เจ้าชิบะ

ฝากสนับสนุนนิยายด้วยนะคะ

รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 17

ชื่อตอน : รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 17

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 37.1k

ความคิดเห็น : 24

ปรับปรุงล่าสุด : 16 พ.ค. 2562 01:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 17
แบบอักษร

17 

 

 

 

 

 

“ทะ..ทำไมมึงมาอยู่ที่นี่ได้วะ!” แทนถามพร้อมชี้หน้าพีคอย่างตกตะลึง แต่กลับถูกพีคปัดมือทิ้งไปดื้อๆ ด้วยใบหหน้านิ่ง แต่แววตาแฝงไปด้วยความยียวนกวนประสาท 

“แล้วทำไมกูจะอยู่ที่นี่ไม่ได้ พ่อมึงเป็นเจ้าของมหาลัยหรือไง” พีคตอบกลับเสียงเรียบ แต่คนที่ได้ยินกลับรู้สึกความกวนตีนของอีกฝ่าย 

“มึงอย่ามากวนตีนกูนะ ไอ้..!” แทนสวนกลับอย่างรวดเร็ว แต่กลับชะงักกระทันหัน จนพีคถึงกับกระตุกยกยิ้มมุมปากอย่างนึกขำ 

“ไรมึง ไม่รู้ชื่อกูอ่ะดิ  หึ ก่อนจะด่าใคร มึงหัดไปศึกษาชื่ออีกฝ่ายก่อนมั้ย จะได้ไม่กระตุกกลางคันแบบนี้น่ะ เด็กน้อย” พีคว่าขำๆ พลางยักคิ้วส่งสายตากวนโทสะให้กับแทน ทำเอาคนตรงหน้าแทบเดือด 

“ใครเด็กวะ!” 

“เดี๋ยวๆ ทั้งสองคน ถ้าคิดจะทะเลาะกัน รบกวนไปทะเลาะกันข้างนอกนะลูก คนอื่นเค้าจะได้ไม่เสียเวลารอซื้อข้าวร้านป้า” เสียงพูดแทรกของป้า ทำให้พีคและแทนหยุดเถียงกันพร้อมหันไปมองป้า ก่อนแทนจะหันหน้าหนีอย่างไม่สบอารมณ์ไปอีกทาง ส่วนพีคก็ไม่ได้ใส่ใจ กลับสั่งข้าวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

“ผมเอาผัดพริกแกงหมูกับต้มข่าไก่แล้วกัน ส่วนใครที่ไม่ได้ต่อแถวก็ไปต่อซะนะ คนที่รอก่อนหน้านี้จะได้ไม่เอาไปด่าลับหลัง” พีคสั่งข้าวตามปกติ แต่ไม่วายแอบแขวะคนข้างๆ โดยที่ยังหันหน้าส่งยิ้มให้ป้าในร้านอยู่ที่เดิม แทนที่รู้ตัวถึงกับค้อนแรง แล้วเดินหายใจฟึดฟัดกลับไปต่อแถวด้านหลังอย่างช่วยไม่ได้ พีคหางตามองแทนแปปนึง ก่อนจะแสยะยิ้มมุมปากออกมาอย่างสะใจราวกับผู้ชนะ ไม่นานพีคก็เดินถือจานข้าวเพื่อไปหาที่นั่งในโรงอาหาร ระหว่างเดินผ่านแถวไป พีคก็รับรู้ถึงสายตาที่จ้องเขม็งของใครบางคน แต่มันก็ไม่ได้มากจนทำให้พีคต้องหันไปใส่ใจ กลับนึกขำเสียมากกว่า 

พีคใช้เวลาไม่นานในโรงอาหาร ก่อนจะลุกเดินออกไปด้านนอก เพื่อหาสนามบอลที่เพลิงซ้อมวิ่งรออยู่ด้านใน ระหว่างทางพีคเองก็เดินดูนั่นดูนี่ไปเรื่อยๆตามนิสัยและพยายามมองป้ายนำทางบอกตึกคณะ เพราะมหาลัยที่เพลิงเรียนค่อนข้างใหญ่ แต่ในระหว่างเดินตรงตามทาง กลับรู้สึกเหมือนมีใครบางคนเดินตามหลังอยู่ใกล้ๆ จนต้องหยุดหางตาไปมองด้านหลัง ซึ่งอีกฝ่ายก็หยุดมองด้วย 

“จะเดินตามกูมาทำไม” พีคถามขึ้น 

“ใครตามมึง ทางที่กูไปมันไปทางนี้ต่างหาก มึงนั่นแหละ ไม่ได้เรียนที่นี่แล้วมาเสนอหน้าเดินตัวปลิวอยู่ในนี้ทำไม” แทนพูดห้วน พลางมองพีคอย่างไม่ชอบขี้หน้า พีคเองก็ใช่ว่าจะชอบขี้หน้าอีกฝ่าย กลับเมินสิ่งที่แทนพูด แล้วเดินตรงไปยังสนามบอลที่จะถึงใกล้ๆนี้ ส่วนแทนยิ่งหงุดหงิดเข้าไปใหญ่ที่ถูกพีคเมิน แต่ก็เดินตามหลังพีคอยู่ห่างๆ เพราะไม่อยากเจอขี้หน้าอีกฝ่าย แล้วโดนทักว่าตามอย่างเมื่อกี้อีก 

 แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ช่วยอะไรเลย เมื่อทั้งคู่เดินมาหยุดอยู่แถวสแตนเชียร์ที่เดียวกัน พร้อมมองหน้ากันราวกับไม่อยากจะเชื่อ โดยเฉพาะแทนที่คิดดว่าพีคไม่มีทางมาที่นี่แน่ๆ 

“ขอโทษนะ มึงมาทำห่าอะไรที่นี่วะ!” แทนถึงกับเป็นคนเริ่มถาม ด้วยความหัวเสียสุดๆ พีคหรี่ตามองคนข้างๆด้วยความรู้สึกไม่ต่างกัน 

“แล้วมึงมาทำห่าอะไรที่นี่ล่ะ” พีคถามย้อนอีกฝ่าย 

“กูเป็นนักกีฬาวิ่ง กูจะมาซ้อมวิ่งที่นี่ก็ไม่แปลก แต่มึง..” 

“กูก็มารอเด็กกูซ้อมวิ่ง จะรอที่นี่ก็ไม่แปลกเนอะ” พีคสวนกลับ พร้อมยกยิ้มส่งสายตายียวนกวนโทสะ พลางยักคิ้วข้างหนึ่งให้กับแทน ทำเอาแทนแทบปรี๊ดแตก อยากจะจับพีคมาต่อยให้รู้แล้วรู้รอด พอดีกับจังหวะเสียงนกหวีดที่เป่าเริ่มรอบวิ่งล่าสุดที่มีผู้ชายห้าคนกำลังวิ่งแข่งกันอยู่พอดี ซึ่งหนึ่งในนั้นมีใครบางคนที่ทำให้ทั้งแทนและพีคหันไปสนใจคนในลู่วิ่ง 

“เร่งเท้าให้มันเร็วๆกันหน่อย อีกไม่กี่อาทิตย์จะแข่งคัดตัวกันแล้ว ถ้าไม่อยากพลาดโอกาส ก็เร่งฝีเท้าให้มันเร็วกว่านี้อีก!” เสียงโค้ชตะโกนดังลั่น เพื่อปลุกสปีริตของตัวนักกีฬา ทำให้คนที่วิ่งในสนามรีบฮึดวิ่งแข่งกันสลับกันแซงขึ้นแซงลง แต่กลับอีกคนที่ใส่เสื้อวอร์มคุมแค่ส่วนบน โดยส่วนล่างใส่ขาสั้นของชุดวิ่งปกตินั้นกลับวิ่งนำโด่ง แซงคนที่เคยวิ่งนำอยู่ก่อนหน้านี้ห่างไปไกล  

รู้อยู่แล้วว่าเพลิงเป็นนักกีฬากรีฑาและเคยเห็นฝีมือการวิ่งมาบ้างแล้ว แต่พีคไม่เคยเห็นเพลิงวิ่งในแบบจริงๆจังๆมาก่อน ร่างกายที่ตีปะทะกับลมยามวิ่งของเพลิง รวมถึงความพริ้วของร่างกาย ทำให้พีคมองเพลิงขณะซ้อมแข่ง พลางยกยิ้มเล็กๆให้กับใบหน้าที่ดูปลดปล่อยจากความเครียดของเพลิง ยิ่งแสงแดดกับลมที่กระทบใบหน้าจนเส้นมปลิว มันกลับทำให้พีคกลับคิดว่าเพลิงดูอารมณ์ดีกว่าทุกที จนตัวเองละสายตาไม่ได้เลย 

 

 

ปี๊ดด! 

 

 

“100 เมตร 11.35 วินาที ...100 เมตร 12.40....” เสียงเป่านกหวีดดัง ก่อนโค้ชจะนับวินาทีบอกนักกีฬาที่ผ่านเส้นชัยตามคนที่วิ่งเข้ามา ซึ่งคนแรกที่เข้าเส้นชัยไม่ใช่ใครที่ไหน เพลิงที่วิ่งถึงคนแรกหยุด พร้อมเอามือเท้ากับหัวเข่าขณะยืนหอบหายใจ ก่อนจะเหยียดตัวตรงแล้วเดินไปรับผ้าเช็ดหน้ากับน้ำจากเพื่อนรุ่นเดียวกันที่ส่งมาให้ แทนที่เห็นว่าเพลิงวิ่งเสร็จแล้ว เลยรีบเดินเข้าไปหาด้วยรอยยิ้มกว้าง ซึ่งนั้นเป็นการตัดหน้าอีกคนที่กำลังจะเดินไปหาพอดี  

“วิ่งตกลงไปป่ะเนี่ยเพลิง” แทนรีบทักคนที่พึ่งกินน้ำเสร็จ 

“ว่างั้นแหละ วันๆอยู่แต่ในครัวมั้งพี่ เลยไม่ได้ออกไปซ้อมเคาะสนิมออก” เพลิงพูดบอกพลางยิ้มขำน้อยๆให้แทน ทำให้แทนถึงกับยกมือขยี้หัวเอ็นดูอย่างทุกที ซึ่งเพลิงก็ไม่ได้ห้ามหรือว่าอะไร  

“แล้วเสื้อนี่อะไร รูดซิบซะเกือบสุดคอ มึงหนาวหรอ” แทนแซวพร้อมชี้เสื้อวอร์มที่เพลิงใส่อย่างขำๆ เพราะปกติเวลาซ้อมวิ่งเพลิงไม่เคยใส่เลยสักครั้ง เลยคิดว่ามันแปลกตาดี ส่วนเพลิงรีบขยับคอเสื้อกลัวว่าแทนจะสังเกตเห็นอะไรด้านใน เพราะรอยที่คอยังหายไม่สนิท  

“เปล่าพี่ ผมแค่ไม่สบายนิดหน่อยน่ะ เลยเอาเสื้อมาใส่ทับไว้” เพลิงบอกแถเป็นอย่างอื่น กลัวว่าแทนจะสงสัยมากกว่านี้ แต่ดูเหมือนว่าพอได้ยินคำว่าไม่สบายของเพลิง จะทำให้แทนสนใจมากกว่าเดิม แต่ไม่ใช่เรื่องเสื้อ 

“เอาจริงดิ นี่มึงไม่สบายอยู่หรอ ไหน ตัวร้อนมั้ยเนี่ย” แทนไม่พูดเปล่า พร้อมเอามืออังหน้าผากเพลิงเพื่อวัดอุณภูมิในร่างกาย จนคนถูกทำอะไรปุปปับเลิกคิ้วสะดุ้ง กระพริบตาปริบๆมองแทนงง เพลิงเห็นว่ามันดูแปลกๆเลยจะจับมือแทนให้ออกจากหน้าผาก แต่ก็ถูกใครบางคนปัดมือแทนทิ้งตัดหน้าไปเสียก่อน 

“ให้มันน้อยๆหน่อยมึง” พีคเดินเข้ามาปัดมือแทนออกจากเพลิงอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นว่าแทนเข้าไปยุ่มย่ามกับเพลิงมากเกินไป จนเขารู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา 

“อะไรของมึงวะ มาปัดมือกูทิ้งทำเหี้ยอะไร” แทนว่าอย่างไม่สบอารมณ์ พร้อมจ้องพีคอย่างเอาเรื่อง  

“แล้วมึงทำอะไรอยู่ล่ะ ถึงต้องทำให้กูปัดมือมึงทิ้งน่ะ” พีคถามกลับเสียงขุ่น ทำให้แทนพอจะเข้าใจได้แล้วว่าทำไม แต่ก็ไม่ได้ทำให้ลดอาการหงุดหงิดลงได้ 

“หึ ที่แท้ก็หมาหวงก้าง” แทนว่า 

“เออ กูหวงก้าง แล้วก็หวงมากด้วย ถ้ามันมีหมาตัวอื่นคิดจะตีเนียนขโมยของๆกู” พีคกดเสียงต่ำ จ้องอีกฝ่ายเขม็งอย่างไม่คิดจะยอมถอยให้เด็กที่อ่อนกว่าชนะได้ แทนเองก็จ้องพีคกลับไม่ยอมแพ้เหมือนกัน จนคนที่ยืนอยู่ตรงกลางสลับมองทั้งคู่อย่างงงๆ ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องหมาๆเท่าไร เลยก้าวถอยหลังไปสองสามก้าว เนียนตีตัวออกห่างเขยิบไปหาเพื่อนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ เพราะคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องของตัวเอง 

“ของๆมึง ไอ้เพลิงเนี่ยนะของๆมึง หึ เกย์ก็ไม่ใช่ คบผู้หญิงมาก็นาน แนวโน้มชอบผู้ชายก็ไม่มี แล้วมึงใช้สมองส่วนไหนคิดเป็นตุเป็นตะว่าไอ้เพลิงเป็นของมึงห๊ะ” แทนเถียงกลับพีค ไม่ชอบเอาซะเลยที่พีคคิดเอาเพลิงเข้าข้างว่าเป็นของตัวเอง  

“หึหึ แล้วอยากรู้มั้ยล่ะว่าเป็นไม่เป็น กูมีหลักฐานให้มึงดูได้นะ แต่ไอ้พลิงจะยอมเปิดให้ดูมั้ย นั่นก็อีกเรื่อง” พีคว่าพลางหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มร้ายอย่างมีเลศนัยนั่น ทำเอาแทนขมวดคิ้วหนักทำหน้าจริงจังกว่าเดิม 

“มึงหมายความว่าไง” แทนถามเสียงแข็ง 

“ก็หมายความเดียวกับที่มึงคิดนั่นแหละ ไอ้รุ่นพี่คิดไม่ซื่อ” พีคพูดทิ้งท้าย ก่อนจะหันหลังไปหาเพลิงที่แอบหนีไปอยู่กับเพื่อน แต่ว่าแทนจะไม่ยอมให้ไปง่ายๆ รีบกระชากไหล่พีคให้หันกลับไปหาเหมือนเดิม จนพีคถึงกับจ้องเขม็งแทนอย่างมีโทสะ 

“มึงบอกกูมาเดี๋ยวนี้นะว่าหมายความว่ายังไง!” แทนขึ้นเสียงถาม พร้อมชี้หน้าพีคอย่างเหลืออด และเสียงก็ดังพอที่จะเรียกคนที่อยู่แถวนั้นหันไปมองอย่างสงสัย รวมทั้งเพลิงที่คุยกับเพื่อนอยู่ถึงกับต้องหันไปดู  

“เกิดอะไรขึ้นวะ ทำไมจู่ๆคนแบบไอ้พี่แทนถึงโมโหขนาดนั้น” เพื่อนที่อยู่กับเพลิงพูดขึ้น พลางมองสองคนนั้นอย่างหวั่นๆ เพราะทั้งคู่ดูอารมณ์เสียไม่ต่างกัน เพลิงเองก็ยิ้มแหย่ๆไม่เข้าใจเหมือนกัน จนเพื่อนอีกคนสะกิดบอกเพลิง เพราะเห็นว่าก่อนหน้านี้เพลิงอยู่กับสองคนนั้นและดูมีแววทะเลาะกันตั้งแต่เพลิงอยู่ด้วย 

“ไอ้เพลิง เพราะมึงป่ะวะ สองคนนั้นถึงจะทะเลาะกันน่ะ” เพื่อนอีกคนถาม  

“กู..กูหรอ? ไม่ ไม่ใช่กู๊ “ เพลิงยกนิ้วชี้หน้าตัวเอง พร้อมส่ายหน้ารัวปฏิเสธเสียงสูง จะให้เป็นเขาได้ยังไงล่ะ ในเมื่อเจอหน้ากันก็พูดเรื่องที่เพลิงไม่รู้เรื่องซะแล้ว 

“ใช่ ไม่ใช่ กูว่ามึงรีบไปลากไอ้พี่แทนออกมาก่อนดีกว่า ขืนต่อยกันขึ้นมา โค้ชได้ไล่จากคัดตัวแน่”  

เพลิงรีบพยักหน้าตอบรับตามที่เพื่อนบอก ก่อนรีบเร่งฝีเท้าเดินไปแยกพีคกับแทนออกมาอย่างงงๆ โดยเข้าแทรกกลางระหว่างทั้งคู่ แล้วใช้มือแต่ละข้างดันอกเหยียดตึงเพื่อแยกทั้งสองออกจากกัน ก่อนจะย่นคิ้วมองทั้งคู่สลับกันซ้ายขวาอย่างสงสัย 

“พวกมึงทะเลาะอะไรกันเนี่ย” เพลิงหันไปถามทั้งคู่ แต่ดูเหมือนต่างคนจะต่างหลบคำถามของเพลิง เลยพากันสะบัดหน้าหนีมองไปทางอื่น ทำให้คนห้ามอย่างเพลิงงงเข้าไปอีก แต่ก็แอบโล่งที่สองคนนี้ไม่มีท่าทีจะมีปากเสียงกันต่อ  

“ไม่ตอบก็เรื่องของพวกมึงแล้วกัน ส่วนพี่แทน ผมว่าพี่ไปเข้าคิวซ้อมวิ่งดีกว่ามั้ย ผมเห็นโค้ชจ้องเขม็งมาทางนี้ ดีไม่ดีเค้าดุพี่เรื่องเมื่อกี้นะ” เพลิงพูดบอกอีกครั้ง ทำให้แทนกลับมาสนใจเพลิง ก่อนจะพยักหน้ามองเพลิงสักพักนึง แล้วเดินหน้าตึงไปยังโค้ชที่ยืนรออยู่ข้างสนาม  

“หึ พี่แทน..พี่แทนเอย ผมเอย เรียกมันซะสุภาพจริงจริ๊ง” การจงใจแขวะของพีค เรียกให้เพลิงหรี่ตามองเคืองคนตัวสูงกว่า เพราะดูเหมือนพีคจะยังหงุดหงิดไม่หาย 

“ทำไม อิจฉาที่กูเรียกเค้าว่าพี่หรือไง” เพลิงแกล้งถาม ส่วนพีคไม่ได้ตอบ แต่สายตาที่มองตาของเพลิงกลับมีอะไรแปลกๆ กลายเป็นว่าเพลิงต้องหลบมองทางอื่นเสียเอง 

 เมื่อทั้งคู่เริ่มเงียบใส่กันเพราะไม่รู้ว่าจะพูดอะไร จู่ๆพีคก็จับแขนเพลิงลากไปนั่งที่สแตนเชียร์ใกล้ๆ เพลิงยอมนั่งลงข้างๆพีคไม่ได้ขัดขืนอะไร เพราะพีคไม่ได้ทำอะไรลุ่มล่ามต่อหน้าคนอื่น แต่พอมานั่ง ความเงียบก็เข้าปกคลุมอีกรอบ มีบางคนที่มองทั้งคู่อย่างสงสัย แต่เพราะส่วนใหญ่มีแต่ผู้ชาย เลยมองได้แปปก็หันกลับไป แต่ก็มีผู้หญิงที่เพลิงคุ้นหน้าดีหลายคนแอบมองระหว่างเขากับพีค ซึ่งนั้นเพลิงก็ไม่ได้ใส่ใจคนพวกนั้นเหมือนทุกที แต่ที่แอบรู้สึกแปลกๆก็คงเป็นพีคที่นั่งเงียบไป ทั้งที่ปกติจะชอบหาเรื่องกวนตีนเพลิงอยู่ตลอด 

“มึงเลิกซ้อมตอนกี่โมง” เพลิงสะดุ้งเฮือก เมื่อจู่ๆพีคพูดบอกอย่างไม่ทันตั้งตัว เพลิงหันไปมองพีคหน่อยๆ เหลือบดูคนที่คุยกับเขา ทั้งที่สายตากำลังมองไปที่สนาม 

“ก็น่าจะเที่ยงๆบ่ายๆ กูบอกโค้ชไปแล้วว่ามีฝึกงานตอนบ่ายสาม” เพลิงบอก ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นเมื่อได้ยินเสียงถอนหายใจหนักของพีค จนอดถามไม่ได้ “เป็นอะไร?” 

“เปล่า กูแค่ไม่อยากเจอขี้หน้าไอ้เหี้ยแทน” พีคตอบเสียงขุ่น เพลิงบุ้ยปากพยักหน้า พอจะเข้าใจอะไรบางอย่าง แต่ไม่ใช่เข้าใจว่าสองคนนี้ทะเลาะกันเรื่องของตัวเองแน่นอน 

“เออเนอะ มึงเคยเจอพี่แทนที่ห้างนี่หว่า”  

“เลิกเรียกชื่อมันได้มั้ย แล้วไม่ต้องเรียกพี่นำหน้าด้วย ไม่ชอบ” พีคหางตามองเพลิงดุหน่อยๆ จนเพลิงพับปากเม้มเข้าหากัน แล้วหันหน้ามองตรงไปยังสนามแทน ทำเอาเพลิงทำตัวไม่ถูกเลย 

“แล้วนี่มึงจะรอกูจนเลิกเลยหรือไง” เพลิงรีบปรับตัวถามพีคอีกครั้ง ขณะตามองไปที่สนาม 

“อืม” 

“ร้อนนะ”  

“กูว่าคนร้อนน่าจะมึงนะ กูอยู่ในร่มมันจะไปร้อนได้ไง” พีคพูดบอก พร้อมหันไปมองคนข้างๆ โดยที่เพลิงเองก็หันมามองพอดี พร้อมย่นจมูกใส่ต้นเหตุของเสื้อวอร์ม 

“ทำเหมือนกูอยากใส่”เพลิงว่า 

“งั้นก็ถอด” พูดจบ พีคก็เขยิบตัวเข้าหาเตรียมถอดเสื้อตัวนอกให้เพลิง เพลิงเห็นท่าไม่ดี รีบจับกุมซิบตรงคอเสื้อแล้วเบี่ยงตัวหนีอย่างตื่นตกใจ 

“อย่านะเว้ย! กูไม่ถอด!” เพลิงเบี่ยงตัวหนีสุดตัว จนพีคหลุดหัวเราะในลำคอออกมาเมื่อแหย่เพลิงได้สำเร็จ เพลิงเห็นว่าพีคแค่แกล้งเท่านั้น จึงรีบเหยียดหลังตรงปกติ หน้ากลับไปมุ้ยอย่างทุกที  

“ไอ้สัด” เพลิงด่า  

“ด่ากู เดี๋ยวกูก็ตีปากหรอก” พีคว่าพลางยกยิ้ม ไม่ได้แสดงท่าทีที่จะตีปากเพลิงจริงๆ แต่เพลิงกลับรู้สึกว่าพีคเริ่มกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว เลยแอบโล่งใจนิดหน่อย 

“แล้วนี่มึงคิดจะรอกูจริงๆหรือไง ไอ้พีค มันอีกสองสามชั่วโมงนะกว่าจะเลิก” เพลิงยังคงถามเหมือนเดิม 

“แล้วถ้าบอกว่ารอไม่ได้ มึงจะกลับไปกับกูมั้ย” 

“หึ ไม่อ่ะ โควต้าออกข้างนอกกูมีแค่สามวัน” เพลิงส่ายหน้าบอก พร้อมบอกทวนถึงโควต้าที่พีคเป็นคนให้ 

“งั้นกูก็จะรอ นั่งโง่ๆอยู่ตรงนี้กูไม่ตายเพราะร้อนหรอก ว่างเดี๋ยวก็หาอะไรทำเองแหละ” พีคตอบเพลิงชี้ชัดว่าจะนั่งรอ เพลิงก็ไม่ได้คิดจะเซ้าซี้อะไร เตรียมลุกไปซ้อมวิ่งต่อ 

“ตามใจแล้วกัน งั้นกูไปซ้อมวิ่งต่อล่ะ” เพลิงว่า กำลังลุกเดินเข้าสนาม แต่ก็ถูกพีครั้งแขนดึงให้นั่งลงเสียก่อน 

“เดี๋ยว” พีคพูดห้าม 

“อะไร” เพลิงหันไปถาม พลางย่นคิ้วนิดหน่อย 

“เอียงหูมานี่หน่อย กูมีไรจะบอก” พีคว่า กระดิกนิ้วเรียก ซึ่งเพลิงก็ยอมเขยิบตัวเอียงหูเข้าใกล้พีคอย่างไม่ได้คิดอะไร แต่ก็แอบสงสัยอยู่หน่อยว่ามีเรื่องอะไรถึงขั้นต้องกระซิบกระซาบ 

“ไอ้เพลิง” พีคเรียก 

“ว่า”  

“ไอ้เพลิง”  

“อะไร” เพลิงเริ่มย่นคิ้ว เมื่อพีคเรียกชื่อซ้ำ 

“ไอ้เพลิง” 

“อะไรของมึงวะ..!”  

 

 

จุ๊บ 

 

 

เพราะพีคเอาแต่เรียกชื่อจนเพลิงเริ่มหงุดหงิด เลยรีบหันหน้าควับไปมองพีค แต่ดูเหมือนจะหลงกลอีกฝ่ายเข้าไปเต็มๆ เพราะเมื่อหันไป พีคกลับยื่นหน้าเข้ามาจูบริมฝีปากของเพลิงกะทันหัน ก่อนจะผละออกมานิดนึง พร้อมสบตาเพลิงด้วยสายตากวน แต่กลับแฝงอะไรบางอย่างที่เพลิงไม่ค่อยเข้าใจ แต่สิ่งนั้นกลับทำให้คนผงะตกใจกลับใจเต้นระรัวจนแทบคุมไม่อยู่ ก่อนหน้าจะขึ้นสีจนแดงระเรื่อทั้งหน้าอย่างเขินอาย  

“มะ..มึงทำบ้า..อะไร..” เพลิงถึงกับพูดเสียงตะกุกตะกักไปแทบไม่เป็น พีคยกยิ้มขึ้นมาหน่อย ก่อนจะนั่งกลับหลังตรงเหมือนเดิม  

“ไปซ้อมวิ่งได้แล้วไป เดี๋ยวกูนั่งรออยู่ตรงนี้” พีคบอก พลางขยี้หัวก่อนผลักหัวเพลิงให้ลุกออกไป เพลิงลุกเดินออกไปแต่โดยดี พร้อมหันไปมองพีคด้วยใบหน้าที่ตีกันจนยุ่งไปหมดในขณะที่เดินกลับเข้าสนาม ส่วนพีคนั่งไขว่ห้างวางขาอีกข้างบนตัก กอดอกพร้อมโบกมือไล่เพลิงอย่างกวนๆ ก่อนสายตาจะทอดมองอีกคนที่ยืนจ้องพีคอยู่ในสนาม พร้อมแสยะยิ้มมุมปากให้แทนอย่างผู้ชนะ ....ใช่ พีคตั้งใจให้แทนเห็นตั้งแต่แรก เรื่องที่พวกเขาสองคนจูบกัน 

 

 

 

12.00 น.  

 

ผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง พีคยังคงนั่งรอเพลิงอยู่ที่เดิม อาจมีแวะไปนู่นไปนี่บ้าง แต่ก็กลับมานั่งรออยู่ที่เดิม พร้อมเฝ้าของจำพวกโทรศัพท์กับกระเป๋าตังไว้ให้ มีบางครั้งที่มีผู้หญิงที่มาดูซ้อมกีฬามาชวนคุย พีคก็คุยตอบปกติด้วยท่าทีสบายๆ แต่ก็มีแอบมองคนในสนามเป็นบ้างช่วง อยากรู้ว่าเพลิงจะสนใจมาทางนี้บ้างมั้ย แต่มันก็ดูเปล่าประโยชน์สิ้นดี เพราะเพลิงไม่สนใจเขาเลยแม้แต่น้อย แถมยังไปคุยกับแทนตามปกติ ซึ่งนั่นทำให้พีครู้สึกหงุดหงิดอยู่ลึกๆ 

“แล้วพี่พีคจะมารอพี่เพลิงซ้อมวิ่งทุกวันหรือเปล่าคะ ปกติเห็นพี่เพลิงเค้ามีแฟนมาเฝ้าเป็นประจำ” เสียงพูดใสๆของกลุ่มนักศึกษาหญิงข้างๆ ทำให้พีคเลิกสนใจคนในสนาม แล้วหันกลับมาคุยต่อ 

“ไม่รู้หรอไงว่าเพลิงเลิกกับแฟนแล้ว” พีคหันไปบอกเสียงเรียบ พึ่งรู้ด้วยว่าปกติแก้มเคยมานั่งรอเพลิงแบบนี้เหมือนกัน 

“ก็พอได้ยินมาบ้าง แต่ก็ยังไม่แน่ใจค่ะ ..สรุปคือเลิกกันจริงๆใช่มั้ยคะ โห..ข่าวใหม่เลยนะเนี่ย” คนข้างๆพูดพร้อมทำตาวาวเหมือนเปิดความรู้ใหม่เข้าเซลล์สมอง หันไปสะกิดคุยกับเพื่อนราวกับดีใจ เหลือเชื่อป่ะปนไปหมด พีคเหล่มองกลุ่มข้างๆแปปนึง ก่อนหันหน้ามองสนาม พลางคิดว่าเพลิงคงเป็นที่นิยมของพวกผู้หญิงในมอพอสมควร   

 

 

// เสน่ห์แรงจริงจริ๊ง // พีคแขวะเพลิงในใจ 

 

 

“แสดงว่าตอนนี้พี่เพลิงโสดใช่มั้ยคะ แล้วพี่พีคล่ะ โสดด้วยมั้ย” เหมือนว่าคุยกับเพื่อนได้ไม่นาน หนึ่งในนั้นก็หันมาถามพีคต่อ พีคเลิกคิ้วหันไปยิ้มให้นิดหน่อย 

“ครับ พี่โสด เพลิงก็โสด” พีคตอบกลับอีกฝ่ายด้วยท่าทีปกติ 

“งั้นพวกชั้น..” อีกฝ่ายกำลังจะพูด แต่กลับถูกพีคพูดแทรกขึ้นมาก่อน แถมประโยคที่ตามมาทำเอาสตั้นกันถ้วนหน้า 

“พี่ว่าพวกเราอย่าพึ่งรีบหาผู้ชายกันเลย เอาเวลาไปเรียนก่อนดีกว่านะ อนาคตยังมีใครดีๆให้เจอให้เลือกอีกเยอะ เพราะบางทีผู้ชายที่น้องเห็นอยู่ อาจไม่เป็นอย่างที่น้องคิดก็ได้” สิ้นสุดคำพูด ทุกคนต่างพากันก้มหน้าเจือนทันทีหลังถูกพีคสอน ถ้าเป็นเมื่อก่อนพีคคงมีเล่นด้วยแน่ๆ เพราะอีกฝ่ายก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหล่อะไร แต่ดูท่าพักหลังพีคคงจะเบื่อผู้หญิงจริงๆนั่นแหละ เห็นใครต่อใครก็ดูไม่น่าสนใจเท่าใครบางคนที่กำลังเดินมาหา  

“ยังจะนั่งอยู่อีกเนอะ” เพลิงพูดยืนอยู่ใกล้ๆ พร้อมยกน้ำกินไปพลางๆด้วยสภาพเหงื่อเต็มตัว  

“เลิกแล้ว?” พีคเงยหน้าถาม 

“ยัง เดี๋ยวอีกสักพักคงเลิก” เพลิงตอบ ก่อนทิ้งตัวลงนั่งข้างๆอย่างเหนื่อยหน่าย พลางใช้ผ้าที่พาดอยู่บนคอ หยิบขึ้นมาเช็ดเหงื่อที่หน้า พีคมองเพลิงอยู่พักนึง แล้วหันไปหาสาวๆที่นั่งอยู่ข้างๆ เมื่อเห็นว่ามีคนพกพัดลมพกพาติดมือมาด้วย 

“พี่ขอยืมหน่อยสิ เดี๋ยวคืน” พีคพูดขอยืมกระทันหัน จนหนึ่งในนั้นแอบสะดุ้งหน่อยๆ  

“อ๋อ ได้ค่ะได้ นี่ค่ะ”เธอตอบ พร้อมยิ้มส่งให้ทันที พีครับพัดลมเล็กมาถือพร้อมเปิดปุ่มเปิดตรงด้านจับ ก่อนจะจ่อเข้าที่หน้าเพลิง คนที่กำลังเช็ดเหงื่อที่หน้า ลดผ้าเช็ดหน้าลงเมื่อสัมผัสได้ถึงลมเย็นๆที่พัดเข้าหน้า ก่อนหันไปเลิกคิ้วมองพีคที่นั่งถือพัดลมให้อย่างแปลกใจ 

“ร้อนไม่ใช่หรอไง เลยยืมน้องมาให้” พีครีบบอก เห็นว่าเพลิงทำหน้างงแปลกๆใส่ ด้านเพลิงก็ไม่ได้ว่าอะไร แค่งงกับพฤติกรรมพีคเท่านั้น จนคิดว่าอากาศคงอบอ้าวเกินไป อาจทำให้สมองพีคดูเพี้ยนๆไปก็ได้ 

“ขอบใจ” และเพลิงก็คิดว่าตัวเองคงเพี้ยนเหมือนกัน ถึงได้ไปขอบคุณคนที่เมื่อก่อนแทบไม่มีความคิดที่จะพูดคำนี้ให้เลยสักครั้ง ส่วนพีคที่ได้ยินคำแปลกหู ก็ยกยิ้มขึ้นมาอย่างพอใจ พร้อมหันกลับไปมองสนาม โดยที่มือยังถือพัดลมจ่อให้เพลิง  

เพลิงนั่งพักเอาแรงได้สักพัก ก่อนจะบอกให้พีคเอาพัดลมคืนน้องไป เพราะต้องกลับเข้าไปซ้อมในสนามต่อ พีคหันเอาพัดลมกลับไปคืนพร้อมยิ้มบอกขอบคุณ ซึ่งก็ทำให้คนมองแอบเขินไปตามๆกัน  

“กูไปซ้อมและ วิ่งเสร็จเดี๋ยวมาใหม่” เพลิงบอกพีคก่อนลุกขึ้นยืน เตรียมเดินเข้าไปในสนาม 

“เดี๋ยว” คำว่าเดี๋ยวของพีค ทำให้เพลิงสะดุ้ง รีบเบี่ยงแขนหลบทันที จู่ๆเพลิงก็กลัวว่าพีคจะทำเหมือนรอบแรกที่ขโมยจูบเขา แต่พีคกลับหัวเราะขำในลำคอ รู้เลยว่าเพลิงคิดอะไรอยู่  

“กูแค่จะบอกให้มึงเลิกซ้อมได้แล้ว เสื้อมึงมันไม่อำนวยกับอากาศ ล้มพับกลางสนามขึ้นมา มันจะซวยถึงกู” พีคว่าอย่างขำๆ แต่ก็พูดเรื่องจริง เพราะอากาศค่อนข้างอบอ้าว ลมเลิกพัดโบกได้ไม่นานมานี้ พีคกลัวว่าความร้อนที่สะสมในร่างกายจะทำให้เพลิงเป็นลมได้  

“ขออีกรอบแล้วกัน” เพลิงบอก 

“กูบอกให้เลิกได้แล้ว แล้วก็เข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าซะ” พีคสั่งเสียงเข้ม ทำให้คนที่กำลังเดินไปหยุดชะงัก หันไปมองพีคที่นั่งจ้องหน้าเป็นเชิงสั่ง จนเพลิงถอนหายใจทิ้ง แล้วเดินลิ่วเข้าโรงยิมไปอย่างเซ็งๆ อาจเพราะกำลังอินกับการวิ่งอยู่ พอโดนขัดเข้าหน่อย ทำให้เพลิงแอบเซ็งขึ้นมา 

ใช้เวลานานพอสมควร ก่อนร่างสูงของเพลิงจะเดินกลับออกมาด้วยชุดลำลองปกติ พร้อมกระเป๋าสะพาย พีคสังเกตเห็นว่าเพลิงเดินออกมาทั้งที่หัวยังไม่แห้ง เลยเตรียมที่จะบอกสั่งให้เช็ดหัวดีๆก่อนกลับ แต่ขณะที่เพลิงเดินมายังไม่ทันถึงเขา พีคเห็นแทนวิ่งไปหาเพลิงตัดหน้าเขาเสียก่อน ทำให้อารมณ์ดีๆอยู่ตอนแรก ถึงกับเสียทันที 

“นี่มึงจะกลับแล้วหรอวะ อยู่แปปเดียวเอง” แทนถามพลางหายใจเหนื่อย เนื่องจากพึ่งซ้อมวิ่งเสร็จรอบเมื่อกี้ 

“ผมมีทำงานต่อที่ร้านน่ะพี่ ผมบอกโค้ชไปแล้ว” เพลิงพูดบอก 

“แย่ชะมัด กูเจอมึงได้แปปเดียว แล้วนี้มึงกลับยังไง” แทนพูดตัดพ้ออย่างเสียดาย ก่อนถามเรื่องกลับของเพลิง 

“ผมกลับรถเมล์ จากมอไปร้านรถต่อเดียวถึง” เพลิงบอกพร้อมยิ้มน้อยๆให้ ซึ่งทำให้แทนดูมีลุ้นขึ้นมาทันที 

“ให้กูไปส่งมั้ย จะได้ไม่ต้องรอรถที่ป้ายรถ..” 

“ไม่จำเป็น พวกกูกลับกันเองได้” เสียงพูดแทรกกลางคัน พร้อมร่างสูงที่เดินเอามือร่วงกระเป๋าของพีค ทำให้แทนชักสีหน้าค้อนควับไปทางพีคอย่างไม่สบอารมณ์หลังถูกขัดจังหวะ 

“กูไม่ได้ถามมึง อย่ามาสอด” แทนหันไปด่าพีคเสียงแข็ง 

“มึงสิเสือก ไอ้เพลิงมากับกู ก็ต้องกลับพร้อมกู ไม่ได้มาด้วยกันก็อย่ามาเสนอหน้า มาทางไหน กลับไปทางนั้นเลยไป” พีคบอกไล่เสียงเข้ม พร้อมจ้องเขม็งอย่างเอาเรื่อง  

“มึง!”  

“เฮ้ยๆๆ กลับเลยไอ้พีค จะไปกวนตีนเค้าทำไมวะนั่น แล้วก็พี่แทน เดี๋ยวไว้เจอกันใหม่นะพี่ ..ไป!” ทำเอาเพลิงต้องรีบห้าม พร้อมคว้าแขนพีคลากออกมา ก่อนที่ทั้งสองคนนั่นจะเริ่มทะเลาะกันอีก แต่ไม่ลืมหันไปบอกลาแทนอย่างเร่งรีบ ก่อนจะลากพีคให้ออกจากสนามอย่างรวดเร็ว  

 

เพลิงลากพีคให้เดินตามตลอดทาง โดยที่พีคยอมเดินตามออกมาไม่ได้ว่าหรือขัดขืนอะไร จากตอนแรกที่พีคกำลังโมโหแทน จู่ๆก็คลายความโกรธลงไปดื้อๆ เพียงแค่เพลิงกำลังจับเขาลากออกนอกมอ แต่ถ้าสังเกตดูสาเหตุดีๆ เพลิงกำลังจับมือของเขาอยู่โดยไม่รู้ตัว จนกระทั่งเดินออกจากมอมาหยุดที่ป้ายรถเมล์ด้านหน้า 

“ถามจริงๆเถอะ มึงไปกวนตีนไอ้พี่แทนมันทำไมวะ” เพลิงย่นคิ้วหันไปถามพีคอย่างไม่เข้าใจ 

“กูชอบคำว่าไอ้นะ แต่คำว่าพี่กูให้ลบ 10 คะแนน” พีคบ่ายเบี่ยงตอบเพลิงไปอย่างกวนๆ จนเพลิงขมวดคิ้วแน่นขึ้น พร้อมถอนหายใจ 

“มันใช่เรื่องที่กูถามมั้ยเนี่ย” เพลิงโวย 

“อยู่สิ ก็มันอยู่ในประโยคที่มึงพูด" พีคตอบพลางยกยิ้มูราวกับเป็นเรื่องสนุก 

“ไอ้สัด กวนตีน” เพลิงด่าอย่างใจนึก ก่อนจะรีบยกมือไขว้เป็นรูปกากบาท ปัดป้องหน้าของตัวเองอย่างรวดเร็ว เมื่อพีคยกมือทำท่าจะตีปากเขา แต่ก็ต้องลดมือกลับที่เดิม เพราะเพลิงไหวตัวทัน 

“ไวดีนี่ แต่อย่าให้เผลอแล้วกัน กูจะตบไปฟันหลุดไปเลย จะได้ไม่ต้องไปโปรยเสน่ห์เรี่ยราด”  

“เหอะ โทษทีที่คนมันหล่อ ไม่ได้หลุดเป็นควายป่าแบบมึง” พีคพูดแซะ จนทำให้พีคถึงกับค้อนมอง ยกมือเตรียมที่จะตีอีกรอบ เพลิงไหวตัวทัน รีบยกมือทำท่าเดิม แต่ดูเหมือนว่าเพลิงจะถูกพีคหลอก เมื่อมือที่จะตีปาก ย้อนลงต่ำใช้หลังมือตีเข้าที่ท้องอย่างจัง 

“อุ่ก!” เพลิงถึงกับอุทาน เมื่อถูกพีคตีเข้าที่ท้อง แม้ไม่แรง แต่ก็ทำเอาเพลิงกุมท้องหน้าเสียได้ทันที 

“อ่าวๆ บอกแล้วว่าอย่าวิ่งเยอะ วูบแล้วนั่น” พีคพูดขำ แกล้งแหย่เพลิงที่ยืนกุมหน้าท้องที่ถูกตี ก่อนจะผละมือจากท้อง มองแรงใส่พีคอย่างหงุดหงิด 

“สัด!” เพลิงด่าพีคเสียงเข้ม แต่พีคดูจะไม่ใส่ใจกับมันมาก พอดีกับรถเมล์ที่จอดเทียบป้ายพอดี ก่อนจะกลายเป็นคนลากเพลิงขึ้นนั่งบนรถเหมือนทุกที และรอบนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นรถเมล์แอร์ ทำให้เพลิงที่ร้อนๆอยู่ตอนแรกรู้สึกเย็นสบายตัว แต่ก็ลืมไปอีกว่าหัวยังไม่แห้ง 

“กูว่าหัวแห้งได้แปปๆ ได้เปียกอีกแน่นอน” พีคทักขึ้น ทำเอาเพลิงหันไปมองอย่างงงๆ 

“ทำไม?” 

“ดูด้านนอกดิ กูว่าฝนตกแน่นอน ฝนแรกในหลายอาทิตย์เลยก็ว่าได้” พีคบอกพร้อมชี้ออกนอกหน้าต่าง เพลิงหันตามที่พีคชี้ ก่อนจะเบ๊หน้าเซ็ง เมื่อเห็นว่าเมฆกำลังเกาะตัวเข้าหากัน  

“ห่า.. นี่ถ้าตก คือวันนี้กูสระผมไปสามรอบเลยนะเว้ย” เพลิงถึงกับบ่น 

“ตอนซ้อมวิ่งมึงไม่ได้สังเกตอากาศเลยหรือไง ลมหาย ร้อนอ้าวขนาดนั้น” 

“หึ” เพลิงส่ายหน้าตอบ ซึ่งพีคก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะคิดไว้อยู่แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้

“งั้นก็เช็ดหัวให้แห้งก่อน แอร์จ่อหัวขนาดนั้น เดี๋ยวไม่สบาย ถ้าฝนมันตกจริงค่อยไปสระใหม่ที่ร้านก็ได้” พีคพูดบอก พร้อมหยิบผ้าที่พาดอยู่กับกระเป๋า หยิบขึ้นไปวางไว้บนหัวเพลิง เพลิงรีบรับมาเช็ดหัวแต่โดยดี พลางมองออกนอกหน้าต่างอย่างทุกที   

เช็ดผมได้ไม่นานเพลิงก็วางผ้าเก็บไว้บนกระเป๋าที่เดิม เพราะผมหมาดใกล้แห้ง ก่อนหยิบเพลงขึ้นมาฟัง มองกลับออกนอกหน้าตาอีกที ส่วนพีคก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาหาอะไรดูไปพลางๆ เพราะอีกนานกว่ารถเมล์จะถึง พร้อมเหลือบดูข้างนอกเป็นพักๆ ดูว่าฝนจะตกลงมาจริงหรือแค่ครึ้มหลอกอย่างทุกที และดูเหมือนว่าพีคจะเดาไม่ผิด ครั้งนี้ฝนตกลงมาจริงๆ  

พีคหันไปหาเพลิงที่นั่งอยู่ริมหน้าต่าง เพื่อดูรีแอคชั่นของคนข้างๆ ดูว่าเพลิงจะทำหน้ายังไง แต่ทว่าสิ่งที่พีคหันไปเจอ คือคนกำลังนั่งสัปหงกคอเอียงลงต่ำ ยิ่งยามที่รถเมล์เบรก คอเพลิงแทบหักลงไปจนพีคต้องรีบคว้าตัวเอาไว้ ก่อนจะจับหัวเพลิงเอนนอนซบเข้ากับไหล่ของเขา พลางเหลือบตามองคนเพลียจัดที่หลับตาพริ้ม พร้อมกับได้กลิ่นแชมพูอ่อนจากเส้นผม ทำให้พีคเผลอยกยิ้มอ่อนๆขึ้นมา โดยไม่รู้เลยว่ารอยยิ้มกับสายตาของตัวเอง เป็นสิ่งที่ผู้หญิงของพีคต่างโหยหาที่สุด 

 

************************************************

อีคนขี้หวงง อีคนขี้หึง หึงจนอีเพลิงงง

ตอนนี้มาแบบอัพความคืบหน้าของตาพีคกันเลยทีเดียวค่ะ

 

#เจ้าชิบะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น