Poydswat.

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่16 อาณัติแห่งโอรสสวรรค์ไม่อาจปฏิเสธได้

ชื่อตอน : บทที่16 อาณัติแห่งโอรสสวรรค์ไม่อาจปฏิเสธได้

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 61

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 15 พ.ค. 2562 16:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่16 อาณัติแห่งโอรสสวรรค์ไม่อาจปฏิเสธได้
แบบอักษร

บทที่16 อาณัติแห่งโอรสสวรรค์ไม่อาจปฏิเสธได้

ตำหนักจิวฉิงกง

ยามบ่ายที่แสงแดดจากดวงอาทิตย์ไม่แรงมากนัก เลี่ยงเฟิงและเจียหรูเจ้าของตำหนัก กำลังนั่งปักผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กอยู่ที่สวนหย่อมด้านข้างของเรือนรับรองแขก เกือบห้าวันแล้วที่นางไม่ได้ออกไปหาไต้เท้าจงที่สระน้ำเสวียนหลิงในยามกลางคืน เมื่อคิดถึงคืนนั้นแล้วใบหน้าสวยมีเสน่ห์ของเลี่ยงเฟิงก็ขึ้นสีแดงระเรื่อ

ไม่ใช่ว่าเขาตอบรับความรักของนางแต่อย่างใด หากเป็นเพราะนางอายจนวิ่งหนีออกมา และมานึกได้ทีหลังว่าแบบนั้นมันเป็นการเสียมารยาทอย่างยิ่ง มีใครที่ไหนสารภาพความรักแล้ววิ่งหนีออกมากันเล่า ซ้ำร้ายแล้วเขาก็อาจจะไม่รับรักนางด้วยซ้ำ เรื่องเช่นนี้มัน...น่าอายที่สุด!!! นางไม่มีวันไปพบเขาอีกเป็นแน่!!!! เจียหรูที่เห็นสหายรักนั่งถอนหายใจและหน้าแดงสลับกันไป ก็วางผ้าเช็ดหน้าที่กำลังปักลง แล้วเท้าคางมองอีกฝ่ายที่ยังใจลอยไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

“ข้าเห็นเจ้านั่งหน้าแดง สลับกับถอนหายใจเป็นพักๆ มาสักครู่หนึ่งแล้ว มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า ระบายให้ข้าฟังได้นะ”

“เฮ้ออออ....ข้าอายเหลือเกินเจียหรู เมื่อห้าวันก่อนข้า...ข้า...”

เหตุการณ์เมื่อห้าวันก่อนถูกเล่าผ่านริมฝีปากสวยอวบอิ่ม ทันทีที่ได้ฟังจนจบ นิ้วเรียวยาวของเจียหรูก็ยื่นมาจิ้มที่ขมับของสหายรักอย่างล้อเลียน เลี่ยงเฟิงพยายามเอียงศีรษะหนีนิ้วมืออีกฝ่ายเป็นพัลวัน

“ให้ฟ้าถล่มเถอะ เหตุใดสหายรักของข้า ถึงได้ซื่อบื้อไม่มีใครเกินเช่นนี้”

“แล้วจะให้ข้าทำอย่างไรเล่า ข้าอายนี่”

เจียหรูยังคงใช้นิ้วไล่จิ้มขมับของอีกฝ่ายอย่างมันเขี้ยว จนกระทั่งสาวใช้ประจำกายของเจียหรูยกน้ำชาชั้นดีและขนมของว่างมาให้เจ้านายทั้งสอง เจียหรูละมือจากขมับของเลี่ยงเฟิงแล้วยกน้ำชาร้อนๆ ขึ้นมาจิบ ต่างกับอีกฝ่ายที่ยื่นมือมาคว้าขนมก่อนเป็นอย่างแรก

“จริงสิเลี่ยงเฟิง ในวันงานเลี้ยงฉลองเมื่อห้าวันก่อน ตอนที่เจ้าปลีกตัวออกไปจากท้องพระโรง ฝ่าบาททรงพระราชทานของรางวัล ให้สนมทุกคนที่ทำการแสดงในวันนั้นด้วยนะ ซึ่งท้องพระคลังน่าจะนำของพระราชทานพวกนั้นมาให้เราในวันนี้ล่ะ”

“หวังเจี่ยเจีย มีกงกงจากกรมพระคลังขอเข้าพบเจ้าค่ะ”

“ให้เขาเข้ามา”

เจียหรูพูดไม่ทันขาดคำ ก็มีกงกงและนางกำนัลจากกรมพระคลังมาขอเข้าพบ เลี่ยงเฟิงพยักหน้าด้วยความอยากรู้อยากเห็น ไม่แปลกที่ผู้เป็นฮ่องเต้หรือฮองเฮาจะพระราชทานสิ่งของ ให้กับเหล่านางสนมที่ออกมาแสดงความสามารถต่อหน้าพระพักตร์ ซึ่งของที่ให้มานั้นอาจจะเป็นของล้ำค่า หรือของที่มีราคาแพงแต่หาได้ทั่วๆ ไป

ในการแสดงวันนั้นสนมที่ร่วมร่ายรำมีทั้งหมดห้าสิบนาง คาดว่าของที่ได้รับพระราชทาน คงไม่ใช่ของล้ำค่าอะไรนัก แต่อาจจะเป็นเครื่องประดับหรือผ้าไหมราคาแพงมากกว่า เพราะการพระราชทานให้ในครั้งนี้ ไม่ได้ให้เพราะความรักใคร่เสน่หาในตัวนางสนม แต่ให้ตามมารยาทต่างหาก รอเพียงอึดใจ กงกงใส่ชุดสีเขียวก็เดินเข้ามาภายในสวนหย่อม พร้อมกับนางกำนัลอีกสองคน ที่ถือหีบไม้สี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดกลางเอาไว้คนละหีบ

“คารวะหวังเจี๋ยอวี๋ หลิวเจี๋ยอวี๋ ข้าน้อยเป็นกงกงจากกรมพระคลัง วันนี้รับหน้าที่นำของรางวัลพระราชทานมาแจกจ่ายแก่เหล่าพระสนม ขออภัยที่พวกข้าน้อยมารบกวนเวลาเจี๋ยอวี๋ทั้งสองด้วย”

“กงกงอย่าได้มากพิธีเลย สนมในวังหลังมีมากมายพวกท่านต้องวุ่นวายทั้งวันทีเดียว หากไม่เป็นการเสียเวลาเชิญกงกงมาดื่มชายามบ่ายกับพวกเราก่อน”

“ขอบคุณหวังเจี๋ยอวี๋ที่กรุณาบ่าวต่ำต้อยอย่างพวกข้าน้อย แต่ยังเหลือของอีกมากที่ต้องนำไปส่ง เกรงว่าต้องเป็นคราวหน้า”

กงกงจากท้องพระคลังหันไปส่งสัญญาณให้นางกำนัลทั้งสอง นำหีบไม้ขนาดกลางมามอบให้เลี่ยงเฟิงและเจียหรู ทั้งสองรับมาด้วยความยินดี กงกงจากท้องพระคลังโค้งคำนับให้ร่างงดงามทั้งสอง ก่อนจะก้าวถอยหลังและหมุนตัวเดินจากไป พร้อมกับนางกำนัลที่ถือหีบไม้มาทั้งคู่ เจียหรูละสายตาจากแผ่นหลังของนางกำนัลที่พึ่งเดินจากไป แล้วหันมาสนใจสิ่งของพระราชทานที่ได้มาแทน

“เจ้าว่าข้างในจะเป็นอะไรเลี่ยงเฟิง”

“ถ้าให้ข้าเดา...จากน้ำหนักแล้วข้างในน่าจะเป็นผ้าราคาแพง”

เจียหรูยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ เพราะอย่างไรเสียฝ่าบาทก็ไม่ได้พระราชทานให้ด้วยความเสน่หาอยู่แล้ว มือบางของเจียหรูเปิดฝาหีบนั้นช้าๆ แต่เมื่อเห็นของที่อยู่ภายใน ริมฝีปากบางก็ค่อยๆ คลี่ยิ้มออกช้าๆ เลี่ยงเฟิงมองอีกฝ่ายด้วยความสงสัย เจียหรูหยิบของในหีบออกมาเป็นผ้าแพรสีฟ้าอ่อน ปักลายนกกระเรียน,กาเรียนเนื้อดีราคาแพงหนึ่งพับ และมีกล่องอยู่ด้านในอีกหนึ่งกล่อง เมื่อเปิดดูด้านในเป็นพัดที่ทำมาจากงาช้าง*แกะสลักอย่างปรานีต เรียกเสียงฮือฮาจากบ่าวไพร่ในตำหนักที่ได้เห็น

เลี่ยงเฟิงเริ่มตื่นเต้นขึ้นมาบ้าง พัดงาช้างถือเป็นของหายากและมีราคาที่สูงมาก ชนชั้นสูงบางคนที่ว่าร่ำรวยจนใช้เงินไม่หมดยังไม่กล้าหาซื้อมาครอบครอง ไม่รอช้ามือเรียวบางของเลี่ยงเฟิงเปิดหีบของพระราชทานของตัวเองอย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่อยู่ภายในหีบทำให้ร่างงดงามชะงักไปในทันทีที่ได้เห็น

สิ่งที่อยู่ภายในหีบนั้นเป็นผ้าไหมหนึ่งผืน แต่สิ่งที่ทำให้เลี่ยงเฟิงและทุกคนในตำหนักชะงักไปเป็นเพราะสีของมัน ผ้าไหมสีทองอร่ามเปล่งประกายสว่างอยู่ด้านในหีบไม้ที่บุผ้าอย่างดี ลวดลายของผ้าไหมทองคำผืนนี้ปักเป็นลายหงส์สยายปีกงดงามประเมินค่าไม่ได้หนึ่งพับ ทันทีที่ได้สติเลี่ยงเฟิงรีบปิดหีบอย่างรวดเร็ว แล้วหันไปมองใบหน้าสวยของสหายรัก ที่ตอนนี้ก็ดูเหมือนจะตกใจไม่แพ้นาง

“จะ...เจ้าเห็นเหมือนข้าหรือเปล่าเจียหรู”

“อื้ม...ข้าไม่เคยเห็นผ้าผืนใดงดงามเท่านั้นมาก่อนเลย”

“นี่ต้องเป็นการเข้าใจผิดแน่ๆ ข้าร่ายรำเป็นตัวประกอบอยู่ด้านหลัง ไม่น่าได้ของที่สูงค่าเช่นนี้ ผ้าผืนนี้น่าจะเป็นของเหม่ยเหรินซูลี่เฉี่ยวถึงจะถูก”

“เช่นนั้นเรารีบไปที่กรมพระคลังหลวงดีหรือไม่ หากนี่ไม่ใช่การเข้าใจผิดหรือฝ่าบาทพระราชทานให้เจ้า ก็แสดงว่าต้องมีใครไม่หวังดีคิดเล่นงานเจ้าอยู่เป็นแน่”

“เช่นนั้นเราต้องรีบไปแล้วล่ะเจียหรู ข้ายังไม่อยากถูกข้อหาลักขโมยของหลวง เจียวซือเจ้ารู้ทางไปที่กรมพระคลังหรือ

ไม่”

“เจ้าค่ะหลิวเจี่ยเจีย เจียวซือจะนำทางท่านไปเอง”

ทั้งเลี่ยงเฟิงและเจียหรูรีบวางทุกสิ่งอย่างที่กำลังทำไว้กับโต๊ะน้ำชาในสวน เลี่ยงเฟิงยกหีบใส่ผ้าไหมทองคำส่งให้เจียวซือถือไว้ สาวใช้ตัวน้อยรับมาด้วยมืออันสั่นเทาเพราะความตกใจ ส่วนเจียหรูหันไปสั่งงานกับบ่าวรับใช้ในตำหนักให้เก็บโต๊ะเข้าไปด้านในตำหนัก ทั้งสองคนรีบออกจากจิวฉิงกงไปในเวลาไม่นานหลังจากนั้น พร้อมกับเจียวซือและนางกำนัลประจำตัวของเจียหรู ทั้งสี่มุ่งหน้าไปยังกรมพระคลังหลวงอย่างรวดเร็ว

เมื่อถึงกรมพระคลังหลวง เจียวซือรีบแจ้งแก่ทหารที่เฝ้าประตู เพียงแค่ได้ยินชื่อหลิวเจี๋ยอวี๋เท่านั้น ทหารยามที่เฝ้าประตูอยู่ก็รีบหลีกทางให้ทั้งสองเข้าไปด้านในทันที และทั้งสี่ก็ต้องชะงัก เมื่อสายตาของเหล่ากงกงและขุนนางที่ทำงานอยู่ต่างมองมาที่พวกนาง พลางกระซิบกระซาบกันยกใหญ่ เลี่ยงเฟิงและเจียหรูเบียดตัวเข้าหากันโดยไม่ได้นัดหมาย เกิดอะไรขึ้นกันแน่ มันต้องมีเหตุอันใดเกี่ยวข้องกับผ้าไหมทองคำในหีบนี้แน่ๆ

เพียงไม่นานนักทั้งสองก็ได้เจอกับขุนนางชั้นผู้น้อย ที่เป็นผู้จัดการเรื่องของรางวัลที่ฝ่าบาททรงพระราชทานให้นางสนมทุกนางที่ทำการแสดงในงานเลี้ยง ขุนนางชั้นผู้น้อยเชิญให้เจี๋ยอวี๋ทั้งสองนั่งลงก่อน ส่วนตัวเองเดินหายเข้าไปที่ห้องเก็บเอกสารและบัญชีที่อยู่ด้านหลังฉากไม้ขนาดใหญ่ เจียหรูยืนมือมาจับมือเรียวบางของเลี่ยงเฟิงไว้อย่างให้กำลังใจ เลี่ยงเฟิงยิ้มให้สายรักเพื่อให้อีกฝ่ายคลายความกังวล อย่างไรเสียตอนนี้พวกนางก็อยู่ที่กรมพระคลังแล้ว หากจะมีใครกลั่นแกล้งหรือเล่นงานนางเรื่องขโมยของย่อมทำได้ยาก ถือว่าเริ่มเบาใจได้หลายส่วนทีเดียว

“เรียนเจี๋ยอวี๋ทั้งสอง ของที่ฝ่าบาทพระราชทานให้สนมแต่ละนาง ถูกบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรอยู่ในสมุดเล่มนี้ เชิญเจี๋ยอวี๋ทั้งสองตรวจสอบดูได้ เพราะข้าน้อยมั่นใจว่าของทุกชิ้นที่ถูกจัดส่งไปนั้นไม่มีชิ้นใดถูกจัดส่งผิดพลาด”

“พวกข้าต้องรบกวนท่านแล้ว”

เลี่ยงเฟิงรับสมุดเล่มนั้นมาเปิดอ่าน เนื้อหาภายในเรียกได้ว่าเขียนไว้อย่างละเอียดทีเดียว สนมทุกนางได้ของไม่เหมือนกันเลยสักคน เจียหรูได้ผ้าแพรสีฟ้าหนึ่งพับกับพัดที่ทำจากงาช้าง ส่วนลี่เฉี่ยวที่เป็นผู้นำรำถวายนั้น ได้รับพระราชทานผ้าไหมสีแดงปักดิ้นเงินลายดอกโบตั๋น กับป้ายหยกน้ำผึ้งหายากไป และเมื่อเปิดมาถึงชื่อของตัวเอง ของที่ได้รับพระราชทานมาก็มีเพียงผ้าไหมทองคำปักลายหงส์เท่านั้น ถึงจะดูเหมือนไม่มีอะไรแต่ถ้าหากให้คิดดีๆ แล้ว ผ้าไหมชิ้นเดียวที่นางได้รับมานั้น มูลค่ามันมากกว่าของนางสนมทุกคนรวมกันเสียอีก

“ของรางวัลทุกชิ้นที่แจกจ่ายไปเป็นคำสั่งถ่ายทอดลงมาโดยตรงจากฝ่าบาทขอรับ ตอนนี้ในกรมพระคลังต่างลือกันให้ทั่ว เรื่องที่หลิวเจี๋ยอวี๋ได้รับพระราชทานผ้าไหมทองคำชิ้นนี้ ข่าวลือว่าฝ่าบาทต้องทรงโปรดปรานพระสนมมากเป็นแน่ เพราะขนาดซูเหม่ยเหรินที่เป็นผู้นำรำถวาย ยังได้สิ่งของพระราชทานด้อยค่ากว่า”

“ท่านเอาข่าวลือที่ไหนมาพูด ข้ารำถวายเป็นตัวประกอบ จะไปโดดเด่นกว่าซูเหม่ยเหรินได้อย่างไร”

“ถึงแม้ว่าตอนนี้พระสนมยังมิได้ถูกเรียกเข้าไปถวายการรับใช้ใกล้ชิด เนื่องจากฝ่าบาททรงประกาศงดเยี่ยมเยียนวังหลังอย่างไม่มีกำหนด...แต่ผ้าไหมพับนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่า หากมีการยกป้ายสนมครั้งต่อไป มีโอกาสเป็นชื่อท่านอยู่มากโขขอรับ”

“ท่านก็พูดเกินไป ข้าเป็นสนมต่ำต้อยจะได้รับพระกรุณาไปมากกว่าฮองเฮา ที่เป็นถึงมารดาแห่งแผ่นดินได้อย่างไรกัน ในเมื่อนี่ไม่ใช่การเข้าใจผิด เช่นนั้นพวกข้าก็ต้องขอตัวกลับตำหนักก่อนล่ะ”

ร่างงดงามรีบขอตัวออกมาเพราะเห็นว่าขืนอยู่ไปก็ไม่มีประโยชน์ ทั้งสองรีบขอตัวออกมาจากกรมพระคลังโดยทันที เลี่ยงเฟิงมองหีบใส่ผ้าไหมในมืออย่างครุ่นคิด เหตุใดถึงเป็นนางที่ได้ของชิ้นนี้ หรือเพราะฝ่าบาททรงทราบเรื่องที่นางกับไต้ท้าวจงเป็นสหายกัน หรือเป็นเพราะไต้ท้าวจงเป็นคนขอร้องให้ฝ่าบาท ทรงพระราชทานของชิ้นนี้ให้นาง หรือว่านางอาจจะกลายเป็นหมากตัวใหม่ในเกมการเมืองของพระองค์

ยิ่งคิดก็ยิ่งหาเหตุผลที่ดีไม่ได้ ร่างงดงามจึงยื่นหีบนั้นให้เจียวซือถือเอาไว้ แล้วเดินควงแขนเจียหรูกลับตำหนัก เมื่อออกมาด้านนอกก็พบว่าท้องฟ้านั้นเปลี่ยนสีเป็นสีส้มแล้ว ทั้งสี่จึงรีบกลับจิวฉิงกงให้ทันก่อนฟ้าจะมืด

เมื่อกลับมาถึงจิวฉิงกงของเจียหรู เลี่ยงเฟิงก็หันไปสั่งให้เจียวซือ นำผ้าไหมไปเก็บไว้ให้ดีที่เสียนฝู ส่วนคืนนี้ตัวเองจะอยู่ที่จิวฉิงกง เพื่อชิมสุราจากดอกจวี๋ฮวา*และชมจันทร์กับสหายรัก เจียวซือย่อกายทำความเคารพเจียหรูก่อนที่จะก้าวถอยหลังและหมุนตัวเดินออกจากตำหนักไป

เจียหรูเดินนำเลี่ยงเฟิงมาที่สวนด้านข้างตำหนักที่ทั้งสองนั่งปักผ้าด้วยกันเมื่อตอนกลางวัน ในเวลานี้ในสวนมีแสงไฟสลัวจากโคมที่ถูกจุดไว้เพื่อต้อนรับเจ้าของตำหนักและแขกคนสำคัญ สุราดอกจวี๋ฮวาถูกเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว พระจันทร์คืนนี้ก็สว่างเต็มดวงบรรยากาศช่างน่าร่ำสุราและแต่งกลอนจริงๆ

“หลิวเจี๋ยอวี๋ หลิวเจี๋ยอวี๋อยู่ที่นี่หรือไม่ขอรับ”

เสียงเรียกจากด้านนอกตำหนักทำให้ร่างงดงามทั้งสองที่กำลังจะนั่งลงร่ำสุราต้องชะงัก สหายรักทั้งสองมองหน้ากันอย่างสงสัย ใครมาเรียกเลี่ยงเฟิงเอาป่านนี้กัน ด้วยความอยากรู้สนมทั้งสองจึงเดินออกไปที่ด้านหน้าของตำหนักอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเห็นว่าใครที่ยืนรออยู่ด้านหน้าตำหนัก ขาเรียวของเจียหรูก็หยุดชะงักทันที มือบางเย็นเฉียบจับมือของสหายรักเอาไว้แน่น

“อ่า...คารวะหวังเจี๋ยอวี๋ คารวะหลิวเจี๋ยอวี๋ เมื่อครู่ข้าไปตามหาท่านที่ตำหนักเสียนฝูแต่ไม่พบจึงมาหาที่นี่…”

“นี่มัน...อะไรกัน?”

กงกงที่สวมชุดสีม่วงเข้ม ตรงกลางอกปักดิ้นสีทองลายดอกเหลียนฮวา เครื่องแบบเช่นนี้มีเพียงหนึ่งเดียวในวังหลวง ซึ่งก็คือเครื่องแบบของกงกงประจำพระวรกายของฝ่าบาท ยืนอยู่ข้างเกี้ยวสีแดงที่มีคนหามแปดคน และขันทีถือตะเกียงนำทางหกคน เลี่ยงเฟิงหันกลับมามองเจียหรูที่ตอนนี้ใบหน้าซีดเซียว ซ้ำยังจับมือของเลี่ยงเฟิงเอาไว้แน่น...เกิดอะไรขึ้นกัน

“ขอแสดงความยินดีกับพระสนมหลิวด้วย คืนนี้ฝ่าบาททรงยกป้ายพระสนมเป็นคนแรก เชิญพระสนมขึ้นเกี้ยวไปยังตำหนักกันลู่...”

“ฮะ....ทะ...ท่านว่า...ฝ่าบาททรงยกป้ายของข้าหรือ”

“ใช่แล้วขอรับ”

ร่างงดงามของเลี่ยงเฟิงผงะถอยหลังไปหนึ่งก้าวด้วยความตกใจจนแทบจะเป็นลม แล้วค่อยๆ หันมามองเจียหรูด้วยน้ำตาคลอเบ้า เจียหรูเองก็น้ำตาคลอเช่นเดียวกัน ทั้งๆ ที่ตั้งใจจะอยู่เงียบๆ โดยไม่ถวายตัวแล้วแท้ๆ เหตุใดสหายของนางคนนี้จึงได้โชคร้ายนัก แต่คำสั่งของโอรสสวรรค์ถือเป็นเด็ดขาด ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้

เจียหรูที่น้ำตาคลอด้วยความสงสารสหายรัก ทำได้แค่เพียงช่วยจัดทรงผม และเครื่องประดับของเลี่ยงเฟิงให้เข้าที่ เจียวซือที่เดินตามขบวนเกี้ยวมา ก็รีบเข้ามาช่วยจัดเสื้อผ้าของนายสาวให้เรียบร้อย แล้วจึงประคองร่างงดงามที่ตอนนี้ก้าวขาแทบไม่ออก ไปขึ้นเกี้ยวที่เปิดประตูรอสตรีคนสำคัญเพียงหนึ่งเดียวของค่ำคืนนี้

เลี่ยงเฟิงนั่งลงในเกี้ยวช้าๆ เจียหรูที่ยืนอยู่ด้านนอกโบกมือให้สหายรักอย่างให้กำลังใจ ประตูเกี้ยวสีแดงปิดลงพร้อมกับหยาดน้ำตาเม็ดโตที่ร่วงลงจากดวงตาคู่สวยมีเสน่ห์ ของร่างงดงามที่นั่งอยู่ภายใน กงกงประจำพระวรกายให้สัญญาณยกเกี้ยว เกี้ยวสีแดงค่อยๆ ถูกยกขึ้นช้าๆ ขบวนเกี้ยวค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากหน้าตำหนักจิวฉิงกง มุ่งหน้าสู่ตำหนักกันลู่ ที่ซึ่งมังกรผู้เป็นเจ้าของแผ่นดินแคว้นตี้กำลังรอร่างงดงามอยู่ โดยมีสายตาเป็นห่วงของเจียหรูที่มองตามมาจนลับตา

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

จวี๋ฮวา = ดอกเก๊กฮวย

พัดงาช้างของเจียหรู

(พัดงาช้างแกะสลักลวดลายประณีตในร้านของงานหัตถกรรมในนครหังโจว มณฑลเจ้อเจียง)

ใครก็ได้ช่วยเฟิงด้วยเจ้าค่าาาาาาาา

หลังจากตอนนี้ไปเนื้อเรื่องจะเริ่มต้นเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ และดราม่ากำลังจะมา 555

เตรียมตัวเตรียมใจกันไว้แล้วหรือยังคะ

ติดตามข่าวสาร อัปเดตข้อมูล เข้าไปพูดคุยเม้ามอย หอยสังข์ ทวงนิยายกันได้ จิ้มโลด

https://www.facebook.com/FilmmyPoyd/

คำผิดยังไม่ได้แก้นะคะขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น