I'mDK
email-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Intro [ฉบับรีไรท์อายุยัยหนูชีอัน]

ชื่อตอน : Intro [ฉบับรีไรท์อายุยัยหนูชีอัน]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 838

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 18 พ.ค. 2562 20:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Intro [ฉบับรีไรท์อายุยัยหนูชีอัน]
แบบอักษร

 

8 ปีก่อนหน้า

 

ผลั่ก! ตุบ!

 

           “อีลูกทรพี กูบอกให้มึงไปกับเสี่ยแล้วมึงหายหัวไปไหนมา!” ฉันกำลังถูกคนที่ได้ชื่อว่าแม่ทุบตีอย่างหนัก ริมฝีปากของแม่เอาแต่ก่นด่าฉันไม่หยุด

 

           “อื้อ...” ฉันได้แต่เอาแขนกุมท้องเอาไว้ ความเจ็บแปลบของการถูกเท้าเตะเข้ามาอย่างจังทำเอาทั้งจุกทั้งเจ็บ

 

           ฉันเจ็บมาก...เจ็บจนร้องไห้ออกมาไม่ได้

 

           ทั้งที่ทุกคนก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่กลับไม่มีใครเข้ามาช่วยเหลือเลยสักนิด พวกเขาเพียงแค่เป็นหูเป็นตาให้แค่นั้น

 

           ทั้งที่ฉันเพิ่งอายุเก้าปีเองแท้ๆ เด็กแบบฉันไม่สมควรมาเจอเรื่องแบบนี้เลยสักนิดเดียว

 

           “มึงมานี่เลยนะ!” น้ำเสียงเกรี้ยวกราดของแม่ดังขึ้นพร้อมกับแรงกระชากให้ฉันลุกขึ้นไปตามแรง แม่ลากฉันมาจนถึงประตูจากนั้นฝ่ามือของแม่ก็ได้ทำการเปิดประตูออกมา

 

           ตอนนี้บรรยากาศข้างนอกกำลังมีสายฝนที่กระหน่ำลงมาอย่างรุนแรง แม่กระชากฉันออกจากบ้านและไปตามทางเรื่อยๆ จนมาถึงกลางถนนที่ไหนสักที่จากนั้นแม่จึงเหวี่ยงฉันลงกับถนนที่มืดสนิท

 

           “มึงอยู่นี่แหละ จนกว่าฝนจะหยุดมึงห้ามเข้าบ้านเด็ดขาด”

 

           “…”

 

           “นี่คือบทลงโทษที่มึงกล้าหนีกู” หลังจากนั้นแม่จึงหันกลังกลับไปทิ้งให้ฉันนั่งมองเธออยู่อย่างนั้น

 

           ฉันในตอนนี้น่ะ...อยากจะตายให้รู้แล้วรู้รอด ตั้งแต่เกิดมาแม่ไม่เคยเลี้ยงดูฉัน ทะนุถนอมฉันเหมือนลูกในครอบครัวอื่นๆ เลยสักนิด หรือเพราะฉันคือเด็กอย่างว่ากันล่ะ แม่ฉันน่ะเมื่อก่อนที่จะท้องฉันเคยขายตัวมาก่อน แต่ไม่รู้ไปทำอีท่าไหนถึงได้ท้องฉันขึ้นมา พอแม่รู้แม่ก็พยายามทำทุกอย่างเพื่อแท้งฉันแต่ฉันก็ไม่ยอมแท้งจนสุดท้ายแม่ก็ต้องจำใจท้องฉันจนฉันคลอดออกมา พอฉันลืมตาดูโลกแม่ก็ได้ส่งฉันให้กับยายเลี้ยงจนอายุครบสามปีแม่ถึงได้เอาฉันไปอยู่ด้วย ในตอนนั้นฉันคิดว่าแม่จะเลี้ยงฉันอย่างดีเหมือนกับที่ยายทำแต่มันไม่ใช่เลย แม่บังคับฉันให้ทำงานบ้าน บังคับให้เอาสุรามาให้ตั้งแต่เด็ก จิกกัดใช้ตั้งแต่ตอนนั้น พอโตหน่อยก็เริ่มเสนอตัวฉันขายให้กับเสี่ยเอาไปเลี้ยงดูเป็นเมียในอนาคต ซึ่งแน่นอนว่าฉันไม่ต้องการถึงได้หนี...

 

           พอแม่รู้แม่ก็โกรธและลงมือทุบตีฉันราวกับฉันไม่ใช่คน ปากก็บ่นว่า ‘มึงไม่น่าเกิดมามีชีวิตอยู่เลย’ มันเป็นแบบนี้ประจำ...

 

           “ฮึก...” ฉันได้แต่นั่งนิ่งอยู่อย่างนั้นท่ามกลางสายฝนที่ตกกระหน่ำ ได้แต่ภาวนาให้ฝนหยุดตกสักที...อย่าทำให้ฉันต้องเกลียดแกไปมากกว่านี้เลยนะ

 

           [Daniel Talk’s]

 

           “แน่ใจนะครับคุณแดนว่าทางนี้ออกถนนใหญ่ได้?” เคลวินหันมาถามผมที่นั่งมองสายฝนที่โหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่งเหมือนผมตอนนี้

 

           “แน่ใจดิ” ผมพยักหน้ารับ

 

           วันนี้เป็นวันที่ครอบครัวผมจะได้เจอกันแบบพร้อมหน้าพร้อมตากันแต่ผมดันเรียนเลิกดึกไปหน่อยก็เลยพยายามหาทางลัดกลับบ้านให้ทันสองทุ่มครึ่งก่อนที่จะโดนมัมด่าหูฉีก

 

           ส่วนไอ้คนที่ขับรถข้างกายผมคือเคลวิน มันเป็นคนสนิทของผมเอง เราสนิทกันมาตั้งแต่เด็กแล้ว สนิทกันตั้งแต่สมัยอยู่อังกฤษจนย้ายมาอยู่ไทยด้วยกันนี่แหละ

 

           เอี๊ยด!

 

           ในขณะที่ผมกำลังคิดอะไรเพลินๆ อยู่ จู่ๆ ไอ้คนข้างๆ ก็ดันเบรกรถกะทันหันจนผมแทบหัวทิ่ม พอตั้งตัวได้ผมจึงหันไปมองมันด้วยสายตาดุดัน แต่เจ้าตัวมันกลับมองอะไรบางอย่างด้วยสายตาอึ้งๆ นอกกระจกรถ ผมจึงหันไปมองตามสายตานั้นก็พบกับ...

 

           “เฮ้ย!” เด็กน้อยที่นั่งตัวสั่นเทาอยู่หน้ารถ เนื้อตัวเปียกปอนไปหมด ผมเห็นดังนั้นด้วยความเป็นคนดีจึงเปิดประตูรถออกไปหาเด็กคนนั้น

 

           “หนู” ผมตะโกนเรียกเธอ เพียงไม่วินาทีใบหน้าที่มีแต่เส้นผมปรกก็ค่อยๆ เงยหน้ามามองผม

 

           ใบหน้าเล็กที่เผยความน่ารักนั่นมันไม่ได้เข้ากับสถานการณ์ในตอนนี้เลยสักนิดเดียว เด็กแบบเธอควรจะอยู่ในที่ที่ดีกว่านี้สิ

 

           “…”

 

           “มากับฉันก่อน” ด้วยความที่ไม่รู้จะแทนตัวเองด้วยสรรพนามอะไรผมจึงแทนตัวเองว่าฉันไปก่อน

 

           เด็กคนนั้นจ้องผมนิ่ง ไม่ขยับตัวไปไหนแม้แต่นิดเดียวผมจึงโน้มตัวไปอุ้มเธอขึ้นรถพร้อมกับสอดแทรกตัวเองเข้าไปนั่งด้วย

 

           “ทำไมถึงได้ไปนั่งตากฝนแบบนั้น แล้วแม่หนูอยู่ไหน” ทันทีที่เข้ามาในรถผมก็ยิงคำถามใส่ทันที

 

           “…” แต่สิ่งที่ได้มากลับคือความเงียบซะอย่างงั้น

 

           “หน้ากูโหดไปเหรอวะไอ้วิน” ผมหันไปถามคนที่นั่งอยู่เบาะคนขับ “เด็กไม่คุยกับกูเลยว่ะ”

 

           “คงงั้นมั้งครับ” อีกฝ่ายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่เหมือนกำลังกลั้นขำอะไรบางอย่าง

 

           ขำเหี้ยไรมันวะ

 

           “เธอ...” และแล้ว...สรรพนามของเด็กตรงหน้าก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง “ฉันไม่ทำอะไรเธอหรอก ไม่ต้องกลัว” ผมพยายามใช้น้ำเสียงให้อ่อนที่สุดเท่าที่จะทำได้ และแล้วคนตรงหน้าผมก็เริ่มเปล่งเสียงขึ้นมา

 

           “หนู...”

 

           “…”

 

           “ถูกทิ้งให้อยู่ตรงนี้ค่ะ” น้ำเสียงแหบพร่าของเด็กหญิงตรงหน้าบอกพลางก้มหน้างุด

 

           ไอ้ที่บอกว่าถูกทิ้งนี่หมายความว่ายังไงกันวะ?

 

           พอได้ซักไซ้ถามผมก็ได้รู้ความจริงว่าเด็กคนนี้กำลังจะถูกขายให้กับใครบางคนเธอก็เลยหนี พอกลับไปบ้านก็ถูกคนที่เป็นแม่จับได้ และโดนทุบตีจากนั้นจึงลากมาปล่อยไว้ที่ถนนเปลี่ยวขนาดนี้

 

           ทำไมถึงได้เลวขนาดนี้วะ แล้วถ้าเกิดไม่ใช่ผมที่มาเจอแต่เป็นแก๊งขโมยเด็กอย่างนี้ล่ะ ชีวิตเธอจะไม่แย่ไปกว่านี้แล้วงั้นเหรอ?

 

           “คุณแดนจะเอายังไงต่อครับ” ไอ้วินหันมาถามในขณะที่พวกเราขับรถมาจนถึงหน้าบ้านของเธอ เด็กน้อยก้มหน้างุดพยายามเบี่ยงตัวหนีเหมือนไม่อยากลงไปเหยียบบ้านหลังนั้นอย่างงั้นแหละ

 

           โอเคผมเข้าใจ แผลในใจเด็กไม่ใช่ที่จะแก้ไขได้ง่ายๆ

 

           และด้วยความที่ผมค่อนข้างตัดสินใจเร็วบวกกับความปากไวแล้วสิ่งที่ผมเอ่ยออกไปนั้นก็ทำเอาไอ้วินนิ่งไปเลย “ฉันจะเอาเด็กคนนี้ไปเลี้ยง”

 

           “…”

 

           “อะไร” ผมถามเสียงห้วน

 

           “คุณแดนแน่ใจแล้วเหรอครับว่าจะรับผิดชอบชีวิตเด็กคนนี้ไหวขนาดชีวิตคุณคุณยังเอาตัวเองไม่ค่อยจะรอดเลยนะครับ” คำพูดของเคลวินที่เหมือนจะหลอกด่าผมทำเอาผมหน้าชาดิก

 

           “เอาน่า” ผมตอบกลับไปแบบไม่คิดอะไรมาก

 

           ชีวิตผมนั้นเกิดมาบนกองเงินกองทอง พ่อแม่เลี้ยงผมมาอย่างดีไม่ขาดตกบกพร่อง อยากได้อะไรก็มีคนพร้อมที่จะหามาถวายให้ตลอดเพียงแค่เอ่ยปาก ถ้าเทียบกับเด็กคนนี้แล้วผมอยากจะช่วยเธอให้รอดพ้นจากครอบครัวบ้าๆ นี่ซะ

 

           “แล้วแม่เขาจะยอมเหรอครับ”

 

           “อืม...” จากที่ฟังมาเมื่อครู่แล้วเด็กคนนี้บอกว่าแม่เธอจะเอาเธอไปขายถ้าอย่างงั้นแล้ว... “ถ้าแม่บอกจะเอาไปขายเดี๋ยวฉันซื้อเธอไปเลี้ยงเอง” และด้วยความที่ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยคิดอะไรมากไอ้เคลวินจึงหันมาด่าผมทันที

 

           “เด็กคนนี้ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงนะครับคุณจะซื้อมาเลี้ยงทำไมกัน”

 

           “อ้าว...”

 

           “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ” หลังจากที่นั่งเงียบมานานเสียงเล็กๆ นั่นจึงเอ่ยขึ้น “ถ้าเป็นเงิน...แม่หนูยอมทุกอย่างค่ะ”

 

           “หึ” และแล้วคำพูดของเธอก็ทำเอาผมกระตุกยิ้มอย่างห้ามไม่ได้

 

           นี่สิถึงจะทำให้เป็นเรื่องง่ายขึ้นมาหน่อย กับคนประเภทนั้นแค่เอาเงินให้ก็ยอมถวายทุกอย่างให้แล้ว

 

           ผมจัดการลงไปคุยกับแม่ของเธอ และตกลงกันอย่างเสร็จสรรพ ผมให้เงินเธอไปประมาณสองล้านห้าแสนบาทแลกกับการไม่ให้เข้ามายุ่งกับเด็กคนนั้นอีกไม่ว่าจะด้วยสถานะไหนก็ตามเพราะถือว่าตอนนี้เด็กคนนั้นเป็นของผมแล้ว

 

           และเธอก็ได้ให้เอกสารทุกอย่างเกี่ยวกับเด็กคนนี้มาให้ ผมจึงได้รู้ว่าเธอชื่อ ‘ชีอัน’

 

           [Daniel Talk’s End]

 

           ปัจจุบัน

 

           “เรากลับก่อนนะ” ฉันโบกมือลาแพรวาก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปยังรถหรูสีดำสนิทที่จอดเทียบฟุตบาทอยู่หน้าโรงเรียน

 

           ฉันเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถทันทีที่เข้าไปนั่งร่างกายฉันก็สัมผัสเข้ากับความเย็นฉ่ำของแอร์รถ คนข้างตัวหันมามองฉันพร้อมกับส่งยิ้มอบอุ่นมาให้

 

           อ่า...ตั้งแต่ที่ฉันมาอยู่กับเขานี่ก็ปาไปหกปีแล้วสินะ

 

           “เรียนเป็นยังไงบ้าง”

 

           “ก็...ไม่รู้เรื่องเป็นบางวิชาน่ะค่ะ” ฉันบอกไปตามความจริง “วันนี้เลิกงานเร็วเหรอคะ” และไม่ลืมที่จะเปลี่ยนหัวข้อสนทนาด้วย

 

           “อืม” เขาตอบกลับด้วยเสียงในลำคอ

 

           ระหว่างทางพวกเราไม่ได้คุยอะไรกันมากมายเพราะมันก็ไม่มีเรื่องที่จะต้องพูดคุยกันอยู่แล้ว จะมีก็เพียงแค่ถามสารทุกสุกดิบกันแค่นั้น

 

           คุณแดนเอนศีรษะพิงเข้ากับเบาะข้างหลัวก่อนจะหลับตาลงด้วยความอ่อนเพลีย ฉันล่ะแอบสงสารเขาจริงๆนะ ตั้งแต่ที่เขาเรียนจบโทก็เอาแต่ทำงานอย่างบ้าคลั่ง เวลาแทบไม่มีเลยสักนิด ซึ่งฉันไม่อยากให้เขาผิดหวังในตัวฉันมากจึงพยายามตั้งใจเรียนไม่ทำตัวเหลวไหล

 

           พอเวลาผ่านไปจากคนที่ค่อนข้างเฟรนลี่ก็แปรเปลี่ยนเป็นคนที่นิ่งงัน จริงจังกับงานขึ้นมาราวกับคนละคน เพิ่มขึ้นมาคือความโหดของเขาด้วย

 

           ตอนนั้นที่ฉันบังเอิญตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะหิวกะว่าจะลงมาหาอะไรกินสักหน่อยแต่กลับเจอคุณเขากำลังเอาปืนจ่อใครบางคนอยู่พร้อมกับยิงเขาคนนั้นจนเสียชีวิตคาที่ จากที่หิวๆอยู่ก็อิ่มขึ้นมาโดยอัตโนมัติ เหตุการณ์วันนั้นมันติดตาฉันมากจนนอนแทบไม่หลับไปเกือบอาทิตย์เลยทีเดียว

 

           “คุณแดนคะ” หลังจากที่เงียบมานานจู่ๆ ฉันก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่ไหลออกมาจากตรงนั้น ความอุ่นร้อนของมันบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าคืออะไร

 

           อันที่จริงฉันไม่ได้อยากรบกวนเขานะแต่ตอนนี้มันจำเป็นจริงๆ

 

           ฉันพยายามจัดท่านั่งของตัวเองให้เลือดประจำเดือนเลอะน้อยที่สุดและเป็นจังหวะเดียวกันกับที่คนข้างๆ ขานรับโดยที่ยังไม่ลืมตาขึ้นมา

 

           “หืม”

 

           “ช่วยแวะเซเว่นให้หน่อยได้ไหมคะ”

 

           “…”

 

           “แล้วก็ช่วยลงไปซื้อผ้าอนามัยให้หนูทีค่ะ”

 

           สิ้นสุดคำนั้นของฉันเท่านั้นนั่นแหละ จากที่ดวงตาปิดสนิทกลับกลายเป็นว่าลืมตาตื่นขึ้นมาไร้ซึ่งความอ่อนเพลียใดๆ

 

           ก่อนจะหันหน้ามามองฉันอย่างอึ้งๆ “เธอว่าไงนะ”

 

           “หนูบอกว่าช่วยไปซื้อผ้าอนามัยให้หนูทีค่ะหนูลงไปซื้อเองไม่ได้”

 

           และนั่นแหละทันทีที่รถจอดหน้าเซเว่นเข้าจึงลงไปซื้อผ้าอนามัยให้ฉันโดยไร้ซึ่งเสียงใดๆ

 

.....

 

 

Talk

.

.

.

คอมเมนต์ด้วยนะคะ <3 อยากจะบอกว่าไรท์มาอัพทุกวันค่ะ คิกค้ากกกกกกกก เมนต์ๆหน่อยน้าาาา จะได้มาต่อให้เร็วๆ จุ๊บๆ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น