เงาลดา

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ทางที่เลือกเดิน

ชื่อตอน : ทางที่เลือกเดิน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 12

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 15 พ.ค. 2562 19:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ทางที่เลือกเดิน
แบบอักษร

    การยกระดับของวงการแพทย์คือหน้าที่หลักที่ซากุระเต็มใจอย่างยิ่งที่จะทำมัน และหน้าที่รองของซากุระคือการเป็นเสมือนนินจาเงาให้ท่านรุ่นห้า  เคลื่อนไหวในเงามืดและรับคำสั่งจากท่านรุ่นห้าเพียงคนเดียว

         ที่จริงมันก็คล้ายหน่วยราก แต่ฝั่งนั้นเคลื่อนไหวเพื่อโคโนฮะต่างจากเธอที่เคลื่อนไหวเพื่อโฮคาเงะ

          แน่นอนว่าเผื่อแผ่ผลประโยชน์ให้โคโนฮะด้วยเพียงแต่ไม่ใช่โดยตรง

       แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นสองอย่างที่กล่าวมาเป็นเรื่องของอนาคต ซากุระในตอนนี้ยังไม่พร้อมสักเท่าไหร่

        ทุกอย่างในตอนนี้ที่ทำได้คือช่วยจัดเอกสารและช่วยงานยุ่งยากของซึนาเดะ โดยที่โฮคาเงะสาวไม่ได้มีไฟอยากจะทำหน้าที่ตัวเองเลยแม้แต่น้อย

        ทุกอย่างใกล้เข้าที่เข้าทาง ต่อจากนี้ซากุระไม่ต้องยุ่งกับส่วนนี้อีกเพราะเป็นหน้าที่ของชิซึเนะ ดังนั้นหลังจากวันนี้เป็นต้นไปเธอจะทุ่มเทตัวให้กับการฝึกอย่างจริงจังหลังจากหยุดชะงักไปเพราะเรื่องของซาสึเกะ

        “ทั้งหมดก็มีแค่นี้ล่ะซากุระจัง ขอโทษที่ทำให้เหนื่อยนะ” ชิซึเนะยิ้มก่ำกึ่งระหว่างรู้สึกผิดที่ทำให้เด็กหญิงเหนื่อยกับขอบคุณที่อีกฝ่ายอุตส่าห์มาช่วย

        “ยินดีอยู่แล้วค่ะ แต่หลังจากนี้พี่ต้องเหนื่อยหน่อยนะ” ซากุระยิ้มให้แต่ประโยคหลังกลับทำหน้าตายหันไปมองผู้เป็นอาจารย์ที่นอนแผ่อยู่บนโต๊ะทำงานอันทรงเกียรติของโฮคาเงะ

         “จ้า” ชิซึเนะทำหน้าเหมือนวิญญาณจะหลุดให้ได้ เด็กหญิงจิ้งจอกหันมายิ้มให้กำลังใจก่อนขอตัวออกไปจากห้อง

        วันนี้ซากุระกะว่าจะไปเยี่ยมซาสึเกะสักหน่อย ตั้งแต่วันนั้นยังไม่ได้คุยกันสักนิด ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงบ้าง

        ทว่าเมื่อไปถึงภาพที่วาดไว้ว่าจะนั่งคุยถามสารทุกข์สุขดิบกับอีกฝ่ายก็พังครืนเพราะดันมาเห็นแจ็คพอตสองเด็กชายระหว่างคนอุจิวะและร่างสถิตพุ่งแลกพลังกันใส่กัน!

        ภาพทุกอย่างคล้ายๆ ดำเนินไปช้าๆ ซากุระเบิกตากว้างแต่ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ขาทั้งสองข้างถึงได้ก้าวออกวิ่งไปหาทั้งสองคนอย่างสิ้นคิด

        ชั่วเวลารวดเร็วขนาดนี้เธอหยุดทั้งสองไม่ทันแน่ ไม่รู้ด้วยว่าจะใช้วิชาแบบไหนหยุด ใช้ธาตุลมดีดเหรอ? บ้า! ถ้าพลาดทั้งคู่ก็ตกระเบียงกันพอดี

         ระหว่างที่เธอยังมาไม่ถึง มันเกิดอะไรขึ้นกันนะ...ใครก็ได้ หยุดพวกเขาทีเถอะ!

        และเหมือนคำขอของเธอจะเป็นผลเมื่อคาคาชิที่โผล่มาจากไหนไม่รู้หยุดสองคนนั้นไว้!

        “!” ซากุระเบิกตากว้างพร้อมหอบหายใจหนักหน่วง “ทำบ้าอะไรกันเนี่ย!” เด็กหญิงแหวลั่น ใจเธอตกไปอยู่ที่ตาตุ่มจนนึกว่าหัวใจจะวายตาย ไม่เคยเห็นสองคนนี้แลกหมัดกันจริงจังขนาดนั้นมาก่อน

        “...” ไม่มีใครพูดอะไร และมันก็เป็นอย่างนั้นจวบจนแยกย้าย

        ซากุระเม้มปากมองหน้าซาสึเกะเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะออกไป เธอมีลางสังหรณ์ว่าอีกไม่นานหลังจากนี้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้น

        อย่างน้อยๆ ก็กับทีมเจ็ด...มันจะไม่เป็นเหมือนเดิมอีกต่อไป!

       

         ค่ำคืนนี้อากาศโดยรอบหนาวเย็น สายลมพัดหวีดหวิวเสียดแทงให้หนาวสะบั้นอยู่เรื่อยๆ เป็นเหตุให้ซากุระคิดว่าควรรีบกลับบ้านจะดีกว่า

         เพราะนึกคึกไปดูความก้าวหน้าของบ้านที่กำลังสร้าง ทำให้วันนี้กว่าเธอจะกลับก็มืดค่ำ แถมยังแวะไปนั่งจิบน้ำชาในร้านขนมอีก...ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมดึกป่านนี้เธอเพิ่งจะกลับ

         เดินมาไม่นานก็ต้องชะงักเมื่อเห็นว่ามีใครบางคนเดินอยู่ไกลลิบๆ และกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้

        เด็กหญิงแอบกระตุกรอยยิ้มจาง ไม่กี่เดือนซาสึเกะก็สามารถควบคุมร่างกายได้เกือบสมบูรณ์ เขารักษาสมดุลของร่างกายได้อย่างดีเยี่ยม

        อีกไม่นานหลังจากนี้ คาดว่าคงสามารถเดินด้วยฝีเท้าคมกริบและไร้เสียง...คงเป็นยอดนินจาคนหนึ่ง

        อุจิวะดูเบาไม่ได้จริงๆ

        “แน่ใจแล้วเหรอที่ทำแบบนี้” ซากุระเปิดบทสนทนาเมื่อเขาทำท่าจะเดินผ่านไปทั้งอย่างนั้น น่าประหลาดใจอยู่บ้างที่พอเห็นเขาเธอก็เดาได้ทันทีว่าเขาจะทำอะไร

        เขาจะไปแล้ว...

        ซาสึเกะยังคงเดินต่อไปไม่ได้หันกลับมา “ฉันตัดสินใจแล้ว”

       “แม้แต่เรื่องที่เธอจะกลายเป็นนินจาทรยศน่ะเหรอ?” เธอเลิกคิ้วเรียบเฉย คราวนี้หนุ่มอุจิวะหยุดฝีเท้าลง เขายืนนิ่งมองไปตรงข้างหน้า

        ซากุระรู้ดี...เขาไม่ได้หวั่นไหว คนอย่างซาสึเกะเมื่อตัดสินใจไปแล้วก็จะแน่วแน่ไม่เปลี่ยนใจ...เขาก็แค่หยุดฟังเธอ

        “หากนารูโตะรู้เรื่องเข้า พนันได้เลยว่าเขาจะรีบออกไปตามนายอย่างไม่ห่วงสารรูปของตัวเอง” แน่นอนว่าเธอจะไม่ห้าม นี่มันมิตรภาพลูกผู้ชายเขา

        “ต้องการจะบอกอะไร” ซาสึเกะหันมาในที่สุด พร้อมๆ กับซากุระที่หันมายืนประจันหน้ากับเขาเช่นกัน

        “เปล่า ก็แค่อยากถามให้แน่ใจว่าไม่คิดเปลี่ยนใจจริงๆ ใช่ไหม” ซากุระกอดอกมองเขา กระตุกยิ้มไร้ท่าทางที่จะห้ามอย่างที่เคยบอกไว้เมื่อไม่นานมานี้

        ซาสึเกะมองลึกเข้าไปในแววตานั่น นานแค่ไหนแล้วนะที่แววตาสีเปปเปอร์มิ้นต์นี่เปลี่ยนไป เปลี่ยนไปเรื่อยๆ จนตอนนี้ไม่มีแล้วสายตาแบบในอดีต

        มั่นใจ แพรวพราว เจ้าเล่ห์ แต่กลับมีเสน่ห์ที่ยากจะละสายตา แต่ที่ซาสึเกะรู้สึกหงุดหงิดใจคือมันไม่ได้สะท้อนภาพเขาเพียงคนเดียวเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว

        เหมือนจะเริ่มโต เริ่มที่จะมองโลกให้กว้าง ไม่คิดจะยึดติดเพียงแค่เขาเช่นเก่าก่อน

        ซาสึเกะยิ้มฉาบใบหน้าเล็กน้อย “เธอนี่...น่ารำคาญชะมัด”

        ซากุระเลิกคิ้ว “อ้อ...เหรอ”

        เด็กชายไม่พูดอะไร เพียงมองเธอนิ่งแล้วจู่ๆ เขาก็หายไปพร้อมลมวูบหนึ่งที่พัดผ่านร่างบาง!

        เธอพลิกตัวจะตวัดแขนใส่คนที่อยู่ด้านหลัง แต่เขากับไวกว่าคว้าข้อมือบางแล้วกดมันแนบกับลำตัวเธอไว้แน่น!

        แขนอีกข้างของเขาตวัดโอบรอบเอวรัดแน่นราวงูเหลือม! ซากุระดิ้นเล็กน้อยกำลังจะกระทืบเท้าใส่ แต่คางเจ้าตัวกลับยื่นเข้ามาเกยไว้ที่ไหล่มนของเธอ?

        “อ๊ะ” ซากุระอ้าปากพะงาบๆ เมื่อตกอยู่ในสภาพเหมือนโดนกอด ไม่สิ! เขาตั้งใจกอดเธอนั่นแหละ หลักฐานคือแขนที่กระชับแน่นขึ้นยังไงเล่า

        นานหลายอึดใจที่นิ่งค้างกันอยู่ท่านั้น ในที่สุดซาสึเกะก็เอ่ยทำลายความเงียบ “อยากไปกับฉันไหม”

        ซากุระที่กำลังคิดหาทางหลุดออกจากอ้อมกอดชะงักนิ่ง นานนับนาทีที่เธอนิ่งไป

        ไม่คิดเหมือนกันว่าเขาจะถามอะไรแบบนี้ ถ้าเป็นเมื่อก่อนตอนที่ยังไม่ได้ความจำครั้งอดีตกลับคืน เธอคงตอบว่าไปอย่างไม่ลังเล

        แต่ตอนนี้...เธอโตขึ้นแล้ว มีความคิดมีวิจารณญาณ รู้ว่าอะไรสำคัญ อะไรควรมาก่อน

        เธอไม่อาจทิ้งพ่อแม่ไปเพราะความเห็นแก่ตัวอยากอยู่กับเขา ไม่อาจทิ้งหน้าที่และภาระที่ต้องทำในฐานะนินจา...ฐานะลูกคนหนึ่ง

        เธอคือหนึ่งในผู้ที่ต้องสานต่อเจตจำนงแห่งไฟตามที่ปู่โฮคาเงะเคยฝากฝัง

        อีกอย่าง เธอมีหน้าที่ต้องทำในฐานะสายเลือดตระกูลเฟิ่ง

        “ฉันยังมีสิ่งที่ต้องทำ” ซาสึเกะยิ้มบางหลับตาลงซึมซับกลิ่นหอมกรุ่นของเจ้าหล่อน

        แม้จะไม่ได้พูดตรงๆ แต่เขาก็รู้ว่าเธอไม่คิดที่จะไปด้วย

        “เราต่างก็มีสิ่งที่ต้องทำ ทางเดินที่ต้องการ ซาสึเกะ...ฉันอยากจะทำตามหน้าที่อย่างที่ควรจะเป็น นายเองก็อยากจะได้พลังเพื่อแก้แค้น” ซากุระปล่อยตัวให้จมไปกับอ้อมกอดของเขา

        “แต่นายรู้อยู่แล้วใช่ไหม ว่าการที่ไปขอพลังจากโอโรจิมารุแบบนี้ผลมันจะเป็นยังไง” ซาสึเกะเพียงฟังนิ่งๆ

 

        “เจอกันครั้งหน้า...อาจเป็นศัตรู” ซากุระพูดเสียงนิ่ง

        “ฉันไม่มีวันทำร้ายเธอ” ซาสึเกะเอ่ยเสียงหนักแน่น แววตาขุ่นมัวเล็กน้อย

        ซากุระเพียงแค่ถอนหายใจไม่ได้พูดอะไร ซาสึเกะมองเสี้ยวหน้าหวานก่อนจะฉกจูบลงแก้มนิ่มจนซากุระตะลึงพรืด!

        ซาสึเกะแอบหลุดขำเมื่อเห็นท่าทางแข็งค้างของสาวเจ้า “รอฉัน หากแก้แค้นสำเร็จแล้วจะกลับมาหา” เธอเคยบอกว่าจะอยู่เป็นบ้านให้เขา

        “ห๊ะ! อ๋อใช่ ฉันเคยบอก” ซากุระเองก็จำเรื่องที่เธอเคยพูดได้ดี

        “อย่ามี...ใคร” ว่าถึงตอนนี้แขนแกร่งกระชับขึ้นจนซากุระสะดุ้ง

        “อ อ่า” ซากุระเลิกลักรู้สึกแก้มร้อนผ่าวขึ้นมาแปลกๆ

        “เข้าใจไหม” สายตากดดันทำเอาซากุระกระพริบตาปริบๆ เม้มปากอย่างอึดอัด

        ทำไมเธอต้องมาอยู่สภาพนี้ด้วยล่ะ

        “อ่า ฉันว่านายรีบไปก่อนดีไหม เดี๋ยวก็มีใครมาเห็นเข้าหรอก” ซาสึเกะกระตุกยิ้มให้คนเฉไฉเปลี่ยนเรื่อง

        “หึ ไม่ตอบก็ไม่เป็นไร ยังไงเธอก็หนีฉันไม่พ้นหรอก”

.

.

.

.

        “...” ซาสึเกะไปนานแล้ว ทิ้งให้ซากุระยืนค้างอยู่ตรงนั้น สุดท้ายก็ได้แต่เดินกลับบ้านไปอย่างงงๆ

        คืนนี้อากาศร้อนจังเลยเนาะ  แม่เอ๊ย หน้าแดงไปหมด

       เช้าวันต่อมาก็เป็นอย่างที่ซากุระคาด แม้จะช้าไปหน่อยแต่สุดท้ายทุกคนก็รู้แล้วว่าซาสึเกะหนีไป นารูโตะโวยวายยกใหญ่อย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด

         “ซากุระจัง! เราไปตามเจ้านั่นกลับมากันเถอะ” นารูโตะรบเร้ากับเธอตั้งแต่ที่รู้ว่าซาสึเกะหนีไป

        “...เฮ้อ นารูโตะ” เด็กหญิงทำหน้าอ่อนใจ “ฉันไม่คิดที่จะตามเขากลับมาหรอกนะ”

        “!” ร่างสถิตชะงักเบิกตากว้าง สีหน้าเขาช็อกและไม่เข้าใจสุดขีด...อีกนิดแมลงวันทั้งฝูงก็บินเข้าปากได้แล้ว จะอ้าอะไรขนาดนั้น

        “ซาสึเกะเขาเลือกทางเดินของตัวเองแล้ว ฉันเคารพการตัดสินใจของเขา” เพราะหากเป็นเธอ เธอก็อยากจะเลือกทางเดินของตัวเองเหมือนกัน

        “แม้มันจะเป็นสิ่งที่ผิดน่ะเหรอ” นารูโตะใช้น้ำเสียงไม่เข้าใจและผิดหวัง

        “ผิดถูกใครเป็นคนตัดสินกันล่ะ” ซากุระพูดกลั้วขำขัน คนทุกคนชอบที่จะตัดสินจากเสียงส่วนมาก บอกว่ามันถูก เพราะคนส่วนใหญ่พูดอย่างนั้น บอกว่ามันผิด เพราะไม่มีใครเขาเห็นด้วย

       อีกคนถูก ไม่ได้แปลว่าอีกคนผิด เพราะความจริงแล้ว ทุกคนต่างตัดสินใจตามแต่ใจตัวเองทั้งนั้น คนที่บอกว่าคนอื่นเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ บางทีก็ไม่เคยได้เห็นโลกในหลายๆ ด้านด้วยซ้ำ

       “อยากทำก็ทำ ขอให้จนตายมั่นใจว่าจะไม่กลับมาเสียใจกับสิ่งที่ตัวเอกเลือกก็พอ” ใช่ ใช้ความต้องการของตัวเองก็พอแล้ว ส่วนคนอื่น...ก็ช่างมันสิ

        “...” นารูโตะนิ่งไป ไม่รู้เพราะนิ่งคิดหรือตกใจกับทัศนคติของซากุระกันแน่ แต่ไม่ว่ายังไงเขาก็ปฏิเสธไม่ได้...จนตายให้มั่นใจว่าจะไม่ย้อนกลับมาเสียใจกับสิ่งที่ตัวเองเลือก คำพูดนี้เขาเห็นด้วยมากจริงๆ

        “คนทุกคนมีทางเดินเป็นของตัวเอง ผิดถูกจำเป็นต้องให้คนอื่นมาตัดสินด้วยหรอ ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วจะเอาความต้องการของตัวเองไปไว้ที่ไหน เขาก็คนเราก็คน จะรู้ได้ยังไงว่าใครกันแน่ที่พูดถูก ดังนั้นใช้ความต้องการของตัวเองเป็นตัวตัดสินดีกว่า อย่าใช้เรื่องงี่เง่าอย่างคำพูดของคนอื่นมาเป็นตัวตัดสินเลย”

        “ซาสึเกะอยากแก้แค้นก็ให้เขาทำไป เขาต้องการพลังก็ปล่อยให้เขาไขว่คว้า นั่นเป็นเรื่องที่เขาต้องการ ส่วนเรา...ทำในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าดีเถอะ” ซากุระระบายยิ้ม

        “...ทำในสิ่งที่ต้องการ” นารูโตะนิ่งงันก่อนที่นัยน์ตาสีฟ้าสว่างจะเป็นประกายมุ่งมั่นและหมายมาดเอาจริง “ถ้าอย่างนั้นฉันจะพาหมอนั่นกลับมาให้ได้ จนตายฉันก็จะตามมันกลับมา!”

        “ตามใจนายเถอะ” นี่ไม่ใช่เรื่องเหนือคาดหมายแต่อย่างใด

     เป็นอย่างที่นารูโตะพูดไว้ เขาเข้าไปขอซึนาเดะออกไปตามซาสึเกะกลับมาซึ่งโฮคาเงะหมาดๆ ก็อนุญาตโดยตั้งทีมให้ไปด้วยกัน

 

       ทีมเฉพาะกิจประกอบด้วยนารูโตะ โจจิ เนจิ ชิบะและอากามารุ ซึ่งหัวหน้าทีมนี้คือชิกามารุที่เพิ่งได้ตำแหน่งจูนินไปหยกๆ

 

        “ไม่ตามไปช่วยอีกแรงจะดีเหรอ” วันนี้เธอมาช่วยงานโฮคาเงะเช่นเคย และอยู่ๆ ซึนาเดะก็ถามขึ้นมา

 

       “ไม่ล่ะค่ะ ให้เป็นเรื่องของพวกเขาเถอะ มิตรภาพของลูกผู้ชายนี่นา” ซากุระพูดยิ้มๆ

 

       “แล้วถ้าซาสึเกะเล่นงานพวกนั้นหนักๆ ล่ะ” หญิงสาวที่ความจริงแล้วอายุคือวัยกลางคนเลิกคิ้ว

 

       “ขอแค่ไม่ตายก็พอ เขาว่ากันว่าความเจ็บปวดจะทำให้คนเราได้เติบโตนี่นา” เด็กหญิงเคาะปึกกระดาษปึกใหญ่เพื่อจัดให้เท่ากัน

 

       “มันคนละเจ็บปวดไหมล่ะ นั่นหมายถึงหัวใจไม่ใช่เจ็บตัวแบบนี้” ซึนาเดะกรอกตา นับวันศิษย์หล่อนก็ยิ่งน่ากลัว

 

       “ก็เหมือนกันนั่นแหละค่ะ นี่เอกสารชุดสุดท้ายแล้ว หนูขอตัวกลับก่อนนะคะ” เธอวางชุดเอกสารที่ว่าแล้วค้อมหัวให้เป็นการลา

 

        และก็สมคำซึนาเดะว่าซะจริงๆ พวกนั้นกลับมาโดยที่แต่ละคนทั้งน่วมทั้งเดี้ยง โชคดีที่โฮคาเงะรุ่นนี้เป็นสุดยอดนินจาแพทย์จึงช่วยไว้ได้

 

       ซากุระที่เป็นศิษย์ก็ถูกเรียกไปร่วมรักษาเหมือนกัน และอีกเรื่องที่น่าปวดหัวคือร็อกลีดันแอบไปกับเขาด้วย เกือบแย่แต่ดีแค่ไหนที่มีพันธมิตรนินจามาช่วย

 

       มาแบบเหนือความคาดหมาย...เหล่านินจาจากซึนะงาคุเระ สามพี่น้องแห่งทะเลทรายนั่นแหละ

 

       ซากุระเริ่มเสียใจแล้วที่ไม่ไปตามซาสึเกะกับพวกเขาให้รู้แล้วรู้รอด ไม่อย่างนั้นเธอคงมีโอกาสได้เจอเทมาริหรือซีเฟิงเจียของเธอแล้ว

 

       แต่เรื่องนั้นช่างมันก่อน ซึนะกลับมาเป็นพันธมิตรของโคโนฮะแล้ว โดยคนที่ดำเนินการเรื่องนี้ เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักก็คือเทมาริ

 

        เรื่องวุ่นวายทั้งหมดผ่านมาเกือบอาทิตย์ ตอนนี้พวกคนเจ็บทั้งหลายกำลังพักฟื้นอยู่โรงพยาบาล ซากุระแวะไปหาบ่อยๆ จึงเห็นว่านารูโตะซึมไปไม่น้อย

 

       “อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ ถ้าตัดสินใจแล้วว่าจะทำให้ได้ มายอมแพ้ตอนนี้มันก็เร็วไปหน่อยนะ” เธอพูดเพียงแค่นี้แล้วก็ออกมา นารูโตะตาวาวขึ้นอย่างฮึกเหิมอีกครั้ง

 

       ซากุระไม่ได้ไปเยี่ยมนารูโตะบ่อยนัก เพราะเรื่องยุ่งก็ส่วนหนึ่งทว่าเขาเองก็มีคนดูแลอยู่แล้ว...ฮินาตะ

 

    “ทานนี่นะจ้ะนารูโตะคุง เธอยังลุกเดินย่อยอาหารไม่ได้ กินของหนักเดี๋ยวจะไม่สบายตัว” ฮินาตะเปิดฝาถ้วยเซรามิกที่ตัวเองเอามาด้วย ในนั้นมีอาหารที่เป็นประโยชน์แต่ก็ย่อยง่ายเพราะเธอไม่ต้องการให้เขากินของหนักจนไม่สบายตัว

 

      “ขอบใจนะฮินาตะ” นารูโตะฉีกยิ้มร่า แม้จะอยากกินราเม็งมากกว่าโจ๊กหอมๆ นี่ แต่ว่าถ้าเป็นของที่ฮินาตะเอามาล่ะก็ไม่เป็นไร

 

       ฮินาตะแอบมองหน้าเขาแล้วระบายยิ้มอย่างรู้ทัน “เดี๋ยวหายแล้วจะพาไปเลี้ยงราเม็งนะ”

 

      “จริงหรอ! สัญญาแล้วนะ” เขายิ้มกว้างทั้งซื่อตรงและเปิดเผยว่าดีใจอย่างไม่คิดปกปิด

 

      “จ้า”

 

 

 

         วันนี้ซากุระมีนัดไปดูบ้านที่สร้างเสร็จกับเพื่อนๆ ซึ่งพอดูก็พบว่าถูกต้องตามแบบอย่างน่าพึงพอใจ

 

        เย็นวันนั้นพวกเธอก็เริ่มขนย้ายข้าวของมาตกแต่งบ้านบางส่วน เท็นเท็นมีแพลนว่าจะสร้างกับดักค่ายกลต่างๆ รอบๆ รัศมีรั้วบ้านและป่าหลังบ้านเพื่อป้องกันคนที่บุกรุกเข้ามา

 

        แน่นอนว่าเรื่องนี้เป็นความถนัดของเธอตั้งแต่เมื่อครั้งยังเป็นมู่ฉิงเซียว

 

        อิโนะเริ่มปลูกไม้ดอกไม้ประดับ ขนเมล็ดพันธ์ต่างๆ มาปลูกในซุ้มที่ให้ช่างขึ้นโครงไม้เอาไว้ให้แล้ว จากนี้ก็แค่ทำให้มันเป็นซุ้มดอกไม้ที่สมบูรณ์เท่านั้น

 

        เท็นเท็นเองก็ขนอาวุธของตัวเองมาไว้เช่นกัน ส่วยซากุระก็นำพืชทั้งสมุนไพรและพืชพิษมาปลูกในเรือนกระจกของตัวเอง

 

        ฮินาตะยังต้องรออีกหน่อย ตอนนี้เธอยังไม่มีเงินมากพอจะกวาดซื้อเครื่องดลตรีทุกชนิดมาจัดเก็บ แต่เชื่อเถอะว่าในอนาคตอันใกล้เรือนดลตรีของเธอจะเต็มไปด้วยเครื่องดลตรีต่างๆ

 

       พวกเธอจัดแต่งห้องนอนเป็นสไตล์ของตัวเอง ห้องนอนของทุกคนอยู่บนชั้นสอง เรียงจากทางขวาคือห้องเฟิ่งเหมยฟางพี่สาวซากุระ ตรงข้ามกันคือห้องของซากุระ

 

       ต่อมาเป็นห้องของหานเจียวมี่เธอเป็นอีกคนที่ยังไม่ปรากฏตัวในตอนนี้ ห้องเธออยู่ติดกับเฟิ่งเหมยฟาง

 

       ตรงข้ามกันคือห้องของอิโนะ ถัดจากห้องหานเจียวมี่คือห้องเท็นเท็น ตรงข้ามกับเท็นเท็นคือห้องฮินาตะ

 

       ถัดจากเท็นเท็นคือห้องของเทมาริตรงข้ามห้องของเธอคือห้องว่างที่ยังไม่รู้จะทำอะไร ใกล้ๆ กับห้องว่างคือห้องสมุดรวมซึ่งตรงกับบันไดทางลง

 

        บ้านหลังนี้พวกเธอตั้งชื่อว่ามิโฮชิ แสงจากดวงดาว พวกเธอใช่มันเป็นตัวแทนของแสงโชคชะตาที่นำพวกเธอมาพบกันอีกครั้ง

 

       เมื่อมีบ้านมิโฮชิก็เท่ากับมีฐานลับ ซากุระตัดสินใจวางทุกอย่างลงแล้วทุ่มเทให้กับการฝึก

 

       แน่นอนว่าเธอเอารูปแบบการฝึกจากชาติที่แล้วใช้กับร่างนี้

 

       ตีห้าของทุกวันพวกสาวมิโฮชิก็จะมาวิ่งวอร์มร่างกายคนละสิบรอบสนาม เสร็จแล้วก็อาบน้ำกินข้าวซึ่งเป็นอาหารที่เตรียมไว้แล้วว่ามีประโยชน์

 

       จากนั้นก็แยกย้ายไปฝึกวิชาของตัวเอง แน่นอนว่าเป็นการยกระดับพลังธาตุที่ได้มาหยกๆ

 

       ซากุระได้ธาตุลม อิโนะธาตุน้ำ ฮินาตะได้ธาตุไฟ เท็นเท็นได้สายฟ้า เทมาริเธอบอกว่าได้ธาตุไม้

 

       ตกเย็นพวกเธอก็จะมาประลองวิชากัน เนื่องด้วยหลังเรือนใหญ่มีสนามประลองที่สร้างไว้ พวกเธอจึงไม่จำเป็นต้องไปที่อื่น

 

        และวันหนึ่งในช่วงเช้า บุคคลที่ซากุระรอคอยก็มาสักที ตอนนี้พวกเขาทั้งสองกำลังยืนอยู่ต่อหน้าเธออย่างสงบ

 

       คนแรกเป็นหญิงสาวที่อายุตอนนี้คงเลยหลักร้อยมาแล้ว แต่ใบหน้าของหล่อนยังถูกแช่แข็งไว้เหมือนเด็กสาวอายุสิบเจ็ดสิบแปด

 

        โจวลี่ซือ เธอเคยเป็นมนุษย์มาก่อน พ่อแม่เป็นพ่อค้าแม่ค้าธรรมดาซึ่งถูกฆ่าตายจากโจรป่า ซากุระเมื่อครั้งเป็นเฟิ่งไป๋อิงฮวาได้บังเอิญช่วยไว้พอดี จึงทำให้โจวลี่ซือซาบซึ้งและติดตามรับใช้เธอมาตั้งแต่ตอนนั้น

 

       และที่มีชีวิตอยู่จนถึงตอนนี้ทั้งๆ ที่ผ่านมาหลายร้อยปีก็เพราะการทำสัญญาพันธปีศาจกับเธอ

 

       มันจะทำให้โจวลี่ซือมีอายุยืนยาว แม้มันจะแลกกับที่โจวลี่ซือมีตราสัญลักษณ์ว่าเป็นทาสรับใช้ปีศาจก็เถอะ...เธอยินดี

 

    พันธปีศาจชนิดนี้มีเงื่อนไขไม่ซับซ้อน อายุของมนุษย์เฉลี่ยได้ร้อยปี หากปีศาจคู่สัญญาตายก่อนที่ทาสปีศาจจะหมดอายุไขของมนุษย์ ทาสคนนั้นก็จะเป็นอิสระ แต่หากว่าทาสคนนั้นหมดอายุไขของมนุษย์ไปแล้ว และมีชีวิตต่อได้ด้วยพันธปีศาจ หากปีศาจคู่สัญญาตายเมื่อไหร่ ทาสปีศาจก็จะตายลงทันที

 

       ซึ่งกรณีของโจวลี่ซือคงถือว่าเป็นกรณีพิเศษ เฟิ่งไป๋อิงฮวาสังเวยชีวิตให้วิชาเทพบุปผาสะกดหล้าก็จริงแต่ก็ยังมีวิชาผูกจิตพันภพมาดึงจิตส่วนหนึ่งไว้

 

       เศษเสี้ยววิญญาณส่วนหนึ่งยังอยู่ในร่างเก่าซึ่งถูกจองจำให้หลับใหลอยู่ที่นั่น ทำให้โจวลี่ซือยังมีชีวิตอยู่จนถึงตอนนี้แม้ว่าจะหมดอายุไขแบบมนุษย์ไปนานแล้วเป็นร้อยๆ ปี

 

       “คุณหนู” เด็กสาวน้ำตาปริ่ม เธอดีใจเหลือเกินที่ได้เจอนายอีกครั้ง

 

       “นึกว่าจะไม่ได้เจอท่านอีกแล้ว” เสียงห้าวๆ ตามประสาเด็กหนุ่มพูดขึ้น เขาคือหรงคุน คนสนิทของเธออีกคน

 

      เขาเคยเป็นคนเร่ร่อนซึ่งลักขโมยข้าวของชาวบ้านเพื่อดำรงชีวิต ซากุระไปเจอเขาตอนกำลังโดนชาวบ้านคนหนึ่งทุบตีเพราะเขาไปขโมยของ

 

       แววตาดื้อรั้นไม่ยอมแพ้ในตอนนั้นถูกใจเธอมาก จึงทำให้ตัดสินใจช่วยและจะนำมาเลี้ยงไว้ข้างตัว

 

       หรงคุนในตอนนั้นคิดว่าเธอแค่สร้างภาพเหมือนคุณหนูในห้องหอทั่วไป เลยมีความต่อต้านอยู่นิดหน่อย

 

       แต่เมื่ออยู่กันไปเรื่อยๆ เขากลับพบว่าไม่ใช่อย่างนั้น ถึงแม้บางครั้งจะดูเจ้าเล่ห์เจ้าแผนการแต่กลับมีความตรงไปตรงมาอยู่ด้วย

 

       ครั้งหนึ่งเขาเคยถามว่าทำไมถึงช่วยเขา เฟิ่งไป๋อิงฮวาก็เพียงตอบกลับมาว่า

 

       “ข้าเห็นแววบางอย่างในตัวเจ้า อีกทั้งแววตาเจ้าก็ถูกใจข้านัก เลี้ยงไว้คงมีประโยชน์อยู่บ้าง อีกอย่างคือข้าอยากช่วยข้าก็ช่วยเท่านั้นแหละ”

 

       ซากุระมองอีกฝ่ายเหมือนน้องชาย แม้ว่าตอนนี้สภาพเธอคือเด็กอายุสิบสองแต่ความผูกพันเมื่อครั้งเป็นเฟิ่งไป๋อิงฮวาก็ไม่หายไปไหน

 

       “ข้าดีใจที่ได้พบพวกเจ้าอีกครั้ง ดีใจมากจริงๆ” ซากุระระบายยิ้ม

 

       “คุณหนู” โจวลี่ซือถลาเข้ามากอดเธอไว้ “เสี่ยวซือเจ็บจนแทบบ้าตอนท่านทำอย่างนั้น เสี่ยวซือจะขาดใจจนคิดว่าต่อให้ตายตามเสี่ยวซือก็ทำได้” เด็กสาวพึมพำสะอื้นแล้วกอดร่างที่เล็กกว่าตัวเอง

 

       “เจ้าทำได้อยู่แล้วล่ะ พยายามทำหลายครั้งด้วย” หรงคุนกรอกตาฟ้องทันทีที่มีโอกาส...จัดการเลยคุณหนู

 

       “อะไรนะ!” ซากุระหรี่ตา สิ่งที่เธอไม่ชอบเป็นอย่างมากคือการฆ่าตัวตาย เธอไม่เคยสอนให้คนในปกครองทำอะไรที่โง่เง่าแบบนั้น

 

       “คุณหนู ถ้าเกิดไม่ใช่เพราะว่าท่านเคยห้ามไว้เสี่ยวซือคงตายไปตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว ยัยเด็กนี่เอาแต่ร้องไห้ตั้งหลายวัน” หรงคุนยังฟ้องอย่างต่อเนื่อง

 

       “เงียบไปเลยนะอาหรง! คุณหนูเจ้าขา อย่าโกรธเสี่ยวซือเลยนะเจ้าคะ เสี่ยวซือแค่เสียศูนย์เท่านั้น” โจวลี่ซือส่งสายตาที่คลอด้วยน้ำใสๆ ออดอ้อน

 

       “เฮ้อ เอาเถอะ ถึงยังไงเจ้าก็อยู่ที่นี่แล้ว ไม่ได้ทำอะไรโง่ๆ จริงๆ ด่าไปก็ไม่ได้อะไร” ซากุระถอนหายใจเหน็ดหน่าย

 

       “แต่เสี่ยวซือดีใจจริงๆ เจ้าค่ะ ตอนนี้เสี่ยวซือได้กลับมารับใช้คุณหนูแล้ว” เด็กหญิงยิ้มรับคำนั้นก่อนจะหันไปมองอีกคน

 

       “แล้วเจ้าจะไม่พูดอะไรกับพี่สาวหน่อยหรือ”

 

       “จะให้พูดอะไรเล่า!” หรงคุนนสะบัดหน้าไปอีกทาง ทั้งอย่างนั้นดวงตาก็แอบเหล่มามองด้วยหัวใจลิงโลดในอก

 

        เขาคิดถึงเธอมากจริงๆ นั่นแหละ เจ้านายที่เหมือนพี่สาวคนนี้

 

       “ยังเหมือนเดิมทุกคนเลย” ซากุระส่ายหน้าขำๆ เด็กคนนี้มันเป็นพวกกวนๆ ซึนๆ อย่างนี้นี่แหละ

 

       “ต่อจากนี้ก็มาอยู่ที่นี่ พูดภาษาให้เข้ากับพวกมนุษย์ด้วยล่ะ ยินดีต้อนรับสู่บ้านมิโฮชิ” ซากุระยิ้มอ่อนต้อนรับ

 

       “พวกเราจะดูแลคุณหนูอย่างดีค่ะ” โจวลี่ซือยิ้มตอบ และหลังจากวันนั้นบ้านมิโฮชิก็มีสมาชิกเพิ่มมาใหม่ ทุกคนเข้ากันได้อย่างไม่ยากเย็นเพราะก็รู้จักกันอยู่แล้ว

 

       ซากุระและเพื่อนๆ ทุกคนก้าวหน้าไปมาก วิชาและร่างกายของพวกเธอล้ำหน้าจากในอดีตไปไกล

 

        อีกหนึ่งเรื่องที่น่าตกใจ นารูโตะเดินทางออกจากหมู่บ้านเพื่อฝึกวิชากับเซียนลามก เห็นได้ชัดว่าเขาเอาจริงเรื่องซาสึเกะมาก

 

       วันนี้ซากุระยังฝึกวิชาอยู่เช่นเคย เธอนั่งทำสมาธิโคจรพลังธาตุ มีเรื่องที่ลำบากอยู่นิดหน่อยคือในตัวของพวกเธอมีทั้งจักระและปราณธาตุ ดังนั้นพวกเธอจึงต้องพยายามยกศักยภาพของทั้งสองอย่างให้เทียบเท่ากันและพยายามหลอมรวมมันให้เป็นหนึ่ง

 

       เมื่อสำเร็จมันก็จะได้ชื่อว่าปราณจักระ

 

       “แค่ก!” ซากุระกระอักเลือดออกมาเพราะการพยายามหลอมรวมทั้งสองเข้าด้วยกันมันตีกลับ

 

หรงคุน

อดีตปีศาจเร่ร่อน เด็กซึนปากร้ายแต่รักเจ้านายมาก

"ชิ"

โจวลี่ซือ

ทาสปีศาจ ผู้ติดตามคนสนิทที่เฟิ่งไป๋อิงฮวาเห็นเป็นน้องสาว

ถูกปีศาจเลี้ยงดูมาจนมีอะไรมากกว่าความใสซื่อ

"คุณหนู"

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น