แมวบนดวงจันทร์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

#17 - ไม่มีอะไรซับซ้อน -

ชื่อตอน : #17 - ไม่มีอะไรซับซ้อน -

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 123

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 15 พ.ค. 2562 22:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
#17 - ไม่มีอะไรซับซ้อน -
แบบอักษร

17

- ไม่มีอะไรซับซ้อน -

           “ผมบอกแล้วไง ว่าอีกหกเดือนจะกลับมาเอาคำตอบ ผมกลับมาแล้วนะ”

           “แจมิน ..”

           “ฉะนั้นพี่ตอบผมมาได้แล้วครับ ว่าถ้าผมจะแข่ง พี่จะยอมไหม

           สายตาของเขามุ่งมั่นมากจนใจเธอสั่น มองตานาแจมินได้เพียงครู่เดียว ลีดารินก็ต้องหันหลบ เธออยากตัดไฟเสียตั้งแต่ตอนนี้ แต่ไม่กล้ามากพอที่จะทำร้ายจิตใจเขาอีกครั้ง

           “ถ้าเงียบ แปลว่าพี่ตกลงนะ”

           “ .. ”

           หันกลับมามอง ก็ได้เห็นสีหน้าของเขาเปลี่ยนไป แจมินยิ้มมุมปากเหมือนกับว่าเขาชอบใจที่ในที่สุดก็หาทางเล่นงานเธอจนได้ ทำไมเขาจะไม่รู้ว่ารุ่นพี่คนนี้ขี้ใจอ่อนขนาดไหน รู้แต่แรกว่าเธอจะไม่ตอบรับแต่ก็จะไม่ปฏิเสธเหมือนกัน เมื่อก่อนน่ะเขาเข้าหาลีดารินแบบน้องชายคนหนึ่ง จนวันที่สารภาพรักก็ถูกปฏิเสธมา แต่คราวนี้เขาจะใช้โอกาสนี้เข้าหาเธอแบบผู้ชายคนหนึ่งบ้าง

           “มีคนดี ๆ อีกตั้งเยอะนะแจมิน จะมาเสียเวลากับพี่ทำไม”

           “ก็ผมชอบพี่

           “ .. ”

           “ผมเคยลองเลิกชอบพี่แล้ว แต่สุดท้ายผมก็ทำไม่ได้ เพราะแบบนั้น พี่ให้ผมลองดูใหม่สักครั้งเถอะนะครับ”

           ในรถตกอยู่ท่ามกลางความเงียบ นาแจมินมองเธออย่างแน่วแน่ สายตาเขามันแฝงการขอร้องอยู่ข้างใน ยิ่งทำให้ใจสั่น นึกย้อนถึงตัวเอง รู้ดีว่าความรู้สึกที่เขาเป็นอยู่น่ะมันเป็นแบบไหน แต่จะให้ตอบตกลงมันก็เหมือนกับให้ความหวังที่ไม่รู้จะเป็นจริงได้หรือเปล่า ซ้ำยังเพิ่มภาระให้ตัวเองอีก แต่ถึงจะตอบไปว่า ‘ไม่’ ก็รู้ดีว่ายังไงซะ เขาก็จะทำอย่างที่ใจต้องการอยู่ดี

           “พี่ไม่ต้องห่วงหรอกครับ”

           “ .. ”

           “ถ้าสุดท้ายผมแพ้จริง ๆ ผมจะรับผิดชอบความรู้สึกตัวเอง

- Oh! My teacher -

11.25 pm

The Elyxion Condominium 

12nd floor

           

           ในห้องทำงานขนาดพอเหมาะ มีเฟอร์นิเจอร์ที่จำเป็นสำหรับการใช้งาน ตู้หนังสือสูงเต็มไปด้วยหนังสือที่เจ้าของห้องชอบอ่าน จัดเรียงแยกประเภทอย่างเป็นระเบียบ โต๊ะทำงานถูกวางชิดกับมุมผนังเป็นรูปตัวแอล และที่เก้าอี้หน้าโต๊ะนั้น โดคยองซู กำลังนั่งอยู่

           เลนส์แว่นตาสะท้อนแสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ หากทว่าแววตาของเขากลับไม่ได้จดจ่อกับงาน เขาปล่อยให้เคอร์เซอร์กระพริบอยู่ด้านหลังตัวอักษรที่ตำแหน่งเดิมนั้นอยู่หลายนาทีแล้ว ท่ามกลางความเงียบ ดูเหมือนว่าเขากำลังคิดอะไรบางอย่าง

           “ .. ”

           เสียงกดกริ่งจากหน้าประตูห้องดึงให้เขาหลุดจากภวังค์ คยองซูหันมองนาฬิกาที่ข้างจอ เขาเผลอจนเวลาผ่านไปนานขนาดนี้ได้ยังไง แล้วดึกป่านนี้แล้วใครมากันนะ

           เขาลุกออกจากห้องทำงาน ดูที่จอแล้วก็ออกจะแปลกใจนิดหน่อย พัคชานยอลมาทำอะไรเวลานี้

           “มาทำอะไรของพี่เนี่ย” กดปุ่มคุยกับคนที่อยู่ข้างนอก พอมีการตอบรับ ชานยอลก็ยิ้มออก นึกว่าจะต้องรอเก้อซะแล้ว

           “มาหาแนวร่วมสมาคมคนเหงา”

           ได้ยินคำตอบกับขวดแชมเปญรุ่นลิมิเต็ดวิบวับที่ชานยอลถือมาโชว์แล้วก็อดขำไม่ได้ คยองซูสั่นหัวเบา ๆ กดวางสายก่อนจะเดินมาเปิดประตูให้

           แชมเปญชั้นดีถูกรินลงแก้ว เสียงฟู่ ๆ ทำให้ห้องเงียบ ๆ นี้เหงาน้อยลงหน่อย พอรินครบสองแก้ว ชานยอลก็ยกแก้วหนึ่งมายื่นให้เพื่อนรัก ก่อนจะยกแก้วของตัวเองขึ้นจิบ แล้วตักกับแกล้มฝีมือเชฟโดกินไปอีกคำ

           “อ๊าห์ ~ ไม่ได้เงียบหูแบบนี้นานแค่ไหนแล้วเนี่ย” คุณชายพัคบ่นพร้อมไปยืดตัวบิดขี้เกียจ ทิ้งหลังลงกับโซฟานุ่มอย่างผ่อนคลาย

           “มีเสียงเด็กเยอะ ๆ น่ะดีออก” คยองซูเอ่ย เขายิ้มขำเล็กน้อย จิบแชมเปญไปนิดหน่อยแล้ววางแก้วลงกับโต๊ะ จะว่าไปเขาก็ไม่ได้ไปเยี่ยมหลาน ๆ มาสักพักแล้วเหมือนกัน

           “ก็แกมันนาน ๆ ไปหาทีนี่หว่า ฉันเนี่ยอยู่ด้วยทุกวัน แต่เอาจริงมันก็มีความสุขดีแหละ พอพวกเขาไม่อยู่ก็กลายเป็นว่าเหงาไปเลย” ถึงจะรู้สึกสบายกาย แต่ใจก็รู้สึกขาดอะไรไป ถึงได้มาแวะบ้านเพื่อนแบบนี้ ยูฮวากับเด็ก ๆ ไปเที่ยวหาญาติ ๆ ที่จีนกันหมด ส่วนเขาต้องเคลียร์งานก่อน อยากจะให้ถึงวันมะรืนเร็ว ๆ จังเลยนะ

           ท่าทางชานยอลทำให้คยองซูขำ สภาพหัวฟู หน้ามัน ๆ ชายเสื้อหลุดลุ่ย กับเน็คไทไม่เป็นทรง นั่งกระดกเหล้าด้วยท่าทางคนย้อมใจเป็นคนคิดถึงลูกเมีย นี่ไม่เคยคิดเลยแฮะว่ารุ่นพี่หนุ่มฮอตสุดในรุ่นอย่างพัคชานยอลจะมาอยู่ในจุดนี้ได้

           “ว่าแต่ พี่ไม่ได้มาที่นี่เพราะแค่เหงาหรอกใช่ไหม”

           “ก็เห็นว่าช่วงนี้หายหน้าหายตา เลยแวะมาดูซะหน่อยว่าตายรึยัง”

           ชานยอลตอบ อยากจะหาอะไรเคาะหัวไอ้น้องจอมติสท์คนนี้ซะจริง บทจะมาก็มาจนต้องเตรียมกับข้าวเผื่อทุกวัน บทจะหายก็หายเหมือนไม่เคยมีอยู่บนโลก ถึงโดคยองซูจะเป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้วก็เถอะ แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี

           “อีกอย่าง ได้ข่าวว่าเธอกลับมาเหรอ?”

           ชานยอลเอ่ยถามโดยไม่ได้คิดอะไรมากนัก เขารินแชมเปญใส่แก้วอีก จิบแอลกอฮอล์อย่างผ่อนคลาย แต่ไม่นานนักบรรยากาศเงียบ ๆ ก็ทำให้เขาช้อนสายตามองอีกคน เห็นอาการของโดคยองซูก็รู้ได้ทันทีว่า อีกคนไม่ได้สบายใจในเรื่องนี้เท่าไหร่นัก

           “แกไหวนะ?”

           เสียงทักกับมือที่แตะเอื้อมมาแตะไหล่ดึงให้คยองซูหลุดจากภวังค์ ยิ้มบาง ๆ ให้พลางผงกหัว ก่อนจะยกแก้วดื่มบ้าง

           ห้องกว้างกลับมาเงียบเสียงอีกครั้ง ชานยอลไม่ได้เซ้าซี้อะไรต่อตามนิสัย แล้วก็รู้ดีว่าถามย้ำไปก็ไม่ช่วยให้ได้คำตอบอะไร ต่างคนต่างนั่งอยู่กับที่โดยไม่พูดอะไร แต่รับรู้ความรู้สึกของอีกฝ่ายได้ด้วยความสนิทสนมกันมานาน พัคชานยอลคอยเหลือบมองโดคยองซูเป็นระยะ จนกระทั่งเขาเติมแชมเปญอีกในรอบที่สาม เสียงพูดถึงดังขึ้น

           “พี่กับยูฮวาไม่มีปัญหาอะไรกันใช่ไหม?”

           คุณชายโดเอ่ยถาม ท่าทางของเขาอาจเหมือนแค่อยากจะหาเรื่องชวนคุย แต่คนที่เป็นเพื่อนรักก็รู้ว่าเขาอยากได้คำตอบอย่างจริงจัง และนี่เป็นคำถามที่แค่ใช้เปิดเรื่องเท่านั้น

           “ก็มีบ้าง แต่เราก็คุยกันตลอด ปัญหามันเลยไม่ใหญ่ขึ้น พอแก้ก็หายไป อยู่ด้วยกันก็มีเศร้าบ้าง แต่สุขมากกว่า ฉันว่า .. มันก็คงเป็นเรื่องปกติของชีวิตคู่มั้ง” พูดเสร็จก็ยักไหล่เบา ๆ ก่อนจะเอ่ยต่อ “ถามทำไม กลัวฉันทำน้องเสียใจอีกรึไง? แกก็รอกระทืบฉันอีกคนเหรอวะ”

           คยองซูยิ้มขำ ที่ว่ามาก็มีส่วน คิมยูฮวาก็เหมือนน้องสาวแท้ ๆ ของเขาคนหนึ่งนี่นา เธอโตมากแล้วแต่ก็ยังห่วงอยู่ “ก็แค่อยากรู้ อยู่ด้วยกันดีก็ดีแล้ว อีกอย่างที่ห่วง ก็ .. ตอนนั้น เห็นทะเลาะกันแรงนี่ ไม่คิดว่าจะดีกันได้”    

           เรื่องที่โดคยองซูพูดถึง ทำให้ชานยอลถึงขนาดพ่นลมหายใจเฮือกใหญ่พร้อมกับทิ้งตัวกับพนักพิง เงยหน้ามองเพดานอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยกศีรษะขึ้นมามองอีกคนนิ่ง แล้วขำเบา ๆ

           “จริง ๆ ตอนนั้นก็ไม่คิดว่ายูจะยอมกลับมาดีด้วยหรอก กลัวหน้าแตกโคตร ๆ เลยว่ะ”

           “แล้วทำไมถึงทำงั้น”

           “ก็ .. ก็มันรักไง แค่นั้น ไม่มีอะไรซับซ้อน” ชานยอลยักไหล่ ตักกับแกล้มกินไปอีกคำ ชำเลืองมองมือถือ เห็นข้อความจากสุดที่รักแจ้งเตือนมาก็หยิบขึ้นมาตอบอย่างเร็ว

           พอชานยอลเงียบไป คยองซูก็ไม่พูดอะไรต่อ เขายกแก้วขึ้นดื่มพลางคิดสิ่งที่ได้ฟัง ก็นั่นสินะ ในเมื่อรักก็แค่เดินหน้า ไม่เห็นจะมีอะไรซับซ้อน แต่ .. เขาก็ยังไม่แน่ใจอีกอยู่ดี

           “แล้ว .. เรื่องแย่ ๆ ที่เราเคยทำกับเธอไว้ล่ะ มันจะไม่เหมือนกับ .. จงใจทำให้เธอเจ็บปวด แล้วพอพอใจก็กลับมาปลอบ มาหาความสุขด้วย เหมือนตบหัวแล้วลูบหลังอะไรแบบนั้นน่ะ ไม่ดูเห็นแก่ตัวไปหน่อยเหรอ”

           ประโยคยาว ๆ ที่โดคยองซูพูด มันดูเหมือนจะไม่ใช่ตัวเขาเอาซะเลย และมันก็ทำให้พัคชานยอลแปลกใจไม่น้อย รับรู้ได้ว่าอีกคนคงคิดเรื่องนี้และจมอยู่กับมันมานานเอาการ

           คยองซูมองแก้วที่ถืออยู่ เขาขยับมือให้ของเหลวในนั้นไหลวนเบา ๆ คำตอบที่อยากฟังจากอีกฝ่าย เว้นช่วงนานเกินไป เขาจึงช้อนสายตาขึ้น มองชานยอลอย่างถามย้ำ

           “ก็เรากลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ ถ้ามีโอกาส แล้วอยากจะเริ่มต้นใหม่ เราก็ควรทำไม่ใช่รึไง”

           “แล้วถ้ามันเป็นแบบเดิมล่ะ ..”

           “ .. ”

           “ถ้าสุดท้ายเราก็ทำให้เธอเสียใจเหมือนเดิม .. ถ้า .. ถ้าเราไม่ดีพอสำหรับเธอล่ะ

           ชานยอลขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาครุ่นคิดตามที่อีกคนพูด นึกย้อนถึงตัวเอง เขาก็คิดว่าหลังจากครั้งนั้นก็ไม่ได้ทำอะไรผิดพลาดนะ ทำให้กระจ่างว่าที่คยองซูพูด คงหมายถึงเรื่องของตัวเอง แต่ว่าก็ยังมีสิ่งที่น่าสงสัยอยู่

           “คนที่แกกำลังหมายถึงเนี่ย เป็นคนละคนกับที่ฉันคิดใช่ไหม?”

           มีเพียงเสียงหัวเราะแทนคำตอบ คยองซูยกแอลกอฮอล์ดื่มไปอีกทั้งแก้ว ท่าทางของเขาแทนคำตอบที่ชานยอลถามได้ แต่ก็สร้างคำถามเพิ่มอีกเหมือนกัน ทว่าก็ไม่อยากซักไซ้มาก ถึงเวลาก็คงจะรู้เองว่าใครกัน ที่ทำให้พ่ออาจารย์จอมเฮี้ยบนี่คิดมากได้ขนาดนี้

           “ยังไงก็เอาเถอะ ก็อย่างที่บอก ถ้ามันมีโอกาสให้เริ่มใหม่ก็ควรจะเดินหน้า”

           “ .. ”

           “แล้วไอ้การที่ผู้หญิงคนเดียวบอกว่าแกไม่ดีพอสำหรับเธอ ไม่ได้แปลว่าแกจะไม่ดีพอสำหรับคนทั้งโลกนะเว้ยคยองซู”

- Oh! My teacher -

Sunday

10.27 am

Dongmin’s Condominium

         หลังจากนั่งหน้าคอมฯมาตั้งแต่เช้า งานส่วนที่ดารินต้องทำก็จบไปอีกหนึ่งอย่าง ร่างเล็กลุกมายืดเส้นยืดสายบิดขี้เกียจจนหนำแล้วเธอก็เดินไปเปิดตู้เย็น กวาดสายตาสำรวจไปทีละชั้นก็เห็นว่าในตู้ในโล่งแปลก ๆ ของที่อยากกินก็ไม่มี ช่วงนี้ลีดงมินทำงานหนักเลยไม่ค่อยได้ดูแลห้องเท่าไหร่

           แกร๊ก

           ดารินไปที่ห้องนอนของพี่ชาย เปิดประตูเข้าไปเงียบ ๆ ผ้าม่านในห้องปิดมิดชิด ตัวสูงโย่งนอนเฉียงกินพื้นที่ทั้งเตียง หลับสบายตลอดคืนจนสายโด่งก็ไม่มีทีท่าว่าจะตื่น เห็นแบบนั้นก็ไม่อยากจะกวน เธอก็เลยปิดประตูลงเงียบ ๆ

           “ไปเองก็แล้วกัน”

           บอกตัวเองแล้วก็ยักไหล่ เข้ามาเปลี่ยนชุดในห้อง เสร็จแล้วก็ออกมาพร้อมถุงผ้าใบใหญ่ ยืนมองกระจกบานสูงที่ติดข้างประตูห้อง ลุควันนี้ให้ฟีลแบบแม่บ้านไปช้อปปิ้งกับข้าวกับปลาเข้าบ้าน คิดในใจว่าเมื่อไหร่พี่ชายจะมีเมียเป็นตัวเป็นตนมาดูแลเขาซะทีกันนะ แต่คิดอีกทียังไม่มีน่ะดีแล้ว เธอจะได้หาข้ออ้างว่ามาอยู่ดูแลพี่ชายที่โสดแถมทำงานหนักแบบนี้ไง

           ห่างจากคอนโดฯไม่มาก มีซุปเปอร์มาเก็ตตั้งอยู่ สองมือกำลังจับที่จับรถเข็น พลางใช้สายตาสำรวจของสดที่วางบนเชลฟ์ ยังคิดไม่ออกว่าอยากกินอะไรเป็นพิเศษ แต่ขนมที่ไว้กินเล่นน่ะเต็มรถไปหมด

Rrrrrrrrrrrrrrrr

           เสียงโทรศัพท์ดังเตือนทำให้ต้องหยุดเดิน ล้วงหยิบมือถือในถุงผ้ามาดู เบอร์ที่โชว์ทำให้ขมวดคิ้วเล็กน้อย สังหรณ์ใจว่าคงมีเรื่องอะไรแน่ ๆ

           “ว่าไงมึง ฮะ? จะแก้เหรอ ก็ได้นะ มาร์คไว้ดิว่าตรงไหนแล้วก็ส่งมา เออ แต่ก็ไม่รู้จะแก้ต่างจากนี้ยังไงแล้วว่ะ .. ไม่เห็นเป็นไรเลยมึง จารย์แม่ด่าเดี๋ยวก็บอกปะว่าต้องทำไงอ่ะ ก็มันไม่รู้จะทำไงแล้วนี่ .. เออน่า”

           ลีดารินคุยโทรศัพท์ไปพลางมองสำรวจ เธอสะดุดเข้ากับโซนผลไม้ที่วันนี้มีผลไม้ที่หากินยากวางขายอยู่ขายอยู่ด้วย ไม่รอช้า รีบเข็นรถเข้าไปตรงนั้น มองไม่นานก็ตัดสินใจเลือกเจ้ามะม่วงสีเหลืองน่ากินเป็นอย่างแรก

           “นัดไว้แล้ว ๆ พรุ่งนี้บ่ายสองครึ่ง เดี๋ยวกูแก้ให้ที่มึงบอก เสร็จแล้วมึงก็ปริ้นท์ไว้เลย จะได้ไม่ต้องไปวิ่งวุ่นที่มอ อื้อ ๆ ”

           เอียงคอเอาโทรศัพท์หนีบไว้กับไหล่ ยังคงคุยกับปลายสาย ขณะที่ยืนเลือกมะม่วงไปด้วย ความไม่คุ้นชินกับผลไม้จากเมืองร้อน ทำให้เธอต้องเลือกไม่ค่อยถูก ใช้สมาธิกับมันจนตอบโจควอนติด ๆ ขัด ๆ

           “ลูกนี้จะอร่อยไหมอ่ะ ฮะ? เออ กูเลือกมะม่วงอยู่ ฟังจ้าฟัง พูดต่อดิ อื้อ”

           ดารินต้องฟังโทรศัพท์แต่ก็ไม่ยอมละมือกับเจ้ามะม่วงที่ส่งกลิ่นหอม ๆ อยู่ตรงหน้า เริ่มมีคนมารุมเลือกเหมือนเธอบ้างแล้ว ยิ่งรนว่าจะไม่ได้ผลดี ๆ กลับไป ก็เลยรีบหยิบลูกนั้นลูกนี้ใส่ถุง ไม่สนใจสังเกตอะไรแล้ว และก็ไม่ได้ใส่ใจด้วยว่า ที่ทางด้านซ้าย มีใครมายืนอยู่ด้วยได้ครู่หนึ่งแล้ว

           “ .. ”

           มะม่วงสุกลูกที่กำลังเอื้อมมือไปหยิบ ถูกคนอื่นคว้าตัดหน้าไปซะก่อน จะไม่สนใจนักหรอก ถ้าคุณคนนั้นเขาไม่ได้คว้าไปแล้ววางลงกับที่ แล้วจากนั้นก็ไปหยิบอีกลูกมาใส่ถุงของเธอแทน หน้าเล็กหันไปมองคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ทันทีที่เห็นหน้าเขา ใจมันก็หล่นหายไปหมด

         (“ฮัลโหล ดาริน ฟังกูอยู่ไหม?”)        

         “ข่ะ .. แค่นี้ก่อนนะ ..”

           ตอบโจควอนไปได้แค่นั้นก็กดวางสาย นิ่งค้างมองคยองซูที่กำลังดมผลมะม่วงอยู่ และดูท่าผลนั้นคงจะดีตามที่ต้องการ เขาถึงเอามาใส่ถุงให้เธออีก

           “พี่ ..”

           “เอาอีกไหม? พี่จะได้เลือกให้อีก”

           เขาเอ่ยถามพลางเอื้อมมือไปดูผลมะม่วงที่วางอยู่ไกลออกไป สีหน้าดูสดใส ถึงวันนี้เขาจะใส่แว่นหนาเตอะ แต่ก็เห็นได้ชัดว่าดวงตาทรงเสน่ห์ของเขากำลังยิ้มอยู่

           “พะ .. พอแล้วก็ได้ค่ะ แค่นี้ก็เยอะมากแล้ว แล้ว .. พี่ทำไมมาถึงมาอยู่แถวนี้ล่ะคะ?”

           “ก็มาคอนโดดงมินน่ะ” คยองซูตอบพลางเลือกมะม่วงมาอีก เขาเอาอีกสองสามผลมาใส่ถุงให้น้องแล้วช่วยมัดก่อนจะยกใส่รถเข็น หันมากลับมามองร่างเล็ก สีหน้าเธอดูเหมือนจะผิดหวังกับคำตอบของเขาอยู่นะ

           “พี่ดงมินยังไม่ตื่นเลยค่ะ เดี๋ยวรินโทรปลุกให้นะ”

           “ไม่เป็นไร ปล่อยเขานอนไปเถอะ”

           “อ้าว? แล้ว--”

           “ที่มาคอนโดดงมิน เพราะอาเซยองบอกว่าเราอยู่ที่นี่น่ะ”

           “ .. คะ? ..”

           “เราไม่ได้กินข้าวด้วยกันนานแล้วนะ อยากกินอะไรเป็นพิเศษไหม?”

           

- Oh! My Teacher -

           

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น