จันทร์อรุณ ณรัช

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ฝ่าฝูงอสรพิษ

ชื่อตอน : ฝ่าฝูงอสรพิษ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แอ็คชั่น,บู๊ล้างผลาญ

คนเข้าชมทั้งหมด : 19

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 14 พ.ค. 2562 19:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฝ่าฝูงอสรพิษ
แบบอักษร

เหลือแต่อจินไตยคนเดียวแล้วที่รับมือศัตรูได้..แต่ริต้าจะฝืนความกลัวเพราะความเป็นห่วงอจินไตยได้แค่ไหนกัน

..........

เย็นย่ำจนบ่ายค่ำ...

รถโดยสารระดับหกม้าเทียม..เคลื่อนไปตามทาง...

แพคเกจกับศศินาที่เป็นสารถีคู่กันเริ่มปริวิตก..

“..มันควรจะถึงเมืองเล็กที่ชื่อนภาทองคำ..และมีที่พักแรมแล้วนะพี่นา..”แพคเกจดูจะกังวล..

“..เธอเลี้ยวผิดทางหรือเปล่า..”

“..ก็ไม่นี่พี่..”แพคเกจยืนกราน.. “..ป้ายบอกทางมันบอกว่ามาทางนี้..”

แล้วแพคเกจก็เฉลียวใจ..

“..แต่แปลกที่เหมือนแผนที่มันบอกให้ไปอีกทาง..”

“..ทำไมเธอไม่บอกพี่ก่อน..”ศศินาเริ่มหงุดหงิด..

“..นึกไม่ทันหรอกพี่..แต่มันแปลกจริง ๆ ..”

“..ไม่แปลกหรอก..”ศศินาดูภูมิประเทศ.. “..มันเปลี่ยวแล้วก็ครึ้มทุกที..เหมือนเข้าสู่หุบเขา..”

“..ไม่แปลกยังไงพี่..”

“.ไม่แปลกที่เธอมาผิดทางน่ะสิ..”ศศินาเซ็ง.. “..ทำไมไม่ปรึกษากันก่อน..”

แพคเกจคราง..

“..แพคจะรู้ได้ยังไงว่ามันผิดล่ะ..ก็ป้ายมันบอกมาทางนี้..”

“..อาจจะมีคนทำป้ายหล่นแล้วใส่ใหม่แบบผิด ๆ ก็ได้..”

“..เวรล่ะ..”แพคเกจอุทาน.. “..แล้วเราจะทำยังไงดี..มืดแล้ว..”

ศศินาจับสายบังเหียน..

“..ก่อนอื่น..ต้องกลับรถก่อน..”

ศศินาบังคับให้ม้าหยุด..และพยายามกลับรถ..

แต่การกลับรถม้าที่มีม้าเทียมหกตัว..ไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนกัน..

แพคเกจเป่าปาก..

“..พี่นาไม่เคยขับรถม้าหรือไง..”

“..บ้า..พอจะรู้แค่นั้นแหละ..พี่ขับเป็นแต่รถยนต์บ้านเรา..ขับกระทั่งฮ.แต่ไม่ใช่รถม้า..”

แพคเกจก็เกาหัว..

“..ทางก็แคบด้วยสิ..แพคก็ไม่ได้เก่งซะด้วย..”

สถานการณ์ที่พลิกผัน..รถหยุด..การถกเถียง..ทำให้คนในรถม้าสังเกตถึงความผิดปรกติ..

“..มีอะไรกันคะ..พี่นา..แพค..”เสียงจินดาพิสุทธิ์ถาม..

ไม่พูดเปล่า.ขยับตัวเปิดประตูออกมาสนทนาด้วย..

ศศินาเล่าให้ฟัง..จินดาพิสุทธิ์ขมวดคิ้ว..

“..อือม์..แย่จังแฮะ..ทำไงดีหว่า..”

แพคพูดขึ้นว่า..

“..ริต้า..เราต้องออกจากที่นี่ก่อนนะ..”

“..เข้าใจนะแพค...ริต้าก็ไม่อยากจะอยู่นักหรอก..เพราะนี่คงเป็นหุบเขาอสรพิษแน่นอน..”

“..ปัญหาคือ..แพคกับพี่นา..ขับรถม้าได้แค่เบสิค..แต่กลับรถนี่มันไม่เหมือนรถเก๋งบ้านเรานะ..”

มีคนผลักประตูโผล่ออกมาจากในรถ..

“..ท่านพี่ทั้งสอง..ปล่อยให้เป็นหน้าที่ข้าเอง..”

นั่นคือเสียงสดใสของมุกดารานั่นเอง..

จินดาพิสุทธิ์อุทานเบา ๆ ..

“..มุกดารา..ท่านขับรถม้าได้หรือ..”

“..ประหลาดนัก..ไฉนถึงขับขี่ไม่ได้..ม้าหรือรถม้า..พวกเราต้องขับขี่กันได้อยู่แล้ว..ข้ายังแปลกใจในการควบคุมรถของท่านพี่ทั้งสอง..ที่ขับขี่มา..ดูราวกับเด็กเพิ่งหัดขับ..”

แพคเกจอดพูดไม่ได้..

“..นี่มันรถม้า..บ้านฉันมันไม่มีรถแบบนี้ค่ะคุณน้อง..”

มุกดาราหัวเราะ..จากการคลุกคลีกับท่านพี่ทั้งสองทำให้ทราบว่า..จินดาพิสุทธิ์..แพคเกจ..ศศินารวมทั้งนายแม่แมวหลวงไม่ได้คนในพิภพนี้แต่แรก..

ว่าอจินไตยเป็นคนของแคว้นสนธยาชวนลึกลับแล้ว..แต่คนเหล่านี้..กลับชวนให้รู้สึกเร้นลับกว่า..

แพคเกจศศินาขยับให้มุกดารานั่งตำแหน่งคนขับ..

มุกดาราจับสายบังเหียน..กระตุ้นบังคับม้าชั่วขณะ..ก็สามารถกลับรถอย่างไม่ยากเย็น..

ความมืดปกคลุม..ดีที่มีแสงจันทร์สว่าง...

“..เราน่าจะอยู่ในเขตหุบเขาแล้ว..แพค..เธอปล่อยให้รถมาถึงที่นี่ได้ยังไง..”ศศินาบ่น

แพคเกจครางเฮ้อ..ในขณะที่มุกดาราพูดว่า..

“..ท่านพี่ทั้งสองขับรถม้าไม่เจนจัด..ข้าขับขี่ให้เอง..รถจะได้เร็วขึ้น..ม้าหกตัวอาจจะยุ่งยากบ้าง..แต่มีข้อดีคือ..ไม่ทำให้ม้าเหน็ดเหนื่อยนัก..ดูสภาพม้าเราแล้ว..ยังมีแรงขับเคลื่อนได้อีกไกลอยู่..”

รถม้าเคลื่อนตัวอีกครั้ง..แต่เพียงชั่วขณะ..ม้าก็หยุด..ไม่ยอมเคลื่อนไปข้างหน้า..หลายตัวเริ่มกลัวและส่งเสียงร้อง..เวลานี้อย่าว่าแต่ม้าเลย..กระทั่งคนก็ชวนให้วิตก..เพราะมีเสียงประหลาดรายรอบ..

มุกดารารู้ดีว่าทำไมม้าถึงไม่ไปต่อ..และมันแทนที่จะไปข้างหน้ากลับถอยหลัง..

จินดาพิสุทธิ์รู้สึกหนาวเยือก..

มีมือหนึ่งมาจับมือนางไว้..

นั่นคือมือของอจินไตย..ที่เข้ามาใกล้ ๆ สามี..

“..มือเธอเย็นมาก..ริต้า..”

จินดาพิสุทธิ์มือสั่นระริก..

เสียงประหลาดที่ดังรายรอบ..เป็นเสียงเหมือนการเคลื่อนที่..และมีเสียงขู่ฟ่อ..ที่ดังระงม..

อจินไตยเม้มปาก..ศศินาแพคเกจอุทานเบา ๆ ..

“..นี่มันหุบเขาอสรพิษใช่ไหม..”ศศินาร้อง.. “..แปลว่า..สิ่งที่อยู่ในความมืด..และทำให้ม้าเราไม่กล้าเคลื่อนไหว..คือ..”พูดถึงตอนนี้ก็ไม่กล้าพูดอีก..

แพคเกจร้องว่า..

“..บ้า..พี่นาไปพูดแบบนั้นได้ไง..ริต้าก็ช็อคสิ..”

จินดาพิสุทธิ์นั่งทรุดลง..ตัวสั่น..คะเนภาพที่ในหัวแล้วเวลานี้..งูทั้งหุบเขากำลังรายล้อมรถม้าของตนเองอยู่..

มุกดาราตัดสินใจเด็ดขาด..

“..ต้องฝ่าแล้ว..”

“..ฝะ..ฝ่า..อย่างไร..”จินดาพิสุทธิ์เริ่มจะทำอะไรไม่ถูก..

“.ขับรถม้าฝ่า..เราอยู่ในรถ..จะไม่เป็นไร..”

“..แต่ม้า..”

อจินไตยครางอือม์..

“..ริต้า..ฉันจะจัดการเอง..มุกดารา..ประจำตำแหน่งคนขับ..ศศินา..แพคเกจ..ระหว่างฝ่าไป..ถ้ามีงูเข้ามา..ให้จัดการ..”

พลางผลักร่างจินดาพิสุทธิ์ให้เข้าไปในรถ..ปิดประตูแน่นหนา..เพียงแต่หน้าต่างไม่อาจจะปิดได้สนิท..มีแต่ผ้าม่านบังแสงเท่านั้น..

สองปีศาจแห่งอนันตกาลรับคำ..อจินไตยเหยียดสองมือ..สูดลมหายใจ..

สายรัดเอวแห่งวาโยธาตุที่ตัวเองสวมใส่มีอำนาจเกี่ยวกับธาตุลม..

บังเกิดลมพัด..มุกดาราเข้าใจแล้ว..

ใช้ลมพัดให้งูเบื้องหน้ากระจัดกระจาย..แล้วขับรถม้าฝ่าออกมา..เมื่อไม่มีฝูงงูขวาง..ม้าก็กล้าวิ่ง..

เวลานี้มีแต่จินดาพิสุทธิ์คนเดียวที่อยู่ในสภาพทำอะไรไม่ได้..

ไม่เป็นลมตายก็ดีแค่ไหนแล้ว..

ลมแรงขึ้น..และพัดเป็นพายุ..

เสียงไม้หักโค่น..ทุกสรรพสิ่งถูกลมพัดอย่างแรง...

ม้าทั้งหกยกขาหน้า..มุกดาราตวาดก้อง..กระตุ้นสายบังเหียน..ม้าทั้งหกวิ่งตะบึง..

ลมที่พัดทุกสรรพสิ่งเบื้องหน้าให้ปลิวลอยขึ้น..ทำให้อสรพิษที่รายล้อมกระจัดกระจาย..แต่ก็มีบางตัวลอยขึ้นฟ้า..และตกลงมาที่ตัวรถ..

แพคเกจศศินาทั้งฟันทั้งปัดไม่ให้งูเข้ามาในตัวรถได้..แต่มีงูตัวหนึ่งหล่นลงมา..เป็นงูประเภทงูเห่าตัวใหญ่..

จินดาพิสุทธิ์เห็นงูตัวใหญ่อยู่บนหลังคาโผล่เข้ามาในบานหน้าต่าง..ก็ขวัญหนีดีฝ่อ..งูเล็ก ๆ รอดจากการปัดเขี่ยเข้ามาภายใน..เลื้อยมาอยู่ตรงหน้า..ทำให้จินดาพิสุทธิ์ร้องลั่น..

อจินไตยใช้พลังธาตุลมจนรู้สึกว่า..ไม่ได้การแล้ว..แต่ก็ไม่อาจจะหยุดได้..เพราะถ้าหยุดเรื่องราวจะเลวร้ายกว่าหลายเท่า..เพราะลมพัดแบบนี้..อดจะมีงูกระจายขึ้นด้านบนแล้วตกลงมาเบื้องล่างไม่ได้..

งูคงมีจำนวนมากจริง ๆ ..ขนาดลมพัดยังไม่สามารถกระจายตัวไปได้ทั้งหมด..

เสียงอุทาน..เมื่อมุกดาราเหมือนถูกงูกัด..

อจินไตยใจหาย..งูสองสามตัวรุมกัดมุกดารา..และไม่ช้า..ก็มีเสียงอุทานเมื่องูกัดแพคเกจกับศศินาด้วย..

อจินไตยไม่คิดว่าแผนการตัวเองยังมีช่องโหว่..งูหลายตัวจะกัดนาง..แต่นางจ้องมองแน่วแน่..ประกายตานิ่งของนางทำให้งูไม่กล้าเคลื่อนไหว..

อจินไตยเห็นมุกดาราฟุบลง..ศศินาแพคเกจก็กลิ้งตกจากรถ..จึงรีบฉวยบังเหียน..บังคับลมเป็นเกราะกันตัว..งูหลายตัวจะพุ่งเข้ากัด..แต่ก็ถูกกระแสลมพัดกระเด็นออก..

ไม่มีทางเลือก..นางจึงต้องหยุดรถม้า..ปลดสลักให้ม้าวิ่งอิสระเพราะไม่เช่นนั้น..ม้าจะตกใจจนพารถวิ่งเตลิดคว่ำแน่นอน..

รถชะลอจนหยุด..ม้าทั้งหกวิ่งเตลิดไปแล้ว..อจินไตยรีบเข้าไปดูจินดาพิสุทธิ์..เห็นนอนแน่นิ่ง..ก็ใช้ลมพัดงูออกไปจากร่างนาง..ประคองร่างนางไว้..

จินดาพิสุทธิ์สลบไสล..แต่นางไม่ได้โดนกัด..เพราะนางหมดสติเนื่องจากความกลัว..และงูก็ไม่ทำอันใดกับร่างที่แน่นิ่งไม่ไหวติงราวกับคนตาย..

อจินไตยไม่ทราบจะทำอย่างไรดี..โอบร่างสามีไว้..ใช้อำนาจแห่งลมแม้จะเพียงแค่คุ้มตัวระยะใกล้..แต่ก็ทำให้งูไม่อาจจะเข้าใกล้..

รู้สึกหวิว ๆ ..เพราะนางใช้พลังมากเกินไป..แม้จะดึงกำลังวาโยธาตุด้วยอำนาจแห่งสายรัดเอวแห่งธาตุลม..

จะทนอย่างนี้ไปได้สักเท่าไหร่..

อจินไตยถอนหายใจ..ก่อนจะฟุบกับร่างจินดาพิสุทธิ์..

ไม่ไหวแล้ว..

สติสัมปชัญญะดับวูบลง...

......

นานเท่าไหร่ก็ไม่ทราบได้..

อจินไตยฟื้นขึ้นอีกครั้ง..โชคดี..นางเพียงแค่เพลียเพราะใช้พลังมากจนสลบ..

แต่พอนางสลบแน่นิ่ง..จนแม้แต่กระแสลมที่คุ้มกายและจินดาพิสุทธิ์สลายไป..งูก็ไม่ทำอันตราย..

มันทำอันตรายกับสิ่งที่เป็นภัยต่อมันตามสัญชาติญาณเท่านั้น..และอาจจะรวมถึงคนที่เคลื่อนไหวจนมันพะวงว่าจะทำอันตรายต่อพวกมัน..

อจินไตยรู้สึกถึงแสงสว่าง..นี่สลบจนเช้าเลยหรือนี่..

แต่นางก็โอบร่างสามีไว้..สามีที่ทำอะไรไม่ได้เมื่อเผชิญกับฝูงงูอย่างจินดาพิสุทธิ์..

ฝูงงูหายไป..ไม่ทราบว่าไปไหน..

อจินไตยแค่นเสียง..ทราบดี..ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพราะธรรมชาติของอสรพิษแน่นอน..มันไม่ควรจะรวมตัวได้มากมายขนาดนี้..ที่เป็นเช่นนี้ได้..ควรจะมีคนที่สามารถบงการควบคุมงูแบบนาคาเกล็ดทอง..ทำสิ่งนี้ขึ้นไม่ต้องสงสัย

จินดาพิสุทธิ์เหมือนยังหมดสติ..หน้าซีดเพราะความกลัว..ก่อนหมดสติ..คงหวาดกลัวจนถึงขีดสุด..ไม่เคยมีอะไรทำให้นางเป็นได้ขนาดนี้..

แต่..อจินไตยใจหาย..มุกดารา..แพคเกจ..ศศินาเล่า..

นางลุกขึ้น..

การลุกขึ้นทำให้จินดาพิสุทธิ์รู้ตัวเช่นกัน..

“..อจินไตย..พวก..พวกมัน..”จินดาพิสุทธิ์ยังคงหน้าซีด..

“..พวกมันไปหมดแล้ว..เหมือนกับว่า..นี่ไม่ใช่ธรรมชาติของฝูงงู..แต่มีคนสั่งการพวกมันเหมือนนาคาเกล็ดทองที่บงการอสรพิษ..”

จินดาพิสุทธิ์ยังคงหวาดกลัว..แต่ก็พยายามตั้งสติ..

“..ฉัน..ฉันนี่ใช้ไม่ได้เลย.ปกป้องเธอไม่ได้..”

“..ฉันไม่เป็นไร..ริต้า..แต่คนอื่น..”

จินดาพิสุทธิ์ใจหาย..

“..มุกดารา..แพคเกจ..พี่นา..”

อจินไตยพยักหน้า..

รถคันนี้..เป็นรถต่อพิเศษหรูหรา.มีที่นั่งโดยสาร..มีประตู.หน้าต่าง..หลังคา..แต่ถ้าเจอฝูงงู..ก็ไม่อาจจะป้องกันอันใดได้..เพียงแต่มีข้อดีตรงการโดยสารและเก็บของได้มากมายหลายอย่าง..

อจินไตยและจินดาพิสุทธิ์ออกมาจากตำแหน่งโดยสาร..บนตำแหน่งคนขับ..มุกดารานั่งฟุบอยู่..จินดาพิสุทธิ์ประคองนาง..ใจหายราวกับของรักกำลังจะถูกพราก..

อจินไตยตรวจดูร่างกาย..

“..ถูกกัดสองแผล..”

“..ไม่..มุกดารา..”จินดาพิสุทธิ์แทบขาดใจตายตรงนั้น..

แม้จะอยู่ร่วมกันเพียงน้อยนิด..แต่สำหรับจินดาพิสุทธิ์..หญิงสาวบริสุทธิ์สดใสเจ้าหญิงแห่งแคว้นมิลินทระคนนี้..คือคนที่นางรักคนหนึ่ง..

อจินไตยเองก็หลั่งน้ำตา..พูดว่า..

“..นางคงแน่นิ่งไปก่อน..หากยังดิ้นรนหรือพยายามเคลื่อนไหวอันใด..นางคงโดนกัดมากกว่านี้..แต่แค่สองแผล..พิษงูก็สามารถฆ่านางได้..”

จินดาพิสุทธิ์ร้องไห้ราวกับน้ำตาจะเป็นสายเลือด..

ฟุบลงกับร่างของนาง..สะอึกสะอื้น..

อจินไตยป้ายน้ำตา..นางไม่อาจจะเสียสติได้..แม้ว่าจะเศร้าเพียงใด..

ใช่..นางก็รักมุกดาราเช่นเดียวกับจินดาพิสุทธิ์เช่นกัน..

แต่ไม่ได้มีเพียงแค่นี้หรอกที่สูญเสีย..

อจินไตยตบหลังสามี..

“..ริต้า..หยุด..ตั้งสติ..มุกดาราเสียชีวิตเพื่อปกป้องเรา..แต่ก็ยังมีอีกสองคน..แพคเกจกับศศินา..พวกนางอาจจะยังไม่ตายเพราะมีร่างกายไม่เหมือนคนธรรมดา..เราต้องไปช่วยพวกนาง..”

จินดาพิสุทธิ์พูดขึ้นว่า..

“..สองคนนั่นมีพลังอมตะจากการข้ามมิติ..อาจจะยังไม่ถึงตาย..แต่ไม่รู้ว่าจะฟื้นคืนสติเมื่อไหร่..”

แต่เมื่อคิดถึงมุกดาราที่อาจจะต้องจากไปตลอดกาล..ก็ร้องไห้อีก..

อจินไตยเข้าใกล้..ให้สามีซบหน้ากับตัวเองสะอึกสะอื้น..

นานจน..จินดาพิสุทธิ์เงยหน้าขึ้น..น้ำตานอง..

“..อจินไตย..ทำไม..ทำไมฉันถึงปกป้องมุกดาราไม่ได้..ทำไม..”

“..ไม่มีเวลาเสียใจ..เราไม่อาจจะย้อนคืนสิ่งที่เกิดขึ้น..มุกดาราตายไปแล้ว..เธอต้องทำใจ..”

จินดาพิสุทธิ์พยักหน้า..แต่แล้วก็ขมวดคิ้ว..

ก่อนจะเอียงหูฟังที่หน้าอกของเจ้าหญิงแห่งมิลินทระ..

แล้วจินดาพิสุทธิ์ก็ร้องว่า..

“..หัวใจยังเต้น..นางยังไม่ตาย..แต่..”จินดาพิสุทธิ์หน้าซีด.. “..อ่อนมาก..หัวใจอ่อนมาก..”

อจินไตยเม้มปาก..

“..เป็นไปได้หรือ..ถูกพิษงูขนาดนั้น..แถมยังนานเพียงพอ..”

“..มุกดาราอาจจะมีอะไรบางอย่างที่ทำให้ร่างกายสามารถต้านพิษงูได้ระดับหนึ่ง..เราต้องช่วยนาง..”

“..เราจะช่วยนางอย่างไร..เราไม่มียาถอนพิษงูเลยนะริต้า..เราอาจจะมียาติดรถมาบ้างแต่ก็เป็นยาสามัญธรรมดา ๆ ..แล้วก็ชุดฝังเข็มเท่านั้น..”

จินดาพิสุทธิ์สูดลมหายใจ..เดินพลังแห่งวาโยธาตุกระตุ้นหัวใจของมุกดารา..

พอสงบใจเดินพลัง..ก็เริ่มมีปัญญา..

อย่างน้อย..ในระยะเวลาสั้น ๆ ..หัวใจมุกดาราก็ยังเต้นอยู่..

“..บ้านฉัน..หากโดนงูกัด..ต้องฉีดเซรุ่มแก้พิษงู..”จินดาพิสุทธิ์นึก..

“..เซรุ่มอะไรกัน..ที่นี่จะมีเซรุ่มยังไง..”อจินไตยสามารถเรียกคำว่าเซรุ่มได้ถูกก็เก่งแล้ว..

“..เซรุ่มแก้พิษงู..ทำมาจากการฉีดพิษงูเข้าไปในม้า..แล้วเอาเลือดม้ามาสกัดเซรุ่ม..”จินดาพิสุทธิ์คิดถึงความรู้รอบตัวที่เคยผ่านตา..

อจินไตยตากระจ่าง..

“..ม้าเหรอ..”

“..ใช่..ม้า..และเรามีอยู่หกตัว..แต่เธอก็ปล่อยมันไปแล้ว..”จินดาพิสุทธิ์เม้มปาก..

“..ถ้าไม่ปล่อย..มันจะวิ่งเพราะตกใจและเราควบคุมไม่ได้..พารถเราเตลิดล้มวุ่นวายใหญ่แน่..”

“..ฉันเข้าใจ..เพียงแต่..”

ลมพัดวูบหนึ่ง..

จินดาพิสุทธิ์สูดลมหายใจ..สัมผัสข้อมูลที่กระแสลมพัดพามา..

“..กระแสลมบอกว่า..ม้าเราส่วนหนึ่งก็ไม่รอด..โดนงูรุมกัดจนตายไปสองตัว..อีกสี่ตัวเตลิดหนีไปจนได้..”

“..หมายความว่ายังไง..”อจินไตยขมวดคิ้ว..

“..เลือดของม้าที่ถูกงูกัดจนตาย..บางทีอาจจะมีประโยชน์นะ..”

อจินไตยตากระจ่าง..

แต่จินดาพิสุทธิ์กลับเคร่งเครียด..

เพราะต้องนึกทบทวนความรู้ในโลกของตัวเองขนานใหญ่..ไม่รู้ว่าจะจำได้แค่ไหน..

เพียงแต่..มันมีหวังที่จะทำให้มุกดารารอดแล้ว...

.....

อจินไตยหายไประยะเวลาหนึ่ง..ก็กลับมาพร้อมกับเลือดม้า..และออกไปอีกครั้ง..ก็กลับมาพร้อมกับศศินาแพคเกจที่แน่นิ่ง..จินดาพิสุทธิ์ยังไปไหนไม่ได้..เพราะต้องใช้พลังคอยกระตุ้นหัวใจของมุกดาราตลอดเวลา..

กำลังแห่งวาโยธาตุจากสายรัดเอว..ทำให้อจินไตยสามารถพาร่างของสองปีศาจแห่งอนันตกาลที่ตกรถม้าไปก่อนหน้านั้นกลับมาได้..โชคดี..ร่างกายของทั้งสองแตกต่างจากคนธรรมดา..และมีพลังอมตะจากการข้ามมิติ..ยังมีลมหายใจ..แต่ยังไม่ทราบว่าจะฟื้นเมื่อไหร่..

ขวดที่ใส่เลือดม้า..จินดาพิสุทธิ์ใช้ผ้ามัดไว้..และเหวี่ยงเป็นวงกลม..ใช้พลังแห่งวาโยธาตุช่วยด้วย..มันเลยกลายเป็นเครื่องเซนตริฟิวส์ชั้นดี..(คือเครื่องที่ปั่นหมุนเป็นวงกลมเพื่อแยกสารผสมออกจากกัน..)

ชั่วระยะเวลาหนึ่ง..มันก็แยกเลือดออกเป็นชั้น..ส่วนบนใสส่วนล่างเป็นตะกอนแดง..

ส่วนใสนี่แหละคือเซรุ่ม..

ค้นหาเครื่องมือจากกล่องเครื่องมือที่เกี่ยวกับการแพทย์และกล่องชุดฝังเข็ม..เจอเข็มกลวงที่ใช้กับการฝังเข็มจำนวนหนึ่ง..ก็หาทางสร้างเข็มฉีดยาง่าย ๆ ..พาเซรุ่มเข้าในร่างของมุกดาราจนได้..

วุ่นวายนานจนหัวใจของมุกดาราเริ่มเต้นแรงขึ้น..นับว่าพิษงูถูกกำจัดไปได้แล้ว..

จินดาพิสุทธิ์เป่าปาก..มุกดารารอดแล้ว..

ฉีดเซรุ่มที่เหลือให้ศศินาแพคเกจ..ไม่ช้า..ก็อาจทำให้สองปีศาจแห่งอนันตกาลฟื้นคืนสติ..แต่ก็ยังไม่ฟื้นคืนสติในทันที..เวลานี้ทำอะไรไม่ได้นอกจากนอนพัก..

อจินไตยกับจินดาพิสุทธิ์ครั้นช่วยเหลือทุกคนได้ก็สบายใจขี้น..หาเสบียงอาหารที่บรรทุกมาด้วยมานั่งรับประทาน..พร้อมกับปรึกษาหารือกันไปด้วย..

จินดาพิสุทธิ์อดพูดไม่ได้..

“..ถ้าไม่ได้เธอ..ฉันคงแย่นะอจินไตย..ยอมรับเลยว่าทำอะไรไม่ถูก..”

อจินไตยกินเสบียงกรังที่มีลักษณะคล้ายขนมเปี้ยะ...ก่อนจะจิบน้ำ...

“..ริต้า..ฉันเพิ่งทราบว่า..ยาแก้พิษงูมันมีอยู่ด้วย..”

“..ความรู้รอบตัวของโลกของฉันยังคงพอใช้ได้..”

“..เราต้องไปจากที่นี่ก่อนนะ..”

“..ไม่ว่าคนที่ทำเรื่องนี้จะเป็นใคร..แต่มันควรจะอยู่ในหุบเขาแห่งนี้..และมันเข้าใจว่าแผนของมันประสบผลสำเร็จ..คือฆ่าพวกเราได้..ต้องรีบหนีไปจากที่นี่ก่อนจะค่ำ..เพราะกลางวันที่เราไม่เห็นฝูงงู..แปลว่า..ประสิทธิภาพของวิธีบงการงูน่าจะอ่อนกำลังลง..ตรงนี้ต่างจากนาคาเกล็ดทองพอสมควร..”

“..จะยังไง..เราจะออกไปจากหุบเขายังไง..เรามีคนเจ็บสามคน..ไม่มีม้าเทียมรถแล้ว..มีแต่รถเปล่า ๆ ..”

“..ก่อนหน้าที่จะเดินทาง..ฉันก็ไม่เข้าใจว่าทำไมนายแม่ถึงเลือกรถคันนี้ให้เรา..แต่พอได้คุยกับท่านราชครูสูตระ..ท่านก็บอกว่า..นายแม่เคยหารือถึงรถม้าที่แม้ว่าไม่มีม้าแล้วยังขับเคลื่อนได้..เรื่องนี้น่าสนใจ..เพราะท่านราชครูใช้เวลาเพียงหนึ่งคืน..สั่งให้ช่างในตึกปัญญาบารมีต่อรถคันนี้ได้เสร็จสรรพตามแบบร่างที่วางไว้คร่าว ๆ ..”

อจินไตยขมวดคิ้ว..

“..เธอหมายถึงอะไร..”

“..หมายถึงว่า..รถคันนี้สามารถเคลื่อนที่ได้โดยไม่ต้องใช้ม้าลากไง..”

“..มีด้วยหรือ..รถที่เคลื่อนที่ได้เองไม่ต้องใช้ม้าลาก..”อจินไตยแม้จะมีความรอบรู้..แต่ก็ยังไม่รอบรู้ถึงจุดที่เจนจบทุกวิทยาการ..

จินดาพิสุทธิ์แค่นเสียง..

“..ไม่ว่าพวกไหนที่ทำร้ายพวกเรา..คงไม่คิดหรอกว่า..พวกเรายังไม่ตาย..แต่นั่นอาจจะเอาไว้ชำระบัญชีกันภายหลัง..เราจะนำกำลังทหารมาถล่มให้ราบ..เผาหุบเขาให้หมด..”

อจินไตยอุทานดังอา..

“..โหดน่าดู..”

จินดาพิสุทธิ์หัวเราะเบา ๆ ..

ก่อนจะผละไปที่ตำแหน่งคนขับ..ค้นเครื่องมือที่ซ่อนอยู่ใต้รถ..ประกอบขึ้นมาเป็นสิ่งที่ไม่มีใครเคยเห็น..

อจินไตยมองอย่างสนใจ..

“..เธอว่ามันจะเคลื่อนที่ได้หรือ..”

“..ใช้ระบบคันโยกเป็นกำลังเคลื่อน..เชื่อมกับเพลาหน้า..ต่อพวงมาลัยเพื่อบังคับซ้ายขวา..ก็เรียบร้อยแล้ว..ระบบคันโยกขับเคลื่อน..บ้านฉันเห็นคนขายสลากกินแบ่งขาพิการใช้กันเยอะนะ..”

พอโยกคันโยก..รถก็เคลื่อนไปข้างหน้าจริง ๆ ..

จินดาพิสุทธิ์ขับรถอย่างชำนาญ..อจินไตยอ้าปากค้าง...

“..เร็วดีนะ..”อจินไตยร้อง..

“..มีระบบเกียร์ด้วยสิ..ยอดเลย..ทำให้เบาแรงและทำให้เร็วขึ้นด้วย..”

รถเคลื่อนเร็วประมาณสามถึงสี่สิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง..ซึ่งถือว่าเร็วพอเพียงแล้ว..

ในที่สุด..ก่อนจะพ้นแนวหุบเขา..

ก่อนจะพ้นแนว..งูเขียวน้อยที่เหมือนเฝ้าอยู่ปากทางก็ผลุบหายเข้าไปในดงไม้..

อย่างน้อย..ใครที่วางแผนสังหารคนทั้งห้า..ก็ควรจะทราบว่าแผนล้มเหลว..

.........

ในที่สุด..รถของสามเจ้าหญิงก็มาถึงเมืองน้อยเมืองหนึ่ง..ซึ่งเป็นเมืองที่อยู่ในกำหนดการที่จะต้องมาค้างตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว..

ระยะเวลานับตั้งแต่ออกจากหุบเขาอสรพิษ..มาถึงเมืองน้อยก็เย็นย่ำใกล้ค่ำ..

ทั้งจินดาพิสุทธิ์และอจินไตยช่วยกันโยกคันโยกเพื่อเคลื่อนรถมาจนถึงเมืองน้อยที่มีนามว่า..นภาทองคำ..

เมืองนภาทองคำเป็นเมืองที่ประหลาด..ท้องฟ้ายามเช้ากับเย็น..มักจะเป็นสีทองหรือส้มตลอดเวลา..เป็นทิวทัศน์ที่ชวนมอง..แต่ก็มีดีแค่ตรงนั้น..

อาทิตย์ลับเส้นขอบฟ้า..แสงนภาสีทองกำลังใกล้หมด..

รถที่แล่นโดยไม่ใช้ม้าเทียมลากหรือสัตว์อื่นใด..เป็นที่ประหลาดใจของชาวเมืองยิ่งนัก..

จินดาพิสุทธิ์พูดขึ้นว่า..

“.ช่วยกันโยกคันโยกเคลื่อนรถมาถึงตอนนี้ก็เมื่อยแย่..เราคงต้องหาซื้อม้าเทียมรถเพื่อบรรเทาแรงงานด้วยล่ะ..อจินไตย..ดีที่รถคันนี้ใช้ได้สองระบบ..”

อจินไตยยิ้ม..

“..แต่ก่อนอื่น..เราควรจะหาที่พักกันก่อนนะริต้า..”

จินดาพิสุทธิ์ดึงแผนที่ออกมา..ซึ่งราชครูสูตระจัดทำไว้..ให้แพคเกจเพราะรับหน้าที่สารถี..แต่พอล้มเจ็บ..จินดาพิสุทธิ์ก็เอามาใช้เอง..

“..มีที่พักของทางการเพื่ออำนวยความสะดวกให้พวกเรา..ไปที่นั่นเถอะ..”

ถ้าเดินทางได้ตามแผนที่วางไว้..จะได้พักตามเมืองรายทางอย่างสะดวกสบายไม่มีที่ต้องนอนกลางดินกินกลางทราย..แต่หากจะมีเหตุผิดพลาด..รถที่จัดทำไว้ก็บรรทุกข้าวของมาเพียงพอกับการจอดค้างแรมที่ใดก็ได้..

เมื่อถึงอาคารที่พักของทางการ..เพียงแค่แสดงตนว่าเป็นใคร..ก็จะได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี..เพราะเมืองน้อยเมืองนี้ยังไม่พ้นแคว้นมิลินทระ..ยังอยู่ในอำนาจการปกครองของแคว้นอยู่..

แถมยังให้เจ้าหน้าที่และทหารที่ประจำอยู่..ช่วยเหลือได้สารพัด..

มุกดารากับสองปีศาจแห่งอนันตกาลยังไม่หายดี..แต่ในที่สุด.ก็ได้พักที่ห้องสะอาด..ทำให้ทั้งจินดาพิสุทธิ์กับอจินไตยวางใจ..

ทหารที่ประจำอยู่บอกว่า..

“..เรียนเจ้าหญิงทั้งสอง..สถานที่นี้มีทหารป้องกันเข้มแข็ง..แม้ว่าท่านจะเผชิญเหตุร้ายที่หุบเขาอสรพิษ..แต่รับรองว่า..หากอยู่ที่นี่..จะไม่มีใครทำอันตรายพวกท่านได้..”

อจินไตยนิ่ง..เหมือนคิดอะไรอยู่..

จินดาพิสุทธิ์เห็นท่าทีของอจินไตยก็ไม่พูดอะไรอีก..

พูดมากจะไม่ดีต่อทหารที่ตั้งใจอารักขา..แต่จะประมาทก็ไม่ได้..

หลังอาหารค่ำ..ทั้งสองก็มาดูมุกดารากับสองปีศาจอนันตกาลซึ่งเหมือนยังไม่ได้สติ..

อจินไตยตรวจอาการดูคร่าว ๆ ..ก่อนจะเป่าปาก..

“..อีกไม่นานคงฟื้น..ฉันจะเตรียมอาหารอ่อน ๆ ให้มุกดารา..แต่สำหรับแพคเกจศศินา..คงไม่ได้ทานอะไรเหมือนกับมุกดาราแน่นอน..”

จินดาพิสุทธิ์ยิ้ม..

“..แพคเกจเป็นแวมไพร์ลูกครึ่ง..ถ้าได้เลือดจะดีต่อร่างกาย..พี่นาเป็นชาวเผ่าหมาป่าลูกครึ่งเหมือนกัน..กินเนื้อสัตว์เช่นขาหมูสักขาหรือไก่สักสองสามตัว..คงฟื้นกำลังได้ไม่ยาก..”

“..เนื้อสัตว์คงเตรียมให้ไม่ยาก..เลือดนี่จะทำยังไงกันดี..”

“..น่าจะหาเลือดสัตว์ให้ได้บ้างนะ..”จินดาพิสุทธิ์อดถามอีกไม่ได้.. “..อจินไตย..ดูเธอไม่ค่อยวางใจเลย..”

“..ใช่..ฉันสังหรณ์ว่ามันยังไม่จบง่าย ๆ ..จนกว่าเราจะจัดการต้นเหตุให้เรียบร้อย..”

“...หมายถึงคนที่ควบคุมฝูงงูที่หุบเขาอสรพิษใช่ไหม..”

อจินไตยพยักหน้า..

“..ไม่ว่าคน ๆ นั้นจะเป็นใคร..แต่กลางวันมันไม่ลงมือ..ก็อาจจะมีอุปสรรคเรื่องช่วงเวลาสักอย่าง..แต่หากถึงช่วงกลางคืน..ก็อีกเรื่องหนึ่งนะ..”

“..ที่นี่เป็นเมืองนภาทองคำอย่างน้อยก็รับมือได้ดีกว่าในป่าหรือหุบเขาแน่นอน..”

“..ริต้า..ต่อให้เป็นเมืองหรือป่า..แต่หากต้องรับมือกับงู..เธอก็ไม่ไหวนะ..”

จินดาพิสุทธิ์ถอนหายใจ..

“..ฉันไม่รู้ว่ากลัวงูตั้งแต่ตอนไหน..แต่ก็กลัว..บอกไม่ถูก..พอเห็นเข้าจะแข้งขาอ่อน..หมดแรงไปเสียอย่างนั้น..อยากอาเจียน..สติแตกไปเลย..”

กำลังสนทนากันอยู่..ก็มีเสียงเคาะประตูห้อง..

ทั้งจินดาพิสุทธิ์และอจินไตยตกลงเลือกห้องใหญ่สองเตียงเป็นที่พำนัก..เตียงแต่ละเตียงก็ใหญ่พอจะนอนกันได้สองถึงสามคน..เพื่อจะได้ดูแลกันได้..

ทั้งสองขมวดคิ้ว..ใครบังอาจจะมารบกวนในช่วงนี้..

จินดาพิสุทธิ์เปิดประตูห้อง..พบสีหน้าแตกตื่นของทหารที่คอยคุ้มกัน..

“..เรียนองค์หญิง..เวลานี้..ในเมืองเกิดเรื่องประหลาด..ไม่ทราบฝูงอสรพิษมาจากไหน..กรูเข้ามาในเมืองอย่างมหาศาล..เกรงว่า..น่าจะเกี่ยวพันกับพวกท่าน..”

ขบวนของเจ้าหญิงทั้งสามและสองปีศาจแห่งอนันตกาล..พลัดหลงเข้าไปในหุบเขาอสรพิษ..ถูกฝูงอสรพิษจู่โจม..เป็นเรื่องที่ทางการของเมืองนภาทองคำทราบดีอยู่..พยายามจะหาทางวางกำลังทหารป้องกันเป็นอย่างดี..เพื่อให้อุ่นใจ..

แต่คงไม่มีใครคิดหรอกว่า..หากฝูงงูตามมาจากหุบเขาอสรพิษจริง..จะรับมืออย่างไร..

อจินไตยเดินมาสมทบ..นางจ้องมองไปข้างหน้า..ก่อนจะพูดว่า..

“..ใครสักคนที่บงการงู..สามารถทำเรื่องราวเหล่านี้ได้ช่วงพระอาทิตย์ตกดิน..และหากจะระดมฝูงงูจากหุบเขาอสรพิษมาจัดการกับเรา..ย่อมมาไม่ได้รวดเร็วและง่ายดายปานนั้น..ใครคนนั้นควรลอบเดินทางตามเรามา..และหาทางระดมงูจากรอบบริเวณเมืองนภาทองคำ..เพื่อจัดการกับพวกเราโดยเฉพาะ..”

จินดาพิสุทธิ์รู้สึกขยักขย้อนจะอาเจียนเต็มที..

“..อจินไตย..เธอคิดจะทำยังไง..”

“..ถ้าจะตามล่ากันแบบนี้..ก็ต้องสู้กับมัน..จัดการมันให้ได้..ริต้า..ฉันรู้ว่าเธอแพ้งู..ก็นิ่งไว้..ฉันจะจัดการเอง..”

อจินไตยพูดจบก็ยิ้ม..

“..เธอแค่ดูแลมุกดารากับแพคเกจศศินาให้ดีก็พอ..ปิดประตูและทางเข้าทุกทางที่สามารถเข้าห้อง ๆ นี้ได้ให้แน่นหนาไว้..”

พูดจบก็พยักหน้ากับทหาร..

“..ไป..เราจะไปจัดการกับเรื่องพวกนี้กัน..”

ไม่ฟังเสียงสามีอันใด..อจินไตยก็ออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว..

ประตูห้องปิด..

จินดาพิสุทธิ์นิ่งงัน..

เรากลัวงู..กลัวมาก..กลัวที่สุด..

แต่เราจะปล่อยให้อจินไตยคนที่เรารักที่สุด..รับมือแต่ลำพัง..นี่เราเป็นสามีประสาอะไร..

...........

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น