค์การวางสีออกแบบทุกอย่างต้องลงตัว นางกำนัลตัวน้อยนอกจากฝีมือมิได้แล้วประสบการณ์ก็ไม่มีย่อมต้องไม่เป็นที่ถูกพระทัยอย่างแน่นอน

“นี่ปิ่นหยกของข้ามิใช่หรือไร”

ว่านฮองเฮามองปิ่นหยกขาวพลันดวงตาสองข้างแดงกล่ำ ปิ่นนี้มารดาของนางเป็นนมอบให้แต่เพราะนางกำนัลตัวดีไม่ระวังจึงทำมันแตกหัก  แม้จะจัดการตัวต้นเหตุจนสาแก่โทษแล้วนางกลับมิสามารถสงบใจลงได้ยามเห็นปิ่นนี้ทีไรก็ปวดร้าวในใจยิ่งนัก จึงให้นางกำนัลคนสนิทส่งทำลายที่ห้องเครื่องประดับเสีย มิคาดคิดว่าวันนี้นางจะได้มาพบปิ่นนี่อีกครั้ง มือขาวนวลลูบไล้ปิ่นรักโดยเฉพาะตัวด้ามปิ่นที่มีชื่อของนางแกะสลักอยู่จางๆ เป็นสิ่งยืนยันว่าปิ่นด้ามนี้คือของนางจริงๆ

หม่าผิงอันก้มหน้างุดใจสั่นระรัวด้วยความตื่นตกใจ นางไม่รู้ว่าเจ้าของเดิมปิ่นหยกขาวนี้คือว่านฮองเฮา ยามนี้นางแก้ไขปิ่นนี้จนไม่เหลือเค้าของเดิมมิรู้ว่าจะทำให้พระนางขุ่นเคืองหรือไม่ สองขาเล็กพลันอ่อนลงทรุดนั่งลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว

“หม่อมฉันสมควรตายขอฮองเฮาทรงลงอาญาด้วยเพคะ”

เสียงเล็กสั่นเครือเรียกให้ว่านฮองเฮาทรงหลุดออกมาจากพวังค์  สองตาแดงกล่ำจดจ้องไปที่ร่างเล็กเบื้องหน้าก่อนยกยิ้มบาง

“เจ้าชื่ออะไร”

“หม่อมฉัน...หม่า...หม่าผิงอันเพคะ”

เป็นครั้งแรกที่นางมิอยากเอ่ยชื่อสกุลตนเอง หากความผิดครั้งนี้ทำให้คนในสกุลเดือดร้อนนางจะมีหน้าไปพบบรรพบุรุษในปรโลกได้อย่างไรกัน

ว่านฮองเฮามองท่าทางตื่นกลัวของนางกำนัลตัวน้อยแล้วยกยิ้มหวานพร้อมเอ่ยเสียงอบอุ่นเปี่ยมเมตตา

“ข้าจะลงโทษเจ้าได้อย่างไร ตรงกันข้ามข้าต้องตบรางวัลให้เจ้าเสียด้วยซ้ำไป”

หม่าผิงอันเงยหน้าดวงตาเล็กแดงกล่ำคราบน้ำตายังคงอาบแก้ม แต่แววตาฉายแววฉงนชัดเจน ว่านฮองเฮายกยิ้มหวานอีกครั้งนับว่าไม่เสียแรงที่วันนี้นางมาที่กองฝึกหัดนางกำนัล

“ปิ่นนี้มารดาข้าเป็นผู้มอบให้ข้า เพียงแต่มีเหตุให้ต้องเสียหาย แม้เจ้าซ่อมแซมจนไม่เหมือนเดิมแต่เพียงเท่านี้ก็นับว่ายอดเยี่ยมยิ่งนัก  ว่าแต่เจ้าซ่อมแซมมันได้อย่างไร”

ของที่แม้แต่ช่างหลวงในกองเครื่องประดับก็ยังมิสามารถซ่อมแซมได้ นางกำนัลตัวน้อยผู้นี้ใช้ความสามารถใดกัน

“ช่างประดิษฐ์ปิ่นที่ร้านหอศิลป์เป็นผู้แนะนำการเชื่อมหยกให้หม่อมฉันเพคะ”

“เชื่อมหยกอย่างนั้นหรือ”

มือเรียวลูบไร้ไปที่ด้ามปิ่นเดิมก่อนที่จะเห็นว่าใต้ช่อบุปผาหยกขาวมีส่วนที่มีการเชื่อมของหยกอยู่  ริมฝีปากเล็กยกยิ้มพอใจ 

“เป็นหยกเนื้อดีทีเดียว”

“เป็นหยกราตรีเพคะ”

แววตาว่านฮองเฮาฉายแววสงสัย นางมิเคยได้ยินหยกชื่อนี้มาก่อนความอยากรู้จึงดึงให้บทสนทนาของนางและหม่าผิงอันเพิ่มขึ้นไปอีก

“หยกราตรีเป็นหยกหายากเพคะ ในยามกลางวันจะคงสีขาวนวลตาหากแต่ยามกลางคืนจะเรืองแสงสว่างโดดเด่น  มีคนบอกหม่อมฉันว่าหากนำมาประดับยามค่ำคืนย่อมส่งให้ผู้สวมใส่โดดเด่นไปด้วย”

ว่านฮองเฮายกยิ้มพอใจมากขึ้นเอ่ยให้คนสนิทตบรางวัลให้แก่หม่าผิงอันชุดใหญ่  อีกทั้งชมเชยไปยังสกุลหม่าที่ช่วยสรรหาหยกล้ำค่านี้มา จี้กูกูขบกรามแน่นสองมือที่ซุกซ่อนในแขนเสื้อสั่นสะท้าน เดิมทีนางตั้งใจให้ปิ่นที่มีสภาพย่ำแย่ที่สุดแก่เด็กสกุลหม่า  หวังให้นางมิอาจแก้ไขได้นอกจากตัดคู่แข่งให้จี้เหยาเหยาแล้วสกุลหม่าอาจเดือดร้อนไปด้วยหากองค์ฮองเฮามิทรงพอพระทัย เช่นนั้นหม่ากูกูยังจะเชิดหน้าชูคอใส่นางได้อีกหรือ เพียงแต่มิคาดคิดว่านอกจากเจ้าเด็กน้อยนี่จะสามารถซ่อมแซมปิ่นได้แล้วยังแก้ไขจนงดงามถูกพระทัยฮองเฮาเช่นนี้มันช่างน่าโมโหนัก

หลังจากการชมเชยปิ่นหยกบุปผาของหม่าผิงอันไปแล้ว ขันทีส่วนพระองค์ก็เรียกนางกำนัลฝึกหัดคนถัดมานำปิ่นที่ตนเองซ่อมแซมให้องค์ฮองเฮาทรงทอดพระเนตร แน่นอนว่าพระนางเพียงยกยิ้มพยักหน้าเล็กน้อยมิได้เอ่ยชมหรือสนใจของผู้ใดเป็นพิเศษอีก แม้แต่จี้เหยาเหยาเองพระนางก็มิได้สนพระทัยจวบจนกระทั้ง

“งดงามนัก เจ้าเป็นคนทำปิ่นอันนี้หรือ”

 “เพคะ”

"ดูคุ้นตายิ่งนักหากแต่ข้านึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ใด แต่เอาเถิดนับว่าเจ้ามีฝีมือมิน้อย"

ว่านฮองเฮาเพียงเอ่ยชมอีกเล็กน้อยก็มิได้สนพระทัยอันใดอีก ในวันนั้นหลังตัดสินว่าหม่าผิงอันทำได้ดีที่สุด พระนางเอ่ยชมเชยเหล่านางกำนัลตัวน้อยอีกเพียงเล็กน้อยแล้วจึงเสด็จกลับ 

“ขอบใจเจ้ามากนะมี่ฮวา”

หม่าผิงอันเอ่ยขอบใจสหายรักเสียงสดใส ก่อนหยิบกำไลหยกที่องค์ฮองเฮาทรงพระราชทานส่งให้นาง

“พี่ผิงอันเก็บเอาไว้เถิด หากวันใดฮองเฮาทรงถามหาจะเดือดร้อนเอา”

หยวนมี่ฮวาเอ่ยพร้อมรอยยิ้มหวาน เพียงหม่าผิงอันแสดงน้ำใจเช่นนี้นางก็ซาบซึ้งแล้วอีกอย่างนางเองมิได้ต้องการสิ่งใดตอบแทนอยู่แล้ว

“หยวนมี่ฮวา ฉิวกูกูเรียกไปพบ”

เสียงนางกำนัลคนสนิทของฉิวกูกูเอ่ยเรียกที่หน้าเรือนนอนของหยวนมี่ฮวา หยวนมี่ฮวาตอบรับและเร่งเดินตามนางกำนัลรุ่นพี่ไปที่ห้องพักของฉิวกูกูในทันที เพียงแต่ภายในห้องพักของฉิวกูกูนั้นมิได้มีเพียงฉิวกูกูเพียงผู้เดียว

“นั่งสิหยวนมี่ฮวา”

ฉิวกูกูเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบเช่นทุกครั้ง หยวนมี่ฮวาเดินไปนั่งยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามแม้ก้มลงมองพื้นแต่ยังคงสัมผัสได้ถึงสายตาสองคู่ที่จ้องมองมา

“ปิ่นของเจ้าวันนี้  ใครเป็นผู้ทำให้”

“ข้าทำเองเจ้าค่ะ”

“โกหก!!!ปิ่นนั้นแบบเหมือนกับปิ่นโฉมงามไม่มีผิด ในแผ่นดินมีเพียง 5 ชิ้น เจ้าเป็นแค่นางกำนัลฝึกหัดจะมีความสามารถเทียบช่างหลวงได้อย่างไร”

หยวนมี่ฮวายกยิ้มมุมปากเล็กน้อยหากแต่เพียงพริบตาก็จางหาย ใช่แล้วนี่แหละสิ่งที่นางต้องการ ที่แท้ปิ่นนั่นคือ ปิ่นโฉมงามนั่นเอง

“ข้าทำเองจริงๆเจ้าค่ะ ครั้งก่อนที่ได้กลับบ้านข้ามีโอกาสได้เห็นปิ่นคล้ายๆแบบนี้ที่ตลาดจึงจดจำแบบมาเจ้าค่ะ”

“จะเป็นไปได้อย่างไรปิ่นชุดนี้มีเพียง 5 ชิ้น ทุกชิ้นล้วนครอบครองโดยนางรำหลวงขั้นหนึ่ง จะไปวางอยู่ในตลาดได้อย่างไร”

จี้กูกู เอ่ยตวาดเสียงดัง ตั้งแต่ที่เห็นปิ่นที่นางกำนัลตัวน้อยซ่อมแซมนางก็มั่นใจว่าเด็กน้อยผู้นี้ต้องเล่นมิซื่อเป็นแน่

“หากกูกูมิเชื่อจะถามนางกำนัลพี่เลี้ยงที่มาช่วยสอนข้าก็ได้ ผีเสื้อและบุปผาทุกดอกพวกนางล้วนแนะนำวธีการแกะสลักแก่ข้า”

เมื่ออับจนด้วยหนทางเอาเรื่องเด็กน้อยตรงหน้าสุดท้ายจี้กูกูจึงลุกเดินจากไปด้วยอารมณ์คุกรุ่น

“ปิ่นชุดนี้ทำมาเฉพาะมีเพียง 5 ชุด อีกทั้งหนึ่งใน 5นี้ยังเป็นของพระสนมอี้ผิน อดีตพระสนมคนโปรดหากเจ้าเป็นเด็กฉลาดคงเข้าใจ”

อดีตสนมคนโปรด ในเมื่อใช้คำว่าอดีตแน่นอนว่าพระสนมอี้ผินผู้นี้หากมิถูกปลดก็คงมิมีลมหายใจไปแล้ว และบางทีเหตุผลการถูกปลดจากตำแหน่งหรือสาเหตุการตายของนางอาจมิธรรมดาจึงทำให้สองกูกูกังวลถึงเพียงนี้

เหนือต้นไม้ใหญ่ริมสระบัวปรากฏร่างบุรุษสูงใหญ่สวมใส่หน้ากากเหล็กสีเงินบดบังใบหน้าครึ่งบน ดวงตาคมปิดสนิทคล้ายกำลังหลับใหลสูดดมกลิ่นเหลียนฮวา   หากแต่ประสาทการรับรู้กลับตื่นตัวเต็มที่ เพียงเงาร่างหนึ่งปรากฎก็เอ่ยถามในทันที

“เป็นเช่นไรบ้าง”

“เป็นไปตามที่พระองค์ทรงคาดการณ์ นางใช้ปิ่นนั่นสืบหาทางจนใกล้รู้ความจริงแล้วพะย่ะค่ะ”

“อืม”

ริมฝีปากสีชมพูเล็กยกยิ้มพอใจ นับว่ามิเสียแรงที่เขาช่วยส่งเสริมนางเช่นนี้ เด็กน้อยความซุกซนของเจ้าช่างน่าเอ็นดูยิ่งนัก

“นางฉลาดเกินไป หม่อมฉันคิดว่ามิควรปล่อยนางไว้”

“อย่ายุ่งกับนาง”

...............................................................................................................................................................................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น