อนาคตหมา

ขอบคุณสำหรับกำลังใจนาจา '3'

ชื่อตอน : [ Episode 28 ] : Escape 100%

คำค้น : the mission sniper 28

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 614

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 09 มิ.ย. 2562 22:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[ Episode 28 ] : Escape 100%
แบบอักษร

บทที่ 28 

Escape 

 

 

 

 

การส่งของเป็นไปอย่างราบรื่นโดยที่ไม่มีใครตะขิดตะขวงใจอะไร หลังจากนั้นหกวันลีโอก็ได้ยินนักโทษลือกันให้หนาหูว่ามีคนโดนวางยาจนถึงขั้นต้องแอดมิทด่วนเข้าห้องไอซียู ซ้ำร้ายกว่านั้นมันดันเป็นคนที่เขารู้จัก....คนที่เขาพึ่งส่งของสำคัญไปเมื่อประมาณหกวันก่อน 

เขามั่นใจว่าร้อยทั้งร้อยสาเหตหลักต้องมาจากยาที่เจอในไม้กางเขนนั่น บางทีอาจเป็นสารพิษบริสุทธิ์ในปริมาณไม่มาก การที่จะคำนวณให้พอดีกับร่างกายและไม่เป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต จะต้องรู้ข้อมูลเกี่ยวกับร่างกายของคนๆนั้นพอสมควร 

ตอนนี้อีวานก็น่าจะถึงมือหมอเรียบร้อย เขาเองก็เบาใจได้หน่อย ไม่ว่าจะยังไงก็แล้วแต่ สิ่งที่เขารู้คือ อีธานไม่ได้มีจุดประสงค์จะฆ่าน้องชายตัวเองแต่แรก ไม่งั้นยมบาลคงมารับชีวิตอีวานตั้งแต่กลืนยาเข้าไปแล้ว 

"ลีโอ เรนเดล ใช่มั้ย?" พัศดีฮาเวิร์ดพูดขึ้นทำให้สติที่เริ่มล่องลอยไปไกลกลับคืน เจ้าของชื่อพยักหน้าหงึกแทนคำตอบ บ่ายวันนี้เขาจะถูกย้ายตัวไปอยู่ภายใต้การดูแลของซีไอเออย่างสมบูรณ์ และยังเป็นโอกาสหลบหนีครั้งสำคัญ 

จะพลาดได้ยังไงกัน 

"เอกสารพวกนี้ถูกเซ็นอนุมัติหมดแล้ว ขอให้โชคดี" พออีกฝ่ายพูดจบ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ก็พาเขาเดินออกมาผ่านรั้วสนามกลางแจ้งที่มีนักโทษคุมขังอยู่ด้านใน คนที่รู้จักตะโกนถามเป็นระยะ โดยเฉพาะเพื่อนร่วมห้องอย่างแม็ก มันส่งสายตาไม่เข้าใจและเดินเลียบกรงถามไถ่เขาตลอดทาง ทว่าคนถูกถามกลับทำได้เพียงยิ้มเจื่อนให้ เขาจะไม่มีวันกลับมาที่นี่ในฐานะนักโทษอีก 

ร่างสูงก้มตัวเข้ามานั่งบนรถตำรวจทั้งๆที่ยังใส่กุญแจมืออยู่ นัยน์ตาสีน้ำทะเลเสมองไปยังนอกบานกระจกอย่างเลื่อนลอย กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็มาถึงจุดนัดเรียบร้อย เบื้องหน้ามีเจ้าหน้าที่ซีไอเอสองคนเห็นจะได้ และหนึ่งในนั้นคงหนีไม่พ้นเอียน สลาวอย ชายหนุ่มผิวสีในชุดเครื่องแบบทางการขัดกับครั้งที่เจอล่าสุด 

เจ้าของเรือนผมสีอ่อนก้าวขาลงจากรถเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเปิดประตูให้ เอียนมองการกระทำของนักโทษชายทุกย่างก้าว แม้แต่รายละเอียดเล็กน้อยก็ไม่อาจหลุดรอดจากสายตาอันเฉียบคมที่จ้องมาราวกับจะจับผิดตลอดเวลา 

"แกดูซูบลงนะ เรนเดล" ลีโอยักไหล่น้อยๆ เจ้าตัวมีสีหน้าไม่ยี่หระกับคำพูดของเอียน เขารู้ตัวดีว่าน้ำหนักตนลดไปเกือบห้าโล ทั้งนี้ทั้งนั้นเพราะได้กินข้าวเพียงวันละมื้อ แถมอาหารที่กินเข้าไปยังมีสารอาหารไม่ครบห้าหมู่ และที่สำคัญ...ของในคุกมันอร่อยซะที่ไหนกันล่ะ? 

"พอดีช่วงนี้กำลังไดเอท" คำพูดติดตลกเล่นทำเอาคนผิวสีหลุดขำเสียงต่ำ 

"เอาล่ะ ถึงเวลาไปกันแล้ว" คนถูกสั่งทำตามอย่างว่าง่าย ลีโอตามเอียนขึ้นไปบนเครื่องบินโดยสารขนาดกลาง 

บางทีก็อดคิดไม่ได้....เอียนประเมินเขาต่ำเกินไปรึเปล่า? ทำไมถึงส่งเจ้าหน้าที่มาคุมแค่สองคน ตอนจับก็จับแทบตาย แต่ตอนสุดท้ายดันมาตกม้าตายเพราะปล่อยผู้ร้ายหนีไปได้ 

เห็นดังนั้นจึงเผลอยกยิ้มมุมปากขึ้นอย่างลืมตัว ทว่าอีกไม่กี่อึดใจต่อมาก็ต้องหุบยิ้มลง 

เจ้าหน้าซีไอเอในชุดนอกเครื่องแบบนั่งกระจัดกระจายกลมกลืนไปกับผู้โดยสารบนเครื่อง ถึงจะเนียนแค่ไหนแต่เขากลับรับรู้ได้ว่ามีสายตามองมาอย่างเสียดแทง และที่น่าประหลาดใจคือ...ที่นั่งของเขาเป็น9Aตามที่อีธานพูดไว้ก่อนหน้า ซึ่งไกลจากทางออกฉุกเฉินพอสมควร 

พอหย่อนตัวลงนั่งก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศกดดันภายใน เขาทำเป็นไม่สนใจสิ่งรอบข้างก่อนจะเบือนหน้าเข้าหากระจกมองดูเงาสะท้อนตัวเองไปพลาง 

เมื่อถึงเวลาออก เครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่ก็เคลื่อนตัวแหวกผ่านอากาศเข้าสู่น่านฟ้าด้วยความเร่งคงที่ ความสูงจากพื้นระดับนี้ทำให้เขาอดคิดไม่ได้ว่า ถ้าเกิดอีธานบุ่มบ่ามทำให้เครื่องบินตกขึ้นมาจริงๆ มันจะกลายเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ขนาดไหน 

"นี่ เอียน" ลีโอเอ่ยปากเรียกคนด้านข้างในขณะที่ยังไม่ละสายตาออกจากกระจกตรงหน้า เจ้าของชื่อทำเพียงเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย 

"มีอะไร" 

"จำเจ้าหน้าที่คนก่อนได้มั้ย ที่ชื่อฟิลลิป สวอน....อ่า หมอนั่นคงจะเป็นเพื่อนแกสินะ" คนถูกถามชะงักงันกับประโยคดังกล่าว นัยน์ตาสั่นไหวน้อยๆราวกับมีบางสิ่งมาทลายกำแพงที่เอียนสร้างขึ้นเพื่อหลีกหนีความจริงอันโหดร้าย ลีโอสังเกตปฏิกิริยาเจ้าหน้าที่หนุ่มด้วยความพึงพอใจ เขาเขยิบตัวเข้าไปใกล้กว่าเก่า 

"อยากรู้รึเปล่า....ว่ามันตายยังไง" แทนที่เอียนจะผลักไสเขาออก เจ้าตัวกลับนั่งแข็งทื่อเป็นศิลาก็ไม่ปาน "ไม่ตอบ? แสดงว่าอยากรู้สินะ....งั้นจะบอกไว้เอาบุญ" 

"ฉัน...เป็นคนฆ่ามันเอง" 

เพียงชั่วพริบตา เอียนคว้าหมับเข้าที่ต้นคอของชายหนุ่มก่อนจะออกแรงบีบจนเขาต้องนิ่วหน้า "อึก!..." คนถูกประทุษร้ายดิ้นหนีอัตโนมัติ เขาทั้งจิกทั้งข่วนจนลำแขนของคนตรงหน้าขึ้นรอยแดงและมีเลือดซิบ "เอียน....ปล่อย" พยายามเค้นเสียงลอดไรฟันอย่างสุดความสามารถ แต่มันกลับไม่ได้ช่วยเท่าไหร่นัก 

"เฮ้ๆๆ! เอียนปล่อยมัน!" เจ้าหน้าที่อีกคนที่มารอรับเขาพร้อมเอียน รีบปรี่ตัวเข้ามาแยกพวกเขาออก ลีโอหอบหายใจจนตัวโยนพลางยกมือขึ้นลูบรอยแดงบนคออย่างแผ่วเบา 

เกือบได้ตายเพราะปากตัวเอง... 

คนผิวสีถูกเพื่อนร่วมงานกดให้นั่งสงบสติอารมณ์บนที่นั่งตน เขาเงยหน้าขึ้นมองจังหวะเดียวกับที่เอียนสบนัยน์ตาสีน้ำทะเลด้วยความขุ่นเคือง "ไม่ว่าคิดจะทำอะไรก็แล้วแต่ แกไม่มีทางหนีพ้นหรอก เรนเดล" 

"...." 

"แกจะต้องชดใช้ด้วยชีวิต" 

ในขณะนั้นเองเครื่องบินก็กระตุกไหวลงทำให้ผู้โดยสารบางคนและเจ้าหน้าที่ที่มากับเอียนลอยขึ้นติดผนังด้านบนก่อนจะตกลงมาสู่พื้นเครื่องอย่างแรง จากนั้นไม่นานก็มีประกาศจากนักบินว่าเหตุการณ์เมื่อครู่คือเครื่องบินตกหลุมอากาศ พนักงานต้อนรับรวมทั้งผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บร่วมเจ็ดคน 

แต่แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นถัดมามันทำให้คนบนเครื่องส่งเสียงฮือฮายกใหญ่ ใบพัดด้านซ้ายเกิดควันโขมงก่อนที่เปลวไฟจะลุกไหม้ทั้งๆที่เครื่องยังบินอยู่ที่ระดับความสูงสองหมื่นฟุต ลีโอรับรู้โดยสัญชาตญาณ....นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ 

เขาเผลอยิ้มมุมปากขึ้นอย่างลืมตัวเมื่อนึกถึงคนที่รอมาตลอดทั้งสัปดาห์ "แกยิ้มบ้าอะไร เรนเดล!" เอียนตวาดเสียงสั่น ใบหูขึ้นสีแดงก่ำด้วยแรงโทสะ ชายหนุ่มเหลียวมามองประจวบเหมาะกับที่เครื่องบินค่อยๆเปลี่ยนทิศทางตามแรงโน้มถ่วงโลก เนื่องจากความดันอากาศที่เปลี่ยนแปลงกระทันหันทำให้หน้ากากออกซิเจนถูกปล่อยออกมาอัตโนมัติ เขาคว้ามันมาสวมทันทีพลางสูดนำออกซิเจนเข้าปอด 

อาจเป็นเพราะยานพาหนะขนาดใหญ่ลดระดับเพดานบินลงเร็วเกินไป เป็นสาเหตให้ใบพัดด้านซ้ายเกิดระเบิดขึ้น ชิ้นส่วนกระเด็นมากระแทกกับหน้าต่างห้องโดยสารจนเกิดรอยร้าว เห็นดังนั้นจึงรัดเข็มขัดให้แน่นกว่าเก่า ทว่าไม่กี่อึดใจต่อมา จู่ๆผนังกั้นฝั่งที่กระจกเกิดรอยร้าวก็หลุดออกจากกันทำให้พนักงานต้อนรับและผู้โดยสารบางส่วนถูกดูดผ่านรูบนเครื่องเรียกเสียงกรีดร้องและความหวาดหวั่นได้เป็นอย่างดี 

เครื่องบินกำลังตก....นั่นคือสิ่งสุดท้ายที่เขารับรู้ได้ก่อนจะเกิดเสียงกัมปนาทขึ้น 

 

 

----- 50% ----- 

 

 

ความเจ็บปวดช่วงท้องน้อยแล่นริ้วขึ้นมายังโสตประสาทกอปรกับกลิ่นไหม้และไอร้อนระอุลอยคละคลุ้งทั่วบริเวณเป็นสิ่งเดียวที่ช่วยคงสติที่ใกล้จะเลือนหายเต็มที โลกทั้งใบหมุนเคว้ง มือปืนหนุ่มยังนั่งอยู่บนเบาะโดยสารเพราะเข็มขัดนิรภัยยังคงทำหน้าที่ของมันได้เป็นอย่างดี เขาค่อยๆใช้มือทั้งสองข้างปลดเข็มขัดออกก่อนจะร่วงลงพื้นดังตุบ 

"อั่ก!..." มือด้านขวาทำหน้าที่กอบกุมแผลอัตโนมัติ ลีโอสัมผัสได้ถึงของแข็งที่เสียบคาอยู่ที่ท้องน้อย มันมีรูปร่างเหมือนแท่งโลหะแต่ส่วนปลายคมกว่านั้น บาดแผลในครั้งนี้น่าจะบังเอิญได้มาจากแรงระเบิดเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้า 

ชายหนุ่มหยัดกายขึ้นนั่งพิงกับขอนไม้ข้างๆพลางกวาดสายตามองโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่อีธานก่อ ทุกสิ่งอย่างกระจัดกระจาย ถูกแรงระเบิดอัดจนราบเป็นหน้ากองไม่เหลือชิ้นดี 

เสียงกรีดร้องจากความหวาดกลัว ชิ้นส่วนอวัยวะที่ขาดสะบั้นออกจากกัน ถึงแม้ว่าจะเห็นเหตุการณ์เหล่านี้ราวกับเป็นเรื่องปกติ แต่เขาก็ยังทำใจให้ชินไม่ได้สักที 

"จะอู้อีกนานมั้ย ลีโอ" 

อาการมึนชาเมื่อครู่แทบหายเป็นปลิดทิ้งเมื่อรับรู้ถึงการมีตัวตนอยู่ของคนตรงหน้า อีธานก้าวเท้าข้ามเศษซากเครื่องบินเข้ามาหาเขา เอื้อมมือฉุดต้นแขนให้ลุกขึ้นยืน คนเจ็บครางท้วงเสียงต่ำ เหมือนเรี่ยวแรงก่อนหน้ามันหายไปหมด 

"คุณเกือบฆ่าผม....อีธาน" 

"อืม ฉันรู้" 

"อ่า....คุณนี่มัน....!" 

"แต่นายยังอยู่" 

"...." 

"อยู่ตรงนี้....ตรงหน้าฉัน" ปลายนิ้วลูบวนอยู่ที่พวงแก้มขวาอย่างนึกเอ็นดู อีธานรวบตัวอุ้มเขาขึ้นในท่าเจ้าสาว มือปืนหนุ่มรีบคว้าลำคอแกร่งเป็นที่ยึดเกาะ "เราต้องไปแล้ว ทนไหวใช่มั้ย" แทนที่จะพยักหน้ารับและยอมอยู่ในอ้อมกอดอย่างว่าง่าย ลีโอกลับปล่อยมือที่คล้องคออีกฝ่ายออกและกอดอกจ้องใบหน้าหล่อจากเบื้องล่างแทน ปกติเขาไม่อยากจะเรื่องเยอะกับคนๆนี้นักหรอก แต่ครั้งนี้มันต่างกัน 

"คุณมั่นใจได้ไงว่าผมจะรอด" 

"เรื่องนั้น...." จงใจจ้องตรงไปที่นัยน์ตาสีอำพันเพื่อเค้นคำตอบ อีธานอ้าปากเหมือนจะพูดอะไรสักอย่างแต่กลับนิ่งเงียบไปพักใหญ่ 

"ฉัน...ไม่มั่นใจ" ในที่สุดก็ยอมพูด 

คำตอบไม่ได้เป็นอย่างที่เขาหวังไว้นัก "แต่คุณก็ยอมเสี่ยง" 

"ฉันไม่มีทางเลือก" ลีโอเงียบมองดูแววตาที่สื่อความมาก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ 

นี่เขาลืมไปได้ยังไงว่า 'อีธานไม่เคยสนวิธีการ...ขอแค่ผลลัพธ์เป็นไปตามที่ต้องการก็พอ' 

"อีกไม่กี่ไมล์ข้างหน้าจะมีโรงไม้เก่าๆอยู่ นายจำเป็นต้องเอาเหล็กนี่ออกก่อน" อีธานหลุบตามองบาดแผลฉกรรจ์ของคนในอ้อมแขนที่ตอนนี้พยักหน้ารับอย่างจำนน 

 

 

♜ THE MISSION SNIPER ♜ 

 

 

หยาดเหงื่อไหลลงมาตามโครงหน้าได้รูป หัวคิ้วขมวดมุ่นจนแทบจะติดกันเป็นปม ใบหน้าเหยเกขาวซีดลงทุกขณะ แผงอกไหวขึ้นลงยามหายใจ ลีโอกัดกิ่งไม้ไว้แน่นส่วนมือทั้งสองข้างนั้นจิกขยุ้มเสื้อผ้าของตนเมื่ออีธานราดแอลกอฮอล์ลงบนแผล จากนั้นก็กรีดใบมีดผ่านเนื้อเพื่อขยายรอยแผลให้กว้างพอที่จะดึงแท่งเหล็กออกมาได้ 

ลีโอส่งเสียงอื้ออึงในลำคอ นัยน์ตาสีน้ำทะเลดูเจ็บปวดราวกับกำลังกรีดร้องอยู่ภายใน มาเฟียหนุ่มละมีดออกเมื่อปากแผลกว้างได้ที่ เขาใช้ผ้าพันรอบแท่งเหล็กอย่างเบามือในขณะเดียวกันก็ซับเลือดที่ซึมออกมาด้วย 

"อดทน" ประโยคสั้นๆกระชับได้ใจความ 

ร่างสูงจับยึดแท่งเหล็กนั้นแน่นก่อนจะออกแรงดึงอย่างระมัดระวังที่สุด คนเจ็บเบือนหน้าหนี หลับตาปี๋พลางส่งเสียงร้อง นัยน์ตาอีธานกระตุกไหว เขาโน้มตัวลงจรดริมฝีปากบนขมับคนตรงหน้าเพื่อปลอบประโลมและออกแรงดึงอีกรอบ 

แท่งเหล็กค่อยๆเคลื่อนออกจากบาดแผลจนหลุดออกมาได้ทั้งหมด ทว่าสายโลหิตกลับยิ่งหลั่งไหล อีธานเปลี่ยนมาใช้ผ้ากดบริเวณปากแผลไว้แทน 

ลีโอคายกิ่งไม้ทิ้ง มันปรากฏรอยฟันเด่นชัด 

"แผลนายลึกพอสมควร" 

"ผม....รู้" มือปืนหนุ่มกัดฟันพูดอย่างยากลำบาก 

ดูจากแท่งเหล็กที่ดึงออกมาคร่าวๆแล้ว แผลน่าจะลึกไม่เกินสองนิ้ว "เดี๋ยวก่อน! คุณจะทำอะไรน่ะ?!" เขาขยับตัวหนีอัตโนมัติเมื่อเห็นอีธานถือมีดที่กำลังลนไฟเข้ามาใกล้ เหล็กกล้ากลายเป็นสีส้มแดงจากเปลวเพลิง ไม่ต้องลองจับตรงๆก็รู้ว่ามันร้อนมากขนาดไหน 

"ห้ามเลือด" ไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรมากอีธานรวบข้อมือทั้งสองข้างของลีโอด้วยมือเพียงข้างเดียว จัดการพันธนาการคนใต้อาณัติด้วยสีหน้าเรียบเฉย ชายหนุ่มร้องห้ามพยายามรุดถอยสุดความสามารถ ทว่าแรงคนเจ็บหรือจะสู้บุคคลตรงหน้าได้ 

"นายไปโรงบาลไม่ได้ พวกนั้นได้โยนนายเข้าคุกแน่" เจ้าของเรือนผมสีดำยังคงพูดอย่างใจเย็น ท่าทีที่ดูไม่ทุกข์ร้อนของเจ้าตัวทำเอาเขาหงุดหงิดขึ้นมากลายๆ 

ลีโอช้อนสายตาเว้าวอนขึ้นมองอีกฝ่ายตรงๆ ราวกับอ่านแววตานั้นออก แรงบีบที่ข้อมือค่อยๆคลายลง ทว่าประโยคถัดมากลับทำให้คนฟังชะงักงัน "ระหว่างยอมทนเจ็บกับปล่อยให้เลือดไหลจนหมดตัว นายจะเลือกอะไร?" 

"......" 

"เลือกซะ เรนเดล" มาเฟียหนุ่มเว้นระยะห่างระหว่างบทสนทนาเพื่อปล่อยให้ได้คิดทบทวน นัยน์ตาสีอำพันสะท้อนถึงความเด็ดขาด ลีโอสามารถตอบได้แค่คำตอบเดียวเท่านั้น....คือยอมให้อีธานห้ามเลือดให้เดี๋ยวนี้ 

หัวคิ้วที่ขมวดมุ่นค่อยคลายออก ชายหนุ่มพยักหน้ารับอย่างจำใจ "สัญญาว่าจะรีบทำให้มันจบ" ถึงจะได้ยินแบบนั้นแต่มันก็ไม่ได้ช่วยให้ความกลัวหดหายลงเลยแม้แต่น้อย 

ใบมีดที่ผ่านการลนไฟมาแล้วเคลื่อนเข้ามาใกล้บาดแผลทำให้คนเจ็บเผลอเกร็งไปทั่วทั้งตัว ทันทีที่ความร้อนสัมผัสโดนผิวหนัง ลีโอกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง ความเจ็บแล่นริ้วไปทั่วร่าง พอเห็นว่าคนใต้ร่างเริ่มดิ้นหนีอีกครั้ง เขาจึงใช้มือข้างที่ยังว่างรวบตัวอีกฝ่ายไว้พร้อมทั้งกดเหล็กกล้าให้โดนส่วนแผลที่ยังคงมีเลือดไหล "อึก! อีธาน....คุณมันบ้า!" กลิ่นเนื้อไหม้ลอยคลุ้ง เสียงร้องและคำบริภาษยังคงดังระงม กว่าจะเงียบลงได้ก็ใช้เวลาสักพัก 

เขาละใบมีดออกและหันมาดูคนในอ้อมแขนที่สลบเหมือดไปเรียบร้อยแล้ว ที่หางตายังคงมีคราบน้ำตาให้เห็นจางๆ อีธานใช้ปลายนิ้วเกลี่ยน้ำตาที่ยังตกค้างอย่างแผ่วเบาพลางบรรจงจูบเปลือกตาทั้งสองข้างด้วยความรักใคร่ 

การมองดูคนรักเจ็บปวด ไม่ใช่เรื่องน่าอภิรมย์....โดยเฉพาะความเจ็บที่เขาเป็นคนก่อ 

 

 

 

แพขนตาขยุกขยิกอยู่สองสามทีก่อนเปลือกตาจะเปิดขึ้นช้าๆ เผยให้เห็นนัยน์ตาสีน้ำทะเลใส ลีโอปรือตาขึ้นอย่างยากลำบากเมื่ออาการปวดหัวเข้าเล่นงาน เขารู้สึกวิงเวียนศีรษะอยู่ไม่น้อยบวกกับความกระหายที่เข้าเล่นงานอย่างหนักหน่วงจึงพยายามควานหาแก้วน้ำบริเวณหัวเตียงจนมือเผลอไปปัดบางสิ่งร่วงแตกเข้า 

เพล้ง! 

เสียงแก้วน้ำแตกดังพอที่จะให้มาเฟียหนุ่มละสายตาออกจากสมาร์ทโฟนแล้วรีบรุดกายเข้ามาหาคนป่วย อีธานจัดการรินน้ำพร้อมประคองให้เขาดื่มเสร็จสรรพ พอสติเริ่มเข้าที่เข้าทางและเห็นภาพตรงหน้าชัดแล้วจึงค่อยยันตัวลุกขึ้นนั่งโดยมีร่างสูงช่วงประคับประคอง "ผม....หลับไปกี่วัน" คนถูกถามชั่งใจอยู่สักครู่ก่อนตอบ 

"สี่วัน" 

ลีโอครางเสียงต่ำรับ 

จากนั้นไม่นานก็มีแฟ้มเอกสารถูกยื่นมาอยู่ตรงหน้า เขาเงยขึ้นมองอย่างสงสัย "อะไร?" อีธานหย่อนตัวลงนั่งข้างเตียงพร้อมจ้องมาทางเขาตรงๆ "ผลตรวจดีเอ็นเอที่นายขอเมื่อเดือนก่อน" คนฟังร้องอ๋อเบาๆก่อนจะเปิดแฟ้มอ่านกระดาษด้านใน 

ดวงตาเบิกกว้างขึ้นมาน้อยๆ เขาไม่คิดว่าตัวอย่างเลือดที่เก็บมาจากรูปถ่ายจะมีผลตรวจตรงกับของ..."แคทเธอรีน?" ยิ่งคิดก็ยิ่งน่าสงสัยเข้าไปใหญ่ ไม่ใช่ทั้งออสติสหรือสตีเฟนที่เป็นเจ้าของรอยเลือดนี่ แต่กลับเป็นแมวขโมยแคทเธอรีนงั้นเหรอ 

เป็นไปได้ยังไงกัน.... 

ลีโอเก็บกระดาษเข้าแฟ้มทั้งหมดและเตรียมลุกขึ้นยืน ทว่ากลับถูกเจ้าของเรือนผมสีดำกดไหล่ให้นั่งลงที่เดิม "นายยังเจ็บอยู่" สีหน้าคนฟังดูดื้อดึง อีธานรู้ดีว่าคนตรงหน้าตนมีนิสัยดื้อด้านไม่แม้แต่จะฟังคำนอกเสียจากต้องงัดไม้ตายสุดท้ายมาใช้จริงๆ 

"แต่!....." 

"ไม่มีแต่ เรนเดล" 

"..........." 

"หายดีเมื่อไหร่ นายจะได้ลุยงานนี้ต่อ" 

"อีธาน คุณ....!" 

"โนเอลกำลังตามสืบเรื่องแคทเธอรีนอยู่ สภาพนายในตอนนี้จะเป็น 'ตัวถ่วง' เอาเปล่าๆ" 

ราวกับมีลูกศรตัวโตๆจิ้มลงกลางกระบาลก็ไม่ปาน ลีโอยอมสงบปากสงบคำแต่ก็ยังคงจิ๊ปากให้ได้ยินเป็นระยะ 

เป็นลูกสิงโตที่ดื้อด้านจริงๆ 

 

 

 

#talk 

แวะมาอัพค่ะ หมาจะมาบอกข่าวดีกับผู้อ่านทุกท่านด้วยยยย 

นั่นก็คือ.....!!!!! 

หมาวางพล็อตเรื่องและเขียนร่างไว้คร่าวๆจนถึงตอนจบแล้วนะเออออ 

บอกเลยว่าจบดี แต่มีมาม่าเข้าแทรกนิดหน่อย #อรรถรส 

ส่วนตอนหน้าอีวานมีบทแน่นอน ใครที่รอดูฉากสองพี่น้องดีเด่นประจำปีเตรียมใจรอไว้ได้เลยค่าา <3 

ความคิดเห็น